[END] 3KINGS ตอน ประมุข

ตอนที่ 12 : PRAMUK-10-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,776
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,093 ครั้ง
    15 ม.ค. 62

-10-


คนของเกรย์ทำงานได้เร็วมากจนน่ากลัว ยังไม่ทันพ้นวันที่จักรพรรดิโทรมาบอกเรื่องคนสำคัญถูกพาตัวไป ข่าวคร่าวต่างๆ ก็ตามมาอย่างรวดเร็ว หากสิ่งที่ไวยิ่งกว่ากลับเป็นภีมภัทรที่หลบหนีการจับกุมออกมาด้วยตัวเอง ทำเอาแม้แต่เกรย์ยังเผลอทำสีหน้าถูกอกถูกใจออกมา ขณะที่ประมุขในเวลานั้นเบิกตากว้างจนแทบถลน

คนคนนั้นเหมาะกับพี่ชายของเขามากจริงๆ... ไม่รู้ว่าถ้าเป็นตัวเอง เขาจะเข้มแข็งได้เท่าภีมหรือเปล่า

หลังจากนั่งรอฟังข่าวจากบรรดาทีมเอที่ออกไปลงพื้นที่ได้พักหนึ่ง ในที่สุดเกรย์ก็ได้รับคำตอบที่ต้องการ จักรพรรดิให้จัดการส่งหลักฐานการทำผิดทั้งหมดของมินตราไปให้ตำรวจก่อนได้เลย เมื่อได้พูดคุยกับเธอเป็นครั้งสุดท้ายแล้วจะส่งตัวตามไปทีหลัง ทั้งยังย้ำให้จัดข้อหาที่หนักที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

ไม่นานหลังจากนั้นคนที่กำลังรอก็เป็นฝ่ายติดต่อมาด้วยตัวเอง พวกเขายกโขยงไปที่ไร่อาชาวินซึ่งเป็นไร่ที่ช่วยเหลือภีมภัทรเอาไว้ ประมุขที่ไม่ได้เดินเข้าไปด้านในจ้องมองภาพพี่ชายกับภีมที่กำลังกอดกันด้วยดวงตาร้อนผ่าว กระทั่งถูกดึงตัวเข้าไปโอบไว้หลวมๆ เขาจึงกะพริบตาถี่ๆ ไล่น้ำตาออกไป ก่อนจะเงยมองคนข้างกายพร้อมรอยยิ้ม

“พี่จักรจะมีความสุขจริงๆ แล้วใช่ไหมครับ”

เกรย์ไม่ได้ตอบรับในทันที แต่ยกมือขึ้นเช็ดหน้าเช็ดตาที่ยู่ยี่ยิ่งกว่าสองคนด้านในให้อย่างอ่อนโยน รอจนถูกจ้องด้วยดวงตาน่าเอ็นดูมากเข้า เขาจึงพยักหน้าแล้วหมุนตัวพาลูกแกะเดินไปอีกทาง

“แน่นอน”

กลางดึกคืนนั้น ประมุขรู้สึกเหมือนคนที่นอนอยู่ข้างกายขยับลุกขึ้นจากเตียง ด้วยความที่นอนต่อไม่หลับเขาจึงเดินงัวเงียตามเกรย์ออกไปด้วย แต่แล้วก็ต้องไปหยุดยืนอยู่ตรงมุมเสา เมื่อพบว่าพี่จักรกับเกรย์นั่งคุยกันอยู่ตามลำพังที่ห้องรับแขกของไร่อาชาวินที่ยินยอมให้พวกเขาค้างคืนกันที่นี่

ประมุขไม่เข้าใจว่าพวกเขาคุยอะไรกัน เพราะมันเป็นภาษาฝรั่งเศสล้วนๆ ซึ่งเขาเข้าใจแค่บางคำ แต่ดูเหมือนเกรย์จะให้พี่จักรยืมคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่การ์ดที่ถูกเรียกว่าทีมเอ แต่เป็นการ์ดอีกทีมที่คอยดูแลอยู่ห่างๆ พวกเขาเหล่านั้นหันไปพูดคุยกับพี่จักรสักพัก จากนั้นก็แยกตัวเดินออกจากบ้านไป

คืนนั้นประมุขกลับไปนอนต่อด้วยความสงสัย ทว่าเมื่อคนสำคัญกลับมากอดกันไว้ เขาก็หลับต่ออย่างง่ายดาย และได้รับคำตอบในวันถัดไป... เมื่อต้องตามเข้าไปในตัวป่า ตรงไปยังสถานที่ที่ภีมภัทรถูกจับไปเมื่อคืน

“ถ้าลูกแกะไม่อยากลง นั่งรออยู่บนรถก็ได้นะ”

“ไม่ครับ ผมจะไปกับคุณ” เขาส่ายหน้าปฏิเสธในทันที แม้ในใจจะหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ

ภาพของชายชาวต่างชาติตัวใหญ่ที่ถูกมัดห้อยหัวไว้กับต้นไม้ในสภาพยับเยินหลายคนทำให้ผู้ที่ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนสั่นไปหมดทั้งตัว ทว่าอ้อมแขนที่โอบรัดกายไว้กลับทำให้รู้สึกปลอดภัยโดยไร้เหตุผล ยิ่งยามได้หันไปเห็นดวงตาห่วงใยที่ฉายแววไม่มั่นใจของเกรย์เข้า เขาก็ยิ่งไม่อยากแสดงความอ่อนแอออกไปให้เห็น

ประมุขพยายามทำท่าทีให้เป็นปกติ เมื่อเห็นภีมเข็นวีลแชร์พาพี่จักรออกมาจากบ้านไม้หลังเล็ก ซึ่งเกรย์บอกว่าเป็นที่ที่แม่ของเขาถูกจับมัดเอาไว้ นั่นเป็นเวลาเดียวกันกับที่บรรดาการ์ดของเกรย์เก็บกวาดคนที่ถูกห้อยหัว จัดการเอามามัดไว้บนพื้นเสร็จเรียบร้อยพอดี

“เดี๋ยวจัดการต่อให้เอง” คนที่มีอำนาจสั่งการได้ทุกอย่างบอกเสียงเรียบ ไม่ได้คาดหวังจะเอาอะไรจากเพื่อนผู้แสนเย็นชา ทว่าครั้งนี้กลับต่างออกไป...

“ขอบคุณ” จักรพรรดิตอบแค่นั้นแล้วส่งสัญญาณให้คนด้านหลังพาไปที่รถโดยไม่สนใจใบหน้าแปลกใจสุดขีดของเกรย์กับประมุขที่มองตามหลัง

พื้นที่บริเวณนั้นถูกส่งต่อให้อเล็กซ์จัดการ เมื่อเกรย์รู้สึกเหมือนลูกแกะเริ่มหน้าซีดขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเห็นเลือดมากเกินไป หรือเพราะเห็นความโหดร้ายของบรรดาพี่การ์ดคนสนิทที่ลากคนของแม่มดไปทางนั้นทางนี้แบบไม่ยั้งแรง

“ลูกแกะคงไม่มีอะไรอยากพูดกับแม่เป็นครั้งสุดท้ายใช่ไหม”

คนฟังชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวขึ้นรถ เมื่อได้ยินคำถามที่ไม่คาดคิดจากปากของเกรย์ แต่พอได้นิ่งคิดไปสักพัก เขาก็ต้องส่ายหน้าออกมา เพราะถ้าไม่ได้ยินคำว่า ‘แม่’ บางทีอาจจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ว่าคนที่กำลังจะถูกจับเข้าตาราง ไม่มีโอกาสได้ออกมาข้างนอกอีกตลอดชีวิตคือแม่แท้ๆ ของตัวเอง

“เรากลับกันเถอะครับ”

ตลอดระยะเวลากลับที่พัก ประมุขเอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่าง คิดถึงเรื่องราวที่ได้พบเจอมาและจบลงไปของพี่ชายด้วยความโล่งอก ในที่สุดครั้งนี้พี่จักรก็จะได้มีความสุขจริงๆ เสียที แต่ดูเหมือนคนที่นั่งด้านข้างจะไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ในใจ

“กลัวเหรอ” เกรย์เผยสีหน้าหวั่นไหวออกมาเมื่อเห็นท่าทีของลูกแกะ ใจนึกกังวลไปสารพัดว่าอีกคนอาจจะกลัวภาพที่เห็นจนอยากถอยห่าง ทว่ายังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ เจ้าของดวงตาใสซื่อก็หันกลับมามองกันด้วยใบหน้างุนงงจนถึงขีดสุด

“กลัวอะไรเหรอ”

กลายเป็นแทบไม่ได้สนใจเลยเสียอย่างนั้น...

“ฉันคิดว่าลูกแกะจะกลัวจนไม่อยากอยู่ใกล้แล้ว” เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ จากนั้นก็ดึงคนน่าฟัดเข้ามาโอบไว้หลวมๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ตัวเองอีกครั้ง

“กลัว... อ๋อ ที่เห็นเมื่อกี้เหรอครับ” ประมุขพยักหน้าเข้าอกเข้าใจเมื่อนึกได้ว่าเมื่อครู่เพิ่งเจอเหตุการณ์อะไรมา แต่คงเป็นเพราะเขาลืมง่ายเอามากๆ หากไม่ใช่เรื่องสำคัญ ทั้งยังมีภูมิต้านทานไม่จำในเรื่องที่ไม่อยากจำ พอขึ้นรถมาเลยแทบไม่ได้นึกถึงอะไรพวกนั้นเลย “ผมลืมหมดแล้ว”

“หืม ง่ายขนาดนั้นเชียว” เกรย์เอียงคอถามยิ้มๆ

“อื้อ ง่ายแบบนี้แหละ ผมเป็นคนง่ายๆ อยู่แล้ว คุณก็รู้”

“หึหึ”

สุดท้ายคนง่ายๆ ก็โดนขยี้จนขนฟูฟ่องไปหมดทั้งตัวด้วยความมันเขี้ยว ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่บ่นไม่ว่าอะไรออกมาสักคำ ยังคงเงยหน้าหลับตาพริ้ม รอให้เกรย์ลูบหัวลูบหางให้เข้าที่เหมือนเดิมด้วยความสบายอกสบายใจ มองยังไงก็เป็นลูกแกะที่น่าเอ็นดูที่สุดในโลกเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน

“เกรย์... แล้วหลังจากนี้ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นยังไงเหรอครับ”

“ไม่ได้ออกมาข้างนอกอีกแน่ๆ” คนตอบว่าเสียงเรียบไร้ความรู้สึก “แต่คิงอาจจะต้องกลับไปเคลียร์ธุระต่างๆ ที่ฝรั่งเศสให้เรียบร้อยก่อนถึงจะย้ายมาที่นี่ได้ถาวร อย่างน้อยก็ควรไปรับรู้เรื่องพินัยกรรมของพ่อเลี้ยง ถึงจะรู้แต่แรกว่าคงไม่ได้อะไรเลยก็ตาม”

“พี่ไม่ได้อะไรเลยเหรอ”

“อ่า... ถึงได้ก็คงไม่เอาหรอก เรื่องนี้ลูกแกะไม่ต้องเป็นห่วง ฉันจะคอยช่วยพี่ชายของนายเอง อีกไม่กี่วันก็คงจะเดินทางแล้ว” เมื่อพูดมาถึงตรงนี้คนทั้งคู่ก็นิ่งค้างไปนาน

ประมุขค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาช้าๆ ก่อนจะส่งยิ้มไปให้คนที่น่าจะเพิ่งนึกออกว่ายังไม่ได้บอกเขาเรื่องที่ต้องกลับฝรั่งเศสโดยไม่รู้ว่าจะได้กลับมาอีกทีเมื่อไหร่

“ผมเองก็ใกล้จะเปิดเทอมแล้วเหมือนกัน คุณกลับไปทำธุระให้เรียบร้อยเถอะครับ ถ้าว่างค่อยมาหาใหม่ก็ได้ อีกปีเดียวผมก็เรียนจบแล้ว”

“จริงๆ ฉันน่าจะมาเจอลูกแกะตอนเรียนจบมากกว่า” เกรย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แอบยอมรับในใจว่าตั้งแต่จำความได้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกผิดกับการตัดสินใจของตัวเอง “ถ้าเจอตอนเรียนจบแล้ว เวลาต้องไปไหนก็พาไปด้วยกันได้ ไม่ต้องแยกจากกันแม้แต่วินาทีเดียว”

ที่สำคัญคือลูกแกะยังเป็นเป้าหมายของคนไม่หวังดีที่เก็บตัวได้เงียบจนน่าประหลาดใจนั่นด้วย...

ตั้งแต่ที่เริ่มมีคนเข้ามาขู่ เกรย์ก็ให้คนติดตามดูเรื่องนี้อย่างเข้มงวด ทั้งทางฝั่งไทยและฝั่งฝรั่งเศส โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบรรดาคู่ค้าที่มีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องหลายอย่าง ซึ่งเขาเองก็จำไม่ได้ว่าไปมีเรื่องกับใครมาบ้าง เพราะมันเยอะมากจนต้องมีทีมบอดี้การ์ดหลายทีมเป็นของตัวเอง ทว่าจนถึงตอนนี้ คำตอบที่ได้รับจากจิม คนสนิทที่มีความสามารถรอบด้านกลับมีเพียงความว่างเปล่า

‘เป็นเพราะฝ่ายนั้นไม่ได้ลงมือต่อเนื่อง แล้วยังรู้ดีว่าต้องทำอย่างไรเราถึงจะจับไม่ได้ ตอนนี้เราเลยไม่มีเบาะแสอะไรเพิ่มเติมเลยครับ’

ทั้งจิมทั้งลูคัสที่ถูกสั่งให้ติดตามเรื่องนี้ตอบเป็นเสียงเดียวกันจนน่าแปลกใจ ตัวเขาเองก็รู้ดีอยู่ว่าเหตุการณ์ที่เจอมันเป็นเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่เข้ามาแล้วเงียบหายไป แต่เกรย์กลับไม่ไว้วางใจว่าถ้าหากเขากลับฝรั่งเศสไปแล้วทิ้งลูกแกะอยู่ที่นี่ ทุกอย่างจะยังเงียบเหมือนเดิม

“แต่ผมดีใจนะที่เราได้เจอกันตั้งแต่ตอนนี้”​ น้ำเสียงร่าเริงไม่ต่างจากสีหน้าของคนพูดทำให้เขาหลุดออกจากภวังค์ เกรย์หันกลับมามองหน้าลูกแกะขี้อ้อนอีกครั้ง แล้วก็ถูกคำพูดกับการกระทำของเจ้าตัวทำให้ความคิดตีรวนกันจนวุ่นวายไปหมดเหมือนเช่นทุกที “ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วผมก็ต้องมายืนข้างคุณอยู่ดี เพราะงั้นต่อให้เจอเหตุการณ์น่าหวาดกลัวแค่ไหนก็ไม่เป็นไรหรอก ยังไงคุณก็ต้องหาทางปกป้องผมอยู่แล้วนี่นา”

“ไปหัดพูดจาแบบนี้มาจากไหนหืม” เกรย์บีบจมูกอีกคนด้วยความหมั่นไส้ แล้วก็ได้รอยยิ้มกว้างตอบกลับมาตามคาด

“จากคุณนั่นแหละ”

“ไม่ใช่สักหน่อย”

“คุณคนเดียวเลย”

“เหรอ...”

ลูกแกะตัวน้อยถูกดึงจมูกจนยืดยาว แต่ก็ไม่ยอมถูกกระทำฝ่ายเดียว เพราะพอเกรย์เผลอ เขาก็ถูกลูกแกะบีบแก้มกลับแบบไม่เกรงใจ ทำเอาการ์ดที่ขับรถอยู่หน้าซีดเหมือนกลัวระเบิดลงอยู่หลายรอบ แต่ก็ไม่มีอะไรน่ากลัวเกิดขึ้น เมื่อคนที่ถูกแกล้งเพียงแค่จับหัวลูกแกะมาซุกอยู่กับอกเพื่อห้ามปรามเท่านั้น

“คุณไม่ต้องห่วงหรอกครับ ระหว่างที่คุณกลับฝรั่งเศส ผมจะไปกลับระหว่างมหา’ลัยกับห้องพักอย่างเดียว สัญญาจะไม่ออกนอกลู่นอกทางเด็ดขาด”

“ถึงอย่างนั้นฉันก็เป็นห่วงอยู่ดี” เกรย์ลูบแก้มลูกแกะเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะพาเดินลงจากรถเข้าไปในตัวโรงแรมพร้อมกัน “ถ้าไม่ได้อยู่ในสายตา ยังไงก็วางใจไม่ได้หรอก”

“อย่าเพิ่งคิดมากเลย ผมจะระวังตัวนะ คุณเองก็ต้องระวังตัวด้วยเหมือนกัน”

เกรย์ยิ้มโดยไม่ได้ตอบอะไร และไม่ได้บอกให้ลูกแกะตื่นกลัว ว่าสถานที่ที่อันตรายสำหรับเขาคือนอกประเทศแบบนี้นี่แหละ เพราะยามอยู่ในอาณาเขตของตัวเอง ตัวเขามีแขนขาและหูตากว้างไกลกว่านี้หลายเท่า หากใครคิดจะหาเรื่องคุณเกรย์ที่มีอำนาจมากจนน่ากลัว เห็นทีเรื่องคงไม่มีทางจบได้ด้วยดีแน่นอน

เพราะงั้นคนที่ถูกพบว่าเป็นคนสำคัญสำหรับเขาและอยู่ในพื้นที่ห่างไกลแบบนี้จึงอันตรายกว่ามากนัก

“ฉันก็จะระวังตัว ไม่ทำให้ลูกแกะเป็นห่วง” ท้ายที่สุดก็ทำได้เพียงรับคำทั้งรอยยิ้ม

“ดีมาก”

“หัดพูดจาเป็นผู้ใหญ่เหรอ” เกรย์หยิกแก้มลูกแกะเบาๆ เป็นเชิงหยอกล้อ ก่อนจะโอบไหล่ผอมเข้ามาใกล้ ตั้งใจจะพาขึ้นลิฟต์ไปพร้อมกัน หากยังไม่ทันได้ทำอย่างนั้น ลูคัสก็ส่งเสียงเรียกมาจากทางด้านหลัง

“นาย”

“ว่าไง”

“สายสำคัญ”

เกรย์หรี่ตาขณะรับโทรศัพท์มาจากลูคัส ทว่าเมื่อได้เห็นชื่อบนหน้าจอก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จากที่จะก้าวเท้าขึ้นลิฟต์กลายเป็นหยุดกะทันหัน ซึ่งคนที่อยู่ด้านข้างอย่างประมุขก็ได้แต่หยุดเดินตามแล้วหันไปมองแบบงงๆ

“ลูกแกะ ขึ้นไปรอข้างบนก่อนนะ แม่ฉันโทรมาน่ะ”

“เดี๋ยวผมไปรอที่ร้านเค้กก็ได้” ลูกแกะน้อยยิ้มจนเห็นฟันครบทุกซี่ พอเกรย์เห็นหน้าตาอยากกินขนมจนเต็มแก่นั่นก็เถียงอะไรไม่ลง ได้แต่พยักหน้า ส่งสัญญาณให้การ์ดชุดหนึ่งเดินตามไป แล้วก็เดินแยกเข้าไปในห้องรับรองแขก VIP ของโรงแรมแทน

[รับช้านะ] เสียงเยือกเย็นที่ดังมาตามสายทำให้คนที่ควบคุมอารมณ์ได้ดีเสมอมาเผลอชักสีหน้าอยู่วูบหนึ่ง ทว่าเมื่อเขายกมือขึ้นลูบหน้า ความผิดปกติทุกอย่างก็ถูกลบหายไปอย่างรวดเร็ว

“ไม่ได้ว่าง” เกรย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาไม่แพ้กัน

[ไม่ได้ว่าง...แต่ก็ยังบินไปไกลถึงไทย]

“ไม่ใช่เรื่องของคุณ”

[นี่แม่นะเกรย์]

“ก็เพราะเป็นแม่ ผมถึงยอมคุยไร้สาระด้วยนานขนาดนี้”

[แล้วตอนอยู่กับเด็กคนนั้นไม่ได้คุยไร้สาระกันหรือไง]

ดวงตาคมของคนฟังวาววาบด้วยความไม่พอใจ แม้แต่มือที่กำโทรศัพท์เอาไว้ก็ออกแรงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนต้องหลับตาลงและสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อไม่ให้เผลอดิ้นไปตามเกมของนักธุรกิจสาวผู้สั่งสมประสบการณ์มานานหลายสิบปี

“ผมจะคุยอะไรกับเขาก็ไม่ได้เกี่ยวกับคุณ”

[หวงน่าดูเลยนะ ไม่พามาให้พ่อกับแม่เจอหน่อยเหรอ]

“ไม่ใช่ตอนนี้”

[แม่ไม่ได้มีความอดทนมากนักหรอกนะ] แว่วเสียงหัวเราะในลำคอดังเล็ดลอดเข้ามาอย่างจงใจ เพียงเท่านั้นดวงตาสีฟ้าของคนฟังก็ขุ่นมัวขึ้นหลายระดับ ใจนึกกังวลเกี่ยวกับคนที่น่าจะเลือกเค้กอยู่ที่ร้านด้านข้างขึ้นมากะทันหัน

“ห้ามแตะต้องเขา”

[ถ้าลูกยังอยากต่อเวลาออกไปสักหน่อย อีกสามวันกลับมากินข้าวพร้อมพ่อกับแม่ที่บ้าน]

“…”

[แล้วแม่จะรอ อย่าลืมดูแลคนของตัวเองให้ดีก็แล้วกัน]

จบคำพูดนั้น สายก็ถูกตัดไปอย่างรวดเร็ว หากคนที่รู้จักคาร่าดีกว่าใคร มีหรือจะไม่รู้ว่ามันหมายความว่าเธอ ‘ไม่รับปาก’ หากถามว่าในโลกนี้มีอะไรที่เกรย์อ่านไม่ออก คาดเดาไม่ได้อยู่บ้าง นอกเหนือไปจากลูกแกะที่ขยันทำให้เขายิ้มได้โดยไม่รู้ตัว ก็คงมีเพียงพ่อกับแม่แท้ๆ ที่รู้จักกันดีจนเหมือนไม่รู้จักเท่านั้น

ปัง!  

“นาย!”

“มีอะไร” เกรย์ผุดลุกขึ้นยืนเมื่อลูคัสที่เฝ้าอยู่ด้านหน้าเปิดประตูเข้ามาเรียกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และเมื่อได้เห็นท่าทีจริงจังของหัวหน้าทีมเอ เขาก็รีบเดินออกไปด้านนอกโดยไม่รอคำตอบ

ภาพความวุ่นวายด้านนอกที่มีทั้งการ์ดโรงแรมซึ่งกำลังจับกุมตัวผู้หญิงคนหนึ่งเอาไว้และบรรดาแขกกับพนักงานที่มุงดูเหตุการณ์อยู่รอบด้านด้วยสีหน้าตกใจ ไม่ได้ทำให้เกรย์สนใจได้มากเท่าการได้เห็นลูกแกะยืนหน้าซีดอยู่ด้านหลังการ์ดของเขาเกือบสิบคน

“ลูกแกะ!” เกรย์ส่งเสียงเรียกดังก้อง กดดันจนทุกสรรพเสียงรอบด้านเงียบกริบราวสั่งได้ เขาอ้าแขนออกรับลูกแกะที่ทำหน้าตื่นวิ่งเข้ามาหา ก่อนจะรวบคนตัวสั่นเข้ามากอดเอาไว้แน่น

“เกรย์...”

“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

“ไม่ครับ... ผมอยากขึ้นห้องแล้ว” คนเสียงสั่นตอบเบาๆ แล้วเอาแต่ซุกหน้าเข้าหาอกเขา ไม่ยอมให้ดันตัวออกเพื่อมองสำรวจว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า

อาการหวาดกลัวที่พยายามไม่แสดงออกของลูกแกะทำให้เกรย์ใจหายวาบ เขารับเสื้อนอกมาจากลูคัส ก่อนจะเอามาคลุมหัวคนในอ้อมแขนเอาไว้แล้วพาเดินขึ้นหนีสายตาน่ารำคาญไปที่ลิฟต์ โดยไม่ลืมส่งสัญญาณให้ลูคัสคอยจัดการสถานการณ์ด้านล่างต่อ

เมื่อเดินขึ้นมาถึงห้องส่วนตัวด้านบนเรียบร้อยแล้ว เกรย์ก็รีบพาลูกแกะเข้าไปในห้อง โดยไม่ลืมส่งสายตาให้อเล็กซ์ตามเข้าไปด้านในอีกคน พอพ้นจุดที่คนพลุกพล่าน เข้ามาอยู่ในสถานที่ส่วนตัว ลูกแกะน้อยก็มีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ร่างกายที่สั่นเทาเริ่มกลายเป็นปกติ ทว่าก็ยังไม่หยุดซุกหน้ากอดเขาไว้ จนเกรย์ต้องอ้าขาออกให้อีกคนนั่งอยู่ตรงกลางบริเวณช่องว่าง ขณะลูบหัวลูบหลังปลอบประโลมไม่หยุด

“เกิดอะไรขึ้น” เขาหันไปถามอเล็กซ์ที่ทำหน้าเครียดเป็นการเป็นงานยืนอย่างสงบอยู่ข้างโซฟา

“ผู้หญิงคนนั้นพยายามจะใช้มีดทำร้ายคุณประมุขครับ”

“พูดต่อ”

“ตอนคุณประมุขเลือกเค้กอยู่หน้าตู้ จู่ๆ เธอก็พุ่งเข้าไปหา แต่ผมกับคนอื่นๆ สังเกตเห็นความผิดปกติตั้งแต่แรกเลยกันเอาไว้ได้ทัน จากนั้นพนักงานรักษาความปลอดภัยจึงเข้ามารวบตัวเธอไว้”

คนฟังก้มหน้าลงอย่างควบคุมอารมณ์ โชคยังดีที่ตอนนี้เขากอดลูกแกะเอาไว้ ไม่อย่างนั้นต่อให้ไอ้คนที่ถูกจ้างให้มาทำร้ายลูกแกะเป็นใคร มันก็ไม่มีวันได้เข้าไปอยู่ในคุกเพียงวันสองวันแน่นอน

“เกรย์...” เสียงเรียกเบาๆ จากคนที่เอาแต่เงียบมาโดยตลอดทำให้เกรย์หลุดจากภวังค์ เขาหันไปส่งสัญญาณบอกให้อเล็กซ์ออกไปด้านนอก ก่อนจะก้มลงเชยคางคนหน้าซีดให้เงยขึ้นสบตากันอย่างอ่อนโยน

“เป็นอะไรหรือเปล่า”

“ไม่เป็นไร”

“แล้วทำไมทำหน้าแบบนี้หืม”

“ผมอยากกินเค้ก” ว่าแล้วก็ทำหน้าบูดเบี้ยวจนเกรย์หลุดยิ้มจางออกมา พอเห็นเขายิ้มได้ เจ้าลูกแกะตัวน้อยก็อมยิ้มตาม ท่าทางดูดีขึ้นเร็วมากสมเป็นคนที่มีพลังบวกอยู่ในตัวตลอดเวลา หากเกรย์ก็ยังไม่ไว้วางใจอยู่ดี เพราะไม่อยากให้ลูกแกะแสดงท่าทีเป็นปกติเพื่อให้เขาสบายใจ แล้วเก็บเอาเหตุการณ์ทั้งหมดไปคิดอยู่เพียงลำพัง

“เดี๋ยวจะให้ลูคัสซื้อขึ้นมา”

“อื้อ”

เกรย์มองสบตาคนที่พยายามทำตัวเป็นปกติโดยไม่พูดอะไรอยู่นานหลายนาที แต่สุดท้ายก็เป็นเขาเองที่ทนไม่ไหว ต้องวางหน้าผากลงบนบ่าของลูกแกะอย่างหมดแรง

“กลัวมากหรือเปล่า”

“ตกใจมากกว่า... ผมรู้สึกเหมือนเขาอยากเข้ามาฆ่ากันจริงๆ เลย” ประมุขถอนหายใจเฮือกใหญ่ ถึงจะทำเหมือนไม่คิดอะไรแล้ว แต่ช่วงเวลาที่รู้สึกเหมือนถูกหมายหัวก็ยังติดอยู่ในความทรงจำ แน่นอนว่าเขาคาดเดาไว้แล้วว่าอาจจะมีอะไรพวกนี้เกิดขึ้น ทว่าก็คงต้องยอมรับ ว่าในความคิดกับในความเป็นจริงมันแตกต่างกันมาก

“ฉันน่าจะพานายขึ้นมาก่อน”

“คุณมีสายสำคัญนี่ครับ” แม้จะยังใจสั่นไม่หาย แต่เมื่อได้ยินคำพูดที่เหมือนจะโทษตัวเองของคนสำคัญ ประมุขก็ยังตอบกลับพร้อมรอยยิ้มโดยอัตโนมัติ “ไม่รับสายครอบครัวไม่ได้นะ ถ้าเป็นครอบครัวโทรมา ผมก็ต้องไปรับเหมือนกัน”

เกรย์เงยหน้าขึ้นช้าๆ ตามองใบหน้ายิ้มแย้มที่ไม่ได้ซีดเซียวเหมือนตอนแรกของลูกแกะด้วยความพอใจ แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่ต้องพูดต่อไป ร่างกายก็รู้สึกหนักอึ้งขึ้นมากะทันหัน

“แล้วถ้าฉันบอกว่าแม่โทรมาบอกให้กลับบ้านภายในสามวัน ลูกแกะจะยังอยากให้ฉันรับโทรศัพท์อีกหรือเปล่า”

“สามวันเหรอ...” คนฟังใจหายวาบ รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้าแทบจะทันทีที่ได้ยิน ต่อให้ทำใจไว้แล้วว่าเดี๋ยวช่วงเปิดเทอมต้องแยกกันสักพัก แต่พอเวลามาถึงไวกว่าที่คิดก็อดตกใจไม่ได้

“ใช่ แต่ว่าถ้า...”

“งั้นก็ต้องรีบกลับสิครับ”

“ว่าไงนะ” เกรย์จ้องมองใบหน้าของลูกแกะที่ดูตื่นตระหนกด้วยแววตาประหลาดใจ

“ถ้าแม่คุณโทรมาเร่งแบบนี้ แสดงว่าต้องมีเรื่องสำคัญมากไม่ใช่เหรอ รีบกลับไปพบท่านเถอะ”

“…ฉันจะทำยังไงกับลูกแกะตัวนี้ดีนะ”

ไม่ว่านานแค่ไหนก็ชินกับนิสัยของเจ้าตัวไม่ได้เสียที...

“แค่คุณส่งข้อความมาหาทุกวันก็พอแล้ว อันนี้ห้ามลืมเลยนะ” ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่คนถูกปลอบกลายเป็นคนให้กำลังใจเสียเอง เพราะเพียงแค่เห็นใบหน้าลังเลและเป็นกังวลอันหาได้ยากของเกรย์ เขาก็ลืมเรื่องราวร้ายๆ ก่อนหน้าไปได้จนหมดสิ้น หลงเหลือเพียงความรู้สึกอยากทำให้อีกฝ่ายหายเครียดเท่านั้น

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกันกับที่ลูคัสเดินเข้ามาด้านใน เกรย์มองจนแน่ใจว่าลูกแกะไม่เป็นไรแล้วจึงหันไปหาลูกน้องด้วยใบหน้านิ่งสนิท ก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้รายงานสถานการณ์ทั้งหมดมาได้

“ตามที่คาด เหมือนเดิมทุกอย่าง”

“งั้นเหรอ...” หน้าตาของคนฟังดูเย็นชาขึ้นสองระดับ บรรยากาศรอบกายก็คล้ายจะติดลบจนประมุขที่เพิ่งคิดตามทันต้องยื่นมือไปสะกิดให้รู้ว่าเขานั่งอยู่ด้วย

“พวกคุณหมายถึงมีคนสั่งการเธอคนนั้นเหมือนตอนที่ให้เข้ามาขู่ผมหรือตอนที่จงใจขับรถชนใช่ไหมครับ”

“เก่งมาก” เกรย์ให้รางวัลคนฉลาดโดยการยกมือลูบหัวทุยสองสามรอบ พอเรียบร้อยแล้วก็หันกลับไปหาลูคัส พยักพเยิดให้พูดต่ออีกครั้ง

“ถ้าใช้วิธีเดิมแบบนี้คงเป็นพวกเดิมแน่นอน แต่ถ้าอิงจากครั้งก่อนจิมที่ไปสืบค้นต่อรู้แค่ว่าต้นทางมาจากฝรั่งเศส นอกเหนือจากนั้นไม่เจออะไรอีกเลย”

“แต่ไม่ใช่กับครั้งนี้” ผู้เป็นนายพูดต่อประโยคด้วยน้ำเสียงเข้มงวด “พรุ่งนี้ฉันจะบินกลับฝรั่งเศส สั่งทีมเอกับการ์ดคนอื่นๆ ทั้งหมดให้คอยดูแลลูกแกะอยู่ทางนี้ ไม่ว่ายังไงก็ห้ามคลาดสายตาเด็ดขาด นายกลับไปกับฉันแค่คนเดียวพอ”

เมื่อได้ยินคำสั่งปิดการสนทนา ลูคัสก็พยักหน้ารับเงียบๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไป ทว่าคนที่อยู่ไม่สุขกลับกลายเป็นลูกแกะตัวน้อยที่นั่งฟังด้วยความเคร่งเครียดมาโดยตลอด

“คุณไปกับลูคัสสองคนจะดีเหรอครับ” ประมุขท้วงด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจนัก เพราะยังไงเกรย์ก็ควรมีคนดูแลมากกว่านั้น ไม่ใช่แค่ลูคัสคนเดียว

“ไม่ต้องห่วง เราจะเดินทางไปสนามบินพร้อมกันอยู่แล้ว ถึงฝรั่งเศสเมื่อไหร่จะมีการ์ดอีกชุดมารอรับฉัน ลูกแกะอยู่ทางนี้ดูแลตัวเองให้ดีก็พอ ฉันจัดการธุระเรื่องคิงกับธุระของแม่เสร็จจะรีบมาหา”

“งั้นเหรอ...”

“ลูกแกะไม่ต้องเป็นห่วง ลูคัสคือการ์ดที่เก่งที่สุดของฉัน ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นคนสนิทที่เข้าขาที่สุด ฉันก็อยากจะให้เป็นคนดูแลลูกแกะอยู่เหมือนกัน”

หลังจากได้รับการยืนยันซ้ำ ประมุขก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ในขณะที่เกรย์ทำได้เพียงลอบถอนหายใจ เพราะอันที่จริงระยะเวลาที่เหลืออยู่ เขาจะให้ลูกแกะบินไปด้วยกันก็ได้ ทว่าตอนนี้เขากลับไม่มั่นใจว่าต้นเหตุของเรื่องราวพวกนี้เป็นศัตรูทางธุรกิจ หรือเป็น ‘คนใน’ กันแน่ เพราะถ้าเป็นประเภทแรก พาลูกแกะกลับถิ่นอาจเป็นทางเลือกที่ดี แต่หากเป็นประเภทหลัง...

“ลูกแกะรู้ไหมว่าฉันทำลายชีวิตของคนคนหนึ่งได้ง่ายๆ โดยที่คนคนนั้นไม่จำเป็นต้องทำอะไรผิดเลยด้วยซ้ำ” ถ้อยคำที่ดูคล้ายกำลังพูดเรื่องธรรมดา แต่กลับไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่งทำเอาคนฟังตัวแข็งค้างไปชั่วขณะ ซึ่งเกรย์ก็ไม่ได้แก้ตัวอะไร เขาเพียงแค่ยิ้มเยือกเย็น อธิบายต่อตามความจริงเท่านั้น “คงเป็นเพราะความดีในตัวยังหลงเหลืออยู่บ้าง ฉันถึงไม่เคยยกหลักฐานเท็จอะไรขึ้นมาใช้เลย อย่างเรื่องของแม่มดที่ทำกับคิงก็ใช้เวลายาวนานเพื่อทำตามแผนการอย่าง ‘ใสสะอาด’ ไม่ได้ใช้อำนาจอะไร ทั้งที่จริงๆ แค่กระดิกนิ้วฉันก็สร้างเรื่องให้เธอโดนประหารได้แล้ว”

“…”

“แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันอยากจะทำตัวเลวๆ โดยการลากไอ้พวกชั่วที่มันคิดจะทำร้ายนายออกมาให้หมด แล้วฆ่ามันให้ตายด้วยมือตัวเอง ไม่ใช่แค่นั้น เพราะฉันจะส่งคนที่เกี่ยวข้องกับมันทั้งหมดเข้าไปอยู่ในตารางด้วย ไม่ว่าจะทำผิดหรือไม่ก็ตาม” ยิ่งพูดท่าทางของเกรย์ก็ยิ่งน่ากลัวมากขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาคู่คมแข็งกร้าวจนน่ากลัว ทำราวกับคนที่เขาพูดคุยด้วยไม่ใช่ประมุข แต่เป็นใครบางคนที่คิดจะมาทำร้ายคนสำคัญ และสิ่งเหล่านั้นก็จางหายไป เมื่อฝ่ามืออุ่นของคนข้างกายวางทาบลงบนแขนของเขา

“เกรย์” ประมุขเริ่มเครียด แม้แต่น้ำเสียงก็ไม่ได้ดูงุนงงเหมือนเคย เขาเข้าใจแทบจะทุกเรื่องที่เกรย์พูดออกมา และสีหน้าท่าทางของอีกฝ่ายก็บ่งบอกชัดเจนว่าคิดแบบนั้นจริงๆ

“ฉันก็แค่คิดน่ะ” แม้คนพูดจะเพิ่งรู้สึกตัวจนมายิ้มเอาตอนนี้ก็เหมือนจะไม่ทันแล้ว เพราะลูกแกะของเขาเอาแต่ขมวดคิ้วทำหน้าเครียด ไม่มีรอยยิ้มให้กันเหมือนเคย “อย่าทำหน้าแบบนั้นเลย”

“ทำไมคุณถึงพูดเรื่องนั้นขึ้นมา...”

“ดูเหมือนลูกแกะจะตามฉันทันไวขึ้นทุกวันแล้วนะ”

“ไม่ตลก” ลูกแกะที่ถูกชมทำหน้ายุ่ง มือพยายามปัดนิ้วที่ยื่นมาจิ้มแก้มออกเป็นพัลวัน ทั้งยังต้องพยายามหลบสายตาของคนที่เอาแต่เคลื่อนหน้าตาม เพราะอยากให้เขาหันไปสบตา จะได้หลุดยิ้มออกมาอีกต่างหาก

“ไม่ตลกแล้วยิ้มทำไม”

“หยุดแกล้งผมเลย” สุดท้ายก็จบลงด้วยการถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วก็ยอมยิ้มออกมาจนได้ “ตอบมาได้แล้ว สรุปว่าทำไมถึงพูดเรื่องนั้นขึ้นมากันแน่”

เกรย์ยกยิ้มตาม รู้สึกราวกับทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ได้สำเร็จ เขาหยิบมือของลูกแกะมากุมไว้ที่ตัก ในใจครุ่นคิดว่าควรจะพูดอย่างไรดีจึงจะเหมาะสมมากที่สุด

“ฉันพูด...เพราะอยากขอโทษที่ทำตามที่คิดไม่ได้”

“ก็ดี...” ประมุขเม้มปาก กลืนคำพูดลงคอเมื่อเห็นเกรย์ส่ายหน้าน้อยๆ เป็นเชิงบอกให้ฟังต่อให้จบก่อน

“ฉันยังบอกว่าใช่ไม่ได้ร้อยเปอร์เซนต์ แต่อยากให้ลูกแกะเตรียมใจไว้ เพราะบางที...คนที่ทำเรื่องทั้งหมดนี่อาจจะเป็นคนใน”

“คุณหมายถึง...”

“หมายถึงพ่อแม่ฉันเอง”

เกรย์มั่นใจว่าหากเป็นพ่อแม่ของเขาจริงๆ เจตนาที่มีคงเป็นเพียงการขู่ ไม่ได้คิดจะทำร้ายกันจริงจัง ถึงอย่างนั้นการให้คนตั้งท่าจะเข้ามาทำร้ายลูกแกะของเขาก็ไม่ใช่อะไรที่น่าไว้วางใจ แม้จะเดาได้ว่าฝ่ายนั้นคงรู้อยู่แล้วว่าการ์ดของเขาจะปกป้องได้ แต่คนที่เกือบถูกทำร้ายคงไม่คิดเช่นนั้น และถ้าหากเป็นแบบที่คิดจริงๆ เขาก็จะตอบคำถามทั้งหมดที่ค้างคาใจได้ในทันที รวมถึงเรื่องที่ไม่อาจสืบหาที่มาของคนสั่งการได้ด้วย

“พ่อแม่คุณ...ท่านไม่ชอบผมเหรอ” คนที่สับสนจนหัวตื้อแต่ก็ยังพยายามควบคุมสติเอาไว้เอ่ยถามเสียงสั่น

“ฉันยังไม่แน่ใจ แต่กลับไปครั้งนี้จะเอาคำตอบมาให้ได้ และเพราะไม่อยากปิดบังลูกแกะ ฉันถึงบอกทุกสิ่งที่คิดให้ฟังตั้งแต่ตอนนี้” เกรย์มองลูกแกะที่ยังดูตกใจด้วยแววตาอ่อนโยนปนรู้สึกผิด “ฉันยัดเยียดทุกอย่างให้ลูกแกะมากเกินไปหรือเปล่า”

“ไม่ครับ” คนหน้าซีดส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “ผมดีใจที่คุณไม่ปิดบัง ผมแค่...ตกใจนิดหน่อย”

เกรย์ไม่ได้พูดอะไรเมื่อได้ฟังคำตอบแบบเดิมซ้ำเป็นรอบที่สองของวัน เพราะเขารู้ดีที่สุดว่าลูกแกะในเวลานี้หวาดกลัวและเป็นกังวลมากขนาดไหน แต่ที่ไม่ยอมพูดออกมา ก็เพราะไม่ต้องการให้เขาเป็นห่วงหรือคิดมากตามเท่านั้น

“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ พรุ่งนี้ฉันต้องไปแล้ว ลูกแกะไม่อยากกอดกันนานๆ เหรอ”

คล้ายเป็นปฏิกิริยาตอบโต้อัตโนมัติ เพราะเมื่อเกรย์อ้าแขนออก ประมุขก็ตรงเข้าไปซุกหน้ากอดอย่างออดอ้อนแบบไม่เสียเวลาคิด แม้ในหัวจะยังเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย แต่สุดท้ายเขาก็แค่หลับตาลง และเชื่อใจเกรย์เหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา

นับตั้งแต่ที่ได้รู้จักกันเมื่อนานมาแล้ว...

นับตั้งแต่ที่เขาได้รับจดหมายฉบับแรก...

ไม่มีครั้งไหนเลยที่เขาไม่เชื่อคำพูดของเกรย์



----------------------------









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.093K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,503 ความคิดเห็น

  1. #1493 ;เเมเนอร์ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 17:22
    อย่าทำอะไรน้องน้าาา
    #1,493
    0
  2. #1430 baekbow (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 16:53
    แงงงงงง เรื่องนี้เรายังอ่านไม่จบเลย งงมาก ว่าทำไมถึงไม่ได้อ่าน ดีนะมาไล่ดูก่อน ถึงจะลืมเนื้อเรื่องไปบ้างแล้ว แต่ก็พอจำได้ลางๆนะ // คนบงการจะใช่พ่อแม่ของเกรย์จริงๆไหมนะ
    #1,430
    0
  3. #1416 byjune96 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 02:09
    เด็กดี~~
    #1,416
    0
  4. #1383 ojay2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 19:26
    จะไปแล้ววว รีบกลับมาหาน้องนะ
    #1,383
    0
  5. #1353 ying-b (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 00:33
    คุณเกรย์ต้องรีบจัดการนะคะ อย่าปล่อยให้น้องเป็นอะไรน้าา
    #1,353
    0
  6. #1329 CallistoJpt (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 22:02
    เราชอบเวลาที่เกรย์มีอะไรก็บอกน้องตรงๆแบบนี้จัง คือมันดีอ่ะ ส่วนลูกแกะหนูเข้มแข็งขึ้นมาอีกนิดแล้วนะลูก
    #1,329
    0
  7. #1301 Strawberrybunny (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 23:41
    มันดีไปหมดเลยยยย ฮือออ ความรักของทั้งคู่มันไม่มีอะไรอธิบายได้เลย
    #1,301
    0
  8. #1204 Jezzy Jimmy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 07:22
    น้องโตขึ้นอีกนิดนึงแล้วววว เก่งมากเจ้าแกะของพี่
    #1,204
    0
  9. #910 tensita (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 01:01
    ยังงง ยังไม่ไปนอนน ขออีกตอน
    #910
    0
  10. #895 maybee23 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 07:53
    การรักคุณเกรย์จะทำให้น้องสู้กับทุกสิ่งอย่างในโลกนี่ชนะได้ทั้งหมด
    #895
    0
  11. #694 _Daonuea_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 08:27
    คิดถึงลูกแกะจังเลยยยย
    #694
    0
  12. #693 khawfangg (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 16:44
    โอ้แม่เจ้า
    #693
    0
  13. #691 _Daonuea_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 19:34
    ลูกแกะสู้ๆๆๆ
    #691
    0
  14. #686 itzmebb (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 22:05

    อุปสรรคชิ้นโตมาแล้ว ลูกแกะต้องสู้ให้ไหว

    #686
    0
  15. #685 FuYuKaZe (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 21:33
    จริงๆอยากให้ลูกแกะมีทักษะป้องกันตัวเพิ่มจัง แบบให้เกรย์สอนให้งี้
    #685
    0
  16. #684 Mynun9412 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 11:10
    ชอบมาก รอเรื่องนี้ตั้งนาน อยากให้น้องรอาัยแบยรี้ตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบเรื่องเลย รักลูกแกะก่ะหนุ่มเกรย์
    #684
    0
  17. #683 rye4_1 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 06:17
    ลูกแกะ
    #683
    0
  18. #682 mon9228 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 22:43
    ว้า แย่เลย พ่อแม่เกรย์ไม่ชอบลูกแกะหรอเนี่ย ทำความรู้จักกันก่อนสิแล้วค่อยตัดสินน้า
    #682
    0
  19. #681 mon9228 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 22:43
    ว้า แย่เลย พ่อแม่เกรย์ไม่ชอบลูกแกะหรอเนี่ย ทำความรู้จักกันก่อนสิแล้วค่อยตัดสินน้า
    #681
    0
  20. #679 FDB88 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 17:43

    ถ้าพ่อแม่เกรย์เจอน้อง ต้องรักลูกแกะน้อยมากๆแน่เลย เชื่อสิ

    #679
    0
  21. #675 mintgirl (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 06:19
    ถ้าเป็นฝีมือคนในคือน่ากลัวสุดแล้ว แม่จะโหดไปไหน
    #675
    0
  22. #674 Notty Kero (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 04:08
    คนในน่ากลัวสุดแล้วจะมาดีมาร้ายกันนะ
    #674
    0
  23. #673 clickclack (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 00:24
    สงสารทั้งเกรย์ทั้งลูกแกะเลยฮรืออ ถ้าเป็นแม่เกรย์จริงๆอย่าทำร้ายน้องเลยน้า ได้รู้จักแล้วแม่จะหลงลูกแกะ
    #673
    0
  24. #672 3219. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 23:31
    แม่อย่าทำน้องงงงง ได้รู้จักแล้วจะรักน้องน้าาา
    #672
    0
  25. #671 fuminz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 22:53
    แม่โหดเกินนน
    #671
    0