[END] 3KINGS ตอน ประมุข

ตอนที่ 22 : PRAMUK-20- [END]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,085
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 888 ครั้ง
    21 พ.ค. 62

-20-


เวลาแห่งความสุขผ่านไปไวยิ่งกว่าโกหก เผลอแป๊บเดียวก็ถึงวันที่ประมุขต้องเดินทางกลับไปเรียนต่อที่ประเทศไทยแล้ว หลายวันมานี้เขาทำตัวติดกับเกรย์มาก โดยเฉพาะช่วงสองสามวันที่ผ่าน กระทั่งคาร่าหรือเอริคก็ไม่อาจเรียกร้องความสนใจจากเจ้าตัวได้ ทั้งที่ปกติต้องวิ่งเข้าไปหา วนเวียนทำขนมไปให้คุณน้ากับคุณอาชิมอยู่เสมอ

เกรย์ไม่เคยมีภูมิต้านทานเชื้อออดอ้อนของลูกแกะอยู่แล้ว พอโดนเกาะติดเข้าหน่อยเขาก็ยิ้มได้ทั้งวัน งานการก็ขนมาทำที่บ้านโดยมีจิมแวะเวียนมาบ่อยๆ แทน วันไหนจำเป็นต้องออกไปข้างนอกจริงๆ ก็ต้องพกลูกแกะใส่กระเป๋าไปด้วย ถ้าไม่มีที่ที่เหมาะสมให้นั่งก็จะให้รออยู่บนรถ ซึ่งคนที่ถูกพกไปมาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ซ้ำยังดูชอบมากเสียด้วยที่ได้อยู่ใกล้เกรย์ตลอดเวลา

พวกเขากลับมาจากการไปเที่ยวค้างแรมเมื่อหลายวันก่อน พอกลับมาแล้วได้เจอกับเอริค ประมุขก็ยิ้มกว้าง ขออนุญาตเรียกคุณอาอย่างตรงไปตรงมาจนคนฟังนิ่งไปนาน สุดท้ายก็พยักหน้ารับและเริ่มคาดเดาได้ว่าภรรยาคงจะเป็นผู้อนุญาตด้วยตัวเอง บรรยากาศในบ้านดีขึ้นเรื่อยๆ จนใครๆ ต่างก็สัมผัสได้ เห็นคุณผู้หญิงกับคุณท่านและคุณเกรย์ดูมีความสุข ไม่ได้ทำท่าทีน่ากลัวใส่กันแบบปกติ คนงานในบ้านก็ยิ่งชื่นชอบเจ้านายคนใหม่ยิ่งขึ้นไปอีก

น่าเสียดายก็ตรงที่วันนี้ช่วงเย็นประมุขต้องกลับประเทศไทยแล้ว...

“คุณมุขต้องกลับจริงๆ เหรอคะ พวกเราไม่อยากให้คุณกลับเลย” แอนนาเป็นตัวแทนของเมดสาวทั้งหมด หันไปบอกคนที่ยืนยิ้มทำขนมอยู่หน้าเตาในยามเช้าด้วยความเศร้าสร้อย แค่คิดว่าความสดใสของบ้านจะจางหายไปอีกครั้ง พวกเธอก็รู้สึกแย่แล้ว

“ผมต้องกลับไปเรียนต่อครับ อีกแค่ปีเดียวเอง” คนอารมณ์ดีทำหน้าหงอยเล็กน้อยเพราะตัวเองก็ไม่อยากจากไปเช่นกัน แต่เมื่อคืนเข้ากอดเกรย์เติมพลังไว้จนเต็มหลอดแล้ว อีกทั้งวันนี้ยังมีเวลาเหลืออีกตั้งหลายชั่วโมง ยังไงก็อยากจะร่าเริงเอาไว้ก่อน “ระหว่างนี้ผมจะไปเรียนภาษาฝรั่งเศสด้วย กลับมาอีกทีจะได้คุยกับทุกคนรู้เรื่อง”

“แสดงว่าถ้าเรียนจบแล้วคุณจะมาอยู่ที่นี่ใช่ไหมคะ”

คำถามที่เจือความคาดหวังเอาไว้จนเต็มเปี่ยมทำให้ประมุขหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง เรื่องนี้เขาไม่เคยพูดคุยกับเกรย์หรือคิดเป็นจริงเป็นจังเลยสักครั้ง แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะลืม แต่เป็นเพราะคำตอบจากการกระทำและคำพูดทุกๆ อย่างล้วนชัดเจนดีอยู่แล้ว

“ผมจะอยู่ในทุกๆ ที่ที่มีเกรย์ครับ”

“จริงเหรอ”

เสียงถามที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้คนที่กำลังพูดคุยกันสะดุ้ง แต่เมื่อรับรู้ได้ว่าคนมาใหม่คือใคร ประมุขก็ทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลังและวิ่งเข้าไปหาอย่างรวดรเ็ว

“จริงสิ”

“ฉันเชื่อ” เกรย์ยื่นมือไปลูบหัวลูกแกะของเขาอย่างเอ็นดู ก่อนจะโอบไหล่พาอีกคนเดินออกไปด้านนอกพร้อมๆ กัน “ตื่นมาทำอะไรแต่เช้า ยังไม่ถึงเวลากินข้าวเลย”

“พอรู้ว่าท่านย่าจะมาหาผมเลยตื่นเช้ามาทำขนมไว้ให้ท่านย่าลองชิมกับแอนนาแล้วก็พี่เมดคนอื่นๆ ครับ... แต่ผมช่วยทำอาหารเช้าเสร็จแล้วนะ ไม่ต้องเป็นห่วง คุณลองดมดูก็ได้ มีกลิ่นติดอยู่แน่นอน” ประมุขทำสีหน้าจริงจัง ขณะยกแขนให้จับไปดมจริงๆ ตามที่พูด ซึ่งเกรย์ก็ไม่ได้แสดงท่าทีประหลาดใจใดๆ ออกมา เขาเพียงคว้าแขนที่ถูกหยิบยื่นมาให้เอาไว้ ดันออกไปด้านข้าง จากนั้นก็โน้มตัวลงดมกลิ่นอาหารจากแก้มขาวๆ แล้วแถมจูบที่มุมปากให้หนึ่งที

“มีกลิ่นติดอยู่จริงๆ ด้วย... แถมยังดูเหมือนจะมีคนแอบชิมอาหารก่อนจนมีรสติดปากมาอีกต่างหาก”

คนที่ตอนโดนจุ๊บไม่ได้มีทีท่าเขินอายใดๆ ทั้งยังส่งยิ้มชอบใจมาให้ พอถูกล่วงรู้ความลับว่าแอบชิมอาหารก่อนเจ้าของบ้านเข้ากลับหน้าแดงก่ำ แอบแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากตัวเองเพื่อทำลายหลักฐานยกใหญ่

“ผมชิมไปนิดเดียว...”

“คุณมุขคะ คุณลืมซุปไก่ไว้ในครัวค่ะ”

ประมุขหันไปมองแอนนาที่เดินถือถ้วยน้ำซุปใบเล็กมาให้เหมือนเห็นผี แต่มือก็ยังรับของที่ว่ามาถือไว้ รอจนเธอเดินจากไปแล้วจึงหันไปยิ้มแห้งให้เกรย์ที่จ้องมองมาอยู่ก่อนแล้ว

“คือผม...หิวนิดหน่อย ก็เลยแยกซุปถ้วยเล็กเอาไว้ทานรองท้องครับ แบบว่า...กินไปทำขนมไปมันก็เพลินดี”

“ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเลย ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ” เกรย์หัวเราะในลำคอ มือหยิบถ้วยซุปของประมุขมาถือไว้เอง แล้วยังช่วยตักป้อนส่งให้ถึงที่ ซึ่งแน่นอนว่าคนว่าง่ายยอมอ้าปากกินแบบไม่เกรงใจ เห็นแก้มพองๆ ของคนที่กินไปอมยิ้มไปแล้วก็มันเขี้ยวจนแทบทนไม่ไหว ถ้าไม่ติดว่าถือถ้วยซุปอยู่ เห็นทีแก้มขาวๆ นั่นคงโดนเขาฟัดจนเละเทะแน่

“คุณกินด้วยกันสิครับ ถึงจะไม่ได้ทำเองทั้งหมด แต่ซุปไก่นี่ผมก็ช่วยพี่เมดทำด้วยเหมือนกันนะ”

“เดี๋ยวฉันรอกินข้าวทีเดียว ลูกแกะกินเถอะ”

“เอางั้นก็ได้ แต่ผมไม่ได้ตะกละนะ แค่รู้ว่าปกติคุณไม่กินอะไรก่อนอาหารเช้าเฉยๆ” คนร้อนตัวอธิบายหน้าตาตื่น มองอย่างไรก็ไร้ซึ่งความน่าเชื่อถือโดยสิ้นเชิง แต่เพราะไม่อยากให้ลูกแกะอับอายไปมากกว่านี้ เกรย์จึงยิ้มนิดๆ โดยไม่ได้พูดตอบรับหรือปฏิเสธอะไร “เออใช่ ผมให้พี่เมดต้มอีกหม้อเอาไว้ให้ท่านย่าด้วย เผื่อท่านจะเอาไปกินที่บ้าน บอกเลยว่าอร่อยสุดๆ”

“ชอบท่านย่าจังนะ”

“ชอบสิครับ ท่านย่าใจดี แถมยังให้คำแนะนำกับผมตั้งมากมาย”

“หึหึ” เกรย์ยกยิ้มโดยไม่ได้เฉลยความจริงออกไป ว่าอันที่จริงกรณีที่ท่านย่าจะใจดีกับใครนั้นเกิดขึ้นได้ยากมากๆ ท่านคือหญิงแกร่งผู้มองคนออกอย่างทะลุปรุโปร่ง ต่อให้ไม่มียศศักดิ์พ่อกับแม่ของเขายังต้องเกรงใจอยู่หลายส่วน

แต่เอาเถอะ...ให้เข้าใจแบบนั้นก็ดีแล้ว

หลังจากกลับจากไปเที่ยวได้ไม่เท่าไหร่ อานิคก็ติดต่อมาหาเกรย์โดยตรง ถามว่าลูกแกะของเขาจะกลับไทยวันไหน พอตอบไปตามความจริง อีกฝ่ายก็บอกว่าท่านย่าจะมาหา น่าเสียดายที่วันก่อนๆ ไม่ว่าง มาสะดวกเอาวันนี้ ผลสรุปจึงลงท้ายด้วยการที่ท่านย่ากับอานิคจะเดินทางมาหลังเวลาอาหารเช้า รอส่งลูกแกะขึ้นรถไปสนามบินพอดี

มื้อเช้าบนโต๊ะอาหารที่มีสมาชิกทุกคนของครอบครัวนั่งอยู่ร่วมกันยังคงดูรื่นเริงเมื่อมีคนพูดมากอยู่บนโต๊ะด้วย แม้แต่เอริคกับคาร่ายังอดส่ายหน้าหน่ายด้วยความเอ็นดูไม่ได้ ทั้งยังไม่คิดห้ามปรามคนที่สรรหาเรื่องมาคุยได้ตลอดเวลา แล้วคนที่ตามใจประมุขยิ่งกว่าอะไรอย่างเกรย์ หรือพวกเมดที่รักเจ้านายคนใหม่เสียเหลือเกิน มีหรือจะพูดขัดอะไร ไม่มีใครคิดเอ่ยตักเตือนเรื่องมารยาทบนโต๊ะเลยสักคน

“แล้วนี่ท่านอลิเซียจะมาตอนไหน”

“ท่านย่าบอกว่าประมาณสิบโมงครับคุณน้า” คนที่ตอนนี้ถึงขั้นมีเบอร์ส่วนตัวของอลิเซียตอบคำถามพร้อมรอยยิ้มกว้าง ตื่นเต้นไปหมดที่จะได้เจอท่านย่าแสนใจดีอีกครั้ง “ผมกับพี่เมดช่วยกันทำขนมไว้หลายอย่าง เดี๋ยวรอท่านย่ามาแล้วเราทานพร้อมกันนะครับ”

“หวานหรือเปล่า” เอริคที่ทานข้าวเสร็จเป็นคนแรกถาม ขณะยกผ้าขึ้นซับมุมปากด้วยมาดผู้ดี

“ของคุณอากับของเกรย์ไม่หวานแน่นอนครับ ส่วนของคุณน้าก็ไม่ขมจนเกินไป... คุณอาอิ่มแล้วเหรอ กับข้าวไม่ถูกปากหรือเปล่าครับ” ท้ายประโยคคนสดใสถามด้วยใบหน้าเป็นกังวล ทั้งยังหันไปสบตาเกรย์เหมือนจะถามว่าทำยังไงดี ไม่ได้คิดเลยว่าที่นายท่านของบ้านกินหมดเร็วเป็นเพราะมันอร่อยถูกปากมาก แล้วแบบนี้คนฟังจะทำอะไรได้ รู้ตัวอีกทีเอริคก็วางผ้าเช็ดปากลงบนตัก พร้อมหันไปส่งสัญญาณให้เมดเข้ามาตักข้าวเพิ่มให้แล้ว

“เห็นทีคนในบ้านจะน้ำหนักขึ้นกันทุกคน” ถ้อยคำเอ่ยแซวอันหาได้ยากจากผู้เป็นเจ้าบ้านทำให้ประมุขหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี แต่ก็ยังไม่เลิกคะยั้นคะยอให้คุณอากินต่อโดยการตักกับข้าวไปให้อย่างกระตือรือร้น

“เดี๋ยวเย็นนี้ผมไม่อยู่ก็ไม่มีคนมาพูดมากให้คุณอากับคุณน้าฟังแล้ว เพราะงั้นตอนนี้ต้องรีบคะยั้นคะยอไว้ก่อนครับ” ประมุขบอกเอริคกับคาร่าเสร็จแล้วก็หันไปพูดกับคนข้างกายที่เอาแต่นั่งเงียบ ไม่ค่อยได้ออกความคิดเห็นหรือพูดคุยอะไรด้วยนัก “ต่อไปคุณก็ต้องกินข้าวเยอะๆ แบบนี้นะ"

แม้จะสังเกตได้ว่าคนในครอบครัวนี้มีลักษณะแปลกๆ อย่างหนึ่งคือพวกเขาไม่ค่อยคุยกันเอง หลายวันมานี้ประมุขเป็นเหมือนตัวกลางเชื่อมคำพูดของทุกคน แต่ผู้ที่มองโลกในแง่ดีก็ไม่เคยถามให้ใครอึดอัดใจเลยสักครั้ง คิดเอาเองว่าคงจะพูดไม่ค่อยเก่งกันทั้งครอบครัวมากกว่า เพราะถึงอย่างไรก็ใช่ว่าจะคุยกันไม่ได้เลยหรือเกลียดชังกัน

“แล้วถ้าฉันทำงานเพลินล่ะ”

ประมุขหันขวับไปมองคนที่พูดแทรกขึ้นมาราวกับรู้ว่าเขากำลังตกอยู่ในภวังค์ จากนั้นก็ขมวดคิ้วจ้องหน้าคนสำคัญด้วยความไม่พอใจ กระทั่งเกรย์หัวเราะออกมาแล้วจึงตอบคำถามนั้นแบบเคืองๆ

“ผมจะกินให้พุงแตกแล้วก็ถ่ายรูปอวดคุณ เสร็จแล้วจะไม่คุยด้วยสามชั่วโมง”

“แบบนั้นก็แย่สิ” เกรย์ยื่นมือไปยีหัวเจ้าของคำขู่แสนน่ากลัวหนึ่งครั้ง ก่อนจะยกมือยอมแพ้อย่างหมดท่า “ฉันยอมแพ้แล้ว จะไม่ลืมกินข้าวแน่นอน”

“ดีมาก”

เอริคกับคาร่าลอบสบตากันอย่างเงียบงัน มาถึงตอนนี้คงปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าประมุขมีประโยชน์ต่อเกรย์มากจริงๆ สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือเขาทำให้คนเย็นชาและน่ากลัวมีหัวใจขึ้นมา และทำให้รอยยิ้มจริงใจที่ไม่ได้เป็นเพียงหน้ากากเอาไว้ใช้หลอกบรรดาคนนอกเกิดขึ้นอย่างแท้จริง

“เธอไปเข้าครัวมาใช่ไหม รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนท่านอลิเซียจะมาเถอะ” คาร่าที่ได้สติก่อนเอ่ยเตือนคนที่คุยกุ๊กกิ๊กอยู่กับเกรย์สองคนจนเพลิน พอได้ยินดังนั้นประมุขก็เบิกตากว้าง พยักหน้าหงึกๆ รับคำ แต่ไม่วายคว้าแขนคนสำคัญพาลากไปด้วยเหมือนไม่อยากห่างเลยแม้แต่วินาทีเดียว ซึ่งเกรย์ก็ดูจะชอบใจ ถึงได้ไม่ปฏิเสธอะไรและเดินตามหลังไปเงียบๆ

ประมุขใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวเพียงครู่เดียว แต่นัวเนียกอดอ้อนเกรย์อยู่เกือบครึ่งชั่วโมงถึงจะเดินตัวปลิวลงไปด้านล่าง หลังจากพูดคุยกันแล้วได้ความว่าจะทิ้งข้าวของไว้ที่นี่เลย เขาจึงไม่ต้องเก็บอะไรให้เสียเวลา อย่างไรที่ไทยก็มีเสื้อผ้าส่วนตัวกับส่วนที่ฝากฮ่องเต้กลับไปอยู่แล้ว

เวลาสิบโมงตรงรถหรูสี่คันตรงเข้ามาจอดด้านหน้าคฤหาสน์ ทั้งเจ้าบ้านและเมดทุกคนที่ยืนรอต้อนรับแขกคนสำคัญต่างโค้งตัวให้หญิงชราที่เดินลงมาจากรถพร้อมนิโคลัสอย่างพร้อมเพรียง แม้แต่ประมุขก็ยังทำแบบนั้นด้วย แต่เพียงแค่ครู่เดียวก็ฉีกยิ้ม วิ่งเข้าไปช่วยประคองท่านย่าของตัวเองอย่างกระตือรือร้น

“ท่านย่ามาตรงเวลามากๆ เลย คุณอากับคุณน้าเพิ่งจะให้คนจัดเตรียมพื้นที่สวนด้านหลังเสร็จ เราไปนั่งตรงนั้นกันนะครับ”

“ตามใจพ่อมุขเถอะ แต่รีบประคองย่าไปก่อนตานิคจะบังคับให้นั่งวีลแชร์ก็ดีเหมือนกัน”

“คุณแม่ครับ...” นิโคลัสที่ถูกมารดาสะบัดมือออกอย่างไม่ไยดีร้องเสียงอ่อย ได้แต่มองตามหลังอลิเซียกับหลานชายคนใหม่ไปจนสุดสายตา ข้างกายมีเอริคกับคาร่าที่ถูกลืมเช่นกันมองตามไปด้วย

ในช่วงเวลาที่ไม่มีใครสังเกต เกรย์ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู ฟังคำพูดที่บอกว่ากำลังจะถึงของใครบางคนในสายเงียบๆ แล้วส่งสายตาบอกพ่อแท้ๆ ว่าให้เข้าไปก่อนได้เลย กระทั่งพื้นที่หน้าคฤหาสน์ไม่เหลือใครนอกจากลูกชายเจ้าของบ้านกับสาวใช้อีกสองคน รถคันหนึ่งที่เขาเป็นผู้ส่งไปก็เข้ามาจอดตรงหน้า

“มุขล่ะ”

“ลูกแกะพาท่านย่าไปที่สวนหลังบ้านแล้ว” เกรย์ยกยิ้มทักทายเพื่อน ก่อนจะเข้าไปช่วยประคองให้จักรพรรดิลงจากรถมานั่งที่วีลแชร์ เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงพาเดินเข้าไปด้านใน ตัดผ่านตัวบ้านไปที่สวนด้านหลังซึ่งถูกจัดเตรียมใหม่ให้กลายเป็นพื้นที่รับรองแขก

หลังจากคิดได้ว่าจักรพรรดิยังต้องอยู่จัดการธุระที่นี่อีกนาน แถมกลับไปไทยก็ใช่ว่าจะได้เจอน้องชาย เขาจึงติดต่อเเพื่อน บอกให้มาที่บ้านเพื่อร่ำลาลูกแกะน้อย อีกฝ่ายคงดีใจยิ่งกว่าอะไรถ้าได้้เจอพี่ชายก่อนกลับ แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อคนที่วิ่งกลับเข้ามาในบ้านทางประตูด้านหลังเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าเขาหายไปยืนตะลึงตาค้าง จ้องมองพี่ชายด้วยดวงตาแวววาว

“พี่จักร!”

“ไง…” ยังไม่ทันที่จักรพรรดิจะได้เอ่ยทักทายกลับ รถวีลแชร์ก็เกือบจะเอนหงายหลังเพราะถูกน้องชายตัวไม่น้อยพุ่งเข้ามากอด ยังดีที่เกรย์ยืนอยู่ด้านหลัง ช่วยดันรถกลับเข้าที่ได้ทันก่อนจะต้องเจ็บตัวทั้งคู่

“พี่จักรมาส่งมุขใช่ไหม... ดีจัง ทุกคนมาหามุขหมดเลย” ลูกแกะตัวน้อยของเกรย์พึมพำอยู่กับตัวเองงุ้งงิ้ง แต่ด้วยระยะห่างที่ไม่ได้มากมายทำให้ผู้เป็นพี่ชายได้ยินคำพูดนั้นอย่างชัดเจน ดวงตาเย็นชาของจักรพรรดิทอประกายอ่อนลงยามก้มลงมองหัวทุยๆ ของคนในอ้อมแขน สุดท้ายก็อดไม่ได้ต้องลูบหัวลูบหน้าน้องชายอยู่หลายที กว่าจะผละออกจากกันก็ตอนที่เกรย์สะกิดเป็นเชิงเตือนให้รู้ว่ามีผู้ใหญ่รออยู่

ในตอนที่จักรพรรดิยืนยันว่าจะเข็นรถออกไปด้านนอกด้วยตัวเอง ประมุขอาศัยโอกาสนั้นคว้าแขนคนตัวสูงที่อยู่ข้างกายเอาไว้ จนเมื่อเกรย์หันมามอง เขาก็โถมเข้ากอดเต็มแรง อ้อมแขนรัดแน่นด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย

“ขอบคุณครับ”

ต่อให้ซื่อบื้อยังไงก็ไม่มีทางที่ประมุขจะไม่รู้ว่าคนคนนี้ทำเพื่อเขามากมายขนาดไหน กระทั่งเรื่องที่ทีมเอกลับมารวมตัวกันครบหลังจากที่หายไปทำภารกิจมานานผิดปกติประมุขก็รู้ วิคเตอร์เป็นคนบอกเขาเองว่าที่ทีมเอหายไปนานเป็นเพราะต้องไปเคลียร์ภารกิจให้ลุล่วง เพื่อให้ระยะเวลาหนึ่งปีต่อจากนี้มีเวลากลับไปทำภารกิจที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือการไปดูแลเขาที่ไทย

ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องที่เกรย์วางแผนเอาไว้หมดแล้ว และการที่ทุกคนมารวมตัวกันในวันนี้ ทั้งท่านย่ากับพี่จักรที่มาส่ง หรือทีมเอที่เตรียมเดินทางกลับไปไทยพร้อมกันล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เกรย์ทำเพื่อเขาทั้งสิ้น

“ขอบคุณอะไรหือ”

“ขอบคุณทุกอย่างเลย” ประมุขเงยหน้าขึ้นมองทั้งที่ยังไม่คลายอ้อมกอด รอจนเกรย์ก้มลงมามองกลับ เขาจึงเขย่งตัวขึ้นเล็กน้อย กดจูบลงบนริมฝีปากของอีกฝ่ายก่อนเป็นครั้งแรก

“ทำแบบนี้นี่ไม่กลัวโดนจับฟัดเลยใช่ไหม” เกรย์หรี่ตาอันตราย ก่อนจะเลียริมฝีปากแห้งผากที่ใครบางคนเพิ่งประทับลอยลงมาอย่างควบคุมอารมณ์

“ไม่กลัวหรอก คุณไม่มีทางทำร้ายผม”

“มั่นใจจังนะ...” ไม่พูดเปล่า เขาจับเอวของคนในอ้อมแขนเอาไว้ บังคับไม่ให้ผละหนีออกไปกะทันหัน จากนั้นก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนคนที่เขินไม่ค่อยเป็นเริ่มหน้าแดงขึ้นมา แต่ในขณะที่กำลังจะเอาคืนนั่นเอง...

“จะลวนลามน้องชายฉันก็ช่วยไปลวนลามไกลๆ ได้ไหม”

น้ำเสียงเรียบเย็นไม่แพ้สีหน้าคนพูดทำให้คนสองคนที่กำลังตระกองกอดกันหลุดจากโลกที่มีเพียงเราสอง คราวนี้ประมุขหน้าแดงเถือกของจริง แต่จะแกะมือเกรย์ออกก็ทำไม่ลง สุดท้ายจึงได้แต่ซุกซบอยู่กับอกแกร่งไม่หันไปมองพี่ชาย ทิ้งให้เกรย์ทนรับสายตาแช่แข็งของจักรพรรดิเพียงลำพัง

เห็นทีถ้าลุกขึ้นเดินได้ด้วยตัวเอง พี่ชายหวงน้องรายนั้นต้องเข้ามาแหกอกกันแน่ๆ

“ไปกันเถอะ ป่านนี้ขนมคงเสิร์ฟขึ้นโต๊ะแล้ว” เกรย์ยกยิ้มน้อยๆ ให้เพื่อนที่จ้องมองมาตาเขม็ง แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยประมุขให้เป็นอิสระเสียทีเดียว เขาโอบเอวอีกคนเอาไว้ แล้วก็พาเดินออกไปด้านนอกพร้อมกันทั้งอย่างนั้น

ตอนที่ทั้งสามเดินออกไปด้านนอก ทั้งเอริคและคาร่ารวมถึงแขกผู้มาเยี่ยมเยียนก็นั่งรวมกันอยู่ที่ศาลากลางน้ำก่อนแล้ว บนโต๊ะที่ถูกปูด้วยผ้าสีขาวสะอาดมีจานขนมที่ประมุขเข้าครัวไปช่วยทำแต่เช้าจัดเรียงอยู่อย่างสวยงาม และแขกทั้งสองก็กำลังหยิบมันขึ้นชิมแบบพอดิบพอดี

“ผมมาแล้วครับ!” เสียงร่าเริงของคนที่กำลังเข็นรถให้พี่ชายร้องบอกดังก้องจนคนทั้งหมดหันมามอง แต่ก็ไม่มีใครคิดเอ่ยตำหนิแต่อย่างใด รอกระทั่งเข้าไปใกล้พอควรแล้วประมุขจึงแนะนำพี่ชายคนโตให้ทุกคนรู้จักด้วยตัวเอง “นี่พี่จักรครับ พี่ชายของผมเอง เป็นเพื่อนกับเกรย์ด้วย”

“ผมเรียกเขาว่าคิง” เมื่อเกรย์เอ่ยคำว่าคิงออกไป คาร่ากับเอริคที่ตอนแรกไม่ได้สนใจเท่าไหร่นักก็หันมองไปเพื่อนของลูกชายที่ได้ยินกิตติศัพท์มานานอย่างพิจารณา ขณะที่อลิเซียเพียงพยักหน้าน้อยๆ เท่านั้น เพราะเธอกับนิโคลัสต่างรู้จักคนคนนี้อยู่แล้ว เนื่องจากหลานชายคนโปรดพูดถึงมาตั้งแต่เด็ก

“พี่จักรลองกินดูนะ อันนี้มุขทำเอง”

พอมีพี่ชายเข้ามาร่วมวงด้วย ประมุขก็เอาอกเอาใจยกใหญ่ แต่ก็ยังไม่ลืมหันไปคุยกับท่านย่าบ้าง คุณอาคุณน้าบ้างตามโอกาส จะมีก็แต่เกรย์เท่านั้นที่เขาไม่ได้หันไปพูดด้วยเลย หากมือกลับกอบกุมกันไว้ไม่มีปล่อย ทั้งยังหยิบขนมไปจ่อให้ถึงปากอย่างเป็นธรรมชาติราวกับเป็นเรื่องที่ปกติก็ทำอยู่แล้ว

“ดูเหมือนจะยอมรับแล้วสินะ” อลิเซียที่แสดงท่าทีมึนตึงต่อคาร่ามาโดยตลอดพูดขึ้นมาลอยๆ ระหว่างที่ประมุขมัวแต่พูดคุยกับพี่ชาย ไม่ได้หันมาสนใจพวกเธอ

“ค่ะ... เป็นอย่างที่บอกจริงๆ พอเปิดใจแล้วถึงได้เห็นว่าเจ้าตัวยุ่งนี่ทำให้บ้านหลังนี้สดใสขึ้นมากขนาดไหน”

“ยังดีที่เธอรักลูก ไม่ได้เอาความชอบของตัวเองมากำกับเขาไปเสียหมด”

“เป็นเพราะพวกเราทำผิดต่อเขามาตั้งแต่เด็กค่ะ ถ้าไม่ได้ท่านช่วยสอนสั่ง เด็กคนนั้นอาจจะเดินออกนอกเส้นทางไปแล้ว” เป็นเพราะหลายวันมานี้ได้มีโอกาสนั่งคิดถึงเรื่องราวในอดีตอย่างจริงจัง คาร่าจึงรู้ว่าตัวเองและสามีละเลยเกรย์ในตอนเด็กมากขนาดไหน ทั้งปล่อยให้เขาอยู่ในวงล้อมของบอดี้การ์ดโดยไม่ใส่ใจ แล้วยังให้เขาศึกษาเล่าเรียน กำหนดทิศทางในอนาคตให้โดยไม่ถามความเห็น

“ไม่ใช่ฉันหรอก...”

หากคำกล่าวปฏิเสธของผู้ที่คาร่าคิดว่าน่าจะมีส่วนในการทำให้เกรย์ไม่ได้เลือกเดินผิดเส้นทางกลับทำให้เธอชะงัก ตาเหลือบมองตามสายตาของอลิเซียไปโดยไม่รู้ตัว

“หรือว่า...”

“เป็นเด็กคนนั้นต่างหาก”

ไม่ใช่เพียงเพิ่งเจอแล้วรักกัน แต่เพราะรู้จักมานาน และสั่งสมความเชื่อมั่นกับความอดทนมาโดยตลอดถึงได้รักมากมายขนาดนี้

ภาพของประมุขที่หันไปป้อนขนมให้เกรย์ และภาพของเกรย์ที่ค่อยๆ เช็ดมุมปากให้คนกินเก่งอย่างอ่อนโยนปรากฏในสายตาของผู้ใหญ่ที่ลอบมองอยู่

คงไม่มีอะไรให้ห่วงอีกแล้ว...

ต่อจากนี้ก็เหลือเพียงรอเวลาที่เหมาะสม รอวันที่เด็กคนนั้นจะมายืนข้างเกรย์ได้ตลอดไป ได้แต่หวังว่าสิ่งที่จะได้พบเจอในวันข้างหน้าจะไม่ทำให้ความซื่อกับความสดใสของคนที่มองโลกในแง่ดีจางหายไปทั้งหมด

แต่ถึงอย่างไรก็มั่นใจได้อย่างหนึ่ง...

ดูเหมือนเมื่อประมุขได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง จะไม่ได้มีเพียงแค่เกรย์ที่คอยปกป้องเขาเพียงผู้เดียวอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอลิเซีย นิโคลัส หรือแม้แต่เอริคกับคาร่าก็อยากจะรักษาความน่ารักเหล่านั้นเอาไว้ให้ได้นานที่สุด ไม่จำเป็นต้องรีบเอาสิ่งสกปรกเข้าไปแปดเปื้อน

เพราะถึงเวลา...เด็กที่อ่อนนอกแข็งในคนนั้นจะต้องผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน



หลังจากเข้าสู่ช่วงบ่าย บรรดาคนที่พากันมาร่ำลาส่งประมุขกลับไทยก็เริ่มทยอยกลับ โดยที่เขาเป็นฝ่ายแสดงความต้องการอยากให้ทุกคนกลับไปก่อนเอง อลิเซียกับนิโคลัสลากลับโดยเอาซุปไก่กับขนมที่ประมุขทำไว้ให้กลับไปด้วย ส่วนจักรพรรดิที่ถูกน้องชายกอดไม่ปล่อยอยู่นาน สุดท้ายก็โดนเกรย์ไล่กลับไปเพราะมาแย่งความสนใจของลูกแกะ ขณะที่คาร่ากับเอริคกลับขึ้นห้องส่วนตัวไปอย่างรู้งาน

ทุกคนล้วนรู้ดีว่าประมุขต้องการเวลาส่วนตัวเพื่ออยู่กับเกรย์ตามลำพังก่อนต้องแยกจากอีกครั้ง...

“จะว่าไปแล้ว แขกคนสำคัญที่คุณเคยบอกว่าอยากพาผมไปเจอ...คุณหมายถึงท่านย่าใช่ไหมครับ”

“ใช่”

“ว่าแล้วเชียว” ลูกแกะน้อยยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยคล้ายภูมิใจในความฉลาดของตัวเอง ซึ่งคนมองเองก็ไม่ได้เถียงอะไร แม้มันจะผ่านมานานมากแล้วกว่าเจ้าตัวจะรู้ก็ตาม

“ตอนแรกว่าจะพาไปหาตอนว่าง แต่กลายเป็นท่านย่ามาเจอด้วยตัวเองที่งานเสียก่อน ฉันยังไม่ทันได้พยายาม ลูกแกะก็กลายเป็นหลานรักของท่านไปแล้ว”

“แล้วไม่ดีเหรอ”

“ดีสิ”

พวกเขามองหน้ากันแล้วยิ้มจาง ก่อนประมุขจะซุกหน้าเข้าหาอ้อมกอดอบอุ่นอีกครั้ง

“คุณจะไปหาผมที่ไทยอีกไหมครับ”

“ถ้าว่างจะไปแน่นอน แต่ช่วงเดือนสองเดือนแรกคงไม่ได้ ฉันต้องช่วยพี่นายจัดการเรื่องธุรกิจแล้วก็เคลียร์งานหลายๆ อย่างให้เรียบร้อย” เกรย์ลูบหัวคนที่พิงแขนเขาอยู่อย่างอ่อนโยน แล้วหัวเราะออกมาเมื่อลูกแกะปีนขึ้นมานอนทับบนตัวเขาอย่างออดอ้อน “ทำแบบนี้ต้องการอะไรหือ”

“แค่อยากกอดคุณเฉยๆ”

เกรย์ลูบหัวทุยที่ซบอยู่กับอกเขาเบาๆ โดยไม่ได้พูดอะไร แต่พอหันไปมองนาฬิกา เห็นว่าเวลาเหลือน้อยลงทุกทีก็อดใจหายไม่ได้ อ้อมกอดจึงกระชับแน่นยิ่งขึ้นไปอีก

“กลับไปทางนั้นแล้ว อย่าลืมกินข้าวให้ตรงเวลาด้วย”

“คำพูดนี้ผมต้องบอกคุณต่างหาก”

ประมุขดันหัวขึ้นมองหน้าคนสำคัญ มองไปมองมาสายตาก็เลื่อนไปที่ริมฝีปากบางเฉียบของอีกคนโดยอัตโนมัติ และเกรย์ก็ไม่ปล่อยให้ลูกแกะน้อยมองเก้อ เขาวางมือทั้งสองข้างลงบนแก้มนุ่ม บังคับดึงใบหน้านั้นให้ขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะกดจูบลงไปบนริมฝีปากนิ่มเป็นเวลาเนิ่นนาน ราวกับจะซึมซับความรู้สึกในตอนนี้ไว้เผื่อเวลานับเดือนที่จะไม่ได้เจอกัน

ผ่านไปพักใหญ่กว่าเขาจะยอมผละออก แต่เมื่อเห็นสีหน้าไม่พอใจของลูกแกะน้อยก็ต้องเลิกคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ และไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ประมุขก็เป็นฝ่ายวางมือแปะลงบนแก้มเขา ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาจูบต่อด้วยตัวเอง คราวนี้เกรย์ไม่ปราณีลูกแกะน้อยจอมหาเรื่องอีก เขาใช้แขนข้างหนึ่งโอบเอวผอมเอาไว้แนบตัว ส่วนมืออีกข้างวางกดลงบนท้ายทอยคนด้านบน ริมฝีปากงับลงไปเบาๆ จนลูกแกะตาโต และใช้โอกาสนั้นดุนดันปลายลิ้นเข้าไปสำรวจโพรงปากอีกคนอย่างอ่อนโยน

ลูกแกะตัวน้อยที่ไม่เคยจูบใครแบบลึกซึ้งมาก่อนหน้าแดงก่ำ สองมือไหลลงไปกำเสื้อคนใต้ร่างเอาไว้แน่น ใช้เวลานานหลายนาทีกว่าเกรย์จะยอมผละออก ให้เขาพักหายใจจริงๆ แบบที่ไม่ใช่ผละวูบหนึ่งแล้วรังแกกันต่อ

“คะ...คุณแกล้งผม”

“ทำไมปรักปรำกันแบบนี้ล่ะ” เกรย์หัวเราะ มือลูบแก้มแดงๆ ของคนที่ยังหอบไม่หยุดไปมาอย่างเพลิดเพลิน ความหวานซึ่งเกิดจากความรู้สึกส่วนตัวยังคงติดอยู่ที่ริมฝีปากจนอยากจะชิมอีกสักรอบ แต่มองลูกแกะตัวน้อยที่ไม่เคยชินแล้วก็สงสาร ทำต่อไม่ลง ได้แต่ดึงเข้ามากอดไว้แน่นๆ เหมือนเดิมแทน “ลูกแกะ”

“ว่าไงครับ”

“รู้ใช่ไหมว่ารักมาก”

“…” คนที่พลิกหน้าไปมาอยู่บนอกแกร่งผุดหัวขึ้นมองคนพูดฉับพลัน ดวงตาใสสะอาดที่ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็สะกดเกรย์ได้อยู่หมัดทอประกายวาววับน่ามอง แล้วรอยยิ้มสวยที่มีความหมายมากกว่าทุกครั้งก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า “ไม่รู้ครับ เพราะงั้น...บอกอีกทีได้ไหม”

“รักมาก”

คำพูดง่ายๆ หลุดออกมาจากปากอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด และประมุขที่ได้ยินมันอย่างชัดเจนก็ฉีกยิ้มกว้างกว่าเก่า ท่าทางมีความสุขมากจนไม่ว่าใครก็คงละสายตาไปไหนไม่ได้

“ผมก็รักคุณ”

ไม่รู้ว่าเริ่มตั้งแต่ตอนไหน เพราะมันสั่งสมมาเรื่อยๆ เป็นความรู้สึกเก็บเล็กผสมน้อยที่ใช้เวลานานนับสิบปี จนสุดท้ายก็มั่นคงจนไม่อาจพังทลายลงได้ ต่อให้มีปัญหาใดๆ เข้ามาก็มีแต่ต้องฝ่าฟันไปด้วยกัน โดยที่ไม่มีวันปล่อยมือเด็ดขาด

ความรู้สึกของพวกเขาเป็นเช่นเดียวกันมาตั้งแต่ต้น...

“ฉันรู้” เกรย์ฟังคำหวานหูที่ได้ยินเป็นครั้งแรกพร้อมรอยยิ้ม แม้จะรู้ดีอยู่แก่ใจ แต่เมื่อได้ยินออกมาจากปากอย่างตรงไปตรงมาก็ทำให้ดีใจไม่น้อย และลูกแกะของเขาก็คงคิดแบบเดียวกัน ดวงตาถึงได้เปล่งประกายวิบวับเช่นนั้น

“ไม่อยากกลับแล้ว”

“ไหนเมื่อคืนบอกว่าไม่งอแงแล้วไง” เขาถามอย่างไม่จริงจังนัก ออกจะขำเสียด้วยซ้ำที่เห็นคนเก่งเริ่มออกอาการอิดออดไม่อยากกลับ ถึงขั้นถอดนาฬิกาข้อมือของเขาออกไม่ยอมให้มองเวลา

“คุณอยากให้ผมกลับเหรอ” ลูกแกะน้อยเงยหน้ามองด้วยแววตาน่าสงสาร ทำเอาหัวใจที่ไม่เคยแข็งแกร่งอยู่แล้วยามอยู่กับคนสำคัญของเกรย์อ่อนยวบ อยากจะยกเลิกการเดินทางในวันนี้ให้หมด จะได้ขลุกอยู่กับคนขี้อ้อนต่อไป ไม่ต้องแยกกันให้ปวดใจเหมือนที่กำลังจะเป็น

แต่ทำแบบนั้นไม่ได้...

“ไม่อยาก” เขาแตะแก้มใสเบาๆ แล้วลูบไล้ไปมาเพื่อปลอบประโลมไม่ให้คนขี้อ้อนเลิกล้มความตั้งใจเดิมจนพากันตบะแตกทั้งคู่ “แต่ลูกแกะต้องกลับไปเรียน จำได้ไหม”

“…จำได้”

“อดทนอีกหน่อยนะ แค่เดือนเดียวแล้วฉันจะบินไปหาบ่อยๆ หลังจากนั้นพอนายเรียนจบ เราก็ไม่ต้องแยกกันไปไหนอีกแล้ว”

“อื้อ”

พอได้ฟังเหตุผลที่มีจุดมุ่งหมายชัดเจน ประมุขก็เริ่มสงบสติอารมณ์ได้และไม่พูดให้อีกคนต้องลังเลอะไรอีก เขาแค่กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เบียดตัวเข้าหาคนสำคัญแล้วซุกหน้าอยู่ที่ซอกคอหอมๆ ไม่ยอมผละไปไหน

ช่วงเวลาแห่งความสุขก่อนจะต้องแยกจากคงอยู่เพียงชั่วครู่ในความรู้สึกของคนที่ไม่อยากให้มันมาถึง แต่พอเกรย์สะกิดบอกให้รู้ว่าถึงเวลาแล้ว ลูกแกะน้อยของเขาก็ผงกหัวขึ้น ยอมปีนลงจากตัวไปนั่งคุกเข่าหงอยอยู่ด้านข้างโดยไม่อิดออด รอจนเขาส่งยิ้มไปให้ เจ้าตัวจึงสูดหายใจเข้าจนสุดแล้วเผยยิ้มออกมา

“เก่งมาก”

ลูกแกะขนฟูหลับตาปล่อยให้คนสำคัญเอามือลูบหน้าอย่างสบายใจ ก่อนจะเป็นฝ่ายจับมือเกรย์ไว้ แล้วจูงพาเดินออกไปนอกห้องนอนซึ่งเป็นอาณาเขตส่วนตัวของพวกเขาด้วยตัวเอง

ประมุขพูดไว้ตั้งแต่เมื่อวานว่าไม่อยากให้เกรย์ไปส่งที่สนามบิน เพราะกลัวตัวเองจะอดใจไม่ไหว ดังนั้นคนที่ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นักจึงว่าอะไรไม่ได้ ลองคิดตามดูแล้วก็จริงเหมือนกัน เลยได้แต่พยักหน้ารับ ตกลงกันว่าจะส่งแค่หน้าคฤหาสน์เท่านั้น

และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่ว่าแล้ว...

บริเวณหน้าคฤหาสน์มีคนอยู่มากกว่าสิบคน ทั้งบรรดาเมดที่ออกมารอส่งเจ้านายคนใหม่ และการ์ดทีมเอแบบครบทีมซึ่งทำให้ประมุขยิ้มได้ทันทีที่เห็น ใจนึกอยากวิ่งเข้าไปทักทายพูดคุย แต่พอหันไปเห็นคนที่เดินจับมืออยู่ด้านข้างก็เริ่มหงอยลงนิดหน่อยเพราะรู้ว่าต้องแยกกันแล้ว

“ลูกแกะลาพ่อกับแม่แล้วใช่ไหม” เกรย์ชวนคุยเพื่อไม่ให้คนร่าเริงหงอยหนักกว่าเก่า

“ลาพร้อมท่านย่าแล้วครับ คุณอากับคุณน้าบอกว่าอาจจะต้องออกไปข้างนอกก่อนจะได้ส่งผมกลับ ผมเลยลาตั้งแต่ตอนนั้นเลย”

ตอนที่ประมุขไปยกมือไหว้พ่อแม่เกรย์ พวกท่านเพียงพูดว่าให้รีบกลับมา แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีกนอกจากยกมือลูบหัวเขาสองสามที แต่เพียงแค่นั้นคนร่าเริงก็ได้พลังบวกมาจนเต็มเปี่ยม สดใสอยู่หลายนาทีก่อนจะห่อเหี่ยวลงเพราะยังไม่อยากแยกกับเกรย์ หากพอได้มานึกถึงคำพูดประโยคนั้นซ้ำอีกครั้งก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

พวกท่านอยากให้เขารีบกลับมา...

“ถ้าอย่างนั้นพร้อมแล้วใช่ไหม” เสียงถามของเกรย์ทำให้คนที่หลุดอยู่ในภวังค์กลับมาสู่โลกความเป็นจริงอีกครั้ง

ประมุขที่กำลังเกาะเอวคนสำคัญเป็นลูกลิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น มองลึกเข้าไปในดวงตาอ่านยากคู่นั้น จนเห็นความรู้สึกไม่ยินยอมที่คล้ายคลึงกับเขาด้านใน จึงเผยรอยยิ้มออกมาในที่สุด

“ครับ”

ไม่มีอะไรให้เสียดายหรือลังเลอีกแล้ว

เขาต้องรีบไป จะได้รีบกลับมาไวๆ มาหาทุกคน มาอยู่ในที่ที่เป็นของตัวเองอย่างแท้จริง

“งั้นก็ไปเถอะ”

สองแขนที่เกาะเกี่ยวเอวสอบเอาไว้คลายแรงออกช้าๆ ทว่าก่อนที่เจ้าตัวจะได้หันหลังเดินไปขึ้นรถจริงๆ คนที่บอกให้ไปก็เป็นฝ่ายคว้าเอวผอมนั่นไว้แล้วรวบเข้ามากอดแน่น

ประมุขไม่ได้แสดงท่าทีตกใจใดๆ ออกมา เพียงหลับตาลงแล้วยกแขนขึ้นกอดตอบด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นไม่แพ้กัน ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใดที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา แต่เขามั่นใจว่าทุกคนต้องเข้าใจความรู้สึกของเกรย์และความรู้สึกของเขา

กว่าจะได้เจอกันเราใช้เวลานานเป็นสิบปี ได้อยู่ด้วยกันไม่เท่าไหร่ก็ต้องแยกจากกันแล้ว แม้จะเพียงชั่วคราวก็ตาม

การต้องบอกลาซ้ำๆ ไม่ใช่เรื่องน่าสนุกเลยสักนิด

แต่ไม่เป็นไร...

อย่างน้อยการบอกลาในครั้งนี้ก็มีจุดหมาย ทั้งยังเป็นจุดหมายที่ยิ่งใหญ่และสำคัญมากเสียด้วย

“ถ้าเราได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง ผมไม่มีวันยอมห่างจากคุณอีกแน่”

“หึหึ... นั่นมันคำพูดของฉันต่างหาก” เกรย์ผละตัวออกเล็กน้อย ขณะมือข้างหนึ่งเชยคางลูกแกะขึ้นมา แล้วกดจูบลงบนหน้าผากขาวแรงๆ ด้วยความมันเขี้ยว “ถ้าคิดถึงก็โทรมา ไม่ว่าตอนไหนก็ตามฉันจะรีบรับ เข้าใจหรือเปล่า”

“เข้าใจครับ!” คนร่าเริงที่เริ่มกลับมายิ้มได้อีกครั้งร้องบอกเสียงหนักแน่น แล้วก็ต้องหัวเราะออกมาเมื่อเห็นเกรย์ทำหน้าหน่าย เขาซุกหน้าลงกับอ้อมแขนอบอุ่นอีกครั้ง พร้อมกระซิบบอกถ้อยคำแสนสำคัญเป็นการลาครั้งสุดท้าย “ผมจะรอคุณนะ”

“ฉันจะรีบไปหา”

สุดท้ายก็ทำได้เพียงปล่อยมือออก ยืนยิ้มให้กันเงียบๆ ก่อนประมุขจะหันไปร่ำลาเมดสาวทั้งหลายแล้วขึ้นรถไปโดยไม่หันหลังกลับมาอีก ทิ้งให้เกรย์ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงมองตามไปจนสุดสายตา

“ยากใช่ไหม” เสียงถามของการ์ดคนสนิทควบตำแหน่งเพื่อนสมัยเด็กอย่างลูคัสทำให้เกรย์ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

“อืม…”

“…”

“ยากกว่าพยายามไม่ไปเจอเยอะเลย”

แต่ว่า...

ครืด

เขาก้มลงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองหลังรถตู้คันหรูที่ยังเห็นได้อยู่ลิบๆ อีกครั้งแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ

GP.MUK: ผมคิดถึงคุณแล้ว

GP.MUK: *สติกเกอร์แกะร้องไห้*

ลูกแกะนะลูกแกะ...

ทำแบบนี้แล้วเขาจะยอมปล่อยไปได้ยังไง

“ลูคัส บอกจิมให้เลื่อนกำหนดการให้ไวกว่าเดิม สองอาทิตย์ทุกอย่างต้องเรียบร้อย”

หากถามว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ประมุขมีความสำคัญต่อเกรย์มากมายขนาดนี้ เห็นทีคงต้องย้อนเวลากลับไปนาน จนแม้แต่ตัวเขาเองยังตอบไม่ได้ รู้เพียงว่าเวลาที่ผันผ่านกับความสม่ำเสมอระหว่างพวกเขาทำให้รากฐานของต้นไม้ที่ควรจะไหวลู่ไปตามลมได้อย่างง่ายดายแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน จนไม่มีอะไรมาหักโค่นได้อีก

ไม่น่าเชื่อว่าความรักที่เกิดจากความชื่นชอบจากรูปถ่ายเพียงใบเดียวจะผลิดอกออกผล ทำให้คนสองคนรักกันได้มากมายขนาดนี้ แม้ไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นพรหมลิขิตทั้งหมด เพราะกว่าครึ่งเกิดจาก ‘ความตั้งใจ’ และ ‘ความต้องการ’ ของเกรย์ ทว่าผลก็จบลงที่ความสุขเช่นเดียวกัน

ตอนนี้จึงเหลือเพียงแค่รอเวลาเท่านั้น...

รอเวลาที่จะได้กลับมาจับมือกันอีกครั้ง

และคราวนี้...พวกเขาจะไม่มีวันปล่อยมือจากกันอีกตลอดกาล


END


TALK: จบแล้ววววววววววว

หลังจากเดินทางด้วยกันมานาน ในที่สุดน้องคนเล็กของพี่ๆก็เดินทางมาถึงตอนจบแล้วค่ะ T_T

สำหรับน้องมุขของพี่ๆนี่ จริงๆถูกวางให้เป็นเด็กผู้ชายแสนสดใสที่เป็นเด็กแมนๆทั่วไป แต่ไม่รู้ทำไมไปๆมาๆกลายเป็นลูกรักตัวเล็กตัวน้อยของทุกคนไปได้ เราอ่านความคิดเห็นแล้วอมยิ้มทุกที ส่วนคุณเกรย์คงไม่มีอะไรต้องพูดเยอะเพราะหล่อเสมอต้นเสมอปลาย ทั้งรักทั้งหลงจนไม่รู้จะว่ายังไง

ความรักของน้องมุขที่มีต่อคุณเกรย์น่าจะดูออกง่าย ถูกช่วยเหลือ ถูกป้อ ถูกเต๊าะมาแต่เล็กแต่น้อย เป็นใครจะไม่หวั่นไหว แล้วยิ่งอยู่ห่างไกลขนาดนี้แล้วยังใส่ใจน้อยตลอดเวลา ทำมันสม่ำเสมอมาเป็นสิบปี ใครบ้างจะไม่หลงรักล่ะเนอะ

ส่วนของคนพี่นี่ยิ่งแล้วใหญ่ แรกๆเหมือนความถูกใจ แต่ทำไปนานวันเข้ากลายเป็นเสพติดโดยไม่รู้ตัว ต่อให้กาลเวลาเปลี่ยนนิสัยของคุณเกรย์ไปขนาดไหน แต่ด้วยความที่ทำทุกอย่างให้น้องแบบนี้มาเป็นปกตินิสัย ไม่แปลกเลยที่น้องจะกลายเป็นคนคนเดียวที่คุณเกรย์ยังใจดีด้วยเหมือนเก่า

เราว่าความรักของสองคนนี้มันถูกพิสูจน์ผ่านกาลเวลามาแล้วค่ะ เพราะงั้นตอนที่ได้เจอ พวกเขาถึงได้รักกันมากขนาดนี้...

ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาโดยตลอดมากๆเลยนะคะ ไม่ว่าจะเพิ่งมาอ่านเป็นเรื่องแรกหรือตามกันมาตั้งแต่เรื่องแรกที่เราเขียนก็ตาม ไม่รู้จริงๆว่าจะขอบคุณยังไงถึงจะพอ แต่ยังคาดหวังว่าจะได้เจอกันอีกในเรื่องต่อๆไปที่จะมีตามมาเรื่อยๆแน่นอนนะคะ : )

รัก

Chesshire


ช่องทางการติดตาม

FB: Chesshire.

Twitter: @Chesshire04

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 888 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,503 ความคิดเห็น

  1. #1503 momomay79 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 16:06
    อ่านกี่รอบก็อบอุ่นใจมากก
    #1,503
    0
  2. #1497 ;เเมเนอร์ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 22:03
    มุเเงง ดีมากๆเลยย
    #1,497
    0
  3. #1491 นุ่มนิ่ม (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2563 / 19:16

    ตอนของฮ้องเต้ไม่ลงให้อ่านหรอคะ

    #1,491
    0
  4. #1482 Zephyr9397 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 14:09
    แงงงงง ประมุขไม่ร้อง แต่เราร้องแล้ว ฮือออ ไม่ชอบการจากลาอะไรแบบนี้เลย
    #1,482
    0
  5. #1476 pla0415 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 08:59
    อยากอ่านต่อ
    #1,476
    0
  6. #1475 fon_daranee (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 11:53
    แงงงง ร้องไห้อ่ะ
    #1,475
    0
  7. #1461 NampuengWiyakarn (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 12:54
    รออ่านเรื่องฮ่องเต้อยู่นะค่าป
    #1,461
    0
  8. #1460 NampuengWiyakarn (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 12:54
    รออ่านเรื่องฮ่องเต้อยู่นะค่าป.
    #1,460
    0
  9. #1442 srnsl (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:45

    รอเรื่องของฮ่องเต้อยู่นะค่ะ

    #1,442
    0
  10. #1440 baekbow (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 18:34

    งืออออออ จบได้น่ารักมาก จากกันเพื่อมาพบกันใหม่ และอยู่ด้วยกันตลอดไป สำหรับเรื่องนี้ก็จริงๆแหละ มีความหลงน้องไปทุกตอนเลย น้องเป็นเด็กที่น่ารักมาก ร่าเริง สดใส ฉลาด และเชื่อฟังเกรย์มากๆ ส่วนเกรย์ก็เป็นสายสปอยล์ที่แท้ทรู ดูเงียบๆขรึมๆ แต่ก็ตามใจน้องทุกอย่าง ก็เด็กมันน่ารักอ่ะเนอะ 5555 // จุดเริ่มต้นความรักของพวกเขาก็เป็นอะไรที่น่าสนใจเหมือนกัน มันพิสูจน์ความจริงใจ และความรักอยู่ในตัวของมันเองเลย เราว่ามันโรแมนติกเหมือนกันนะ ในวันที่เราเหมือนอยู่คนเดียว ได้มีใครสักคนคอยอยู่เคียงข้างกัน คอยเป็นกำลังใจ จะไม่ให้หวั่นไหวได้ยังไง ถึงจะยังไม่เคยเจอกันเลยก็เถอะ การส่งผ่านความรู้สึกผ่านตัวหนังสือมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆเหมือนกัน ขนาดเราอ่านแค่เรื่องราวของพวกเขาเรายังยิ้มได้เลย สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณไรท์ที่เขียนนิยายน่ารักๆเรื่องนี้ขึ้นมา อาจจะอ่านจบช้าหน่อย เพราะข้ามไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ แต่ก็มาตามอ่านจนจบละนะ ขอบคุณค่ะ รอติดตามผลงานเสมอค่ะ
    #1,440
    0
  11. #1428 Patcharapa_1235 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 16:07
    ร้องไห้เฉยเลยอ่าา แงงงง เค้ารักกันมากขนาดนี้เลย อิจฉาลูกแกะที่มีเกรย์ อิจฉาเกรย์ที่มีลูกแกะ โอ้ยยยเหม็นกลิ่นความรักวุ้ย
    #1,428
    0
  12. #1427 11-12 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 15:50
    ว่าไม่เสียน้ำตาให้กับนิยายเรื่องนี้แล้วนะแต่น้ำตาที่เสียออกมาเป็นน้ำตาแห่งความสุกจริงๆ
    #1,427
    0
  13. #1426 แมวดำ. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 15:39
    แอปงงง สนุกมากเลยค้ายบบบ ลูกแกะแสนน่ารักกกกกกกกก
    #1,426
    0
  14. #1425 applepie13 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 02:32
    ไม่มีตอนไหนที่อ่านแล้วไม่ยิ้มให้กับความน่ารักของลูกแกะเลย น้องน่ารักน่าเอ็นดูอ่ะฮือออออออ ความผูกพันตลอดสิบปีผ่านจดหมายมันมีค่ามากเลย ถ้าบังเอิญเจอเหตุการณ์เดียวกันก็คงตกหลุมรักคนๆนั้นซ้ำๆเหมือนกัน เพราะเขามีค่าจริงๆ
    #1,425
    0
  15. #1417 Nicha1234567890 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 12:53
    นิยายของไรต์ทุกเรื่องที่อ่าน รู้สึกว่าอยากอ่านสัก100 ตอน ไม่อยากให้จบเลย สู้ๆนะค่ะ ติดตามผลงานต่อไป แต่งนิยายดีๆแบบนี้มาอีกนะคะ
    #1,417
    0
  16. #1412 monthira2222 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 21:34
    ฮืออออ สนุกมากเลยค่ะ ไม่อยากให้จบเลยยยย รอเรื่องของเต้นะคะ
    #1,412
    0
  17. #1400 maybee23 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 14:07
    ขอบคุณนะคะ :)
    #1,400
    0
  18. #1394 ojay2 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 11:02
    ฮรือออ ดีงามมม ไม่อยากให้จบเลยยย ชอบมากกก เอ็นดูวน้องงง คุณเกรย์ก็ดีไปหมดด ขอบคุณไรท์นะคะที่แต่งให้อ่าน เป็นกำลังใจให้ในเรื่องต่อๆไปค่ะ ^^
    #1,394
    0
  19. #1390 NampuengWiyakarn (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 09:42
    รอฮ่องเต้ค่า
    #1,390
    0
  20. #1379 q.tr (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 09:44
    ลูกแกะพลังบวก เอ็นดู น่ารักมากกก รอเรื่องต่อไปนะคะ
    #1,379
    0
  21. #1370 Kyoheizing (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 18:28
    ต่อไปก็เป็นเรื่องของฮ่องเต้แล้ว รอจ้าาาาาาา
    #1,370
    0
  22. #1367 คุณแว่นกลม (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 06:35
    ยังไงก็จะตามไปทุกๆเรื่องเลยนะคะ!
    #1,367
    0
  23. #1363 ying-b (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 02:35
    ตะหนุกมากกก ขอบคุณคุณเชสที่เขียนถ่ายทอดเรื่องราวความรักของน้องมุขกับคุณเกรย์ออกมาได้น่าประทับใจมาก เป็นนิยายอีกเรื่องของคุณเชสที่ต้องบอกว่าชอบมากอีกแล้ววว!
    #1,363
    0
  24. #1341 khawfangg (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 12:55
    ฮืออออออออออ
    #1,341
    0
  25. #1340 CallistoJpt (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 19:15
    เราชอบเรื่องนี้มากเลย เป็นเรื่องที่ทั้งละมุนและอบอุ่นหัวใจมากๆ อ่านแล้วคือทำเราหลงน้องมุขตามคุณเกรย์ไปด้วยอีกคนเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับนิยายนะคะ รอติดตามเรื่องต่อๆไปน้าาาา เป็นกำลังใจให้คุณคนเขียนด้วยค่ะ
    #1,340
    0