[END] ดวงอาทิตย์ของคุณชายเล็ก

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,146
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 277 ครั้ง
    6 ก.ค. 63

-5-

“อาทิตย์หน้าพี่พีต้องกลับไปหาน้องชายไหมครับ”

“อาทิตย์หน้าดิมไม่กลับบ้านเพราะต้องติวหนังสือกับเพื่อน ผมก็คงไม่ได้กลับเหมือนกัน” รพีเดินถือแก้วน้ำผลไม้เข้าไปหาเจ้านายและมองอีกฝ่ายอย่างจริงจัง “คุณชายเล็กอยากให้ผมทำอะไร สั่งมาได้เลยครับ”

“อย่าเรียกว่าสั่งเลยครับ ควรต้องบอกว่าขอร้องมากกว่า”​ กล่าวจบหม่อมราชวงศ์คีรินทร์ก็ผายมือเชิญให้พ่อบ้านส่วนตัวนั่งลงบนโซฟาด้านข้าง ริมฝีปากบางลอบยิ้มขบขันเมื่อเห็นท่าทีแข็งเกร็งของคนที่ดูจะไม่เต็มใจนั่งเท่าไรนัก แต่ไม่อาจทำอะไรได้เพราะเผลอรับปากว่าจะปฏิบัติตัวอย่างสนิทสนมเมื่ออยู่ด้วยกันสองคนไปแล้ว

หากจะบอกว่ารพีเจียมตัวเสียยิ่งกว่าพนักงานทั่วไปก็คงไม่ผิดนัก เพราะครั้งแรกที่ต้องพูดคุยกัน ชายหนุ่มเอาแต่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านข้าง ไม่ยอมนั่งลงอย่างเท่าเทียม แม้คุณชายเล็กจะมอบความสนิทสนมให้เพียงใดก็ยังเว้นระยะห่างไม่เลิก ท้ายที่สุดเจ้านายผู้อ่อนโยนจึงได้แต่แอบหลอกล่อ ใช้ไม้อ่อนพูดว่าตนไม่ค่อยมีเพื่อนอย่างนั้นอย่างนี้เพื่อให้อีกคนยอมรับปากว่าจะไม่ทำตัวห่างเหินมากจนเกินไปอีก

ถามว่าได้ผลหรือไม่คงต้องบอกว่าไม่มาก... แต่ก็ยังถือว่ามีการพัฒนา และจะต้องพัฒนาต่อไปอีกในอนาคตแน่นอน

“อาทิตย์หน้าเล็กต้องไปร่วมงานเลี้ยงแทนพี่ชายใหญ่ พี่พีช่วยไปกับเล็กได้ไหมครับ”

“ได้สิครับ แต่ว่าคุณตรีภพ...” 

“จริงๆ แล้วคุณตรีภพเป็นเลขาฯ อีกคนของพี่ชายใหญ่ที่มาช่วยดูแลเล็กครับ แต่เพราะตอนนี้เล็กมีพี่พีแล้ว คุณตรีภพจึงกลับไปช่วยงานพี่ชายใหญ่ตั้งแต่เมื่อสามวันก่อน ด้วยเหตุนั้นเล็กจึงต้องรบกวนให้พี่พีไปรับไปส่งที่มหาวิทยาลัยแทน” คล้ายกับการพูดถึงเรื่องนี้ทำให้คุณชายเล็กนึกขึ้นได้ว่ารพีแทบจะทำทุกอย่างให้ตนเกือบหมดแล้ว สีหน้าจึงดูจะเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด “ถ้างานหนักไปพี่พีบอกเล็กได้เลยนะครับ” 

“ไม่หนักไปเลยครับ ผมเต็มใจทำ” รพีรีบบอกเมื่อเห็นสีหน้าของคนใจดีที่แคร์ความรู้สึกของเขามากราวกับไม่ใช่เจ้านายที่สั่งการได้ทุกอย่าง แม้ใจหนึ่งจะบอกว่าไม่สมควรดีใจ แต่เขาก็ไม่อาจปฏิเสธความรู้สึกลึกๆ ที่เกิดขึ้นเพราะได้รับความใส่ใจเช่นนี้ได้อยู่ดี

ตลอดระยะเวลาที่ทำงานมามากมายหลายอย่าง รพีพบเจอเจ้านายมาหลายประเภท ทั้งที่ต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง ทั้งที่ใจดีหรือใจร้าย เห็นแก่ตัวหรืออื่นๆ อีกมากมาย เขามั่นใจมากว่าตัวเองมีภูมิต้านทานเรื่องพวกนี้สูงกว่าใครทั้งหมด แต่เมื่อได้มาทำงานกับคุณชายเล็ก ถึงจะเพิ่งทำได้เพียงไม่นาน รพีกลับค้นพบว่าคนคนนี้แตกต่างจากเจ้านายที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง

คุณชายไม่ได้งดงามเพียงรูปลักษณ์ภายนอก... แต่หมายรวมไปถึงจิตใจทั้งหมด เป็นคนที่สมควรจะยืนอยู่ในจุดที่สูงกว่าใคร และไม่ควรจะลงมาแปดเปื้อนสิ่งสกปรกใดๆ ทั้งสิ้น

นั่นคือสิ่งที่อยู่ในใจของรพีผู้เคารพและนับถือเจ้านายจากใจ หารู้ไม่ว่าหากคุณชายทราบว่าเขาคิดอะไรอยู่คงไม่อาจนิ่งเฉยได้อย่างตอนนี้แน่

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลยครับ” คุณชายเล็กยิ้มหวาน “พี่พีทราบขนาดไซซ์เสื้อผ้าตัวเองอย่างละเอียดไหมครับ เล็กจะสั่งตัดชุดให้ เอาไว้ใช้เวลาต้องไปทำงานด้านนอกด้วยกัน”

“เรื่องนั้น...ผมไม่ทราบเลยครับ”​ รพียิ้มแห้ง ปกติเวลาต้องใส่เสื้อผ้าอะไร เขาก็อาศัยซื้อแบบฟรีไซซ์ที่ใส่ได้แน่ๆ หรือกะคร่าวๆ เอาอย่างเดียว ไม่เคยคิดสนใจว่าต้องวัดอะไรเลยสักครั้ง ฟังดูจากคำพูดของคุณชายก็มั่นใจได้แล้วว่าอีกฝ่ายต้องการตัดสูทให้ จะให้บอกรายละเอียดแค่เพียงคร่าวๆ ไปคงใช้ไม่ได้แน่นอน

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวเล็กวัดให้ก็ได้”

วัดให้ที่ว่า แน่นอนย่อมหมายถึงวัดให้ด้วยตัวเอง รพีที่เห็นคุณชายของตนเดินไปหยิบสายวัดออกมาจากลิ้นชักของชั้นวางโทรทัศน์ตกใจกับการกระทำนั้นจนลืมคิดไปเสียสนิทว่าทำไมคุณชายถึงคิดจะวัดให้เขาด้วยตัวเอง ไม่เรียกคนมาวัดให้แทนทั้งที่มีกำลังพอจะทำแบบนั้นได้ง่ายๆ

“คุณชายเล็ก ไม่ต้องครับ...”

“พี่พีรังเกียจหรือครับ”

“ไม่ครับ ผมจะรังเกียจได้ยังไง” รพีคนซื่อรีบส่ายหน้าปฏิเสธพลางกลั้นหายใจเมื่อร่างสูงสง่าของเจ้านายเดินเข้ามาหาในระยะประชิด

“เล็กอาจจะไม่ได้เชี่ยวชาญอะไร แต่ก็พอทราบว่าต้องวัดตรงไหนอย่างไรบ้าง พี่พียืนนิ่งๆ นะครับ” ว่าจบเจ้าของเสียงนุ่มนวลก็โอบแขนไปรอบกายคนที่สูงกว่าเล็กน้อย หยิบจับสายรัดให้รั้งเอวสอบเอาไว้ตามที่ควรจะเป็น ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีที่ได้ใกล้ชิด คล้ายกลิ่นประจำกายและสัมผัสของผิวเนื้อที่สัมผัสกันโดยบังเอิญจะทำให้รพีแข็งเกร็งไปหมดทั้งตัว

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเขาไม่แน่ใจนักว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่รู้เพราะเหตุใดการกระทำของคุณชายเล็กจึงสร้างความรู้สึกประหลาดให้ ทั้งที่อีกฝ่ายเพียงแค่ทำสิ่งที่ต้องทำเท่านั้น ท้ายที่่สุดความใกล้ชิดที่มากเกินไปก็สร้างความหวาดหวั่นให้รพีอย่างเห็นได้ชัดจนชายหนุ่มเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว

หม่อมราชวงศ์คีรินทร์ไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ เมื่อเห็นการการะทำของรพี เขาเพียงแค่ก้าวถอยหลังออกห่างไปเล็กน้อย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งไซซ์เสื้อผ้าของรพีไปให้คนอื่นดูแลต่ออย่างรวดเร็ว เมื่อเรียบร้อยแล้วถึงได้เงยหน้าส่งยิ้มไปให้คนที่แสดงสีหน้าเป็นกังวลออกมา คล้ายกำลังรู้สึกผิดที่ถอยห่างออกจากเขาก่อน

เป็นกลไกการป้องกันตัวเองที่น่าเอ็นดูจริงๆ...

“อีกไม่กี่วันชุดก็คงเสร็จ ถึงตอนนั้นเล็กจะให้ช่างเข้ามาแก้ไขหากมีปัญหาอีกรอบ พี่พีไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะใส่ไม่ได้เพราะเล็กพลาดนะครับ” 

“เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอกครับ แต่ว่าค่าใช้จ่าย...คุณชายเล็กหักจากเงินเดือนผมได้ไหมครับ” รพีเอ่ยอย่างเป็นกังวล เพราะตัวเขาคงไม่มีเงินสดสำหรับค่าชุดสูทที่น่าจะมีราคาพอสมควรแน่นอน 

“ลืมไปหรือเปล่าครับว่าเล็กเป็นคนขอให้พี่พีไปงานนี้เป็นเพื่อน” คนพูดส่ายหน้าอ่อนใจแล้วกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ในเมื่อเล็กเป็นคนขอร้องแล้วจะให้พี่พีมารับผิดชอบเรื่องพวกนี้ได้ยังไงกันครับ”

“แต่ว่า...”

“เล็กเปลี่ยนใจแล้ว เราไปที่ร้านกันดีกว่า ถือโอกาสออกไปเดินเล่นด้วย”​ พูดจบคุณชายก็อมยิ้มขี้เล่น ถือโอกาสพูดดักทางอย่างรู้ทัน “เล็กอยากออกไปเที่ยวครับ พี่พีคงไม่ปฏิเสธความต้องการของเล็กใช่ไหม”

“ผมจะปฎิเสธได้ยังไงกันครับ” รพีพูดเสียงอ่อย หลังจากอยู่ด้วยกันมาสักพักก็เริ่มเข้าใจแล้วว่ารอยยิ้มอ่อนโยนของคุณชายแปลได้หลายความหมาย และการที่ดวงตาคู่สวยเป็นประกายระยิบระยับควบคู่ไปกับรอยยิ้มเช่นนี้หมายถึงอีกฝ่ายกำลังหยอกล้อเขาอยู่

ในสายตาของรพี หากไม่นับเรื่องภาพลักษณ์ การพูดจาหรือการวางตัวซึ่งน่าจะเป็นลักษณะนิสัยของคุณชายมาตั้งแต่ต้น เจ้านายของเขานับได้ว่าเป็นคนพูดคุยด้วยง่ายแล้วก็ใจดีมากๆ คนหนึ่ง ถึงแม้ออร่ารอบกายจะค่อนข้างสูงส่ง ทำให้คนต้องเกรงใจไปเองโดยไม่จำเป็นต้องเอ่ยอะไร แต่เขาก็ยังคิดว่าคุณชายเป็นคนดีที่ไม่ถือตัวอยู่เหมือนเดิม

ความคิดนี้ลองมีคนอื่นมาล่วงรู้เข้า เห็นทีรพีคงจะถูกมองแรงใส่อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะ ‘ความพิเศษ’ ที่ว่านั่นไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้รับทั้งหมด อย่างน้อยก็ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เรียกชื่อเล่นของคุณชายคีรินทร์ตรงๆ แน่นอน กระทั่งเรื่องที่ต้องใช้เหตุผลมาหลอกล่อขอนั่งคู่เบาะหน้ารถแทนที่จะเป็นเบาะหลังก็ไม่ใช่เรื่องปกติทั่วไปเช่นกัน

“พี่พีคงไม่คิดจะบอกให้เล็กไปนั่งด้านหลังอีกใช่ไหมครับ”

คนที่เตรียมจะเปิดประตูหลังรถให้เจ้านายหยุดชะงักมือแทบจะทันทีที่ได้ยินคำพูดรู้ทันนั้นเข้า รพีจ้องมองสีหน้าเจือรอยยิ้มของคุณชายเล็ก ก่อนจะกลับไปยืนตรงช้าๆ แล้วเปลี่ยนไปเปิดประตูข้างคนขับแทน

“ด้านหน้าก็ด้านหน้า แต่อย่าปฏิเสธเรื่องที่ผมเปิดประตูให้เลยนะครับ”

“พี่พีพูดขนาดนี้ เล็กจะกล้าปฏิเสธได้อย่างไรครับ” คุณชายเล็กหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงนุ่มนวลอารมณ์ดีจนคนมองผ่อนคลายตามไปด้วย รอยยิ้มบังเกิดขึ้นบนใบหน้าคมคายโดยไม่อาจห้าม

ท้ายที่สุดพวกเขาก็ตรงไปยังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งด้วยกัน ดูไปแล้วไม่คล้ายเป็นเจ้านายกับลูกน้อง แต่เหมือนคนสนิทที่มาเที่ยวมากกว่า ถึงไม่อาจมองว่าเป็นเพื่อนเพราะฝ่ายหนึ่งไม่กล้าตีตนเสมอท่าน ส่วนอีกฝ่ายไม่อยากเป็นแค่เพื่อน หากก็ยังห่างไกลจากคำว่าคนรู้จักธรรมดาหลายเท่า

“เดี๋ยวเล็กพาพี่พีไปที่ร้านประจำเพื่อวัดตัวก่อน หลังจากนั้นเราค่อยไปเดินเล่นกันนะครับ”

“คุณชายเล็ก...” 

คนที่กำลังจะเดินนำเข้าไปด้านในห้างหยุดเท้าและหันกลับไปมองด้านหลังอีกครั้ง กระทั่งเห็นว่ารพียกมือค้างไว้เหมือนจะรั้งแขนเขาตามสัญชาตญาณแต่คิดได้ทันว่าไม่ควร เขาจึงจัดการจับข้อมืออีกฝ่ายแล้วดึงมาวางบนมือตัวเองโดยไม่เสียเวลาคิดเลยแม้แต่น้อย

“จับได้ครับ เล็กอนุญาต”

หน้าตาที่ดูทำอะไรไม่ถูกของรพีสร้างความรู้สึกขบขันให้แก่คีรินทร์ไม่น้อย ยิ่งมองเขาจึงยิ่งอารมณ์ดี จนกลายเป็นเผลอทิ้งความเหมาะสม เป็นฝ่ายจับมือรพีแล้วดึงให้เดินไปด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ คราวนี้ทำเอาคนถูกจูงมือตกใจจนสติแทบหลุด อยากจะพูดอะไรสักอย่างก็พูดไม่ออก อยากจะดึงมือออกก็ทำไม่ลงอีก

นับได้ว่าเป็นโชคดีของรพีที่ร้านตัดสูทเจ้าประจำของคุณชายไม่ได้อยู่ไกลจากลานจอดรถเท่าไรนัก เดินเข้ามาเพียงไม่นานก็ถึง เขาจึงได้สติคืนกลับมาเร็วกว่าที่คิด ดวงตาคู่คมมองตามหลังเจ้านายที่ปล่อยมือออกและเดินนำเข้าไปอย่างเป็นกังวล ความคิดที่ไม่สมควรบางประการดูคล้ายจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แต่เขาก็ยังไม่อยากจะยอมรับ เพราะคิดว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องลืมเรื่องที่รู้สึกไปและกลับมาสนใจปัจจุบันแทน

“สวัสดีครับคุณผู้ชาย”​ พนักงานของร้านมองเพียงครู่เดียวก็รับรู้ได้ถึงความแตกต่างของผู้มาใหม่จากการวางตัวและเสื้อผ้าที่สวมใส่ ถึงแม้จะก้มศีรษะให้รพีตามมารยาท แต่สมาธิและท่าทางนอบน้อมล้วนแล้วแต่แสดงออกกับหม่อมราชวงศ์คีรินทร์โดยอัตโนมัติ ไม่คิดจะแลตามองรพีเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังเผลอแสดงอารมณ์ออกมาทางสายตายามเมื่อเห็นเครื่องแต่งกายของชายหนุ่มเสียอีก

เรื่องนี้โดยทั่วไปก็คงนับได้ว่าเป็นเหตุการณ์ปกติ คนที่มาร้านสูทหรูหราราคาแพง หากไม่แต่งตัวดีมาคนเดียวก็มักจะมีผู้ติดตามมาด้วยอยู่แล้ว และก็คงไม่มีใครคิดใส่ใจกับผู้ติดตามเหล่านั้นเท่าไรนัก ไม่ว่าจะเป็นแขกหรือพนักงานก็ตาม แต่ความคิดเช่นนั้นใช้ไม่ได้กับคุณชายคีรินทร์ 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามาที่นี่ แต่เหตุการณ์ที่พนักงานมองผู้ติดตามของเขาด้วยสายตาเช่นนี้กลับเพิ่งเคยเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก อาจเพราะปกติเวลามากับตรีภพ ฝ่ายนั้นก็มักจะใส่สูทอยู่ตลอดจึงดูภูมิฐานกว่ารพีหลายเท่า หรืออาจเพราะคนที่มาต้อนรับมักรู้จักกันดีอยู่แล้วก็ตาม ทว่านั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้คนของเขาต้องถูกมองด้วยสายตาเช่นนี้อยู่ดี

“คุณเป็นพนักงานใหม่หรือครับ” คุณชายคีรินทร์ยกยิ้มจาง ท่าทางสุภาพอ่อนโยนเป็นปกติ แม้แต่น้ำเสียงก็ไม่มีความไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...

“ใช่ครับ ผมเพิ่งเริ่มงานได้สองอาทิตย์” พอได้ยินคำพูดของแขกที่ให้ความรู้สึกน่ากลัวแบบแปลกๆ ทั้งที่มีใบหน้ายิ้มแย้มดูใจดี พนักงานหนุ่มก็อดรู้สึกเกร็งไม่ได้ “ไม่ทราบว่าคุณผู้ชายมีพนักงานประจำที่คอยดูแลอยู่แล้วหรือปล่าครับ”

“ถ้าเป็นคนที่ดูแลอยู่ตลอดก็พอมีครับ แต่ปกติผมไม่ได้เลือกพนักงาน ทางนั้นมักจะเสนอตัวมาช่วยเหลือเองมากกว่า” กล่าวจบคุณชายคีรินทร์ก็หลุบตาลงเล็กน้อยเพื่อมองสำรวจพนักงานตรงหน้า “น่าเสียดายที่ความประทับใจแรกเจอที่ผมมีต่อคุณค่อนข้างติดลบไม่น้อย”

“…”

“ที่นี่ไม่มีกฎเรื่องที่พนักงานห้ามสูบบุหรี่ระหว่างเวลางานหรือครับ ผมยืนห่างขนาดนี้ยังได้กลิ่น ไม่คิดว่าเสื้อผ้าจะติดไปด้วยหรืออย่างไร แล้วอีกอย่าง...สายตาประเมินค่าคนเช่นนั้น หากเป็นไปได้อย่าทำให้เห็นน่าจะดีกว่านะครับ”

อย่างน้อยก็กับคนของผม...

พนักงานหนุ่มสัมผัสได้ว่านั่นคือถ้อยคำที่ลูกค้าผู้มีใบหน้ายิ้มแย้มส่งผ่านมาทางสายตา อย่าว่าแต่เรื่องนี้เลย แค่เรื่องบุหรี่ก็ทำให้เขาตกใจจนแทบบ้าแล้ว ทั้งที่คิดว่าฉีดน้ำหอมทับมาเป็นอย่างดี ทว่าคนตรงหน้ากลับรับรู้ได้ในเสี้ยววินาที หากเจ้านายของเขารับรู้เข้า ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจทำงานต่อไปได้แน่

“ผะ…ผม…"

“คุณชาย?” พลันเสียงทักทายที่ทำให้พนักงานทั้งร้านขนพองสยองเกล้าก็ดังขึ้นจากหน้าร้าน ชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานซึ่งมีศักดิ์เป็นเจ้าของแบรนด์ชื่อดังระดับโลกอย่างสนธยาปรากฏกายพร้อมสีหน้าประหลาดใจ “คุณชายจริงๆ ด้วย ทำไมไม่บอกผมก่อนล่ะครับว่าจะมาที่ร้าน”

“ใครๆ ก็รู้ว่าคุณสนธยางานยุ่งขนาดไหน ผมแค่อยากมาตัดสูทไม่กี่ชุด ไม่ต้องรบกวนเจ้าของร้านหรอกครับ” หม่อมราชวงศ์คีรินทร์กล่าวพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน ทำราวกับเมื่อครู่ไม่ได้เกิดเรื่องใดๆ ขึ้นทั้งสิ้น ต่างจากพนักงานใหม่ของร้านซึ่งยืนหน้าซีดอยู่ด้านข้างตั้งแต่ได้ยินคำว่า ‘คุณชาย’ โดยสิ้นเชิง

ร้านสูทแบรนด์สนธยาที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกแห่งนี้ แท้จริงมีสาขาหลักอยู่ที่ประเทศอื่น ทว่าเจ้าของร้านซึ่งเป็นคนไทยตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ถาวร นอกจากช่วงเวลาที่ต้องเดินทางไปดูงานต่างประเทศ เขาจึงเข้ามาดูร้านที่นี่เป็นประจำ เปรียบเสมือนสาขาหลักที่สองไปแล้ว 

พนักงานทุกคนของร้านล้วนแล้วแต่รู้ดีว่าคุณสนธยาเป็นคนเข้มงวดจริงจัง ทั้งยังชื่นชอบความเป็นระเบียบเรียบร้อย ด้วยเหตุนั้นจึงมีกฎต่างๆ ที่พนักงานต้องปฏิบัติตามเป็นจำนวนมาก หนึ่งในหัวข้อที่สำคัญที่สุดคือพนักงานต้องปฏิบัติต่อลูกค้าเป็นอย่างดี และชื่อของแขกวีไอพีที่ถูกย้ำนักหนาจากเจ้าของร้านก็คือชื่อของ ‘หม่อมราชวงศ์คีรินทร์’ หรือ ‘คุณชายคีรินทร์’ ซึ่งเป็นแขกคนสำคัญของสนธยา 

ปกติหากสนธยาอยู่ที่ร้าน เขามักจะเป็นคนดูแลแขกวีไอพีด้วยตัวเอง แต่หากวันไหนไม่อยู่ ขอเพียงทราบชื่อแขก พนักงานก็จะไปตามผู้จัดการร้านมาในทันที และกฎอีกข้อที่สำคัญของร้านก็คือเรื่องของกลิ่น... สนธยาไม่ได้คัดกรองพนักงานถึงขั้นสั่งห้ามไม่ให้สูบบุหรี่ ทว่าเขาย้ำกับพนักงานทุกคนว่าห้ามสูบในเวลางานหรือช่วงพักเด็ดขาด เนื่องจากกลิ่นบุหรี่อาจจะติดกายมา และไปติดเสื้อผ้าภายในร้านต่อได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากสนธยารับรู้ว่าพนักงานที่มาต้อนรับคุณชายคีรินทร์ทำผิดกฎจะเกิดอะไรขึ้น

ไม่ใช่เพียงทำให้แขกวีไอพีไม่พอใจ แต่ยังสูบบุหรี่ในช่วงเวลางานจนแขกคนสำคัญสังเกตเห็น... อย่างไรก็ไม่มีทางได้ทำงานต่อแน่นอน

“คุณชายพูดอะไรกันครับ ผมต้องมาต้อนรับแขกคนสำคัญด้วยตัวเองอยู่แล้วไม่ว่าจะยุ่งขนาดไหนก็ตาม” สนธยาพูดคุยกับแขกด้วยความสนิทสนม ก่อนจะหันไปมองรพีซึ่งยืนเงียบจ้องมองเจ้านายของตนด้วยแววตาอ่านยากมาตั้งแต่ต้น “แล้วท่านนี้คือ...”

“สวัสดีครับ ผมชื่อรพี เป็น...” คนที่ไม่รู้ว่าควรแนะนำตัวว่าเป็นอะไรดีเงียบเสียงไปชั่วจังหวะหนึ่ง ทว่ายังไม่ทันได้ตัดสินใจพูดว่าเป็นพ่อบ้าน คุณชายกลับเอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างถูกเวลา คล้ายรับรู้ได้ว่ารพีไม่แน่ใจว่าควรตอบอย่างไร

“พี่พีเป็นคนของผมครับ”

“คุณชายเล็ก...” รพีพึมพำเสียงแผ่ว กลัวว่าคำตอบของเจ้านายจะทำให้คนฟังคิดไปในทางที่ไม่ควร ไม่ได้รู้เลยว่าที่ทำให้สนธยาตกใจยิ่งกว่าก็คือชื่อที่เขาใช้เรียกเจ้านายนั่นแหละ

โชคยังดีที่ความเป็นมืออาชีพทำให้สนธยาปกปิดอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว เขาทักทายรพีอย่างมีมารยาท ปกติปฏิบัติกับแขกดีเพียงใด กับแขกวีไอพีต้องดียิ่งกว่า ส่วนคนของคุณชายที่ได้รับสิทธิ์ให้เรียกชื่อเล่นอย่างสนิทสนมเช่นนั้น ถ้ามีคำจำกัดความที่ยิ่งกว่าวีไอพี สนธยาคงมอบให้อย่างไม่ต้องสงสัย

“อันที่จริงคุณชายโทรเรียกผมไปวัดตัวให้ก็ได้นะครับ ไม่จำเป็นต้องมาถึงที่นี่เลย” สนธยาโบกมือให้พนักงานที่ยืนหน้าซีดอยู่ด้านข้างถอยออกไปทำอย่างอื่น ก่อนจะผายมือเชิญแขกทั้งสองเข้าไปด้านใน “เชิญด้านในก่อนครับ เข้าไปนั่งคุยกันดีกว่า”

หม่อมราชวงศ์คีรินทร์ไม่ได้เอ่ยอะไรเมื่อพนักงานที่กำลังจะถอยห่างออกไปเหลือบมองเขาด้วยความหวาดกลัวปะปนไปกับความเป็นกังวล รอจนเห็นอีกฝ่ายหมุนกายเดินจากไปโดยไม่มีแม้แต่คำขอโทษมอบให้แก่พี่พีของเขา คุณชายจึงดึงสายตากลับมาและเอ่ยเข้าเรื่องแทบจะทันทีที่นั่งลงบนชุดโซฟาหรูด้านในห้องพักสำหรับแขกพิเศษ

“คุณสนธยาน่าจะอบรมพนักงานใหม่อีกสักครั้งนะครับ”

เพียงแค่ประโยคเดียวหลุดออกจากปากของคุณชายผู้สุภาพอ่อนโยน ท่าทีของสนธยาก็แปรเปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างรวดเร็ว เขารู้ดีไม่แพ้ใครว่าคุณชายเป็นคนไม่คิดเล็กคิดน้อย อะไรปล่อยผ่านได้ก็มักจะปล่อยผ่าน ไม่สนใจได้ก็จะไม่สนใจ การที่พูดออกมาแบบนี้จึงไม่อาจนับได้ว่าเป็นเรื่องปกติ สมควรที่จะจริงจังเป็นอย่างมาก

“พนักงานคนเมื่อครู่ทำให้คุณชายไม่พอใจหรือเปล่าครับ”

“ครับ” คนฟังตอบรับอย่างตรงไปตรงมา “ผมจะไม่ชี้นำว่าคุณสนธยาต้องจัดการอย่างไร ขอให้ไปถามรายละเอียดกับเขาเองและตัดสินใจได้เลยครับ ไม่ว่าจะจบลงแบบไหน เรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของเราแน่นอน เพราะผมไม่ต้องการทราบข่าวใดๆ ทั้งสิ้น เพียงบอกให้คุณสนธยาทราบตามสมควรเท่านั้น”

คำกล่าวที่ว่ายิ่งสุภาพยิ่งน่าเกรงใจ สนธยามั่นใจว่าคงไม่มีใครเหมาะสมกับคำคำนี้ได้เท่าคุณชายคีรินทร์อีกแล้ว เขากักเก็บอารมณ์ด้านลบที่มีต่อพนักงานที่ทำให้คุณชายไม่พอใจเอาไว้ คิดในใจว่าอย่างไรก็ต้องไปจัดการตามสมควรแน่นอน แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลานั้น เพราะดูแล้วคุณชายน่าจะใส่ใจกับการเลือกชุดสูทมากกว่า สายตาจึงกวาดมองไปโดยรอบด้วยสีหน้าผ่อนคลายเป็นอย่างมาก

“ผมจะจัดการเรื่องพนักงานคนนั้นเองครับ ตอนนี้มาสนใจเรื่องสูทชุดใหม่ของคุณชายดีกว่า”

“ไม่ใช่ของผมหรอกครับ วันนี้ผมพาพี่พีมาตัดสูท”​ หม่อมราชวงศ์คีรินทร์ดึงสายตากลับมามองคู่สนทนาอีกครั้ง “เมื่อครู่ตอนผ่านเข้ามาผมมองทรงที่ถูกใจไว้บ้างแล้ว แต่อยากรบกวนให้คุณสนธยาวัดตัวพี่พีอย่างละเอียดให้สักหน่อย”

“สมเป็นคุณชายจริงๆ แค่เดินผ่านก็กวาดสายตามองได้ทั่วแล้ว” สนธยาส่งยิ้มให้แขกที่สนิทสนมอย่างเป็นกันเอง ถึงอย่างนั้นก็ไม่ลืมเว้นระยะห่างอย่างที่ควรทำ เพราะเขารู้ดีว่าคุณชายไม่ชื่นชอบให้ใครเข้าใกล้มากเกินความจำเป็น

…กับคนข้างๆ นั่นเห็นทีจะเป็นข้อยกเว้น

รพีที่ตั้งแต่ต้นจนจบแทบไม่ได้พูดอะไรเลยจ้องมองเจ้านายของตัวเองคุยกับสนธยาด้วยความตั้งใจ มีบ้างที่รอยยิ้มบังเกิดขึ้นโดยไม่อาจห้าม เพราะเห็นท่าทีของคนสุภาพนุ่มนวลที่แท้จริงเจ้าระเบียบและเข้มงวดเป็นอย่างมาก กระทั่งเรื่องของการเลือกสูทให้ลูกน้องอย่างเขายังจริงจังตั้งใจ ไม่ปล่อยผ่านแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ กว่าจะวัดตัวและเลือกแบบทุกอย่างเรียบร้อยก็กินเวลานานนับชั่วโมง

การที่คุณชายกับคุณสนธยาไม่ได้พูดคุยเรื่องราคากันเลยแม้แต่นิดเดียวทำให้รพีไม่รู้ว่าค่าตัดสูทกว่าห้าชุดที่เจ้านายสั่งให้รวมเป็นราคาเท่าไร ตัวเขาอยากจะเอ่ยปากถามแต่ก็พูดอะไรไม่ออกเพราะรู้ดีว่าคงปฏิเสธความต้องการของคุณชายไม่ได้อยู่แล้ว สุดท้ายจึงได้แต่คิดว่าสูทพวกนั้นจะใช้กับการทำงานเพื่อคุณชายอย่างเดียว และปล่อยผ่านไปพยายามไม่สนใจมันอีก

“เล็กคิดว่าพี่พีจะห้ามเสียอีก”

รพีหันไปมองเจ้านายที่เดินอยู่ด้านข้าง ไม่จำเป็นต้องครุ่นคิดอะไรให้มากความก็รับรู้ได้แทบจะทันทีว่าคำถามของคุณชายหมายถึงอะไร

“ผมเคารพการตัดสินใจของคุณชายเล็กครับ”

คำตอบแสนเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความจริงใจทำให้แววตาของหม่อมราชวงศ์คีรินทร์ดูอ่อนโยนกว่าเก่าหลายเท่า

“เพราะแบบนี้เล็กถึงได้ชอบพี่พีมากขึ้นทุกที”

“…” จังหวะการก้าวเดินของรพีชะงักกึกคล้ายไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำพูดนั้น ทว่าเมื่อหันไปมองก็ได้รับเพียงรอยยิ้มอ่อนโยนตอบกลับมา คล้ายคนพูดไม่คิดจะแก้ไขความเข้าใจผิดหรืออะไรทั้งสิ้น

…เห็นได้ชัดว่าเป็นสิ่งที่ตั้งใจจะพูดออกมา

“เราไปหาอะไรทานเล่นกันดีไหมครับ เล็กไม่ได้ทานไอศกรีมมานานมากแล้ว” 

โชคดีที่คุณชายใจดีกับรพีเหมือนเช่นทุกครั้ง จึงชวนเปลี่ยนเรื่องเองด้วยท่าทีเป็นปกติ ไม่สร้างความลำบากใจให้แก่ผู้รับฟังที่ได้แต่ยืนนิ่งเพราะทำอะไรไม่ถูก

“ได้ครับ” รพีกระแอมพลางตอบรับด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้นิ่งที่สุด “ถ้าอย่างนั้นเราไป...”

“พี?” 

เสียงเรียกทักทายที่ดังขึ้นจากเบื้องหลังทำให้พวกเขาทั้งคู่หยุดชะงักอย่างพร้อมเพรียง รพีเป็นฝ่ายหันกลับไปมองก่อนเพราะจดจำได้ดีว่าคนที่เรียกตัวเองคือใคร ขณะที่หม่อมราชวงศ์คีรินทร์เก็บงำความไม่พอใจที่มีคนเข้ามาขัดจังหวะในเวลาที่เขากับพี่พีอยู่ด้วยกันตามลำพังเอาไว้อย่างแนบเนียน

“ดิม ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้”

ดมิสที่เดินอยู่กับกลุ่มเพื่อนเกือบสิบคนหันไปพูดคุยกับเพื่อนได้สักพักจึงเดินเข้ามาหารพีเพียงลำพัง ไม่สนใจสายตาแตกตื่นของคนอื่นๆ ที่ได้เห็นหม่อมราชวงศ์คีรินทร์คนดังในระยะประชิด

“ไอ้ติมันจะเลี้ยงข้าวก็เลยมา แล้วพี...” ดวงตาคมเบนไปมองเจ้านายของพี่ชายแล้วผงกหัวให้อีกฝ่ายเล็กน้อย “พาคุณชายมาซื้อของเหรอ”

“ก็...ประมาณนั้น”​

อันที่จริงควรจะต้องบอกว่าคุณชายพารพีมาซื้อของมากกว่า

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปเถอะ เอาไว้เจอกันที่บ้าน วันนี้พีกลับบ้านใช่ไหม”

“ถ้าดิมกลับพี่ก็กลับ” 

“ได้ งั้นเจอกันที่บ้านนะ” ดมิสโบกมือลาพี่ชาย ก้มหัวให้คุณชายซ้ำอีกครั้ง จากนั้นจึงหันหลังเดินกลับไปตามเดิม การกระทำของคนที่ดูจะไม่เกรงกลัวหรือเกรงใจคุณชายเท่าไรนักสร้างความลำบากใจให้รพีมากพอควรจนเขาต้องหันกลับไปขอโทษเจ้านายแทนน้องชายตามมารยาท 

“ขอโทษด้วยนะครับคุณชายเล็ก ดิมคงจะเกรงใจเลยรีบไปโดยไม่ได้ทักทาย”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ พี่พีไม่ต้องเกรงใจเล็กขนาดนั้นก็ได้” คนฟังคลี่ยิ้มนุ่มนวล ไม่ใส่ใจท่าทีของดมิสเลยแม้แต่น้อย 

จะว่าอย่างไรดี...

น่าต้องบอกว่าคนคนนั้นค่อนข้างจะความรู้สึกไวละมั้ง หากใช้คำว่าน่าชื่นชมก็คงไม่ผิด เพราะคีรินทร์รู้ดีว่าอีกฝ่ายสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจเบาบางของเขา คงจะรู้ตัวว่าเข้ามาขัดจังหวะ แล้วก็รู้ว่าเขาไม่ได้อยากเสวนาด้วยเท่าไรนัก ถึงได้แสดงท่าทีเช่นเดียวกันออกมาให้เห็นโดยไม่ปิดบัง

เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะความตรงไปตรงมาของดมิสค่อนข้างจะเข้าตาเขาพอควร อย่างน้อยก็ดีกว่าพวกที่ชอบเข้ามาประจบสอพลอหรือทำตัวสนิทสนมเป็นไหนๆ และที่สำคัญ...คนที่เข้มแข็งแบบนี้สิถึงจะเหมาะเป็นน้องชายของพี่พี

“เมื่อก่อนดิมไม่ได้เป็นแบบนี้เลยครับ”​ รพีพึมพำอย่างอ่อนใจ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับคุณชาย เมื่อพวกเขาเข้ามาในร้านไอศกรีมเรียบร้อยแล้ว “ตอนเด็กๆ ดิมงอแงเก่งกว่านี้มาก ถึงจะตั้งใจทำงานไม่แพ้ใคร แต่ก็แสดงออกถึงความอ่อนแอออกมาให้เห็นแทบทุกครั้ง เวลาเหนื่อยก็มักจะบอกว่าเหนื่อย เวลาเสียใจก็มักจะร้องไห้ เรียกว่าต่างจากตอนนี้เอามากๆ เลย”

“แล้วอะไรคือจุดเปลี่ยนหรือครับ” คุณชายที่กำลังดีใจเพราะพี่พีของตัวเองเอ่ยเรื่องส่วนตัวขึ้นมาก่อนถามต่อด้วยความสนใจ 

“หลายอย่างครับ”​ คนที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของน้องชายมาโดยตลอดหลุบตาลงต่ำ “ทั้งประสบการณ์ สิ่งที่ได้พบเจอมา แต่ที่สำคัญที่สุดคงเป็นช่วงเวลาที่ผมทิ้งให้น้องอยู่คนเดียว”

“พี่พีหมายถึง...”

“หลังจากเรียนจบมัธยม ผมประสบอุบัติเหตุ ต้องนอนอยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน ช่วงเวลานั้นคือช่วงเวลาที่ดิมต้องอยู่เพียงลำพัง นั่นคงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาเปลี่ยนแปลงไปมากมายขนาดนี้”

แววตาเศร้าสร้อยที่ยังคงมองเห็นได้แม้เจ้าของสายตาจะพยายามเก็บงำมันเอาไว้ทำให้ผู้เฝ้ามองปวดหน่วงในใจโดยไม่อาจห้าม หม่อมราชวงศ์คีรินทร์ค่อยๆ วางมือทาบทับมือใหญ่ของรพีเอาไว้ แม้ไม่เอ่ยคำพูดใดในทันที ทว่าความอบอุ่นที่ส่งผ่านไปก็ยังช่วยปลอบประโลมรพีได้อยู่ดี

“หากน้องชายได้ยินพี่พีพูดเช่นนั้น เล็กคิดว่าพี่พีคงจะโดนโกรธแน่ๆ”

“นั่นสินะ”​ รพีหัวเราะออกมาเบาๆ เพียงแค่นึกถึงสีหน้าของดมิส หากมาได้ยินเขาบอกว่าตัวเองเคยทิ้งให้อีกฝ่ายอยู่คนเดียว เห็นทีคงจะโดนโกรธยาวหลายวันเป็นแน่

พลันสัมผัสนุ่มนวมที่ลูบไล้ฝ่ามือก็ดึงสติรพีกลับคืนมาอีกครั้ง เขาจ้องมองมือเรียวที่วางทาบทับมือตัวเองอยู่ ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้ามองคุณชายเล็กที่จ้องมองกันไม่ละสายตาไปไหน ในใจบังเกิดความรู้สึกสั่นไหวโดยไม่อาจห้าม

“ช่วงเวลานั้นพี่พีคงจะทรมานมาก...”​ ดวงตาของคุณชายเล็กทอประกายวูบไหว “หากเป็นไปได้ เล็กก็อยากจะอยู่ตรงนั้นด้วย”

“คุณชายเล็ก...”

“ถึงจะช่วยเหลืออะไรไม่ได้ แต่ถ้าได้อยู่ใกล้ๆ หากตอนนั้นเล็กได้อยู่ใกล้ๆ อย่างน้อยขอเพียงได้เห็นว่าพี่พีสบายดี ไม่ใช่หลีกหนี...” คำพูดที่แฝงความปวดร้าวเอาไว้อย่างเห็นได้ชัดหยุดชะงักเมื่อผู้พูดเม้มปากแล้วหลับตาลง รพีที่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดคุณชายจึงพูดเช่นนั้นทำได้เพียงจ้องมองอีกคนด้วยความเป็นห่วง

...ท้ายที่สุดก็เผลอพลิกมือขึ้นแล้วกอบกุมมือเจ้านายเอาไว้อย่างถือวิสาสะ

“คุณชายเล็กอย่าเจ็บปวดเพราะเรื่องของผมเลยครับ ถ้าเป็นแบบนั้นผมคงไม่สบายใจ”

เสี้ยววินาทีที่ดวงตาสบประสาน พวกเขาถ่ายทอดความรู้สึกที่ต่างฝ่ายต่างไม่เข้าใจไปถึงกันอย่างเงียบงัน แม้จะไม่รู้ว่าสิ่งที่ได้รับหรือสิ่งที่มอบให้ไปคืออะไร แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้หัวใจทั้งสองดวงอบอุ่นขึ้นได้อย่างน่าประหลาด คล้ายกับได้รับการปลอบประโลมอย่างไร้คำพูด

ต่างเพียงฝ่ายหนึ่งมั่นใจในความรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆ... ขณะที่อีกฝ่ายไม่กล้าหวังสูงคิดฝันไปไกลจนเผลอสร้างกำแพงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวก็เท่านั้น

 

------------

TALK : เราขออนุญาตปรับวันลงเป็นทุกวันจันทร์แทนนะคะ เพราะเสาร์อาทิตย์ไม่ค่อยว่างอ่านทวนเลย นี่ต้องรีบปิดต้นฉบับภายในเดือนนี้ด้วย รอนิดนึงนะคะทุกคน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 277 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

301 ความคิดเห็น

  1. #291 ggggg-ns (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 12:00
    พี่พีอย่ากลัวเลย ;-;
    #291
    0
  2. #276 Torii_sp (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 / 22:27
    ยัยน้อง บอกชอบพี่เขาอีกแล้ว!
    #276
    0
  3. #269 rattanalak44 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 12:02
    ดิมจะมีคู่มั้ยนะ อยากไห้มีจัง
    #269
    0
  4. #239 CallistoJpt (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 18:02
    ประโยคสุดท้ายของคุณชายเหมือนรู้จักพี่พีมานานแล้วเลย แต่ว่ากับน้องชายพี่พีเองก็หวงเหรอคะคุณชาย 55555555
    #239
    0
  5. #188 Xinx2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 03:01
    ตัวแสบจริง ๆ นะคุณชาย อย่างว่ามายุ่งกับคนของเขาก่อนอ่ะเนาะ ชอบบง แอบเห็นว่าพี่พีกล้าขึ้นหน่อย ๆ นะเนี่ย
    #188
    0
  6. #173 baekbow (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 10:46
    ตอนที่พี่พีประสบอุบัติเหตุ คุณชายต้องรู้แน่ๆเลย เผลอๆเป็นคนชนเองด้วยหรือป่าวก็ไม่รู้
    #173
    0
  7. #73 UmeMomo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 00:56
    กี๊ด ไม่ใช่คุณชายได้มั้ย คนที่ขับรถชนพี่พีขอให้ไม่ใช่คุณชายได้มั้ย ฮือออออ จิ้งจอกตัวน้อยของพี่พี แอแงงง
    #73
    0
  8. #70 storyfly (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 00:38
    หลีกหนีอะไร น้องคงไม่ได้เป็นสาเหตุเรื่องเมื่อตอนนั้นจริงใช่มั้ยนะ π π แต่เอาเป็นว่าความสัมพันธ์ก็พัฒนาขึ้นมาอีกหน่อยแล้วเนอะ
    #70
    0
  9. #48 pp.pcyn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 00:19
    ต่างฝ่ายต่างรู้สึกต่างกันเลย เอาใจช่วยไรท์นะคะ
    #48
    0
  10. #47 FDB88 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 22:48

    ทำไมคุณชายถึงรู้สึกผิดขนาดนี้ล่ะ มันมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในอุบัติเหตุนั้นใช่มั้ย / จะทำอะไรกับใครก็ได้แต่ไม่ใช่กับพี่พีของคุณชายเล็กนะจ๊ะ จรัมมม

    #47
    0
  11. #46 Tualek_Orp (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 21:34
    คุณชายเป็นคนขับรถชนรพีป่ะเนี่ย
    #46
    0
  12. #45 RainyPula (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 21:16
    อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นรถของคุณชายหรือเปล่า
    #45
    0
  13. #44 jadefloral (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 21:08

    มีไรซ่อนอยู่เหตุอุบัติเหตุพี่พีเปล่านะ

    #44
    0
  14. #43 ΩPRESTOΩ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 20:51

    คุณชาย ดิฉันขออนุญาตแหมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม ได้ไหมค่ะ

    สงสารพี่พีจริงจัง โดนแทะโลมตลอด ^^

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-big-08.png

    #43
    0
  15. #42 Toruka (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 19:56
    ชอบคุณชายมาก ทำไงดีคะ// ยื่นใบขอเปงเมียย สู้ๆนะคะคุณไรท์
    #42
    0