[END] 3KINGS ตอน ประมุข

ตอนที่ 16 : PRAMUK-14-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,202
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,010 ครั้ง
    9 มี.ค. 62

-14-



“ลูกแกะ...”

“…”

“ตื่นได้แล้ว”

“ฮื่อ”

เกรย์หัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นท่าทีของเด็กว่าง่ายที่ปกติไม่เคยดื้อ ท่าทางคงจะง่วงมากจริงๆ ถึงงอแงแบบนี้ ตอนอยู่ไทยแค่เรียกนิดเดียวก็ยอมลืมตาขึ้นมาอ้อนกันแล้วแท้ๆ ที่วิคเตอร์บอกว่าอยู่บนเครื่องเอาแต่นอนเกือบตลอดเวลาคงจะจริง เพราะเมื่อคืนกว่าเจ้าตัวจะหลับได้ก็พลิกไปพลิกมาอยู่หลายรอบ พอต้องสลับเวลาไปหมดถึงได้ดูงัวเงียจนน่าสงสาร

ถ้าอยู่ด้วยกันสองคนเขาคงจะปล่อยให้นอนตามสบาย แต่นี่ไม่ใช่...

“ลูกแกะ เราต้องลงไปกินข้าวพร้อมพ่อแม่นะ” เขากระซิบบอก ขณะที่มือยังคงลูบแก้มขาวของคนง่วงนอนเบาๆ ในช่วงแรกดูราวกับลูกแกะน้อยคล้ายจะหลับไปแล้ว เพราะไม่มีการตอบรับใดๆ ทั้งสิ้น แต่แล้วเมื่อเกรย์ทำท่าจะผละออก ปล่อยให้อีกคนนอนต่อตามใจ มือข้างหนึ่งก็ถูกคว้าเอาไว้แน่น หันไปมองอีกทีก็เห็นคนที่เมื่อครู่ดูง่วงงุนเกินกว่าจะลุกเบิกตาโตมองเขาคล้ายเห็นผี

“เกินเวลากินข้าวหรือยังครับ!”

“ก็...อีกสิบนาที”

“ผมจะรีบอาบน้ำ” ว่าจบเจ้าตัวก็ผุดลุกขึ้นไปคว้าผ้าเช็ดตัว วิ่งตึงตังเข้าไปในห้องน้ำโดยไม่รอฟังคำตอบใดๆ ทั้งสิ้น ทิ้งให้คนปลุกนั่งกะพริบตาปริบๆ มองตามอยู่เพียงลำพัง กว่าเกรย์จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ตอนที่ลูกแกะน้อยเดินออกมาจากห้องน้ำในเวลาห้านาทีต่อมา

“ไม่ต้องรีบมากก็ได้” เขาบอกคนตัวขาวที่รีบคว้าหยิบเสื้อผ้ามาใส่เหมือนจะรีบร้อนไปไหน

“ไม่รีบได้ยังไง ถ้าลงไปสายเดี๋ยวพ่อแม่คุณจะตำหนิเอา”

“ไม่หรอก”

“ต่อให้ไม่ว่าก็คงตัดคะแนนในใจแน่ๆ จากที่ติดลบอยู่แล้วจะติดลบหนักกว่าเดิมนะครับ”

ที่แท้ก็มีคนไม่อยากถูกตัดคะแนน...

เกรย์คว้าแขนคนที่ตั้งท่าจะวิ่งออกไปจากห้อง ก่อนจะดึงรั้งให้เจ้าตัวนั่งลงข้างกาย มือลูบหัวลูบหางจนลูกแกะขนฟูที่ดูเร่งรีบจนน่าตลกใจเย็นขึ้นแล้วจึงพูดต่อ

“คิดจะทำอะไร ไหนบอกมาสิ”

“ผมจะทำให้พ่อแม่คุณยอมรับให้ได้” คนฟังตอบง่ายๆ แต่น้ำเสียงกลับมั่นคงจริงจัง คล้ายคนที่ตัดสินใจเรื่องสำคัญบางอย่างได้แล้ว “เมื่อคืนที่นอนไม่หลับก็เพราะคิดกังวลเรื่องนี้ด้วย แต่พอนึกไปนึกมากลายเป็นคำตอบมันง่ายแค่นี้เอง ในเมื่อพ่อแม่คุณไม่ชอบ ให้คะแนนติดลบอยู่ ผมก็แค่ต้องเพิ่มคะแนนพวกนั้นขึ้นมา ทำให้พวกท่านยอมรับให้ได้”

“ไม่ต้องทำแบบนั้นก็ได้” เกรย์ทอดสายตามองลูกแกะอย่างอ่อนโยน ไม่รู้จะกลั้นยิ้มได้อีกนานแค่ไหน ทั้งที่เมื่อคืนเขาอุตส่าห์ปลอบให้หายคิดมาก บอกว่าไม่ต้องทำอะไรก็ได้แท้ๆ เพราะถึงอย่างไรหากเขาไม่ยอม จะพ่อหรือแม่ก็ไม่มีสิทธิ์มาบังคับอะไรทั้งนั้น แต่กลับกลายเป็นว่าคนที่ไม่ยอมดันเป็นคนข้างกายเสียนี่

“ไม่ได้หรอกครับ ผมไม่สบายใจถ้าคุณกับครอบครัวต้องผิดใจกัน ถึงคุณจะบอกว่าสุดท้ายใครชนะ อีกฝ่ายก็ต้องยอมลง แต่คุณกับผมจะมีความสุขจริงๆ เหรอที่ได้รับการยอมรับแค่เพียงเพราะพวกเขาไม่อยากสู้ต่อ ผมอยากให้เราชนะจริงๆ มากกว่า ถ้าพ่อแม่คุณยอมรับผมจากใจเมื่อไหร่ นั่นต่างหากที่หมายถึงชัยชนะจริงๆ”

เกรย์จ้องมองใบหน้าจริงจังที่ดูน่ารักน่าชังในสายตาของเขาเอามากๆ แล้วนิ่งงันอยู่นานนับนาที กระทั่งถูกเจ้าของดวงตาใสแจ๋วคู่นั้นเขย่ามือไปมาเป็นเชิงเรียกสติ เขาจึงหลุดยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้

“หัดพูดแบบนี้เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่หืม”

“ผมก็จริงจังเป็นหรอก” ประมุขยืดอกขึ้นเล็กน้อยคล้ายจะโอ้อวด แต่วินาทีถัดมาก็เปลี่ยนสีหน้ากลับไปดูลุกลี้ลุกลนเหมือนเดิม ยามหันไปเห็นนาฬิกาที่กำลังจะบอกเวลาเจ็ดโมงตรงในอีกไม่ถึงหนึ่งนาที “รีบไปเร็วเข้า!”

แม้นึกอยากมองท่าทางน่ารักน่าชังนั่นให้นานกว่านี้อีกสักนิด แต่ขืนยังลีลาเล่นตัวไม่ยอมตามลงไปเสียที ลูกแกะคงได้โทษว่าเขาทำให้ตัวเองถูกลดคะแนนเป็นแน่ คิดได้ดังนั้นเจ้าของร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนแล้วค่อยๆ เดินตามคนที่แทบจะวิ่งไปยังห้องอาหารช้าๆ ไม่ได้เร่งรีบแต่ก็ไม่ปล่อยให้ละสายตา

ประมุขทำให้แม่บ้านและสาวใช้ที่เดินผ่านไปผ่านมาแตกตื่นไปหมด เมื่อเขาไม่รู้ว่าห้องอาหารอยู่ที่ส่วนไหนของคฤหาสน์กว้างขวางที่มีห้องเป็นสิบ เดินไปเดินมาก็เริ่มงงจนต้องวิ่งกลับไปหาคนที่เดินยิ้มตามมาด้านหลัง ซึ่งดูเหมือนจะรู้ทางดีแต่ไม่ยอมพูดอะไร ครั้นจะหันไปถามคุณแม่บ้านทั้งหลายก็ไม่รู้ว่าพวกเธอพูดภาษาอังกฤษได้หรือเปล่า

“รีบพาผมไปห้องอาหารเร็วเข้า... ไหนบอกว่าที่นี่เล็กไง เล็กตรงไหนเนี่ย แค่ในบ้านก็หลงจนปวดหัวไปหมดแล้ว” ลูกแกะผู้ได้มาเหยียบบ้านของมหาเศรษฐีเป็นครั้งแรกบ่นงึมงำ เหมือนจะหงุดหงิดนิดหน่อยแล้วด้วยที่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอเสียที “เกินเวลามาสองนาทีแล้ว...”

เกรย์รีบจับมือคนหน้างอเอาไว้แล้วดึงรั้งให้เดินตามไปในทิศทางตรงกันข้าม ถ้าจะให้พูดตรงๆ ก็คงต้องบอกว่าเขาชื่นชอบท่าทีของลูกแกะตัวน้อยเอามากๆ ทั้งหน้าตาเวลากังวลหรือหงุดหงิดล้วนแล้วแต่น่ามองไปหมด หากเป็นไปได้ก็อยากจะยืนมองทั้งวัน น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่มีเวลา และเขาก็ควรพาอีกฝ่ายไปกินข้าวเสียที

“มาอยู่บ้านคนอื่นวันแรกก็ลงมาสายแล้ว” เพียงแค่ก้าวเท้าเข้าไปในเขตห้องอาหารกว้างขวางที่มีโต๊ะตัวยาวสำหรับคนเป็นสิบแบบเดียวกันกับที่ประมุขเคยเห็นในหนัง คุณผู้หญิงที่นั่งเรียบร้อยอยู่ข้างเจ้าของบ้านก็ส่งแววตาตำหนิติเตียนพร้อมคำพูดเชือดเฉืิอนมาให้

“ขอโทษครับ” ลูกแกะน้อยได้ฟังความผิดก็หงอลงเล็กน้อย หากยังไม่ทันให้เกรย์พูดอะไรขึ้นมา เจ้าตัวก็เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงสดใส “ผมยังไม่รู้ทิศทางในบ้านเลยเดินหลงไปหมด จะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกแน่นอนครับ”

คำพูดที่จะมองเป็นการถือดีหรือการเถียงก็ได้หากคนฟังต้องการดูอ่อนนุ่มลงเกือบเก้าสิบเปอร์เซนต์ยามออกมาจากปากของคนที่ดูใสซื่อทั้งดวงตาและนิสัย กระทั่งคาร่าที่จ้องจับผิดคนของลูกชายแทบทุกฝีก้าวยังไม่เอ่ยอะไรออกมา มีเพียงเกรย์เท่านั้นที่มองบรรยากาศของห้องอาหารด้วยสีหน้าพอใจ

“ลูกแกะ... ไปนั่งเถอะ”

“จริงด้วย” คนที่ถูกเตือนเบิกตาขึ้นเล็กน้อยก่อนจะยิ้มเขินแบบเด๋อๆ ขณะก้าวเท้าไปนั่งลงด้านข้างเกรย์ที่นั่งอยู่ข้างเจ้าของบ้านอีกที

หลังจากที่ได้รับสัญญาณจากเจ้าภาพ อาหารก็เริ่มทยอยจัดขึ้นโต๊ะทีละอย่างๆ ประมุขจ้องมองช้อนส้อมหลายคันที่วางอย่างเป็นระเบียบตามตำแหน่งที่เขาไม่รู้ว่าอะไรใช้ทำอะไรบ้างแบบเกร็งๆ หากสัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็สั่งให้แอบมองคนข้างกายแล้วหยิบช้อนใช้ตามอย่างถูกต้องทุกท่วงท่า แม้จะไม่ได้ดูสง่างามเท่าเจ้าบ้านหรือคุณหญิงของบ้าน แต่แค่เห็นว่าเกรย์ก็ไม่ได้รักษาท่าทีเป็นคุณชายอะไรขนาดนั้น เขาก็พอจะทำใจให้กินข้าวแบบธรรมดาๆ ที่พยายามให้ดูสุภาพมากกว่าเดิมนิดหน่อยได้โดยไม่รู้สึกแปลกประหลาด

หลายครั้งหลายคราที่คุณผู้หญิงเหลือบมองดูแขกอยู่บ่อยครั้ง ทว่าผ่านไปไม่นาน คนที่ดูเกร็งอยู่ไม่น้อยก็ทำตัวเป็นธรรมชาติ ยิ้มแย้มทานอาหารด้วยท่าทีเช่นคนธรรมดา หากแต่ดูเอร็ดอร่อยอย่างมากไปจนหมดจาน ซ้ำยังแอบหันไปชูนิ้วโป้งให้บรรดาเมดสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังจนพวกเธอหลุดยิ้มกันเป็นแถว

“ถูกปากหรือเปล่า”

โดยไม่คาดคิด... จู่ๆ ผู้ที่นั่งเงียบอยู่ตรงตำแหน่งหัวโต๊ะมาโดยตลอดก็เอ่ยปากถามขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ ทำเอาคาร่าหันไปมองอย่างตกใจ เกรย์เองก็เลิกคิ้วประหลาดใจไม่น้อย หากคนที่ได้ยินคำถามและไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยสักนิดกลับยิ้มกว้าง หันไปหาแล้วพยักหน้าหงึกๆ อย่างอารมณ์ดี

“อร่อยมากๆ เลยครับ นานมากแล้วที่ผมไม่ได้กินอาหารที่พูดได้เต็มปากว่าชอบสุดๆ แบบนี้ น่าจะตั้งแต่ที่เริ่มทำอาหารกินเองได้ แล้วพี่ชายที่ทำอาหารอร่อยมากๆ ก็ไม่ยอมทำให้กินอีกเลย” พอได้พูดถึงพี่ชายประมุขก็ลอบเบะปากด้วยความหมั่นไส้ แต่สีหน้าและแววตาบ่งบอกชัดเจนว่าชื่นชมฮ่องเต้มากขนาดไหน “จริงด้วย... คุณท่านกับคุณผู้หญิงอยากลองกินอาหารไทยบ้างไหมครับ ตั้งแต่กลับมาเรียนที่ไทยผมก็ฝึกทำอาหารไทยได้หลายอย่างเลย”

“ลูกแกะ...” เกรย์ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินสรรพนามที่ลูกแกะน้อยของเขาใช้เรียกพ่อแม่ เมื่อวานก็บอกชัดแล้วแท้ๆ ว่าไม่จำเป็นต้องเรียกแบบนั้น แต่พอเห็นสีหน้าออดอ้อนของคนด้านข้างที่ดูไม่ได้คิดอะไรมากกับคำเรียกที่ไร้ซึ่งความสนิทสนม เขาก็ได้แต่ทอดถอนใจแล้วปล่อยเลยตามเลย

“ฉันไม่ทานอาหารไทย”

“คุณผู้หญิงไม่ชอบอาหารไทยเหรอครับ” ประมุขรีบหันไปถามพร้อมรอยยิ้ม กำลังจะเอ่ยปากต่อว่าถ้าไม่ชอบอาหารไทย เขายังทำอาหารชาติอื่นๆ ได้อีก ทว่ายังไม่ทันได้อ้าปาก คำพูดถัดมากลับทำลายความหวังและรอยยิ้มบนใบหน้าจนหมดสิ้น

“เปล่า ฉันไม่ชอบเธอต่างหาก”

คนพูดบอกตามตรงโดยไม่ได้คำนึกถึงความรู้สึกของใคร แต่คนฟังกลับจ๋อยสนิททั้งที่ในใจรู้ดีอยู่แล้ว คงต้องยอมรับว่าการถูกใครคนหนึ่งบอกว่าไม่ชอบตรงๆ เป็นครั้งแรกแบบนี้ทำร้ายความรู้สึกกันมากพอดู ประมุขตักข้าวเข้าปากแบบหงอยๆ อยู่สองสามคำ ขณะที่เกรย์จ้องหน้าแม่แท้ๆ ของตัวเองด้วยความไม่พอใจ หากไม่ใช่เพราะเห็นว่าพ่อของเขากำลังจ้องมองลูกแกะน้อยอย่างพิจารณา เหมือนกำลังรอดูว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรต่อ เขาไม่มีทางยอมให้แม่มาทำให้คนสำคัญหงอยแบบนี้แน่

ประมุขไม่ทำให้ใครผิดหวัง เมื่อผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาทีเจ้าตัวก็กลับมายิ้มได้เหมือนเดิม และไม่เพียงไม่เมินเฉยต่อสิ่งที่คาร่าพูด แต่เขายังผงกหัวขออนุญาตอย่างสุภาพ แล้วหันกลับไปหาบรรดาเมดสาวที่ยืนอยู่ทางด้านหลัง

“ถ้าว่างๆ...ผมขอเข้าไปช่วยงานในครัวหน่อยนะครับ อย่างน้อยเข้าไปดูก็ยังดี”

“อะ...ค่ะ” พวกเธอตอบรับด้วยน้ำเสียงและสีหน้าแตกตื่นที่ปกปิดเอาไว้ไม่มิด แม้สำเนียงภาษาฝรั่งเศสของผู้มาใหม่จะดูแปร่งๆ หรือติดขัดไปบ้าง แต่ก็ยังฟังรู้เรื่องและสัมผัสถึงความตั้งใจได้อย่างชัดเจน

“ผมจะพยายามให้มากกว่านี้ครับ คุณยังไม่ชอบกันตอนนี้ก็ไม่เป็นไร”

“…” คนที่ถูกจ้องด้วยแววตามุ่งมั่นไม่ได้ตอบอะไร เพียงเบนสายตาออกและยกน้ำขึ้นจิบเท่านั้น โชคยังดีที่มีคนชวนคุยต่อ ลูกแกะน้อยที่ถูกเมินจึงไม่มีเวลาเศร้ามากนัก

“พูดภาษาฝรั่งเศสได้ด้วยเหรอ” ผู้ที่นั่งอยู่ตรงตำแหน่งหัวโต๊ะส่งเสียงถามเป็นภาษาอังกฤษ ใบหน้าเย็นชาไม่แตกต่างจากเกรย์ฉายชัดถึงความประหลาดใจ

“พยายามฝึกอยู่ครับ เพิ่งจะมาเริ่มศึกษาจริงจังก็ช่วงนี้ แต่ถ้าฟังเวลาเกรย์พูดเร็วๆ ก็ไม่รู้เรื่องเหมือนเดิม” คำอธิบายตามความจริง ไม่มากไม่น้อยจนเกินไปทำให้ดวงตาอ่านยากของเอริคฉายแววพออกพอใจออกมาวูบหนึ่ง หากเพียงไม่นานก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว

“ลองทำมา”

“ครับ?”

“พรุ่งนี้เย็น อาหารไทยที่ว่า ลองทำขึ้นโต๊ะมาแล้วกัน” เอริคยกผ้าขึ้นซับบริเวณมุมปากเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะลุกขึ้นยืน “แต่บอกไว้ก่อนว่าถ้าไม่ถูกปาก ฉันพร้อมเททิ้งทุกเมื่อ”

คนได้รับโอกาสแบบงงๆ ฟังจนจบก็ทำตาโต รีบหันไปเขย่าแขนเกรย์ด้วยความยินดีเมื่อผู้เป็นใหญ่ที่สุดในบ้านเดินจากไปแล้ว ฝ่ายลูกชายเจ้าของบ้านเห็นแล้วก็ได้แต่ยกยิ้มตาม มือลูบหัวลูกแกะตัวน้อยด้วยความเอ็นดู เห็นอีกฝ่ายมีความสุข เขาเองก็มีความสุขตามไปด้วย

“วันนี้ไม่ต้องให้ใครเข้ามารบกวนฉันในห้องจนกว่าจะถึงเวลาอาหารเย็น” คาร่าหันไปสั่งเมดสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังเป็นภาษาฝรั่งเศสก่อนจะเดินจากไปโดยไม่พูดหรือเหลือบแลไปมองแขกอีกเลย

เกรย์กระซิบบอกความหมายของสิ่งที่แม่พูดให้ลูกแกะน้อยฟังเป็นลำดับแรก จากนั้นก็ลูบหัวทุยเบาๆ เป็นเชิงชื่นชมที่ทำตัวได้น่ารักสมกับที่เขาเลือก

เมื่อห้องอาหารไม่เหลือใครแล้วนอกจากเมดสาวที่คอยรับใช้อยู่ด้านหลัง คนที่แอบกดดันในใจไม่น้อยก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก

“พ่อแม่คุณน่ากลัวมากๆ เลย”

“จริงเหรอ... แต่ฉันไม่เห็นลูกแกะทำท่าเหมือนกลัวเลยนะ” เกรย์แสร้งเลิกคิ้วประหลาดใจ ได้ยินดังนั้นลูกแกะที่รู้สึกเหมือนได้รับคำชมก็อมยิ้มจนแก้มตุ่ย

“แสดงว่าผมเก็บอารมณ์ได้แนบเนียนใช่ไหม ดีใจจัง”

“เก่งมาก” เขายิ้มน้อยๆ ก่อนจะเลื่อนแก้วไปให้คนที่น่าจะคอแห้งเพราะไม่ได้แตะน้ำเลยสักหยดแบบเนียนๆ

ต่อให้ลูกแกะน้อยเก็บอารมณ์เก่ง ไม่แสดงออกทางสีหน้าหรือแววตาให้เห็นเลยสักนิดว่าหวาดกลัว แต่สำหรับเขาที่เฝ้าสังเกตทุกอย่างแม้แต่มือที่สั่นเล็กน้อยตอนจับช้อน หรือความผิดปกติที่เจ้าตัวเผลอแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัวอย่างการไม่ยกน้ำขึ้นดื่มทั้งที่ปกติเป็นคนกินน้ำเก่ง เพียงแค่อะไรเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ก็ทำให้รู้ได้แล้วว่าคนสำคัญกำลังรู้สึกอย่างไร

ลูกแกะมีพรสวรรค์ทางด้านการแสดง แล้วก็เอามาปรับใช้ในชีวิตได้อย่างเยี่ยมยอด แต่ขืนบอกไปว่ายังมีจุดอ่อนอยู่อีกนิดๆ หน่อยๆ เกรย์เชื่อว่าอีกฝ่ายต้องหาทางแก้ จนสุดท้ายเขาคงไม่อาจจับความรู้สึกใดๆ ได้อีกแน่ เพราะงั้นปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปดีที่สุดแล้ว

“แล้วนี่ลูกแกะจะเข้าครัวตอนเย็นวันพรุ่งนี้จริงๆ เหรอ”

“จริงครับ...” คนฟังพยักหน้าจริงจัง ดวงตาเป็นประกายเจิดจ้าเต็มไปด้วยความหวัง แต่พริบตาเดียวก็หงอยลงทันควันเหมือนเพิ่งนึกอะไรได้ “แต่ผมอาจจะคุยกับพวกคุณเมดไม่รู้เรื่อง ผมยังฟังไม่เก่งเท่าไหร่เลย”

“กังเวลเรื่องนั้นเองเหรอ” เกรย์ส่ายหน้าหน่าย มือกดมุมปากลูกแกะน้อยแล้วบังคับให้ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเหมือนเดิม ซึ่งคนว่าง่ายก็ยินดีทำตามแบบเด๋อๆ โดยไม่คิดถามอะไรเลยสักนิด เห็นแล้วเกรย์ก็ได้แต่หัวเราะอารมณ์ดี คิดในใจว่าตั้งแต่ได้เจอกันเขาก็กลายเป็นพวกยิ้มง่ายหัวเราะง่ายไปซะแล้ว “แอนนา”

“ค่ะ คุณชาย” เมดสาวคนหนึ่งขานรับและเดินมายืนอยู่ด้านข้างเจ้านายกับแขกคนสำคัญที่ตอนนี้หันมามองเธอตาแป๋วอย่างน่าเอ็นดู

“พรุ่งนี้เธอดูแลเขาด้วย”

“รับทราบค่ะ”

“ว้าว... คุณพูดภาษาอังกฤษได้ด้วยเหรอ” ประมุขถามคุณเมดที่กำลังจะเดินกลับไปที่เดิมเสียงใส ซึ่งอีกฝ่ายก็ยอมหยุดเท้าและหันกลับมายิ้มให้อย่างใจดี

“ได้ค่ะ ดิฉันเรียนจบทางด้านภาษาโดยตรง”

“สุดยอดเลยครับ”

บรรดาเมดที่ยืนมองกันอยู่แอบหัวเราะโดยไม่ออกเสียงเพราะยังเกรงใจ กลัวคุณชายผู้เย็นชาจะไม่พอใจ แต่เมื่อเห็นท่าทีที่ดูแตกต่างจากปกติโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นสีหน้าหรือแววตาของอีกฝ่าย พวกเธอก็ยิ้มออกมาโดยไม่คิดปิดบัง แม้จะไม่เข้าใจว่าพูดคุยอะไรกัน แต่แค่เห็นบรรยากาศสดใสที่แขกแปลกหน้าปล่อยออกมา ทั้งยังกล้าพูดกล้ายิ้มให้คุณผู้หญิงกับคุณท่าน ทำให้ห้องอาหารที่ปกติมีเพียงความเย็นชาน่ากลัวดูผ่อนคลายลงจากปกติ เหตุผลเพียงแค่นั้นก็มากพอจะทำให้พวกเธอชื่นชอบแขกผู้มาใหม่คนนี้แล้ว

หลังจากจัดการอาหารจนเสร็จเรียบร้อย เกรย์ก็พาลูกแกะของเขาเดินไปเดินมา แนะนำห้องต่างๆ จนทั่วคฤหาสน์ ลูกแกะแสนซื่อมองไปมองมาเริ่มตาลาย สุดท้ายได้แต่จดจำเฉพาะห้องที่จำเป็นต้องรู้ ห้องไหนเข้าได้เข้าไม่ได้ เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ขอให้เจ้าของบ้านพาเดินออกไปด้านนอก เพราะเห็นเมดคนหนึ่งถือตะกร้าใส่ดอกไม้เดินเข้ามา พอเข้าไปพูดคุยด้วยภาษามือและคำศัพท์ที่รู้แบบจำกัดจึงรู้ว่าด้านหลังบ้านมีสวนดอกไม้ขนาดใหญ่อยู่

“เริ่มพูดเก่งแล้วนะ” เกรย์ที่ยืนมองลูกแกะพยายามพูดคุยกับเมดสาวเอ่ยชมเพื่อให้กำลังใจ ซึ่งแน่นอนว่าคนที่มักจะดีใจทุกครั้งยามได้รับคำชมยกยิ้มกว้างกลับมาให้เขาตามคาด ลูกแกะในโหมดอารมณ์ดีสุดๆ จูงมือ ลากพาให้เขาเดินตามออกไปด้านนอกอย่างร่าเริง โดยที่เหมือนจะลืมไปแล้วว่าจริงๆ มันมีประตูทะลุออกไปด้านหลังได้โดยตรง ไม่ต้องอ้อมไปทางหน้าบ้านก็ได้

อยากจะเตือนก็กลัวว่าอีกคนจะหุบยิ้ม เลยได้แต่ปล่อยเลยตามเลย เดินตามไปเงียบๆ จนถึงจุดหมาย...

“โห…”

เสียงพึมพำด้วยความตื่นเต้นดังขึ้นแทบจะทันทีที่พวกเขาเดินเข้าไปในโซนสวนหลังบ้าน สวนที่ไม่อาจเรียกได้ว่าเล็กมีการปลูกดอกไม้หลากสีเรียงกันเป็นทิวแถวอย่างงดงาม หากนั่นก็ยังไม่โดดเด่นเท่าน้ำพุขนาดกลางที่มีทางเท้าทำจากหินเทเป็นทางยาว เชื่อมต่อไปยังศาลาไม้สีขาวที่มีต้นไม้หลากสีเลื้อยพันตามเสาไปจนถึงหลังคา โดยมีบ่อน้ำขุดเป็นสระล้อมรอบศาลาเอาไว้อีกที

ภาพบรรยากาศที่ดูราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยายทำให้ประมุขหลุดยิ้มกว้าง สวนดอกไม้ของที่นี่ไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่าสวนดอกไม้รังสิมันตุ์ แต่ชนิดของดอกไม้และการตกแต่งแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง หลังจากมองไปมองมาจนแน่ใจว่าเดินเข้าไปได้ น่าจะไม่มีใครว่า เขาก็รีบดึงคนข้างกายให้เดินเข้าไปที่ศาลากลางน้ำและตรงไปเกาะรั้วมองวิวรอบๆ อย่างอารมณ์ดี

“ชอบมากเลยเหรอ”

“มากๆ”

“เดี๋ยวเอาไว้ฉันจะพาไปเจอแขกคนสำคัญคนหนึ่ง ที่บ้านท่านก็มีสวนดอกไม้เหมือนกัน แถมยังสวยกว่านี้มากด้วย”

“ใครเหรอครับ”

“เป็นคนที่ฉันนับถือน่ะ เอาไว้ถ้าได้เจอแล้วจะแนะนำให้รู้จัก”

“โอเคครับ” ลูกแกะน้อยตอบรับแทบจะทันที ใช้เวลามองไปมองมาอยู่นานเกือบสิบนาทีก็ยังไม่เต็มอิ่ม กระทั่งนึกถึงเรื่องราวบางอย่างขึ้นมาได้จึงยอมถอยไปนั่งดีๆ แล้วขมวดคิ้วหันไปจ้องหน้าเกรย์เขม็ง “เกรย์”

“หืม”

“ทำไมแม่คุณถึงส่งคนไปรับผมมาที่น่ีเหรอครับ”

เมื่อได้ยินคำถามที่เกือบลืมเลือนไปแล้ว เกรย์ก็หุบยิ้มลงช้าๆ เขาถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งก่อนจะดึงมือลูกแกะมากุมเอาไว้ ดวงตาที่มองสบกันฉายชัดถึงความจริงจัง

“คนที่ส่งคนไปเชิญลูกแกะมาคือพ่อของฉัน”

“พ่อของคุณเหรอครับ”

“ใช่... ดูเหมือนพ่อจะรู้แล้วว่าแม่เล่นนอกกติกา แล้วก็รู้ว่าฉันจะต้องไม่ยอมแน่ๆ ถึงอยากให้ลูกแกะมาที่นี่ มาเจอกับพ่อแม่โดยตรงเพื่อตัดปัญหา ไม่ให้ฉันหลบซ่อนนายเอาไว้แบบตอนแรก คงอยากให้เห็นชัดๆ ไปเลยว่าผลจะออกมาเป็นยังไง”

“ที่คุณบอกว่านอกกติกา...”

“ตามที่นายคิดถูกแล้ว...” เกรย์พยักหน้าเล็กน้อยเพื่อยืนยัน แค่มองใบหน้าสับสนของลูกแกะก็เข้าใจว่าอีกฝ่ายคิดอะไร “พ่อฉันไม่ได้รู้เห็นเรื่องที่แม่ส่งคนไปเตือนนาย รวมถึงไม่รู้เรื่องอุบัติเหตุที่จงใจทำเพื่อทดสอบว่าลูกแกะสำคัญสำหรับฉันมากขนาดไหนด้วย พอมารู้ทีหลังถึงได้หัวเสีย เพราะพ่อไม่ชอบการเล่นนอกกติกาเอามากๆ”

“แบบนั้นเองเหรอ” คนฟังทำหน้าคิดหนัก คิ้วขมวดมุ่นจนดูแตกต่างจากยามปกติโดยสิ้นเชิง “มิน่าจู่ๆ ถึงได้เปิดเผยตัวเอง ออกมาทั้งที่ตอนแรกเหมือนไม่อยากให้คุณรู้ว่าเป็นใคร”

“ถ้ารู้แต่แรกแม่ก็จะทำอะไรยากขึ้น คงไม่อยากให้ฉันรู้เพราะต้องการให้ลูกแกะเลิกยุ่งกับฉัน โดยใช้วิธีทำให้คิดว่าเป็นศัตรูทางธุรกิจที่ทำได้ทุกอย่าง ไม่เว้นแม้กระทั่งการเอาชีวิต”

“เพราะถ้าท่านเปิดเผยตัว พวกเราก็จะรู้ว่าท่านไม่ได้ต้องการทำร้ายอะไร แล้วผมก็คงไม่หวาดกลัวใช่ไหมครับ”

“ใช่” เกรย์พยักหน้ายิ้มๆ ให้คนที่เริ่มคิดตามได้ไวขึ้น ไม่รู้เพราะเป็นเรื่องเครียดๆ หรือเปล่า แต่คงต้องยอมรับว่าเวลาลูกแกะทำหน้าเป็นจริงเป็นจังแบบนี้ก็น่าดูไปอีกแบบ ทั้งที่จริงๆ เขาควรปลอบว่าไม่เป็นไร ยังเผลอปล่อยเวลาให้เสียเปล่าและมองค้างอยู่นานโดยไม่รู้ตัว “ไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยก็รู้ว่าตอนนี้ไม่มีใครต้องการทำร้ายลูกแกะแล้ว ที่ฉันเครียดมาตลอดก็เพราะหาเบาะแสอะไรไม่ได้ ไม่รู้เลยว่ามันเป็นใคร ทั้งที่คิดว่าปกปิดดี ไม่มีใครรู้เรื่องของเราแท้ๆ บอกตามตรงพอรู้ว่าเป็นครอบครัวตัวเองก็ทั้งโล่งใจและหนักใจไปพร้อมๆ กัน”

“ทำไมเหรอ”

“เพราะต่อให้พ่อกับแม่ของฉันไม่ใช่พวกชอบเล่นสกปรกหมายเอาชีวิต แต่ก็ไม่ใช่คนธรรมดาที่น่าเล่นเกมด้วย ถ้าไม่ชอบพวกเขาก็จะกีดกันจนเต็มที่ คงจะทำให้ฉันหงุดหงิดได้มากพอควร แต่พอเห็นว่ามีแค่แม่ที่ดูแสดงออกอย่างออกนอกหน้าก็โล่งขึ้นมาหน่อย รู้หรือเปล่าว่าที่พ่อบอกให้นายทำอาหารขึ้นโต๊ะ หมายถึงกำลังให้โอกาสอยู่”

“พอรู้ครับ” ลูกแกะน้อยพยักหน้าอย่างตั้งใจ “ผมจะทำให้เต็มที่”

“ลูกแกะ...”

“ครับ”

“พรุ่งนี้ฉันต้องไปธุระกับพ่อแต่เช้า คงไม่ได้อยู่กินข้าวเช้าด้วย บ่ายๆ จะให้คนพาไปซื้อวัตถุดิบทำอาหารนะ คิดไว้ก่อนแล้วกันว่าอยากทำอะไร”

ในตอนแรกประมุขเพียงแค่พยักหน้ารับเป็นการขอบคุณ แต่เมื่อเห็นสีหน้าเป็นห่วงของเกรย์จึงนึกได้ว่าพรุ่งนี้เขาต้องร่วมโต๊ะอาหารกับแม่ของอีกฝ่ายตามลำพัง วูบหนึ่งความกังวลผุดวาบขึ้นกลางใจ เป็นความรู้สึกตื่นเต้นแบบที่ใครต่อใครมักเป็นกันก่อนจะต้องเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ทว่าเพียงแค่ก้มลงเห็นมือใหญ่ที่จับกุมมือตัวเองไว้ อาการเหล่านั้นก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว

“ไม่เป็นไรหรอก แค่แม่คุณไม่ได้คิดอยากทำร้ายกันก็พอแล้ว เรื่องคำพูดมีผลกับผมนิดเดียวเท่านั้นแหละ” ลูกแกะของเกรย์ทำหน้าตามั่นอกมั่นใจ ขณะเขย่ามือเขาไปมาอย่างคนอารมณ์ดี ยามนี้ความกังวลจางหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความร่าเริงสดใสของคนคนหนึ่งที่อยากทำให้คนสำคัญยิ้มได้เท่านั้น

“อืม... แล้วนี่ลูกแกะอยากเจอคิงหรือเปล่า เดี๋ยวอาทิตย์หน้าฉันจะได้พาไปหา” เกรย์ถามพร้อมยกมือข้างที่ว่างลูบหัวคนข้างกายอย่างอ่อนโยน

“อยากครับอยาก เต้บอกอยู่ว่าพี่จะมาจัดการธุระที่ฝรั่งเศส แต่ผมไม่รู้ว่ามาตอนไหน” เมื่อได้ยินว่าครอบครัวอยู่ที่นี่ ดวงตาที่ดูสดใสอยู่แล้วก็เปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม ลูกแกะน้อยผู้ที่รักครอบครัวยิ่งกว่าอะไรยิ้มกว้างจนเห็นฟันแทบทุกซี่ ท่าทางราวกับเด็กเล็กๆ ที่ได้รับของเล่นทำเอาคนมองต้องยิ้มตามอย่างอดไม่ได้

“รออาทิตย์หน้าก็ได้เจอกันแล้ว”

“อื้อ”

พวกเขานั่งพูดคุยกันอยู่ที่สวนนานหลายนาที เป็นเพราะประมุขมาในช่วงที่อากาศไม่เย็นและไม่ร้อนจนเกินไป ทำให้อะไรๆ ดูลงตัวไปหมด แค่นั่งรับลมอยู่กับที่ก็ทำให้สบายใจได้โดยไม่ต้องทำอะไร โดยเฉพาะสำหรับเกรย์ที่วันนี้รักษาสัญญาว่าจะอยู่กับคนสำคัญทั้งวัน เขาไม่ได้แตะงานมาตั้งแต่เช้า ทว่ากลับไม่รู้สึกขัดเลยที่ต้องอยู่เฉยๆ ทั้งที่ปกติมือไม่เคยว่าง

ต่อให้นั่งคุยกับลูกแกะทั้งวันก็ไม่มีทางเบื่อ...

“นายครับ” เสียงเรียกที่ดังรบกวนบรรยากาศทำให้ผู้ได้ชื่อว่าเป็นนายขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ตาคมเหลือบมองการ์ดคนหนึ่งที่เดินเข้ามาหาเป็นเชิงถามว่ามีอะไร “จิมมาขอพบครับ”

“ฉันบอกแล้วว่าวันนี้ไม่คุยเรื่องงาน”

“เรื่องนั้น...”

“ขออนุญาตครับนาย” ยังไม่ทันที่คนมารายงานจะตอบ เสียงของชายหนุ่มตัวสูงคนหนึ่งก็ดังแทรก เจ้าของร่างยกมือขึ้นดันกรอบแว่นบนใบหน้าเล็กน้อย ส่งสัญญาณให้การ์ดในตอนแรกถอยหลัง ก่อนจะเดินเข้าไปหาเจ้านายด้วยท่าทางที่ไม่ดูอ่อนและแข็งจนเกินไป “ต้องขอโทษที่มารบกวนครับ แต่เรื่องนี้รอช้าไม่ได้จริงๆ ผมเห็นนายไม่รับโทรศัพท์ถึงต้องมาหาที่นี่”

เกรย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเห็นหน้าของมือขวาคนสนิทในเวลาพักผ่อน ลองมาถึงที่แบบนี้ให้ตายก็คงไม่ยอมกลับไปแน่ ทั้งยังหวังดีถือโน้ตบุ๊กกับเอกสารมาให้พร้อมสรรพ เขาหันไปมองลูกแกะข้างกายที่ยกยิ้มซื่อๆ แล้วก็ได้แต่อ่อนอกอ่อนใจ จะใช้เวลาอยู่ด้วยกันทีไรเป็นต้องมีคนมาขัดทุกที

“ลูกแกะ...”

“คุณคุยงานเถอะครับ... แต่ให้ผมอยู่ด้วยได้หรือเปล่า” ท้ายประโยคคนพูดแอบกระซิบถามราวกับไม่ต้องการให้จิมได้ยิน เห็นท่าทีน่ารักแบบนั้นแล้วคนฟังจะปฏิเสธอะไรได้ มีแต่ต้องพยักหน้าให้เท่านั้น

“ได้สิ... ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ลูกแกะรู้จักจิมไว้หน่อยแล้วกัน เขาเป็นคนสนิทของฉัน จะเรียกว่าเป็นเลขาฯ ก็ไม่ผิดนัก”

“สวัสดีครับคุณประมุข”

“สวัสดีครับ” ลูกแกะน้อยยกมือไหว้พาซื่อ ไม่ได้หนักใจอะไรเมื่อถูกจิมเลื่อนสายตามองอย่างพิจารณา แต่กลับหันไปถามเรื่องอื่นกับเกรย์แทนยามพบว่าบอดี้การ์ดที่อยู่รอบตัวพวกเขาไม่ใช่บอดี้การ์ดหน้าเดิมที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว “เกรย์ แล้วพวกลูคัส วิคเตอร์ แล้วก็คนอื่นๆ ไปไหนเหรอ ตั้งแต่มาถึึงที่นี่ผมยังไม่เจอเลย”

“เรื่องนั้นคงต้องถามจิม” ผู้เป็นนายเบนสายตาไปมองคนสนิทเป็นเชิงบอกให้ตอบแทน ขณะที่ตัวเองกำลังพิจารณาเอกสารมากมายที่ถูกหยิบยื่นมาให้ ได้ยินดังนั้นประมุขจึงหันไปมองเจ้าของชื่อตาแป๋ว และแน่นอนว่าท่าทางน่าเอ็นดูทั้งที่ไม่ใช่คนตัวเล็กอะไรนั้นทำให้เลขาฯ ผู้เก่งกาจรู้สึกไม่ต่างจากที่การ์ดคนอื่นๆ เอามาเล่าให้ฟังเลยสักนิด

น่าเอ็นดูจริงๆ นั่นแหละ...

“ต้องขอโทษด้วยครับคุณประมุข ตอนนี้ทีมเอกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ ปกติทีมที่คอยคุ้มครองดูแลข้างกายนายจะเป็นทีมบี พวกเขาถูกฝึกมาเพื่อการคุ้มกันโดยเฉพาะ แม้ฝีมือการต่อสู้และทำภารกิจจะสู้ทีมเอไม่ได้ แต่เรื่องการปกป้องทำได้ดีไม่แพ้กันแน่นอน”

“แบบนี้นี่เอง... งั้นแสดงว่าผมจะไม่ได้เจอทีมเอแล้วเหรอ”

“ได้เจอแน่นอนครับ การ์ดทุกทีมของนายจะถูกส่งไปทำงานตามความเหมาะสม หากไม่ต้องเข้าศูนย์ฝึกหรือไปรายงานตัวที่ไหน เมื่อไหร่ที่ว่างก็จะผลัดกันมาอยู่ข้างกายนายตลอดเวลา”

“แล้ว...”

เกรย์เหลือบตามองคนที่ยกเรื่องนู้นเรื่องนี้มาถามจ้อไม่หยุดปากทั้งรอยยิ้ม ไม่รู้เจ้าตัวจะรู้ไหมว่าเริ่มรู้เรื่องรู้ราวเกี่ยวกับเขามากขึ้นทุกที และดูจากสายตาของจิมก็คล้ายจะชื่นชอบนายคนใหม่อยู่ไม่น้อย

ลูกแกะน้อยกำลังแทรกซึมเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเขาและคนรอบตัวช้าๆ...

พริบตาหนึ่งที่ความรู้สึกเหมือนถูกจ้องทำให้มือที่กำลังกดแป้นพิมพ์หยุดชะงัก ดวงตาคู่คมเบนไปมองหน้าต่างชั้นสองของคฤหาสน์ ซึ่งมองลงมาเห็นสวนด้านหลังได้พอดี เกรย์สบตากับมารดาที่กำลังมองมาด้วยแววตาไร้ความรู้สึกอยู่ครู่หนึ่ง กระทั่งถูกเขย่าแขนเบาๆ เขาจึงหันกลับไปยิ้มและให้ความสนใจกับคนข้างกายเช่นเดิม

เอาเถอะ...

อยากจะรู้เหมือนกันว่าแม่ของเขาจะใจแข็งได้อีกนานแค่ไหน




---------------------------------



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.01K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,503 ความคิดเห็น

  1. #1434 baekbow (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 19:48
    เอ็นดูน้อง เราเชื่อว่าน้องจะเอาชนะใจพ่อแม่เกรย์ได้ ไม่ใช่ว่าน้องเก่งหรืออะไร แต่ความเป็นตัวเองของน้อง จะทำให้ทุกคนรู้ว่าน้องเหมาะสมกับเกรย์ที่ตรงไหน
    #1,434
    0
  2. #1401 ROSALENE (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 17:58
    แม่เป็นอะไรมากป่ะ5555 ที่แต่งกับพ่อนี่เพราะเรื่องธุรกิจด้วยมั้ยหรือยังไง ดูแบบ ไม่น่ามาจูนกันได้55555
    #1,401
    0
  3. #1387 ojay2 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 09:47
    น้องงงง น่ารักกก ใครๆก็เอ็นดูแน่นอนนน คุณแม่ใจอ่อนเร็วๆนะ
    #1,387
    0
  4. #1357 ying-b (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 01:22
    คุณแม่.. น้องน่ารักขนาดนี้จะไม่ใจอ่อนจริงๆ หรอคะ หนูให้โอกาสคิดใหม่อีกรอบ 55555
    #1,357
    0
  5. #1334 CallistoJpt (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 12:13
    ลูกแกะทำได้อยู่แล้ว น้องน่ารักขนาดนี้เนอะ
    #1,334
    0
  6. #1262 Jezzy Jimmy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 17:00
    ลูกแกะต้องชนะใจทุกคนได้แน่นอนเลย พี่เชื่อว่าลูกแกะทำได้
    #1,262
    0
  7. #1137 itzmebb (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 20:21

    ลูกแกะตัวน้อยท่ามกลางฝูงหมาป่าเลย

    #1,137
    0
  8. #916 ไข่อบ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 22:14
    นี่รู้สึกได้เลยอ่ะว่าถ้าลูกแกะเป็นไรไปหรือใครมาทำร้ายลูกแกะนะพวกพี่การ์ดเอาพวกนั้นตายแน่ๆเลย
    #916
    0
  9. #915 ไข่อบ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 19:15
    แงงงงง ไรท์จ๋าาาาา พี่เชสสสส คิดถึงน้องแล้ววววว
    #915
    0
  10. #914 petamon (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 16:22

    ใจอ่อนกับน้องได้แล้ว น้องน่ารักก รีบมาต่อไวๆนะค้าา
    #914
    0
  11. #913 tensita (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 09:35
    เด่วก็ใจอ่อนนนนนน
    #913
    0
  12. #899 maybee23 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 17:26
    น้องน่ารักขนาดนี้จะไม่รักได้ไงเนอะ
    #899
    0
  13. #882 BaeBB_9397 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 23:07
    ติดใจน้องมุขซะแล้ว เอ าใจช่วยลูกแกะเอาชนะใจคุณแม่นะ
    #882
    0
  14. #881 BaeBB_9397 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 23:06
    ติดใจน้องมุขซะแล้ว เอาใจช่วยลูกแกะเอาชนะใจคุณแม่นะ
    #881
    0
  15. #880 BaeBB_9397 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 23:06
    ติดใจน้องมุขซะแล้ว เอาใจช่วยน้องเอาชนะใจคุณแม่นะ
    #880
    0
  16. วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 01:00

    รอนะคะ แกะน้อยสู้ๆนะลูกก
    #873
    0
  17. #871 Nptnz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 10:58
    ลูกเเกะสู้ๆนะลูก เอาชนะใจให้ได้!!!
    #871
    0
  18. #865 Hamina (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 21:13
    น่ารักมากกกก สนุกอ่ะ
    #865
    0
  19. #863 BaiTong23 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 15:29
    น่ารักกก
    #863
    0
  20. #861 khawfangg (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 09:53

    ลูกแกะไฟ๊ติงงงงงงงงงงงงงงงง

    #861
    0
  21. #860 PloyPaksa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 19:33
    สู้ๆลูกแกะทำได้อยู่แล้วใครจะสู้ความสดใสนี้ได้​555
    #860
    0
  22. #859 ' kazs ? (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 17:15

    สู้น้าลูกแกะ

    #859
    0
  23. #858 LittleJune (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 15:22
    คุณแม่ใจอ่อนเถอะ ไม่งั้นพี่คิง มาหอบน้องกลับบ้านนะ
    #858
    0
  24. #856 ไข่อบ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 17:26
    คิดถึงไรท์แน้วววว
    #856
    0
  25. #855 ไข่อบ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 16:43
    ลูกแกะสู้เข้ารู้กกกก แม่เชื่อว่าลูกแกะของแม่จะทำให้ทุกคนหลงงงงง
    #855
    0