[END] Nitrogen ไนโตรเจน

ตอนที่ 24 : CHAPTER21 [100per.]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52,861
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,392 ครั้ง
    9 มี.ค. 61



-21-

 

เราใจตรงกันแล้วใช่ไหมใช่สิ...ใช่หรือเปล่าวะ

กลิ้งไปกลิ้งมาก็แล้ว ม้วนตัวเป็นซูชิก็แล้ว ทำยังไงผมก็ยังคิดคำตอบไม่ออกเสียที และประเด็นมันอยู่ตรงที่ผมนอนคิดมานานถึงสามวัน คนอย่างคุณอชิราย่อมไม่ปล่อยให้ตัวเองสงสัยนาน เวลาอยากรู้อะไรต้องหาคำตอบ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล แต่เรื่องของเรื่องคือผมเพิ่งรู้ว่าเรื่องนี้มันใช้อะไรช่วยไม่ได้ทั้งนั้น ทางเดียวที่มีคือการได้ฟังจากปากเจ้าตัวเอง

แล้วทำไมไม่ถาม คนหน้าด้านกลัวเหรอ

ขอบอกย้ำๆ ชัดๆ ว่าผมพยายามแล้ว...พยายามสุดๆ แล้วด้วย สามวันมานี้ผมได้เจอพี่ภูครั้งเดียวตอนที่เขาแวะเข้ามามหาลัยเพื่อส่งงาน พอเจอหน้าผมก็พุ่งเข้าใส่ ตั้งท่าแน่นอนว่าต้องคลายความสงสัยให้ได้ แต่พอได้เจอ

ทำไมหน้าแดง

ว่าแล้วก็ยกมือมาแปะหน้าผากเหมือนจะวัดไข้ด้วยหน้าตาที่ไม่เปลี่ยนแปลง แต่คนมองนี่ใจสั่นแปดสิบริกเตอร์ เล่นเอาคนหน้าด้านอย่างผมวิ่งหนีแบบที่ไม่เคยทำ แถมกลับมาถึงห้องแล้วยังเอาหัวโขกเตียงอยู่ตั้งนาน

ทำไมไม่ทักไลน์ไป

นั่นก็พยายามแล้ว พยายามตั้งแต่เอาหัวโขกเตียงแล้วด่าตัวเองอยู่ในใจ บอกว่าถ้าเรื่องกากๆ แค่นี้ยังทำไม่ได้ก็ไปตายให้หนอนแดกซะ แต่

KAO: พี่ภู!

PHU: *สติกเกอร์กระต่ายงง*

KAO: ผมมีเรื่องจะถาม

PHU: กินข้าวหรือยัง

KAO: กินแล้วครับ

PHU: ไปนอนได้แล้ว

KAO: แต่ผมมีเรื่องจะถาม

PHU: เอาไว้ค่อยถามตอนเจอ ไปนอนได้แล้วไอ้กระต่ายก้อน

KAO: *สติกเกอร์กระต่ายกราบ*

นอกจากจะไม่ได้ถามแล้วกูยังซื้อสติกเกอร์กระต่ายที่โคตรเกลียดมาใช้ตามอีกต่างหาก จะบ้าตาย!

ตอนแรกก็เครียดนะเรื่องที่เขาใกล้จะกลับอังกฤษแล้วแถมยังไม่มีแพลนจะกลับไทยอีกตั้งนาน แต่พอเจอปวดใจไม่แพ้กันนี่...ผมตาย กลายเป็นเอาเวลามาคิดว่าเราใจตรงกันหรือเปล่าแทน เพิ่งรู้ก็ตอนนี้ว่าเรื่องแบบนี้มันยากมากขนาดไหน จะถามใครก็ไม่...ได้

เดี๋ยวดิ ยังเหลืออีกคนนี่นา

ผมกดโทรศัพท์หาเป้าหมายที่มักจะคิดถึงเวลานึกอะไรไม่ออก ได้ยินเสียงรอสายนานก็เริ่มใจเสีย กลัวว่าจะไม่ได้คุย และถ้าวันนี้ผมยังคิดไม่ออกอีก คราวนี้คงต้องหัวแตกตายแน่

[สวัสดีค่ะ]

จ๋าาาาาาาาาาาา

[ว๊ายตายแล้ว คนแปลกหน้าที่ไหนโทรมากันคะนี่]

เราเองผมหน้าหงิก ทั้งดีใจที่จ๋ารับโทรศัพท์และหงุดหงิดใจที่โดนแกล้งตอนต้องการความช่วยเหลือ

[มีอะไรคะ โทรมาหาคุณแม่แบบนี้ต้องมีเรื่องแน่ๆ ทำไม...โดนเขาโกรธเพราะจับได้ว่าจงใจพาหลงป่าเหรอ คิกๆ] ปลายเสียงหัวเราะคิกคักจนน่าตีถ้าไม่ติดว่าเป็นจ๋านะ

เรายังไม่ได้พาเขาหลงป่าเลย

[ทำไมล่ะคะ...หรือคุณอชิรากาก ทำตามแผนไม่สำเร็จ คิกๆ]

หยุดหัวเราะเรานะ!” ผมพ่นลมหายใจบรรเทาอาการหัวร้อนก่อนจะรีบหยิบลูกอมชาเขียวข้างเตียงมายัดใส่ปาก

[ไม่แกล้งก็ได้...แต่โทรมาหาคุณแม่ทีไรเป็นเรื่องตลอดเลยนะ โทรมาบอกว่าคิดถึงเฉยๆ หรืออยากกลับบ้านบ้างได้ไหมคะ คุณอชิราไม่กลับบ้านสักทีจนคุณป๋าจะบินไปหาหลายทีแล้วนะ คุณแม่ล่ะเบื่อที่ต้องหาเชือกมาคล้องไว้ มีหมาห้าตัวยังไม่พอ ต้องมาดูแลหมาตัวเท่าควายอีกตัว เหนื่อยค่ะ!] จ๋าได้ทีบ่นยาว ผมก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้างตามประสา

ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากกลับ…”

[ก็กลับสิคะ]

เราติดคนอยู่อ่ะ

[ติดผู้! นี่คุณอชิราเห็นผู้ดีกว่าคุณแม่กับคุณป๋าแล้วเหรอคะ ถ้าคุณป๋ารู้ต้องร้องไห้แน่ๆ] จ๋าพูดด้วยเสียงเล็กเสียงน้อยแบบที่คุณหญิงคุณนายชอบทำ

เรารู้หรอกว่าจ๋าไม่อยากให้เรากลับ จ๋าชอบบอกว่าเราทำให้จ๋าปวดหัว

[ตายแล้ว...คุณแม่ไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะคะ]

ไม่เคยคิดนะ แต่เสียงหุหุที่ดังมาแบบจงใจนี่โคตรชัดเจน

อย่าเพิ่งนอกเรื่องดิจ๋า เราจะโทรมาปรึกษานะผมรีบบอกก่อนจะโดนพาออกทะเลไปไกลกว่าเดิม ถ้าให้จ๋าพูดถึงอดีตขึ้นมาเมื่อไหร่ต้องยาวไปถึงพรุ่งนี้แน่

[ลำไยจังเลยค่ะ มาขัดจังหวะคุณแม่เลือกเครื่องเพชรไปงานแล้วยังพูดมากอีก]

จ๋าจะไปไหนอ่ะปกติจ๋าก็ไม่ชอบงานเลี้ยงเหมือนผมเพราะมันวุ่นวายน่ารำคาญ จะมีก็แต่โดนป๋าลากไป แต่ครั้งนี้ถึงกับเลือกเครื่องเพชรไปเอง ดูยังไงก็น่าสงสัยสุดๆ

[ไปงานแต่งคุณวิบูลย์เพื่อนคุณแม่เองค่ะ ไม่ได้ไปไร่ดอกไม้ของที่นั่นมาตั้งนานเลยตื่นเต้นนิดหน่อย]

คุณลุงจะแต่งงานใหม่เหรอผมจำได้ว่าลุงวิบูลย์เป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของจ๋า อายุก็น่าจะพอสมควรแล้ว ตั้งแต่รู้จักกันก็เป็นพ่อหม้ายมาตลอด ไม่คิดเลยว่าจะมาแต่งเอาป่านนี้

[ใช่ค่ะ คืนนี้จะจัดงาน เพราะงั้นคุณแม่ถึงบอกว่าคุณอชิราโทรมาขัดจังหวะไงคะ สรุปจะพูดไม่พูด ถามเยอะเดี๋ยวก็ตัดสายซะนี่]

ทำไมต้องเกรี้ยวกราดอ่ะผมบ่นเบาๆ กับตัวเอง ถามนิดถามหน่อยแต่จ๋าตอบยาวเองไม่ใช่หรือไง

[พูดมาเร็วๆ ค่ะ อย่าลีลา]

ผมกลอกตาแรงๆ ไปหนึ่งทีก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเพื่อเรียกสติ จากนั้นก็เริ่มเล่าทุกอย่างให้จ๋าฟังช้าๆ

ก็…”

ทุกอย่างที่ผมจำได้ ผมเล่าให้จ๋าฟังทั้งหมดโดยไม่ปิดบังแม้แต่อย่างเดียว ไม่ว่าจะเรื่องความรู้สึกของตัวเอง ความรู้สึกที่รับรู้ได้จากพี่ภู เรื่องราวที่เราคุยกัน รวมถึงเรื่องที่เขาพูดวันนั้นตลอดเวลาที่ผมพูด จ๋าไม่ได้พูดอะไรแทรกเลยแม้แต่อย่างเดียว ถ้าเราคุยกันเรื่องทั่วไปผมคงคิดว่าจ๋าแกล้งวางหูไปแล้ว แต่ทุกๆ ครั้งที่ผมจริงจัง จ๋าเองก็จะตั้งใจไม่แพ้กัน เพราะงั้นผมถึงพูดทุกอย่างออกไปโดยไม่ได้ปกปิดหรือเสียเวลาคิดแม้แต่นิดเดียว

เราไม่เคยเป็นแบบนี้เลยจ๋า…”

[เป็นยังไงคะ]

แค่เขาทำอะไรให้หรือพูดจาดีๆ ด้วยก็ดีใจแทบตาย มีความสุขมากจนไม่เป็นตัวของตัวเอง ตอนที่เห็นเขารู้สึกแย่ก็รู้สึกตามไปด้วย ทำเหมือนเป็นตัวเองทั้งที่ไม่ใช่ แล้วยิ่งตอนรู้ว่าเขาจะกลับอังกฤษ…”

[เจ็บ?]

ผมยกมือกุมอก แค่นึกถึงตอนที่เขาบอกก็จำความรู้สึกในตอนนั้นได้แทบจะทันที

อื้อ...เจ็บมากเลยจ๋า เราปวดใจไปหมดเลย

[เฮ้อ...คุณอชิราคะ] จ๋าถอนหายใจ เงียบไปพักใหญ่ก่อนจะพูดต่อ [คุณอชิราเคยบอกคุณแม่ว่าตัวเองชอบเขาใช่ไหมคะ]

ตอนนี้เราก็ยังชอบเขาอยู่

[ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอเนี่ย] จ๋าบ่นอะไรก็ไม่รู้เบาๆ แต่ผมไม่อยากถามให้พูดซ้ำเพราะกลัวโดนแซะกลับมาอีก แม่นางหาเรื่องจิกได้ทุกอย่างนั่นล่ะ [คุณอชิราเคยบอกคุณแม่ว่าจะทำให้เขาชอบให้ได้ใช่ไหมคะ]

อื้อ

[แล้วยังบอกว่าจะพยายามหยุดความรู้สึกตัวเองไว้ จะพยายามให้เขาชอบกลับให้ได้ก่อนถูกมะ]

เคยพูดด้วยเหรอวะ...เออ ถ้าจ๋าว่าเคยก็น่าจะเคย

ถูกมั้ง

[คุณแม่รู้ว่าต่อให้เป็นคนหน้าด้านอย่างคุณอชิราก็ยังกลัวความผิดหวัง อยากจะปรบมือให้ที่คิดแบบนั้น แต่พอมาดูวันนี้แล้ว...ไม่ใช่ว่าตกหลุมที่ตัวเองขุดหรือไงคะเนี่ย]

จ๋า…” ผมครางเสียงอ่อย ไม่ต้องเสียเวลาคิดยังรู้เลยว่าที่จ๋าพูดมันคือความจริง ผมตกหลุมที่ตัวเองขุดจริงๆ นั่นล่ะ

[ตายจริง...ทำไมลูกชายคุณแม่ถึงได้ใจง่ายแบบนี้นะ]

จ๋า เราโทรมาขอคำปรึกษานะ ไม่ใช่ให้ด่าเราซ้ำ

[อุ๊ย! ลืมค่ะ ถึงไหนแล้วนะ] จ๋าหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว ดูท่าทางดีใจที่ผมห่อเหี่ยวเกินกว่าจะเถียงอะไรได้เลยเล่นเสียใหญ่โต

ถึงไหนอะไรล่ะ เราเล่าจบจ๋ายังไม่เริ่มเลยผมกลิ้งไปนอนคว่ำพาดหัวอยู่ริมเตียงแล้วรอฟังคำตอบจากปลายสาย

[คุณอชิราแค่กังวลเรื่องที่จะไม่ได้เจอเขาอีกสินะ]

อือ

[ตอนนี้สิ่งที่ควรคิดไม่ใช่การวางแผนแล้วนะคะ สิ่งที่ควรคิดคือจะทำยังไงถึงจะคุ้มค่ากับเวลาที่เหลืออยู่ต่างหาก ถ้ายังมัวคิดหาเหตุผลอยู่แบบนี้…รู้หรือเปล่าคะว่าเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์เท่าไหร่แล้ว] จ๋าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย ถึงจะมีเสียงเล็กเสียงน้อยแทรกมา แต่ผมก็ยังตั้งใจฟังทุกอย่างที่จ๋าพูด

แต่เราอาจจะไม่ได้เจอเขาเป็นปี

[คุณอชิรารับปากว่าจะช่วยเรื่องน้องเขาไม่ใช่เหรอคะ คิดเสียว่าใช้เวลานี้คิดแผน หรือคิดว่าเป็นการทดสอบอะไรก็ได้สิ จะคิดอะไรก็ได้ที่ทำให้เราสบายใจ คิดไปเถอะค่ะ]

นั่นสินะ...ยังมีเรื่องราวอีกมากมายให้คิด ให้นึกถึง ผมยังมีสิ่งอื่นๆ ที่ต้องทำอยู่อีก อย่างน้อยก็เรื่องภาม...ต่อให้ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนแบบไหน แต่ถ้ารับปากแล้วผมก็ไม่คิดจะผิดสัญญา

เราเข้าใจแล้วจ๋า...เวลาเป็นเรื่องของตัวเองมันไม่เหมือนเวลาที่เราให้คำปรึกษาคนอื่นเลย

พอได้เป็นเองถึงรู้ว่าที่ใครๆ บอกว่าปวดใจมันเป็นแบบนี้นี่เอง

[อ้อ...อีกอย่างนะคะ อย่าลืมใช้เวลาที่มีคิดหาทางรับมือกับคุณป๋าด้วย ทุกวันนี้ยังถามคุณแม่ไม่หยุดว่าคนที่คุณอชิราชอบเป็นใคร ถ้ารู้แล้วจะส่งคนไปเก็บหรือเปล่าก็ไม่รู้] จ๋าว่าเสียงร่าเริงแล้วหัวเราะอยู่กับตัวเอง

จ๋า แล้วเรื่องความรู้สึกของเขา…” ผมดึงจ๋ากลับมายังประเด็นที่สงสัยที่สุด ประเด็นที่ทำให้ต้องนั่งคิดมาหลายวัน

[ที่คุณอชิราไม่กล้าถามเขาน่ะเหรอคะ กากจัง]

เดี๋ยวเหอะ แอบพูดเราก็ได้ยินนะ

นั่นล่ะ

[เรื่องบางเรื่องเราไม่ต้องตามหาคำตอบก็ได้นะคะ...ถ้าคนสองคนใจตรงกันก็คือใจตรงกัน ถ้าเขาคิดแบบเดียวกับเรา สักวันเขาก็ต้องพูดออกมาเอง…]

จ๋า

[แต่คุณแม่ทราบดีค่ะว่าคุณอชิราขี้เสือก อยากรู้แล้วไม่ได้รู้อาจจะลงแดงตายได้]

เบื่อคนรู้ทัน แต่ก็นั่นแหละ...ผมก็พอรู้ตัวเองอยู่

เราก็เหมือนจ๋าอ่ะ

[หยาบคาย...เอาล่ะ จริงจังกันหน่อยดีกว่า คุณแม่ขี้เกียจคุยด้วยแล้ว]

เราฟังอยู่

[เรื่องของเรื่องคือไม่กล้าถามเขาสินะคะ งั้นเอาแบบนี้ไหม คุณอชิราก็…]

ถ้อยคำสั้นๆ ได้ใจความทำให้ผมตาสว่าง แค่จ๋าพูดออกมาก็ถึงกับร้องอ๋อในใจ ทำไมเรื่องแค่นี้ถึงคิดไม่ได้กันนะ ในเมื่อถามในไลน์ก็ไม่ตอบ ไม่ว่าจะเพราะเจ้าตัวรู้ทันเลยแกล้งหรืออะไรก็ตาม แถมผมยังติดอ่างถ้าต้องถามต่อหน้า งั้นก็เหลือแค่ทางเดียว

 

 

มึงบอกว่าพี่ภูไปไหนนะ

ไปให้ห่างจากมึงไงไอ้หมากวนตีนหน้าตาย ผมเลยชูนิ้วกลางตอบแทนมันไปหนึ่งทีเป็นรางวัลก่อนจะดันตัวเข้าไปในห้องซึ่งมีพี่กีล์คนดียืนยิ้มต้อนรับอยู่

วันนี้ผมมารบกวน...หมายถึงมาหาไอ้โซกับพี่กีล์ด้วยความจำเป็น อันที่จริงที่ผมจะมาหาคือเจ้าของห้องตรงข้ามมันนั่นล่ะ แต่เผอิญเขาไม่อยู่ ผมเลยต้องมาเคาะห้องส่วนตัวที่เต็มไปด้วยบรรยากาศสีชมพูมุ้งมิ้งของคู่รักคู่นี้แทน แค่เห็นหน้าพี่กีล์ที่ยืนรออยู่ก็รู้สึกสงบใจเหมือนได้ไหว้พระ แต่วินาทีต่อมาหมาตัวใหญ่ของเขาก็มายืนขว้างหน้าไว้แล้วทำหน้าตาบึ้งตึงเหมือนผมไปฆ่าใครตายพร้อมกับบอกว่าไม่ต้อนรับ ร้อนถึงพี่กีล์ที่ต้องเข้ามาขวางไว้เพราะผมทำท่าจะกระโดดบีบคอมัน

ตอนโซไปรับพี่เราเจอคุณภูเข้าพอดีน่ะครับพี่กีล์ยิ้มใจดีก่อนจะหยิบจานขนมมาเซ่นผมถึงโซฟา เห็นบอกว่าจะไปธุระ แต่พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะกลับตอนไหน

ผมพยักหน้าแล้วบอกขอบคุณพี่กีล์ มือหยิบขนมในจานใส่ปากรัวๆ พร้อมกับกดโทรศัพท์ไลน์หาคนที่รอยุกยิก

KAO: ผมรออยู่ห้องไอ้โซนะ

พอเห็นว่าเขายังไม่ตอบอะไรผมก็วางโทรศัพท์ลงแล้วหันไปเรียกไอ้หมาที่นอนอืดอยู่บนโซฟาอีกฝั่งให้มาเล่นเกมด้วยกันแก้เซ็ง โซมันคงเห็นว่ายังไงก็ไม่ได้สวีทกับพี่กีล์อยู่แล้วเลยยอมปล่อยให้พี่แกไปยืนทำอะไรก็ไม่รู้อยู่ในครัวแล้วหันมาเล่นเกมกับผมแทน

หลังจากใช้เวลาเป็นชั่วโมงไปกับการเล่นเกม ทั้งผมทั้งไอ้โซต่างก็เบื่อกันทั้งคู่ พี่กีล์ยังถึงกับเอาเอกสารมานั่งอ่านฆ่าเวลา ผมบอกว่าจะอยู่ตรงนี้คนเดียวก็ยังไม่ยอมไปไหนกัน ฝั่งคุณพี่แอบกระซิบบอกผมว่าไอ้โซมันเป็นห่วง เห็นผมทำท่าทางเหมือนกังวลอะไรอยู่ตลอดเลยไม่อยากไปไหน จริงๆ เกมมันก็เพิ่งเล่นไปแต่ก็ยังยอมมานั่งเล่นกับผมต่อ

ไอ้หมาปากหนัก

ถึงอย่างนั้นผมก็รู้สึกดีอยู่หน่อยๆ ตอนที่มันมีปัญหาถึงผมจะไม่ได้แสดงออกชัดเจนแต่ก็พร้อมช่วยในแบบของตัวเอง ส่วนเวลาที่ผมมีปัญหามันเองก็ทำแบบเดียวกัน...ไม่ต้องพูดอะไรก็เข้าใจ

ครืด

ผมเหลือบตามองโทรศัพท์ที่สั่นเพราะมีไลน์เข้าโดยไม่ได้ละมือออกจากเกม แต่เมื่อเห็นว่าใครที่ส่งข้อความมาเท่านั้นล่ะ

ไอ้เก้า โยนทำเหี้ยไรเนี่ย ไม่ใช่บาทสองบาทนะมึง

ลืมตัว...แต่ผมไม่มีเวลาหันไปตอบอะไรมันเพราะตากำลังจ้องมองจอโทรศัพท์จนแทบทะลุ

PHU: *สติกเตอร์กระต่ายพยักหน้า*

KAO: ผมมีเรื่องจะคุยด้วย รีบกลับมานะครับ

KAO: *สติกเตอร์กระต่ายอ้อน*

PHU: อีกสิบนาที

KAO: โอเค

ยิ้มเป็นคนบ้าเฉยเลยไอ้โซแซวแทบจะทันทีที่ผมวางโทรศัพท์ลง มันทำหน้าตาเป็นหมาง่วงเหมือนเคย แต่ปากไม่รู้ไปอัพเกรดมาจากไหน แซะแม่งทุกเรื่องเหมือนจะเอาคืน...ผมจำได้ว่าไม่เคยทำอะไรให้มันเลยนะ

พี่กีล์ ผมไปและพี่ผมหันไปยกมือไหว้พี่กีล์โดยเมินคำพูดไอ้หมาไป จากนั้นพอพี่เขาพยักหน้าให้แล้วก็ลุกขึ้นเดินไปที่ประตูโดยไม่ลืมหันไปปาหมอนใส่เพื่อนเป็นการลา

ผมไม่ได้ยืนรอพี่ภูอยู่หน้าห้องแบบที่ควรทำ แต่เดินไปยืนยิ้มแฉ่งรอเขาอยู่หน้าลิฟต์ กะเอาให้เปิดออกมาแล้วเจอหน้าผมเป็นคนแรก คิดว่าถ้าโชคดีอาจจะได้เห็นพี่ภูตกใจก็เป็นได้

ติ๊ง!

ประตูลิฟต์เปิดออกช้าๆ พร้อมกับที่ผมขยับริมฝีปากเป็นรอยยิ้มกว้าง เสี้ยววินาทีที่ประตูเปิดออกดวงตาสีเทาคุ้นเคยคือสิ่งแรกที่เห็น แต่นอกจากเขาจะไม่ตกใจเมื่อเห็นผมแล้ว คนตรงหน้ายังขมวดคิ้วเหมือนจะถามว่ามายืนทำบ้าอะไรอยู่ตรงนี้อีกต่างหาก

เป็นเด็กถือกระเป๋าหรือไงพี่ภูถามพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ ท่าทางของเขาดูเหนื่อยๆ จนผมตัดสินใจเดินเข้าไปหาแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด

ครับผมผมสวมบทบาทเป็นเด็กถือกระเป๋า มือรับกระเป๋ากับเสื้อตัวนอกของเขามาถือไว้ให้แล้วผายมือเชิญให้อีกฝ่ายเดินนำไปก่อน ดูเหมือนพี่ภูจะเหนื่อยจริงๆ เขาถึงได้ยอมอย่างง่ายดายโดยไม่ได้พูดอะไรสักคำ

เมื่อเข้ามาถึงห้องคนหน้าดุก็เดินไปหยิบน้ำออกมาดื่มเป็นอย่างแรก พอเก็บเข้าที่เรียบร้อยแล้วก็หันมาบอกให้ผมรอแล้วเดินเข้าห้องนอนไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมเลยอาศัยช่วงเวลานั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมความพร้อมเพื่อถามคำถามคาใจ เมื่อมั่นใจว่าทุกอย่างพร้อมแล้วก็เอนตัวนอนแผ่อยู่บนโซฟาเพื่อขบคิดถึงปัญหาเดิมๆ

ความตื่นเต้นแบบที่ไม่เคยสัมผัสส่งผลต่อหัวใจเข้าอย่างจัง ยิ่งยามเห็นร่างสูงของคนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินออกมาจากห้องนอนก็ยิ่งอาการหนักจนอยากจะเอาหัวมุดโซฟาหนี

เป็นอะไรของมึงพี่ภูเอาผ้าขยี้หัวที่เปียกชุ่มของตัวเองก่อนจะนั่งลงข้างหัวผม แต่เพราะยังทำใจไม่ได้ผมเลยเลือกนอนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับตัวลุกขึ้นแบบที่ควรทำ

กำลังเครียด

เครียด?”

ผมมีเรื่องจะถามพี่ผมตอบด้วยเสียงอึนๆ ตามความจริง

ถามสิ

ขอทำใจอีกแป๊บ

เครียดขนาดนั้นเลย?” คนพูดหัวเราะหึในลำคอก่อนจะยื่นหน้ามาอยู่เหนือหัวผม เราจ้องตากันโดยที่พี่ภูก้มหน้ามอง หยดน้ำที่เปียกผมเขาอยู่หยดแหมะลงบนหน้าผมสองสามหยด แต่พอคิดจะขยับมือไปเช็ดกลับรู้สึกเสียดายบรรยากาศที่เป็นอยู่จนต้องยอมปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นต่อไป ผมมองดวงตาสีเทาที่เป็นประกายขบขันนิ่งงัน ไม่นึกสงสัยเลยสักนิดว่าเขากำลังขำอะไรเพราะรู้ดีอยู่แล้ว

เขากำลังขำ...ไม่ต้องเดาก็รู้แล้วว่าพี่ภูรู้ทันผม และดูท่าเขาจะแกล้งกันมาแต่แรกแล้วด้วย

ไม่กะพริบตาหรือไงคนหน้าดุยกมือโบกไปมาตรงหน้าผมเป็นเชิงถาม แต่เพราะเขายังไม่ยอมถอนหน้าออกไปผมเลยไม่คิดละสายตาออกเช่นกัน

อยากมองหน้าพี่นานๆ

เขาหัวเราะหึก่อนจะยกมือดีดหน้าผากผมเบาๆ แล้วผละหน้าออก ถึงจะรู้สึกเสียดายอยู่นิดหน่อยแต่ผมก็ทำได้แค่ขยับตัวลุกตามแล้วหันหน้าไปหาเขา

พี่รู้อยู่แล้วว่าผมจะคิดมากใช่ไหมผมพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้เรียบเฉย แต่พอเห็นมุมปากของคนฟังยกขึ้นน้อยๆ หน้าที่เฉยมาตลอดก็บูดบึ้งในทันที กะแล้วว่าต้องแกล้งกัน แต่พอมาเห็นเขายอมรับแบบนี้รู้สึกเหมือนโดนกวนตีนยังไงก็ไม่รู้ พี่ไปดูดนิสัยใครมาเนี่ย

ต้องถามด้วยเหรอเขาตอบกลับทันควันพร้อมกับมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า แหม...ไม่รู้เลยเนอะว่าดูดใครมา

แล้วนี่พี่ไปไหนมาอ่ะผมรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้เขา ไม่ใช่อะไร...แค่รู้สึกว่าเวลาอยู่ใกล้ๆ ติดๆ แล้วมันอุ่นใจ อาจจะเป็นการคิดไปเองแต่มันทำให้รู้สึกดีจริงๆ นะ

ไปเคลียร์งานสุดท้าย

งานสุด…” ท้าย...งานสุดท้ายต่อให้เขาไม่พูดผมก็เข้าใจว่างานสุดท้ายที่ว่าหมายถึงอะไร

อย่าหงอยเขายื่นมือมาแตะคาง ออกแรงดันเบาๆ ให้ผมเงยหน้ามอง แต่มองไปมองมากลับโดนขำใส่ เหมือนลูกกระต่ายตัวกลมๆ กำลังอ้อน

ผมเปล่าสักหน่อยผมว่าเสียงอ่อยเพราะหมดแรงจะเถียง ใจยังนึกถึงคำว่าสุดท้ายที่พี่เขาพูดอยู่เลย

วันนี้เขาไปทำงานสุดท้าย...งานสุดท้ายที่ไทยก่อนจะกลับอังกฤษ...

เฮ้อ…” พี่ภูถอนหายใจยาวก่อนจะกอดคอผมให้ขยับเข้าไปหา มืออีกข้างที่ว่างของเขายกขึ้นมาขยี้หัวผมจนยุ่งเหยิงเหมือนอยากให้อารมณ์ดีเหมือนเดิม…ซึ่งมันก็ได้ผลอยู่หน่อยๆ ทำเหมือนจะไม่ได้เจอกันอีก

ผมกำลังจะเริ่มเรียนซัมเมอร์...ทุกวันนี้ก็ลงเรียนเยอะกว่าเดิมเพราะอยากจบสามปีครึ่งผมอธิบายออกมาช้าๆ แล้วแอบเอนตัวพิงเขาไว้ทั้งที่โดนกอดไหล่อยู่แบบเนียนๆ รวมถึงพยายามบังคับไม่ให้ยิ้มมากเกินไป ถึงอย่างนั้นก็ยังรู้สึกว่าตัวเองกลั้นยิ้มจนแก้มตุ่ยอยู่ดี คงไม่มีเวลาไปหาพี่แน่ๆ

กูก็คงไม่มีเวลาเพราะต้องลุยงาน...ในฐานะประธาน

ประธาน!?” ผมเบิกตากว้างมองพี่ภูด้วยความตกใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงขึ้นตำแหน่งประธานไวแบบนั้น...มิน่าถึงได้งานหนักแม้แต่ตอนมาเรียน ทุกอย่างเป็นเพราะเขากำลังเตรียมพร้อมจะเป็นประธานนี่เอง

แต่ทำไม...ผมถึงรู้สึกเหมือนเราห่างไกลกันมากขึ้นทุกทีนะ

พ่อกูอายุมากแล้ว หลังกลับอังกฤษรอบนี้คงจัดการเรื่องตำแหน่งเลย

งั้นก็สองปี...สองปีกว่าผมจะได้เจอเขาอีก

ผม…”

ตอนกูหายไปเป็นปีมึงก็ทนได้เขาพยายามพูดให้ผมรู้สึกดี แต่กลับกัน...ผมรู้สึกแย่กว่าเดิมเสียอีก

ตอนนั้นผมแค่ถูกใจพี่แต่ตอนนี้...” มันไม่เหมือนกัน ไม่เหมือนกันเลยสักนิด

ตอนเราเจอกันครั้งแรกผมถูกใจเขาเพราะดูสะดุดตา เขาแปลก เขาไม่เหมือนใคร เป็นคนแบบที่ผมมองเป็นไอดอล แต่ตอนนี้มันต่างกัน ต่างกันมากแบบที่เทียบกันไม่ติด ความรู้สึกตอนนี้ไม่ใช่แค่ความถูกใจหรือชอบแบบผิวเผิน...แต่มันมากเกินกว่านั้น...มากขนาดที่ทำให้ผมปวดใจได้แค่เพราะรู้ว่าจะต้องห่างกัน

สิ่งที่ควรคิดคือจะทำยังไงถึงจะคุ้มค่ากับเวลาที่เหลืออยู่

ผมหลับตาลงแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ เมื่อนึกถึงคำพูดของจ๋า ทุกสิ่งที่จ๋าเตือนวนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง เมื่อลืมตาขึ้นผมเห็นพี่ภูมองมาด้วยสายตาที่ดูเป็นห่วง แม้จะเล็กน้อยแต่มันก็เติมกำลังใจได้จนเต็ม

เราไม่พูดเรื่องนั้นกันดีกว่า จำได้ไหมที่ผมบอกว่ามีอะไรจะถามพี่

อืม

พอเขาตอบแล้วผมก็อมยิ้มก่อนจะผละตัวออกมาจากอ้อมแขนอุ่นๆ ที่เนียนซบอยู่ตั้งนาน โทรศัพท์ที่ทิ้งไว้บนโซฟาถูกหยิบขึ้นมาอีกครั้ง ผมเปิดเขาโปรแกรมที่เตรียมพร้อมไว้ เมื่ออ่านทวนข้อความบนนั้นเรียบร้อยแล้วก็ยื่นมันไปตรงหน้าคนข้างๆ ก่อนจะกดเพลย์เสียงที่ตั้งไว้

เราใจตรงกันหรือยัง

พี่ภูทำหน้างง ไม่ยอมตอบอะไรทั้งที่ประโยคคำถามจบตั้งนานแล้ว ผมเลยต้องดึงโทรศัพทกลับมาพิมพ์ข้อความใหม่แล้วกดเพลย์อีกครั้ง

พี่ชอบผมบ้างไหม ชอบเหมือนที่ผมชอบพี่

คราวนี้พี่ภูเงียบสนิท ปล่อยให้ผมนั่งหน้าร้อนอยู่คนเดียว แต่พอผ่านไปสักพักเขาก็ได้สติ ยื่นมือมาหยิบโทรศัพท์ออกไปจากมือผม แล้วพอก้มหน้าดูเท่านั้นล่ะ

“Google Translate?…”

ผมพยักหน้ารับเพื่อบอกว่าใช่ก่อนจะยืดอกรับด้วยความภูมิใจกับการทำตามคำแนะนำของจ๋า

คุณอชิราก็ใช้ตัวช่วยพูดแทนสิคะ คุณแม่บอกแค่นี้น่าจะคิดได้นะ

นี่แหละตัวช่วยของผม...กูเกิลทำได้ทุกอย่าง

มึงนี่มัน...หึ...ฮ่าๆๆๆ

ผมหน้าเหวอเมื่อได้มองเห็นคนหน้าดุหัวเราะแบบเต็มๆ ตาเป็นครั้งแรก แม้ว่าจะไม่เข้าใจว่าอะไรน่าตลกแต่ก็ยังยิ้มเอ๋อตามเขา พี่ภูยกมือปิดปากแล้วหัวเราะแบบผู้ดี แต่ดวงตาสีเทาดุของเขาเป็นประกายระยิบระยับน่ามองสุดๆ จนผมเผลอจ้องค้างอยู่นาน

ไอ้กระต่ายเอ๋อเขาพูดแล้วเอามือออก และนั่นทำให้ผมเห็นริมฝีปากที่ยกเป็นรอยยิ้มแบบชัดเจนเต็มสองตา

ดาเมจคูณสิบเอาซะลืมเขินเลย

พี่ตอบก่อนนนนผมรีบดึงแขนอีกคนไว้เมื่อเห็นเขาทำท่าจะลุกขึ้น แต่โดนดันหัวกลับมาจนหงายลงไปกองบนโซฟาอีกรอบ หลังจากนั้นพี่ภูก็โยนโทรศัพท์ของผมคืนมาให้ก่อนจะหันหลังเดินไปที่ห้องนอน

เดี๋ยว…ทิ้งกันไว้ง่ายๆ แบบนี้ก็ได้เหรอ

ง่วงแล้ว จะนอน

เดี๋ยว…”

ผมหงายหลังอยู่บนโซฟาค้างอยู่เป็นนาทีเพราะไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี จะเดินตามเข้าไปเอาคำตอบก็ดูไม่ใช่เรื่อง สุดท้ายเลยได้แต่หยิบโทรศัพท์ที่ถูกปาไว้ข้างๆ มากดแก้เก้อ แต่ว่า

อืม

เสียงยานคางของกูเกิลไม่ได้ทำให้ผมอึ้งเท่าความหมายของมัน

อืม

เดี๋ยวนะ

อืม

กดกี่ทีก็ยังเป็นแบบเดิม..

เราใจตรงกันหรือยัง...อืม มันแปลว่าใช่ใช่ไหม

ถ้าผ่านสองปีไปได้...จากอยากให้ใช่...คงกลายเป็นใช่ได้ไม่ยากคนที่ยืนพิงขอบประตูอยู่เมื่อไหร่ไม่รู้พูดทิ้งไว้แค่นั้นก่อนจะเดินเข้าห้องไปและทิ้งให้ผมนั่งเอ๋ออยู่คนเดียว

ถ้าคุณถามว่าผมกำลังรู้สึกแบบไหนอยู่...คำตอบของผมคือว่างเปล่า ว่างไปหมดตั้งแต่หัวสมองจนกระทั่งความรู้สึก แม้กระทั่งหัวใจก็รู้สึกเหมือนมันหยุดเต้นไปแล้ว ผมพยายามคิดหาความหมายของทุกอย่าง แต่สติที่ไม่เหลืออยู่แม้แต่นิดเดียวทำให้อะไรๆ ก็ยากไปหมด

ตะ...ตรงกัน

ใจตรงกัน...ชอบเหมือนกัน

ถึงจะยังไม่ใช่แต่ก็เป็นคนที่อยากให้ใช่

ดูเหมือนผมจะรู้แล้วว่าจะผ่านสองปีนี้ไปได้ยังไง...ก็แค่คิดถึงคำพูดของเขาเท่านั้นเอง

ถ้าผ่านสองปีไปได้...จากอยากให้ใช่...คงกลายเป็นใช่ได้ไม่ยาก

โอย...ใจกู

 

-----------------------


*เหลือเวลาจองและโอนเงินอีก20วันนะคะ* (ปิด20สิงหาเที่ยงคืน)

พี่ภูคือพระเอกที่เรารักค่ะ ยิ่งเขียนก็ยิ่งรัก เขาก็เป็นคนๆ หนึ่งที่มีปัญหาชีวิตและอาจดูน่าเบื่อ นิสัยก็นิ่งๆ อย่างงั้นอะ ก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งนี่นะ แค่เก้ามันไม่ธรรมดาเท่านั้นเอง อีกอย่างเราเห็นแค่มุมที่เก้าเห็นนะเออ ฮาๆ 

ถึงจะทีละน้อยแต่ทุกขั้นทุกตอนคือการพัฒนาที่กำลังจะเห็นชัดขึ้นในอนาคต : ) 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.392K ครั้ง

11,102 ความคิดเห็น

  1. #11037 dwyouveme (@-worthwhile-) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 01:00
    สองปีดูสบายไปเลย ถ้าใจตรงกันแบบนี้
    #11037
    0
  2. #10948 Meaw_Ong (@Meaw_Ong) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 20:08
    แง้ ชอบนะ
    #10948
    0
  3. #10931 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 21:28
    อีก 2 ปีสู้ๆๆๆๆๆๆ
    #10931
    0
  4. #10902 save11345 (@save11345) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 14:26
    ชอบจ๋า จ๋าปากร้ายมาก
    #10902
    0
  5. #10887 หมีเมกา (@BBMbabymild) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 11:00
    อีกสองปี สู้ๆนะเก้า
    #10887
    0
  6. #10846 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 18:45
    เป็นการบอกรักแบบพี่ภูดี55555555
    #10846
    0
  7. #10795 PaRin PaRis (@prth_song3) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:45
    เก้านี่มันนนน 5555555 นึกถึงเสียงของกูเกิ้ลทรานละแอบขำอะค่ะ 5555555
    #10795
    0
  8. #10763 _innti_ (@_innti_) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 19:20
    ใจฟูมากแม่ ฮือออออ
    #10763
    0
  9. #10741 KYLM_ (@safeka) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 00:30
    พี่ภูนี่มันพี่ภูจริงๆ อืมคำเดียวทำเราเขินนน
    #10741
    0
  10. #10720 nunnunn04 (@nunnunn04) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 19:18
    ชอบทุกอย่างของเรื่องนี้ แต่ก้อยอมรับว่าถ้าเราเป็นเก้า คงอึดอัดกับคนแบบภูอ่ะ5555 และคงทนไม่ได้แบบเก้าแน่ ถ้าการชอบคนๆนึงมันต้องลำบากตัวเองมากมายขนาดนี้เราไปตั้งแต่เค้าปฏิเสธ​แล้วล่ะ
    #10720
    0
  11. #10661 jm2611 (@jm2611) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 20:30
    งื้ออออ
    #10661
    0
  12. #10613 byunbowoon (@bionybb) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 23:23
    เขินไปหมดดด
    #10613
    0
  13. #10521 kriskky (@kriskky) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 15:06
    กรี๊ดดดดดดดด ไม่ไหวเเล้วจะรอแทนน้องเองค่ะ ให้น้องวาร์ปไปก่อนเลยๆๆๆ
    #10521
    0
  14. #10511 Jibangrin (@Jibangrin) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 22:26
    ตายยยยยยยๆๆๆ
    #10511
    0
  15. #10457 tantanium31 (@tantanium31) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 14:59
    อืมมมมมมมมมมมมมมมมม
    โอ้ยยนย
    #10457
    0
  16. #10432 MaiNatkamon (@MaiNatkamon) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 20:54
    เอ็นดูน้องอ่ะ น่ารักว้อยยยย
    #10432
    0
  17. #10348 kk lovely (@pmpke319) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 16:58
    เจ้ากระต่ายอ้อน พี่ภูคงมองน้องเป็นแบบนี้ตลอดสินะ พอพี่ภูพูดแบบนี้เก้าจะนอนหลับไหมหน่ะ55555555
    #10348
    0
  18. #10235 tongmeelee (@tongmeelee) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 12:18
    รักกระต่ายก้อน
    #10235
    0
  19. #10143 «PhuengAugust» (@pvaugust) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 18:25
    ไปค่ะ สู้
    #10143
    0
  20. #10097 MManatsawan (@MManatsawan) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 15:31
    อยากให้ใช่แล้ว
    #10097
    0
  21. #10040 sunmarine (@sunmarine) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 18:42
    เป็นแบบนี้ สิบปีก็รอค่ะ
    ใจบางไปอีก ทำไมพี่ภูร้ายแบบนี้
    #10040
    0
  22. #9985 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 21:36
    เขินนนนน บ้าจริงงงงงงง
    #9985
    0
  23. #9963 UDiE47 (@UDiE47) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 21:22
    ชอบทุกตอนเลย
    #9963
    0
  24. #9829 Chani_2526 (@Chani_2526) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 18:23
    ดีมากๆๆๆๆเลย เราชอบทุกตอนเลยค่ะ
    #9829
    0
  25. #9776 GBright˙ω˙ (@logooo) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 22:19
    กรี๊ดดดใจกูวววไปแร้วว
    #9776
    0