[END] 3KINGS ตอน ประมุข

ตอนที่ 8 : PRAMUK-6-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,596
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,134 ครั้ง
    3 ธ.ค. 61

-6-


“ระวังอย่าเพิ่งให้แผลโดนน้ำนะครับ” นายแพทย์หนุ่มกล่าวเตือนขณะตรวจสอบผ้าพันแผลเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อเรียบร้อยจึงลุกขึ้นยืนส่งยิ้มให้คนไข้ที่นั่งกะพริบตามองขาตัวเองเงียบๆ เหมือนไม่เจ็บเลยสักนิดอีกรอบ

“ขอบคุณครับคุณหมอ”

หลังจากแพทย์คนดังของโรงพยาบาลผู้ถูกเรียกตัวมาทำแผลให้ประมุขเดินออกไปแล้ว คนที่นั่งนิ่งมาตลอดก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใบหน้าที่ถูกบังคับให้นิ่งเฉยแสดงอาการเจ็บปวดออกมาเล็กน้้อยเมื่อได้อยู่คนเดียว แต่ผ่านไปไม่ถึงนาทีเสียงพูดคุยและเปิดประตูจากด้านนอกก็ดังขึ้นจนเขาต้องกลับไปแสดงสีหน้าเหมือนเดิมอีกครั้ง

“นายครับ...”

“ยังไม่ต้องพูด” น้ำเสียงดุดันดังเล็ดลอดเข้ามาในห้องเมื่อผู้พูดผลักประตูเข้ามาพอดี ดวงตาสีฟ้าเยือกเย็นที่ดูเย็นชาจนน่าใจหายจับจ้องมาที่เขานิ่งงัน เพียงเท่านั้นประมุขก็เผยความอ่อนแอออกมา โดยการยื่นแขนออกไปหา เรียกร้องให้คนตัวโตเดินเข้ามากอดกันด้วยสีหน้าออดอ้อน

“มาแล้วเหรอ” เขาซุกหัวลงกับหน้าท้องของเกรย์ สองแขนกอดรอบเอวสอบเอาไว้แน่น ทั้งเพื่อควบคุมความสั่นไหวในจิตใจ และเพื่อทำให้คนน่ากลัวกลับมายิ้มให้กันเหมือนเดิม

ผ่านไปครู่ใหญ่ที่ทั้งสองกอดกันอยู่อย่างนั้นโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมา ในที่สุดเกรย์ก็เป็นฝ่ายยอมแพ้ เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ดันไหล่ลูกแกะในอ้อมแขนให้ผละออกแล้วนั่งลงด้านข้าง มือจับแขนจับตัวหมุนไปหมุนมาเพื่อมองหาว่ามีส่วนใดที่ได้รับบาดเจ็บนอกจากที่ขาอีกหรือเปล่า

“เจ็บมากไหม”

“นิดเดียว” ประมุขคลี่ยิ้มเพื่อเสริมให้คำพูดดูน่าเชื่อถือ แต่เหมือนมันจะไม่ได้ผลเท่าไหร่นักในเวลาแบบนี้

“โกหก วันนี้นอนโรงพยาบาลเถอะ เดี๋ยวฉันให้คนกลับไปเอาเสื้อผ้ามาให้”

“ไม่เอา” คนฟังรีบส่ายหน้าปฏิเสธ ถึงจะไม่ได้มีอคติอะไรกับโรงพยาบาล แต่ถ้าไม่จำเป็นแล้วต้องมานอนก็อดหวาดระแวงไม่ได้เหมือนกัน เต้ยิ่งชอบเอาเรื่องน่ากลัวๆ มาเล่าให้ฟังอยู่ด้วย “ผมไม่เป็นไรจริงๆ กลับห้องกันเถอะนะครับ”

เกรย์มองคนกลัวผียิ่งชีพที่จับมือเขาเอาไว้แน่นเพื่อออดอ้อนเงียบๆ ขณะไล่สายตาลงไปมองขาข้างขวาของเจ้าตัวที่มีผ้าพันแผลพันทับเอาไว้ แม้ตอนเดินเข้ามาหมอจะบอกว่ามีแผลแค่จุดเดียวและไม่ได้อันตรายอะไรมาก แต่เขาก็ยังไม่พอใจอยู่ดีที่มันเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นกับคนของตัวเอง

“รู้หรือเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้น”

ประมุขเอียงคอสงสัย สมองประมวลผลอยู่ครู่ใหญ่จึงเข้าใจว่าเกรย์ต้องการถามเรื่องอะไร เขารีบพยักหน้าหงึกหงักอย่างรู้งาน ตั้งใจจะทำให้คนข้างกายพอใจ จะได้ไม่ต้องนอนค้างที่โรงพยาบาลทั้งที่ไม่จำเป็น

“คุณลุงที่ขับรถอีกคันบอกว่าหลับในก็เลยพุ่งมาชนรถเราครับ จริงๆ ถ้ากระจกไม่แตกจนมาบาดขาผมก็คงไม่เป็นอะไรมาก แล้วแกก็ขอโทษหลายรอบแล้วด้วย”

“บอกไหมว่าทำไมหลับใน”

“แกบอกว่าเมื่อคืนเฝ้าไข้ลูกสาวจนดึกก็เลยไม่ได้นอน”

“แล้วเชื่อไหม”

หน้าตาคนถูกถามบ่งบอกชัดเจนว่าไม่ได้เชื่อ แต่ก็ไม่ได้ไม่เชื่อ เหมือนฟังมาแล้วไม่คิดอะไรมากกว่า พอมีคนมาสะกิดแบบนี้จึงรู้สึกลังเลขึ้นมา เริ่มคิดในใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นใช่ความบังเอิญหรือเปล่า

“เขา...จงใจเหรอครับ”

“ลูกแกะ...” เกรย์ถอนหายใจ ตามองคนสบายๆ ที่มองโลกในแง่ดีด้วยแววตาอ่อนลง “รู้ใช่ว่าถ้าก้าวมาในโลกทางนี้... ก้าวมายืนอยู่ข้างฉันแล้ว ชีวิตจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”

“คุณบอกผมแล้ว”

“ฉันไม่ได้จะบอกให้ลูกแกะเปลี่ยนไป แต่อยากให้ระวังตัวแล้วก็มองการณ์ให้ไกล ถ้ามีคนมาทำให้เจ็บตัวไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม อย่าปล่อยเรื่องไปง่ายๆ แบบนี้อีก” เขาเชยคางลูกแกะที่เริ่มทำท่าทีสำนึกผิดให้กลับมาสบตากันเหมือนเดิม “วิคเตอร์คือลูกน้องของฉัน และลูกน้องของฉันทุกคนได้รับคำสั่งให้ทำตามคำสั่งนาย เพราะงั้นการที่นายยืนยันให้พวกเขาปล่อยคนทำผิดไปมันจึงถือเป็นคำสั่งที่ต้องปฏิบัติตาม แม้มันจะมีอะไรน่าสงสัยเต็มไปหมด เข้าใจหรือเปล่า”

“ครับ”

“ฉันไม่ได้ดุ ไม่ได้ไม่พอใจ แต่เป็นห่วงมาก”

“ผมรู้” ลูกแกะน้อยพยักหน้า “ทีหลังผมจะไม่คิดอะไรง่ายๆ แบบนี้แล้ว”

“ดีมาก” เมื่อได้รับคำตอบที่พอใจ เกรย์ก็กลับมายิ้มได้อีกครั้ง “ความใจดีของนาย เก็บไว้ใช้กับฉันคนเดียวก็พอ”

เมื่อพูดคุยกันจนเข้าใจ ลูกแกะตัวน้อยก็ถูกสั่งห้ามไม่ให้เดินเอง เกรย์เป็นคนอุ้มคนที่พยายามกลั้นยิ้มเอาไว้อย่างสุดความสามารถลงไปนั่งที่รถเข็น เห็นท่าทีไร้ความเขินอาย ซ้ำยังดูชอบใจของอีกฝ่าย เขาก็ได้แต่หัวเราะออกมาเบาๆ แล้วเดินไปพร้อมกันโดยมีวิคเตอร์เข็นรถให้

“ชอบเหรอ” และแล้วก็ทนไม่ไหวจนต้องถาม ขณะมองคนที่ยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ในอ้อมแขน ระหว่างที่กำลังจะอุ้มขึ้นไปนั่งบนรถ ตอนแรกๆ ก็บ่นอยู่หรอกว่าเดินเองได้ แต่ไม่รู้ทำไมพอโดนบังคับอุ้มไปทีเดียว หลังจากนั้นก็ยื่นแขนให้อุ้มด้วยตัวเองเสียอย่างนั้น

“ชอบมาก”

“งั้นจะอุ้มบ่อยๆ”

ลูกแกะอมยิ้มจนแก้มตุ่ย ไม่มีท่าทีปฏิเสธใดๆ ซ้ำยังแสดงสีหน้าเห็นใจ เหมือนจะบอกว่าถ้าหนักผมขี่หลังแทนก็ได้นะใส่เขาด้วย

เมื่อขึ้นมาอยู่บนรถแล้วคนที่ถูกสถาปนาเป็นคนป่วยก็เอนตัวมาพิงไหล่เกรย์ด้วยท่าทีอ่อนเพลีย ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะต้องเจออะไรมากมายในวันเดียว ทั้งโดนชน โดนขู่ แล้วยังถูกรถชนจนกระจกแตกมาบาดขาอีก

เจอกันไม่ทันไรก็เจ็บตัวแล้ว...

ยามอยู่ในสถานที่ที่ไม่ใช่ถิ่นตัวเองอันตรายอย่างไรเกรย์ย่อมรู้ดี เพราะแบบนั้นเขาจึงเรียกทีมเอให้มาพร้อมกัน ทั้งหมดเพื่อปกป้องคนสำคัญให้ดีที่สุด แต่ถึงอย่างไรเรื่องการจัดฉาก แสร้งทำให้เกิดอุบัติเหตุพวกนี้ก็ยังเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก หากคนขับรถไม่ใช่มืออาชีพในทีมของเขา ผลสุดท้ายอาจไม่จบลงด้วยการที่ลูกแกะโดนกระจกบาดก็ได้

“วิคเตอร์”

“ครับนาย”

“มันเป็นใคร” เกรย์ก้มลงมองลูกแกะที่หลับตาพริ้มพิงไหล่เขาไว้ด้วยแววตาอ่อนโยน ก่อนจะช่วยจัดท่าให้อีกคนลงไปนอนบนตักดีๆ จะได้สบายตัวมากขึ้น

“ชื่อโชคชัย เป็นพนักงานธนาคารที่เพิ่งถูกไล่ออกจากงานเมื่อเดือนก่อน สถานะโสด ไม่มีครอบครัว ไม่มีภรรยาหรือลูกติด ปัจจุบันผันตัวมารับจ้างทั่วไป รวมถึงรับทำงานสกปรกตามที่มีคนต้องการ ตอนนี้คนของเรากำลังเค้นเรื่องผู้ว่าจ้างอยู่ครับ”

“ต่อไปถ้าไปไหนกับลูกแกะแล้วเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก บอกข้อมูลหรืออะไรที่ผิดสังเกตกับเขาตามตรงแล้วค่อยให้ตัดสินใจ อนุญาตให้ตักเตือนได้ตามสมควร”

“ครับนาย”

ถึงตอนมีอุบัติเหตุลูกแกะจะบอกว่าไม่เป็นไร ยิ่งได้ฟังเหตุผลของคนทำก็ยิ่งใจอ่อน และแม้ลูกน้องของเขาจะปฏิบัติตามคำสั่งให้ปล่อยเรื่องนี้ไปโดยไม่ถกเถียง ทว่ามืออาชีพย่อมรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ และเกรย์ให้สิทธิ์ขาดแก่การ์ดทุกคนในเรื่องของการหาข้อมูล เขาไม่ชอบความผิดพลาด ไม่ชอบความล่าช้า เพราะฉะนั้นถ้าต้องการรู้อะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสำคัญแบบนี้ ทุกคนต้องให้คำตอบได้ในทันที

การบอกให้วิคเตอร์และคนอื่นๆ บอกข้อมูลหรืออะไรที่ผิดสังเกตแก่ลูกแกะจึงไม่ใช่เพียงการปกป้องให้อยู่ด้านหลังอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นการให้สิทธิ์ขาดแก่เจ้าตัวในการตัดสินใจเรื่องราวตามสมควร ถ้าการ์ดบอกว่ารถคันนั้นตั้งใจชน เขาเชื่อว่าลูกแกะต้องไม่ตัดสินใจปล่อยไปแบบนี้แน่ คนที่เขาเลือกไม่ใช่พวกหัวอ่อน ลูกแกะน้อยเป็นเพียงคนธรรมดาที่มองโลกในแง่ดีและใช้ชีวิตแบบธรรมดามาโดยตลอด

แต่เมื่อไหร่ที่ปรับตัวได้... เกรย์เชื่อว่าลูกแกะจะกลายเป็นคนที่คู่ควรจะยืนอยู่ข้างเขาอย่างแน่นอน

“อย่างน้อยสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็ทำให้ฉันได้รับคำตอบเรื่องหนึ่ง”

แม้จะเจอปัญหาน่ากลัวขนาดไหน ลูกแกะก็ยังเลือกที่จะอยู่ข้างเขาเหมือนเดิม

ดวงตาเย็นชาอ่อนแสงลงและเริ่มปรากฏประกายแวววาวมีความสุข ในใจอบอุ่นขึ้นมาจนรู้สึกได้อย่างชัดเจน ชายหนุ่มลูบหัวลูกแกะที่หลับสนิทไปแล้วโดยไม่ได้พูดอะไรอีก

มันคือ...ความรู้สึกที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานมากแล้ว



สามอาทิตย์ต่อมา ถึงเวลานัดหมายกลับไปเจอครอบครัวรวมถึงพี่ชายคนโต ประมุขนั่งจัดข้าวของด้วยความกังวลใจอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า จนถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกเสียดายที่คนสำคัญมีงานด่วน ไม่อาจไปพบเจอครอบครัวพร้อมกันได้ แม้เกรย์จะบอกล่วงหน้าไว้เป็นอาทิตย์แล้ว แต่เขาก็ยังไม่หายหงอยเสียที แถมสามอาทิตย์ที่ผ่านมายังแทบไม่ได้ไปไหนเลยด้วย เพราะเหมือนคนคนนั้นจะยุ่งวุ่นวายมากจนเขาไม่กล้าพูดเรื่องไปเที่ยวอีกเลย

เอาเถอะ... แค่กลับมากินข้าวพร้อมกัน นอนกอดกันจนหลับทุกวันก็ดีมากแล้ว

อาการหงอจนไม่รู้จะหงอยังไงของลูกแกะอยู่ในสายตาของเกรย์ตลอดเวลา ตัวเขาเองก็รู้สึกผิดที่ไม่อาจพาคนสำคัญไปเที่ยวได้ตามที่พูดไว้ แต่เพราะช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญและมีเรื่องให้จัดการหลายอย่าง เขาจึงจำเป็นต้องขอเลื่อนนัดไปก่อน กระทั่งไปเจอครอบครัวเพื่อพักผ่อนด้วยกันก็ยังไปด้วยไม่ได้

“ลูกแกะ”

“ครับ” คนที่ทำหน้ามุ่ยมาตั้งแต่เช้าเพราะต้องแยกกับเกรย์หันไปหาตามเสียงเรียก พอเห็นอีกฝ่ายตบลงบนเตียงข้างตัวก็ลุกขึ้นเดินไปนั่งข้างๆ อย่างว่าง่าย

“จำเรื่องที่มีคนขู่นายที่ห้าง แล้วก็จงใจขับรถชนนายได้หรือเปล่า”

“จำได้” ประมุขยืดตัวตั้งตรงเมื่อได้ยินหัวข้อพูดคุยที่เหมือนจะจริงจังพอควร

“ตอนแรกลูกแกะคิดว่าใครทำ”

“…” คนฟังเม้มปาก ตาหลุบลงต่ำราวกับกำลังครุ่นคิดว่าควรพูดออกไปดีหรือไม่ ทั้งที่ในใจมีคำตอบตั้งแต่แรกแล้ว

“คิดว่าแม่มดใช่ไหม”

“ครับ... แต่ผมไม่รู้ว่าแม่จะทำร้ายผมทำไม” เขายอมรับง่ายๆ อดรู้สึกปวดใจไม่ได้ ยามรู้ว่าจนถึงตอนนี้แม่ก็ยังคิดทำร้ายพวกเขาสามพี่น้องไม่เลิกรา

“ไม่ใช่หรอก” เกรย์ส่ายหน้า ก่อนจะยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นลูกแกะทำท่าทางตกอกตกใจ เหมือนจะถามว่าถ้าไม่ใช่แม่แล้วจะเป็นใครไปได้ “ลูกแกะรู้หรือเปล่าว่าฉันทำงานอะไร”

“คุณเคยบอกว่าทำธุรกิจ”

“ฉันเป็นเจ้าของธุรกิจ...หลายอย่าง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค แล้วก็เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย ล่าสุดคือธุรกิจร้านอาหารที่ทำร่วมกับพี่นาย” แน่นอนว่าที่พูดไปเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่เขาก็ไม่ได้โกหกลูกแกะเลยแม้แต่นิดเดียว “และนอกเหนือจากนั้นคือแม่ของฉันเป็นเจ้าของบริษัทอัญมณีรายใหญ่ ส่วนพ่อเป็นนักการทูตที่มีชื่อเสียง”

“…”

“การค้าขายแต่ละครั้งมีมูลค่าเป็นพันล้าน ลูกแกะพอจะจินตนาการออกไหมว่าถ้าคู่ค้าของฉันเป็นพวกที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทาแล้วตกลงกันไม่ได้จะเกิดอะไรขึ้น”

“เขาจะ...ทำร้ายคุณ”

“หึหึ ใช่แล้ว” เกรย์หัวเราะเมื่อได้ยินคำพูดน่ารักๆ ของลูกแกะ แม้ในความเป็นจริงมันจะเกินกว่าคำว่าทำร้ายไปไกลก็ตาม “ที่ฉันอยากบอกก็คือแม่มดไม่ใช่คนใจกล้า ถึงจะทำเหมือนร้ายกาจขนาดไหน แต่ก็ยังสู้พี่ชายของนายหรือฉันไม่ได้หรอก เธอไม่มีทางใช้วิธีสกปรกทำแบบนี้แน่ ยิ่งถ้ารู้ว่านายเป็นคนของฉันยิ่งไม่กล้า”

“เธอไม่รู้เหรอครับ”

“ไม่รู้หรอก ทุกอย่างระหว่างเรายังคงเป็นความลับ ถ้าไม่ใช่พวกที่จงใจเล่นงานฉันโดยตรงและสืบหาข้อมูลมาอย่างดีไม่มีทางรู้แน่ และนั่นคือจุดสำคัญ”

“หรือที่ผมโดนขู่นั่น...”

“ใช่ ทั้งที่โดนขู่แล้วก็โดนรถชน พวกมันต้องการพิสูจน์ว่านายสำคัญสำหรับฉันมากขนาดไหน”

“พวกเขาเป็นใครเหรอครับ” ประมุขขยับเข้าไปหาคนข้างกายมากขึ้นเมื่อเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมา ตอนที่ทำใจได้ว่าคนคนนั้นอาจเป็นแม่แท้ๆ เขายังพอจะมองในแง่ดีได้ว่าเธอคงไม่คิดถึงขั้นฆ่าแกงกัน แต่นี่มันไม่ใช่...

“เรื่องนี้ยังไม่แน่ใจ เพราะศัตรูของฉันไม่ได้มีแค่คนเดียว พวกที่เข้ามาหาเรื่องนั่นก็ถูกจ้างมาทั้งคู่ โอกาสค้นหาต้นตอเจอแทบจะเป็นศูนย์ แต่ฉันให้คนของเราที่อยู่ฝรั่งเศสสืบต่อแล้ว ช่วงนี้ก็ต้องระวังตัวมากหน่อย” พูดจบเกรย์ก็ยกมือขึ้นคลึงหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นของลูกแกะเบาๆ ให้คลายออก “ไม่ต้องห่วง ฉันจะไม่ยอมให้ลูกแกะเจ็บตัวอีกเป็นอันขาด”

“ผมเชื่อคุณ”

“จะไม่ถามต่อเหรอ”

“ถาม?” ลูกแกะน้อยเอียงคอ เหมือนไม่เข้าใจจริงๆ ว่าต้องถามอะไรต่ออีก

“ถามว่าทำไมฉันถึงเลือกให้นายมาอยู่ในอันตราย ทั้งที่รู้แต่แรกแล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้”

“นั่นเพราะคุณต้องการปกป้องผมไม่ใช่เหรอ”

“มันก็ใช่ แต่ถ้าฉันเลือกไม่มาเจอ เราอาจจะไม่ต้อง...”

“หยุดเลย” คนฟังขมวดคิ้วไม่พอใจ “คุณจะดูถูกความตั้งใจของผมไม่ได้นะ ก็บอกแล้วว่ารอเจอมาตลอด แล้วคุณก็เตือนผมแล้วว่าถ้ามาอยู่ตรงนี้จะถอยกลับไม่ได้อีก หรือต่อให้รู้แต่แรกว่าต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ผมก็ยังจะเลือกทางเดิมอยู่ดี”

เกรย์ที่กลายเป็นคนผิดยิ้มกว้าง ไม่รู้จะทำยังไงกับเจ้าลูกแกะแสนน่ารักตรงหน้าดี สุดท้ายจึงได้แต่รั้งเข้ามากอดไว้เป็นการไถ่โทษ ไม่รู้ต้องพูดอีกสักกี่ครั้งว่าเขาดีใจมากจริงๆ ที่เลือกคนคนนี้

“ขอบคุณ”

“ผมรอมาตั้งนาน ไม่ให้ไล่ไปไหนง่ายๆ หรอกนะ”

“ไม่มีทางไล่หรอก”

หากถามว่าความผูกพันจากการคุยกันผ่านจดหมายหรือผ่านโทรศัพท์มันมากพอจะทำให้คนสองคนยึดติดในกันและกันถึงขนาดนี้เลยเหรอ เกรย์คงตอบง่ายๆ ว่าใช่ และคิดว่าลูกแกะก็คงตอบแบบเดียวกัน แม้จะไม่เคยเจอหน้า ทำได้เพียงพูดคุยกันไปเรื่อยๆ แต่พวกเขาล้วนมีจุดหมายร่วมกันคือวันหนึ่งจะต้องได้เจอ คงต้องบอกว่าโชคดีที่มีความคิดเดียวกันในแง่ของความสัมพันธ์ ต่อให้ไม่ต้องพูดออกมา ก็รู้อยู่แล้วว่าต่างฝ่ายต่างอยู่ในสถานะอะไร

สำหรับเขา ลูกแกะคือคนที่เข้ามาเติมเต็มความต้องการทุกๆ อย่าง เป็นคนแรกที่ทำให้เกรย์รู้จักคำว่าอดทน ความช่วยเหลือที่หยิบยกให้และความรู้ใจที่เขาสร้างผ่านตัวอักษรคงทำให้อีกคนเริ่มคิดไปในทางเดียวกัน อันที่จริงก็คงเป็นอย่างที่คิงว่า... เขาใช้ช่องว่างเรื่องอายุ อาศัยช่วงเวลาที่ลูกแกะอ่อนแอและยังเป็นเด็กเข้าไปช่วงชิงพื้นที่ว่างในหัวใจของเจ้าตัวมา ไม่รู้ว่าถ้าไม่ได้เข้าหาและทำให้อยากเจออยู่เรื่อยๆ ตั้งแต่แรก วันนี้จะได้คนคนนี้มาอยู่ข้างกายหรือเปล่า

“เกรย์”

“หืม”

“ผมเห็นคุณคุยโทรศัพท์กับพี่เมื่อเช้า มีเรื่องอะไรเครียดๆ หรือเปล่า” คนขี้เป็นห่วงถามเสียงอู้อี้ทั้งที่ยังกอดเขาไว้แน่น “เกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นใช่ไหม”

“เดาเก่ง”

“เห็นคุณคุยกับพี่ทีไรก็มีแต่เรื่องเครียดๆ ตลอดเลยนี่นา” ว่าจบคนพูดก็ถอนหายใจซ้ำอีกที เหมือนจะบอกว่าเรื่องเครียดๆ เหล่านั้นทำให้คนสดใสเครียดตามไปด้วย “คุณกับพี่ทำอะไรอยู่เหรอ ที่ไปเจอกันที่ห้างวันนั้นก็คุยเรื่องนี้ใช่ไหม”

“ใช่” เกรย์ตอบโดยไม่ปิดบัง เพราะตอนคุยโทรศัพท์เขาก็คุยให้ลูกแกะได้ยินทุกเรื่องอยู่แล้ว “พี่ชายนายต้องการให้แม่มดลากธุรกิจที่ตัวเองพัวพันทั้งหมดออกมาด้วย และหนึ่งในนั้นคือบ่อนใต้ดินที่เป็นเครื่องทำเงินของเธอ”

“พี่ให้คุณทำอะไรเหรอ”

“ปล่อยข่าวว่าฉันต้องการบ่อน จริงๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็เตรียมการมาพักใหญ่แล้ว พอพี่นายยอมลุยต่อเลยไม่ได้ยากเย็นอะไร แม่มดไม่มีอะไรน่ากลัว คนที่ไม่ได้อยู่ในวงการมาตั้งแต่แรกอย่างเธอคงไม่คิดว่ามันจะเป็นกับดับ เผลอๆ อาจจะคิดว่าฉันทำธุรกิจสีเทาอยู่แล้ว ไม่น่ากล้ายุ่งกับตำรวจ อีกไม่กี่วันต้องติดต่อมาแน่” พูดถึงตรงนี้เขาก็ลุกขึ้นยืน จูงมือลูกแกะให้เดินออกไปพร้อมกันเมื่อเห็นว่าถึงเวลาต้องเดินทางแล้ว “แม่มดยังหวังสูงต้องการบริษัทคืนอยู่ เดี๋ยวคงเอาบ่อนมาเสนอ ไม่ขอให้ฉันหยุดทำลายบริษัทนั่นก็คงขอให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวระหว่างเธอกับคิง เราจะใช้หลักฐานทางคำพูดพวกนั้นมัดให้ดิ้นไม่หลุด”

“หลักฐานแค่เท่าที่มีอยู่ยังไม่พออีกเหรอ”

“ไม่พอสำหรับตลอดชีวิต”

ใช่... บทจะโหดร้ายเพื่อนของเขาก็โหดร้ายได้อย่างน่ากลัว คงคิดจะถอนรากถอนโคนไม่ให้เหลืออะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว ถ้าไม่ใช่ติดคุกจนวันตาย ตอนออกมาก็ต้องไม่เหลืออะไรให้ยึดติดอีกเลย

ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับว่าคิงจะกล้าพอจะลงมือด้วยตัวเองหรือเปล่า

เพราะถ้าไม่กล้า...เขาจะเป็นคนจัดการเอง

“ขอบคุณนะครับ” ลูกแกะรั้งแขนตัวเองไว้ไม่ยอมเดินต่อ พอเขาหันไปหาก็ยิ้มให้อย่างร่าเริง ดวงตาฉายชัดถึงความขอบคุณและความดีใจที่ปิดไม่มิด “คุณบอกว่าจะไม่ปิดบังผมแล้วก็ทำแบบนั้นจริงๆ ขอบคุณนะ”

“ครับ” เกรย์ตอบกลับเป็นภาษาไทยที่ไม่ถนัด ทำเอาคนฟังยิ้มกว้างกว่าเดิมจนเขาอารมณ์ดีตามไปด้วย “กลับไปเจอกันที่กรุงเทพฯ นะ ครั้งนี้จะพาไปเที่ยวจริงๆ ไม่สิ...ต้องให้ลูกแกะพาฉันเที่ยวมากกว่า”

“ได้เลย”

พวกเขาไม่ได้เกี่ยวก้อยสัญญาเป็นเด็กๆ แต่เกรย์รู้ดีว่าลูกแกะเป็นคนยังไง ต่อให้สุดท้ายเขาไม่ว่างไปเที่ยวด้วย เจ้าตัวก็คงไม่โกรธเหมือนเดิม ทว่าคราวนี้ต่อให้งานยุ่งแค่ไหนเขาก็ต้องทำตามคำพูดให้ได้ แค่ต้องผิดคำพูดในช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมาก็รู้สึกแย่มากพอแล้ว

“ตอนลูกแกะอยู่กับครอบครัว คนของฉันจะคอยตามดูอยู่ห่างๆ จะได้ไม่อึดอัด ตอนกลับก็ไปสนามบินพร้อมครอบครัวได้เลย วิคเตอร์กับคนอื่นๆ จะขับรถตามไปแล้วค่อยกลับพร้อมกัน”

“รับทราบ” คนฟังยกมือตะเบ๊ะรับทราบแล้วยิ้มขำ ก่อนแยกกันไปคนละทางยังไม่วายยื่นมือมาจับแขนเขาไว้อีกรอบ “ระวังตัวด้วยนะครับ”

“นายเองก็ด้วย”

หลังจากร่ำลากันโดยการลูบหัวลูบหลังเป็นครั้งที่สาม ในที่สุดประมุขก็ยอมเดินขึ้นรถแต่โดยดี แต่แม้จะขึ้นมาแล้วก็ยังไม่วายหันกลับไปมองคนที่ยืนโบกมือให้จากด้านหลังเหมือนรู้อยู่แล้วว่ายังไงเขาก็ต้องหันไปมอง และเมื่อรถเลี้ยวไปอีกทาง ร่างของคนยืนส่งก็ถูกแทนที่ด้วยรถของการ์ดที่ขับนำหน้ากับตามหลังอย่างละคัน เพียงเท่านั้นหน้าตาของคนร่าเริงก็หงอยลงแทบจะทันที

“เราจะเข้าไปส่งถึงที่ จากนั้นจะตามอยู่ห่างๆ ไม่ให้ครอบครัวของคุณรู้ ถ้ามีอะไรให้รีบติดต่อผมทันที” วิคเตอร์ที่นั่งอยู่ข้างคนขับหันมาบอกด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่พอเห็นสีหน้าอึนๆ ปนเศร้าสร้อยของนายคนที่สอง บอดี้การ์ดหนุ่มก็ต้องถอนหายใจออกมาแล้วเพิ่มเติมคำพูดจากเดิมไปนิดหน่อย “คุณรู้หรือเปล่าว่าทำไมช่วงนี้นายทำงานหนักจนต้องกลับห้องดึกทุกวัน”

“ทำไมเหรอ” พอได้ยินคำถามที่เกี่ยวข้องกับเกรย์ ประมุขก็รีบเงยหน้าถามทันควัน

“เพราะนายเร่งเคลียร์งาน จะได้มีเวลาไปเที่ยวกับคุณหลังจากนี้”

ได้ฟังดังนั้นประมุขก็อมยิ้มจนแก้มพองแบบไม่มีความเขินอายทั้งยังไม่คิดปิด ส่วนวิคเตอร์ที่สังเกตท่าทีของอีกฝ่ายอยู่ตลอดก็หันกลับไปนั่งหลังตรง ก้มหน้ากดโทรศัพท์รายงานผู้ที่ทักมาบอกให้เขาทำให้คนหน้างออารมณ์ดีอย่างรวดเร็ว

เมื่อเข้าเขตสวนดอกไม้รังสิมันตุ์ในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ประมุขก็หันไปเกาะขอบหน้าต่างมองบรรยากาศของสวนด้วยดวงตาแวววาว คิดในใจว่าสักวันต้องพาเกรย์มาเที่ยวที่นี่ด้วยกันให้ได้ เผลอมองดอกไม้ที่เรียงรายอยู่ตามทางกระทั่งรถมาโผล่อยู่หน้าจุดนัดพบซึ่งเป็นรีสอร์ทอยู่ในเขตสวน สติสตังที่เหม่อลอยจนหายไปไหนไม่รู้จึงกลับมาเข้าที่อีกครั้ง

“เดี๋ยวผมยกเข้าไปเอง พี่ชายคนรองอยู่ข้างในแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง” เขาบอกการ์ดของเกรย์พร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะยื่นมือไปดึงกระเป๋าเดินทางมาถือไว้เอง “ถ้ามีอะไรจะโทรไปบอกแน่นอนครับ พวกพี่ๆ ไปพักเถอะ”

“เข้าใจแล้ว” วิคเตอร์ซึ่งเป็นตัวแทนของการ์ดทั้งหมดพยักหน้ารับคำ และหันไปส่งสัญญาณให้ทุกคนกลับไปขึ้นรถประจำที่ “หากเจออะไรน่าสงสัย ไม่ว่าจะเล็กน้อยขนาดไหนก็ตาม คุณต้องบอกผมทันที ไม่มีข้อยกเว้น”

“ครับ” ประมุขรับคำอย่างแข็งขัน เมื่อวิคเตอร์พยักหน้าให้แล้ว เขาจึงหมุนตัวเดินลากกระเป๋าเข้าไปในตัวรีสอร์ทที่พี่ชายคนรองบอกว่ารออยู่ก่อนแล้ว

พื้นที่รองรับแขกของตัวรีสอร์ทเป็นโถงกว้างขนาดใหญ่ มีมุมเฉพาะสำหรับแขกวีไอพีแยกอยู่ด้านข้าง ประมุขก้าวเข้าไปถึงก็เดินไวๆ ไปที่โซนวีไอพี พอเห็นพี่ชายคนรองที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกันนั่งอยู่ที่โซฟาก็วิ่งเข้าไปหาพร้อมรอยยิ้ม

“เต้!”

“มุ…อุก!” คนที่กำลังจะยิ้มให้น้องชายชะงักกึก จากที่จะอ้าแขนกอดกลับกลายเป็นต้องงอตัวลงด้วยความจุก เมื่อไอ้น้องเวรมันพุ่งเข้าหาแล้วเอาตัวที่มีขนาดไม่ต่างกันกระแทกเขาอย่างแรง

“คิดถึงมึง”

“แต่กูไม่คิดถึงมึง ไอ้น้องเวร!”

ผัวะ!

พูดจบก็ตบหัวไอ้คนที่บอกว่าคิดถึงแต่จงใจแกล้งไปหนึ่งทีจนมันหน้าบูด ยอมผละออกจากอ้อมแขนแล้วหันไปยกมือไหว้คนที่ยืนมองสถานการณ์เงียบๆ มาโดยตลอดแทน

“พี่พายุ สวัสดีครับ”

“สวัสดี” ชายหนุ่มต่างชาติตัวสูงท่าทางเข้มงวดตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษ ดวงตาสีเขียวที่ตอนได้เห็นครั้งแรกทำเอาประมุขหวาดผวา ยามนี้ก็ยังดูดุดันไม่ต่างจากเดิม ทว่าความเคยชินที่เกิดจากการได้พบเจอกันมาหลายปีทำให้มันกลายเป็นความคุ้นเคยไปแล้ว

พายุ หรือชื่อจริงๆ คือวลาดิเมียร์เป็นคนรักชาวรัสเซียของฮ่องเต้ พี่ชายของเขาที่คบกันมานานแล้ว และแม้จะไม่รู้ว่าไปคบกันได้ยังไงโดยที่ประมุขไม่รู้เรื่องเลย แต่เขาก็มั่นใจว่าทั้งคู่รักกันมาก ไม่ว่าพี่พายุจะวุ่นวายกับงานที่รัสเซียหรือมีปัญหาอะไร เต้ก็จะเป็นห่วงแล้วคอยให้กำลังใจอยู่เสมอ นานๆ ได้มาเจอกันทีนี่แทบจะขลุกอยู่ด้วยกันทั้งวัน ไม่เคยเห็นแยกจากกันเลยแม้แต่วินาทีเดียว

ยอมรับเลยว่าเขาเคยนึกอิจฉาจนพาลเอาไปลงกับเกรย์ที่ตอนนั้นยังไม่มีโอกาสได้เจอหน้าอยู่บ่อยครั้ง แต่พอเห็นนานเข้าก็เริ่มกลายเป็นเห็นใจ เพราะพี่พายุกับเต้ได้เจอกันปีละนับครั้งได้ อย่างปีก่อนก็มีแค่ช่วงปีใหม่สามสี่วัน เสร็จแล้วก็ต้องบินกลับไปทำงานต่อ และถึงจะดูเข้มแข็งขนาดไหน แต่ประมุขก็รู้ดีว่าเต้เศร้ามาก

เมื่อก่อนเขากับเกรย์ยังไม่เคยเจอกันมันเลยไม่อะไรเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ได้เจอ ได้อยู่ด้วยกันแล้ว ถ้าต้องแยกจากบ่อยๆ แล้วได้เจอแค่ไม่กี่วัน เขาก็คงรู้สึกไม่ต่างจากเต้เท่าไหร่นัก

แค่คิดก็เศร้าแล้วเนี่ย...

“เป็นอะไรของมึง จู่ๆ ก็ทำหน้าหมาหงอย”

ประมุขรีบเปลี่ยนสีหน้าแล้วส่ายหัว สายตากวาดไปโดยรอบเพื่อมองหาพ่อกับพี่ชายคนโตที่ยังไม่เห็นตั้งแต่มาถึงที่นี่เพราะแยกมาคนละทิศคนละทาง

“พ่อกับพี่จักรยังไม่มาเหรอ”

“พ่อจะถึงแล้ว ส่วนพี่จักรเห็นภีมบอกว่าอาบน้ำอยู่ เรามาไวไปหน่อย” ฮ่องเต้ตอบก่อนจะหันหน้าไปอีกทาง แต่หันไปได้ครึ่งเดียวก็หันขวับกลับมาอีกรอบด้วยสีหน้าดุๆ ตาจ้องขาของน้องชายคนเล็กเขม็ง “ขามึงไปโดนไรมา ทำไมมีรอยแผลเป็นทางแบบนั้น”

คนที่มีความผิดติดตัวตาโต รีบดึงขากางเกงให้ปิดบริเวณที่มีรอยแผลเอาไว้ ในใจก่นด่าตัวเองเป็นร้อยรอบที่ดันเลือกกางเกงขาสั้นมาใส่ ทั้งที่ก็รู้ดีอยู่แล้วว่าเต้มันขี้สังเกตขนาดไหน

“ไม่มีไร”

“กูพี่มึงนะมุข อย่ามาตอแหล”

เมื่อได้ยินพี่ชายพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ประมุขก็หน้ามุ่ย ยอมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังแต่โดยดี ทั้งเรื่องที่เขาเจอเกรย์และเรื่องที่น่าจะมีศัตรูที่ไม่ใช่แม่คอยจ้องเล่นงานอยู่ ยิ่งพูดมากเท่าไหร่สีหน้าของฮ่องเต้ก็ยิ่งเคร่งเครียดมากขึ้นเท่านั้น น้องชายคนเล็กที่ชอบทำกร่างพูดหยาบกับพี่คนรองถึงกับตัวลีบ แม้แต่เสียงก็เบาลงเรื่อยๆ อย่างเป็นกังเวล

“มึงอย่าบอกพี่จักรกับพ่อนะเต้ กูสัญญาจะดูแลตัวเองดีๆ”

“เด็กโง่แบบมึงจะดูแลตัวเองยังไงได้” ฮ่องเต้พูดเสียงดุแล้วจิ้มนิ้วลงตรงกลางหน้าผากน้องชายหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้ “แต่เอาเถอะ กูไม่อยากให้พ่อเส้นเลือดในสมองแตกเพราะลูกชายเข้าไปยุ่งกับอันตรายทุกคน ส่วนพี่จักรก็มีเรื่องแม่ให้เครียดอยู่แล้ว”

“ใช่ไหมล่ะ”

“แต่มึงก็ดูแลตัวเองไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ”

“เอ้า!” ประมุขหน้ามุ่ยเมื่อโดนด่าซ้ำ อยากจะเถียงมันหรือด่ากลับก็ทำไม่ได้อีก เพราะไอ้เต้มันห่างจากคำว่าโง่ไปไกล ขืนด่าไปด้วยเรื่องเดียวกันคงเข้าตัวเองเปล่าๆ “กูไม่คุยกับมึงแล้ว”

พูดจบก็ควักโทรศัพท์ขึ้นมารายงานเกรย์ว่าเจอพี่ชายแล้ว รอไม่ถึงสิบวินาทีอีกคนก็ตอบกลับมาว่าให้ดูแลตัวเองด้วย เขานั่งจ้องจอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เป็นคนบ้า ไม่ต้องนั่งอิจฉาเวลาเต้อยู่กับพี่พายุแล้วต้องโดดเดี่ยวอยู่เพียงลำพังอีกแล้ว

เรื่องของเกรย์ที่ประมุขพูดคุยด้วยมานานอยู่ในการรับรู้ของฮ่องเต้ตลอด ตอนที่พี่จักรยังไม่กลับมา พวกเขาสองพี่น้องก็อยู่ด้วยกันแทบทุกวัน จึงไม่แปลกที่จะรู้ความลับของกันและกันแทบทุกเรื่อง แล้วเต้ก็ไม่เคยห้ามปรามหรือพูดตัดกำลังใจเลยสักครั้ง มีแต่บอกว่าให้คิดอะไรให้รอบคอบและตัดสินใจดีๆ อย่าให้ต้องเสียใจในภายหลังก็เท่านั้น

“มุข”

“หือ”

“มึงโตแล้วนะ ต่อจากนี้จะทำหรือจะพูดอะไรคิดดีๆ ด้วย เข้าใจหรือเปล่า”

“รู้แล้วน่า”

ประมุขรู้อยู่แล้วว่าต่อจากนี้นอกจากดูแลตัวเองแล้วเขายังต้องดูแลใครอีกคนด้วย...

ถึงแม้เกรย์จะบอกว่าจะปกป้องดูแล ไม่ยอมให้ใครมาทำร้าย แต่หน้าที่ให้กำลังใจและคอยอยู่เคียงข้างตอนที่อีกฝ่ายต้องการก็สำคัญไม่แพ้กัน

เพราะงั้นเขาจะทำมันให้ดี ไม่ยอมแพ้เต้แน่นอน



------------------------


TALK: ขออภัยที่มาช้านะคะ จริงๆ อยากจะเขียนให้จบไวๆ เลยไม่ค่อยว่างนั่งอ่านทวน ตอนนี้ก็เขียนนำเกินครึ่งเรื่องไปแล้ว (ถึงตอนสิบห้าจากยี่สิบตอน) ไม่มีเทแน่นอนค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.134K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,503 ความคิดเห็น

  1. #1458 Jinjoo.K (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 23:48
    น้องเก่งมาก สตรองมาก
    #1,458
    0
  2. #1409 byjune96 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 11:42
    น้องโชคดีมากๆเลยที่มีคนรอบข้างคอยอยู่ด้วยกัน
    #1,409
    0
  3. #1378 ojay2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 23:40
    น้องงงงงงง ดีมากกกก
    #1,378
    0
  4. #1349 ying-b (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 15:41
    ลูกแกะของพี่สตรองอยู่แล้วว สู้ลูกสู้!
    #1,349
    0
  5. #1325 CallistoJpt (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 22:45
    น้องมุขขวัญเอ๊ยขวัญมานะลูกวันเดียวเจอหลายอย่างเลย
    #1,325
    0
  6. #1201 Jezzy Jimmy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 16:17
    ลูกแกะเก่งที่สุด
    #1,201
    0
  7. #1016 gabriel.la(: (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 12:31
    พระเอกของไรตถ้าเข้าช่วงทำงานคำว่ายุ่งคือยุ่งจริงๆ55555 พี่ภูงี้นี่ก็มาคุณเกรย์ อ่อนโยนกับอีกฝ่ายแค่ไหนแต่ถ้าเรื่องงานไม่ว่างคือไม่ว่างอดทนเก่งกันทุกคน
    #1,016
    0
  8. #907 tensita (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 23:19
    เก่งแล้วมุข
    #907
    0
  9. #890 maybee23 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 23:18
    น้องมุขเป็นแฟนคุณเกรย์ต้องแข็งแกร่งนะลูก
    #890
    0
  10. #645 itzmebb (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 13:21

    ลูกแกะพร้อมรับทุกสถานการณ์ เป็นแฟนพี่เกรย์ต้องแกร่ง!

    #645
    0
  11. #639 baekbow (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 10:58
    ชอบความที่เกรย์บอกให้การ์ดเตือนน้องได้อ่ะ คือดูเซฟมาก ไม่ต้องเป็นพระเอกคนเดียว ใครดูแลน้องอยู่ก็ให้เตือนน้องได้ // มุขเจอเต้นี่ยิ่งกลายเป็นยัยน้องนะ ถึงจะพูดหยาบใส่กันก็เถอะ 555
    #639
    0
  12. #557 Raatty (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 17:02
    เวลา มุข อยู่กับ เต้ ก็มีนิสัยลูกคนเล็กเต็มที่เลย อยากอ่านเรื่องของฮ่องเต้จังเลย
    #557
    0
  13. #511 PPSnook (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 14:48
    น้องมุขสู้ๆ น้องน่ารักที่สุด
    #511
    0
  14. #503 meelee2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 17:41

    สนุกมากค้า
    #503
    0
  15. #499 Huileminnie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 02:55
    สนุกมากเลย อยากให้พี่น้องอยู่พร้อมหน้าแย้ววววววว จะตั้งใจรอตอนต่อไปอย่างดีเลยนะคะ
    #499
    0
  16. #498 yodyahyee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 23:57

    น้องมุขน่าร้ากกกกกกก

    #498
    0
  17. #497 khawfangg (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 23:31
    กี๊ดดดดน่ารักมากกกกฮือ
    #497
    0
  18. #496 xlh7meaw2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 11:00
    น่ารักกก
    #496
    0
  19. #495 Kyoheizing (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 01:28
    คู่พี่น้องน่ารักดี
    #495
    0
  20. #494 mon9228 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 23:52
    เกรย์รีบเคลียร์งานมาหาลูกแกะน้า ^^
    #494
    0
  21. #493 punnup (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 23:08
    มีแต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมดเลยย
    #493
    0
  22. #492 Soulrealmild (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 22:08

    น่ารักกกก
    #492
    0
  23. #491 FDB88 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 18:24

    ทำไมน่ารักกันแบบนี้น๊า

    #491
    0
  24. #490 Ginaii (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 15:08
    น่ารักกๆๆๆๆ
    #490
    0
  25. #489 manejanb (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 12:10

    ชอบน้องมุข
    #489
    0