[END] SCENT : SILVER BULLET [OMEGAVERSE]

ตอนที่ 8 : SILVER BULLET [7]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,930
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 445 ครั้ง
    10 ส.ค. 62

-7-


บ้านใหญ่ของมิคาเอลที่ถูกเผาทำลายไม่ใช่บ้านเพียงหลังเดียวที่เขามี แต่มันเป็นบ้านที่สำคัญที่สุดเพราะมีภาพวาดซึ่งเขาแอบซื้อจากไคโดยไม่ออกนามมาตั้งแต่สมัยที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรก หากนับจำนวนดูแล้วมีอยู่หลายสิบภาพ ไล่เรียงนับจากที่ไคยังไม่ได้มีชื่อเสียงเท่าทุกวันนี้มาจนถึงช่วงก่อนที่จะได้ไปอยู่ด้วยกันที่ไทย

ภาพวาดเพียงภาพเดียวที่พ่อบ้านเก็บกลับมาได้ในสภาพที่เหลือเพียงห้าสิบเปอร์เซนต์คือภาพวาดภาพแรกสุดที่มิคาเอลซื้อมา มันเป็นภาพวาดเสมือนจริงของเทวทูตที่เขาจ้องมองทุกวันยามอยู่ที่นี่ ความรู้สึกหลงรักภาพนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มเห็นภาพร่างของมันเป็นครั้งแรก...และก็ทำให้หลงรักคนวาดในเวลาต่อมา

ยามนี้ภาพวาดที่ไหม้ไปแล้วครึ่งซีกถูกจัดวางใส่กรอบใหม่และแขวนอยู่ในบ้านอีกหลังของมิคาเอลซึ่งเคยซื้อเก็บไว้เมื่อนานมาแล้ว แม้ขนาดจะไม่ได้ใหญ่โตเท่าบ้านที่ถูกทำลายไป ทว่าก็ยังบรรจุคนหลายสิบชีวิตเอาไว้ภายในได้แบบไม่ลำบาก เพียงแค่ยังไม่ได้มีข้าวของเครื่องใช้อะไรมากมายเท่านั้น

“ผมคิดว่าบ้านหลังนี้ของท่านปลอดภัยที่สุดครับ หากระมัดระวังในการเข้าออกเสียหน่อย คิดว่ายังไงทางนั้นก็ไม่มีทางรู้แน่” ลูก้ายืนเอามือไพล่หลังรายงานสิ่งที่คิดอย่างจริงจัง สายตามองเจ้านายอย่างตรงไปตรงมาเหมือนตั้งใจเต็มเปี่ยม แต่ใครจะไปรู้ว่าจริงๆ เขาต้องพยายามขนาดไหน

มิคาเอลในโหมดกอดแขนอ้อนไค... มองอย่างไรก็ไม่ชินจริงๆ

“นอกจากจะมีหนอนอีก”

“…ใช่ครับ”

“ฉันไม่เลี้ยงหนอนไว้ในบ้าน...” มิคาเอลพูดด้วยน้ำเสียงเฉยชา ขณะหยิบขนมป้อนเข้าปากไคเป็นชิ้นที่สาม “รู้หรือยังว่าคนก่อเหตุคือใคร”

“ทราบแล้วครับ คนที่ลงมือเป็นคนสวนสองคนที่พ่อบ้านหาเข้ามาใหม่ในระหว่างที่ท่านไม่อยู่ ดูเหมือนจะวางแผนเอาไว้ตั้งแต่ช่วงที่พวกผมไม่ได้แวะเข้ามาดูแลบ้าน คงจะได้รับคำสั่งถึงลงมือแล้วหนีไปตอนจังหวะชุลมุน”

“อืม ฉันทิ้งคำสั่งให้พ่อบ้านดูแลที่นั่นเองนี่นะ” 

เมื่อคนไม่พอผู้ดูแลก็ต้องหาคนงานเพิ่มอย่างช่วยไม่ได้ เรื่องพวกนี้มิคาเอลไม่คิดจะโทษคนของตัวเอง เพราะถึงอย่างไรเขาก็ทิ้งที่นี่ไปนานแบบที่ไม่ยอมติดต่อกลับมาเลยด้วยซ้ำ แค่คนเก่าๆ ยังอยู่รับใช้ ไม่ได้หนีหายไปหมดก็น่าประหลาดใจมากพออยู่แล้ว

ไหนจะต้องบาดเจ็บ...และล้มตายอีก

“ท่านครับ...” ลูก้าเอ่ยเรียกเจ้านายเป็นเชิงเตือนเมื่อสัมผัสได้ว่าเจ้าของดวงตาสีเขียวเย็นชาดูจะปล่อยบรรยากาศดุดันออกมามากกว่าปกติหลายเท่า คล้ายกำลังนึกถึงเรื่องน่าโมโหอะไรบางอย่างอยู่

“คนของเรากลับมาหมดหรือยัง” 

“ทุกคนพร้อมรับคำสั่งของท่านครับ”

“อืม… ไปตรวจสอบคนงานให้เรียบร้อย แล้วบอกให้ทีมนายพักผ่อนกันให้เพียงพอ” นิ้วมือเรียวยาวที่กำลังเขี่ยแขนไคเล่นหยุดชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเจ้าตัวพูดประโยคถัดไป “พรุ่งนี้ฉันจะฝากเอาของขวัญไปให้คนเสียหน่อย”

“ได้ครับท่าน ผมจะไม่ให้มีข้อผิดพลาดเหมือนในวันนี้เกิดขึ้นอีก”

“แล้วก็รับงานกลางแจ้งมาให้ฉันสักงานด้วย... เช้าหน่อยแล้วกัน จะได้พาไคไปกินข้าวเที่ยงต่อเลย”

“ผมจะคัดเลือกงานที่เหมาะสมให้ครับ” 

นายแบบคนดังของประเทศกลับบ้านเกิดมาทำงานทั้งที ไม่แปลกเลยที่จะมีงานเข้ามาให้เลือกเป็นจำนวนมาก ยิ่งรู้ว่าไม่ต้องติดต่อกับมิคาเอลโดยตรงเพราะเขามีผู้จัดการส่วนตัวแล้วก็ยิ่งไม่เกรงใจ ส่งเมลเข้ามาหาจนลูก้าต้องรับข้อความแทบจะตลอดเวลา

ในฐานะผู้ร่วมงาน มิคาเอลอาจเป็นที่หวาดกลัวจนทีมงานหลายคนไม่อยากทำงานด้วย แต่ในฐานะนายแบบ เขาคือคนที่มีความสามารถสูงมาก แถมยังมีฐานแฟนคลับเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน ทั้งที่ไม่เคยปกปิดนิสัยที่แท้จริงของตัวเองเลยสักครั้ง เวลาไปออกงานทำงานใดๆ ล้วนแล้วแต่แสดงออกถึงนิสัยเย็นชาหยิ่งยโสเต็มที่ ไม่รู้ทำไมกลายเป็นถูกมองว่าเท่ไปได้

เอาจริงๆ คำตอบก็ไม่ได้ยากอะไรนัก...

‘หน้าตาดีแบบสมควรตาย’ ง่ายๆ เท่านี้เอง

เมื่อหมดหน้าที่แล้วลูก้าก็เดินจากไปแทบจะทันที ภายในโถงรับแขกจึงเหลือเพียงเจ้าของบ้านอย่างมิคาเอลและคนสำคัญของเขาที่เอาแต่นั่งนิ่งเป็นหุ่นอย่างไคเท่านั้น ตั้งแต่กลับมาถึง หลังจากจัดเก็บข้าวของและอาบน้ำเรียบร้อยแล้วไคก็เงียบมาโดยตลอด มิคาเอลอยากคุยด้วยทีไรเป็นต้องมีคนมาขัดจังหวะทุกที แต่ในที่สุดทางก็สะดวกแล้ว

“ไค พรุ่งนี้ออกไปทำงานกับฉันนะ ยังไงห้องวาดภาพของไคก็ยังไม่เสร็จอยู่แล้วด้วย” 

แม้ไม่รู้ว่าสถานที่แห่งนี้จะเป็นบ้านหลักไปตลอดหรือไม่ แต่มิคาเอลก็ยังต้องการสร้างสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อไค ดังนั้นเขาจึงสั่งให้คนเจาะกำแพงห้องนอนกับห้องว่างด้านข้าง ทำเป็นห้องวาดภาพสำหรับไคโดยเฉพาะ หากเหนื่อยเมื่อไหร่ก็เดินทะลุมานอนได้ หรือถ้ามิคาเอลอยากเจอ เพียงแค่เดินผ่านกำแพงไปก็ได้เจอตามหวังแล้ว

ต้องย้ายที่ทั้งทีก็ต้องใช้ประโยชน์จากพื้นที่ให้คุ้มหน่อย... ส่วนเรื่องที่ทำไมต้องนอนห้องเดียวกันทั้งที่บ้านก็มีหลายห้องนั้น เชื่อว่าต่อให้ไม่บอก ไคก็คงรู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นความต้องการส่วนตัวของเขาล้วนๆ

“อืม”

“คนดี” ไม่ชมเปล่า คนพูดยังผละกายออกแล้วขยับใบหน้าเข้าไปกดจูบลงบนมุมปากของไคอย่างถือวิสาสะ ยิ่งเห็นอีกคนไม่ว่า แค่มองกลับมานิ่งๆ ยิ่งได้ใจ กลับไปกอดแขนอ้อนให้ขึ้นไปข้างบนด้วยกันอย่างรวดเร็ว “ไปข้างบนกันเถอะ ฉันอยากเอนหลังแล้ว ไคก็น่าจะง่วงมากแล้วใช่ไหม”

ไคพยักหน้าอย่างเชื่องช้าก่อนจะลุกขึ้นตามคำบอก ก้าวเท้ายาวๆ ตามคนที่ดูจะปรับเปลี่ยนอารมณ์ไปมาได้ไวเหลือเกินไปแบบไม่มีปากเสียง เป็นเพราะอาบน้ำกันเรียบร้อยแล้วเลยล้มตัวลงนอนบนเตียงได้เลย และเนื่องจากเขายังคงรู้สึกง่วงจากการเดินทางไปๆ มาๆ และต้องลงไปนั่งเป็นหุ่นให้มิคาเอลกอดระหว่างสั่งงานด้านล่างเมื่อครู่ เปลือกตาจึงปรือลงอย่างรวดเร็วแม้ตอนนี้จะยังไม่พ้นครึ่งเช้าเลยก็ตาม

“ยาว...” 

มิคาเอลเหลือบมองคนใกล้หลับที่ไม่ลืมรายงานความต้องการของตัวเองยิ้มๆ จากนั้นจึงเอนกายลงนอนด้านข้าง ขยับเข้าไปใกล้ชิดเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่อ้าแขนให้เข้าไปซุกซบอย่างรู้งาน

“อยากนอนยาวก็ได้อยู่หรอก แต่ฉันว่าไคน่าจะหิว... เอาเป็นว่าถ้าตื่นขึ้นมาเพราะหิว รอให้ฉันหาอะไรมาให้กินก่อนแล้วค่อยนอนต่อนะ”

คนฟังส่งเสียงรับคำในลำคอเบาๆ แล้วเงียบสนิทไม่พูดอะไรอีก แม้แต่อ้อมแขนที่กอดรัดมิคาเอลเอาไว้ตามความเคยชินก็คลายลงอย่างรวดเร็วเพราะเจ้าตัวหลุดเข้าภวังค์แห่งความฝันไปในเวลาไม่ถึงสิบวินาที ฝ่ายคนที่รับรู้ได้โดยไม่ต้องเงยหน้ามองเพียงอมยิ้ม ขยับกายเข้าแนบชิดลำตัวอุ่นๆ ของอีกคนแล้วซุกหน้าเข้าหาอกกว้างให้มากกว่าเดิม พอเข้าที่เข้าทางแล้วก็ค่อยๆ หลับตามหลังไคไปในเวลาไม่นานหลังจากนั้น

ถึงจะบอกว่าถ้าตื่นเพราะหิวจะหาอะไรให้กิน แต่เมื่อไคตื่นขึ้นมาอีกครั้งในช่วงหัวค่ำ เขาก็พบว่าคนข้างกายนอนกอดกันหลับสนิทไม่มีทีท่าว่าจะตื่นเลยสักนิด ลองขยับกายดูเล็กน้อยก็พบว่ามิคาเอลน่าจะเพลียพอสมควรถึงได้ยังนิ่งเหมือนเดิม ทั้งที่ปกติรู้สึกตัวง่ายยิ่งกว่าอะไร

พอต้องเลือกระหว่างท้องที่ร้องเพราะความหิวกับคน สุดท้ายเขาก็หลับตานอนต่อไปทั้งอย่างนั้น ไม่ได้ปลุกมิคาเอลให้ตื่นแต่อย่างใด



เช้าวันถัดมาเจ้าของบ้านตื่นนอนไวเหมือนเคย ปรือตาขึ้นมาก็เห็นไคกะพริบตามองกันอยู่ก่อนแล้วจึงอดแปลกใจไม่ได้ จากที่ยังลืมตาไม่เต็มที่เลยกลายเป็นต้องรีบผุดลุกขึ้นนั่ง ถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย เพราะปกติหากไม่ใช่ว่าตื่นก่อนเพื่อไปวาดรูป ไคก็มักจะตื่นทีหลังไปเลย ไม่เคยตื่นแล้วมานั่งจ้องรอเขาเช่นนี้

“ไค เป็นอะไรหรือเปล่า”

“…” แทนคำตอบ คนฟังจับมือมิคาเอลไปวางลงบนหน้าท้องของตัวเองเบาๆ เป็นอันเข้าใจกันในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น 

“หิวเหรอ” ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “ฉันเผลอหลับยาว คงจะเพลียไปหน่อย นี่ไคได้ตื่นขึ้นมากลางดึกหรือเปล่า”

“…อืม” 

“แล้วทำไมไม่ปลุกฉันล่ะ... ที่ลงไปหาอะไรกินเองไม่ได้ก็เพราะฉันกอดอยู่ใช่ไหม”

“...” ไคกะพริบตาอย่างเชื่องช้ามองตอบแววตาแปลกใจที่ค่อยๆ กลายเป็นอ่อนโยนของมิคาเอลโดยไม่ตอบคำถาม ด้วยรู้ดีอยู่แล้วว่าคนตรงหน้าเข้าใจว่าเขาต้องการพูดอะไร และหลังจากนั้นไม่นานอีกฝ่ายก็ส่งมือขาวๆ ที่ไม่ได้นุ่มนิ่มเหมือนที่เห็นภายนอกมาแตะแก้มเขาแผ่วเบาตามที่คิดจริงๆ

“น่ารัก”

 หากพูดตามตรง คำว่าน่ารักค่อนข้างจะห่างไกลจากความเป็นไคพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นภายในหรือภายนอกก็ตาม ทว่าเมื่อมันออกมาจากปากของคนตรงหน้า เขาก็แค่มองต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้เถียงอะไร กระทั่งมิคาเอลเริ่มกังวลเรื่องความหิวของเขาแล้วนั่นแหละ ถึงได้ยอมลุกขึ้นยืนเตรียมตัวไปจัดการตัวเองอย่างรวดเร็ว

“คนข้างล่างคงกำลังเตรียมอาหาร เราไปอาบน้ำกันก่อนเถอะแล้วค่อยลงไปทีเดียว กินเสร็จจะได้ไปต่อเลย ไม่ต้องวนขึ้นมาอีก” ว่าจบคนที่กำลังจะแกะกระดุมเสื้อก็ชะงักมือเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปมองหน้าไคแล้วยกยิ้มมุมปาก “เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราอาบน้ำด้วยกันเลยดีกว่า”

ไคจ้องมองคนที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการแต๊ะอั๋งเขาอย่างไร้อารมณ์ ทว่าก็ไม่ได้ปฏิเสธเมื่อมือขาวๆ นั่นเลื่อนมาแกะกระดุมให้พร้อมมองมาด้วยสีหน้าประหลาดๆ ที่เจ้าตัวคิดไปเองว่ายั่วยวน

“ในห้องอาบน้ำมีอ่างใหญ่ ไคไม่ต้องกลัวว่าจะอึดอัด” 

มิคาเอลมองร่างกายแสนสมบูรณ์แบบตรงหน้าตาวิบวับ ก่อนมือข้างหนึ่งจะลูบไล้ไปตามแผงอกแข็งแรงเปลือยเปล่า ไล่ไปยังหน้าท้องเป็นลอนที่ทำให้ใจเต้นแรง ทว่าก่อนจะได้ลงไปต่ำกว่านั้น เจ้าของร่างก็คว้าจับข้อมือซุกซนเอาไว้เสียก่อน แม้สีหน้าของไคจะยังคงเรียบสนิทไร้ร่องรอยของคลื่นอารมณ์ หากลึกๆ ในดวงตากลับมีดวงไฟร้อนแรงลูกหนึ่งผุดขึ้นและดับมอดลงอย่างรวดเร็ว

“อย่าซน” เสียงทุ้มต่ำที่ปกติเคยราบเรียบแฝงแววดุมาเล็กน้อยจนมิคาเอลหัวใจเต้นแรง นึกอยากลองดีอีกสักทีก็ต้องกลั้นใจไว้ก่อน เพราะกลัวว่าไคจะเตลิดหนีหาย สุดท้ายก็ได้แต่เลื่อนมือกลับมาแกะกระดุมแล้วถอดเสื้อผ้าตัวเองจนเปลือยเปล่าทั้งล่างทั้งบนอย่างไร้ซึ่งความอาย กวาดตามองแบบที่คิดไปเองว่ายั่วยวนซ้ำอีกครั้งจึงย่างกรายเข้าไปในห้องน้ำช้าๆ ปล่อยให้คนเปลือยท่อนบนมองตามหลังไปนิ่งๆ...

อดเห็นความอ่อนอกอ่อนใจที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมไปอย่างน่าเสียดาย

ตอนที่มิคาเอลกำลังจะก้าวเท้าลงอ่างหลังจากน้ำเต็มและตีฟองจนนุ่มฟู ร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งก็ตรงเข้ามาทาบทับจากด้านหลัง ร่างกายของพวกเขาไม่มีส่วนใดสัมผัสกัน แต่คนที่ตัวเล็กกว่าเพียงเล็กน้อยกลับสั่นสะท้านไปทั้งกาย ไม่รู้ว่าไคต้องการอะไรกันแน่ แต่เชื่อว่าถ้าอีกคนอยากจับเขาไปโยนลงบนเตียงตอนนี้... มิคาเอลไม่มีทางปฏิเสธแน่นอน

น่าเสียดายที่ไคเพียงแค่จับบ่าของคนด้านหน้า ออกแรงดันเล็กน้อยเป็นเชิงบังคับให้ก้าวลงไปในอ่าง จากนั้นก็ก้าวตามไปแล้วนั่งลงอย่างรวดเร็ว เป็นอันเข้าใจตรงกันว่าเขาแค่ต้องการป้องกันสายตาของคนลากมกเท่านั้น

“ไค…” 

มิคาเอลเรียกเสียงอ่อยลงเล็กน้อยคล้ายจะผิดหวัง แต่ก็ยอมนั่งลงในอ่างแต่โดยดี ในใจอดคิดไม่ได้ว่าตอนแรกน่าจะปล่อยให้น้ำใสไปก่อนจะได้เห็นอะไรๆ ชัดหน่อย ทว่าพอเห็นไคยกแขนสองข้างขึ้นพาดขอบอ่างแล้วเอนศีรษะไปด้านหลังอย่างผ่อนคลาย ความคิดมากมายก็สลายหายไป 

ร่างสูงสง่าแทบจะพุ่งเข้าไปหา ยึดพื้นที่เบียดเสียดร่างสูงใหญ่โดยพยายามทำตัวเล็กตัวน้อยซุกอยู่กับบ่าทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้ตัวเล็กกว่าอะไรมากมาย แต่อย่างน้อยการกระทำเหมือนจะออดอ้อนซึ่งไม่เข้ากับหน้าตาร้ายกาจแบบสุดๆ ก็ยังเรียกความสนใจจากไคได้ พอผงกหัวขึ้นเห็นมิคาเอลมองมาด้วยดวงตาเป็นประกายวิบวับ เขาจึงกะพริบตาอย่างเชื่องช้าแล้วส่งมือไปแตะแก้มขาวที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อนๆ นั่นเป็นเชิงเตือน

“ขอโทษด้วย” มิคาเอลยิ้มน้อยๆ แบบไร้ซึ่งความรู้สึกผิด “ไคก้มหน้าลงมาสิ ฉันจะสระผมให้”

เพราะรู้ว่าไคไม่ชอบอากาศหนาวมิคาเอลจึงเลือกใช้น้ำอุ่นแบบไม่เสียเวลาคิด ถึงแม้เขาจะไม่ชินกับมันนักและมักจะหน้าแดงตัวแดงเวลาเจออะไรร้อนๆ พวกนี้ แต่มันก็ไม่ได้สำคัญเท่าความชอบของไคอยู่ดี 

มิคาเอลมีความสุขมากเมื่อเห็นคนตัวสูงโน้มศีรษะลงมาหาให้เขาสระผมให้ตามคำบอกโดยไม่ลังเล ฝ่ามือหยาบที่จับของอันตรายมามากมายวางลงบนกลุ่มผมนุ่มของคนสำคัญแล้วค่อยๆ ออกแรงขยี้อย่างเบามือ ทำราวกับไคคือสิ่งเปราะบางที่หากออกแรงมากเพียงนิดก็คงแตกสลายได้อย่างง่ายดาย ต้องใช้เวลาอยู่ครู่ใหญ่กว่าการละเลียดเอาความสุขทีละนิดของมิคาเอลจะจบลง และตอนนั้นเองที่เขาเพิ่งรู้ตัวว่าน้ำสบู่ในตอนแรกถูกเปลี่ยนเป็นน้ำสะอาดไปแล้ว

และที่สำคัญ... ไคพันผ้าขนหนูเอาไว้ที่เอว

“ไม่เห็นต้องใส่เลย” คนไม่พอใจขมวดคิ้วน้อยๆ แล้วบ่นออกมาอย่างหน้าไม่อาย ถึงอย่างนั้นไคก็ไม่ได้พูดตอบอะไร เพียงดำลงไปใต้น้ำแล้วผุดขึ้นมาสะบัดหัวพร้อมยกมือเสยผมอย่างเป็นธรรมชาติ จากนั้นก็จ้องหน้ามิคาเอลนิ่งๆ เป็นเชิงบอกว่าควรจะลุกออกจากอ่างกันได้แล้ว 

แต่คนที่มองตาค้าง เผลอเลียริมฝีปากอย่างอดทนอดกลั้นตั้งแต่เห็นอีกคนเสยผมมีหรือจะอยากลุก อิดๆ ออดๆ เอาน้ำเปล่าลูบตัวอยู่หลายทีจนไม่มีอะไรจะรั้งไว้อีกนั่นละถึงยอมผุดลุกขึ้นยืน โชว์เรือนร่างสมบูรณ์แบบอย่างหน้าไม่อาย 

ไคไม่ได้จ้องอะไรต่อมิอะไรที่ไม่ควรมองนานนัก เขาขยับกายลุกขึ้นตามเพราะคิดว่าคนตรงหน้าคงไม่ยอมหยุดการกระทำประหลาดๆ ของตัวเองง่ายๆ จากที่เป็นฝ่ายถูกลากมาโดยตลอดเลยเปลี่ยนเป็นคนลากมิคาเอลออกจากอ่าง หยิบเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมให้แล้วค่อยสวมของตัวเองตาม

“เย็น” เขาบอกด้วยน้ำเสียงเฉยชา แต่กลับทำให้คนฟังคลี่ยิ้มกว้าง...ที่น่าสยดสยองมากกว่าเดิมในความคิดของคนอื่น

เพิ่งขึ้นจากน้ำอุ่น แถมถ้าออกจากห้องน้ำก็เป็นห้องแอร์เลยอีกต่างหาก ยังไงก็ต้องเย็นอยู่แล้ว แต่คนที่ถึกทนทาน ผ่านความทรมานที่มากกว่านี้เป็นร้อยเท่ามาแล้ว มีหรือจะรู้สึกรู้สากับความเย็นแค่นี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...

“ห่วงฉันเหรอ”

มิคาเอลอมยิ้มอย่างมีความสุข อยากจะชมว่าไคน่ารักอีกสักสิบรอบ แต่เพราะกลัวว่าอีกคนจะหนาวเหมือนกันเขาจึงยืนบิดไม่นาน ตั้งสติได้ก็รีบดึงไคออกจากห้องน้ำไปเป่าผมอย่างรวดเร็ว

เมื่อก่อนไคชอบสระผมตอนเช้า เขาต้องไปทำงานก่อนเลยไม่อาจดูแลได้ ทว่ามีวันหนึ่งไคสระผมวันที่เขาหยุดพอดี หลังเห็นว่าคนสำคัญปล่อยให้หัวเปียกโชกแห้งไปเอง มิคาเอลจึงออกคำสั่งเด็ดขาดให้อีกฝ่ายสระผมตอนเขาอยู่ด้วยเท่านั้น ถามว่าเพื่อให้ไคเป่าผมให้เห็นเหรอ ตอบเลยว่าเปล่า

เพื่อที่จะได้เช็ดและเป่าให้ต่างหาก

คนที่ไม่เคยต้องทำอะไรให้ใคร พอเป็นเรื่องของไคแล้วยินยอมแทบทุกอย่าง อาบน้ำให้สระผมให้เป่าผมให้ ขอเพียงคนคนนั้นเป็นไค ไม่ว่าอะไรที่เขาทำให้ได้ เขาพร้อมและยินยอมทั้งนั้น

“จริงๆ เมื่อวานก็เพิ่งสระผมไปเองนะ แล้วเราก็ไม่ได้ไปไหนด้วย นอนกันยาวจนเพิ่งตื่น ไคไม่ต้องสระผมก็ได้” มิคาเอลเหลือบมองเจ้าของใบหน้านิ่งสนิทที่ดูจะทำหน้าตายหนักกว่าเดิมราวกับต้องการต่อว่าเขาแล้วก็หัวเราะออกมา “ฉันเป็นคนบอกว่าจะสระผมให้ไคเองนี่นา”

“…”

“โอเค ฉันผิดเอง... ก็ตอนนั้นอยากลองสระให้จนลืมคิดนี่ แล้วไคก็ไม่ยอมปฏิเสธด้วย”

ไคเอียงศีรษะเล็กน้อยคล้ายจะถามว่าฉันเคยปฏิเสธนายด้วยเหรอ ซึ่งนั่นทำให้มิคาเอลอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก เพราะไคไม่เคยปฏิเสธเขาเลยจริงๆ นั่นแหละ

อา... ว่าแต่ที่ถูกจับข้อมือแล้วโดนบอกว่าอย่าซนตอนจะลูบไล้อะไรๆ นั่นนับหรือเปล่านะ

หลังใช้เวลาอาบน้ำพูดคุยกันอยู่นานผิดวิสัย ในที่สุดมิคาเอลก็ยอมพาไคลงไปกินข้าวด้านล่างโดยมีลูก้าที่เริ่มร้อนรนเพราะตารางเวลาผิดพลาดไปเล็กน้อยยืนรออยู่ก่อนแล้ว

“ท่านครับ...”

มิคาเอลโบกมือไม่ให้พูดต่อ เป็นอันรู้กันว่าเขารู้ดีอยู่แล้วแต่จงใจไม่รีบเอง ปกติช่วงเช้าชายหนุ่มไม่ค่อยกินอะไรหนักๆ อยู่แล้ว ตอนนี้จึงตักข้าวต้มเข้าปากคำสองคำแล้วนั่งมองไคกินอย่างไม่เร่งรีบแทน

“อิ่มหรือยัง” 

“…อืม” ไคพยักหน้าตอบอย่างเชื่องช้า

“งั้นเราไปกันเถอะ” มิคาเอลจูงมือไคไปขึ้นรถขณะเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเพียงเล็กน้อย จากนั้นก็หันไปพูดกับลูก้าด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนกำลังสั่งการเรื่องทั่วไป... “เริ่มจัดการได้เลย”

ทั้งที่จริงๆ ไม่ใช่

“ครับท่าน” 

เมื่อมีงานที่สำคัญกว่าให้สนใจ ลูก้าก็เมินเรื่องเวลาของเจ้านายแล้วติดต่อคนในทีมซึ่งถูกส่งไปทำภารกิจหนึ่งชุด ใช้เวลาไม่ถึงสิบวินาทีเขาก็เลิกติดต่อ เดินไปนั่งประจำที่ด้านหน้ารถอย่างรวดเร็ว

“นายรับงานอะไรให้ฉัน”

ลูก้าไม่ได้แปลกใจเมื่อได้ยินคำถามของคนที่กำลังจะเข้างานในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงหลังจากนี้แต่กลับยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องทำอะไร เขาเพียงหยิบสมุดคู่กายขึ้นมาเปิดดูแล้วรายงานเพียงใจความสำคัญเท่านั้น

“เป็นงานเปิดตัวไวน์สูตรใหม่ของ HEN บริษัทไวน์ชั้นนำของโลกในเวลานี้ครับ งานนี้ได้ค่าเหนื่อยคุ้มค่าและสมศักดิ์ศรีกับฐานะนายแบบของท่าน ตัวงานจัดกลางห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ก็จริงแต่มีระบบรักษาความปลอดภัยครบถ้วน เวทีเป็นเวทีกระจกทั้งพื้นและโดมครอบไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงาม แต่ใช้ป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอย่างครั้งก่อนที่มีโอเมก้าฮีทจนนายแบบเสียสติทำงานเละเทะไปหมด จะบอกว่าการพยายามทุ่มเงินให้ท่านมาออกงานครั้งนี้เป็นการกู้ชื่อเสียงของบริษัทก็คงไม่ผิดนัก และผมก็คิดว่านักข่าวน่าจะให้ความสำคัญกับเรื่องที่บริษัทเคยขายหน้ามาก่อนจนมากันเยอะเป็นพิเศษ คาดว่าจะเป็นงานที่เหมาะเจาะกับแผนการของท่านมากครับ”

“ไม่ได้เจาะจงให้ทำอะไรมากเป็นพิเศษใช่ไหม”

“ตามข้อตกลงเขาเพียงต้องการให้ท่านเดินถือไวน์เอาไปมอบให้ผู้ชมแถวหน้าที่อยู่ในโดมกระจกเท่านั้นครับ คนเหล่านั้นจะเป็นพวกผู้มีอำนาจที่ถูกเชิญมา”

“…”

“แต่ผมได้ขอเพิ่มข้อตกลงไปแล้ว” ลูก้ารีบพูดต่อเมื่อสัมผัสได้ถึงอารมณ์ไม่พอใจของเจ้านายแม้ไม่ต้องหันไปมอง “เราจะได้ที่นั่งหนึ่งที่ตรงแถวหน้าสุดด้านในโดมครับ”

“ดี” มิคาเอลพยักหน้ารับอย่างพอใจ บรรยากาศอึมครึมถูกยึดคืนกลับมาในเวลาอันรวดเร็ว เพียงไม่กี่วินาทีก็หันไปอ้อนไคต่อได้แล้ว

ตอนที่รถเคลื่อนตัวไปถึงจุดหมาย มิคาเอลจำเป็นต้องแยกกับไคไปคนละทางเนื่องจากระยะเวลากระชั้นชิดมากเกินไป เขาสั่งให้ลูก้าพาไคไปหาที่นั่งและคอยเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด การ์ดคนอื่นๆ กระจายไปตามฝูงชน ส่วนตัวเองเดินทำหน้าตาน่ากลัวเข้าไปด้านหลังเวทีเพียงลำพัง

บริเวณสถานที่จัดงานของห้างสรรพสินค้าสุดหรูเป็นพื้นที่เปิดกว้างตรงชั้นหนึ่ง เวทีกระจกกับโดมครอบเวทีเป็นทางยาวไปจนถึงด้านหน้าที่มีกลุ่มนักข่าวจำนวนมากคอยถ่ายภาพอยู่ คนดูส่วนใหญ่เป็นพวกที่ถูกเชิญมา แบ่งออกเป็นสองฝั่งนั่งเรียงแถวทางด้านข้าง ที่เหลือหากเป็นคนนอกจะยืนดูอยู่ตามระเบียงของชั้นด้านบนและขอบเวที มีเพียงแถวหน้าแถวเดียวเท่านั้นที่มีอาณาเขตอยู่ด้านในโดมกระจก และล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีฐานะ แต่งตัวด้วยชุดหรูหรา

ไคนั่งอยู่บริเวนกลางแถวค่อนไปทางปลายเวที เห็นได้ชัดว่าผู้จัดงานให้ความสำเร็จกับคนของมิคาเอลเป็นอย่างมาก ทว่าเมื่อใครต่อใครมองมาที่ชายหนุ่มหน้านิ่งไร้อารมณ์ซึ่งแต่งตัวด้วยชุดเสื้อยืดคอวีกับกางเกงยีนส์ธรรมดาๆ เขาก็กลายเป็นดูโดดเด่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งจากความแตกต่างของรูปลักษณ์ภายนอก และที่สำคัญที่สุดคือ...หน้าตา

ในยุคปัจจุบันนี้การจำแนกสถานะของอัลฟ่า เบต้า และโอเมก้าไม่ได้ง่ายดายเหมือนเช่นเมื่อก่อน เมื่อสิ่งต่างๆ ถูกพัฒนาไป บทบาททางสังคมก็เริ่มแปรเปลี่ยนตามไปด้วย ขณะที่เบต้าหรือโอเมก้าได้รับการยอมรับมากขึ้น มีสิทธิ์มีเสียงมากขึ้น พวกเขาก็ไม่ได้อยู่กับที่อีกต่อไป แต่เริ่มพัฒนาตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ จนช่วงหลังมานี้การได้เห็นเบต้าตัวใหญ่หน้าตาดีหรือเห็นโอเมก้าหุ่นดีกล้ามแน่นไม่ได้ผอมบางจึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอีกแล้ว ทว่ามีคนอยู่จำนวนหนึ่งที่ต่อให้ยุคสมัยแปรเปลี่ยนไป พวกเขาก็ยังถูกมองออกได้อย่างง่ายดายว่าอยู่ในสถานะใด

หนึ่งคือผู้ที่มีอำนาจและแข็งแกร่งอย่างออกนอกหน้าเช่นมิคาเอล อาศัยเพียงบรรยายกาศรอบกายก็ทำให้รู้สึกกดดันจนอยากก้มหัวให้ คนประเภทนี้คืออัลฟ่าชั้นสูงที่มีสายเลือดบริสุทธิ์และมีชาติกำเนิดไม่ธรรมดา

สองคืออัลฟ่าที่แผ่กลิ่นอายเฉพาะตัวออกมาอย่างชัดเจนจนดึงดูดใครต่อใครให้เข้ามาสนใจได้อย่างง่ายดายแม้จะมีกำแพงบางๆ คอยขวางกั้นไม่ให้คนกล้าเข้ามาทำความรู้จักก็ตาม

ไคจัดเป็นอัลฟ่าประเภทนั้น...

และมันก็ทำให้มิคาเอลที่มีแต่คนมองด้วยความชื่นชมแต่หวาดกลัวเกินกว่าเข้าใกล้หึงหวงได้ตลอดเวลา เพราะถึงคนพวกนั้นจะไม่กล้าเข้ามาทำความรู้จักไค หากก็ยังกล้ามองด้วยแววตาแสนน่ารังเกียจที่เขาชิงชังอยู่ดี

ลูก้ารู้ดีถึงความคิดน่ากลัวนั่น เขาจึงคอยสังเกตการณ์และพยายามอธิษฐานในใจไม่ให้เจ้านายแอบดูอยู่จากด้านหลังเวที เพราะหากเป็นเช่นนั้นงานเปิดตัวไวน์นี่อาจจะล่มอีกเป็นครั้งที่สองก็ได้

โชคดีก็ตรงที่การมาสายทำให้มิคาเอลไม่มีเวลามากพอจะทำอะไรอย่างอื่น หลังจากแต่งหน้าแต่งตัวทำอะไรเสร็จ เสียงประกาศเริ่มของทีมงานทางด้านหลังก็ดังขึ้นพอดี ดวงไฟทุกจุดบริเวณงานถูกปิดดับจนผู้ชมที่นั่งอยู่ชิดขอบเวทีถูกกลืนหายไปหมด มีเพียงเวทีกระจกเท่านั้นที่เปล่งแสงออกมาจนดูโดดเด่น ไม่ว่าใครที่ผ่านไปผ่านมาต่างต้องหยุดมอง

การเปิดงานเริ่มต้นจากวีดีโอแนะนำสินค้าตัวใหม่ที่กินเวลาไม่นานเท่าไหร่นัก จากนั้นแสงไฟก็ดับลงอีกครั้งพร้อมๆ กันกับที่ใครบางคนเดินออกมาจากหลังเวทีพร้อมขวดกับแก้วไวน์ในมือ 

“นั่น...มิคาเอลไม่ใช่เหรอ”

“มิคาเอลจริงๆ ด้วย”

ท่ามกลางเสียงซุบซิบด้วยความตกอกตกใจของบรรดาผู้ชมและนักข่าวซึ่งไม่รู้มาก่อนว่ามิคาเอลจะมางานนี้ด้วย สายตาของไคจับจ้องเพียงเรือนร่างสูงสง่าสมบูรณ์แบบของคนบนเวที การปรากฏตัวของมิคาเอลสร้างความตื่นตระหนกให้ฝูงชนเพียงชั่วครู่ เพราะเพียงแค่เขาเริ่มก้าวเดิน สรรพเสียงทุกอย่างก็เงียบหายไป ทุกสายตาถูกชายผู้นั้นสะกดเอาไว้ได้จนหมด

มิคาเอลไม่ได้แต่งตัวเปิดเนื้อหนังมังสาเพื่อให้คนสนใจ เขาสวมกางเกงขายาว รองเท้าสลิปเปอร์ธรรมดา คลุมทับด้วยชุดคลุมอาบน้ำสีดำที่ดูหรูหราเข้าธีม ผูกเชือกหลวมๆ ไว้ที่เอว เผยให้เห็นช่วงอกกับหน้าท้องแข็งแรงแบบวับๆ แวมๆ เมื่อประกอบเข้ากับเรือนผมสีขาวเงินที่ถูกเซตยุ่งๆ กับดวงตาสีเขียวเย็นชา เขาจึงดูคล้ายเทวทูตที่เพิ่งตื่นนอน แต่เพียงแค่นั้นก็มากพอจะทำให้คนมองลืมหายใจได้แล้ว

ชายหนุ่มไม่ได้เดินไปถึงขอบเวทีในจุดที่ใกล้นักข่าวที่สุด แต่จงใจหยุดเท้าอยู่ห่างจากตรงนั้นเล็กน้อยเพื่อให้มองสบตาไคได้แบบพอดิบพอดี พลันมุมปากที่เรียบนิ่งมาตลอดค่อยๆ ยกขึ้นเล็กน้อยจนกลายเป็นรอยยิ้มที่สังเกตแทบไม่เห็น ทว่าทำเอาผู้คนที่ไม่เคยเห็นมิคาเอลยิ้มมาก่อนแตกตื่นกันทั้งแถบ นักข่าวกดชัตเตอร์กันรัวเร็วราวกับกลัวว่าจะพลาดโอกาสอันหาได้ยากไป 

และมิคาเอลก็ยิ่งแผ่เสน่ห์อันร้อนแรงออกมาหนักกว่าเก่า เมื่อเขายกแก้วไวน์ในมือขึ้นแล้วค่อยๆ จรดมันที่ริมฝีปาก เบี่ยงองศาหน้าเล็กน้อยให้นักข่าวถ่ายรูปได้สะดวกตามประสามืออาชีพ จากนั้นจึงเลียริมฝีปากเบาๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ตลอดทุกการเคลื่อนไหวคือการกระทำสะกดใจที่ทำให้ไม่ว่าใครต่างก็ไม่กล้าละสายตา แม้แต่เสียงกรีดร้องยังไม่มีออกมาให้ได้ยิน 

ช่วงเวลาที่บรรดาผู้คนเริ่มได้สติคืนมาเล็กน้อยคือช่วงเวลาที่มิคาเอลก้าวเท้าลงจากบันได ตรงเข้าไปหาชายผู้หนึ่งที่ถูกเงามืดบดบังจนมองเห็นไม่ชัดนัก แต่ผู้ชมต่างจดจำใบหน้าของเขาได้เนื่องจากก่อนปิดไฟได้เห็นมาก่อน 

แก้วไวน์ในมือซึ่งมิคาเอลจิบไปแล้วถูกยื่นส่งไปจรดริมฝีปากของชายผู้นั้นอย่างเชิญชวน และอีกฝ่ายก็อ้าปากดื่มมันเข้าไปจนหมดแก้วโดยไม่ปฏิเสธอะไร ชั่ววูบหนึ่งดวงตาสีเขียวงดงามเปล่งประกายระยิบระยับน่ามอง เสียดายก็แต่ไม่มีใครได้เห็นมันเลยนอกจากไคซึ่งเป็นตัวต้นเหตุเท่านั้น 

กว่าจะรู้ตัว นายแบบหนุ่มผู้งดงามสมบูรณ์แบบคนนั้นก็เดินหายกลับเข้าไปทางหลังเวทีแล้ว และช่วงวินาทีที่ไฟบนเวทีดับมืดไปหมด ชายหนุ่มผู้โชคดีก็ลุกขึ้นเดินหายไปด้วย เมื่อไฟติดอีกครั้ง ผู้คนที่เริ่มกะพริบตาปริบๆ อย่างได้สติและกลับมาส่งเสียงกรีดร้องให้มิคาเอลย้อนหลังจึงได้แต่เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้เห็นใบหน้าของเขาอีก

เปรียบเทียบกับด้านนอกที่ฝูงชนยังตื่นเต้นกับการปรากฏตัวของมิคาเอลไม่หายแล้ว บรรยากาศภายในห้องเล็กๆ ซึ่งกลายเป็นห้องส่วนตัวของมิคาเอลและมีไคนั่งอยู่ด้านข้าง ส่วนลูก้ายืนอยู่ด้านหลังนั้นสงบนิ่งเป็นคนละเรื่อง ผู้เป็นนายแบบที่ตอนนี้เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนั่งเบียดไคจนตัวแทบจะเกยกัน ขณะวางคางบนบ่ากว้างอย่างออดอ้อนอยากให้เอาใจ

“เมื่อกี้ฉันดูดีไหม ไคชอบหรือเปล่า”

“…” ไคเลื่อนสายตาไปมองคนด้านข้างอย่างเชื่องช้าโดยไม่ตอบอะไร แต่ส่งมือไปลูบแก้มขาวหนึ่งที แค่นั้นก็มากพอจะทำให้มิคาเอลยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดีแล้ว

“แล้ว...”

“ท่านครับ” ลูก้าพยายามควบคุมสีหน้าให้ตายด้านเหมือนเดิมเมื่อถูกเจ้านายตวัดสายตามามองคล้ายจะต่อว่าที่ขัดจังหวะ แต่เพราะมีเรื่องสำคัญรออยู่เขาจึงต้องพูดต่อไปอย่างไม่อาจเลี่ยง “คนของเราจัดการงานเรียบร้อยไปเมื่อสองนาทีก่อน ตอนนี้ถึงเวลาของท่านแล้วครับ”

เมื่อได้ยินถ้อยคำรายงาน คนที่คล้ายจะหงุดหงิดก็มีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย มิคาเอลพยักหน้า ยอมลุกขึ้นยืนดีๆ โดยไม่ลืมดึงไคให้ลุกตามด้วย

“ไคอยู่ข้างๆ ลูก้านะ ฉันคุยกับนักข่าวไม่นานจะรีบไปหา”

พอได้รับคำตอบเป็นการพยักหน้าหนึ่งครั้ง มิคาเอลก็ปล่อยให้ไคเดินแยกไปกับลูก้า ส่วนเขาเดินไปอีกทางพร้อมการ์ดสองคนที่เข้ามาดูแลแทน 

ในช่วงเวลานี้งานด้านนอกยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ทุกคนยังให้ความสนใจกับเวทีและลุ้นว่าจะได้เห็นมิคาเอลเดินออกมาอีกครั้งหรือเปล่า เผลอแวบเดียวชายหนุ่มที่สวมฮู้ดคลุมศีรษะก็เดินไปอยู่หลังกลุ่มนักข่าวเรียบร้อยแล้ว แต่ใช้เวลาไม่ถึงห้าวินาที พวกที่สายตาไวหน่อยก็สังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็ว นักข่าวสำนักหนึ่งที่มีสัญลักษณ์ถ่ายทอดสดและได้รับการติดต่อจากลูก้าโดยตรงหมุนกายเดินเข้ามาหาพร้อมกล้อง 

จากมุมที่พวกเขาอยู่มีคนเห็นไม่มากนักจึงไม่ได้วุ่นวายเท่าไหร่เมื่อมิคาเอลเปิดฮู้ดออก ดวงตาคมเย็นชาจ้องมองเบต้าหนุ่มที่มือสั่นน้อยๆ ยามยกไมค์มาจ่อปากเขาแล้วเฝ้ารอคำถามอย่างใจเย็น ซึ่งสัญชาตญาณนักข่าวก็ไม่ปล่อยให้หนุ่มน้อยมือใหม่สติแตกนานเกินไปนัก เนื่องจากศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคนคนนี้มาเป็นอย่างดีแล้ว

“คุณมิคาเอล ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ” 

“…อืม” มิคาเอลส่งเสียงรับในลำคอ แต่สีหน้าเหมือนอยากถามว่าเราเคยเจอกันด้วยหรือไงมากกว่า

“เอ่อ...ไม่ทราบว่างานนี้นับเป็นงานแรกในรอบปีหลังจากคุณมิคาเอลย้ายไปทำงานที่ต่างประเทศมาหรือเปล่าครับ”

“ใช่”

“แล้วการกลับมารัสเซียครั้งนี้จะเป็นการกลับมาถาวรหรือเปล่าครับ”

“คิดว่าคงไม่ แต่น่าจะอยู่นานเหมือนกัน” คนที่ปกติให้สัมภาษณ์สั้นห้วนมาโดยตลอดเอียงศีรษะเล็กน้อยแล้วจึงพูดต่อ “พอดีต้องกลับมาจัดการเรื่องน่ารำคาญนิดหน่อย ไม่คิดเลยว่าพอกลับมาถึงบ้านจะถูกวางเพลิงจนต้องไปอยู่ที่โรงแรมแทน”

“วางเพลิงเหรอครับ!” 

“อืม คงเป็นพวกผู้ไม่หวังดี แต่ช่างเถอะ... ถือซะว่าทำบุญ ยังไงก็ไม่ได้จะอยู่ที่นี่นานอยู่แล้ว”

“เอ่อ...” นักข่าวหนุ่มเกร็งตัวอย่างตื่นตกใจเมื่อได้รับสัญญาณเตือนทางสายตาว่าเขากำลังจะหมดเวลาแล้ว “ถ้าอย่างนั้นคุณมิคาเอลช่วยพูดอะไรกับแฟนคลับในฐานะที่คุณกลับมาเยือนที่นี่ชั่วคราวหน่อยได้ไหมครับ”

“อีกไม่นานฉันจะยุติงานในฐานะนายแบบทั้งหมดและไม่กลับเข้าวงการอีก” ถ้อยคำราบเรียบไม่ผิดจากสีหน้าเย็นชาทำให้คนฟังทั้งต่อหน้าและที่ดูอยู่ทางจอทีวีในบ้านตกตะลึงกันเป็นแถบ “ที่กลับมาคราวนี้ก็เลยมีของขวัญแสนพิเศษอยากจะมอบกลับไปให้แฟนคลับแสนดีคนหนึ่งที่เพิ่งส่งของขวัญอันยิ่งใหญ่มาให้ฉันเสียหน่อย”

“…”

นายแบบหนุ่มเหยียดยิ้ม ทว่าเป็นรอยยิ้มที่ไม่มีใครหลงใหลได้ลง เพราะมันดูน่าขนลุกมากจนคนมองแทบจะเข่าอ่อนทรุดลงไปกองอยู่กับพื้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้มองสบเข้ากับดวงตาน่ากลัวคู่นั้น

“เตรียมตัวรับให้ดีละ... ของขวัญของฉันชิ้นใหญ่มากทีเดียว”




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 445 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

565 ความคิดเห็น

  1. #534 NACHI1743 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 07:14
    ไคเป็นพระเอกจริงเหรอเนี่ย555
    คือแบบถ้ามิคาเอลเป็นพระเอกอ่ะ
    แบบแสดงออกใส่ใจส่วนไคก็จะนิ่งๆ
    เวลาทำอะไรก็จะน่ารักมันจะค่อยคือหน่อย
    แล้วพอมิคาเอลเป็นแบบนายเอกอ่ะ
    เออมันก็น่าขนลุกแปลกๆแหละ5555
    #534
    0
  2. #517 chalillxx_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:30
    เอาจริงเริ่มเก็ทฟีลมิคาเอลที่มองไคน่ารักแล้ว เออเธอแม่งน่ารักจริงว่ะ ดูแบบเอื่อยๆเฉื่อยๆอะ แต่ดูร้ายลึก แงงงงง้
    #517
    0
  3. #491 baekbow (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 16:36
    ยังสงสัยในความไคอยู่ อยากรู้ว่าเป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรก หรือไปเจออะไรมาเลยเป็นแบบนี้ ดูเป็นคนที่ไม่น่าใช้ชีวิตคนเดียวรอดอ่ะ
    #491
    0
  4. #467 premmiii (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 08:33
    น้องงน่ากลัว 5555
    #467
    0
  5. #155 FDB88 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 21:39

    ของขวัญคืออะไรนะอดทนรอไม่ไหวแล้วสิ ต้องบอกว่ารนหาที่เอง กล้ามาทำให้พี่มิเดือด สมควรแล้ว

    #155
    0
  6. #88 KAIIDONG (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 15:47
    ยั่วขนาดนี้ไคยังนิ่งได้ สุดยอดจริงๆ 555555
    #88
    0
  7. #86 Vanuda (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 01:33
    จัดเต็มเลยนะ
    #86
    0
  8. #85 ooy1565 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 23:22
    ไคอย่าเย็นชานักเลยสงสารพี่มิบ้างหลงจะแย่แล้ว
    #85
    0
  9. #84 Papillon Papillon de Nuit (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 22:53
    ไคจ๋าเธอไม่ไว้ใจพี่มิถึงขนาดนุ่งผ้าอาบน้ำเลยรึ 5555
    #84
    0
  10. #83 earnnaruk (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 21:44
    ไคคร้าบหลงเสน่ห์คุณเขาบ้าง คุณเขาหมดมุกละมั้งนั่น
    #83
    0
  11. #82 mew7367 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 21:42
    นี่นึกถึงฉากเรท

    ของ
    บพี่มิม่ายออกเลยจิงๆๆ
    #82
    0
  12. #81 leel26092545 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 21:21
    ฮื่อๆๆๆๆ สวยมากค่าพี่
    #81
    0
  13. #80 Rujie Taew (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 21:19
    นึกภาพพี่มิเป็นเมียไม่ออกเลยจริงๆ ตอนนี้ได้รู้ความคิดของคุณไคบ้างแล้ว อะไรคือพี่มิยั่วแต่คิดว่าฮีทำท่าประหลาดคะ พี่มิต้องร้องไห้ ถ้าได้รู้ความคิดคุณไค 555
    #80
    0