Dear Rain Heart รักโปรยปราย

ตอนที่ 10 : Chapter 9 อดีตที่จำไม่ได้ แม้พยายามนึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    15 มี.ค. 63


Chapter 9 อดีตที่จำไม่ได้ แม้พยายามนึก



ภายในรถสี่นั่งหลังจากป้ามารีขับออกมาสักพักจากร้านพี่อู๊ด สีหน้าป้ามารีหลังออกจาก​ร้านก็คือสีหน้าซีเรียสจนน่าอึดอัด จนฉันอดสงสัยไม่ได้


“ป้ามารี เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”


“ป้าขอเตือนอะไร… กับคุณหนูหน่อยได้ไหมคะ?”


“ได้สิคะ” ฉันบอกป้ามารีที่ขับรถอยู่


“ป้าไม่อยากให้คุณหนูอยู่ห่างๆคุณเมฆหมอกหน่อยได้ไหมคะ?”


“ทำไมหรอคะ?”


“เมื่อก่อน ก่อนที่คุณเจ้าจอมจะจ้างป้า ป้าเคยดูแลคนที่อยู่รอบๆคุณเมฆหมอก เลยพาลให้รู้ถึงนิสัยไม่ดีของเขาด้วย ป้าได้ยินมาว่าคุณเมฆหมอกเป็นพวกคนชอบเล่นกับความรู้สึ​กคนอื่น แล้วก็มีว่าที่คู่หมั้นอยู่แล้วค่ะ ป้าเลยเป็นห่วงคุณหนู” ฉันคิดตามคำพูดป้ามารี นิสัยเฟรนด์​ลี่แบบนั้นก็เหมาะกับคนประเภทชอบเล่นกับความรู้สึ​กของคนอื่นจริงๆแหละ แต่พอคิดว่าจะต้องห่างกับพี่คนนั้นที่เป็นส่วนน้อยที่ฉันไม่กลัวเลยใจวูบไหวแปลกๆ แบบใจหายยังไงไม่รู้


“ ได้ค่ะ ลิสจะทำตามคำเตือนของป้ามารีนะคะ” แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยอมรับคำเตือนของป้ามารี เพราะป้ามารีก็เหมือนญาติผู้ใหญ่​ของฉันอีกคนที่อยู่ด้วยกันมานานตั้งแต่ฉันจำความได้


“ขอบคุณ​ค่ะคุณหนูที่ยอมเชื่อคำพูดป้า”


“ไม่เชื่อป้ามารีแล้ว ลิสต้องไปเชื่อใครล่ะคะ” ฉันบอกก่อนหัวเราะเบาๆ ก่อนพวกเราจะกลับมาถึงบ้าน แล้วแยกย้ายกันไปนอน แต่ฉันนอนไม่หลับนั่งบนเตียง เอาแต่จ้องสูทสีแดงเลือดหมูที่แขวนหน้าตู้เสื้อผ้า


“พี่เป็นคนแบบนั้นจริงๆหรอ?” ฉันถามออกมาพร้อมจ้องสูท


“ลิส เธอเป็นบ้าไปแล้วหรอ? ถามกับสูทของพี่เขาเนี่ยนะ” ฉันหัวเราะกับการกระทำไร้ประโยชน์​แล้วเอนหลังลงเตียงก่อนกระพริบตามองเพดาน


“ถ้าขิงยังอยู่ คงมีคำแนะนำดีๆให้ลิสสินะ” ก่อนฉันจะรู้สึกง่วง นอนแผ่บนเตียงจนเคลิ้มหลับไปเมื่อไรไม่รู้เหมือนกัน

………..…………………………..…………………………………………….


ฉันตื่นขึ้นมาในช่วงเช้าตรู่อีกวัน พอตื่นแล้วก็ข่มตานอนอีกไม่ลงเเม้รู้ว่าจะเป็นวันปิดเทอมแล้วก็ตาม แต่ฉันยังไม่ตัดสินใจลุกจากที่นอนจนมีเสียงเคาะประตูห้องนอน


ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!


“คุณหนูตื่นหรือยังคะ?”


“ตื่นแล้วค่ะ ประตูไม่ได้ล็อกค่ะ” ฉันบอกป้ามารีก่อนป้ามารีจะเข้ามาในห้องพร้อมกับบ่นออกมาด้วย


“แล้วทำไมคุณหนูไม่ล็อกห้องด้วยล่ะคะ เผื่อมีโจรเข้ามาล่ะ แย่แน่”


“ไม่มีหรอกค่ะ ตราบใดที่ป้ามารียังอยู่กับลิส ป้าคงต่อยเขากระเด็นก่อนมาถึงลิสแน่ๆ” ฉันเชื่อมั่นในตัวป้ามารีเพราะเคยเห็นป้ามารีต่อสู้กับพวกโจรที่เข้ามาค้นบ้านซะกระจุยกระจาย​ซะอ่วม แบบทั้งที่ป้ามารีตัวเล็กกว่าเป็นเท่าตัวแถมตัวคนเดียวสู้พวกโจรร่างบึกตั้งสองคน ฉันเคยขอป้ามารีสอนการป้องกันให้ตัวเอง แต่ป้ามารีกลับไม่ยอมสอนเลย


“ระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะคุณหนู แล้วคุณหนูจะทำอะไรคะวันนี้ มีออกไปข้างนอกไหมคะ พอดีป้ามีธุระไปข้างนอกตั้งแต่สิบโมงนี้ไปจนถึงค่ำเลยค่ะ” ป้ามารีบอกฉัน ฉันคิดว่าวันนี้ฉันไม่ค่อยอยากไปไหน เลยตอบออกไป


“วันนี้ลิสคงไม่ออกไปข้างนอกหรอกคะป้ามารี ไปเถอะคะ ไม่ต้องเป็นห่วงลิสนะคะ”


“ค่ะคุณหนู แต่อาหารเที่ยงกับเย็น ป้าทำไว้ในตู้เย็นแล้วนะคะ” ป้ามารีบอก แต่ฉันยิ้มออกมา


“ขอบคุณค่ะป้ามารี แต่จริงๆลิสทำเองได้นะคะ อาหารเที่ยงกับเย็นน่ะ”


“ไม่ต้องคิดจะทำเลยนะคุณหนู ไม่สิ! อย่างคุณหนูถูกห้ามแตะต้องของในห้องครัว ยกเว้นตู้เย็นกับไมโครเวฟ ไม่งั้นป้าต้องมาเก็บซากห้องครัวแน่ๆ” ป้ามารีรีบเบรกความคิดฉันทันทีทำให้ฉันอดมองค้อนไม่ได้ เหตุการณ์​ไฟเกือบห้องครัวตอนฉันจะทอดไข่เจียวเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ฉันไม่สามารถเข้าห้องครัวไปทำอาหารได้อีก แต่ทำได้เพียงเปิดตู้เย็นกับใช้ไมโครเวฟอุ่นอาหารเท่านั้น คิดแล้วเศร้า มันแค่ครั้งเดียวเอง มันคงไม่เกิดขึ้นอีกแล้วล่ะ


“เชื่อป้าเถอะคะคุณ​หนู”


“ก็ได้ค่ะ ลิสรับปากว่าจะไม่เข้าไปในครัวเพื่อทำอาหารค่ะ จะไปหาของกินในตู้เย็นแล้วก็อุ่นจากไมโครเวฟก็พอค่ะ”


“งั้นป้าค่อยโล่งใจหน่อย ป้าทำอาหารเช้าไว้บนโต๊ะนะคะ เดี๋ยวอีกสักสามชั่วโมง ป้าต้องออกไปแล้วนะคะ ป้าขอไปเตรียมตัวก่อนนะคะ” ทันทีที่ป้ามารีจะออกจากห้อง ฉันก็รีบเรียกไว้จะถามถึงอะไรบางอย่างที่เพิ่งนึกได้


“ป้ามารีคะ…”


“คะ.?” ป้ามารีหันตัวมองฉันทันที


“ลิสอยากคิดถึงไวโอลีนตัวเก่าของลิสเอง มันยังอยู่ในห้องเก็บของใช่ไหมคะป้ามารี”


“ใช่ค่ะ ป้าเก็บในห้องนั่นแหละคะ แต่ป้าลืมไปแล้วว่าเก็บไว้ส่วนไหนของห้อง ไว้คุณหนูไปหาเองนะคะ ป้าต้องรีบไปเตรียมตัวก่อนนะคะ เดี๋ยว​ไม่ทันเอา”


“เดินทางปลอดภัยนะคะป้ามารี”


“ขอบคุณนะคะ คุณหนูก็ดูแลตัวเองด้วยนะคะ”


“ได้ค่ะ” ฉันยิ้ม ป้ามารีก็ยิ้มก่อนออกจากห้องฉันไป ก่อนฉันจะทำธุระส่วนตัวเสร็จลงไปกินข้าวเช้าเสร็จ แน่นอนล้างจานได้เก็บเรียบร้อย ก่อนจะมุ่งตรงไปหาห้องเก็บของ เพราะอยู่ๆก็คิดถึงไวโอลินตัวเก่าที่หางปลาที่ยึดสายไวโอลินกับที่รองคอมันพังไปขึ้นมา คุณเจ้าจอมก็ซื้อไวโอลินตัวใหม่ให้ก็คือตัวที่ใช้ตอนนี้ แต่ฉันว่าอยากเอามันไปซ่อมที่ร้านไหนสักทีที่รับซ่อมมันได้โดยคงสภาพเหมือนเดิมที่สุด


ทันทีที่เข้าไปในห้องเก็บของ ฉันก็สำลักฝุ่นจนจามหลายที พลางเอื้อมมือไปเปิดสวิตช์​ไฟ ภายในห้องจึงสว่างขึ้นมาบ้าง ฉันจึงเดินเข้าไปพร้อมปิดจมูกกันละอองฝุ่นที่ฟุ้งเบาๆ กวาดสายตามองหาของที่ต้องการ ก่อนจะเห็นว่าตัวไวโอลินที่คิดถึงอยู่ในกระเป๋าไวโอลินแล้ววางบนตู้เสื้อผ้าเก่าที่สูงเกือบสองเมตร ฉันเลยตัดสินใจโดดเอื้อมดึงมันลงมา แต่เหมือนติดอะไรบางอย่าง ฉันก็เพิ่มแรงอีกนิด คราวนี้ของที่ต้องการก็อยู่ในมือ พร้อมสิ่งของอื่นตกพื้น


ตึง! พึ่บ!


เท่านั้นไม่พอ สิ่งของนั้นเป็นอัลบั้มรูปเก่าๆที่รูปข้างในกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นห้องเป็นวงกว้าง ฉันเลยวางของที่คิดถึงอยู่ตรงที่ปลอดภัย แล้วเก็บรูปนั้นทีละแผ่น แผ่นแรกที่ฉันเก็บพลิกขึ้นมาดูคือรูปแม่ยิ้มเล่นเปียโนอย่างมีความสุข ฉันยังไม่เคยเห็นแม่เล่นเปียโนเลยสักครั้ง แบบมันแปลกตามากจริงๆ แต่ไม่ค่อยแปลกใจที่คุณเจ้าจอมจะเล่นเปียโนเป็น เพราะเป็นนักดนตรีสากล แล้วแม่ไม่เคยบอกว่าเล่นเปียโนได้อีกด้วย


ฉันเดินลงไปเก็บรูปแผ่นที่สองทำให้ฉันตกตะลึง มันเป็นภาพแม่อุ้มทารกน้อย ข้างๆแม่ก็มีสาวน้อยวัยหัดเดินประมาณ​ขวบหนึ่งเกาะกำชายเสื้อแม่ ซึ่งหน้าตาของสาวน้อยคนนั้นมันดูคล้ายๆฉัน แต่ไม่ใช่ฉันเลย ภาพทารกในอ้อมแขนนั้น ฉันจำได้ว่าเป็นตัวเองเพราฉันจำได้รูปตอนฉันเด็กๆได้ก็ตอนปีที่แล้วแม่ยังเอาอัลบั้มรูปในห้องนอนของแม่นั้นให้ฉันดู แต่มันไม่มีภาพแบบนี้ มีแต่ภาพฉันกับแม่ ไม่งั้นก็มีแค่ฉันนี่น่า ฉันได้แต่สงสัยแล้วไปเก็บรูปต่อไปอีกเผื่อได้คำตอบอีก


“บางทีก็เกือบลืมว่าแค่มาเอาไวโอลินเก่า ทำไมเจอแต่เรื่องน่าสงสัยในนี้นะ” ฉันบอกตัวเองที่ไม่สามารถละความสนใจรูปภาพได้เลย


ฉันเลยจะเก็บรูปไปต่อไป แต่รูปใบนั้นติดซอกพื้นตู้ที่ฉันลองไปดึงเอามันออกมา ฉันดึงไม่ออก ลองพยายามดึงออกเป็นซิกแซกก็ไม่ออก ฉันเลยหงุดหงิด ออกแรงดึงรูปออกมาด้วยแรงที่มี รูปหลุดออกมาแล้ว แต่ฉันก็ลอยลิ่วหลังไปกระทบพวกกล่องใส่ของในนั้นค่อนข้างไม่เบานัก ทันทีไปกระทบก็เกิดเสียงแปลกๆ


ตึ้งงง!


เสียงดังคล้ายเสียงเปียโนโน้ต​โดดังกังวานไปทั่วห้อง เมื่อหายตกใจ ฉันเลยหมุนตัวไปข้างหลังกลับพบว่ามีแต่กล่องกระดาษ​สีน้ำตาลหม่นเต็มไปหมด ก่อนตัดสินยกกล่องที่วางซ้อนกันอยู่สามชั้นออก ก็เจอเเกรนด์เปียโนสีน้ำตาลจางหลังใหญ่หลังกล่องกระดาษอย่างน่าแปลกใจที่สุด พาให้สงสัยว่าทำไมแม่ต้องซ่อนมันไว้แบบนี้ ฉันพยายามนึกถึงความทรงจำเก่าๆตอนเด็กๆ แต่ก็มืดไม่เห็นอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่าจนหงุดหงิดใจเล็กๆ เผลอไผลกำมือข้างขวาตัวเอง รูปที่ดึงมาออกจากซอกเมื่อกี้ดังกร๊อบแกร๊บ​ในอุ้งมือ เลยรีบคลายมือคลี่รูป


“นี่คุณพ่อหรือเปล่านะ?” ร่างสูงโปร่งท่าทางสง่างาม รูปหน้าคมคายออกไปทางตะวันตกที่กำลังพิงตัวกับเปียโนหลังโตซึ่งฉันเพ่งมองก็คือตัวเดียวกันในห้องเก็บของนี้มองหญิงสาวที่กำลังบรรเลงเปียโนด้วยสายตาหวานซึ้งราวกับบอกรัก ซึ่งฉันพยายามนึกถึงคุณพ่อวนไปซ้ำมา


“ทำไมถึงนึกชื่อไม่ออกนะ” ฉันพลิกรูปดูไปด้านหลัง ก็พบเข้ากับข้อความหนึ่งบรรทัดสั้นๆด้วยตัวหนังสือภาษาไทยยึกยือ​แบบคนเพิ่งฝึกเขียน



‘ของขวัญชิ้นพิเศษ สุนสันต์​วันครบรอบเเต่งงาน 2 ปีของเรา จาก Frederick L.’



“ใช่คุณพ่อจริงๆด้วย แต่ทำไมฉันถึงไม่มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับคุณ​พ่อเลยล่ะ มันว่างเปล่าไปหมด” ฉันจับหัวตัวเองพลางเค้นคิดถึงคนที่ชื่อเฟรเดริก แต่ไม่เจออะไรเลย แม้แต่ความรู้​สึกก็ยังไม่เจอว่าเคยรู้สึกยังไงกับเขาที่เป็นพ่อ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้นะ แถมฉันก็เพิ่งมานึกได้ว่าฉันไม่เคยจำเรื่องราวอดีตที่ครอบครัวครบถ้วน มีพ่อ แม่ ฉัน และไม่แน่ว่ามีพี่สาวอีกด้วยเลยแม้แต่นิดเดียว

………..…………………………..…………………………………………….


หญิงสาวเท้าคางบนโต๊ะหนังสืออ่านข้อมูลที่ได้รับมาจากแหล่งข้อมูลพิเศษ​ที่อุตส่าห์​ไปขอมาภายในเพนท์​เฮ้าส์ส่วนตัวแถวชานเมือง ที่หน้าห้องแฝงไปด้วยตำรวจนอกเครื่องแบบคอยรักษาความปลอดภัยอยู่อย่างต่อเนื่อง พออ่านจบก็เผลอเหม่อมองทะลุประตูกระจกไปที่ไหนสักที่แล้วขมวดคิ้วครุ่นคิดแผนการรับมืออีกฝ่ายอีกฝ่ายที่เป็นปรปักษ์ที่เดินตามไม่ทันไปหลายขั้น

“ตอนนี้ทำอย่างเดียวที่ปกป้องสินะ”

………..…………………………..…………………………………………….

ลิสเราจะอยู่ห่างจากอิพี่ได้จริงหรอ? อิพี่จะยอมไหมนั้นต้องติดตามตอนหน้าจ้า                   เรื่องจะค่อยๆเพิ่มคามเข้มข้นเรื่อยๆ

กดหัวใจและคอมเม้นให้รีดตัวน้อยๆอย่างเราชื่นใจหน่อยนะค้าบ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

29 ความคิดเห็น

  1. #20 tea time (@jeanny) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 13:02
    ดูแล้วอิพี่ไม่น่ายอม
    #20
    0