Dear Rain Heart รักโปรยปราย

ตอนที่ 8 : Chapter 7 ความคิดถึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    16 ก.พ. 63


Chapter 7 ความคิดถึง


[ELISE]

แสงแดดทำให้ฉันรู้สึกร้อนแล้วต้องลืมมอง แสงแดดที่กำลังสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างและตกมาโดนขาฉันพอดี ฉันเลยลืมตาเหลือบมองนาฬิกาที่โต๊ะข้างหัวเตียง ก็รู้ว่าบ่ายโมงสิบห้านาทีแล้ว พลางมองออกนอกหน้าต่าง นึกถึงเรื่องเมื่อวานพาลไปถึงเรื่องน้ำขิงซ้ำๆ จนรู้สึกมีก้อนความรู้สึกอะไรสักอย่างจุกที่อก

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

“ป้าขออนุญาต​เข้าไปนะคะ” คุณป้ามารีเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับในมือถือถาดอาหารเข้ามาด้วย

“อ้าว! คุณหนูตื่นแล้วหรอคะ? ป้าว่ากำลังจะปลุกคุณ​หนูอขึ้นมากินข้าวกินยาอยู่เชียว”

“เพิ่งตื่นเมื่อกี้ค่ะป้ามารี รู้สึกเวียนหัวนิดๆด้วยค่ะ” ฉันยิ้มเบาๆให้คุณป้ามารียกถาดวางบนโต๊ะข้างหัวเตียง

“งั้นคุณหนูรีบกินข้าวกินยาก่อน แล้วนอนพักอีกรอบ น่าจะดีขึ้นนะคะ เมื่อวานคุณหนูไข้ขึ้นสูงเลยนี่น่า” คุณป้ามารีบอกก่อนจะยกตะกร้าผ้าใส่แล้วในห้องฉันไปก่อนหันกลับมาถามอย่างติดสงสัยนิดๆ

“คุณหนู นี่เสื้อสูทสีแดงเลือดหมูของคุณหนูหรอคะ” คุณป้ามารีว่าพลางหยิบเสื้อนั้นขึ้นมาชูให้ดู

“เปล่าหรอกค่ะ มีคนให้ยืมมาค่ะ” ฉันบอกส่ายหน้าเบาๆ พอนึกถึงใบหน้าคนที่ให้ยืมเสื้อก็เผลอหลุดยิ้มออกมาเบาๆ ถ้าเจอกันคราวหน้า ฉันต้องได้ร่มคืนแน่ๆเลย ก็ฉันมีเสื้อตัวนี้เป็นตัวประกันนี่น่า

“งั้นหรอคะ? ป้าลงเอาผ้าไปซักก่อนนะคะ” พอป้ามารีจะเดินออกจากห้องไป ฉันก็เรียกไว้อีกครั้ง

“ป้ามารีคะ”

“คะคุณ​หนู?”

“เย็นนี้ลิสจะไปเยี่ยมน้ำขิงเขานะคะ ช่วยไปส่งลิสที” ป้ามารีทำหน้ากังวลแล้วถามขึ้นมา

“แน่ใจหรอคะคุณหนูว่าจะไปจริงๆ”

“ค่ะ ลิสจะไปจริงๆ”

“ถ้าคุณหนูโอเค ป้าจะขึ้นมาปลุกคุณ​หนูตอนเย็นๆนะคะ” พูดจบป้ามารีก็ยิ้มแล้วยกตะกร้าผ้าเดินออกจากห้องฉันแล้วปิดประตูห้องให้ ก่อนที่ฉันจะแตะข้าวต้มได้ไม่กี่คำแล้วกินยาพาราแล้วนอนพักไปอีกรอบ

…………………………………………

‘ลิส’

‘ขิงหรอ?’ ฉันรู้ว่านี่คือความฝัน ไม่ใช่ความจริงหรอกที่ฉันเห็นน้ำขิงมายืนยิ้มสบายๆตรงหน้าฉันในชุดที่ฉันเห็นเธอในคืนนั้น ชุดเอี๊ยมกางเกง​ยีนส์สีเข้มตัวเก่งที่น้ำขิงชอบใส่

‘ใช่สิ! ขิงเอง’ ใบหน้าเล็กๆยิ้มละมุนยืนยัน ก่อนถามฉันออกมา

‘ขิงรู้ว่าลิสยังโทษตัวเองอยู่ว่าเป็นต้นเหตุ… ทำให้ขิงเป็นแบบนี้ ขิงขอได้ไหม? ลิสอย่าโทษตัวเองอีกเลยนะ ขิงไม่อยากให้เพื่อนรักที่สุดของขิงจมกับความทุกข์​อยู่ตรงนี้’

‘แต่ถ้าเย็นวันนั้นลิสรั้งขิงให้อยู่บ้านได้ หรือไม่ ลิสก็ค้างบ้านขิงเลย ขิงก็ไม่ต้องเป็นแบบนี้ ขิงต้อง… ฮรึก...ฮือ…’ ฉันพูดก่อนน้ำอุ่นๆจะเอ่อล้นออกมาจนกลั้นไม่อยู่ ไม่สามารถพูดจบประโยคด้วยความรู้สึกดิ่งลงเหว

‘ขิงไม่เคยโทษลิสเลยนะ ไม่เคยเลย’ อ้อมกอดแผ่วเบาที่ขิงให้ตอนนี้ ฉันเหมือนรู้สึกได้จริง

‘ลิสปล่อยเรื่องนี้ไปไม่ได้ ลิสปล่อยเรื่องขิงไปไม่ได้จริงๆ ลิสขอโทษนะ ฮรึก!’ ฉันบอกพลางกลั้นสะอื้น เพราะฉันเองที่ทำให้ขิงเจ็บ ทำให้ขิงทรมานแบบนั้น ฉันไม่รู้จะชดเชยให้ขิงยังไงดี?

‘ถ้าจะชดเชยให้ขิงก็… อย่าจมปลักกับเรื่องขิงไว้ในใจเลย ลืมขิงไปเลยก็ได้ ขิงรู้นะที่ลิสกลัวผู้ชายก็เพราะมาจากคืนนั้นใช่ไหม? งั้นปล่อยเรื่องขิงไปเถอะ ลิสจะได้หายกลัว ผู้ชายไม่ได้เลวร้ายไปซะหมดนะ’ เสียงกระซิบเบาๆจากน้ำขิงทำให้ฉันหลับตานิ่งก่อนตอบออกไป

‘ถ้าต้องให้ลืมขิงไป ลิสยอมกลัวผู้ชายไปตลอดเลยก็ได้ เป็นบทลงโทษที่ช่วยอะไรขิงไม่ได้เลยไง มันสมควรแล้วกับลิส’

‘ลิสอย่าพูดแบบนั้นนะ ขิงรู้ว่ามันยากที่จะปล่อยเรื่องขิงไป แต่ลิสต้องทำให้ได้นะ ลิสต้องก้าวไปข้างหน้าต่อนะ ขิงจะเอาใจช่วย’ ขิงผละอ้อมกอดฉันออกมาก่อนยิ้มแบบที่ดูมีความสุขที่สุดส่งมาให้ฉัน แล้วขิงจะเลื่อนห่างจากฉันเรื่อยๆไปในความมืด ที่ฉันพยายามวิ่งตามคว้าตัวขิงแต่ไม่เคยถึง

‘ขิง อย่าเพิ่งไป น้ำขิง!’ จนความมืดนั้นกลืนกินขิงไปหมดคาตาฉันที่ถลาคว้าไปได้แต่อากาศแล้วล้มอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางความมืดมิดที่ไม่เห็นอะไรสักอย่าง อากาศหนาวเย็นเงียบไม่ได้ยินเสียงใด ฉันได้แต่ก้มหน้าปิดตาร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่อย่างนั้น

………………………………………

“คุณหนูตื่นได้แล้วค่ะ ห้าโมงเย็นแล้วค่ะ” เสียงป้ามารีที่ดังสะท้อนทั่วห้องทำให้ฉันค่อยๆขยับเปลือกตาลืมตามองจนเห็นคนที่ปลุกชัดเจนแล้วลุกขึ้นมา ตาปวดตุบๆทั้งสองข้าง

“คุณหนูไหวไหมคะ? ตาบวมมากเลยนะ จะไปหาหนูน้ำขิงจริงๆหรอคะ?” ป้ามารีถามขึ้นอย่างกังวล ฉันขยับยิ้มเบาๆ

“ไหวสิคะ ไปจริงๆค่ะ ลิสคิดถึงน้ำขิง”

“งั้นป้าลงไปรอคุณ​หนูข้างล่างนะคะ” ป้ามารีบอก เมื่อเห็นฉันพยักหน้าบอกก็เดินออกจากห้องฉันไป ฉันเลยลุกไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงไปข้างล่างที่หน้าบ้านที่ป้ามารีขับรถมารอฉันอยู่แล้ว ก่อนฉันจะขึ้นรถไป

“ป้าทำแซนวิชใส่กล่องมาตรงเบาะหลังนะคะ ถ้าคุณหนูหิวก็หยิบมากินได้เลยนะคะ” ป้ามารีขับรถออกมาสักพักก็บอกฉันเรื่องเเซนวิช ฉันได้แต่พึมพำขอบคุณ​

“ขอบคุณนะคะป้ามารี แต่ลิสยังไม่หิวเลยค่ะ” ฉันกินไม่ลงอะ จนกว่าจะได้เจอน้ำขิง ดีที่ปิดเทอมแล้ว ฉันถึงไปหาน้ำขิงได้เพราะน้ำขิงอยู่ไกลจากฉันแบบข้ามเมืองไปอีกเมืองหนึ่ง แม่ฉันย้ายบ้านน่ะด้วยเหตุผลหลายอย่าง แต่ฉันว่าเหตุผลส่วนหนึ่งก็เป็นเหตุการณ์​ในวันนั้น

“คุณหนูจะอยากฟังเพลงได้ไหมคะ? เดี๋ยวป้าเปิดให้” ป้ามารีคงเห็นว่าฉันนั่งเงียบเกินไปล่ะมั้ง เลยเสนอออกมา

“ก็ได้ค่ะ” ฉันตอบก่อนเพลงคลาสสิค​สากลที่บรรเลงเปียโนค่อยๆดังคลอภายในรถด้วยจังหวะช้าๆเบาๆ ฉันเลยสบายใจขึ้นนิดหน่อยแต่ก็ยังคิดถึงน้ำขิงอยู่ ไม่เกินชั่วโมงดี ป้ามารีก็พาฉันมาถึงจุดมุ่งหมายไว้ ฉันเลยบอกป้ามารีไปพร้อมหอบช่อดอกลิลลี่ขาวที่ซื้อมาเมื่อกี้มาด้วย

“ป้ามารีไม่ต้องไปกับลิสก็ได้นะคะ เดี๋ยว​ลิสไปเองได้ค่ะ”

“ไม่หรอกค่ะ ป้าอยากไปหาหนูน้ำขิงด้วย” ป้ามารียิ้มก่อนลงจากรถพร้อมๆฉัน พวกเราพากันเดินไปตามทางที่คุ้นเคย ที่นี่มักเงียบสงบและร่มรื่นเสมอ ก่อนพวกเราจะมาถึงที่ที่น้ำขิงอยู่

“ขิง ลิสมาเยี่ยมแล้วนะ เอาลิลลี่ขาวที่ขิงชอบมาด้วยแหละ ชอบไหม?” ฉันก้าวไปหาน้ำขิงที่นิ่งยิ้มแย้มเป็นนิตย์ ก่อนวางช่อดอกลิลลี่ตรงหน้าแท่นโกฏิหินอ่อนหน้ากระถางธูปที่เหมือนเพิ่งมีคนมาจุดธูปไหว้ไม่นานนี่

“ขอโทษนะที่ทำตามที่ขิงขอไม่ได้” ฉันพยายามไม่ร้องไห้ขณะพูด

“ขอบคุณที่มาหา​ลิสนะ ขอบคุณที่มาเตือนลิสให้มาหาขิงที่นี่ ก็ใกล้วันเกิดขิงแล้วนี่เนาะ งั้นตอนวันเกิดขิง ลิสจะมาหาอีกนะ” ฉันขยับไปใกล้รูปน้ำขิงที่ยังยิ้มอยู่เสมือนบอกว่าให้ฉันไม่ต้องคิดมาก

“ยังกล้าจะกลับมาหาพี่ขิงอีกหรอ?” เสียงผู้ชายแข็งๆดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ฉันหันไปมองก็เจอ ‘น้ำปูน’ น้องชายของน้ำขิงที่ห่างจากน้ำขิงกับฉันไปสามปีท่าทางเอาเรื่องฉันจนฉันแอบกลัวตัวสั่นพอดีกับที่ป้ามารีก็เข้ามาบังฉันไว้จากน้ำปูน

“ก็น้ำขิงเพื่อนพี่นะ พี่จะไม่มาได้ไง?”

“ทำคนอื่นเขาตาย ยังจะกล้ามาหาเขาอีกหรอ?” ท่าทางน่ากลัวย่างใกล้เข้ามา ป้ามารีที่บังอยู่ก็กล่าวขึ้นก่อนฉันได้เอ่ยพูดอะไร

“นี่พ่อหนุ่ม คุณหนูของฉันไม่ได้ทำคุณหนูน้ำขิงตายหรอกนะ คืนนั้นมันเป็นเหตุการณ์​ไม่คาดฝัน”

“แต่ถ้าคุณหนูของป้าไม่พาพี่ขิงไปด้วย คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้หรอก พี่ขิงคงไม่ตายอย่างน่าอดสูแบบนั้น พี่ขิงคงมีชีวิตอยู่” น้ำปูนเถียงกลับซึ่งเป็นความจริงที่ฉันไม่สามารถตอบกลับได้ ฉันกำมือแน่นจนเล็บที่เริ่มยาวของฉันเองจิกเข้ากำมือตัวเอง เจ็บจี๊ดๆแต่ไม่เท่าใจที่เจ็บชาไปหมดทุกส่วน สั่นเทิ้มไปทั้งตัว รู้สึกโลกจะวูบวาบเป็นสีขาวและดำ

“ร้อยวันพันปี​ตรงแถวนั้น ไม่เคยมีพวกอันธพาล​ แต่วันนั้นกลับมีแถมทำร้ายพี่ขิงคนเดียว พี่เคยคิดไหมว่าตัวเองเป็นตัวซวยที่ทำให้พี่ผมตาย”

“พ่อหนุ่มชักพูดเกินไปแล้วนะ” ป้ามารีก็เริ่มอารมณ์​กรุ่นๆ น้ำปูนยังพูดต่อ

“หรือไม่จริงล่ะครับ”

“หยุดพูดได้แล้วเจ้าปูน” เสียงสตรีที่ฟังดูมีอายุพอๆกับแม่ฉัน ซึ่งเป็นเสียงที่ฉันคุ้นหูเสมอตอนเมื่อก่อนที่ฉันได้ยินเป็นประจำตอนไปหาน้ำขิง เสียงคุณน้าทิพย์ คุณแม่ของน้ำขิง

“แม่” น้ำปูนส่งเสียงฮึดฮัด​เรียก ก่อนฉันจะยกไหว้คุณน้าอย่างขลาดกลัวและรู้สึกผิด ส่วนป้ามารีก็ยิ้มทักทายไปเช่นกัน

“สวัสดีค่ะ น้าทิพย์​”

“สวัสดีจ๊ะ หนูเอลิส ไม่ได้เจอกันนานเลย สบายดีไหมจ้ะ? น้าคิดถึงหนูมากเลยตั้งแต่เจ้าจอมพาหนูย้ายไปอยู่อีกเมืองหนึ่ง”

“ก็สบายดีค่ะ หนูขอโทษที่ไม่ได้มาหาน้าทิพย์​เลย แล้วก็ขอโทษเรื่องน้ำขิงด้วยค่ะ” ฉันพนมมือไหว้อีกครั้งเพื่อขอโทษคุณน้า แต่คุณ​น้ากลับยิ้ม

“ไม่ต้องขอโทษหรอกจ๊ะหนูเอลิส น้ำขิงคงหมดบุญ​แล้ว ถึงอยู่ได้แค่นี้ น้าปลงแล้วจ๊ะ หนูเองก็ควรปลงได้แล้วนะ ไม่ต้องโทษตัวเองหรอกจ๊ะ ปล่อยๆมันไปบ้างก็ได้นะหนูเอลิส”

“ปล่อยให้พี่เขาคิดโทษตัวเอง จนตายตามพี่ขิงไปก็ดีนะแม่ ก็เพื่อนกันนี่” เสียงน้ำปูนเอ่ยลอยๆออกมา

“เจ้าปูน หยุดพูดเดี๋ยว​นี้” น้าทิพย์หันไปเอ็ดน้ำปูนก่อนหันมายิ้มเบาๆพูดปลอบฉัน

“อย่าไปคิดกับคำพูดไม่ดีๆของเจ้าปูนเลยนะ ถ้าว่างๆก็มาหาน้าที่บ้านบ้างนะ น้าคิดถึง จริงสิ! หลังจากนี้หนูว่างไหม? น้าจะชวนไปกินข้าวเย็นที่บ้านน้าเลยสิ” ฉันลังเลเพราะเห็นสีหน้าน้ำปูนดูไม่พอใจมากๆ

“แต่ว่าลิสว่าเอาไว้วันหลังดีกว่าค่ะ น้าทิพย์ ต้องทำข้าวเย็นเพิ่มอีก กระทันหันแบบนี้ลิสเกรงใจค่ะ”

“คนเรากันเองนี่จ๊ะ ไม่ต้องเกรงใจเลย ไม่ต้องกลัวใครด้วย” แล้วน้าทิพย์ก็ถองศอกเบาๆไปด้านหลังใส่น้ำปูนจนน้ำปูนเรียกน้าทิพย์อีกรอบ

“เเม่!”

“อย่าคิดว่าแม่ไม่รู้นะว่า… แกเสียมารยาทกับพี่เขาอีกแล้ว” น้าทิพย์หันไปเอ็ดน้ำปูนก่อนหันมาหาฉันด้วยใบหน้าแต้มรอยยิ้ม

“นะหนูเอลิส ไปกินข้าวเป็นเพื่อนน้าหน่อย คุณมารีด้วยนะคะ”

“ป้ามารีว่าไงคะ?” ป้ามารีพยักหน้ายิ้มตอบ

“ป้าว่าก็ดีนะคะ ถ้าคุณหนูกลับบ้าน เรากินข้าวกันสองคนคงเหงาแย่”

“แปลว่าตกลงแล้วนะคะ งั้นขับรถตามมาเลยนะคะ จำทางบ้านฉันได้ใช่ไหมคะคุณมารี”

“ได้ค่ะ” ว่าแล้วพวกเราสี่คนก็ไปถึงบ้านคุณน้าทิพย์ โดยฉันรู้สึกถูกสายตาจ้องเขม่นจากน้ำปูนตลอดเวลาเลยที่อยู่ในบ้านจนแอบตัวสั่นตามอาการกลัวที่เคยเป็น

“คุณหนูไหวไหมคะ? ท่าทางดูไม่โอเคเลย”

“ไหวค่ะ ลิสยังไหว” ฉันสูดลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะคุมจิตใจความรู้สึก ระงับอาการสั่นนิดๆของร่างกายที่คุมไม่ค่อยอยู่

“ป้าว่าเราไปช่วยคุณทิพย์​ทำอาหารในครัวเถอะคะ อยู่ตรงนี้คุณหนูอาจจะอาการหนักกว่านี้”

“ได้ค่ะ” ว่าแล้วฉันก็เดินนำป้ามารีไปในครัวไปหาน้าทิพย์ ที่กำลังต้องการลูกมืออยู่พอดี ฉันถึงได้หยุดอาการตัวสั่นลง ฉันว่าตัวฉันไม่เข้มแข็ง​พอกับการเผชิญหน้าผู้ชายเท่าไร แต่ดันบอกลุงหมอไปว่าจะหายดีแล้ว ทั้งที่ความจริงก็อาจจะเป็นหนักกว่าเดิมจากที่ฉันรู้สึกถึงอาการสั่นของตัวเองที่เป็นสัญญาณ​ต้นๆของอาการกลัวผู้ชายที่ฉันเป็นอยู่

แต่ทำไมกับพี่ขี้แกล้งที่เรียนไดมอนด์​แบล็ค​คนนั้น ฉันถึงไม่มีอาการล่ะ แล้วที่ฉันไม่มีอาการกับลุงหมอหรือกุมภ์เพราะฉันรู้และเชื่อว่าพวกเขาไม่ทำร้ายฉัน แต่พี่คนนั้น ฉันนึกไม่ออกว่าทำไมไม่มีอาการกลัว ฉันไม่ได้รู้จักพี่คนนั้นมาก่อน ชื่อก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ

“หนูเอลิส อาหารไม่รสชาติถูกปากหรอจ๊ะ? ทำไมทานไม่เยอะเลย” ฉันเอ๋อๆไปชั่วขณะ ก่อนตอบเบาๆ

“ อาหารอร่อยทุกอย่างค่ะ คือว่าช่วงนี้หนูไม่ค่อยสบาย เลยทานอะไรไม่ลงเท่าไรค่ะ ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะคะน้าทิพย์​” แล้วยกไหว้ขอโทษคุณน้าช้าๆ

“โธ่! อย่างนี้นี่เอง งั้นทานข้าวเสร็จก็กลับไปพักเลยก็ได้นะหนูเอลิส น้าว่า หรือจะนอนพักห้องของน้ำขิงก่อนก็ได้นะ น้าทำความสะอาดห้องน้ำขิงไว้ตลอดเลย”

“ขอบคุณ​นะคะน้าทิพย์ เดี๋ยวหนูช่วยล้างจานชามแล้วค่อยกลับไปพักที่บ้านดีกว่าค่ะ”

“เอางั้นก็ได้จ้ะ” น้าทิพย์ยิ้มเบาๆกับความเกรงใจของฉัน แล้วมื้อเย็นก็จบลง น้ำปูนก็เดินปึงปังขึ้นห้องตัวเองอย่างไม่ค่อยพอใจมานานตั้งแต่เห็นฉันแล้ว น้าทิพย์​เดินมาส่งเราสองคนที่รถหน้าบ้านก่อนล่ำลากันสักพักแล้วก็ออกจากที่บ้านน้าทิพย์ ฉันเลยหลับตาลงเพราะรู้ดีว่าต้องผ่านที่ที่ตรงนั้นตรงที่น้ำขิงโดนทารุณตรงนั้น ไม่กล้ามองและกลัวจะร้องไห้อีกครั้ง เพราะฉันร้องไห้บ่อยจนเหนื่อยแล้ว ไม่อยากร้องไห้อีก

Rrrr Rrrr

“คุณหนู มีสายเข้าค่ะ”

“ต่อเข้าบลูทูธ​ลำโพงรถเลยค่ะป้ามารี” ฉันเอ่ยบอกเสียงแผ่ว พอใจเหนื่อย ร่างกายเลยเหนื่อยตามจนไม่อยากทำอะไรเลย

“สายจากคุณหนูมาร์นี่นะคะ”

“ค่ะ ฮัลโหลมาร์นี่ มีอะไรหรือเปล่าอะ โทรมาค่อนข้างดึกเชียว” ฉันพยายามพูดให้เสียงสดใสนิดหน่อย กลัวว่าจะทำให้มาร์นี่กังวลไปด้วย มาร์นี่งานหนักมากๆ

{ฮัลโหล! ลิส ตอนนี้แกอยู่ไหนอะ}​

“อยู่เมือง x อะ แต่กำลังกลับบ้านแล้วล่ะ”

{ฉันมีเรื่องถามแกน่ะ มาคุยกันหน่อย}​

“จะคุยกันที่ไหนหรอมาร์นี่” ฉันถามก่อนจะนัดแนะกันตรงร้านพี่อู๊ดใกล้โรงเรียนของเรา นัดกันเสร็จก็วางสายแล้วฉันถึงมองผ่านกระจกรถไปในความมืด ก่อนหลับตาลง ยังไงก็ทุกครั้งที่เห็นความมืด ไม่ว่าลืมตาหรือหลับตา ฉันก็ยังเห็นภาพตอนน้ำขิงถูกทารุณย่ำยีรีเพลย์ในหัวตลอดไม่เคยหยุดเลย

…………………………………………….

[MEKMOK]

วันนี้ผมไม่ได้ไปเล่นดนตรีที่งานคอนเสิร์ต เพราะต้องไปส่งยัยแสบเจ้าไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตั้งแต่เช้าเป็นรอบที่สองของเดือนนี้ อาการยัยเจ้าช่วงนี้ทรุด ไม่ค่อยร่าเริงเท่าไรจนถึงค่ำ ที่ผมกับน้องอยู่ในห้องทำงานพ่อ

“ตอนเจ้าไปเจาะเลือดตรวจใช่ไหม? พี่พยาบาลฝ่ายนั้นเล่าว่าเมื่อหลายวันก่อนมีพี่ผู้หญิงมาช่วยกล่อมผู้ป่วยเด็กใช้ไวโอลีนเล่นให้พวกเด็กๆจนหลับเลยล่ะ พวกเด็กๆงี้ติดตรึมเลย” จันทร์เจ้านั่งลงบนโซฟาเดี่ยวที่เยื้องๆกับโต๊ะทำงานพ่อที่ผมทำเอกสารยื่นขอสนามบาสของคริสตัลไวท์เพื่อซ้อมบาสแข่งที่เขตครึ่งเดือนหน้ากับทีมจากเมืองข้างๆเพื่อไปแข่งระดับประเทศต่อ ส่วนทีมก็ฟอร์มทีมกับโรงเรียนในเครือจิวเวอร์ไฮทั้งสามนั่นแหละ โรงเรียนผม ไดมอนด์​แบล็ค​ คริสตัลไวท์ และเพิร์ลเกรย์ ผมได้ยินก็ถามยัยน้องแสบต่อแต่ก็จดจ่อกับการพิมพ์เอกสาร

“แน่ใจหรอว่ามีคนแบบนั้น พวกพี่พยาบาลแค่โม้มากกว่ามั้ง”

“ไม่นะพี่ จากนั้นเจ้าไปสืบมาจากพวกเด็กๆ เด็กก็บอกว่าพี่เขาสวยมาก แถมใจดี น้องมินนี่ที่เคยติดพี่แจตอนนี้ติดพี่คนนั้นแล้วอะ” ยัยเจ้าบอก ผมไม่ได้ซีเรียสเรื่องน้องมินนี่ที่เป็นผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะที่รักษาอยู่กับโรงพยาบาลเรามานาน แต่ผมโมโหกับ…

“มิน่า! ถึงได้กลับมาช้าขนาดนี้” การเถลไถลของยัยน้องสาว แล้วยัยแสบหัวเราะเเหะๆยอมรับก่อนลุกมาดูผม

“พี่ทำไรอยู่อะ พิมพ์อะไรเยอะแยะ”

“เอกสารขอใช้สนามบาสคริสตัล​ไวท์น่ะ จะเอาไว้ซ้อมแข่งเขตครึ่งเดือนหน้า”

“เอ้า! ทำไมไม่ให้พวกคริสตัลไวท์ที่อยู่ในทีมช่วยล่ะพี่ ในทีมแข่งเขตก็มีคริสตัลไวท์นี่น่า”

“พวกนั้นไม่อยากยุ่งกับเรานักหรอก ตอนแข่งกีฬาเชื่อมสัมพันธ์​น่ะ ทีมเสียหน้าที่เราตามคะแนนทันเขาในควอเตอร์​สุดท้ายไง” ผมบอกน้องสาวอย่างหน่ายๆ พอถึงการแข่งครั้งนั้นผมยังจำตอนที่เจตน์มันโดนฝ่ายนั้นแกล้งกระเเทกจนไอ้เจตน์ล้มเอาแขนลงผิดท่า แขนหัก เฮ้อ! ผมก็เคืองแทนเจตน์มันไม่หาย

“แต่ทีมเขาก็ชนะนี่น่า แถมทำคนในทีมพี่เจ็บไม่ใช่หรอไง? เป็นพวกพี่ดิที่ควรเคือง ไม่อยากยุ่งกับพวกเขา”

“แต่ไม่ได้ไง” ผมบอกพลางยักไหล่ปลงๆ แต่ก็ใช่ว่าผมจะตั้งป้อมเมารวมเกลียดคนคริสตัลไวท์ทั้งโรงเรียน บางคนก็ดีนะอย่างเอลิสน่ะ ยัยตัวเล็กชอบส่งเสียงประท้วงผมงุ้งงิ้งเวลาผมแกล้ง ตอนงานกีฬาเชื่อมสัมพันธ์​ก็วิ่งเข้ามาช่วยแทบจะเป็นคนแรกๆเลย

“ยิ้มงี้ คิดไรอยู่อะพี่ อืม! พูดถึงคริสตัล​ไวท์​ พี่ได้คืนร่มพี่เอลิสไปหรือยัง?” ผมเผลอติดสะดุ้งนิดหน่อยก่อนตอบน้องสาวไป

“คืนไปแล้ว”

“โล่งใจไปหน่อย เจ้าเห็นข่าวพยากรณ์​อากาศว่าปริมาณฝนจะเพิ่มมากขึ้นอีกในช่วงนี้ เลยกังวลว่าพี่เอลิสจะยังไม่ได้ร่มคืน แล้วตากฝนไม่สบายน่ะ” ยัยแสบทำหน้าสบายอกสบายใจ แต่ผมก็แอบขอโทษยัยน้องแสบในใจ เอาเป็นว่าผมจะคืนเร็วๆนี้แหละนะ

“เป็นพี่นี่วุ่นวายจังเลย คุณแม่ก็พยายามจับคู่พี่กับพี่คาร์ล่า ส่วนคุณพ่อก็อยากให้พี่เจอกับสาวคนหนึ่ง เหนื่อยแทน”

“คุณพ่อเนี่ยนะ”

“ใช่สิพี่! ก็คนที่เจ้าไปสืบมาไง คนนั้นแหละที่คุณพ่ออยากให้พี่เจอ แถมหมายตาผู้หญิงคนนั้นเป็นว่าที่ลูกสะใภ้ต่างหาก นี่เจ้าอยากรู้จริงๆว่าผู้หญิงคนนั้นหน้าตาเป็นไง? อ้อ! หรือเจ้าไปห้องวงจรปิดดี ไปขอภาพดูเลย” พอผมฟังยัยแสบพูดจบก็เอื้อมมือไปดีดหน้าผากยัยแสบทันที

“โอ๊ย! พี่เมฆทำเจ้าไหมอะ หน้าไม่สวย ใครจะมาเป็นแฟนเจ้า ขายไม่ออกกันพอดี” ยัยแสบร้องโอดโอยแต่ไม่ยักทำท่าเจ็บด้วย

“ เรื่องเรียนจริงจังอย่างนี้ไหม ุอีกอย่างขายไม่ออก เดี๋ยวพี่ให้เจตน์มันมาเป็นแฟนเราเอง จะได้ขายออกไง”

“ยี้! คนแบบนั้น เจ้าขอผ่าน ยอมโสดเกาะคานทองนิเวศน์ตาย​ดีกว่า” ยัยแสบทำหน้าสยดสยองเกินไปจนผมขำ ผมอยากรู้จริงๆว่ายัยแสบไม่ชอบใจอะไรเพื่อนผมหนักหนาตั้งแต่เจอหน้าแรกๆเลย

“ยัยแสบเอ๊ย!” พูดจบผมก็พิมพ์เอกสารต่อจนเสร็จแล้วพิมพ์เอกสารออกมาเตรียมให้จีโน่มัน ฝากเอาไปยื่นให้ที่คริสตัลไวท์ ผมว่ามันเต็มใจไปแน่นอน เพราะสุดที่รักของมันอยู่นั้นนี่ หรือผมจะไปยื่นเองดีนะ เผื่อได้เจอยัยเด็กดื้ออีก แต่โอกาสเจอน้อยมากก็เถอะ มันปิดเทอมแล้วนี่น่า

…………………………………………….

บางทีก็สงสารน้องลิสที่ยังมูฟออนไม่ได้ ส่วนพี่เมฆหมอกก็น่าหมั่นไส้เหลือเกิน

ฝากกดหัวใจและเม้นให้นักเขียนตัวตะนิดตะหน่อยคนนี้ด้วยนะคะ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

29 ความคิดเห็น

  1. #17 tea time (@jeanny) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:41
    สู้ๆนะจ๊ะน้องลิส
    #17
    0