[END] Nitrogen ไนโตรเจน

ตอนที่ 17 : CHAPTER15 [100per.]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55,350
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,781 ครั้ง
    9 มี.ค. 61



-15-

 

โอ้ย! พวกมึงเป็นคนหรือลิงวะ! ซนฉิบหาย! ขึ้นรถดีๆ!”

พี่วิน ผมอยากนั่งคันนี้อ่า

พี่วิน ทำไมพวกผมได้นั่งคันสุดท้ายงะ

พี่วิน…”

พี่วินพ่อมึงสิ! ไอ้เจมส์ มึงมาคุมแทนกูที เลิก!”

ผมมองภาพพี่วินเตะหินเตะดินด้วยความหัวเสียแล้วก็ได้แต่ขำอยู่กับไอ้โซสองคนโดยไม่มีความคิดจะเข้าไปช่วยเพราะไม่อยากโดนลูกลิงที่พี่แกว่าวิ่งมาเกาะแทน ไอ้พวกเด็กดุริยางค์ก็เจี๊ยวจ๊าวไม่เลิก รอจนเฮียเจมส์สุดโหดออกโรงนั่นล่ะถึงยอมเข้าแถวเรียงขึ้นรถ

ถ้าจะโทษใครก็คงต้องโทษพี่วินเองที่ไปทำตัวสนิทกับพวกปีหนึ่งเกินจนพวกมันแทบจะเรียกพ่อจ๋ากันอยู่แล้ว ทีนี้เลยโดนงอแงใส่จนคนใจเย็นสติแตกเดินหนีขึ้นรถไปรวมกับพวกปีสี่แล้วเรียบร้อย

จะปลดปล่อยความเครียดจำเป็นต้องทำกูเครียดไปด้วยไหมถามจริงเฮียเจมส์เดินนวดขมับมายืนพิงรถอยู่ข้างๆ ผม ท่าทางดูปวดหัวเพราะความโหดของแกเริ่มเอาลูกลิงไม่ค่อยไหว

ปีหนึ่งก็งี้ผมตอบก่อนจะหันไปพยักหน้าให้ไอ้เปรมที่ยกมือไหว้ทักทาย

สอบเสร็จครั้งแรกแม่งทำเหมือนเรียนจบ

เออ...ก็จริง ขนาดปีหนึ่งยังเป็นขนาดนี้ เดี๋ยวเจอสอบปีสองแม่งคงร้องห่มร้องไห้ที่สอบเสร็จกันแหง

วันนี้เป็นวันเดินทางไปค่ายของเด็กดุริยางค์ทั้งสี่ชั้นปี นับจำนวนดูแล้วมีคนไม่ไปไม่ถึงสิบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพราะไม่ว่าง ไอ้โซเองก็เกือบจะไม่ไปเหมือนกัน แต่พอพี่กีล์บอกว่าตัวเองจะไม่อยู่พอดีเพราะจะไปดูงานที่ภูเก็ต ไอ้หมาติดเมียเลยยอมหอบผ้าหอบผ่อนมาขึ้นรถด้วย

ส่วนคนที่ผมอยากให้มา

นับตั้งแต่ที่ผมไปนอนห้องเขาวันนั้นก็ยังไม่ได้เจอกันเลย พี่ภูงานยุ่งมากจนผมเหนื่อยแทน ตอนเช้าวันนั้นพอตื่นขึ้นมาผมก็ไม่เห็นเขาแล้ว พี่ภูแค่ทิ้งโน้ตไว้ว่าไปทำงาน ไม่กลับคอนโด แล้วก็หายเข้ากลีบเมฆไปเลยสองวันเต็ม หลังจากนั้นเขาถึงได้ส่งสติกเกอร์อันเดิมกลับมาให้ผมเป็นเชิงบอกกล่าวว่ากลับมาแล้ว และพอพูดถึงเรื่องมาเที่ยว

ติดงาน

ผมไม่ดีใจเลยสักนิดที่เขาพิมพ์หาเป็นครั้งแรก เพราะถ้าส่งสติกเกอร์กลับมาให้ลุ้นเอายังน่าดีใจกว่าอีก แต่ถึงจะรู้ว่าเขาไม่มาแล้วใจผมก็ยังอดหวังไม่ได้…หวังจนต้องมองไปรอบๆ อยู่บ่อยครั้ง

พี่เก้า ขึ้นรถเร็วววววว

รู้แล้วผมหันไปตอบไอ้เปรมที่ยื่นหน้าออกมาจากหน้าต่างรถทัวร์ก่อนจะกวาดตามองรอบด้านเป็นครั้งสุดท้าย

คงหมดหวังละ

นอยเบาๆ แต่ไม่เป็นไร...ไปแกล้งเด็กให้หายนอยเอาก็ได้

ไอ้โซ หยุดเล่นโทรศัพท์แล้วมาขึ้นรถผมหันไปเรียกคนที่ยืนพิงรถกดโทรศัพท์ไม่หยุด มันเงยหน้ามองด้วยสายตามึนๆ เหมือนจะถามว่าขึ้นกันหมดแล้วเหรอ จากนั้นก็เดินมาขึ้นคันเดียวกับผม...เพลียกับหมาขี้งอนแต่ก็ห่วงเมียเหลือเกิน

กีตาร์ไม่ตอบมันเดินตามขึ้นมาแล้วบ่นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ อีกสักพักถ้าพี่กีล์ยังไม่ตอบต้องมีคนกระโดดลงรถแน่

นั่งเครื่องอยู่มั้ง รอเราถึงมึงค่อยดูอีกที

ก็ได้

ถ้ารู้ว่าพูดแบบนั้นแล้วมันจะเลิกสนใจโทรศัพท์หันมานอนพิงผมแทน สัญญาเลยว่าจะปล่อยให้มันนั่งเครียดไปตลอดทาง

เอาหัวออกไป กูจะพิงมึง ไม่ใช่ให้มึงพิงกู

ง่วงก็ง่วง กะจะหลับยาวสักหน่อยยังเสือกไวกว่าอีก

กับภูเป็นยังไงบ้าง

ผมเลิกคิ้วแล้วก้มหน้าลงมองเพื่อนที่พิงไหล่อยู่ก่อนจะยอมลดมือที่คิดจะผลักหัวมันออกลง

เข้าใจเลือกเรื่อง

สรุปว่ายังไง

ก็ดีคิดว่านะ

ก็ดีคือ..”

ทำไมเดี๋ยวนี้มึงขี้เสือกนักผมด่ามันตรงๆ มาถามต่อแบบนี้แล้วจะไปตอบอะไรได้ ในเมื่อผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าก็ดีคืออะไร

ความเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นผมรับรู้ได้ก็จริง แต่ถ้าให้อธิบายออกมาเป็นคำพูดก็ทำไม่ได้อีกเหมือนกัน สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับเขามันเป็นไปอย่างช้าๆ และขยับไปทีละนิดจนผมไม่รู้ว่าต้องรอให้ถึงจุดไหนถึงจะเป็นจุดที่ผมกล้าพูดได้อย่างมั่นใจกันแน่…ถึงอย่างนั้นผมก็ยังยินดีที่มันเป็นแบบนี้

ช้าๆ แต่มั่นคง…จนเขาหนีไปไหนไม่พ้น

ยากใช่ไหมล่ะไอ้โซหัวเราะเบาๆ ในลำคอ พอเป็นเรื่องของตัวเอง มันเลยยากใช่ไหม

นั่นสินะ

ตอนเป็นเรื่องคนอื่นก็พูดได้อยู่หรอก แต่พอเป็นเรื่องของตัวเอง ไม่ว่าจะอะไรมันก็ยากไปหมดสินะ

มึงเลิกแดกดันกูทีผมยกมือดึงผมไอ้คนข้างๆ จนมันร้องโอ้ยเบาๆ ก่อนจะพิงหัวมันกลับเพื่อพักผ่อน

ไม่ผิดจากที่ไอ้โซพูด ผมเป็นพวกมีความมั่นใจแต่ใช่ว่าจะไม่ยอมรับความจริง สิ่งที่มันพูดคือสิ่งที่ผมต้องยอมรับ…ตอนเป็นเรื่องของมันกับพี่กีล์ ผมไม่ได้แนะนำหรือบอกมันมั่วๆ แต่เพราะผมมองเห็นทุกมุมและรู้ว่าพี่กีล์เป็นคนแบบไหนถึงได้กล้าพูดรวมถึงกล้าบอกว่าควรทำยังไง แต่พอเป็นเรื่องของตัวเอง...ยิ่งกับคนอ่านยากแบบพี่ภู สิ่งที่ทำได้มีแค่การใช้ความรู้สึกส่วนตัว…มันไม่ใช่อะไรที่ใช้สมองช่วยได้ ถ้าเขาชอบก็ดี แต่ถ้าเขาไม่ชอบ...ก็ต้องพยายามหนักกว่าเดิม นั่นคือสิ่งที่ผมคิด

ขอโทษที่ช่วยอะไรไม่ได้

ผมหันขวับไปมองคนพูดด้วยความตกใจ มือยกบีบขมับแล้วนวดให้มันจนคนที่กำลังหลับตาร้องอืออาด้วยความพอใจ

มึงโอเคนะ กินไรผิดสำแดงมาเปล่าวะ

อี๋ แค่ฟังก็ขนลุกละ ต้องการอะไรจากสังคม

อย่าด่าในใจมันพูดทั้งที่ยังหลับตา

เดี๋ยวนี้พัฒนาเนอะ ไม่ต้องมองก็รู้ว่าผมด่าในใจ

ก็มึงมาแปลก

หึ

พอผมเงียบไอ้โซก็เงียบตาม มันขยับตัวนิดหน่อยก่อนจะนิ่งไป ผมเลยเอนหัวพิงมันดีๆ แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ระยะทางที่ผ่านไปเรื่อยๆ ทำให้อะไรมากมายไหลเข้ามาในหัว ความคิดสับสนตีกันวุ่นวายไปหมด และเรื่องที่คิดก็หนีไม่พ้นเรื่องเดิมๆ

ผมยังคงยืนยันว่าตัวเองค่อนข้างหมกมุ่นกับสิ่งที่สนใจ จะคิดหาทางจนกว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามเป้าหมาย ผมเคยคิดว่าสามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวคนเดียว ถ้าใครสักคนจะช่วย มันก็เป็นเพราะผมต้องการใช้งาน ทุกอย่างเกิดจากความต้องการของตัวเองจนบางทีก็ลืมไปเหมือนกันว่าคนที่อยู่ข้างๆ เป็นเพื่อน...เป็นคนที่หวังดีด้วย…ไม่ใช่คนใช้

มันคงเป็นนิสัยแย่ๆ ที่รู้ดีอยู่แก่ใจ แต่เพิ่งคิดได้ตอนที่ได้ยินเพื่อนสนิทพูดว่า ขอโทษที่ช่วยอะไรไม่ได้ล่ะมั้ง

บรรยากาศยังไม่เหมาะจะดราม่า เอาไว้ค่อยคุยผมพูดติดตลกแล้วหลับตาลง ได้ยินเสียงตอบรับเบาๆ ดังมาจากคนข้างๆ เป็นสัญญาณของการจบบทสนทนาทั้งหมด

 

 

ขนของลงโว้ย!”

ผมสะดุ้งตื่นเพราะเสียงตะโกนจากนอกรถ เกือบเผลอโวยวายอยู่เหมือนกันเพราะผมไม่ชอบให้ใครกวนตอนหลับ แต่พอเห็นว่ารถจอดอยู่ที่ไหนก็ได้แต่ลูบหน้าลูบตาควบคุมอารมณ์

แม่ง…” คนที่นอนพิงไหล่ผมจนชาไปหมดบ่นพึมพำด้วยความหัวเสียไม่ต่างกัน

ตอนนี้เราเดินทางมาถึงจุดหมายแล้ว เห็นพี่วินบอกว่าตอนจะขึ้นไปต้องเปลี่ยนไปนั่งสองแถวใหญ่แทนเพราะเรามากันเยอะและรถบัสไม่สามารถเข้าไปต่อได้

ผมเดินขยี้ตาลงมาจากรถก่อนจะสัมผัสได้ถึงลมเย็นที่พัดมาเป็นอันดับแรกเพราะเข้าฤดูหนาวแล้ว อีกทั้งที่นี่ยังเป็นเขาด้วย…เขาใหญ่คือจุดหมายปลายทางของการเดินทางครั้งนี้ โดยที่ที่เราจะเดินทางเข้าไปพักคือด้านในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

มึงไม่เคยมาสินะผมหันไปถามเพื่อนที่ยืนหมุนซ้ายหมุนขวามองรอบด้านอยู่ ท่าทางง่วงๆ ของมันหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงความตื่นเต้นที่สะท้อนออกมาผ่านดวงตาเป็นประกายคู่นั้น

ถ้าได้มากับกีตาร์ก็ดีสิ

อยากจะกลอกตาแล้วด่าสักทีแต่ก็ทำไม่ได้…เพราะผมเองก็คิดไม่ต่างจากมัน

ถ้าได้มากับพี่ภูก็คงดี

พวกผมเดินไปขึ้นรถเป็นกลุ่มสุดท้ายเลยต้องเกาะท้ายสองแถวไปตามระเบียบ ตัวผมเองไม่เท่าไหร่เพราะคิดว่าดีเหมือนกันจะได้เห็นวิวชัดๆ แล้วก็เคยขึ้นสองแถวหนีเที่ยวมาแล้วหลายครั้ง แต่ไอ้คนหน้านิ่งที่ตาเป็นประกายเพราะได้เกาะสองแถวเป็นครั้งแรกแลดูจะตื่นเต้นออกนอกหน้าสุดๆ

วู้ววววว อากาศดีโว้ยไอ้เปรมที่นั่งรถคันเดียวกับผมตะโกนเสียงดังในทันทีที่รถออกตัวโดยมีเสียงลูกคู่ตะโกนตอบรับดังตามเป็นแถบ

ยิ่งขึ้นเขาเสียงพูดคุยในรถก็ยิ่งดังมากขึ้นเรื่อยๆ ผมไม่ได้สนใจอะไร แค่ปล่อยให้เสียงหนวกหูของพวกมันลอยผ่านไปแล้วทุ่มความสนใจไปกับการมองวิวในขณะขึ้นเขาแทน

พี่เก้า

ว่าผมหันไปหาคนเรียกที่นั่งอยู่ด้านในรถ แต่ไม่ใช่แค่สายตาของไอ้เปรมคนเรียกที่มองกลับมา เพราะดูเหมือนเด็กปีหนึ่งในรถจะให้ความสนใจผมกันหมด เสียงโหวกเหวกที่ดังมาตลอดก็ไม่รู้ว่าหายไปตั้งแต่ตอนไหน

พี่เป็นไรเปล่า

อะไรของมึง

พวกมันมองหน้ากันเหมือนจะสื่อสารทางสายตาก่อนไอ้เปรมจะเป็นหน่วยกล้าตายตอบผมเหมือนเดิม

ก็พี่ดูเหม่อๆ แล้วก็ทำตัวเหมือนพระเอกเอ็มวี ทั้งที่ปกติน่าจะด่าพวกผมไปแล้วแท้ๆ

ผมมองพวกมันงงๆ ก่อนจะคิดตามคำพูดนั้นช้าๆ รู้สึกเหมือนวันนี้หัวจะไม่แล่นเท่าไหร่ แต่เพราะไม่แน่ใจนักว่าตัวเองเป็นแบบที่พวกมันบอกจริงไหมผมเลยหันไปมองคนที่ยืนอยู่อีกด้าน โซไม่ได้พูดอะไร มันแค่มองกลับมาแล้วพยักหน้าเบาๆ เป็นคำตอบ

ผมเป็นแบบที่พวกมันบอกจริงๆ

กูไม่เป็นไรผมหันไปบอกพวกในรถด้วยน้ำเสียงปกติ แต่พวกมันทำหน้าเหมือนเห็นผีแล้วหันไปซุบซิบกันยกใหญ่ สุดท้ายผมเลยเลิกสนใจพวกมันแล้วหันมาดื่มด่ำกับบรรยากาศนอกรถแทน

แม้ในใจจะยังสงสัยว่าอะไรที่รบกวนจิตใจตัวเองจนทำตัวผิดปกติก็ตาม

ครืด

ผมรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเมื่อรู้สึกว่ามันสั่น ใจคาดหวังโดยไม่รู้ตัวให้เป็นข้อความของใครบางคนที่กำลังคิดถึง แต่กลับกลายเป็นต้องผิดหวังเมื่อมันเป็นแค่ข้อความแจ้งค่าโทร ความรู้สึกหงุดหงิดใจทำให้เผลอกดปิดโทรศัพท์ไปตามแรงอารมณ์

ดูเหมือนผมจะรู้ต้นเหตุของอาการผิดปกตินี้แล้ว

ความผิดหวัง

เพราะบอกล่วงหน้า แอบดูตารางงาน สัญญาว่าไปจะงานเลี้ยงเป็นเพื่อนทั้งที่เกลียดงานเลี้ยงยิ่งกว่าอะไร คาดหวังว่าเขาจะมาแต่สุดท้ายก็ยังผิดหวังอยู่ดี

ผมไม่ใช่คนไร้สาระที่จะไปนึกโกรธหรือหัวเสียใส่เขา หนึ่งคือเราไม่ได้เป็นอะไรกัน สองคือพี่ภูไม่ได้รับปากแต่แรก ผมรู้ดีว่ามันเป็นเพราะเขาไม่แน่ใจว่าจะมาได้หรือเปล่าถึงไม่ยอมรับปากเสียที ตอนที่เขาบอกว่าถ้าเป็นที่ที่ไม่เคยไปจะลองคิดดู ผมคิดว่าหมดหวังแต่แรกแล้วด้วยซ้ำ พี่ภูเคยมาเขาใหญ่แล้ว...เขาเคยเช็คอินที่นี่ในเฟสเมื่อหลายปีก่อน ผมใช้เวลาทั้งคืนเพื่อย้อนหาที่ที่เขาเคยเช็คอิน แต่พอผมบอกสถานที่ไป...กลับกลายเป็นว่าเจ้าตัวไม่ได้พูดอะไรนอกจากบอกว่าดูก่อน เพราะงั้นผมถึงได้หวังมากกว่าปกติและคิดว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนที่อุตส่าห์โทรไปปรึกษาจ๋า แต่แล้วมันก็พัง

พัง ไม่เป็นไปตามแผน ความรู้หงุดหงิดและผิดหวังเวลาอะไรไม่เป็นไปตามที่คิด…ทำยังไงผมก็ไม่คุ้นชินกับมันเสียที

ไอ้เก้า! มึงลงมาหน่อย!”

ผมหันไปตามเสียง จำต้องทิ้งความหงุดหงิดเพราะพี่วินกวักมือเรียกพร้อมกับนึกตำหนิตัวเองในใจที่เหม่อจนไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ารถหยุดตอนไหน

มีไรพี่ผมเดินเข้าไปหาพี่วินที่ยืนอยู่หน้าสำนักงานของอุทยานก่อนจะมองไปรอบๆ พวกคนที่อยู่บนรถยังคงคุยกันเสียงดังสนั่นไม่ได้ลงมาด้านล่าง มีแค่ผม เฮียเจมส์ พี่วิน แล้วก็พี่ปีสามอีกสองคนที่ยืนสุมหัวกันอยู่

เรื่องที่พัก มันต้องแยกกันไป มีอยู่สองจุด จุดแรกเป็นบ้านใหญ่สองบ้าน ประเด็นคือจะมีประมาณยี่สิบคนไปนอนจุดสองที่เป็นบ้านเล็ก ต้องเลี้ยวซ้ายไปอีกทาง ห่างกันไม่มากแต่ก็ไม่น้อย

พวกพี่ปีสี่ไปอยู่ดิ พี่มีสิบแปดคนไม่ใช่เหรอพี่ปีสามหันไปบอกพี่วินซึ่งเจ้าตัวก็พยักหน้ารับ

เออ พวกกูไปอยู่แล้ว ปีสาม พวกมึงดูเด็กด้วยละกัน เรื่องกิจกรรมเฮดปีสองรับผิดชอบใช่ไหม จะนัดอะไรก็ไปคุยกันให้เรียบร้อยแล้วมาบอกกู ส่วนมึงไอ้เก้า ลากไอ้โซมานอนกับพวกกู จบทริปนี้มีงานเข้า เราต้องมาคุยงานกันก่อน

พี่วินมันก็พูดไปงั้นแหละ ผมมองหน้าก็รู้แล้วว่าพี่แกจะลากไปกินเหล้า ถ้าเทียบกับพวกในดุริยางค์ คนที่ออกงานบ่อยๆ หรือซ้อมด้วยกันบ่อยๆ จะสนิทกันเป็นพิเศษ และพี่วินมันคงรักผมมากเลยลากไปไหนมาไหนด้วยตลอด

หลังจากตกลงกันเรียบร้อยแล้วเราก็แยกย้ายกันไปขึ้นรถ ผมกับไอ้โซย้ายไปอยู่คันปีสี่ที่จะแยกไปอีกทาง ส่วนพวกที่เหลือก็ไปอีกทาง เพราะต้องแยกย้ายกันไปเก็บของเข้าที่พักก่อน แล้วจะทำอะไรค่อยว่ากันอีกที…จะว่าไปได้มาอยู่กับพวกปีสี่ก็ดีอย่าง ถ้าไม่อยากไปร่วมกิจกรรมอะไรก็ไม่ต้องไปก็ได้ หรือถ้าต้องรวมกันก็เป็นฝ่ายนั้นที่ต้องมาหารุ่นพี่ เรียกได้ว่าสบายสุดๆ

บ้านพักที่พวกผมมาอยู่เป็นบ้านหลังไม่ใหญ่ติดกันสี่หลัง นอนหลังละห้าคน แน่นอนว่าผมห้อยติดไปกับพี่วิน ส่วนคนอื่นๆ ก็แยกย้ายกันไปนอนเรียบร้อย พี่วินบอกผมว่าเมื่อคืนปีสี่ไปเมากันหนักหน่วงเพราะเป็นวันสอบเสร็จ เมื่อเช้าที่มาทันก็คือแทบไม่ได้นอน บอกแล้วว่าอยู่กับพวกนี้ไม่ต้องแคร์อะไร เผลอๆ พวกปีสองคงเริ่มแกล้งเด็กปีหนึ่งไปแล้วด้วยซ้ำ

เอาเถอะ...ถึงจะอดแกล้งพวกมันระบายอารมณ์ แต่ได้นอนในที่ที่อากาศดีแบบนี้ก็ไม่เลว

ด้านในห้องเป็นเตียงนอนหันเข้าหากัน ด้านหนึ่งมีสามเตียง ส่วนด้านที่ผมกับไอ้โซนอนมีสองเตียง พอจัดข้าวของเรียบร้อยแล้วพวกพี่วินก็นอนตายกันทันที ตอนแรกผมก็อยากนอน แต่ไปๆ มาๆ ก็เปลี่ยนใจมานั่งรับลมอยู่ที่เก้าอี้หน้าบ้านแทน

อารมณ์อินดี้เข้าสิงหรือไงเสียงราบเรียบดังมาจากทางด้านหลังพร้อมกับที่เจ้าของเสียงเดินมานั่งลงข้างๆ ผมหันไปมองอย่างแปลกใจ คิดว่าสิ่งแรกที่มันจะทำเมื่อมาถึงคือการโทรหาพี่กีล์เสียอีก

ติดต่อพี่กีล์ได้แล้วเหรอ

กีตาร์ส่งข้อความมาบอกว่าถึงแล้ว

แล้วมึงไม่โทรไปหรือไงปกติคงไม่พลาด แค่ได้ยินเสียงนิดๆ หน่อยๆ มันก็เอา

ไม่ล่ะ อาจจะทำงานอยู่ คงต้องให้เวลาส่วนตัวกันบ้าง

โอ้โห…” ผมหันไปทำหน้าตายียวนใส่จนไอ้โซยื่นมือมาผลักหัว ไม่น่าเชื่อว่าคนติดเมียอย่างมึงจะพูดแบบนี้

ก็เขาทำงาน จำเป็นต้องทำ เราจะทำอะไรได้ แค่รู้ว่าเขาปลอดภัยก็พอแล้วมันยักไหล่แล้วเอนตัวพิงเก้าอี้สบายๆ

มึงพูดจามีสาระก็เป็นด้วย

เหอะ

แล้วอยู่ๆ ความเงียบที่เคยมีก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะของผมกับไอ้โซ มันไม่มีเหตุผลอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ผมกลับรู้สึกว่าความผิดหวังหรือหงุดหงิดที่สะสมมาตลอดเบาบางลงอย่างน่าประหลาด

นานแล้วที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันสองคนแบบนี้...บางทีอาจจะเป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ อาจเพราะตอนอยู่ในเมืองบรรยากาศรอบกายมีแต่ความอึดอัดน่ารำคาญ ไม่ได้ผ่อนคลายแบบนี้ อีกทั้งการพูดคุยกันของผมกับมันก็ไม่ได้น่าขำเท่าไหร่ เราช่วยเหลือกัน กวนตีนกัน แต่ไม่เคยได้อยู่ด้วยกันสองคนและคุยกันในบรรยากาศแบบนี้เลยสักครั้ง

ที่มึงบอกว่าขอโทษที่ช่วยอะไรไม่ได้…” ผมพูดถึงเรื่องที่เราคุยกันทิ้งไว้บนรถก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ไม่มีแสงแดดและบรรยากาศดีๆ ที่อยากเก็บไว้นานๆ

กูไม่ได้เก่งเหมือนมึงที่ทำได้ทุกอย่าง

กูรู้

ไม่หลงตัวเองจะตายไหม

กูพูดความจริงผมเถียง ไม่ได้ตั้งใจจะพูดกวนตีนอะไร แต่พูดเพราะมันเป็นความจริง

เออ สรุปว่าจะให้ช่วยอะไรก็บอก จบ

หมาหน้านิ่งหัวร้อนว่ะผมหัวเราะแล้วยื่นมือไปจิ้มแก้มหมาตัวที่ว่า มันทำหน้าบูดบึ้งเป็นตูดแต่ก็ยอมให้จิ้ม

วันไหนมึงสมหวัง กูคงสงสารภูมากมันมองผมเหยียดๆ แล้วหันหน้าหนี ท่าทางบ่งบอกชัดเจนว่าคิดแบบนั้นจริงๆ

พี่ภูจะมีความสุขมาก มึงจะสงสารทำไม

ยังจะถามอีกมันพึมพำเสียงเบาแต่ผมได้ยินเต็มสองรูหู อยากจะด่าแต่ก็ขี้เกียจ สุดท้ายเลยปล่อยมันไป

โซ…” ผมผ่อนลมหายใจ พยายามเรียบเรียงความสับสนในใจออกมาเป็นคำพูดช้าๆ

ว่า

มึงว่ากู...วุ่นวายกับเขามากไปไหมวะวุ่นวายจนทำให้โดนรำคาญโดยไม่รู้ตัว

ทำไมถึงถามไอ้โซหันมามองผมด้วยสีหน้าจริงจัง มันคงรู้ว่าผมกำลังคิดมากอยู่ถึงไม่ได้กวนตีนอะไร

กูไม่เคยรู้สึกแบบนี้ แค่คิดว่าอยากได้อะไรก็ต้องได้ แต่ดูเหมือนกูกำลังจริงจัง...แบบที่ไม่เคยจริงจังมาก่อน มันทำให้กูคิดนั่นคิดนี่แบบที่ไม่เคยคิด

ถ้าบอกว่าสูญเสียความเป็นตัวเองไปบางส่วนก็คงใช่

กูไม่ได้รู้เรื่องแบบนี้เยอะนัก แต่ถ้าให้ตอบตามประสบการณ์...ที่มึงคิดมากก็เพราะแคร์ไม่ใช่หรือไง

แคร์เหรอ

จะว่าแบบนั้นก็ได้มั้ง

มึงพยายามเปลี่ยนนิสัยตัวเองหรือเปล่า

เหมือนกับการพยายามไม่เป็นตัวเองเพื่อเขาน่ะเหรอ

ไม่...กูไม่เคยพยายามเปลี่ยนนิสัย กูแค่พยายามให้เขาสนใจ แต่ไม่เคยคิดเปลี่ยนนิสัย

ไอ้โซยิ้มนิดๆ ก่อนมันจะพูดต่อช้าๆ ราวกับต้องการย้ำคำพูดให้ฝังลงไปในใจผม

มึงมันคนหน้าด้านหน้าทน ไม่แคร์ใคร ไม่สนใจใคร แต่ตอนมึงอยู่กับเขา มึงทำทุกอย่างตรงกันข้าม กลัวจะโดนโกรธถึงขั้นยอมลงโทษตัวเอง มึงทำไปโดยที่เขาไม่ได้บอกใช่ไหม

ที่สระว่ายน้ำ...

อืม…”

แสดงว่ามึงกำลังปรับตัวเข้าหาภูโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ และมันก็เป็นเรื่องดีๆ ไม่ใช่หรือไงว่าแล้วมันก็เอามือมาจิ้มๆ หน้าผม มึงไม่รู้หรอกไอ้เก้า ว่าเวลาตัวเองอยู่กับคนๆ นั้นมึงเปลี่ยนไปมากขนาดไหน ไม่ใช่ว่าไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่มึงแค่แสดงนิสัยที่ไม่เคยมีใครเห็นออกมา ถ้ามึงจะถามว่ามากไปหรือเปล่า มึงก็ต้องไปถามเขาเอง เพราะตอนที่มึงอยู่กับกู กูไม่ได้รู้สึกว่ามันมากมาย มึงก็เป็นของมึงแบบนี้มานานแล้ว

นั่นสินะ...ผมก็เป็นของผมแบบนี้มานานแล้ว แต่กับคนคนนั้นผมกลับยอมทำอะไรหลายๆ อย่างให้โดยไม่รู้ตัว ยอมแสดงนิสัยแบบที่ตัวเองยังไม่รู้ว่ามีออกมา

การที่ผมผิดหวังและเปลี่ยนไปจนใครๆ ทักในวันนี้ก็เหมือนกัน

ผมกำลังแคร์เขามาก และกำลังมากเกินกว่าจะยอมรับความผิดหวังในตอนสุดท้ายได้

พอเป็นเรื่องตัวเอง...มันยากจริงๆ ด้วยว่ะ อยู่ๆ กูก็กลัวจะผิดหวัง

แม้แต่ความมั่นใจที่มีมาตลอดยังหายไป ผมเคยมั่นใจว่ายังไงก็จะทำให้พี่ภูหันมารักได้ แต่ยิ่งพยายาม...ก็ยิ่งดูเหมือนจะเป็นผมเองที่ถลำลึกไปกับความรู้สึกนั้นมากกว่าเดิม

แล้วถ้าเขาปฏิเสธจริงจังขึ้นมา ถึงตอนนั้นผมจะทำยังไง

คุณอชิรา ได้โปรดอย่าทำตัวเป็นพวกขี้แพ้ค่ะ เอาไว้ถ้าเขาทำแบบนั้นเมื่อไหร่ค่อยคิดก็ได้มะ

ผมหัวเราะเบาๆ เมื่อนึกถึงจ๋า คิดว่าถ้าไปถามคงได้คำตอบไม่ต่างจากที่คิดเท่าไหร่ และอีกอย่าง

เรด

ผมยกมือลูบหูฟังที่คล้องคอไว้ตลอด ใจนึกถึงป๋าว่าจะทำหน้ายักษ์ขนาดไหนถ้าผมพาคนที่ชอบไปหา

ความสับสนวุ่นวายใจสงบลงอย่างรวดเร็ว ความกังวลที่มีก็เลือนหายไปไม่ต่างกัน ผมเงยหน้าขึ้นมองฟ้าแล้วหลับตาลงก่อนจะนึกถึงสิ่งที่ยึดมั่นในใจมาตลอดและสามารถใช้ได้กับทุกเรื่อง

ถ้าไม่พยายามให้ถึงที่สุดแล้วต้องมาเสียใจทีหลัง ถึงตอนนั้นจะโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง

ดูเป็นไอ้เก้าคนเดิมแล้วนี่คนที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ ทักขึ้นในทันทีที่ผมลืมตา

มึงไปเอาคำพูดยาวๆ มาจากไหนเยอะแยะผมหรี่ตาจับผิด ไม่เชื่อเด็ดขาดว่ามันจะคิดอะไรพวกนั้นได้ด้วยตัวเอง…อย่างน้อยก็ไม่ใช่ทั้งหมด

ประสบการณ์...กับที่กีตาร์บอก

พี่กีล์บอก?”

อืม...เคยคุยกับกีตาร์เรื่องมึง กูก็แค่เอาที่เคยคุยมาพูดต่อมันยอมรับง่ายๆ ในขณะที่ผมพยักหน้าเข้าใจเพราะรู้ดีว่ามันมีประสบการณ์จริงๆ

 ไอ้โซเองก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน ตั้งแต่มีพี่กีล์มันก็พูดเยอะขึ้น เข้ากับคนอื่นได้ดีขึ้น ยอมรับฟังและสนใจคนอื่นมากขึ้น ผมรู้ว่ามันผ่านอะไรมาบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่าพี่กีล์คือเหตุผลใหญ่ๆ ที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป...ในทางที่ดีกว่าเดิม

ขอบใจผมพูดจากใจ ไม่ได้กวนเหมือนทุกครั้ง ซึ่งไอ้คนฟังมันก็พยักหน้ามึนๆ ตอบ

เออ

พอไม่มีอะไรจะคุยกันต่อความเงียบก็กลับมาครอบคลุมอีกครั้ง ผมนั่งมองฟ้าไปเรื่อยในขณะที่ไอ้โซนั่งเล่นโทรศัพท์ แต่อยู่ๆ มันก็ส่งเสียงหืมออกมาแล้วทำหน้าตาประหลาดใจ

เก้า มึงปิดโทรศัพท์เหรอ

เออ ลืมเปิดผมล้วงกระเป๋ากางเกง หยิบโทรศัพท์ชูให้มันดูก่อนจะกดเปิดเครื่องแล้วยัดเก็บที่เดิมโดยไม่คิดสนใจ มีอะไร

ก็...อา ไม่ต้องบอกแล้วมั้ง คำตอบมาโน่นแล้ว

ผมมองหน้าเพื่อนด้วยความงุนงงก่อนจะมองตามสายตามันไปทางถนน ตรงนั้นไม่มีอะไรนอกจากความว่างเปล่า แต่เมื่อเพ่งมองดูดีๆ

ออดี้สีดำคุ้นตาคันหนึ่งกำลังขับตรงมาทางนี้

ยิ่งระยะทางหดเหลือน้อยลงเท่าไหร่ใจผมก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นเท่านั้น วินาทีที่รถคันนั้นมาจอดอยู่ที่ลานหน้าบ้าน ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว ถ้าไม่ใช่เพราะถูกดึงแขนไว้ผมคงวิ่งเข้าไปหารถคันนั้นแล้ว

กูว่า...ขนาดนี้ไม่ต้องกลัวผิดหวังแล้วมั้ง

“...”

คำถามที่มึงสงสัย อย่าลืมไปขอคำตอบจากคนที่ให้ได้ล่ะพูดจบแค่นั้นแขนของผมก็ถูกปล่อยให้เป็นอิสระ

คนที่ผมนึกถึงมาตลอดเปิดประตูออกมายืนอยู่ด้านนอก เขาถอดเสื้อสูทแล้วเหวี่ยงเข้าไปในรถก่อนจะยกมือถอดแว่นกันแดดสีชาที่ใส่อยู่ออก ดวงตาสีเทาดุดันที่ใครๆ ต่างเกรงกลัวสบกับผมเข้าอย่างจัง...แล้วหัวใจที่เคยห่อเหี่ยวมาตลอดตั้งแต่เช้าก็กลับมาเต้นเป็นจังหวะอีกครั้ง

ผมไม่อาจ...ห้ามรอยยิ้มของตัวเองได้เลย

จ๋า

แผนที่จ๋าช่วยเราคิดจะได้ใช้งานจริงแล้วนะ

 

จ๋า

ว่าไงคะ

เราอยากหลงป่า

‘...’

 

---------------

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.781K ครั้ง

11,102 ความคิดเห็น

  1. #11090 Sensibleyui (@Sensibleyui) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 01:47

    -กระต่ายตัวร้าย -กระต่าเจ้าเล่ห์
    #11090
    0
  2. #11020 BaBiiPolCa (@BaBiiPolCa) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 11:18

    คุณเก้าใจบาง อิฉันก็ใจบางงงงง
    #11020
    0
  3. #10944 Meaw_Ong (@Meaw_Ong) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 19:19
    แง้ พิภูทำน้อนหลงแน้วนะ
    #10944
    0
  4. #10925 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 13:01
    มันดีมากเลย ฮือออ
    #10925
    0
  5. #10908 Maple_MeU (@mmmspawanrat) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 00:12
    ชอบบ้านจ๋ามากกกกก 5555
    #10908
    0
  6. #10841 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 17:27
    คิดถึงพี่เขาละสิ5555555
    #10841
    0
  7. #10792 PaRin PaRis (@prth_song3) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:03
    ตือที่ผิดหวังตอนแรกเพราะจะไม่ได้ใช้แผนหลงป่าด้วยใช่ไหมเก้า 555555555 ล้ายยยย
    #10792
    0
  8. #10736 KYLM_ (@safeka) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 00:27
    น้องงงร้ายว่ะแต่น่ารักค่ตอยากหลงป่าทำไมรู้กก พี่ภูนี่แคร์น้องระดับนึงเลยเด้อ
    #10736
    0
  9. #10708 Milddimmy (@Milddimmy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 20:32
    ร้ายโว๊ยยยยย!!!! -ก้อนอันตรายจริงๆอ่ะ555555
    #10708
    0
  10. #10683 ;เซฮาน △ (@chunjiteentop) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 23:59
    น้องงง ไม่เศร้านะ พี่เค้ามาหาแล้วว
    #10683
    0
  11. #10550 byunbowoon (@bionybb) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 18:27
    น้องนางร้ายยยย
    #10550
    0
  12. #10506 Jibangrin (@Jibangrin) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 17:55
    โอ้ยยยยย ยัยแสบบบบ หลงป่าอะไรรรร555555
    #10506
    0
  13. #10505 kriskky (@kriskky) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 16:25
    น้องคะ อยากหลงป่าทำม้ายยน
    #10505
    0
  14. #10478 โมอาน่า (@21candy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 16:32
    น้องแปลกจนพี่หมดคำพูดแล้วค่ะ
    #10478
    0
  15. #10453 tantanium31 (@tantanium31) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 02:50
    อยากหลงป่า55555 จะบ้าตาย
    #10453
    0
  16. #10388 lills (@joeyxsy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 10:47
    5555555555555น่ารัก
    #10388
    0
  17. #10342 kk lovely (@pmpke319) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 15:46
    จ๋าคงอึ้งไปสักพักอะ5555555555555 พอเห็นเก้าจริงจังแบบนี้ก็คงเพราะรักพี่มากขึ้นแล้วแน่ๆเลย ถลำลงไปจนยากที่จะยอมแพ้แล้ว
    #10342
    0
  18. #10278 PPSnook (@PPSnook) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 20:01
    โถ่ๆๆๆน้อง
    #10278
    0
  19. #10250 Nongsomjeed (@Nongsomjeed) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 10:38
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-11.png นายเอกน่ารักอ่ะ
    #10250
    0
  20. #10220 manejanb (@manejanb) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 00:34

    อ่านแล้วมีความฟินในใจ
    #10220
    0
  21. #10176 Tk0954519300 (@Tk0954519300) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 20:58
    โอ้ยยยยย ความพี่ภู นี้
    #10176
    0
  22. #10160 NaokiChun (@NaokiChun) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 11:03
    โอ้ยยยตัวแสบบบบบ
    #10160
    0
  23. #10089 MManatsawan (@MManatsawan) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 16:25
    โอ้ยยยยย แสบจริงๆเลย 55555
    #10089
    0
  24. #10066 baekkyyyyyyyyyy (@imajineimajine) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 23:31
    เพราะเค้าคือคุณอชิราไงคะ แต่ละอย่างที่คิด55555555
    #10066
    0
  25. #10034 sunmarine (@sunmarine) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 17:45
    เอิ่มมมม คิดอย่างอื่นแทนได้ไหม
    แต่ถ้าไม่เป็นแบบนี้ คงไม่ใช่เก้า

    โอ๊ยยย ใจหนอใจ พี่ภูตามมา
    #10034
    0