ดวงใจอธิรักษ์โยธิน

ตอนที่ 9 : ดวงใจสี่ทิศ : บทที่ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,982
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    27 ส.ค. 63



บทที่ 8

 

วันนี้ผมจะไปส่งมินนี่กับแตงโมที่โรงเรียนเองนะครับ”

คำประกาศของลูกชายคนโตในเช้าวันต่อมาเรียกสายตาสมาชิกคนอื่นให้หันมามองกันเลิ่กลั่กด้วยความแปลกใจเพราะถึงแม้ว่าระยะหลังมานี้คุณหญิงจะคะยั้นคะยอให้ชายหนุ่มไปส่งเด็กที่โรงเรียน แต่สี่ทิศก็บ่ายเบี่ยงตลอดเพราะตอนนั้นไม่อยากจะเจอหญิงสาวที่มารดาหาให้แม้แต่นิดนั่นเอง

สงสัยจะไม่ได้ครับ เพราะตอนนี้ผมผูกขาดสัมปทานไปส่งเด็กๆ เรียบร้อยแล้ว คุณใหญ่มีหน้าที่ไปส่งนักรบครับ”

ภาสกรที่ดูเหมือนจะได้สติกว่าคนอื่นรีบปิดทางพี่ชายทันที เพราะรู้แน่ว่าแผนเปิดโอกาสเมื่อวานนั้นได้ผลเกินคาดและต่อจากนี้ก็คือแผนการกีดกั้นไม่ให้พี่ชายคนโตได้เจอคุณครูคนสวย ของมีค่าหากได้มาง่ายๆ สักวันก็หมดค่า แต่สิ่งที่ได้มาอย่างยากลำบากนั่นต่างหากที่จะมีค่า

งั้นนายก็ไปส่งนักรบแล้วฉันจะไปส่งเด็กๆ เอง”

ท่าทางเอาแน่ของสี่ทิศทำเอาหม่อมราชวงศ์รจเรขแอบอมยิ้ม ชายหนุ่มมั่นใจไม่น้อยว่ามารดาทั้งสองต้องเห็นดีด้วยกับข้อเสนอของเขาเพราะอย่างไรเสียท่านก็สนับสนุนอยากจะได้ผู้หญิงคนนั้นมาเป็นลูกสะใภ้อยู่แล้ว แต่สี่ทิศคิดผิดเมื่อมารดาพูดขึ้น

แม่ว่าให้ตากรไปส่งเด็กๆ ดีกว่านะ หรือมินนี่ว่าไงลูก” ท้ายประโยคหันมาถามหลานสาวที่นั่งข้างๆ

มินนี่จะให้อากรไปส่งค่ะ”

คำตอบของลูกสาวตัวน้อยทำให้ภาสกรหันมายักคิ้วกวนๆ ส่งมาให้พี่ชายอย่างให้รู้ว่าเป็นต่อ และก่อนที่สี่ทิศจะได้แย้งออกไปอีก นักรบซึ่งก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารเช้าของตนก็เงยหน้าขึ้นมองซ้ายทีขวาทีเพราะรู้สึกว่ามีคนแตะเท้าเขาอยู่ใต้โต๊ะซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพี่ชายทั้งสองคน ภาสกรใช้สายตาบังคับน้องชายคนเล็กให้พูดในสิ่งที่ควรพูดและคนที่นั่งฟังมาแต่ต้นก็รู้ได้ทันทีว่าพี่ชายคนรองต้องการอะไร

นักรบหันไปมองพี่ชายคนโตที่นั่งติดกันและเอ่ยคล้ายเตือนความจำให้อีกฝ่าย “วันนี้คุณใหญ่มีนัดต้องไปพบคุณครูที่ปรึกษาของผมไม่ใช่หรือครับ”

นัดเหรอ” สี่ทิศขมวดคิ้วมุ่นเพราะไม่แน่ใจว่าตนเองไปมีนัดกับคุณครูที่ปรึกษาของน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่ นักรบพยักหน้าย้ำให้รู้ว่าพูดจริงแล้วสี่ทิศก็ตกหลุม แต่กระนั้นก็ยังถามต่อไปด้วยความสงสัย “ตอนไหน”

เด็กหนุ่มร้องอ้าวทำเสียงคล้ายเบื่อหน่ายคนเป็นพี่ได้อย่างแนบเนียน สี่ทิศที่ยังคงนึกไม่ออกว่ามีนัดกับคุณครูที่ปรึกษาตามที่น้องชายบอกเมื่อไหร่ก็ยังคงนั่งงุนงงต่อไป ขณะที่คนอื่นๆ รีบรับประทานอาหารของตนเพื่อที่จะได้รวบรัดตัดความบทสนทนาบนโต๊ะ จะได้แยกย้ายกันไปเสียที

รถครอบครัวสีขาวของผู้บริหารหนุ่มแล่นเข้าจอดบริเวณหน้าโรงเรียนนานาชาติชื่อดังตามปกติเพราะที่โรงเรียนห้ามนำรถเข้าไปภายในเด็ดขาด สี่ทิศหันมามองน้องชายที่กระชับกระเป๋าสะพายหลังเพื่อเตรียมที่จะลงจากรถด้วยความสงสัยและถามขึ้นอีก

นักรบ พี่ไปมีนัดกับคุณครูของเราตอนไหน”

นักรบทำท่าคิดเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าให้ตัวเองและตอบกลับ “เอ่อ...นั่นสิครับ สงสัยผมจะจำผิด”

เด็กหนุ่มบอกง่ายๆ แต่คนฟังตาเขียวเรืองด้วยรู้แล้วว่าเขาถูกหลอกจนเผลอเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงดัง

นักรบ!”

เสียงเข้มขุ่นนั้นไม่ได้ทำให้อธิรักษ์โยธินคนน้องเกรงกลัวแม้แต่นิด เด็กหนุ่มยกมือทำความเคารพคนเป็นพี่พร้อมส่งยิ้มกวนๆ ไปให้อย่างเปิดเผย

ผมไปโรงเรียนก่อนนะครับ สวัสดีครับ”

บอกแค่นั้นก็ลงจากรถไปทิ้งพี่ชายให้เข่นเขี้ยวลอดไรฟันเพียงลำพังจากการถูกคนทั้งบ้านหลอก ก่อนจะเคลื่อนรถออกไปด้วยความหงุดหงิด

รถของพี่ชายขับผ่านหน้าไปได้ไม่นานนักรบก็ขยับออกมาจากมุมเสาประตูหน้าโรงเรียนที่เพื่อนๆ เคยร่วมสถาบันเดินผ่านเข้าไปคนแล้วคนเล่า เด็กหนุ่มขยับกระเป๋าให้เข้าที่และเดินออกมาด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดต่างจากห้านาทีก่อนลิบลับ ขายาวก้าวเดินไปตามฟุตปาธข้างกำแพงโรงเรียนที่มีเพื่อนนักเรียนมองมาอย่างสงสัยว่าเหตุใดเด็กหนุ่มสูงโปร่งจึงได้เดินไปคนละทิศกับประตูของโรงเรียน ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังจะเดินไปไหน เพราะแม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนเช่นกัน

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาสี่ทิศค้นพบความจริงบางอย่างว่าน้องชายคนรองที่อยู่ฝั่งเขานั้นตอนนี้ทำตัวเป็นหนอนในกระสอบเกลือได้อย่างออกหน้าออกตา ที่นอกจากจะไปส่งมินนี่และต้องตาที่โรงเรียนแต่เช้าแล้ว ตกเย็นก็ชิงแอบหนีออกจากบริษัทไปรับเด็กๆ ก่อนเขาอีกต่างหากบางครั้งก็หาข้ออ้างให้เขาทำอย่างอื่นจนไม่มีเวลาไปพบใครบางคนที่อยากเจอเสียที

และเหมือนคนในบ้านจะเล่นสงครามจิตวิทยา ชื่อคุณครูสาวที่ปกติจะมีมาให้ได้ยิน เช้า สาย บ่าย ค่ำ บัดนี้กลับไม่มีใครพูดถึงเธอแม้แต่ประโยคเดียว นั่นทำให้เขาที่อยากร่วมสนทนาในเรื่องดังกล่าวไม่สามารถพูดถึงไปด้วยอีกคน แต่วันนี้ละที่เขาจะได้เจอหญิงสาวแน่ๆ เพราะวันนี้คือวันเสาร์ คุณครูของมินนี่จะต้องมาที่บ้านอธิรักษ์โยธินอย่างแน่นอน

สี่ทิศในชุดลำลองเสื้อคอโปโลสีฟ้าอ่อนและกางเกงขาสั้นแค่เข่าสีน้ำตาลเดินลงมาจากชั้นบนพร้อมกับผิวปากอย่างอารมณ์ดี ตามปกติแล้วบริษัทในเครืออธิรักษ์โยธินมีวันทำงานหกวันต่อสัปดาห์โดยที่วันเสาร์จะมีเวลาทำการครึ่งวัน แต่สัปดาห์นี้ประธานกรรมการบริหารกลับไม่ไปทำงานตามปกติ สี่ทิศนอนดูรายการการ์ตูนยามเช้าบนโซฟากลางห้องนั่งเล่นปีกซ้ายเพราะรู้แน่ว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าคุณครูภีมชญาคนสวยก็ต้องมาที่นี่

หม่อมราชวงศ์รจเรขเดินกลับเข้ามาในบ้านได้ยินเสียงรายการการ์ตูนยามเช้าเปิดอยู่ก็หันไปถามแม่อิ่มที่ออกมารับหลังจากที่ท่านออกไปใส่บาตรยามเช้าเหมือนทุกวัน

มินนี่ตื่นแล้วหรือแม่อิ่ม”

ยังค่ะคุณหญิง” ตอบพร้อมกับถาดอาหารจากแม่บ้านใหญ่ไปถือเสียเอง

แล้วใครอยู่ในห้องนั่งเล่นกันล่ะ”

คุณใหญ่ค่ะคุณหญิง ลงมาแต่เช้า” แม่อิ่มเว้นจังหวะและรายงานต่อ “วันนี้สวมชุดอยู่กับบ้านค่ะ เห็นบอกว่าจะเกงานหนึ่งวัน”

คำรายงานทำให้ผู้เป็นนายยิ้มออกมาอย่างสมใจเพราะรู้แน่ว่าลูกชายต้องการดักรอพบคุณครูสาวอย่างแน่นอน ท่านหันไปหานมน้อมขอให้อีกฝ่ายรีบต่อสายถึงภีมชญาและรีบแจ้งความประสงค์ลงไปทันทีเมื่อมีคนรับสาย

สวัสดีจ้ะหนูภีม แม่โทร.มาหามีเรื่องรบกวนหนูหน่อยน่ะจ้ะ”

 

คุณพ่อขา”

เด็กหญิงมินตราในชุดกระโปรงสีสันสดใสกระโจนเข้าใส่บิดาทันทีที่เข้ามาในห้องนั่งเล่น เบื้องหลังคือหม่อมราชวงศ์รจเรขและคุณละไมที่จูงมือเด็กหญิงต้องตาตามเข้ามา

ว่าไงคะคนเก่ง” เขาก้มลงถามลูกสาวเพราะไม่อยากสบกับสายตารู้ทันของมารดา

รักคุณพ่อค่ะ” เสียงเล็กๆ เอ่ยตอบและยื่นหน้าเข้าไปจุ๊บแก้มบิดาทั้งซ้ายขวา หม่อมราชวงศ์รจเรขยิ้มให้กับภาพตรงหน้า เดินเข้าไปยอบกายลงข้างบุตรชายแล้วเอ่ยถาม

วันนี้ไม่ไปทำงานหรือตาซี”

แม้จะรู้คำตอบดีแต่ท่านก็ยังถามเพื่อตอกย้ำให้อีกฝ่ายตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งที่ได้มาอย่างยากลำบาก จริงอยู่ว่าท่านเป็นธุระจัดหาภีมชญาเพื่อลูกชายแต่ท่านไม่ต้องการให้ชายหนุ่มคิดว่าหญิงสาวง่ายจนสี่ทิศไม่มองเห็นคุณค่าของอีกฝ่าย

ไม่ครับ วันนี้อยากเกงานสักวันจะได้อยู่กับมินนี่ด้วย” เขายกลูกสาวขึ้นมาอ้างคุณหญิงอมยิ้มอย่างนึกขันกับข้ออ้างดังกล่าว

ถ้าอย่างนั้นก็ดีจ้ะ วันนี้เราอยู่เฝ้าบ้านให้หน่อยนะ แม่ แม่ละไม แตงโมกับมินนี่นัดหนูภีมกับมิกกี้ว่าจะไป ‘หอเกียรติภูมิรถไฟ’ กัน ไม่ได้ไปนานแล้วได้ข่าวว่าจะปิดตัวด้วย เราอยู่เฝ้าบ้านดีๆ ก็แล้วกัน”

ท้ายประโยคสั่งย้ำโดยไม่สนใจสักนิดว่าใบหน้าของลูกชายจะตกใจกับสิ่งที่ท่านบอกมากแค่ไหน และยังไม่ทันที่คนเกงานจะรับปากหรือปฏิเสธคำใดๆ ออกมา หม่อมราชวงศ์รจเรขก็ทำทียกนาฬิกาข้อมือเรือนหมื่นขึ้นดูและอุทานเบาๆ

อุ๊ย! หนูภีมคงมาถึงแล้ว ป่ะมินนี่ลูก ไปรอคุณครูที่หน้าบ้านกันดีกว่า”

ว่าพร้อมจับจูงหลานสาวออกไปทิ้งให้ชายหนุ่มนั่งอ้าปากค้างยู่บนโซฟาเพียงลำพังดังเดิมโดยที่ไม่สามารถอุทธรณ์หรือเรียกร้องอะไรใดๆ ได้อีก แม้แต่ขอตามไปเป็นคนขับรถให้ก็ตาม

ให้ตายเถอะ นี่เขาอุตส่าห์ลุกแต่เช้าและโดดงานมาเพื่ออะไรกัน

 

วันถัดมาชายหนุ่มยังไม่ละความพยายาม สี่ทิศตื่นแต่เช้าแทบจะเรียกได้ว่าพร้อมกับมารดากันเลยทีเดียวหลังจากที่หม่อมราชวงศ์รจเรขออกไปใส่บาตรดังที่ทำเป็นกิจวัตรแล้ว ร่างสูงในชุดเสื้อคลุมผ้าขนหนูสีน้ำเงินเข้มก็ก้าวลงมาจากชั้นบน ทิ้งให้ลูกสาวตัวน้อยหลับอยู่บนเตียงเพียงลำพัง เพราะกว่าที่เมื่อวานจะพากันกลับมาก็เย็นมากแล้ว

ร่างสูงเดินผิวปากอารมณ์ดีดังไปทั่วบ้าน ระหว่างที่ถูกทิ้งให้เฝ้าบ้านเพียงลำพังเมื่อวานเขาก็ได้ข้อสรุปว่าเขาคงจะหวังพึ่งมารดาเพื่อเอาชนะใจคุณครูสาวเพียงอย่างเดียวไม่ได้เสียแล้ว เพราะหากมารดาอยากจะให้เขาลงเอยกับหญิงสาวจริงเมื่อวานและตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาท่านคงไม่พยายามกีดกันเขาขนาดนั้น ดังนั้นเมื่ออยากจะเอาชนะใจผู้หญิงสักคนหากไม่ลงมือด้วยตัวเองแล้วคงไม่มีทางได้สาวงามมาเคียงข้างแน่นอน วันนี้เขาจึงตั้งใจจะเอาคืนมารดาและคุณครูคนสวยที่เมื่อวานปล่อยให้เขาต้องนอนหง่าวอยู่ที่บ้านเพียงลำพังทั้งวัน

สี่ทิศเช็กเวลาจากลุงสมคนขับรถผู้มีหน้าที่ไปรับภีมชญาและเด็กชายศาสตรามาแล้วว่าจะมาถึงที่นี่ประมาณแปดโมงเช้า ตอนนี้เจ็ดโมงครึ่งยังถือว่าเช้ามากสำหรับวันอาทิตย์ที่เป็นวันหยุดของสมาชิกบ้านอธิรักษ์โยธิน สี่ทิศกะเกณฑ์ให้เด็กแพรวขึ้นไปดูแลลูกสาวด้านบนส่วนตัวเขามุ่งหน้าไปที่สระว่ายน้ำติดกับห้องนั่งเล่นปีกซ้าย

ร่างสูงกว่าร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรกระโจนลงพื้นน้ำด้วยมาดของฉลามหนุ่ม ด้วยวัยเพียงยี่สิบเก้าปีและการออกกำลังกายเป็นประจำทำให้ชายหนุ่มมีรูปร่างดูดีอยู่เสมอ และวันนี้แหละที่เขาจะใช้ข้อดีนี้ในการมัดใจสาวเจ้าที่อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็จะมาถึงบ้านอธิรักษ์โยธิน สี่ทิศคิดอย่างครึ้มอกครึ้มใจขณะแหวกว่ายไปรอบๆ สระครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความรู้สึกอยากเอาชนะบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมาหลายปี เสียงรถแล่นเข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้านทำให้คนที่กำลังลอยคออยู่กลางสระต้องชะเง้อมอง เมื่อเห็นแผ่นหลังไหวๆ ของเป้าหมายผ่านทิวพุ่มโมกก็กระโจนลงน้ำไปอีกครั้งคล้ายรอให้ถึงเวลาก่อนที่จะปรากฏตัว

 

สวัสดีค่ะคุณหญิง คุณละไม”

ภีมชญายกมือไหว้ทำความเคารพผู้ใหญ่ทั้งสองทันทีที่พบหน้า โดยที่เด็กชายศาสตราเองก็ทำไม่ต่างกับผู้เป็นมารดา หม่อมราชวงศ์รจเรขและคุณละไมออกไปตักบาตรที่หน้าบ้านอันเป็นกิจวัตรที่ทำทุกเช้าก่อนจะเดินเล่นชมสวนและบ้านของบุตรชายคนรองเพื่อวางแผนถึงอนาคตหากภาสกรตกลงใจกับหญิงสาวนามว่า ‘รัสริน นิลนาถ’ พวกท่านต้องการให้ทั้งสองย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้เพราะถึงอย่างไรในบั้นปลายของชีวิตคนสูงวัยก็ต้องการให้ลูกหลานอยู่ใกล้ๆ ด้วยกันทั้งนั้น

หลังจากเดินสำรวจบ้านเพื่อดูว่าอาจต้องมีการตกแต่งเพิ่มเติมตรงส่วนไหนบ้าง รถที่ลุงสมนำออกไปรับคุณครูสาวก็แล่นกลับเข้ามาพอดี พวกท่านจึงมารอรับภีมชญาและเด็กชายศาสตราที่หน้าตึกด้วยตัวเอง

สวัสดีจ้ะ วันนี้แม่นึกว่าหนูจะมาสายหน่อยเพราะเมื่อวานเดินเล่นกันทั้งวันคิดว่าคงอยากพักผ่อน” ท่านชวนคุยขณะเดินนำเข้าไปในบ้าน “แต่ดีแล้วจ้ะเพราะเดี๋ยวทานข้าวเช้าพร้อมแม่เลย วันอาทิตย์แบบนี้หนุ่มๆ เขาตื่นสายกันเชียวละ”

หญิงสาวถูกเจ้าของบ้านทั้งสองชวนคุยไปตลอดทางจนกระทั่งถึงห้องนั่งเล่นปีกซ้ายซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งใช้สอนพิเศษให้เด็กๆ เด็กชายศาสตราเดินจับมือมารดาไปตลอดทางขณะที่คุณละไมประคองคุณหญิงนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่กลางห้อง

สักพักเสียงพื้นน้ำแตกกระจายก็ดังขึ้นเรียกสายตาจากคนทั้งหมดไปยังที่มาของเสียง และไม่ถึงนาทีร่างสูงใหญ่ของลูกชายคนโตบ้านอธิรักษ์โยธินก็ค่อยๆ โผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำ ชายหนุ่มในชุดกางเกงว่ายน้ำขาสั้นสีน้ำเงินเข้มปรากฏกายต่อหน้าหญิงสาวและมารดาทั้งสอง รูปร่างบึกบึนที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อเรียบตึงพราวระยับไปด้วยหยาดน้ำที่เกาะตามเนื้อตัว ซิกส์แพ็กบนหน้าท้องแกร่งเรียกสายตาจากคนมองไปที่มันได้อย่างไม่น่าเชื่อ สี่ทิศแอบชำเลืองมองใบหน้าของคุณครูสาวแล้วอมยิ้มพอใจกับแผนการของตนเอง

ชายหนุ่มค่อยๆ ใช้ผ้าขนหนูซับหยาดน้ำที่เกาะตามร่างกายอย่างช้าๆ คว้าเสื้อคลุมสีเข้มขึ้นสวมด้วยท่าทีเอื่อยเฉื่อยคล้ายจงใจให้หญิงสาวได้เห็นสัดส่วนของตนเองชัดเจน และดูเหมือนมันจะได้ผลเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นก็เห็นใบหน้าหวานของคุณครูสาวสะบัดหนีไปทางอื่น มือใหญ่ดึงสายคาดของเสื้อคลุมมาผูกไว้หลวมๆ โดยจงใจให้สาบเสื้อแยกออกจากกันจนเห็นแผงอกเปลือยเปล่าชัดๆ

สี่ทิศเดินเช็ดผมเข้ามาในบ้าน มือใหญ่เลื่อนกระจกใสออกและเดินเข้ามาด้วยท่าทางไม่ทุกข์ไม่ร้อนที่ใครจะมองเพราะตั้งใจให้ใครบางคนมองอยู่แล้ว เขาส่งยิ้มทักทายคุณครูสาวเล็กน้อยเพราะถึงแม้วันนั้นภีมชญาจะคอยดูแลเขาแต่บทสนทนาระหว่างกันกลับเป็นเรื่องอาการป่วยและมีเด็กๆ เป็นตัวเชื่อมเสียมากกว่า

มาเช้าจังเลยนะครับ” เขาทักยิ้มๆ เมื่อเห็นว่าแก้มสวยของคุณครูสาวปรากฏริ้วแดงให้พอชุ่มชื่นหัวใจที่แผนการได้ผล มือใหญ่ลูบศีรษะเล็กของเด็กชายศาสตราเบาๆ ก่อนจะขอตัวขึ้นไปอาบน้ำ

ฉันล่ะหมั่นไส้ท่าทางลูกชายคนโตของเธอจริงๆ แม่ละไม” หม่อมราชวงศ์รจเรขหันมาบ่นลับหลัง ขณะที่ภีมชญาก้มหน้างุดจนเด็กชายศาสตราต้องเงยหน้ามองอย่างสงสัย

แม่ภีมหน้าแดงทำไมครับ”

เสียงเล็กๆ ของเด็กชายดังมากพอให้คนในห้องได้ยินไม่เว้นแม้แต่ชายหนุ่มผู้เป็นสาเหตุของแก้มแดงปลั่งที่กำลังเดินจากไป สี่ทิศยกกำปั้นและถ่อเข้าตัวด้วยจังหวะสั้นๆ ใบหน้าคมที่ยังเปียกชื้นด้วยหยาดน้ำคลี่ยิ้มเต็มดวงหน้าที่แผนการสำเร็จลงอย่างสวยงาม

ภีมชญาถึงกับอ้ำอึ้งพูดไม่ออกขณะที่เด็กชายศาสตรายังคงจ้องตาแป๋วรอคำตอบอยู่ยิกๆ หม่อมราชวงศ์รจเรขหันมาหัวเราะกับคุณละไมเบาๆ ขณะที่ภีมชญาหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้

สงสัยอากาศร้อนน่ะจ้ะ”

มิกกี้ไม่เห็นจะรู้สึกร้อนเลยครับ” ลูกชายตัวน้อยยังคงไม่รักษาหน้ามารดาดุจเดิม ประมุขบ้านอธิรักษ์โยธินอมยิ้มให้กับความใสซื่อของเด็กชาย

ส่วนด้านนอกสี่ทิศยังคงยืนแอบฟังบทสนทนานั้นและหัวเราะเบาๆ ให้กับคำแก้ตัวของสาวเจ้า

ร้อนอย่างนั้นหรือครับคุณครู เดี๋ยวจะร้อนยิ่งกว่านี้อีก

 

อ้าว...คุณใหญ่อยู่นี่เองผมก็เดินไปเคาะห้องซะยายมินนี่ตื่น”

ภาสกรที่เดินอุ้มหลานสาวตัวน้อยลงมาจากชั้นบนเอ่ยทักพี่ชาย เด็กหญิงมินตราซบหน้าร้องไห้กับบ่าของผู้เป็นอาเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นทำให้ชายหนุ่มต้องรับลูกสาวมากอดปลอบ ด้านหลังคือเด็กแพรวเดินตัวลีบตามมาติดๆ ก่อนจะถูกไล่ให้ออกไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อในครัว

ไม่ร้องนะคะคนเก่งเดี๋ยวไม่สวยนะ” เสียงนุ่มกระซิบปลอบ แขนเล็กกอดรัดลำคอหนาแน่นและเอ่ยฟ้องเสียงอู้อี้

ฮือ...มินนี่ง่วง”

ถ้าอย่างนั้นคุณพ่อพาขึ้นไปนอนนะครับ”

ไม่เอา มินนี่จะหาแม่ภีม”

เสียงอู้อี้เอ่ยสรรพนามใหม่ของคุณครูคนสวยชัดเจน สองพี่น้องอธิรักษ์โยธินหันมามองหน้ากันอย่างไม่เชื่อหูและไม่ทันได้ถามย้ำเพื่อความแน่ใจเด็กหญิงมินตราก็ร้องขึ้นมาอีกเมื่อเห็นแม่ภีมอยู่ในห้องนั่งเล่นกับผู้เป็นย่า

แม่ภีมขา ฮือ...ฮือ”

เสียงเรียกตามด้วยเสียงสะอื้นทำให้เจ้าของชื่อต้องหันไปมอง เด็กหญิงมินตราในชุดนอนยื่นมือมาหาในลักษณะต้องการให้อุ้ม สี่ทิศจำต้องเดินกลับเข้ามาหาหญิงสาวในห้องอีกครั้งเมื่อลูกสาวตัวน้อยยังคงดีดดิ้นจะไปหาแม่ภีมให้ได้

เมื่อถึงตัวภีมชญาก็ไม่รอช้ารวบร่างเล็กเข้ามากอดปลอบทันที เด็กหญิงมินตราสะอึกสะอื้นกับอกอุ่นขณะที่เด็กชายศาสตรามองอย่างไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดพี่สาวต่างสายเลือดถึงได้ร้องไห้หนักขนาดนั้น

เป็นอะไรคะคนเก่ง ร้องไห้ทำไมคะ” เสียงหวานละมุนเอ่ยถามคนตัวเล็ก เด็กหญิงมินตรายังคงสะอื้นฮักไม่ตอบ แต่นิ่งลงมากกว่าเดิม

สี่ทิศมองภาพนั้นอย่างงงงวยไม่ต่างกับภาสกรที่ยืนเกาหัวแกรกๆ ด้วยความสงสัยว่าทั้งหญิงสาวและเด็กหญิงไปสนิทสนมเป็นแม่ลูกกันตอนไหน หม่อมราชวงศ์รจเรขจึงเฉลยให้สองหนุ่มฟังใกล้ๆ เมื่อภีมชญาพาเด็กหญิงออกไปปลอบบริเวณสระว่ายน้ำด้านนอก

สงสัยละสิว่าเขาไปเป็นแม่ลูกกันตั้งแต่ตอนไหน”

สองลูกชายหันมาทางมารดาเรียกได้ว่าแทบจะพร้อมกัน ดวงตาคู่คมที่ละม้ายคล้ายคลึงของสองพี่น้องเฝ้ารอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

เมื่อวานนี้ มินนี่ขอเรียกหนูภีมว่าแม่ และหนูภีมก็อนุญาตด้วย”

ท่านว่ายิ้มๆ เมื่อแผนการดำเนินไปอีกขั้น สี่ทิศในชุดคลุมตัวเดิมหันกลับไปมองทางคุณครูสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบริมสระโดยมีเด็กหญิงมินตรานั่งอยู่บนตัก ข้างกันคือเด็กชายศาสตราที่มองพี่สาวและมารดาตาแป๋ว ดวงหน้าจิ้มลิ้มยังคงมีหยาดน้ำตาเกาะพราวแต่ก็นิ่งลงมาก หญิงสาวก้มลงพูดอะไรสักอย่างและเด็กหญิงก็พยักหน้าตอบก่อนจะค่อยยิ้มออกมาได้อีกครั้ง สองแม่ลูกจุ๊บแก้มกันเบาๆ จากนั้นเสียงหัวเราะใสๆ ของเด็กหญิงมินตราก็เข้ามาแทนที่เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น

แม่คงเลือกไม่ผิดใช่ไหมตาซี” เอ่ยถามเมื่อเห็นหน้าลูกชายยังคงมองเคลิ้ม ภาสกรหันไปขยิบตาให้กับมารดาอย่างรู้กันว่าสถานการณ์ตอนนี้พี่ชายเขาพร้อมแล้ว

ครับ คุณหญิงเลือกไม่ผิด” ตอบโดยที่ยังมองภาพด้านนอกนั้นไม่วางตา “เขาเป็นแม่ลูกกันแล้ว ถ้าอย่างนั้นผมไปเสนอตัวเป็นพ่อกับสามีบ้างดีกว่า” ว่าจบก็ขยับหมายจะก้าวเข้าไปหาตามปากว่า แต่ถูกมารดาและน้องชายคว้าแขนไว้ทันคนละข้าง

โธ่...คุณใหญ่ครับไปแหวกหญ้าแบบนั้นเดี๋ยวงูก็ตื่นแย่สิครับ” ภาสกรเตือนและหม่อมราชวงศ์รจเรขก็สนับสนุนต่อ

ใช่ แม่เห็นด้วยกับตากร แม่เลือกให้ก็จริงแต่ไม่อยากได้ยินคำว่าพลาดนะบอกไว้ก่อน” ท่านบอกแค่นั้นก็หันไปชวนคุณละไมออกไปดูโต๊ะอาหารด้านนอก

สี่ทิศนิ่งคิดตามที่ทุกคนบอกแล้วก็ได้ข้อสรุปว่าเขาควรที่ใจเย็นมากกว่านี้ แต่ไม่นานหรอกเขาต้องไปเสนอตัวเป็นพ่อและสามีกับหญิงสาวให้ได้

 

ภีมชญาใช้เวลาช่วงเช้าในการดูแลเด็กๆ ตามปกติโดยที่คุณพ่อของเด็กหญิงไม่ได้รบกวนเธอแม้แต่นิด เพราะตอนนี้เขากำลังหารือเรื่องงานกับน้องชายคนรองที่ห้องหนังสือซึ่งอยู่อีกฝั่งของตึก ส่วนน้องชายคนเล็กออกไปเรียนพิเศษโดยมีลุงสมเป็นผู้ไปส่ง หม่อมราชวงศ์รจเรขและคุณละไมนั่งดูการสอนของเธอยิ้มๆ ภีมชญาเลือกกิจกรรมที่ฝึกสมาธิและพัฒนาการความคิดไปพร้อมกันด้วยการระบายสี ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวทำให้มินนี่และมิกกี้ในวัยกำลังเรียนรู้นิ่งอยู่ได้นับชั่วโมงกันเลยทีเดียว ขณะที่เด็กหญิงต้องตาต้องใช้วิธีคล้ายกันแต่ยากขึ้นมาอีกหน่อยด้วยการให้วาดรูปที่เด็กหญิงคิดเพื่อให้มีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำไม่วอกแวก

เด็กหญิงต้องตามีนิสัยขี้อายกว่าหลานสาว เวลาที่ได้จับดินสอและขีดเขียนสิ่งที่คิดจึงทำให้เด็กหญิงคล้ายกับหลุดอยู่ในโลกของตนเอง ซึ่งลักษณะดังกล่าวภีมชญามองว่าไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด แต่กลับเป็นลักษณะเด่นด้วยซ้ำ

ฉันดีใจที่ได้หนูภีมมาดูแลยายแตงโมกับยายมินนี่ แต่ก่อนยายแตงโมพูดน้อยกว่านี้เยอะ”

ประมุขอธิรักษ์โยธินหันไปพูดกับคุณละไมที่นั่งถักผ้าพันคออยู่ข้างๆ คนฟังเห็นด้วยอย่างยิ่ง ระยะหลังมานี่เด็กหญิงต้องตามีสมาธิในการอ่านหนังสือนานขึ้นและสามารถพูดคุยโต้ตอบกับท่านได้มากกว่าแต่ก่อนที่พยักหน้ารับเพียงอย่างเดียว

หนูภีมเธอน่ารักแล้วก็ใจเย็นมากค่ะ”

แน่ล่ะ คนนี้ฉันหมายมั่นจะเอามาเป็นลูกสะใภ้ให้ได้ ผิดกับแม่พีชแม่ของยายมินนี่”

ตอนท้ายเอ่ยถึงลูกสะใภ้ผู้ล่วงลับ เพราะไม่ชอบใจในความหัวสมัยใหม่และไม่เคยดูแลลูกน้อยที่เพิ่งเกิด หน้าที่ดูแลเด็กหญิงตกเป็นท่านและลูกชายคนเล็กอย่างนักรบเพราะสี่ทิศเองก็มีหน้าที่การงานที่ต้องทำ คุณละไมก็ต้องดูแลลูกสาวที่เพิ่งอายุได้ไม่ถึงขวบปี จนกระทั่งหญิงสาวได้จากไปนั่นละสี่ทิศถึงได้กลับมาดูแลลูกน้อยอย่างเต็มตัวอีกครั้ง

ตอนที่เด็กหญิงมินตราเข้าโรงเรียนท่านเริ่มวางใจมากขึ้น และจะวางใจมากกว่าเดิมหากคุณครูสาวตรงหน้ายอมมาเป็นแม่ของหลานสาวท่านเสียที ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของลูกชายคนโตแล้วว่าจะมีความสามารถมากพอหรือเปล่า

สี่ทิศเดินออกมาจากห้องหนังสือในเวลาบ่ายโมงครึ่งหลังจากตรวจสอบสถานะทางการเงินของบริษัทคู่ค้าร่วมกับภาสกรตั้งแต่เช้าเสร็จเรียบร้อย ภาสกรขอตัวขึ้นไปพักสายตาที่ห้องส่วนตัวทันทีโดยให้แม่อิ่มยกอาหารกลางวันตามขึ้นไปให้ ส่วนตัวเขาขอตัวไปดูลูกน้อยที่อยู่ห้องนั่งเล่นปีกซ้ายเพราะมารดาแวะมาบอกว่าจะออกไปเยี่ยมคุณพัตรากับคุณละไมตั้งแต่หลังมื้อเที่ยง ที่สำคัญเพื่อเปิดโอกาสให้เขาได้ทำคะแนนกับคุณครูสาว พวกท่านจึงพาต้องตาออกไปด้วย

ดังนั้นเมื่อก้าวเข้าไปในห้องเขาจึงพบเพียงคุณครูสาวและเด็กๆ ที่กำลังนอนฟังนิทานอยู่เท่านั้น ร่างสูงเดินเข้าไปหาพลางสำรวจหญิงสาวอยู่ในที วันนี้ภีมชญาอยู่ในชุดกระโปรงยาวเลยเข่าสีครีมดูอ่อนหวาน ผมยาวเป็นลอนธรรมชาติถูกรวบไว้เพียงครึ่งเดียวปล่อยอีกครึ่งให้สยายเต็มแผ่นหลัง

‘…แม่เลือกให้ก็จริงแต่ไม่อยากได้ยินคำว่าพลาดนะบอกไว้ก่อน’

เสียงของมารดาคล้ายคำประกาศิตให้ต้องปฏิบัติตาม และเขาก็เป็นลูกชายที่เคร่งครัดในคำสั่งของมารดาเสียด้วย สี่ทิศจึงเพิ่มจังหวะการก้าวเข้าไปหาเร็วขึ้น และเมื่อถึงเป้าหมายชายหนุ่มก็แกล้งตีหน้ามึนนั่งซ้อนหลังคนที่กำลังอ่านหนังสือนิทานให้เด็กๆ ฟังอยู่ทันที ใบหน้าคมยื่นผ่านไหล่บอบบางเข้าไปดูสิ่งที่อยู่ในมือคุณครูสาว ถามเสียงทุ้มนุ่มอย่างจงใจให้คล้ายกับกระซิบ

อ่านอะไรอยู่ครับ”

ด้วยความตกใจที่อยู่ๆ ก็มีคนมานั่งอยู่ด้านหลังในจังหวะที่หันกลับไปมองริมฝีปากอิ่มของภีมชญาจึงประทับลงบนแก้มสากที่ยื่นเข้ามาใกล้พอดิบพอดีราวกับตั้งใจ

คุณสี่ทิศ!”

ภีมชญาผงะถอยออกห่าง ยกมือปิดปากตัวเองแน่นด้วยความตกใจกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มในอากัปกิริยาที่ทำเอาเธอหน้าร้อนเห่อขึ้นมาแทบจะทันที

เจ้าของชื่อหันมาสบตาตามเสียงเรียกด้วยท่าทางต่างจากอีกฝ่ายโดยสิ้นเชิง สี่ทิศยิ้มใส่ตาคู่สวย ไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับเหตุการณ์ที่ถูกหญิงสาวลวนลามแม้แต่นิด ก่อนจะแสร้งถามหน้าซื่อตาใสไม่รู้เรื่องรู้ราวได้อย่างแนบเนียน

คุณเรียกพ่อของเด็กนักเรียนด้วยชื่อจริงแบบนี้ตลอดเลยเหรอครับ”

เมื่อได้ยินคำถามอื่นที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเมื่อครู่ภีมชญาก็หายใจคล่องขึ้น เพราะใจหนึ่งเมื่ออีกฝ่ายไม่นึกที่จะถือสาเธอก็ไม่ควรที่จะทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ ใครจะรู้ว่าเมื่อครู่อาจจะเป็นแค่อุบัติเหตุธรรมดาๆ ก็ได้ หญิงสาวสูดหายใจเข้าปอดลึกหวังปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นคุณครูสาวผู้ใจเย็นดังเดิม

ไม่หรอกค่ะ”

เธอตอบพยายามเอาความนิ่งเข้าสู้แต่สี่ทิศยังคงหว่านล้อมต่อไปได้อย่างแนบเนียนตามประสานักธุรกิจหนุ่มที่มีลูกเล่นแพรวพราวและเจนสังเวียนรักมาพอตัว

แล้วปกติคุณเรียกว่าอะไร”

ไม่ถามเปล่าเขายังยื่นหน้าเข้ามาใกล้เกินความจำเป็นอีกต่างหาก แววตากรุ้มกริ่มที่บรรจงยิ้มใส่ดวงตาคู่สวยทำให้หญิงสาวเริ่มหายใจติดขัด เลือดทั้งร่างวิ่งขึ้นมากองอยู่ตรงหน้าจนเธอรู้สึกได้เลยว่ามันกำลังแดงก่ำ

ว่าไงครับ” รุกต่อไม่ยอมหยุดและคนถูกรุกก็รู้สึกกลัวขึ้นมาจริงๆ ร่างบางกระถดถอยพร้อมกับใช้มือดันอกแกร่งให้ถอยห่าง

คุณขยับออกไปหน่อยได้ไหมคะ”

สี่ทิศยอมถอยตามคำขอแต่ก็เพียงนิดเดียวเท่านั้นเขาก็ถามขึ้นอีก เพราะเพียงแค่ได้เห็นริ้วแดงที่แก้มเนียนมันก็ทำให้รู้สึกระชุ่มกระชวยหัวใจขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุแล้ว

ตอบได้หรือยังครับ”

ภีมชญาหายใจเข้าปอดลึกอีกครั้ง “ปกติฉันจะเรียกว่า ‘คุณพ่อของน้อง…’ แล้วตามด้วยชื่อเล่นของนักเรียน ยกตัวอย่างเช่นคุณ ฉันควรจะเรียกว่า ‘คุณพ่อของน้องมินนี่’ ค่ะ”

เสียงสะบัดในตอนท้ายไม่อาจทำให้ดวงหน้าหวานงามงอนลดความน่าชมเลยแม้แต่น้อย คุณพ่อของน้องมินนี่อมยิ้มกริ่ม นึกว่าเขาไม่รู้หรือว่าเธอกำลังจัดหาตำแหน่งที่เหมาะสมให้กับเขาอยู่ สี่ทิศขยับออกห่างเล็กน้อยคล้ายถอดใจและกิริยานั้นก็ทำให้คุณครูสาวหายใจคล่องขึ้นอย่างประหลาด

เรียกห่างเหินกันจังนะครับ เอาอย่างนี้ดีกว่าเราก็คนกันเองผมอนุญาตให้คุณเรียกชื่อของผมได้” เขาสรุปเป็นคนกันเองหน้าตาเฉย

ส่วนคนฟังถึงกับต้องหันมามองเขาตาโต เมื่อครู่ชายหนุ่มเพิ่งติที่เธอเรียกชื่อจริงของเขาไปหยกๆ แล้วอยู่ๆ ก็บอกว่าอนุญาตให้เรียกชื่อได้ท่าทางจะประสาท...และเหมือนสี่ทิศจะอ่านความคิดของเธอออก

“แต่ไม่เอาสี่ทิศนะครับ ชื่อนั้นเป็นทางการเกินไป” เขาดักทางไว้เมื่อเห็นหญิงสาวอ้าปากจะท้วง

ภีมชญาเงียบลงและพูดขึ้น “ถ้าอย่างนั้นฉันจะเรียกคุณว่า ‘คุณใหญ่’ เหมือนคุณกรแล้วกันนะคะ”

ไม่ครับ” ยิ้มหยีใส่ตาคนฟังและว่าต่อ “คุณใหญ่นี่ผมเอาไว้ให้น้องๆ เรียกกัน ส่วนคุณ...เรียกผมว่า ‘ซี’ จะดีกว่า เพราะผมไม่อยากได้คุณเป็นน้องเท่าไหร่”

ท้ายประโยคราวกับจงใจบอกบางอย่างไว้เป็นนัยๆ แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้คิดให้ถี่ถ้วนเขาก็ตีขลุมเข้าตัวเองหน้าตาเฉย

“เอาเป็นว่าตกลงตามนี้นะครับ คุณภีม”

ท้ายประโยคถือโอกาสเรียกชื่อรองของหญิงสาวอีกต่างหาก จากนั้นก็รีบเปลี่ยนเรื่องให้ไกลจากเรื่องที่คุยกันที่สุดได้อย่างแนบเนียน

“ไหนดูสิว่าคุณอ่านนิทานเรื่องอะไรให้เด็กๆ ฟัง”

นักธุรกิจหนุ่มทำทีหันไปสนใจหนังสือนิทานในมือของคุณครูสาวและร้องว้าวออกมาเบาๆ เมื่อเห็นว่ามันคือนิทานเรื่องโปรดของลูกสาวตัวน้อยที่ตอนนี้กำลังนอนมองผู้ใหญ่คุยกันตาแป๋ว

“หลังจากเด็กๆ หลับแล้วคุณจะทำอะไรต่อครับ”

เขาเงยหน้าขึ้นถามแบบไม่ทันให้หญิงสาวได้ตั้งตัวว่าตอนนี้กำลังคุยเรื่องอะไรอยู่กันแน่ สิ่งที่ภีมชญาตอบออกไปจึงเป็นแพลนที่เธอตั้งใจไว้แต่แรกว่าจะเข้าครัวเมื่อทำของว่างให้เด็กๆ รับประทานหลังจากตื่นนอนแล้ว และเมื่อได้รับคำตอบชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้น

ถ้าอย่างนั้นผมเล่านิทานให้เด็กๆ ฟังต่อเองครับ ส่วนคุณผมอนุญาตให้เข้าครัวทำขนมให้ลูกๆ ได้”

ภีมชญาตาโตกับคำพูดลุ่ยๆ ของเขา เธออยากจะถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจแต่คิดอีกทีเขาคงหมายถึงลูกสาวของตนเองมากกว่าจึงไม่ถามต่อ ภีมชญายื่นหนังสือในมือให้คนตัวใหญ่และหันมาสั่งลูกชายตัวน้อยด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะโยเยที่เธอไม่อยู่ด้วยจนกระทั่งหลับเหมือนทุกที

เดี๋ยวแม่ภีมจะไปทำขนมไว้ให้ตอนมิกกี้ตื่น มิกกี้หลับนะครับคนเก่ง”

ครับ” ใบหน้าป้อมพยักหงึกหงักแต่ดวงตากลมโตยังมองหน้ามารดาอยู่ไม่ห่าง จนเธอต้องถามต่อ

มีอะไรหรือเปล่าครับคนเก่ง”

แม่ภีมร้อนเหรอครับ”

เมื่อเห็นแก้มแดงปลั่งของมารดาเด็กชายก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไปตรงๆ คนเป็นแม่ถึงกับตอบไม่ถูกขณะที่คำถามไร้เดียงสานั้นทำให้สี่ทิศหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ คุณครูสาวหันมามองต้นเหตุที่ทำให้เธอร้อนตาขุ่นแต่ชายหนุ่มกลับลอยหน้าลอยตาไปทางอื่นคล้ายไม่รู้ไม่ชี้ได้อย่างน่าหมั่นไส้

ใช่จ้ะแม่ภีมร้อน คนเยอะแม่เลยอึดอัด เดี๋ยวแม่ออกไปทำขนมไว้รอหนูตื่นดีกว่าเนอะ” เธอพยายามชวนลูกคุยไปเรื่องอื่นแต่สี่ทิศไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปง่ายๆ เมื่อ (ว่าที่) ลูกชายปูทางไว้ให้มีหรือที่ (ว่าที่) คุณพ่อจะไม่เดินข้ามไป

ใช่ครับให้คุณแม่ไปทำขนมรอ เดี๋ยวเด็กๆ มาฟังคุณพ่อเล่านิทานให้ฟังดีกว่า” ว่าพร้อมกับล้มตัวลงนอนเท้าแขนรองศีรษะโดยหันมาทางหญิงสาวและยักคิ้วส่งให้ ‘คุณแม่’ กวนๆ

เพราะไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับคุณพ่อ! ...ภีมชญาจึงรีบลุกเดินออกไปทิ้งให้ชายหนุ่มได้แต่มองท่าทางแสนงอนอย่างเห็นเป็นเรื่องขบขัน เมื่อหันกลับมาทางลูกสาวที่เขานอนเคียงข้างชายหนุ่มก็ชวนคุย

มาฟังนิทานกันดีกว่าเนอะมินนี่ มิกกี้”

เด็กๆ นอนเรียงกันโดยฝั่งที่ติดกับชายหนุ่มคือเด็กหญิงมินตราถัดไปคือเด็กชายศาสตรา ชายหนุ่มเริ่มเปิดหน้าหนังสือที่หญิงสาวอ่านค้างไว้เพื่ออ่านต่อโดยถามความเห็นของเด็กๆ เพื่อชักชวนให้มีกิจกรรมทำร่วมกันและฝึกสมาธิให้จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่กระนั้นสายตาคมก็ยังแอบหาช่องว่างเพื่อสานสัมพันธ์กับเด็กชายอยู่ไม่ห่าง จนกระทั่งเห็นท่าทางพลิกกลับไปกลับมาไม่ยอมหลับทั้งๆ ที่อีกคนหลับไปนานแล้วแท้ๆ นั่นแหละที่ทำให้เขามีโอกาสได้สานสัมพันธ์กับเด็กชายตัวกลม

เป็นอะไรครับมิกกี้”

เด็กชายหันกลับมามองตาแป๋วแม้จะเลยเวลานอนมานานแต่กลับไม่มีอาการร้องไห้งอแงเลยแม้แต่น้อย มือเล็กชูขวดนมว่างเปล่าขึ้นให้คนถามดูพร้อมกับบอกเสียงอ้อมแอ้ม

มิกกี้อยากได้นมอีก”

ชายหนุ่มอมยิ้มขยับลุกขึ้นเดินมาหาคนตัวเล็ก มือใหญ่คว้าขวดนมเปล่าที่ถูกเจ้าตัวดื่มจนหมดขึ้นดูและถามหาตะกร้าหวายซึ่งหญิงสาวจะใส่ของใช้ของลูกชายไว้ในนั้น

ร่างสูงก้าวอาดๆ ไปที่ชั้นของเล่นมุมห้องโดยมีเด็กชายเดินตามไปติดๆ มือเล็กป้อมจับขากางเกงคนตัวใหญ่ไว้มั่นขณะมองคุณลุงเทน้ำอุ่นใส่ขวดและตามด้วยนมผงอีกสองช้อน สี่ทิศใช้เวลาไม่นานในการชงนมให้เด็กชายเพราะหญิงสาวได้เตรียมทุกอย่างไว้เสร็จสรรพ เขาจึงทำเพียงเททุกอย่างใส่ขวดในปริมาณที่พอเหมาะจากนั้นก็เขย่าส่วนผสมให้เข้ากันและยื่นให้คนตัวเล็กเมื่อทดสอบแล้วว่ามันไม่ร้อนเกินไป

มิกกี้ยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณและรับขวดนมขวดใหม่มาดูดต่อ เพราะเลี้ยงลูกมาเพียงลำพังจึงทำให้เขาเชี่ยวชาญในการเลี้ยงเด็กอยู่พอสมควรแต่ระยะหลังเมื่อมินนี่สามารถดื่มนมจากแก้วได้แล้วเขาก็ไม่ค่อยได้จัดการชงนมเช่นนี้อีก

อร่อยไหมครับ”

เขาถามยิ้มๆ สี่ทิศได้มีโอกาสสำรวจเด็กชายศาสตราอย่างละเอียดก็คราวนี้เอง เพราะกินเก่งแบบนี้กระมังถึงได้ตัวอ้วนกลมน่าฟัดได้ขนาดนี้ ชายหนุ่มคิดขณะไล่สายตามองเด็กชายที่ดูดขวดนมเบื้องหน้า

มิกกี้พยักหน้าตอบโดยที่ดวงตากลมใสยังคงจ้องมองอยู่ที่ใบหน้าคมสันของคนตัวใหญ่ไม่ห่าง จนเขาต้องเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย

“อยากได้อะไรอีกหรือเปล่าครับ”

คุณลุงนอนข้างๆ มิกกี้หน่อยได้ไหมครับ”

เด็กชายตัวป้อมร้องขออีกหนเพราะนอนไม่หลับ แม้จะมีหมอนเน่าคู่ใจหรือขวดนมสุดโปรดแต่ก็ยังรู้สึกขาดอะไรบางอย่าง ซึ่งบางอย่างนั้นก็คือไออุ่นจากมารดานั่นเอง แต่เมื่อมารดาไม่อยู่จึงต้องเอ่ยปากขอกับคนตรงหน้าแทน

สี่ทิศส่งยิ้มให้อ่อนโยน มือใหญ่เอื้อมหยิบหมอนใบนุ่มมาวางข้างๆ และล้มตัวลงนอนติดกับเด็กชาย เมื่อเขารับปากว่าจะดูแลเด็กๆ ให้ระหว่างเธอทำของว่างยามบ่ายอยู่ในครัว ชายหนุ่มจึงตั้งใจทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการสานสัมพันธ์กับเด็กชายตัวน้อยไว้เผื่อสำหรับอนาคต ซึ่งเขาก็ไม่รู้หรอกว่าอนาคตจริงๆ นั้นเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นตัวตัดสินเรื่องสำคัญระหว่างเขาและภีมชญาอย่างไม่น่าเชื่อ

เมื่อคุณลุงล้มตัวลงนอน คนตัวเล็กที่นอนไม่หลับก็พลิกกายเข้าหาร่างสูงทันที กลิ่นแป้งเด็กรวยระรินอยู่ในระดับเดียวกันกับหน้าอกให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาดกับคนตัวโต สี่ทิศอมยิ้มให้กับตัวเองอย่างเผลอๆ ถ้าเขามีลูกชายอีกสักคนคงน่ารักไม่ต่างกับคนตรงหน้านี้

ร่างใหญ่นอนตะแคงเข้าหาพลางใช้มือตบก้นคนตัวเล็กเบาๆ เป็นการกล่อม ซึ่งไม่กี่นาทีต่อมาเด็กชายศาสตราก็หลับลงไปอย่างง่ายดาย โอกาสนี้เองที่เขาได้มองหน้าเด็กชายชัดๆ อีกครั้ง เรียวคิ้วเข้มนี้ไม่เหมือนของภีมชญาแต่ดวงตากลับกลมโตเหมือนมารดาอย่างกับถอดแบบกันมา จมูกโด่งขึ้นสันและริมฝีปากจิ้มลิ้มสีแดงสดที่ยังมีจุกนมค้างอยู่ดูน่าเอ็นดูจนเขาอดใจไม่ไหวต้องก้มลงไปหอมแก้มยุ้ยนั้นแรงๆ

เด็กชายที่เพิ่งหลับไปได้ไม่นานปรือตาขึ้นมองคนก่อกวนและเมื่อพบว่าคือใคร มือน้อยยื่นขึ้นพาดโอบลำคอหนาของคนตัวใหญ่เข้ามาใกล้พร้อมกับซุกซบกับหน้าอกแกร่งอย่างไว้วางใจราวกับรู้จักมักคุ้นกันมานาน สี่ทิศเองก็อดที่จะอึ้งไม่ได้กับปฏิกิริยาตอบรับของเด็กชาย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็โอบร่างเล็กแน่นขึ้น ความรู้สึกผูกพันที่ก่อตัวขึ้นเพราะความน่ารักไร้เดียงสาของคนตัวเล็กทำให้เขาหลงรักได้ไม่ยากจริงๆ คิดดูแล้วครั้งแรกที่ได้สบดวงตาคู่นี้ในวันที่เขาตามกลุ่มของมารดาออกมาจากห้างสรรพสินค้าไป เขาก็รู้สึกถึงสายใยบางๆ ที่ผูกพันเขากับเด็กชาย เป็นความผูกพันที่แม้จะไม่ใช่สายเลือดเดียวกันแต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะบอกตัวเองว่ากำลังหลงรักเด็กชายตัวน้อยคนนี้เข้าแล้ว

 

ภีมชญาเดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้งหลังจากแช่แป้งสาคูเตรียมไว้สำหรับปั้นสาคูไส้หมู จึงมีเวลาว่างเล็กน้อยที่จะออกมาดูเด็กๆ ภาพเด็กหญิงมินตราหลับบนเบาะนุ่มโดยมีผ้าห่มผืนบางคลุมกายไม่ได้ทำให้เธอแปลกใจเท่ากับร่างกลมป้อมของลูกชายที่กำลังนอนเกยทับหน้าอกแกร่งของคนตัวใหญ่ที่บอกว่าจะดูแลเด็กๆ ให้ ภีมชญาบอกไม่ถูกว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับภาพที่เห็น และท่าทางกอดกันหลับของสองหนุ่มต่างวัยก็ทำให้เธอต้องเบือนหน้าหนี เมื่ออยู่ๆ ภาพของผู้ชายอีกคนก็แทรกเข้ามาแทนที่คนตัวใหญ่ที่นอนอยู่กลางห้อง

บ้าจริง! ยายภีม ไปคิดถึงคนแบบนั้นกันทำไมนะ” เสียงหวานพึมพำว่าตัวเอง และไม่ยอมเดินเข้าไปใกล้มากกว่านั้น จนนมน้อมที่เดินตามหลังมาต้องสะกิดถามด้วยความสงสัย

ครูภีมคะ”

คะ” สะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ “มีอะไรหรือเปล่าคะนม”

นมเห็นคุณบอกว่าจะมาดูคุณใหญ่กับเด็กๆ แต่ไม่เห็นเข้าไปน่ะค่ะ ก็เลยถาม”

อ้อค่ะ คือ...” ท่าทางลังเลไม่ยอมเข้าไปทำให้นมน้อมต้องชะโงกหน้าเข้าไปดูความเป็นไปในห้อง และก็พบว่าภาพความน่ารักของชายหนุ่มและเด็กๆ รอยยิ้มอ่อนโยนแต้มบนใบหน้าคนสูงวัยและหันกลับมาทางหญิงสาวตรงหน้า

ถ้าอย่างนั้นนมว่าเรากลับครัวกันเถอะค่ะ นมมีแป้งข้าวเจ้า แป้งมันกับกะทิเหลืออยู่นิดหน่อย เรามาทำข้าวเกรียบปากหม้อเพิ่มกันดีไหมคะ”

ภีมชญาพยักหน้ารับและออกเดินตามหลังแต่กระนั้นก็ยังหันกลับมามองภายในห้องอีกครั้ง หากผู้ชายที่อยู่ตรงนั้นคือ ‘ภาคภูมิ’ ลูกชายของเธอคงจะมีความสุขไม่น้อย









ฝากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

214 ความคิดเห็น