[END] ดวงอาทิตย์ของคุณชายเล็ก

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,179
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 330 ครั้ง
    29 มิ.ย. 63

-4-

การทำงานในช่วงอาทิตย์แรกของรพีผ่านพ้นไปได้ด้วยดี หลังจากมั่นใจว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร เขาจึงยอมตกลงตามที่ดมิสต้องการ ใช้เวลาในช่วงวันธรรมดาพักที่เพนท์เฮ้าส์ของคุณชาย และกลับไปเจอน้องชายที่นอนหอในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ถึงจะบอกว่าเป็นสวัสดิการ แต่รพีก็ยังเกรงใจเจ้านายที่ยกห้องพักแขกให้เขาใช้จนต้องตื่นเช้ามาทำงานก่อนเวลา แล้วก็เลิกงานในช่วงดึกหรือก็คือตอนที่คุณชายเข้านอนแล้วเท่านั้น 

ชีวิตในช่วงนี้เรียกได้ว่าสบายเป็นอย่างมากจนเขาเริ่มไม่คุ้นชิน เพราะเผชิญกับความลำบากมานานหลายปี ยิ่งเมื่อรวมเข้ากับการปฏิบัติตัวของเจ้านายที่ดูจะไม่ได้คิดว่าเขาเป็นคนรับใช้ ไม่เคยใช้งานกันหนักๆ เลยสักครั้ง รพีก็ยิ่งคิดว่าตัวเองสบายมากเข้าไปใหญ่

ตรงไหนกันที่บอกว่าจะใช้งานให้คุ้ม... ไม่รู้ทำไมคุณชายถึงได้ใจดีขนาดนี้

พลันคำพูดที่ได้ยินในวันแรกที่ได้เข้ามาทำงานก็ปรากฏชัดในหัวอีกครั้ง รพีหลับตาลงแล้วยกมือนวดขมับเบาๆ พยายามไม่คิดมากกับคำว่า ‘พิเศษ’ ที่ฝ่ายนั้นเอื้อนเอ่ยออกมา แม้เขาจะไม่อาจปฏิเสธความจริงได้ เนื่องจากคุณชายไม่เคยปิดบังความคิดหรือความหมายในการกระทำของตัวเองเลยสักนิด แต่มันก็ยัง...

ครืด ครืด

แรงสั่นสะเทือนของโทรศัพท์เครื่องเก่าที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงทำให้รพีหลุดออกจากภวังค์ ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก่อนจะรีบเก็บความฟุ้งซ่านในใจเอาไว้แล้วกดรับอย่างรวดเร็ว

“ครับคุณชาย”

[เล็กด้วยครับ]

น้ำเสียงนุ่มนวลจากปลายสายทำให้คนฟังหยุดยิ้มจางโดยไม่อาจห้าม อยู่ด้วยกันมาหนึ่งอาทิตย์ คุณชายไม่เคยพลาดที่จะแก้ไขคำเรียกขานของเขาเลยสักครั้ง

“คุณชายเล็ก” 

[ค่อยยังชั่วหน่อย... นี่ถ้าไม่กลัวพี่พีอึดอัด เล็กคงจะขอให้ตัดคำว่าคุณชายไปด้วย] คุณชายเล็กหัวเราะเสียงแผ่วอย่างอารมณ์ดี [เรียกว่าน้องเล็กเหมือนพี่ชายใหญ่ก็ดีนะครับ]

“จะทำแบบนั้นได้ยังไงกันครับ” รพีเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ยินยอม ถ้าไปเรียกแบบนั้นให้คนอื่นได้ยินเข้าคงไม่ดีแน่ๆ แค่มีชื่อเล่นห้อยออกมาเขาก็ต้องระมัดระวังมากแล้ว

[เล็กเพียงแค่ล้อเล่นครับ ในตอนนี้เล็กยังไม่หวังถึงขั้นนั้นหรอก พี่พีสบายใจได้]

“ในตอนนี้?” 

[เล็กพูดธุระเลยน่าจะดีกว่า] 

ทั้งที่เห็นได้ชัดว่าคุณชายคีรินทร์ต้องการเปลี่ยนเรื่องเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แต่รพีก็ไม่ได้พยายามจะวกกลับไปคุยเรื่องที่กำลังสงสัยเลยแม้แต่น้อย เขาตั้งใจฟังคำสั่งของเจ้านายอย่างเต็มที่ ตั้งใจชนิดที่ทำให้คุณชายเล็กไม่อยากจะพูดต่อเสียเอง เพราะอาจจะได้วางสายเร็วเกินไป

“มีอะไรให้ผมช่วย บอกมาได้เลยครับ”

[วันนี้เล็กต้องส่งงานชิ้นหนึ่งแต่ลืมเอามา อีกเดี๋ยวก็ต้องเข้าคาบเรียนแล้วด้วย พี่พีช่วยเอามาให้เล็กได้ไหมครับ เล็กวางทิ้งเอาไว้บนโซฟาที่ห้องรับแขก เป็นซองเอกสารสีน้ำตาล]

รพีก้มลงมองนาฬิกาแล้วขมวดคิ้วมุ่น เหลือเวลาอีกเพียงสิบนาทีก็จะบ่ายโมงตรงแล้ว ต่อให้รีบขนาดไหนเขาก็คงไปไม่ทันก่อนคุณชายเข้าเรียนแน่ๆ

“ถ้าเร่งไปผมอาจจะถึงในสิบห้านาที ปกติอาจารย์ของคุณชายเล็กมาตรงเวลาทุกครั้งหรือเปล่าครับ”

[อาจารย์ท่านมาตรงเวลาทุกครั้งครับ แต่เล็กยังไม่ได้ส่งงานต้นคาบเรียนอยู่แล้ว พี่พีไม่จำเป็นต้องรีบ ถ้ามาถึงหากเล็กไม่รับโทรศัพท์ พี่พีเดินเข้ามาทางประตูหลังได้เลย ปกติอาจารย์ท่านนี้ไม่ได้เคร่งเรื่องคนเข้าออกอยู่แล้ว เล็กเพียงกลัวว่าจะตั้งใจเรียนจนลืมสนใจโทรศัพท์แล้วไม่ได้ออกไปเอา]

“ถ้าอย่างนั้นผมจะเอาเข้าไปให้ ไม่ทราบว่าปกติคุณชายเล็กนั่งแถวไหนเหรอครับ”

[เดี๋ยววันนี้เล็กจะไปนั่งช่วงด้านหลัง พี่พีสังเกตเห็นได้ง่ายๆ แน่นอน ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ แล้วก็วันนี้เล็กเรียนที่ห้อง C ชั้นสิบห้าเหมือนเดิม พี่พีน่าจะยังจำได้ว่าเป็นห้องไหนใช่ไหมครับ]

“ผมจำได้ครับ” 

[แล้วเจอกันครับ]

“แล้วเจอกันครับคุณชายเล็ก” รพีรอให้อีกฝั่งกดตัดสายไปแล้วจึงเก็บโทรศัพท์เข้าที่และเดินไปดูที่โซฟารับแขก เมื่อพบซองเอกสารสีน้ำตาลจึงหยิบขึ้นมาถือไว้แล้วคว้ากุญแจรถเดินไวๆ ออกไปทางประตู

ถึงคุณชายเล็กจะบอกว่าไม่ต้องรีบ แต่รพีก็ยังขับรถไปจอดหน้าตึกคณะบริหารโดยใช้เวลาเพียงสิบห้านาทีตามที่เขาบอกเอาไว้ ระหว่างขึ้นลิฟต์ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรหาคุณชายครั้งหนึ่ง เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้รับสายก็ไม่ได้โทรซ้ำ คิดเพียงว่าคุณชายคงมีสมาธิกับการเรียนมากจนไม่สนใจโทรศัพท์จริงๆ ถึงได้เตือนกันเอาไว้ตั้งแต่ต้น

ชั้นเรียนของคุณชายเริ่มต้นขึ้นแล้วในตอนที่รพีมองเข้าไปด้านในจากกระจกใสของประตูด้านหลัง ดูเหมือนว่านอกจากอาจารย์กับนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่จริงจังตั้งใจ ยังมีนักศึกษาอีกหลายคนที่พูดคุยกันหรือไม่ก็นอนหลับ เขาสังเกตสถานการณ์เงียบๆ อยู่พักหนึ่ง จวบจนพบว่าเริ่มมีนักศึกษาลุกขึ้นยืนเอางานไปวางหน้าห้องจึงเปิดประตูเข้าไปด้านใน

ตัวเขาที่ดูแตกต่างทั้งจากชุดและหน้าตาซึ่งไม่คุ้นเคยย่อมเรียกสายตาจากใครต่อใครได้มากมาย ทว่าที่ชัดเจนที่สุดเห็นจะเป็นสายตาตกตะลึงปะปนไปกับความโกรธเคืองของนักศึกษากลุ่มหนึ่งทางมุมห้อง

นักศึกษาที่ขังเขาไว้ในห้องน้ำแล้วเอาน้ำถูพื้นราดกันเพราะโกรธเคืองที่เขาเป็นพี่ชายของดมิส...

รพีไร้ซึ่งความสนใจต่อสิ่งรอบข้างโดยสิ้นเชิง ตัวเขามีประสบการณ์มากมายในเรื่องพวกนี้ ดังนั้นจึงไม่มีแม้แต่ความเขินอายเพียงน้อยนิด ต่อให้ถูกจ้องเพียงใดก็ไม่ใส่ใจ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาคือการทำตามคำสั่งของคุณชายซึ่งช่วยเหลือกันเอาไว้มากมายหลายเรื่องและเป็นเจ้านายเพียงหนึ่งเดียวในเวลานี้

“คุณชายเล็ก” เขาเอ่ยเรียกคนที่นั่งอยู่แถวเกือบหลังสุดเบาๆ 

“พี่พี มาแล้วเหรอครับ” หม่อมราชวงศ์คีรินทร์ยกยิ้มจาง “นั่งก่อนครับ”

ถึงจะไม่มั่นใจนักว่าควรจะอยู่ในห้องเรียนแบบนี้ต่อไปดีหรือไม่ แต่รพีก็ยังทำตามที่เจ้านายบอกโดยไม่ถามอะไรแม้แต่คำเดียว ระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาทำให้เขากลายเป็นคนที่ปฏิบัติตามคำสั่งของคุณชายได้อย่างว่องไวไร้ความลังเลไปแล้ว

“นี่งานของคุณชายครับ”

“ขอบคุณมากครับ” 

“เดี๋ยวผมเอาไปส่งให้เอง คุณชายรอนี่แหละ” นาวาซึ่งนั่งอยู่อีกด้านของคีรินทร์ผงกหัวให้พ่อบ้านของเพื่อนด้วยความเคารพตามประสาเด็กน่ารัก ก่อนจะคว้าเอาซองเอกสารของเพื่อนแล้ววิ่งออกไปด้านนอกโดยไม่รอฟังคำตอบ

“นั่นเพื่อนสนิทเล็กเองครับ ชื่อนาวา” คุณชายเล็กแนะนำเพื่อนให้รพีรู้จัก เมื่อเห็นอีกฝ่ายมองตามหลังนาวาไปจนสุดสายตา

“เป็นเด็กที่สดใสดีนะครับ” 

“ค่อนข้างจะซื่อแล้วก็น่าคบหาทีเดียวครับ” 

มิน่าถึงได้เป็นเพื่อนสนิทของคุณชาย... และดูจากที่นั่งรอบด้านที่ว่างเปล่า บางทีอาจจะเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวเสียด้วยซ้ำ

“คุณชายอยากให้ผมรอรับกลับเลยไหมครับ คุณตรีภพจะได้ไม่ต้องเดินทางมา” 

“นั่นเป็นความตั้งใจของเล็กอยู่แล้วครับ” คนพูดยกยิ้มจาง มือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งข้อความบอกคนขับรถที่คอยมารับมาส่งโดยไม่เสียเวลาหยุดคิด 

“ถ้าอย่างนั้นผมจะออกไปรอด้านนอก...”

“ไม่ต้องหรอกครับ นั่งอยู่ตรงนี้ก็ได้ ดูเหมือนว่าวันนี้อาจารย์จะมีธุระ อีกไม่นานก็คงปล่อยแล้ว”

 ยังไม่ทันที่รพีจะได้ตอบอะไร นาวาซึ่งออกไปส่งงานเป็นคนสุดท้ายก็วิ่งกลับมานั่งที่พอดี เมื่ออาจารย์หน้าห้องลุกขึ้นยืนก็ไม่เหลือโอกาสให้ลังเลอีกต่อไป รพีจึงทำได้เพียงนั่งนิ่งอยู่ตรงที่เดิมไม่ไปไหน 

แน่นอนว่าความโดดเด่นจากชุดที่ไม่เหมือนคนอื่นย่อมทำให้เขาถูกสังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่รู้เพราะอิทธิพลจากคนข้างกายที่เอาแต่ยิ้มเงียบๆ หรือเพราะไม่คิดจะถือสาอะไรอยู่แล้ว สายตาของอาจารย์หน้าห้องจึงเปลี่ยนไปมองทางอื่นและไม่หันกลับมาทางนี้อีกเลย

“พี่พีจะหลับก็ได้นะครับ” คุณชายเล็กที่กำลังจดเนื้อหาการเรียนอย่างคล่องแคล่วเอ่ยขึ้นทั้งที่สายตายังจับจ้องอยู่บนสื่อการสอน ทว่า...

“ไม่เป็นไรครับ ผมนั่งเรียนเป็นเพื่อนคุณชายเล็กดีกว่า” 

วินาทีที่คำพูดธรรมดาๆ นั้นหลุดออกมาจากปากของรพี มือที่กำลังขีดเขียนพลันหยุดชะงักไปจังหวะหนึ่ง หม่อมราชวงศ์คีรินทร์หันกลับไปมองคนข้างกายที่มีสีหน้าอ่อนโยนไม่เปลี่ยนแปลง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างอดไม่ได้

“พี่พีจะร้ายกาจเกินไปแล้วนะครับ” พูดจบคุณชายเล็กก็หันกลับไปมองอาจารย์ ไม่คิดอธิบายความหมายของคำพูดตัวเองแต่อย่างใด ทิ้งให้รพีได้แต่งุนงงอยู่เพียงลำพังเช่นนั้นไปจนหมดคาบเรียน

เนื่องจากอาจารย์มีธุระต้องไปทำต่อ วันนี้พวกเขาจึงเลิกเรียนเร็วกว่าปกติ รพีมองเจ้านายค่อยๆ เก็บของช้าๆ ด้วยความสงสัย จริงอยู่ที่คุณชายเป็นคนละเอียดและสุภาพเรียบร้อยมาก แต่ท่าทางรวมไปถึงการกระทำของอีกฝ่ายในเวลานี้ มองดูไปแล้วคล้ายกับจงใจทำทุกอย่างให้ช้ามากกว่าจะเป็นนิสัย เห็นได้ชัดว่าคุณชายตั้งใจจะทำอะไรบางอย่าง

“วากลับไปก่อนได้เลยนะ วันนี้ผมมีธุระต้องจัดการนิดหน่อย”

“คุณชาย...” นาวาขมวดคิ้วมองเพื่อนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ตาเหลือบมองกลุ่มภาสกรที่ยังนั่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหนอย่างเป็นกังวล 

“ไม่เป็นไร ผมมีพี่พีอยู่ด้วย วาไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”

เมื่อได้ยินคำพูดยืนยันของเพื่อนสนิท นาวาก็ได้แต่เม้มปากแล้วพยักหน้ายินยอม ตัวเขาย่อมรู้ดีที่สุดว่าคุณชายไม่ธรรมดา ยังไงก็ต้องมีแผนอะไรสักอย่างรองรับเอาไว้อยู่แล้วแน่ๆ ถึงได้เลือกที่จะทำแบบนี้ 

“อีกครึ่งชั่วโมงถ้าคุณชายไม่รับโทรศัพท์ ผมจะให้พี่รบโทรไปหาคุณชายปฐวีทันที”

“เข้าใจแล้ว” หม่อมราชวงศ์คีรินทร์ยกยิ้มขบขัน พอถึงคราวที่ต้องจริงจัง นาวาก็ยังยอมลบความหวาดกลัวที่มีต่อพี่ชายของเขาออกไปง่ายๆ ทั้งที่ปกติแทบจะไม่กล้าพูดชื่อเลยด้วยซ้ำ

หลังจากนาวาเดินไวๆ ออกไปจากห้อง ภายในห้องเรียนขนาดใหญ่ก็เหลือคนเพียงเจ็ดคนเท่านั้น รพีที่เริ่มคาดเดาได้ว่าความต้องการของคุณชายน่าจะเกี่ยวกับกลุ่มนักศึกษาที่เคยหาเรื่องเขานั่งมองเจ้านายเงียบๆ โดยไม่พูดอะไรออกไปเลยสักคำ แม้จะเพิ่งทำความรู้จักกันได้เพียงหนึ่งอาทิตย์ แต่เขาก็ยังมั่นใจว่าคุณชายจะต้องมีเหตุผลสำหรับทุกการกระทำแน่นอน

ความคิดและความสงสัยของรพีหยุดชะงักลงเมื่อนักศึกษาทั้งห้าที่ยังอยู่ในห้องเดินตรงเข้ามาหาพวกเขาด้วยสีหน้าบึ้งตึง ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนขวางหน้าคุณชายเอาไว้โดยไม่ต้องเสียเวลาคิด ถึงจะรู้ว่านี่อาจเป็นความตั้งใจของคนด้านหลัง แต่เขาก็ไม่ต้องการให้คนพวกนี้จ้องมองคุณชายด้วยแววตาเช่นนั้นอยู่ดี

การกระทำของรพีทำให้คุณชายเล็กคลี่ยิ้มหวาน หากใครได้เห็นเข้าคงมีภาพติดตาไปอีกหลายวัน ทว่าน่าเสียดายที่แผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มร่างสูงบดบังสายตาของใครต่อใครเอาไว้หมด ไม่ว่าจะภาสกรกับเพื่อนหรือแม้แต่รพีเองจึงไม่มีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มแสนงดงามนั้นเลยสักคน

“ทำไมมึงมาอยู่ที่นี่”

แต่แล้วความหยาบคายของภาสกรที่แสดงออกต่อรพีก็ทำให้คุณชายเล็กหุบยิ้มลงอย่างรวดเร็ว คนที่เก็บอารมณ์เก่งและแทบไม่เคยแสดงออกถึงความไม่พอใจเลยสักครั้งผุดลุกขึ้นยืน มือแตะบ่าคนของตัวเองเบาๆ ให้ขยับไปด้านข้าง เมื่อได้รับสายตาเป็นห่วงตอบกลับมาก็แค่ส่งยิ้มจางไปให้อีกฝ่ายเงียบๆ เพียงเท่านั้นรพีก็ยินยอมถอยไปด้านข้างให้เจ้านายขยับมายืนเผชิญหน้ากับกลุ่มภาสกรแต่โดยดี

“ระวังคำพูดด้วยครับ ผมไม่ชอบให้ใครมาพูดจาหยาบคายใส่คนของตัวเอง”

“คนของตัวเอง?” ภาสกรพึมพำด้วยน้ำเสียงตื่นตกใจ ขณะที่คนอื่นๆ มองหน้ากันด้วยความลังเล “คุณชายหมายความยังไง ทำไมไอ้ภารโรงนี่ถึงกลายเป็นคนของคุณชายได้”

“มันใช่เรื่องที่ผมต้องตอบคุณด้วยหรือครับ” หม่อมราชวงศ์คีรินทร์ถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลไม่ต่างจากสีหน้า แต่กลับทำให้คนที่จ้องจะหาเรื่องขวัญหนีดีฝ่อกันเป็นแถบๆ

ภาสกรและเพื่อนพยายามหาตัวภารโรงที่เป็นพี่ชายของดมิสมาหลายวัน แต่ไม่รู้ทำไมหลังจากเจอกันวันแรกเจ้าตัวก็ไม่ปรากฏกายอีกเลย พวกเขายังพูดคุยกันเล่นๆ ว่ามันอาจจะหนีไปแล้วด้วยซ้ำ ตอนที่เจอกับไอ้ดมิสจึงเอ่ยปากถากถางที่มีพี่ชายขี้ขลาดไปหนหนึ่ง ใครจะไปคิดว่าฝ่ายนั้นจะมองกลับมาด้วยสายตาเย็นชาแล้วด่ากลับว่าไอ้โง่อย่างไม่ใส่ใจ

เหตุผลที่ภาสกรกับเพื่อนไม่กล้าหาเรื่องดมิสไม่ใช่เพราะหวาดกลัวมัน แต่เป็นเพราะดมิสคือคนดังของคณะซึ่งไม่เคยอยู่ตัวคนเดียวเลย นอกเหนือจากที่เป็นนักกีฬาเรียนคณะพละ รอบกายยังเต็มไปด้วยเพื่อนฝูงกลุ่มใหญ่ พวกเขาห้าคนไม่มีทางสู้ไอ้พวกแรงเยอะนั่นได้จึงต้องกัดฟันทนตลอดมา

ภาสกรพยายามหาตัวพี่ชายดมิสมาโดยตลอด เขาไม่คิดปิดบังความประสงค์ร้ายที่มีต่ออีกฝ่ายเลยสักนิด ต่อหน้าคนอื่นๆ อาจทำเป็นไม่สนใจ แต่ลับหลังกลับเอาไปนินทาสนุกปาก หาว่าพวกเขาทำอะไรไม่ได้นอกจากปากดีไปเรื่อย ด้วยเหตุนั้นเองที่ทำให้ชายหนุ่มทนไม่ไหว

เมื่อเช้าภาสกรคุยกับเพื่อนว่าจะให้คนของตัวเองสืบหาที่อยู่ของดมิสกับพี่ชาย เขาจะเล่นงานพวกมันอย่างเด็ดขาดให้รู้จักที่ต่ำที่สูง ไม่คาดคิดเลยว่าจู่ๆ ภารโรงนั่นจะมาปรากฏตัวในห้องเรียน ทั้งยังได้นั่งเคียงข้างคุณชายคีรินทร์จนหมดคาบ ภาสกรกักเก็บความสงสัยเอาไว้จนสบโอกาสจึงคิดจะเข้ามาถามไถ่ อย่างไรก็ไม่มีทางปล่อยมันไปง่ายๆ แน่นอน

…ใครจะคาดคิดว่าคุณชายจะเอ่ยปากบอกว่ามันคือคนของตัวเอง

“ผมกับไอ้ภารโรงนี่มีธุระต้องคุยกัน” ท้ายที่สุดความอยากเอาชนะและไม่ต้องการก้มหัวให้ใครก็ทำให้ภาสกรเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี “คุณชายถอยไปก่อนเถอะ ผมสัญญาว่าจะส่งตัวมันคืนให้”

“คุยกันตรงนี้สิครับ ไม่เห็นต้องมีความลับอะไร” หม่อมราชวงศ์คีรินทร์คลี่ยิ้มจางแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “หรือจะเรียกคนของคุณที่เตรียมเอาไว้เพื่อให้มาทำร้ายพี่พีเข้ามาในนี้ด้วยเลยก็ได้นะครับ”

“คุณชาย...ได้ยิน” 

คนฟังจ้องมองภาสกรที่มีสีหน้าตื่นตระหนกด้วยความสงบนิ่ง ขณะที่รพีซึ่งเริ่มคาดเดาอะไรบางอย่างได้หันหน้าไปหาเจ้านายโดยอัตโนมัติ 

“คุณจะเรียกคนมาที่นี่ไหมครับ” คุณชายถามต่อด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง กระทั่งเห็นพวกภาสกรหลุบตาลงต่ำ ไม่ยอมตอบอะไรถึงได้พูดต่อ “คราวนั้นผมเตือนพวกคุณไปแล้วว่าถ้าผมต้องการกลั่นแกล้งใครสักคนมันจะเป็นยังไง”

“…”

“ครั้งนี้ผมจะให้โอกาส เพราะเห็นว่าพวกคุณไม่รู้ว่าพี่พีคือคนของผม แต่ว่าหากยังมีครั้งหน้าอีก ไม่ว่าจะเป็นข่าวเล็กน้อยแค่ไหน ขอเพียงผมรู้ว่าพวกคุณยังคิดจะทำอะไรไม่ดีกับพี่พีหรือน้องชายของเขา...”

คำพูดที่ถูกปล่อยค้างไว้สร้างความหวาดกลัวได้มากยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้เปลี่ยนสีหน้าหรือแววตาเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะภาสกรหรือใครก็ตามไม่อาจหยุดคิดต่อเติมประโยคของคุณชายคีรินทร์ได้เลยสักคน 

“คุณชาย ผมขอโทษ!!” ท้ายที่สุดหนึ่งในนั้นที่หวาดกลัวยิ่งกว่าใครก็ออกปากขอโทษด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น

“ไอ้ตั้ม!” ภาสกรถลึงตาใส่เพื่อนที่ตอนนี้แทบจะควบคุมสติเอาไว้ไม่ได้อย่างคาดโทษ ทั้งที่ตัวเขาเองก็เป็นกังวลกับคำพูดของคุณชายไม่แพ้ใคร 

แน่นอนว่าการแสดงออกของทุกคนอยู่ในสายตาของคีรินทร์ทั้งหมด ริมฝีปากที่ตั้งแต่ต้นยังไม่หุบยิ้มลงเลยแม้แต่น้อยยกขึ้นมากอีกนิด ก่อนเสียงทุ้มนุ่มนวลจะดังออกมาอีกรอบ คราวนี้เป็นการทำลายศักดิ์ศรีของคนที่ไม่คิดจะก้มหัวให้ใครในครั้งเดียว

“อีกสักครู่เตรียมรับโทรศัพท์จากผู้ปกครองด้วยครับ” กล่าวจบเพียงแค่นั้นคุณชายก็เดินนำออกไปนอกห้องทันที มาถึงตอนนี้ต่อให้อยากหาเรื่องรพีขนาดไหน ภาสกรและพรรคพวกก็ไม่อาจทำได้ ยิ่งรับรู้ได้ถึงจังหวะการสั่นสะเทือนของโทรศัพท์ สีหน้าที่ซีดเซียวอยู่แล้วก็ยิ่งซีดเซียวมากขึ้นไปอีก

รพีหันหลังกลับไปมองกลุ่มนักศึกษาที่ยืนนิ่งเหมือนหุ่นขี้ผึ้งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินเข้าไปหาคุณชายที่หยุดรออยู่ไม่ไกล แม้สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่แววตาของเขาดูคล้ายจะอ่อนลงโดยไม่อาจห้าม

ต่อให้รู้ดีว่าไม่ควร แต่จะไม่ให้ตื้นตันใจที่เจ้านายทำเพื่อเขามากถึงขนาดนี้เลยคงไม่ได้หรอก

“ขอบคุณนะครับคุณชาย” 

คุณชายเล็กที่เม้มปากกลั้นรอยยิ้มตั้งแต่เห็นแววตาของรพีจ้องมองคนพูดเงียบๆ แล้วส่ายหน้าไปมา 

“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ นั่นเป็นสิ่งที่เล็กควรทำอยู่แล้ว”

รพีไม่มีโอกาสได้พูดอะไรต่อเพราะลิฟต์มาถึงพอดี เขารอให้คุณชายเดินนำเข้าไปก่อนแล้วตามไปทีหลัง ตลอดทางที่เดินออกจากตึกตรงไปยังรถยนต์ที่รพีจอดเอาไว้ไม่ไกลนัก เขาสัมผัสได้ว่ามีสายตาของใครต่อใครมองตรงมาทางนี้มากมาย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนที่แสนโดดเด่นข้างกายเป็นจุดสนใจขนาดไหน ทว่านอกจากจะไม่ใส่ใจ คุณชายยังทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับสายตาเหล่านั้นเลยสักนิด

“คุณชายเล็ก...”

“เล็กนั่งตรงนี้ดีแล้วครับ”​ คนที่รู้ดีว่ารพีตั้งใจจะพูดอะไรยกยิ้มจาง มือดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดโดยไม่รอให้ถูกปฎิเสธ เห็นแบบนั้นคนขับรถจำเป็นจะทำอะไรได้นอกจากตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป

“ถ้าคนอื่นมาเห็นจะดูไม่ดีหรือเปล่าครับ” รพีอดตักเตือนเจ้านายผู้ไม่ถือตัวไม่ได้

“หากการมานั่งเบาะหน้าจะทำให้ใครมองเล็กไม่ดีก็ปล่อยเขาไปเถอะครับ นั่นไม่ใช่เรื่องที่เล็กให้ความสำคัญอยู่แล้ว” เมื่อพูดมาถึงตรงนี้คุณชายเล็กก็หันไปมองคนขับรถของตนด้วยดวงตาเป็นประกาย “อีกอย่างเวลานั่งรถคุณตรีภพหรือคนอื่นๆ เล็กนั่งเบาะหลังอยู่แล้ว มีแค่กับพี่พีเท่านั้นที่เล็กทำแบบนี้”

รพีเม้มปาก พยายามสะกดสีหน้าให้นิ่งสงบและบังคับจิตใจไม่ให้ตั้งคำถามกับคำพูดใดๆ ก็ตามของคุณชาย

“แบบนั้นอาจจะทำให้คนอื่นยิ่งมองไม่ดีนะครับ”

เขาจะสงสัยเอาได้ว่าคนขับรถคนนี้แตกต่างจากคนอื่น...

“พี่พีใส่ใจแค่เล็กก็พอครับ” คุณชายคีรินทร์พูดประโยคนี้ออกมาโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังดูจะพอใจมากด้วยที่สร้างความลำบากใจให้แก่คนขับรถจำเป็นได้ ดวงตาถึงได้เป็นประกายอย่างมีความสุขเช่นนั้น

“ผมขออนุญาตถามคุณชายเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ได้ไหมครับ”

“ได้สิครับ” คนฟังไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ เมื่อถูกพาเปลี่ยนเรื่อง “พี่พีคงอยากทราบว่าเล็กรู้เรื่องที่ภาสกรคิดตามหาพี่พีได้ยังไง เรื่องนั้นเล็กบังเอิญได้ยินเขาคุยกับเพื่อนในตอนเช้าครับ”

“แบบนี้นี่เอง...”

“อันที่จริงเล็กรู้เรื่องที่ภาสกรกับเพื่อนเป็นคนขังพี่พีเอาไว้ในห้องน้ำตั้งแต่วันแรกแล้ว ตอนที่รู้เล็กเพียงตักเตือนเขาอย่างไม่จริงจังนัก แต่วันนี้พอได้ยินว่าเขาคิดจะทำอะไร จะให้เล็กอยู่เฉยคงเป็นไปไม่ได้ พี่พีทราบไหมครับว่าวันแรกกับวันนี้ต่างกันอย่างไร”

“ผมไม่ทราบครับ”

“ตรงที่วันนั้นพี่พียังไม่ใช่คนของเล็ก” หม่อมราชวงศ์คีรินทร์ยกยิ้มขบขันเมื่อเห็นสีหน้าของรพีที่นิ่งค้างไปด้วยความตกใจ “หมายถึงยังไม่ได้มาอยู่ในความดูแลของเล็กครับ”

“อา…”​ รพีกระแอมแล้วลอบถอนหายใจโล่งอก 

“จากที่สังเกตอีกฝ่ายมาทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ เล็กคิดว่าภาสกรไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ต่ออะไรง่ายๆ หากพี่พีไม่มาเรื่องทุกอย่างอาจจะไม่จบ เล็กขอโทษนะครับที่ต้องให้พี่พีเข้ามาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้” คุณชายเล็กกล่าวด้วยความรู้สึกผิด เหตุผลที่เขาเรียกพี่พีมาที่นี่และให้นั่งรออยู่ด้วยจนเลิกเรียน ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะต้องการให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น

“ไม่ใช่เรื่องที่คุณชายเล็กต้องขอโทษเลยครับ ผมต่างหากที่ควรขอบคุณ” รพีเบนสายตาไปหาเจ้านายหลังจากเขาจอดรถในที่จอดของคอนโดเรียบร้อยแล้ว “ แสดงว่าเรื่องงานที่ผมเอาไปให้...”

“เล็กลืมงานเอาไว้จริงๆ ครับ เรื่องนั้นไม่ได้โกหก” คนพูดยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับคล้ายต้องการหยอกล้อรพีที่เริ่มคาดเดาอะไรบางอย่างได้ “แต่มันเป็นงานที่เล็กทำเสร็จล่วงหน้า ยังไม่ถึงกำหนดส่ง”

“แล้วคำพูดที่บอกคนพวกนั้น...”

“เล็กก็แค่พูดไปอย่างนั้นเองครับ ส่วนสายจากผู้ปกครองนั่น... เล็กเพียงแค่ขอร้องให้ตักเตือนบุตรหลานให้ดี ไม่ได้ข่มขู่อะไร”

แล้วมันต่างจากการข่มขู่ตรงไหนกัน...

ไม่ว่าในใจจะคิดอย่างไร รพีก็ทำได้เพียงเดินตามหลังคุณชายเข้าไปในคอนโดเงียบๆ เท่านั้น เขามองแผ่นหลังตั้งตรงของชายผู้สูงศักดิ์ซึ่งใช้วาจานุ่มนวลจัดการเรื่องราวทุกอย่างอย่างง่ายดายด้วยความนับถือ แต่เรื่องที่ทำให้รู้สึกประทับใจที่สุดกลับไม่ใช่การที่คุณชายทำเพื่อเขา

‘...ขอเพียงผมรู้ว่าพวกคุณยังคิดจะทำอะไรไม่ดีกับพี่พีหรือน้องชายของเขา’

การที่คุณชายเผื่อแผ่ความห่วงใยไปถึงน้องชายของเขา ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ก็ตาม สิ่งนั้นต่างหากที่ทำให้รพีประทับใจจนแววตาที่มองคนด้านหน้าอ่อนลงโดยแทบไม่รู้ตัว

“พี่พี...” คุณชายเล็กชะงักไปเล็กน้อยเมื่อหันหลังกลับมาเห็นแววตาอ่อนโยนของรพีเข้าพอดี หากเพียงไม่นานเขาก็ส่งยิ้มกลับไปให้อย่างเท่าเทียม “วันนี้พี่พีต้องกลับบ้านใช่ไหมครับ อย่าลืมเอาปลาแซลมอนในตู้เย็นกลับไปฝากน้องชายนะครับ”

ยิ่งได้ฟังถ้อยคำของคุณชาย ดวงตาของรพีก็ยิ่งเจิดจ้ามากขึ้นกว่าเดิม ทว่าน่าแปลกที่คราวนี้คุณชายไม่ได้รู้สึกดีใจอะไรนัก คงเพราะเขาสัมผัสได้ถึงความคิดของรพีชัดยิ่งกว่าครั้งใด

ความเคารพนับถือในดวงตาคู่นั้น... มองอย่างไรก็ไม่ชอบเลยจริงๆ

“อาทิตย์นี้ดิมซ้อมกีฬาเหนื่อย ผมเลยบอกให้น้องนอนหอในครับ จะได้ไม่ต้องเดินทางไปกลับ”

“ถ้าอย่างนั้น...”

“ผมจะอยู่รับใช้คุณชายเล็กที่เพนท์เฮ้าส์ ถ้ามีอะไรก็เรียกใช้ได้เลยนะครับ” รพีดันประตูลิฟต์รอให้คุณชายเดินออกไปก่อนอย่างสุภาพ จวบจนเมื่อเข้าไปด้านในเพนท์เฮ้าส์แล้วก็ยังเปิดประตูให้ก่อน ทำหน้าที่เหมาะสมกับการเป็นพ่อบ้านที่ดีเป็นอย่างยิ่ง แต่ไม่รู้ทำไมเจ้าของห้องถึงได้ถอนหายใจออกมาเบาๆ แม้สีหน้าและแววตาจะอ่อนโยนไม่เปลี่ยนแปลง หากใครจะรู้ว่าในใจคุณชายกำลังรู้สึกเช่นไร

หม่อมราชวงศ์คีรินทร์จ้องมองอาหารหน้าตาน่าทานตรงหน้าด้วยความรู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ท้ายที่สุดยังไม่ทันได้เริ่มทานคำแรกก็ต้องวางช้อนส้อมลงแล้วเงยหน้าคุยกับพ่อครัวที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ที่มุมห้องเหมือนเป็นคนรับใช้ที่ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว

“พี่พีมาทานด้วยกันเถอะครับ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมจะทำแบบนั้นได้ยังไง” หน้าตาจริงจังของรพีบ่งบอกชัดเจนว่าเขาคิดว่าการทานข้าวร่วมกับเจ้านายผู้สูงศักดิ์ไม่ใช่เรื่องที่สมควรจริงๆ

“มาเถอะครับ เล็กอดทนทานข้าวคนเดียวมาหลายวัน พี่พีควรจะใจอ่อนได้แล้ว”

ตอนแรกคีรินทร์ไม่ต้องการบีบบังคับรพีมากเกินไปจึงยอมถูกปฏิเสธง่ายๆ ไม่ได้เซ้าซี้อะไร เขาตั้งใจว่าจะชักชวนทุกวัน รอจนอีกฝ่ายใจอ่อนเอง ถึงขั้นคิดจะค่อยๆ สลายเกราะป้องกันของทางนั้นไปทีละชั้นด้วยซ้ำ แต่พอได้เห็นความตั้งใจอันแน่วแน่ที่วางเขาเอาไว้สูงขนาดนั้นเข้าก็ทนไม่ไหวจนได้

“คุณชายเล็ก...”

“หากพี่พีไม่ไปตักข้าวแล้วมานั่งทานกับเล็ก เล็กจะลุกไปตักให้นะครับ” 

ได้ยินเจ้านายพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ ที่ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ มีหรือที่รพีจะเอ่ยอะไรได้อีก เขาหันกลับไปหยิบจานตักข้าวส่วนของตัวเอง ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ตรงกันข้ามกับคุณชายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เห็นได้ชัดว่าทั้งเกรงใจและทำอะไรไม่ถูกไปพร้อมๆ กัน

“คุณชายเล็กครับ คือผม...”

“ตั้งแต่แยกมาอยู่ที่นี่คนเดียว เล็กก็แทบไม่ได้ทานข้าวร่วมกับคนอื่นเลย จากนี้ไปพี่พีช่วยทานข้าวร่วมกับเล็กได้ไหมครับ” ดวงตาคู่สวยซึ่งทอประกายเศร้าสร้อยแม้ริมฝีปากจะยังคงยกยิ้มทำให้รพีพูดอะไรต่อไม่ออก 

“…ถ้าคุณชายไม่รังเกียจ”

“เล็กจะรังเกียจได้อย่างไรครับ ต้องบอกว่าดีใจต่างหาก” เพียงได้ยินคำตอบที่พอใจ แววตาเมื่อครู่ก็จางหายไปอย่างรวดเร็วราวกับไม่เคยเกิดขึ้น คุณชายเล็กตักอาหารใส่จานรพีพร้อมรอยยิ้มนุ่มนวล ทุกท่วงท่าดูสง่างามจนคนมองอดเกร็งไม่ได้

“พอแล้วครับ รีบทานก่อนอาหารจะเย็นดีกว่า” รพีตักปลานึ่งใส่จานเจ้านายแล้วเริ่มทานอาหารส่วนของตัวเองเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่คิดจะปฏิเสธอีกต่อไป

“จริงสิ พี่พีเคยบอกเล็กว่าเวลาว่างมักจะใช้เวลาไปกับการออกกำลังกายเบาๆ ใช่ไหมครับ” 

“ใช่ครับ”

“ห้องออกกำลังกายของเล็ก พี่พีใช้ได้เต็มที่เลยนะครับ” ไม่รอให้ได้รับคำปฏิเสธคุณชายเล็กก็กล่าวต่อแทบจะทันที “อย่าปฏิเสธเลยนะครับ เล็กทราบมาว่าพี่พีมักจะหาเวลาไปออกกำลังกายตลอด หากการมาอยู่ที่นี่ทำให้พี่พีต้องงดกิจกรรมที่ชอบ เล็กคงจะรู้สึกแย่แน่ๆ”

เพราะคุณชายไม่เหลือช่องว่างให้ปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย รพีจึงทำได้เพียงส่งเสียงรับคำและขอบคุณอย่างจริงจัง ในใจอดรู้สึกดีไม่ได้ที่เจ้านายของเขาเป็นคนดีและห่วงใยกันมากถึงขนาดนี้ ยิ่งคิดความรู้สึกที่มีต่อคุณชายก็ยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นไปอีก

…น่าเสียดายที่มันไม่ใช่ความรู้สึกที่อีกฝ่ายต้องการ

เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเคารพเทิดทูนของพี่พี คุณชายเล็กก็ทำได้เพียงขบริมฝีปากตัวเองเงียบๆ พยายามอดกลั้นไม่ให้เผลอแสดงท่าทีไม่พอใจใดๆ ออกไป

นี่มันยิ่งกว่าติดอยู่ในเฟรนด์โซนอีกไม่ใช่หรือไง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 330 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

301 ความคิดเห็น

  1. #299 diacny (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มกราคม 2564 / 01:13
    สงสารยัยน้องงงง แต่ก้เข้าใจพี่พี55555555
    #299
    0
  2. #295 momomay79 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2563 / 20:42
    จิ้นคุณชายใหญ่กับนาวาแล้วนะ
    #295
    0
  3. #290 ggggg-ns (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 11:47
    เอ็นดู55555555
    #290
    0
  4. #268 rattanalak44 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 09:54
    โอ๊ยน้อ..คุณชายอย่ายอมแพ้ อ่อยบ่อยๆเข้าพี่พีก็คงใจอ่อนสักวัน😁😁
    #268
    0
  5. #262 peraya_1314 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 14:26
    สงสารอ่ะ555555
    #262
    0
  6. #238 CallistoJpt (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 17:19
    ติดอยู่ในเจ้านายโซนไปอีกค่ะคุณชาย 555555555555
    #238
    0
  7. #224 15magnitude (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 09:54
    พยายามเข้าค่ะคุณชาย 😆
    #224
    0
  8. #183 Xinx2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 22:24
    เดี๋ยวก็ได้ทะลุออกจากเจ้านายลูกน้องโซนค่ะตัวแสบเอ้ยยย อยากจะหยิกแก้มจริง ๆ มันเป็นน่าเอ็นดู ;—;
    #183
    0
  9. #172 baekbow (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2563 / 10:17
    55555 เดี๋ยวค่อยคิดวิธีเปลี่ยนสายตานั้นของพี่พีก็ได้คุณชาย ไม่ต้องรีบหรอก พี่พียังอยู่กับคุณชายอีกนาน
    #172
    0
  10. #164 biewl2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 19:51
    ขย่มเลยลูก
    #164
    0
  11. #71 UmeMomo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 00:40
    อ้ยยยยย คุณชาย จิ้งจอกมากค่ะ ฮืออออ เอ็นดูๆๆๆ สู้เค้านะคะ เจ้านายโซนแกร่งมากตอนนี้ แง 55555555555555
    #71
    0
  12. #69 storyfly (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 00:27
    โอย555555555 ไม่รู้จะขำหรือซึ้งก่อนดี เจ้านายโซนเฉย ค่อยๆเป็นค่อยๆไปอะเนาะ ต้องเข้าใจ จะให้พี่พีคิดเข้าข้างตัวเองมันก็ยากจริงๆแหละ
    #69
    0
  13. #57 BrightnessBlossom (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 15:15
    อ้ยย หนักกว่สเฟรนโซนจิงคุณชาย;-; นี่มันพ่อบ้านโซนมั้ยนิแง555555
    #57
    0
  14. #41 Naraprinnnt (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 18:02
    เข้าใจเลย ทั้งสองคน ค่อยๆเป็นไปนะ
    #41
    0
  15. #40 Naraprinnnt (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 18:02
    เข้าใจเลย ทั้งสองคน ค่อยๆเป็นไปนะ
    #40
    0
  16. #39 0818770547 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 08:20
    สงสารชายเล้กๆๆๆหื้อ
    #39
    0
  17. #38 chontira5 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 06:11
    ปรับแผนใหม่ค่ะคุณชาย555
    #38
    0
  18. #37 Planpitchayanin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 20:37
    ขอให้คุณชายเล็กออกจากโซนนี้เร็วๆนะคะ สงสารคุณชายเล็กแล้วคร้าาา5555
    #37
    0
  19. #36 jadefloral (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 20:19

    วางแผนใหม่คุณชายเล็ก เดี๋ยวนกๆๆ

    #36
    0
  20. #35 aammu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 19:41

    ฮืออออออ คุณชายน่ารัก รอคุณชายหลุดจากโซนนี้นะคะ

    มาต่อเร็วๆนะค้าา รอจ้าา

    #35
    0
  21. #34 Tualek_Orp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 19:21
    คุณชายดีขนาดนี้ จะไม่เคารพได้ยังไง คุณชายเดินเกมรักผิดป่าวเนี่ย โอ๊ย เป็น กลจ. ให้นะคะคุณชายเล็ก
    #34
    0
  22. #33 SleepyCat ^_ ꞈ _^ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 19:17
    เริ่มสงสารคุณชายเล็กแล้วค่ะ 5555 พยายามเข้านะคะคุณชาย เราจะกำไม้พายคุณชายปฐวีกับน้องวายืนเชียร์อยู่ตรงนี้นะคะ 555
    #33
    0
  23. #32 Oniberon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 18:17
    งุยย อยากเห็นคุณชายเล็กงอแงใส่พี่พีจัง หนักกว่าเฟรนโซนเยอะเลย
    #32
    0