Dear Rain Heart รักโปรยปราย

ตอนที่ 14 : Chapter 13 ความวุ่นวายของการรู้มากเกินไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    16 พ.ค. 63

 

Chapter 13 ความวุ่นวายของการรู้มากเกินไป

 

@สวนสนุก ( 20.00 น.)

[CARLA]

 

" ไม่น่ารับปากว่าจะมาเที่ยวด้วยเลย " ฉันบ่นกับตัวเอง จริงๆมันก็ผิดที่ฉันยอมเดินตามเกมที่คุณสิตาวางไว้เพื่อจับคู่ฉันกับลูกชายเธอ ก็เมฆหมอกผู้แสนดีของทุกคนไง อุตส่าห์มีข้ออ้างที่จะไม่กลับไปเป็นนกน้อยในกรงทองที่ออสเตรียของท่านพ่อ แต่ต้องกลับมาเล่นซ่อนแอบตามหาเมฆหมอก และน้องสาวของเขา จันทร์เจ้า ที่ดูไม่ชอบหน้าฉันเท่าไรนัก

 

และยิ่งตามหายากไปอีกเมื่อตอนนี้มีขบวนพาเหรดตัดผ่านทาง แถมผู้คนคับคั่งเต็มไปหมดจนดูไม่ออกว่าใครเป็นใคร ไหลไปตามผู้คนจนมาถึงหน้าโรงแรมที่มีลักษณะคล้ายปราสาทที่เห็นในการ์ตูนดัง หรือฉันควรเปิดห้องเพื่อนอนพักหยุดเล่นตามหาสองคนนั้นสักที

 

" คุณนาย ฟังผมก่อน อย่าเพิ่งวางสาย ผมจับตัวนังนั่นได้แล้ว เมื่อหกปีที่แล้วที่พวกผมพลาดไป ถ้าผมฆ่านังเด็กนี่ คุณนายต้องโอนเงินให้ผมเป็นสองเท่าจากเดิม " แต่ฉันก็ดันหูดีเกินไปที่ได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่งคุยโทรศัพท์ตรงข้างโรงเเรมใกล้บันไดหนีไฟ ทั้งที่เสียงขบวนพาเหรดกับเสียงคุยของผู้คนดังกว่ามาก

 

แต่ฉันก็ไม่อยากหาเรื่องให้ตัวเอง ใครจะฆ่าใครมันก็ไม่ใช่เรื่องของฉัน แต่ทันที่ฉันเลือกจะเดินผ่านเข้าไปในโรงแรม สายตาที่เหลือบเห็นคนสลบที่มันประคองอยู่ แล้วชะงักฝีเท้าลงทันที

 

" เอลิส... " จะให้มองข้ามไปก็ไม่ได้อีก ไม่งั้นจะรู้สึกผิดทั้งชีวิต ฉันเลยยกโทรศัพท์แกล้งโทรหาตำรวจแล้วเดินเข้าไปใกล้ผู้ชายคนนั้น แต่จริงๆฉันรู้แหละ ไม่ต้องโทรหรอก ตำรวจนอกเครื่องแบบก็วนเวียนห่างฉันไม่เกินระยะสองเมตรด้วยซ้ำ ชีวิตที่เหมือนนักโทษจริงๆเลยว่าไหม ที่มีตำรวจคอยดูอยู่น่ะ นอกจากนี้ก็มีองครักษ์ที่ท่านพ่อเพิ่งส่งมาอีกสิบคนแฝงตัวอยู่ในระยะไม่เกินเมตรนึง ดูน่าอึดอัดมากเนาะ ว่าไหม?

 

" ฮัลโหล! คุณตำรวจหรอคะ หนูพบคนน่าสงสัย เขามีเจตนาจะฆ่าคนค่ะ "

 

" เฮ้! นังหนูทำอะไรอยู่ ไม่อยากตายก็อย่ามายุ่งดีกว่า " ผู้ชายคนที่ฉันเดินเข้าใกล้ตะคอกออกมาใส่ฉันพร้อมกับฉวยโทรศัพท์ฉันเหวี่ยงทิ้งจนจอแตกกระจาย เอาจริงๆ เสียงตะคอกของเขาไม่เท่ากับหนึ่งในเศษเสี้ยวที่ฉันเคยโดนจากท่านพ่อหรอก ฉันเลยไม่กลัว แต่ที่ฉันเคืองคือเรื่องโทรศัพท์ฉัน

 

" นี่ลุง กล้าดียังไงที่เหวี่ยงโทรศัพท์ที่ฉันทิ้งแบบนี้ " โทรศัพท์ที่ฉันเพิ่งถอยออกมาเมื่อวานนี้ ใช้ได้วันเดียวเอง อีกอย่างของของฉัน ฉันหวงมาก ถ้าฉันไม่อนุญาต ก็อย่าบังอาจแตะต้องมัน

 

" แล้วแกก็เข้ามาแส่ยุ่งเรื่องฉันทำไม " ชายคนนี้ว่าเสียงดัง แต่คิดว่าฉันจะกลัวมั้ง ก่อนมองฉันด้วยสายตาครุ่นคิด

 

" จะว่าไป นังหนูแกก็สวยไม่ใช่เล่น ดูท่าเป็นผู้ดีมีเงินซะด้วย ถ้าจับเรียกค่าไถ่คงได้เงินเยอะสิท่า " ก็นับว่าเป็นคนนิสัยต่ำที่สายตาไม่เลวเลยนะ แต่ว่าฉันไม่ชอบ

 

" คิดว่าจับฉันได้มาก็มาสิ " แน่นอนคนโลภก็คนโลภ มันวางร่างเอลิสที่สลบกองที่ขั้นบันไดทางหนีไฟ แล้วตรงมาจะตะครุบตัวฉัน แต่ฉันเบี่ยงตัวหลบทันที จริงๆนะ ฉันไม่ชอบเรียนวิชาป้องกันตัวเลย ไม่ชอบจริงๆ แต่ก็ใช่ว่าไม่ถนัดนี่ ไอ้ผู้ชายคนนั้นเลยหวืดถลาคว้าได้แต่ลมไป

 

" นังหนูคิดว่าหลบได้แล้วจะรอดหรอ? " จากนั้นมันจะหันกลับมาคว้าข้อมือฉัน กระชากเข้าหาตัวเอง ฉันยิ้มเบาๆ แม้รู้ว่าตัวเองปฏิกิริยาช้าลงไปมากในการตอบโต้ ก่อนจะบิดข้อมือตัวเองไปจับข้อมืออีกฝ่ายที่จับข้อมือฉันอยู่ไว้แน่น แล้วหันหลังประชิดตัวอีกฝ่ายเหวี่ยงร่างอีกฝ่ายลงพื้นสุดแรง ก่อนที่ฉันจะได้ทำอะไรมากกว่าทุ่ม องครักษ์ที่แฝงตัวอยู่ก็มาทำให้ไอ้ผู้ชายคนนี้สลบนอนแนบพื้น ฉันเลยกอดอกไม่สบอารมณ์ให้เจ้าองครักษ์คนนี้ แม้จะเป็นองครักษ์ที่สนิทกันที่สุดในบรรดาทุกคนที่ท่านพ่อส่งมา

 

" ฉันไม่สบอารมณ์มากนะ ออกัส " ฉันว่าองครักษ์คนนี้ด้วยภาษาเยอรมัน ซึ่งเป็นภาษาที่ชาวออสเตรียแบบเราใช้กันเป็นภาษาหลัก แล้วอีกอย่างฉันไม่อยากให้ใครรู้เรื่องมากนัก

 

" กระหม่อมทำตามหน้าที่ " ฉันกลอกตาเป็นรอบที่ล้านได้กับการที่ออกัส พูดกับฉันเป็นคำราชาศัพท์ทางการเมื่อเราอยู่กันแค่สองคน เพราะเรื่องในอดีตที่ฉันเผลอพลั้งปากไม่ดีไปครั้งเดียว เลยเสียเพื่อนดีๆไปคนหนึ่งแล้วได้องครักษ์ความรู้สึกตายด้าน ทำทุกอย่างตามหน้าที่เหมือนหุ่นยนต์

 

" นั่นฉันรู้ "

 

" ฝ่าบาทเป็นอะไรมากไหม "

 

" ไม่มาก ฝากส่งตัวผู้ชายคนนี้ไปขังชั้นใต้ดินที่เซฟเฮ้าส์ด้วย ฉันมีเรื่องจะถามเขา " ฉันบอกออกัส แล้วไม่นานนัก องครักษ์คนอื่นๆก็มาเสริม พาตัวชายคนนั้นไปตามคำสั่งฉันที่ออกัสบอกต่อ ก่อนตำรวจนอกเครื่องแบบจะทันรู้ตัว ฉันรู้ตัวว่าคงฝืนประคองเอลิสไปไม่ไหว แค่จับแขนเอลิสพาดผ่านคอมาไหล่แล้วจับไว้ดึงให้ลุกขึ้นยังลำบาก ข้อมือแอบปวดแปลบๆ

 

" ออกัส ช่วยประคองหน่อย " ฉันบอกออกัส ขณะยังประคองเอลิสที่ยังสลบอยู่พิงราวบันไดผ่อนแรงที่ฉันต้องลงกับข้อมือที่เจ็บ ไม่รู้โดนวางยาหรือเปล่าถึงได้สลบนานขนาดนี้ ออกัสเดินดุ่มๆเข้ามาช่วยประคองอีกข้างของเอลิส

 

" แล้วจะพาไปไหนล่ะฝ่าบาท " ออกัสถามฉัน ฉันตอบไปทันที

 

" บ้านเธอ " ฉันก็อยากจะรู้จริงๆ ว่าบ้านที่เอลิสอยู่น่ะจะเป็นยังไงนะ พอฉันเดินไปสักพักก็ต้องชะงัก เพราะมือปวดตุ้บๆจนประคองร่างเอลิสไม่ไหว ออกัสเลยมองฉันด้วยความสงสัย

" พักหน่อย มือปวดน่ะ "

 

" ให้อุ้มเขาแทนไหมฝ่าบาท " ฉันมองออกัสเขม็งก่อนตอบเสียงเเข็งโดยอัตโนมัติ

 

" ไม่ต้อง!! " ออกัสขมวดคิ้วสงสัยเหมือนถามทำไม ก่อนฉันจะบอกอย่างมีเหตุผล

 

" คิดว่าที่นี่เป็นออสเตรียหรือไง ที่นี่ไทย อย่าทำอะไรที่มันประเจิดประเจ้อเกินไปนักเลย " ฉันบอกแล้วกระชับแขนเอลิสมากขึ้นเเล้วเริ่มเดินต่อช้าๆ ออกัสเดินตาม ส่วนตำรวจนอกเครื่องแบบกลุ่มหนึ่งก็เข้ามาหาพอดี ทำให้ฉันหยุดเดินรอพวกเขา มากกว่าสร้างพิรุธรีบเดินหนีพวกเขา

 

" ฝ่าบาท เกิดอะไรขึ้นหรือพะยะค่ะ "

 

" ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่คนรู้จักเป็นลมน่ะ เราจะกลับแล้ว วันนี้พวกคุณไปพักได้เลยนะคะ " ฉันยิ้มบางๆ ก่อนพวกเขาจะโค้งเคารพรับทราบเเล้วออกไป ฉันกำลังจะเดินออกไป แต่ว่าเสียงเรียกรั้งจากด้านหลัง

 

" คาร์ล่า "

 

" หยุดเล่นซ่อนหากับฉันได้แล้วหรอ? " ฉันหันไปมองคนที่เดินเข้ามาหา จะใครอีกล่ะ คุณคนดีเมฆหมอกไง

 

" รู้ด้วยหรอ ฮะๆ " ฉันเกลียดเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มที่ไม่ได้สำนึกผิดจริงๆจังๆ เป็นแบบนี้มาเเต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่เมื่อสิบสองปีก่อนจนถึงเดี๋ยวนี้

 

" แล้วนั่นใคร " เขาเดินเข้ามาใกล้มองๆคนที่ฉันประคอง แล้วขมวดคิ้ว " เอลิสนี่ เป็นอะไรถึงได้สลบไปแบบนี้ "

 

" อย่ารู้เลย ไม่ใช่เรื่องของนาย " ฉันส่งสายตาไปหาออกัสให้เดินไปต่อ เเต่่ว่าฉันก็แทบสะดุดล้มเมื่อเจอคำพูดเขาประโยคสุดท้ายที่เดินผ่านเขา

 

" เรื่องของชาร์ลอตต์ ฉันไม่เกี่ยวได้ไง? "

 

[END CARLA PART]

 

.....................................................................................................

[ELISE]

 

@ บ้านเอลิส (23.00 น.)

 

เฮือก!

 

ฉันลืมตาตื่นเต็มตาอย่างกลัวๆ ก่อนจับไปทั่วตัวเองเพื่อสำรวจ แต่พอจับไหล่ด้านหลังก็แอบเจ็บ แล้วก็มองรอบๆตัวก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องสีฟ้าใสๆ เพดานตกแต่งด้วยดาวเรืองแสงสีเงินจากแสงโคมไฟที่โต๊ะหัวเตียง นี่ห้องฉันนี่ แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ไงนะ?

 

" ตื่นแล้วหรอ? "

 

" อะ...ทำไมพี่ถึงมาอยู่ในห้องฉันได้ล่ะคะ " ฉันหันไปมองคนที่นั่งบนโซฟาที่ปลายเตียง เงาตะคุ่มๆทำให้ฉันกลัวไม่น้อย แต่ดีที่ไฟหัวเตียงส่องถึงเลยเห็นพี่หมอกน่ะนั่งอยู่

 

" นั่งเฝ้าไง คนเขาอุตส่าห์เป็นห่วง "

 

" แล้วทำไมไม่เปิดไฟหลอดกลางล่ะคะ อยู่ทำไมมืดๆ อย่างกับโรคจิต "

 

" เดี๋ยวก็ทำตัวโรคจิตจริงๆซะหรอก " พี่เขาพูดก่อนมานั่งขอบเตียงที่ฉันลุกขึ้นนั่งอยู่พลางยิ้มเล็กๆ ฉันมองตาขวางค้อนพี่เขา

 

" จริงสิ! แล้วลิสกลับมาที่บ้านนี่ได้อย่างไง? แล้วป้ามารีอยู่ไหนแล้วคะ " ฉันถามเมื่อคิดได้ว่าป้ามารีจะมารับแต่ภาพตัดของฉันคือถูกผู้ชายคนนั้นจับตัวไป ภาพแววตาของคนนั้นติดตัวก่อนกำผ้าห่มจนยู่ยี่ แล้วมือใหญ่ก็วางบนมือฉันที่กำผ้าห่มอยู่ ตบลงบนมือฉันเบาๆเหมือนปลอบ

 

" พี่พากลับมาเอง ส่วนป้ามารีของเราน่ะอยู่ข้างล่าง คุยธุระกับใครสักคนอยู่น่ะ " ฉันฟังแล้วขมวดคิ้ว ก่อนถามอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจว่าได้ยินถูก

 

" คุยธุระตอนห้าทุ่มเนี่ยนะ? " นาฬิกาแขวนผนังตรงข้ามเตียงที่ดังติ๊กๆตามเข็มวินาทีเคลื่อนไป

 

" ก็นะ... " พี่เขาเว้นระยะพูด " เราน่ะแหละ นอนต่อได้แล้ว พักเยอะๆ เดี๋ยวตื่นมาไม่สบายเอา "

 

" ลิสไม่ป่วยง่ายๆหรอก " ฉันเเย้ง แล้วพี่หมอกที่นั่งขยับเข้ามาใกล้มากจนใจสั่นไหวทำงานหนักแทบหลุดออกจากอก " พี่หมอกทะ ...ทำอะไรคะ "

 

" กู๊ดไนท์คิสครับ น้องเอลิส " แล้วริมฝีปากอุ่นๆก็ประทับบนหน้าผากฉันอยู่เพียงไม่กี่วิ ก่อนผละออกไปยิ้มส่งให้ฉันที่สติหลุดไปแล้วตั้งแต่โดนหอม " นอนพักได้แล้วครับ พี่ไปแล้วนะครับ "

 

แล้วพี่เขาก็เดินเปิดประตูออกไปจากห้องฉัน เสียงปิดประตูเบาๆทำให้ฉันรู้สึกตัวว่าพี่เขาออกไปแล้ว ความอุ่นวาบที่ค้างที่หน้าผากส่งไปหาใจฉันจนหลุดยิ้มไม่ได้

 

" ทำอย่างงี้ ใครเค้าจะหลับลงกันล่ะ "

 

[END ELISE PART] 

 

...................................................................................................................................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

29 ความคิดเห็น

  1. #24 tea time (@jeanny) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 15:16
    มาต่อเร็วๆน้า
    #24
    1
    • #24-1 OnlyCuteKei (@sirikanda16) (จากตอนที่ 14)
      15 พฤษภาคม 2563 / 22:04
      เร่งปั่นเพื่อรีดอยู่ค้าบ
      #24-1