Dear Rain Heart รักโปรยปราย

ตอนที่ 3 : Chapter 2 : ครั้งแรกที่เจอกันก็...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 95
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    7 พ.ค. 63

 

Chapter 2 ครั้งแรกที่เจอกันก็...

 

 

รู้สึกว่าการสอบมิดเทอมนี้จะผ่านไปไหวมาก รู้ตัวอีกทีก็วันสุดท้ายของการสอบแล้ว พรุ่งนี้ก็ปิดเทอมแล้ว แล้วพวกเราก็มาเลี้ยงฉลองสอบเสร็จพร้อมครบทุกคนแถมด้วยวาวาที่ร้านพี่อู๊ด สักพักมาร์​นี่ออกไปช่วยไดมอนด์​แบล็ค​จัดงาน ฉันมองตามมาร์นี่ที่เดินออกไปจากร้านพี่อู๊ดไปช่วยไดมอนด์​แบล็ค​จัดงานคอนเสิร์ตที่จะมีพรุ่งนี้ น่าเป็นห่วงมาร์นี่เรื่องพี่จีโน่จริงๆนะ

 

" ลิสว่าเดี๋ยวลิสตามมาร์นี่ไปดีกว่า " ฉันตัดสินใจ ทุกคนมองฉันก่อนมีรีแอคแปลกๆ อย่างแรกเมทัลที่ทำหนังสือตกพื้นดังตึ้ง ส่วนไนท์กระพริบตาปริบๆเหมือนไม่เชื่อสายตาหลังฉันพูดจบ

 

" หือ? " อันอันที่อยู่​ใกล้แปลกใจมองฉันตาเล็กตาน้อยเหมือนกำลังวิเคราะห์​ว่าฉันคิดอะไรอยู่

 

" เอาจริงดิ! ลิส " บันนี่คิ้วท์อ้าปากค้าง

 

" วันนี้คุณหนูเอลิสกินของผิดสำแดงมาแหงเลย " วาวา เพื่อนสนิทของมาร์นี่ ซึ่งพวกเราก็ถือว่าเป็นเพื่อนสนิทกับเราเหมือนกันแม้รู้​จักไม่นานนี่เอง

 

" ทำไมอะ ดูมาร​์นี่น่าเป็นห่วงออกนะ คิดดูถ้าเจอกับพี่จีโน่เข้า มาร์นี่ต้องเศร้ามากๆแน่เลย " ถ้าเจอพี่จีโน่ควงคนใหม่อีก มันจะแย่มากๆ ก่อนวาวาจะลุกขึ้นมาเขย่าฉันจนหัวตัวสั่นไปหมดพลางพูด

 

" ผีที่ไหนเข้าไป ออกมาเดี๋ยว​นี้ ไม่งั้นโดนพระแน่ " เขย่าขนาดนี้้ ถ้ามีผีสิงร่างจริง คงออกนานแล้ว ส่วนอันอันที่ไม่ช่วยกันแถมพูดเสริมออกมาเหมือนแกล้งอีก

 

" เอลิสเป็นคริสต์​ "

 

" ใครมีไม้กางเขนบ้าง " เมทัลที่นั่งอยู่แทบจะเอาสร้อยไม้กางเขนให้วาวาจริงจัง จนฉันต้องห้ามเสียงหลงทั้งที่วาวายังไม่หยุดเขย่าตัว

 

" พอเลยค่ะวาวา หยุดเขย่าตัวได้แล้ว ลิสเวียนหัว เมทก็ไม่ต้องเอาสร้อยออกมาเลย "

 

" วาวาหยุดแกล้งก่อนเหอะ ฉันสงสารลิสมัน " บันนี่คิ้วท์ช่วยพูดพลางถามฉันต่อหลังวาวาพูดถึงฉันเบาๆ

 

" คุณหนูลิสน่าแกล้งนี่น่า " ฉันแอบยู่หน้าไม่พอใจเล็กน้อย ทำไมชอบแกล้งฉันจังนะ

 

" สรุปคือจะไปหามาร์นี่ที่ดีบีจริงดิ? ผู้ชายเยอะแยะเลยนะ ไม่กลัวแล้วหรอ? " ทุกคนต่างก็รู้ว่าฉันค่อนข้างจะหวาดกลัวผู้ชายมาก พูดตรงๆคือ ฉันเป็นโรคกลัวผู้ชาย เมื่อก่อนเป็นหนักมากจนเข้าใกล้ไม่ได้จะเป็นลม แต่ตอนนี้ดีขึ้นบ้างแล้ว ฉันคิดว่านะ

 

" ก็นิดนึงนะ อีกอย่างลิสเคยปฐมพยาบาล​ผู้ชายไดมอนด์​แบล็ค​คนหนึ่งแล้ว เขาก็ไม่ได้น่ากลัวเท่าที่คิดนะ "

 

" ไอ้ที่น่าห่วงมากกว่าไอ้มาร์ก็เธอแหละ เอลิส โลกสวยเกินไปแล้ว แกเห็นสายตาของผู้ชายรอบๆนี้ไหม สายตาแบบกระเหี้ยนกระหือรือ​ขนาดไหน? " บันนี่คิ้วท์ชี้ๆไปรอบๆโต๊ะที่นั่งใกล้ๆพวกเราซึ่งส่วนใหญ่​เป็นผู้ชายเกือบทั้งหมด ส่งสายตาแปลกๆมาให้ทางโต๊ะพวกเราจริงๆด้วย จนฉันเริ่มตัวสั่นนิดๆ

 

" บัน​นี่คิ้วท์... " อันอันที่ลูบหลังฉันเบาๆปลอบก่อนกดเสียงต่ำเบานิดๆเตือนบันนี่คิ้วท์ บันนี่คิ้วท์​หยุดพูดทันทีพลางเอ่ยกับฉันต่อมาเสียงแผ่ว

 

" เอลิสจ๋า ขอโทษนะ "

 

" ลิสโอเค ไม่ต้องขอโทษ​หรอกนะบันนี่คิ้วท์ ​" ฉันไม่โทษเพื่อนหรอก ฉันรู้ตัวเองดีว่าไม่เข้มแข็ง​กับเรื่องนี้มากเท่าไรนัก ถึงอาการกลัวผู้ชายกำเริบขึ้นมานิดๆแบบนี้

 

" เอลิสไหวจริงๆหรอที่จะเข้าไปดีบีน่ะ " เมทัลที่เงียบอยู่ก็ถามขึ้นเพื่อถามฉันให้ชัวร์ ถ้าถึงขั้นที่เมทัลถามนี่คือขั้นน่าเป็นห่วงจริงๆแหละ

 

" ลิส ฉันว่านะ มาร์นี่รับมือมันได้แน่ๆสำหรับเรื่องจีโน่ เมทกับฉันห่วงเธอกลัวอาการกำเริบมากกว่า " เมทัลพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยกับไนท์ ฉันยิ้มส่ายหน้าตอบไป

 

" อาการกำเริบเดี๋ยว​อันอันก็ช่วย อันอันต้องไปเป็นเพื่อนลิสอยู่แล้วนะ ใช่ไหมอันอัน? " ฉันหันไปสบตาเพื่อนสนิทอย่างร้องขอ อันอันส่ายหน้าตอบ

 

" ได้ที่ไหน เย็นนี้ต้องกลับบ้าน "

 

" อ้าว! " ฉันตกใจกับคำพูดอันอัน อันอันจะกลับบ้านที่ฝรั่งเศสสินะ " คนอื่นๆล่ะ ใครว่างไหมอะ? "

 

" ฉันต้องทำงานพิเศษที่ร้านนี้เลิกมืดๆเลย " บันนี่คิ้วท์

 

" ทำงานพิเศษเหมือนกัน เลิกดึกเหมือนกัน​ เดี๋ยว​ต้องไปแล้ว " เมทัล

 

" เอลิส ฉันก็อยากช่วยนะ แต่...ไอ้เจ้ากรรมนายเวรมารอฉันกลับบ้านพร้อมกันแล้วน่ะสิ " ไนท์เหลือบมองหน้าร้านที่มีปูนปั้นยืนรออยู่แล้ว

 

" คุณวาวา... " ฉันหันไปมองคนสุดท้ายในโต๊ะ​อย่างมีหวัง แต่วาวาดับฝันด้วยการส่ายหน้าทันที

 

" ไม่ได้หรอกเอลิส ฉันติดฑัณฑ์​บนอยู่ไงแก ถึงอยากไปแค่ไหนก็ไปมิด้ายยย " วาวาบอกเสียงเศร้าแต่ติดขำ

 

" ไม่เป็นไร ลิสว่าลิสไหว ไปคนเดียวก็ยังไหวนะ เห็นแบบนี้อะ " ถ้าเราเชื่อว่าเราทำได้ เราก็จะทำได้แหละ ฉันเชื่อแบบนั้น ส่วนคนอื่นๆต่างทำหน้าเป็นห่วงปนกังวลใส่ฉันมากๆ ฉันเลยยิ้มปลอบ

 

" อย่ากังวลเลย ลิสจะไม่ให้มาร์นี่จับได้ว่าแอบตามไป แล้วก็ดูแลตัวเองดีเลย เชื่อลิสสิ! ไปนะ " แล้วฉันก็ลุกออกไปจากร้านพี่​อู๊ด​จะไปข้ามถนนก็หันกลับมามองเพื่อนๆที่ลุกมายืนมองฉันผ่านกระจกหน้าร้านอย่างเป็นห่วงและลุ้นๆอยู่ไม่ไกล ฉันเลยยิ้มพลางส่งนิ้วโอเคไปให้ แล้วข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามทันที

 

.............................................

 

บรรยากาศในรั้วโรงเรียนเน้นกิจกรรมอย่างไดมอนด์​แบล็ค​ต่างจากคริสตัล​ไวท์ของเรานิดหน่อยตรงดูมีกลิ่นอายความหรูหราที่มีมากสักหน่อย ฉันเดาว่าเพิร์ล​เกรย์ที่เป็นโรงเรียนเด่นวิชาการก็คงคล้ายๆกับที่นี่นั้นแหละ

 

ฉันสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ เพื่อลดความกลัวต่อสายตาและท่าทางของผู้ชายที่อยู่โรงเรียนนี้ที่เดินผ่านแล้วสอดส่ายสายตากวาดมองว่ามาร์​นี่อยู่เเถวนี้ไหม? เพราะแปลกที่เลยไม่รู้จะเดินไปทางไหนต่อ เดินไปไหนก็เจอแต่ตึกเรียนทั้งนั้นเลย ไม่เจอคนพลุกพล่านเหมือนตะกี้เลยด้วย

 

" แย่เลย! แล้วจะไปทางไหนต่อดีนะ? " ฉันหยุดยืนอยู่ตรงใต้ตึกเรียนอะไรไม่รู้ก่อนตั้งสติคิดดีๆว่าตัวเองเดินมาจากทางไหนกันแน่ ก่อนตัดสินใจเดินอ้อมตึกเรียนที่หยุดคิดเมื่อกี้ก็เจอตึกเรียนอีกหลังหนึ่ง​

 

" ตึกเรียนเยอะมากเลยอะ กลับไปทางตึกเดิมดีกว่า " ทันทีที่หันหลังกำลังจะก้าวกลับก็ได้ยินเสียงบรรเลงเปียโนขึ้นจากตึกเรียนที่ัฉันเจอล่าสุด สักพักก็เริ่มนึกอะไรได้ ถ้ามีเสียงบรรเลงเปียโนจากที่นี่แสดงว่ามีคนอยู่น่ะสิ

 

" ต้องขึ้นไปถามทางสิเอลิส " ฉันว่าพลางวิ่งขึ้นบันไดตึกเรียนไปโดยอาศัยการตามเสียงบรรเลงเปียโนที่ได้ยินไปจนขึ้นชั้นเกือบบนสุดก็หอบแฮกๆอย่างเหนื่อยอ่อนแล้วค่อยเดินช้าๆตามเสียงที่เริ่มได้ยินชัดและดังขึ้นเรื่อยๆ

 

" ต้องห้องสุดท้ายแน่ๆ " ฉันเดินมาแทบสุดทางเดินระเบียงจนเดินมาถึงห้องสุดท้ายที่ประตูห้องเป็นกระจกเบลอๆมองผ่านมันไปข้างในห้องเกือบทั้งหมด ห้องนี้เป็นห้องดนตรี ไม่งั้นก็ห้องซ้อม เพราะมีเครื่องดนตรีหลากหลายชนิด แต่ที่เด่นสะดุดตาที่สุดคงเป็นแกรนด์​เปียโนคลาสสิกสีน้ำตาลแก่หลังหนึ่งกลางห้องกับคนที่กำลังตั้งใจเริ่มบรรเลงบทเพลงที่ฉันไม่ได้ฟังมานานเลยอย่างเพลง Für Elise ของบีโธเฟน

 

" เธออยู่คริสตัลไวท์ขึ้นบนตึกดนตรีที่เขาห้ามขึ้นได้ยังไง? " อยู่ๆก็มีแรงที่คว้าไหล่ฉันให้หันหลังไปเจอกับหญิงสาวผมบลอนด์ยาวตรงใส่ชุดยูนิฟอร์ม​สีเทาที่บ่งบอกว่าอยู่เพิร์ล​เกรย์ พอเจอหน้าฉัน แววตาเธอก็ดูมีแววตาสั่นวูบไหวก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว​แล้วกลายเป็นโกรธเคืองแทน ปล่อยมือออกจากไหล่ฉันไป

 

" คือว่าเราหลงทางค่ะ ว่าจะมาตามหาที่แถวๆที่เตรียมงานคอนเสิร์ต​ แต่ไม่รู้ทางจนหลงทางมา พอได้ยินเสียงเปียโนเลยว่าจะมาถามคนที่เล่นเปียโนค่ะ ขอโทษนะคะที่ขึ้นมาโดยไม่ได้รับอนุญาต ​" ฉันโค้งตัวขอโทษคนตรงหน้าที่กอดอกมองอยู่

 

" ที่เตรียมงานคอนเสิร์ต​ที่ตรงนู้น " ฉันมองตามนิ้วของคนตรงหน้าที่ชี้ออกไปทางระเบียงตึกมองเห็นสนามที่เตรียมงานที่ห่างออกไปจากตรงนี้ไปสามช่วงตึกใหญ่ๆ

 

" ขอบคุณนะคะที่บอกทาง " ฉันยิ้มขอบคุณหันกลับมามองคนที่ชี้ทางให้

 

" ยังไงก็ระวังหน่อย! อย่าเดินมั่วซั่​วแบบนี้อีก ไม่งั้นฉันอาจจะได้รายงานในที่ประชุมว่ามีนักเรียนคริสตัล​ไวท์​ที่มาช่วยจัดเตรียมงานมาเดินเผ่นผ่านในที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต​ " ใบหน้าที่สละสลวย​รับกับผมบลอนด์​ที่หน้าตึงเปรี๊ยะ​จนฉันต้องโค้งตัวขอโทษก่อนรีบขอตัวออกมาโดยวิ่งลงจากตึกมาแทบจะทันที ก่อนหอบหายใจแรงอย่างเหนื่อยๆ แล้วเดินลัดเลาะไปตามช่วงตึกเรียนกลับไปในที่ที่เตรียมงานเพื่อหามาร์นี่ต่อ

 

...............................

 

[MEKMOK]

 

ครืน!

 

" เธอมาทำอะไรที่นี่? คาร์ล่า " ผมเปิดประตูออกมาดูนอกห้องทันทีที่ได้ยินเสียงพูดที่ค่อนข้างดังซึ่งคนพูดก็คือคนตรงหน้าผมนี่แหละ

 

" คุณน้าสิตาชวนฉันไปกินข้าวที่บ้าน ไหนๆ ฉันก็มาช่วยเตรียมคอนเสิร์ตที่นี่อยู่แล้วเสร็จ​พอดีก็เลยมาเสียเวลามาชวนนายกลับบ้านนิดหน่อยน่ะ " สาวผมบลอนด์​ตรงหน้ายักไหล่อย่างไม่ยี่หระ​ประมาณ​ว่าไม่ได้อยากทำเท่าไรนักแต่สีหน้าดูสนุกเหลือเกินกับการเห็นผมทำหน้าเบื่อหนายกับการกระทำของเธอ

 

" จริงๆ ฉันเบื่อกับการที่เธอคอยมาหาฉันตามความต้องการของแม่ฉันทุกวันแบบนี้ ทั้งที่เธอไม่อยากทำก็ไม่ทำก็ได้ เธอเป็นถึง... "

 

" หยุดพูดเดี๋ยว​นี้นะ " คาร์ล่าพูดออกมาเสียงนิ่งเรียบอย่างขัดใจ ผมเลยถอนหายใจแล้วปล่อยผ่านมันไป ถามถึงเรื่อง​อื่นแทน

 

" แล้วเมื่อกี้เธอพู​ดอยู่กับใครน่ะ? "

 

" แค่นักเรียนคริสตัล​ไวท์​หลงทางมา พอได้ยินเสียงเปียโนนาย ยัยนั่นก็ขึ้นมาว่าจะถามทางกับนายแต่ฉันบอกทางไปแล้ว " คาร์ล่าบอกก่อนจะถามสวนกลับผม

 

" นายคิดถึงยัยชาร์ใช่ไหมถึงเล่น Fur Elise ขึ้นมา " ผมพูดไม่ออกเพราะมันจริง ผมคิดถึงยัยน้องตัวเล็กๆที่ชื่อชาร์ลอตต์จริงๆ ถ้าตอนนี้ยัยน้องตัวเล็กคนนั้นยังมีชีวิตอยู่คงโตเป็นสาวน้อยน่ารักที่ออดอ้อนให้ผมเล่นเปียโนเพลงนี้ให้ฟังบ่อยแน่ๆ

 

" แล้วเธอไม่คิดถึงน้องหรือไง? พูดยังกับชาร์ลอตต์ไม่ใช่น้องแท้ๆของตัวเองอย่างนั้น " ผมถามจากใจจริง ทุกครั้งที่พูดถึงชาร์ลอตต์หรือไม่ก็คุณน้าเอวาที่เสียไปโดยอุบัติเหตุทางรถยนต์​เมื่อสิบกว่าปีก่อน คนตรงหน้ามักจะรู้สึกโมโหเสมอถึงแม้ว่าจะเป็นคนพูดเองหรือคนอื่นพูด

 

" คิดถึงแล้วมันได้อะไรขึ้นมาหรอ? คิดถึงแล้วทำให้พวกเขากลับมาได้งั้นหรอ? " แววตาสีน้ำตาลอ่อนอมเทาคนตรงหน้าปรากฏ​แววขุ่นมัวมากๆ แม้ดูว่าจะโกรธโมโหแค่ไหน แต่เสียงพูดสั่นๆตรงท้ายๆไม่ได้แสดงว่าเป็นแบบนั้น มันแสดงถึงความเจ็บปวด​มากกว่า

 

" ไหนเธอบอกว่ามาตามฉันเพื่อกลับไปกินข้าวที่บ้าน เดี๋ยว​ฉันขอไปเอากระเป๋าก่อนแล้วจะตามลงไป เธอลงไปก่อนเลย " คาร์ล่าเข้าใจก่อนหันหลังเดินไปลงบันไดตึกอย่างไม่พูดไม่จาอะไรอีก ผมเลยกลับเข้าห้องไปเอากระเป๋า และเอาผ้าคลุมเปียโนกันฝุ่นเข้า เพราะวันพรุ่งนี้จะไม่ใช้เปียโนหลัง​นี้​ แต่เป็นอีกหลังที่เหมือนๆกันผมกับเพื่อนๆช่วยยกไปเก็บที่ห้องใกล้ๆสนามจัดคอนเสิร์ต​แล้ว

 

ผมเดินลงตึกมาก็มีสายเข้า มันเป็นสายจากคนขับรถของคาร์ล​่าว่าคาร์ล่ารออยู่ที่รถตรงหน้าโรงเรียนผม หลังจากกดวางสาย ผมก็ว่าจะเดินไปหน้าโรงเรียนที่ต้องผ่านสนามจัดคอนเสิร์ต​ที่เขากำลังเตรียมงานใกล้จะเสร็จเหลืออีกไม่เท่าไร

 

หืม!

 

ผมสังเกตเห็นเด็กผู้หญิงที่หน้าตาคุ้นๆกำลังเดินมองไปทั่วๆเหมือนหาอะไร แต่เธอก็หยุดเดินมองมาทางผมพอดี และผมก็ได้เห็นหน้าชัดๆ ผมก็นึกออกว่าทำไมถึงคุ้นหน้า ก็คนที่เป็นเจ้าของร่มที่ยัยเจ้าฝากผมมาคืน ไม่ทันที่ผมจะตามไปคืน ก็มีเสียงคนพูดเซ็งแซ่เมื่อเกิดเรื่องขึ้นข้างหลังผม เด็กผู้หญิง​คนนั้นเรียกชื่อใครสักคนแล้วก็วิ่งผ่านผมจะไปที่ที่เหมือนเกิดเรื่องแล้วชั่วแว็บหนึ่ง ผมก็เห็นจีโน่มันก็กำลังเดินเข้าที่นั่นเหมือนกัน หน้าตามันก็ไม่ได้อารมณ์​เหมือนปกติเลย วงแตกแน่ๆตรงนั้นน่ะ

 

...................................................................................

 

[ ELISE ]

 

ฉันเห็นมาร์นี่แล้วล่ะ มาร์นี่กำลังเดินเข้าไปช่วยจับบันไดที่พาดตึกให้ผู้หญิงคนๆหนึ่​งชื่อฟ้าที่บันนี่คิ้วท์แอบเล่าให้ฟังว่าคนนี้แหละที่เป็นคนใหม่ของพี่จีโน่กำลังปีนลงจากบันไดอยู่​ ฉันคอยเดินดูอยู่ห่างๆออกมาเกือบๆสี่ห้าเมตรได้ ก่อนฉันหยุดเดินทันทีตกใจแทบไม่ทันตั้งตัวเมื่อเห็นมาร์นี่โดนคนที่ปีนบันไดนั้นทับล้มลงกับพื้นไปต่อหน้าต่อตา

 

" มาร์นี่! " ฉันเรียกชื่อเพื่อนแบบสุดเสียงจริงๆแต่ก็สู้เสียงคนที่ห้อมล้อมเอะอะตรงนั้นไม่ได้สักนิดเลยวิ่งจะเข้าไปในวงล้อมคนมากมายนั้น แต่อีกนิดจะเข้ากับฝูงชนที่ล้อมมาร์นี่อยู่​ แต่ฉันก็ถูกดึงแขนออกมาจากตรงนั้นด้วยแรงไม่มากพอจะทำให้เจ็บแต่ก็ดิ้นไม่หลุด

 

" ปล่อยฉันนะคะ "

 

" จีโน่มันเข้าไปตรงนั้นแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยว​ทุกอย่างก็ดีขึ้นเองแหละ " เสียงทุ้มของผู้ชายทำให้พลันหยุดดิ้นชะงักเบิกตาโตหันไปมองคนที่จับแขนฉันอยู่อย่างช้าๆ คนที่จับแขนฉันอยู่ในชุดยูนิฟอร์ม​สีแดงเลือดหมูบ่งบอกว่าเป็นนักเรียนที่นี่ ฉันสูงแค่อกต้องเงยหน้ามองใบหน้าที่ฉันยอมรับว่าเขาน่ะดูดีมาก แต่ตอนนี้กลับทำสีหน้ายุ่งยากใส่ฉัน อย่างกับฉันไปก่อเรื่องในวงนั้นมาเลย

 

" คุณเป็นใครคะ? ปล่อยแขนฉันได้เเล้วค่ะ " น่าแปลกที่อาการกลัวผู้ชายไม่กำเริบแบบตัวสั่นขึ้นมาที่ผู้ชายจับตัว แต่ถ้านานกว่านี้ก็ไม่แน่นะ

 

" ถ้าปล่อยแล้วห้ามวิ่งกลับไปเด็ดขาด เข้าใจไหม? " ฉันพยักหน้าหงึกหงักให้ก่อนแขนถูกปล่อยเป็นอิสระ แล้วหันหลังจะเดินกลับไปทางนั้นช้าๆ แต่ไม่ทันไรถูกจับแขนรั้งไว้อีกแล้ว

 

" ก็บอกแล้วว่าห้ามกลับไป "

 

" บอกว่าห้ามวิ่งกลับไป นี่ฉันจะเดินกลับไปหาเพื่อนทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ ฉันเป็นห่วงเพื่อน " ฉันพูดพลางมองไปทางนั้นอย่างห่วงๆมาร์นี่ ตอนนี้จะเป็นไงบ้างนะ? ไม่เห็นเลย คนบังเต็มเลย ก่อนคนตัวสูงกว่าถามกลับแล้วปล่อยแขนฉันช้าๆ

 

 

" ประธานนักเรียนคริสตัลไวท์ที่เป็นเพื่อนเธอไม่เป็นอะไรมากหรอกนะเดี๋ยว​จีโน่มันจัดการเองแหละ "

 

" ยิ่งมีพี่จีโน่​อยู่​ตรงนั้น​ มาร์นี่ได้เจ็บมากกว่าเดิมแน่ค่ะ " ทางกายคงไม่เป็นไรมากกว่าโดนล้มทับ แต่ว่าทางจิตใจคงต้องเจ็บมากแน่ๆ

 

" นั่นมันเรื่องของพวกเขาสองคนนะ "

 

" แต่นั่นเพื่อนของฉันนะคะ "

 

" ห่วงตัวเองก่อน ตัวแค่นี้เองนะจะเข้าไปให้โดนจีโน่มันว่าหรอ? แน่ใจนะ? "

 

" ก็ดีกว่าให้เพื่อนของฉันโดนคนเดียวค่ะ " คนตัวสูงกว่าได้ยินฉันพูดก็ส่ายหน้าให้ฉันทันที

 

" เห็นตัวแค่นี้ไม่คิดว่าจะดื้อมากขนาดนี้ ขนาดพี่เตือนแล้วไม่เชื่อ​ งั้นร่มของ​เธอไม่ต้องเอาคืนนะ " ร่มคันโปรดสีดำลายดอกเดซี่ขาวเล็กๆของฉันก็อยู่ในมือคนตรงหน้าได้ไงอะ

 

" ร่มของฉันอยู่กับคุณได้ยังไงคะ "

 

" เธอให้น้องพี่ยืมร่ม แล้วน้องเขาฝากพี่มาคืน แต่ยังไม่คืนหรอก ไม่คืนจนกว่าจะรับปากว่าจะไม่ไปยุ่งกับเรื่องคนสองคนนั้น "

 

" แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วยล่ะคะที่ถ้าฉันจะเข้าไปยุ่งน่ะ เราไม่ได้รู้จักกันซะหน่อย ชื่อก็ยังไม่รู้​จักเลย รู้จักคุณแค่ว่าเป็นพี่ของน้องจันทร์​เจ้าที่ฉันให้ยืมร่มไปเอง งั้นก็หลบด้วยค่ะ "

 

" ก็ได้ " ฉันเผลอขมวดคิ้ว​แปลกใจว่าทำไมครั้งนี้ปล่อยฉันไปง่ายๆ พอหันมองไปที่นั้นก็คือสถานการณ์​เป็นปกติแล้ว มาร์นี่หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ฉันหันมามองคนที่ยืนยิ้มให้อยู่อย่างหงุดหงิด

 

" แกล้งฉันหรอคะ? "

 

" เปล่านี่​ ไปล่ะนะ " เขายิ้มสุขุมยักไหล่ให้ฉันก่อนหันหลังเดินจากไปช้าๆไม่เร่งรีบ แต่คราวนี้ฉันไม่ให้ไปง่ายๆหรอก

 

" นี่! เดี๋ยว​สิคะ คุณยังไม่ได้คืนร่มฉันเลยนะ " ฉันวิ่งไปดักหน้าเขาไว้ทัน ก่อนกางแขนข้างหนึ่งกั้นไม่ให้ไป

 

" เธอไม่ได้รับปากว่าจะไม่ยุ่งเรื่องของจีโน่มันกับเพื่อนเธอนี่น่า งั้นพี่ก็ไม่คืนหรอกนะ ยัยเด็กดื้อ " เขาบอกก่อนเดินอ้อมฉันไปอีกด้าน ฉันตามไปอีกที

 

" ใครเป็นเด็กดื้อกันคะ แล้วคุณแก่กว่าหรือไงคะถึงแทนตัวเองว่าพี่ ​" ฉันตามเดินไปดักหน้าแต่สุดท้ายคือกลายเป็นว่าเดินคุยกันไปซะงั้นอะ

 

" ก็ใช่น่ะสิ พี่เรียนอยู่​ม.หก แล้วนะ เธอเรียนอยู่​ม.ห้าอยู่​ พี่แทนตัวเองว่าพี่ถูกแล้ว " เขายิ้มตอบ เขาจะชอบยิ้มอะไรกันนักหนานะ ฉันโมโหนะ

 

" แล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันเรียนม.ห้า "

 

" ก็รู้แล้วกันน่า รู้ชื่อด้วยนะ ชื่อเอลิสใช่ไหมล่ะเราอ่ะ ​" นี่ตกใจกว่า ระ... รู้ชื่อฉันด้วย

 

" รู้ชื่อฉันด้วย คุณ ไม่สิ! พี่เป็นสตอล์กเกอร์ฉันหรอคะ? " ฉันเผลอเดินห่างๆ ด้วยความระแวง คนข้างๆหัวเราะร่วนก่อนตอบกลับ

 

" ใช่ที่ไหนล่ะ พอดีเรื่องของเธอกับเพื่อนของเธอก็ดังใช่เล่นเลยนะ พอดีกับเพื่อนพี่มันชอบเธอมากๆ มันชอบเล่าเรื่องเธอให้ฟังบ่อยๆด้วยน่ะ จริงสิ! พี่ต้องไปแล้ว มีนัดน่ะ ไปแล้วนะ! " แล้วเขาก็เดินแยกไปที่หน้าโรงเรียน ทำฉันเหวอก่อนถามออกไป

 

" แล้วร่มของฉันล่ะคะ? "

 

" เอาเป็นว่าถ้าเจอกันอีกและรู้ชื่อพี่เมื่อไรก็ค่อยเอาคืนล่ะกันนะ ไว้เจอกันใหม่นะครับน้องเอลิส " เขายิ้มขยิบตาให้ฉันก่อนจะขึ้นรถจากไป ทำฉันเหวอรอบที่สอง สรุปคือฉันไม่ได้ร่มคืนแถมมีเงื่อนไขที่ต้องทำด้วยก่อนได้ร่มคืน ฮือออ! นี่มันอะไรกันนะเนี่ย​ ก่อนฉันได้ยินเสียงแว่วๆของฟ้าร้องแถมเมฆดำลอยมาเเล้วเลยรีบกลับบ้านก่อนฝนจะตกใส่จนหนาวเพราะไม่มีร่ม.

..........................................................................................

 

กล้ายึดร่มน้องนะพี่

เนี่ยน้องลิสไม่สบายจะมาดูแลหรอ

ฝากกดหัวใจหรือเม้นเป็นกำลังใจให้เค้าด้วยน้า

ลิสจะเลิฟๆเลย

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

29 ความคิดเห็น

  1. #11 tea time (@jeanny) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 14:21

    งุ้ย ไว้รู้ชื่อพี่แล้วค่อยเอาร่มคืนด้วยแหละ ร่มน้อยคอยรักอ่ะแกร
    #11
    2
    • #11-1 OnlyCuteKei (@sirikanda16) (จากตอนที่ 3)
      14 พฤศจิกายน 2562 / 14:22
      บางทีพี่เขาอาจไม่คืนแล้วลิสต้องไปซื้อร่มใหม่ก็ได้นะคะ
      #11-1
  2. #4 G_Plengmon (@G_Plengmon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 21:02

    น่าร๊ากกกก

    #4
    0