ดวงใจอธิรักษ์โยธิน

ตอนที่ 7 : ดวงใจสี่ทิศ : บทที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,090
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    27 ส.ค. 63



บทที่ 6

 

ร้านนี้แน่นะตากร”

หม่อมราชวงศ์รจเรขหันมากระซิบถามลูกชายยามที่ภีมชญายังคงวุ่นวายกับการดูแลเด็กๆ เพราะตั้งแต่มาถึงท่านยังไม่เห็นแม้แต่เงาของสี่ทิศอย่างที่ภาสกรบอกแม้แต่นิด

คนถูกถามหันมองรอบกายเพื่อหาร่างของพี่ชายและหญิงสาวคู่กัด ทั้งๆ ที่อุตส่าห์ไปแหย่ว่าพี่ชายเป็นเต่าหดหัวอยู่ในกระดองจะได้ฮึกเหิมกล้าสู้หน้ามารดาและภีมชญา แต่ไฉนพี่ชายเขาถึงยังหายไปอีก เมื่อหาคำตอบให้มารดาไม่ได้ภาสกรก็ล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.หาพี่ชายแต่ปรากฏว่าอีกฝ่ายกลับปิดเครื่องหนีเสียได้

ว่าอย่างไรตากร” หม่อมราชวงศ์รจเรขท้วงถามเมื่อลูกชายตีหน้ายุ่งให้กับเครื่องสื่อสารในมือ

ปิดเครื่องครับ” ตอบกลับด้วยอารมณ์หงุดหงิดใจพิกล “เดี๋ยวผมจะลองโทร.หาคุณกรดา”

เขาหมายถึงเลขานุการของพี่ชายที่รู้รายละเอียดตารางงานของพี่ชายเป็นอย่างดี

คุณกรดา คุณใหญ่กับรสรินนัดกันที่ร้านไหนครับ” เสียงทุ้มสอบถามอย่างไม่รอคำทักทาย และใบหน้าคมก็ยับยู่มากขึ้นเมื่อได้คำตอบ “ว่าอย่างไรนะครับ เปลี่ยนร้าน” ท้ายประโยคทำให้มารดาที่นั่งอยู่ข้างๆ หันมามองนิ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นเขียวขุ่นเมื่อภาสกรวางสาย

หนีไปได้อีกแล้วครับ”

เขาเอ่ยเสียงหงุดหงิดจนภีมชญาหันมามองด้วยความสงสัยแต่ยังคงรักษามารยาทไม่เอ่ยถามออกไป หม่อมราชวงศ์รจเรขส่งสายตาคาดโทษให้ลูกชายพร้อมกับกระซิบขู่เป็นการตบท้าย

กลับถึงบ้าน เราต้องอธิบายว่าตาซีรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร”

สิ้นคำชายหนุ่มก็ได้แต่ก้มหน้างุดพร้อมกับเจริญพรพี่ชายในใจ...คุณใหญ่นะคุณใหญ่ ไม่มีเลือดนักสู้เอาซะเลย

ขณะที่บนโต๊ะฝั่งหนึ่งของร้านมีความหงุดหงิดปกคลุมให้เห็นจางๆ โต๊ะอีกด้านที่อยู่หลังฉากกั้นเหนือโต๊ะอื่นๆ กลับมีความพอใจแฝงอยู่โดยเฉพาะบนใบหน้าคมคายของชายร่างสูงเจ้าของนามสี่ทิศ อธิรักษ์โยธิน จนคนร่วมโต๊ะอย่างรสรินอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

พี่ใหญ่ยิ้มอะไรหรือคะ” เจ้าของร่างโปร่งอวบอิ่มในชุดเดรสคอจีนแขนกุดสีเทาเอ่ยถามชายหนุ่มร่วมโต๊ะ

วันนี้เธอและสี่ทิศมีนัดทานอาหารเย็นด้วยกัน ในคราแรกสี่ทิศจองโต๊ะที่ร้านประจำซึ่งก็คือร้านอาหารแห่งนี้และเมื่อตอนบ่ายชายหนุ่มก็ให้คุณกรดาเลขานุการหน้าห้องกลับโทรศัพท์มาขอเปลี่ยนที่นัดหมาย แต่พอถึงเวลาสี่ทิศกลับพาเธอเดินเข้าร้านนี้โดยเห็นเหตุผลว่าเขาเปลี่ยนใจ

ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ โรสสนใจเค้กวานิลลาไหม พี่ว่ารสชาติใช้ได้เลยนะ”

สี่ทิศตอบเลี่ยงโดยเลื่อนขนมหวานให้คนตรงหน้าแทน เขาจะบอกเธอได้อย่างไรว่ากำลังพอใจกับแผนการหนีมารดาที่ประสบความสำเร็จลงอย่างสวยงามอีกครั้ง เขาแสร้งทำทีให้กรดาโทรศัพท์เปลี่ยนที่นัดหมายด้วยรู้ว่าภาสกรจะต้องตามเช็กเป็นแน่ และเป็นดังคาดเมื่อน้องชายรู้ว่าเขาเปลี่ยนร้านก็ออกอาการหงุดหงิดอย่างที่เห็น ทั้งยังเผื่อแผ่ไปถึงมารดาจอมวางแผนของเขาอีกด้วย...ส่วนตัวต้นเรื่อง สี่ทิศเบนสายตามองผ่านฉากกั้นที่มองเห็นโต๊ะของคนทั้งหมดได้อย่างชัดเจนไปยังหญิงสาวรูปร่างโปร่งบางที่แม้จะเคยพบกันเพียงครั้งเดียวแต่น่าแปลกที่เขาจำเธอได้ในทันที

ภีมชญากำลังก้มลงเช็ดปากให้กับลูกสาวของเขา ท่าทางเอาใจใส่ไม่ได้ทำให้สี่ทิศรู้สึกดีแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเขากลับมองว่านั่นคือภาพมายาที่อีกฝ่ายกำลังเสแสร้งแกล้งทำ...คอยดูเถอะเขาจะจับตามองเธอไม่ให้กะพริบ และพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอนั้นไม่เหมาะสมกับตำแหน่งของสะใภ้อธิรักษ์โยธินแม้แต่นิดเดียว

สักพักโต๊ะของหม่อมราชวงศ์รจเรขก็ลุกขึ้น ที่หมายต่อไปคือชั้นใต้ดินของไซแอมมอลล์เพื่อให้เด็กชายศาสตราได้ยลโฉมของสัตว์ทะเลนานาชนิดตามคำบอกเล่าของพี่สาวต่างสายเลือดที่ได้โฆษณาไว้ สี่ทิศผุดลุกและหันมาเอ่ยชวนคนข้างกายที่กำลังให้ความสนใจกับของหวานตรงหน้า จนรสรินต้องช้อนตาขึ้นมองอย่างสงสัย

พี่ว่าเราลงไปเดินดูของข้างล่างกันดีกว่านะ พี่อยากได้ตุ๊กตาสักตัวไปฝากมินนี่”

เขาหาทางออกให้กับตัวเองเมื่อดวงตากลมโตที่ถูกปิดกั้นด้วยกรอบแว่นสีทองเลนส์หนาส่งคำถามมาให้ และเมื่อได้ยินชื่อลูกสาวของอีกฝ่าย รสรินที่มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กหญิงแบบติดลบก็เห็นพ้องด้วยทันที

ได้ค่ะ เดี๋ยวโรสจะเป็นไกด์ให้พี่ใหญ่เอง”

หญิงสาวขันอาสา สี่ทิศพารสรินเดินไปตามทางเดินมุ่งหน้าสู่ชั้นใต้ดินโดยที่สายตาไม่ยอมคลาดจากเป้าหมาย และอาจจะเพราะเขามัวแต่สนใจกลุ่มคนดังกล่าวมากเกินไปรสรินที่เดินเคียงกันจึงอดไม่ได้ที่จะออกปาก

พี่ใหญ่มองตามใครคะ”

ไม่มีครับ”

สี่ทิศโกหกพร้อมกับหันมายิ้มให้คนข้างตัว รสรินยังคงมาดผู้บริหารคนเก่งของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ผมยาวสลวยถูกเกล้าเป็นมวยไว้ด้านหลังเพื่อให้ดูกระฉับกระเฉงในการทำงาน ใบหน้าเรียว ผิวขาวละเอียดถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางสีเข้ม ริมฝีปากบางเฉี่ยวถูกเคลือบด้วยลิปสติกสีด้านอย่างที่คนอายุมากชอบใช้ทั้งที่เธอเพิ่งจะอายุแค่ยี่สิบเจ็ดปีเท่านั้น แน่นอนว่าไม่ใช่แค่รสนิยมการแต่งตัว แต่รสรินมีความคิดแบบผู้ใหญ่มากอีกต่างหาก ดวงตาใต้กรอบแว่นเลนส์หนาจึงฉายชัดว่าไม่เชื่อถือในคำตอบนั้น...ร่างสูงถอนหายใจยาวก่อนตอบเลี่ยงไปอีกทาง

พี่คิดว่าพี่เจอคนรู้จัก” เขาพูดความจริงไม่หมดแต่รสรินก็เลือกที่จะเชื่อ

เข้าไปทักก็ได้นะคะ เดี๋ยวโรสบอกพนักงานให้”

เธอเสนอทางเลือกเพราะคิดว่าเขาคงอยากจะตามเข้าไปทักทายคนรู้จัก แต่เพราะการจะเข้าไปภายในต้องมีบัตรผ่านและการที่แค่เข้าไปทักทายใครสักคนคงไม่คุ้มกับการที่ต้องจ่ายค่าบัตรผ่านราคากว่าครึ่งพัน

ไม่เป็นไรหรอกโรส เราเดินดูของแถวนี้ฆ่าเวลารอพวกเขาออกมาก็ได้ โรสมาช่วยพี่เลือกตุ๊กตาไปฝากมินนี่ดีกว่า”

ตลอดระยะเวลากว่าสองปีที่คบหากับรสริน สี่ทิศมองว่ารสรินเป็นหญิงสาวที่ดีมากคนหนึ่ง เพียงแต่เธอจริงจังกับงานมากจนบางครั้งทุกอย่างต้องอยู่บนเหตุและผล ความรู้สึกและจินตนาการคือเรื่องไร้สาระ และเหตุนี้เองที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างมินนี่และรสรินจึงไม่คืบหน้าไปไหน จะให้ตามติดแบบสนิทชิดเชื้อเหมือนใครอีกคนคงเป็นไปได้ยาก

ตัวนี้เป็นไงคะพี่ใหญ่” มือเรียวชูตุ๊กตาปลาฉลามสีน้ำเงินคาดขาวที่กำลังโชว์ฟันแหลมคมและดวงตาคมดุมาให้ คุณพ่อลูกหนึ่งถอนหายใจเบาๆ

เด็กผู้หญิงไม่เล่นตุ๊กตาฉลามหรอกนะโรส”

หรือคะ ขอโทษค่ะโรสไม่รู้”

เป็นอีกครั้งที่หญิงสาวตอบกลับเสียงอ่อน เธอรู้ว่าตัวเองควรที่จะมัดใจมินนี่ลูกสาวของเขาให้อยู่ แต่ไม่ว่าเธอพยายามเท่าไหร่ก็ดูคล้ายว่ามันจะไม่เป็นผล ถ้าเธอมีลูกหรือหลานตัวเล็กๆ ในวัยเดียวกันเธออาจจะเข้าใจเด็กหญิงได้มากกว่านี้

ตัวนี้เป็นไงครับ เชลล์ดอน” สี่ทิศหยิบตุ๊กตาหอยพระอาทิตย์สีเหลืองสดใสขึ้นมาให้ดู และเหมือนเขาจะได้รับคำตอบเป็นดวงตากลมโตที่ฉายแววสงสัย

มันชื่อเชลล์ดอนหรือคะ” ดวงตากลมใต้กรอบแว่นเบิกกว้างอย่างให้รู้ว่าเธอตื่นเต้นกับชื่อของตุ๊กตาตัวนี้จริงๆ “โรสไม่เคยรู้เลยว่าตุ๊กตาในห้างตัวเองชื่ออะไรบ้าง”

ไม่หรอกครับ ตุ๊กตาในนี้เยอะแยะไปหมดจะให้โรสรู้จักทุกตัวก็คงเป็นไปไม่ได้” เขาให้กำลังใจ รสรินยิ้มแหย

โรสรู้แค่ว่ามันเป็นแอนิเมชั่นของคนไทย ผลงานของเชลล์ฮัทผู้ส่งออกสินค้าแฮนด์เมดจากเปลือกหอยเท่านั้น ที่ห้างของเรามีสินค้าจากที่นี่หลายตัวเลยนะคะ ถ้าพี่ซีเห็นว่ามันเหมาะกับมินนี่เราไปเดินดูกันดีไหมคะ”

โรสครับ”

นั่นปะไร...สี่ทิศคิดพร้อมเรียกเธอเสียงอ่อน บางครั้งรสรินก็เหมือนเด็กที่ยังไม่โตอาจเพราะเธอกระโดดข้ามช่วงเวลาจากวัยเด็กขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ในทันที นิสัยขี้อวดอย่างเด็กๆ จึงยังมีให้เห็นอยู่เนืองๆ

“แค่เจ้าเชลล์ดอนตัวนี้โรสเห็นว่าดีหรือไม่ดีก็พอครับ”

ได้ค่ะ”

ตอบรับเสียงเบาก่อนจะเพ่งสายตาลอดกรอบแว่นเพื่อหาคำตอบว่าดีหรือไม่ดีให้คนตรงหน้า สี่ทิศกลั้นยิ้มเมื่อเห็นหญิงสาวก้มหน้าลงดูตุ๊กตาในมือเขาอย่างเอาจริงเอาจัง เพราะเธอมีมุมน่ารักๆ แบบนี้กระมังเขาถึงได้คบกับเธอนานเหมือนกับว่ามีน้องสาวเล็กๆ เพิ่มมาอีกคน

น้องสาวอย่างนั้นหรือ...สี่ทิศสะดุดเข้ากับความคิดของตัวเองแทบล้มคะมำ ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้คำตอบจากรสริน ปลายหางตาก็เห็นขบวนของมารดาเดินออกมาจากส่วนที่เป็นอควาเรียม หม่อมราชวงศ์รจเรขเดินนำหน้าโดยมีเด็กหญิงต้องตาเดินเคียงข้าง เบื้องหลังคือภีมชญาที่เดินจับจูงลูกสาวด้วยมือข้างหนึ่งและอีกข้างเป็นเด็กชายวัยไล่เลี่ยกันคงเป็นน้องมิกกี้ที่ลูกสาวพูดกรอกหูทุกเช้าเย็น ตามหลังคล้ายลูกเป็ดคือภาสกร

แต่อยู่ๆ ก็เหมือนว่ามารดาจะมีเรดาร์ตรวจจับท่านหันขวับมาทางบุตรชายที่กำลังยืนเลือกของพอดี สี่ทิศอาศัยความไวกว่าผลุบหลบโดยไม่ลืมดึงหญิงสาวที่กำลังสนใจเจ้าตุ๊กตาหอยพระอาทิตย์ลงมาด้วยจนอีกฝ่ายร้องเสียงหลง

พี่ใหญ่ทำอะไรคะ” รสรินถามเสียงตื่นเพราะถูกฉุดลงอย่างไม่ทันตั้งตัว สี่ทิศยิ้มแหย

ไม่มีอะไรจ้ะ พี่แค่สงสัยว่าในตู้นี้มันมีตุ๊กตาตัวอื่นอีกหรือเปล่า”

เขาหาทางออกให้ตัวเองได้ในที่สุด สี่ทิศพยายามส่งยิ้มให้คนตรงหน้าเพื่อให้รู้ว่ามันไม่มีอะไรจริงๆ และรสรินก็ไม่ซักไซ้อะไรต่อเธอเล่าเนิบๆ ว่าตู้ด้านล่างเป็นที่เก็บของของแผนก ตุ๊กตารูปแบบเดียวกันกับที่วางโชว์อยู่ด้านบนก่อนชวนเขาลุกขึ้น แต่ชายหนุ่มยังไม่แน่ใจว่ากลุ่มของมารดาออกไปจากบริเวณนั้นแล้วหรือยัง สี่ทิศลองยืดตัวขึ้นมองซ้ายมองขวาจนกระทั่งเห็นว่าคนทั้งหมดออกไปจากบริเวณนั้นแล้วจึงค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

มีอะไรหรือเปล่าคะ แล้วคนรู้จักของพี่ใหญ่เขาออกมาหรือยังคะ” ท่าทีดังกล่าวทำให้รสรินสงสัยจนต้องออกปากถามพลางชะเง้อมองไปทั่วบริเวณอย่างที่ชายหนุ่มทำ

พี่ยังไม่เห็นนะ เอาอย่างนี้ดีกว่าพี่ไปส่งโรสที่ห้องทำงานแล้วขอตัวกลับเลยนะครับ เพราะไม่รู้ว่าเขาจะออกมาเมื่อไหร่”

พูดพลางพยุงให้อีกฝ่ายลุกขึ้น สี่ทิศหยิบตุ๊กตาในมือของหญิงสาววางไว้ที่เดิมและดุนหลังร่างบางให้ออกไปจากบริเวณดังกล่าวเพราะอยากจะตามไปดูผู้หญิงที่มารดาคิดที่จะหาให้เขาโดยเร็วที่สุด

 

ขายาวภายใต้กางเกงสแล็กสีเข้มก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เป้าหมายของเขาคือลานจอดรถที่เมื่อครู่หลังจากส่งรสรินขึ้นลิฟต์แล้วเขาแอบเห็นกลุ่มของมารดาเดินไปในทิศทางดังกล่าว นักธุรกิจหนุ่มอาศัยหลบเร้นกายไปตามชั้นวางสินค้าของร้านรวงตามรายทางเพื่อไม่ให้กลุ่มเป้าหมายที่เขากำลังตามรู้ตัว

ภาพเด็กหญิงมินตราส่งเสียงถามเจื้อยแจ้วตลอดการเดินทางพลางชี้มือชี้ไม้ไปตามข้าวของต่างๆ ที่อยู่รอบกายโดยมีคุณครูสาวคอยก้มหน้าลงอธิบายให้ฟังช้าๆ นั้นทำให้สี่ทิศเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว และบางครั้งเขาก็ยังนึกเหนื่อยแทนคนที่คอยตอบคำถามของเด็กหญิงช่างจ้อและช่างซักอย่างลูกสาวของเขา

ครูภีมขา กระดุมรองเท้าของมินนี่หลุดค่ะ”

เมื่อเดินออกมาจากหน้าประตูของห้างได้ไม่กี่ก้าวเด็กหญิงก็ร้องบอก พลางยื่นรองเท้าข้างที่กระดุมหลุดไปข้างหน้า และภาพที่เขาไม่นึกว่าจะได้เห็นก็คือคนถูกเรียกนั่งลงติดกระดุมรองเท้าให้เด็กหญิงอย่างไม่ถือตัว คล้ายภาพลวงตาที่อยู่ๆ เขาก็เห็นแสงระยิบระยับยามที่หญิงสาวเงยขึ้นส่งยิ้มให้ลูกสาวตัวน้อย

ขอบคุณค่ะ” เสียงใสเอ่ยบอกพร้อมพุ่มมือไหว้และย่อตัวลงอย่างน่ารัก ภีมชญาส่งยิ้มหวานให้ดุจกัน

ไม่เป็นไรค่ะ”

สิ้นคำตอบรับ เด็กหญิงมินตรายื่นหน้าเข้าไปจุมพิตแก้มเนียนและขยับตัวออกมาส่งยิ้มน่ารักให้กับคุณครูคนสวย เห็นพี่สาวทำ มิกกี้ที่ยืนนิ่งก็ขยับเข้าไปหาเพื่อจุ๊บแก้มมารดาบ้าง ก่อนที่สองพี่น้องต่างสายเลือดจะก้มลงจูบแก้มคนกลางอีกครั้งอย่างพร้อมเพรียงอีกครั้งราวกับต้องการแข่งขัน เสียงหัวเราะสดใสของสองเด็กน้อยและหนึ่งผู้ใหญ่ทำให้คนแอบมองอยู่ห่างๆ  รู้สึกอุ่นวาบไปทั้งอกแกร่ง

ถ้าหากเขามีโอกาสได้ยืนอยู่ตรงนั้นข้างๆ เธอ โอบอุ้มเด็กชายและเด็กหญิงช่วยเธอ รอยยิ้มเช่นนั้นคงทำให้โลกทั้งใบสว่างไสวเพราะถูกเติมเต็มด้วยคำว่าครอบครัวที่สมบูรณ์ ชายหนุ่มสะดุดเข้ากับความคิดของตัวเองอีกครั้งเมื่อมันเริ่มจะเลยเถิด คนมีอดีตรีบสะบัดหน้าไล่ภาพที่ไม่มีทางเป็นไปได้พร้อมก่นด่าตัวเอง

คิดเพ้อเจ้ออะไรนะเรา”

สี่ทิศส่ายหน้าให้กับความคิดไร้สาระก่อนจะวกกลับไปมายังภาพที่กำลังจดจ้องเมื่อตระหนักได้ว่าตนเองกำลังพยายามหาข้อจับผิดคุณครูสาวอยู่ และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ร่างแกร่งชาวาบ ร่างเล็กจ้อยของเด็กหญิงผู้เป็นดั่งดวงใจยิ้มแก้มปริวิ่งข้ามถนนเพียงลำพังเพื่อไปหาภาสกรที่อยู่อีกฝั่ง ขณะที่รถคันหนึ่งวิ่งตรงมาด้วยความเร็วสูง

มินนี่!”

เสียงกรีดร้องจากคนที่อยู่เบื้องหลังเป็นเหตุให้เด็กหญิงยืนนิ่งเพราะเข้าใจว่าถูกเรียก รอยยิ้มยังคงกระจายอยู่ในดวงหน้าขณะที่แสงไฟจากตัวรถสาดส่องไปยังร่างแน่งน้อยจนคนแอบมองหัวใจหล่นวูบ และก่อนที่เขาจะทันรู้ตัวภาพวูบไหวของวัตถุสีฟ้าอ่อนก็โฉบเข้าไปใกล้ยังจุดที่เด็กหญิงยืนอยู่

เสียงกรีดร้องจากคนที่เห็นเหตุการณ์ เสียงห้ามล้อและเสียงแตรรถดังระงมไปทั่วทั้งบริเวณ ก่อนทุกอย่างพลันสงบนิ่งพร้อมเสียงหัวใจที่เต้นระส่ำผิดจังหวะ สติสัมปชัญญะย้ำเตือนให้เขาถลาออกมาจากที่ซ่อน ภาพที่ปรากฏในครรลองคือคุณครูสาวเจ้าของชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนโอบกอดลูกสาวของเขาแนบอกโดยใช้ตัวเองเป็นเกราะกำบังจากยนตรกรรมสมรรถนะความเร็วสูงที่จอดห่างออกไปไม่ถึงหนึ่งเมตร ความโกลาหลเกิดขึ้นในวินาทีถัดมาจนบดบังร่างสูงใหญ่ให้ซ่อนตัวจากคนที่อยู่ในเหตุการณ์

มินนี่! ขอทางหน่อยจ้ะ ขอทางหน่อย” เสียงร้องเรียกของหม่อมราชวงศ์รจเรขจากอีกฝั่งของถนนดังเข้ามาใกล้ พร้อมกับบรรดาไทยมุงนับสิบที่อยู่ในบริเวณนั้นเปิดทางออกให้ตามคำขอ “หนูภีม มินนี่ เป็นอย่างไรบ้างลูก”

หม่อมราชวงศ์รจเรขเข้าถึงร่างของคนทั้งสองได้ในที่สุด โดยมีภาสกรที่อุ้มเด็กหญิงต้องตาตามหลังมาติด เสียงของคนทั้งสามเจือความตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น

ค่อยๆ ลุกนะครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ทำไมมินนี่ถึงได้วิ่งออกมาแบบนี้ล่ะครับ” ประโยคท้ายภาสกรดุหลานสาวที่เป็นสาเหตุให้เกิดเหตุการณ์เมื่อครู่ ภีมชญาที่ได้รับการช่วยเหลือจากพลเมืองดีที่ยื่นมือเข้ามาช่วยพยุงรีบออกตัวเมื่อร่างแน่งน้อยที่กำลังตกตะลึงถูกเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอน

ไม่ใช่ความผิดของแกหรอกค่ะ ดิฉันเองต่างหากที่ปล่อยให้แกวิ่งออกมา” หญิงสาวโอบร่างเล็กที่มีอาการเบ้ปากเตรียมเป่าปี่เข้ามากอดแนบอก

เป็นอย่างไรบ้างครับ” เสียงพลขับเจ้าของยนตรกรรมที่เกือบจะพรากชีวิตคนทั้งสองปรี่เข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง ภีมชญาส่ายหน้าไปมาเบาๆ พร้อมเอ่ยขอโทษอย่างคนที่ยอมรับผิดทุกอย่างไว้เพียงลำพัง

ไม่เป็นอะไรค่ะ ขอโทษนะคะ เพราะความประมาทของดิฉันเองที่เกือบทำให้เกิดอุบัติเหตุ”

ผมต่างหากล่ะครับที่อยู่ในลานจอดรถแท้ๆ แต่กลับวิ่งเร็วเกินไป ขอโทษจริงๆ นะครับ”

พลขับยนตรกรรมสมรรถนะเยี่ยมยังคงแย้งเนื่องด้วยฝ่ายตนก็ผิดเช่นเดียวกัน หม่อมราชวงศ์รจเรขปรี่เข้ามาไกล่เกลี่ย สักพักชายหนุ่มเจ้าของรถคันดังกล่าวก็ก้าวจากไป เหตุการณ์เริ่มคลี่คลาย ภีมชญาที่กำลังปลอบโยนเด็กหญิงเริ่มส่ายสายตาส่องหาบุคคลที่เธอทิ้งมา เพราะห่วงใยเด็กหญิงจึงได้โผเข้ามาคว้าตัวโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง

มองหาใครหรือจ้ะหนูภีม”

มิกกี้ค่ะ ภีมบอกให้แกยืนรอที่ฝั่งนู้น”

ภีมชญาตอบกลับโดยที่ยังคงมองไปยังบริเวณหน้าประตูทางเข้าห้าง บริเวณที่เต็มไปด้วยผู้คนเดินขวักไขว่ เธออยากจะเดินกลับไปเพื่อตามหาแต่เด็กหญิงมินตรากลับกอดเธอไว้ไม่ยอมปล่อย คงเพราะยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและน้ำเสียงตวาดดุของคุณอาหนุ่มอยู่นั่นเอง

ตากร ไปตามหามิกกี้สิ” หม่อมราชวงศ์รจเรขหันมาบอกลูกชายที่ยืนอยู่ข้างๆ ชายหนุ่มพยักหน้ารับเตรียมผละไปตามคำสั่งแต่ภีมชญาขัดขึ้นเสียก่อน

เดี๋ยวหนูไปตามหาแกเองค่ะ” ว่าพร้อมกับส่งเด็กหญิงให้กับผู้สูงวัยที่ยืนอยู่ข้างๆ ภีมชญาหมุนกายกลับมายังทิศทางที่ตนได้สั่งให้ลูกชายยืนรออยู่และหวังว่าจะได้พบร่างกลมป้อมในไม่กี่นาทีข้างหน้า

ระยะทางจากบริเวณลานจอดรถและประตูทางเข้าห้างไม่ได้ห่างไกลกันมากนัก แต่เพราะมีการจัดการพื้นที่ที่ค่อนข้างซับซ้อนจึงทำให้ระยะการมองไม่ทั่วถึง ภีมชญาเดินกึ่งวิ่งไปยังบริเวณประตูห้างด้วยหัวใจที่หวังเต็มเปี่ยมว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้นกับลูกชายของตนเอง เพราะเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นทำให้หัวใจเธอสั่นไม่หยุด และภาพตรงหน้าก็ยิ่งทำให้เธอใจแกว่งไปทั้งดวงเมื่อพบว่าเด็กชายไม่ได้อยู่ตามลำพังอย่างที่ควรจะเป็น

มิกกี้! นี่คุณจะทำอะไรน่ะ”

เสียงจากเบื้องหลังทำให้คนที่นั่งยองๆ อยู่ตรงหน้าเด็กชายตัวแข็งทื่อ สี่ทิศยกมือขึ้นลูบศีรษะเด็กชายผะแผ่วคลายปลอบโยนก่อนลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงเข้าไปในห้างโดยไม่ได้หันกลับมาสองแม่ลูกแม้แต่นิด แม้จะถูกอีกฝ่ายเรียกตามหลังก็ตาม

นี่คุณ เดี๋ยวก่อนสิ คุณ!” ภีมชญาว่าเรียกไล่หลังแต่เมื่อร่างนั้นหายไปกับกลุ่มฝูงชนเธอก็หันกลับมาหาลูกชายพร้อมกวาดสายตาสำรวจด้วยหัวใจที่สั่นรัว “มิกกี้ครับ มิกกี้คุยกับใครครับ เขาทำอะไรมิกกี้หรือเปล่า เขาทำร้ายมิกกี้ตรงไหนบ้างครับ บอกแม่มาสิครับ”

คำถามชุดใหญ่ทำให้เด็กชายยืนมองมารดาตาแป๋ว และก่อนจะได้ตอบคำถามอะไรภีมชญาก็รวบตัวลูกชายขึ้นอุ้มและรีบเดินหนีไปจากบริเวณนั้นโดยทันที เธอเป็นแม่ที่แย่มากที่ทิ้งลูกไว้ตามลำพัง หญิงสาวก่นด่าตัวเองขณะที่เด็กชายวาดแขนโอบรอบคอมารดาแน่น ดวงหน้ากลมป้อมแนบซบกับไหล่มนโดยหันหน้าไปทางประตูห้างที่จากมา ชายคนหนึ่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกและกางเกงสแล็กสีเข้มยืนมองมาอยู่ไม่ห่าง

ดวงตากลมใสสบกับนัยน์ตาคมเข้ม มือเล็กยกขึ้นโบกไปมาในลักษณะของการทักทาย รอยยิ้มเล็กๆ ทำให้คนมองอยู่ก่อนหน้ายิ้มตอบดุจเดียวกัน

สี่ทิศยืนมองจนร่างของสองแม่ลูกหายไปจากครรลอง เขาเจอเด็กชายตอนที่วิ่งเข้าไปในช่วงเหตุการณ์กำลังชุลมุน เมื่อพบว่าลูกสาวตัวน้อยปลอดภัยความโล่งใจทำให้เขายิ้มออกมาได้ แต่ยังไม่ทันจะได้เดินเข้าไปหา ขากางเกงถูกกระตุกด้วยฝีมือของเด็กชายที่หญิงสาวคนนั้นเรียกว่า ‘มิกกี้’

จากที่ตั้งใจจะเข้าไปแสดงตัวเขาอุ้มเด็กชายกลับมารอมารดาที่จุดเดิมคือหน้าประตูทางเข้าห้าง เพราะบริเวณนั้นเป็นถนนมีรถวิ่งสวนตลอดเวลา และเพราะอยากจะตอบแทนที่เธอเสี่ยงชีวิตลูกสาวของเขาเอาไว้ สี่ทิศจึงนั่งเป็นเพื่อนเด็กชายเพื่อรอให้ใครมารับ ไม่กี่นาทีที่ได้สัมผัสกับดวงตากลมใสคู่นั้นอาการหลงรักก็เกิดขึ้นในหัวใจของชายหนุ่ม รอยยิ้มน่าเอ็นดูทำให้เขานึกอิจฉาใครก็ตามที่มีโอกาสได้รับมันในทุกวัน

มิกกี้กับมินนี่ แม้แต่ชื่อเล่นก็ยังคล้องจ้องกัน”

สี่ทิศหัวเราะขำเมื่อแผนการจับผิดหญิงสาวของตัวเองกลับกลายเป็นความรู้สึกอีกอย่าง ‘ความไว้วางใจ’ เขารู้ว่ามันคือความรู้สึกนั้น แต่มันยังไม่มากพอที่จะทำให้เขาตกลงทำตามแผนการของมารดา

สี่ทิศขับรถกลับบ้านทันทีหลังจากนั้น ไม่มีอารมณ์เดินเตร่เพื่อฆ่าเวลาอย่างที่ตั้งใจในคราแรกเพราะเวลานี้เขาอยากกลับไปกอดลูกสาวสุดที่รักให้หายคิดถึง เหตุการณ์เกือบถูกรถชนแม้ว่าภายนอกจะไม่มีอันตรายใดๆ ภายในใจอาจถูกปลอบโยนโดยคุณครูสาวผู้นั้น แต่คนเป็นพ่อเช่นเขาก็ยังอยากที่จะกลับไปสำรวจด้วยตาและโอบกอดด้วยแขนทั้งสองข้างให้คลายกังวลว่าเด็กหญิงไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ ซึ่งนั่นทำให้ทันทีที่รถของภาสกรเลียบเข้ามาจอดหน้ามุข สี่ทิศที่กำลังรอก็ปราดเข้าไปอุ้มลูกสาวตัวน้อยขึ้นแนบอกแล้วเดินลิ่วๆ หนีขึ้นชั้นบนไปในทันที

ตาซี เดี๋ยวก่อนสิลูก แม่มีเรื่องจะบอก...พี่ชายเราเขาจะรีบไปไหนน่ะ” หม่อมราชวงศ์รจเรขเรียกไล่หลังก่อนจะหันมาบ่นกับลูกชายคนรองที่ยังอยู่ในตำแหน่งพลขับ

ภาสกรยักไหล่อย่างบอกให้รู้ว่าเขาก็ไม่ทราบเหมือนกัน ก่อนจะวนรถเข้าไปจอดที่โรงจอดรถเพราะก่อนกลับมาได้ไปส่งคุณครูสาวและลูกน้อยเรียบร้อยแล้ว

เป็นอย่างไรบ้างคะคุณหญิง” คุณละไมที่ได้รับรายงานทางโทรศัพท์ตั้งแต่เกิดเรื่องปรี่เข้ามาสอบถามด้วยความเป็นห่วง

ตอนนี้ยายมินนี่หายตกใจแล้วละ เพราะหนูภีมกอดปลอบมาตลอดทาง ว่าแต่ลูกชายเธอเถอะแม่ละไม กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วนึกอะไรขึ้นมาถึงทำทีพิศวาสลูกสาวมากเสียขนาดนั้น” หม่อมราชวงศ์รจเรขหมายถึงสี่ทิศที่ตอนนี้เห็นเพียงหลังไวๆ เพราะเจ้าตัวเดินขึ้นบันไดไปแล้วนั่นเอง

คุณใหญ่กลับมาสักพักแล้วค่ะ แต่วันนี้ดูร้อนใจแปลกๆ นะคะ”

ร้อนใจอย่างนั้นเหรอ” ประมุขอธิรักษ์โยธินได้แต่นึกสงสัย สักพักภาสกรก็เดินมาสมทบพร้อมถุงกระดาษติดโลโก้ห้างสรรพสินค้าชื่อดังอีกจำนวนหนึ่ง และนั่นทำให้บทสนทนาดังกล่าวจบลงโดยปริยาย

หลังจากพาลูกสาวขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยสี่ทิศก็สร้างความแปลกใจให้ทุกคนด้วยการป้อนข้าวลูกสาวด้วยตนเอง ทั้งที่ปกติเด็กหญิงทานอาหารด้วยตัวเองได้แล้ว ก่อนจะตามด้วยการนั่งสอนการบ้านที่ปกติหน้าที่นี้เป็นของน้องชายคนเล็กอย่างนักรบ ยิ่งเมื่อการบ้านของเด็กหญิงเรียบร้อยหม่อมราชวงศ์รจเรขก็ถือโอกาสเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ลูกชายฟัง แต่สีหน้าของคนฟังกลับราบเรียบไม่มีท่าทีตกใจแม้แต่นิดทั้งยังขอตัวพาลูกไปพักผ่อนอีกต่างหาก ความสงสัยระคนงุนงงจึงกำจายอยู่ในความรู้สึกของคนที่เฝ้ามองอย่างภาสกรและคุณละไม

คุณใหญ่ดูไม่ค่อยใส่ใจเลยนะครับ”

หรือเพราะเราพูดว่าหนูภีมเป็นคนไปช่วยมินนี่คะ คุณใหญ่เลยไม่ชอบใจขึ้นมา” คุณละไมคาดเดาหลังจากปล่อยให้ภาสกรตั้งข้อสังเกตไปก่อนหน้า

ถ้าเป็นอย่างนั้นก็เกินไปหน่อยล่ะ คนเขาทำดีแต่ดันไม่พอใจ” หม่อมราชวงศ์รจเรขว่าไล่หลังลูกชายที่หายออกไปจากครรลอง

ส่วนผู้ที่เป็นเจ้าของหัวข้อสนทนาเวลานี้กำลังนั่งมองลูกสาวที่ภรรยาทิ้งไว้ให้ด้วยสายตาที่เอ่อล้นไปด้วยความรักและหวาดหวั่น แม้จะมีร่างแน่งน้อยยืนยันว่าเขายังมีลูกสาวอยู่ในอ้อมแขนแต่หัวใจของคนเป็นพ่อก็ยังสั่นไม่หยุดเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่ไซแอมมอลล์

คุณพ่อรักมินนี่นะคะ”

กระซิบชิดแก้มยุ้ยก่อนฝังจมูกลงไปสูดกลิ่นหอมของแป้งเด็กอ่อน เด็กหญิงมินตราหลับสนิททันทีที่ศีรษะถึงหมอน สี่ทิศเอนกายเท้าแขนชันตัวขึ้นเพื่อมองใบหน้าพริ้มหลับของลูกสาว ภาพที่ผู้หญิงคนนั้นวิ่งเข้าไปเอาตัวบังเด็กหญิงไว้ยังคงฉายชัด หากไม่ได้เธอป่านนี้เขายังไม่แน่ใจนักว่าจะมีร่างเล็กจ้อยในอ้อมแขนอีกหรือไม่

“ขอบคุณครับ คุณภีมชญา”

 

จากวันที่สี่ทิศได้เจอขบวนคุณหญิงที่ห้างในวันนั้นเขาก็ยิ่งพยายามหลบหน้าสองแม่ลูกคู่นั้นมากขึ้น ไม่ใช่เพราะรังเกียจแต่เพื่อความปลอดภัยของตัวเขาเองที่เพียงแค่ได้สบตาเจ้าหนูนั่นเขาก็ถึงกับชาดิกไปทั้งร่างและทำอะไรบ้าๆ ที่ไม่ใช่ตัวของตัวเองเลยสักนิด หากได้เจอกันอีกเขาไม่แน่ใจนักว่าจะทำอะไรบ้าๆ ออกไปอีกหรือเปล่า และนั่นทำให้เขาต้องหอบสังขารหนีไปดูงานแทนขุนศึกที่สิงคโปร์อยู่นานถึงห้าวันตั้งแต่วันพฤหัสบดีจนเพิ่งลงเครื่องเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน แล้วสัปดาห์นี้เขาก็สามารถหนีผู้หญิงคนนั้นสำเร็จได้อีกหน

กลับบ้านเลยนะครับ”

น้องชายที่อาสามารับเขาถึงสนามบินถามยิ้มๆ วันนี้ภาสกรอยู่ในชุดเสื้อคอโปโลและกางเกงยีนส์รองเท้าผ้าใบแบบง่ายๆ ทำให้เขานึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยว่าอีกฝ่ายไม่ทำงานหรือไรถึงได้แต่งตัวแบบนี้ แต่พอจะถามออกไปน้องชายก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปเรื่องอื่นจนเขาหลงลืมไป และตอนนี้เขาก็อยากจะกลับไปอาบน้ำให้สบายตัวเพื่อรอกอดลูกสาวตัวน้อยของเขาแล้วด้วย คำถามนั้นจึงตกไปอย่างช่วยไม่ได้

งานที่โน่นเป็นยังไงบ้างครับ”

เรียบร้อยดี ว่าแต่งานทางนี้เถอะ เป็นยังไงบ้าง”

ไม่มีปัญหาครับ”

น้องชายตอบยิ้มๆ และการสนทนาระหว่างพี่น้องก็เป็นไปเรื่อยๆ โดยส่วนใหญ่จะเป็นหัวข้อเกี่ยวกับงานเสียมาก จนกระทั่งเมอร์ซิเดซเบนซ์สีน้ำเงินเข้มของภาสกรเลี้ยวเข้าบริเวณบ้านอธิรักษ์โยธินอย่างไม่รู้ตัว ลุงสมและแม่อิ่มสองสามีภรรยาเข้ามาช่วยยกกระเป๋าทันทีที่รถจอดสนิท

ทำไมที่บ้านเสียงดังกันจังแม่อิ่ม”

นึกสงสัยไม่น้อยทั้งๆ ที่วันนี้เป็นวันจันทร์แต่กลับมีเสียงหัวเราะสนุกสนานดังออกมาจากบริเวณห้องนั่งเล่นปีกซ้ายซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนของครอบครัว ดวงตาคมภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีเข้มหันไปทางต้นเสียงที่มีแนวต้นโมกที่ปลูกไว้เป็นฉากกั้นชั้นดีให้กับสระว่ายน้ำข้างบ้านและเขาก็เห็นเงาเคลื่อนไหวอยู่บริเวณดังกล่าว

แม่อิ่มไม่ตอบคำถามนอกจากส่งยิ้มให้กับผู้เป็นนายและรีบยกกระเป๋าขึ้นตึกไปพร้อมกับลุงสมผู้เป็นสามี สี่ทิศหันมาถามเอากับน้องชายที่ลงมายืนส่งยิ้มทะเล้นให้ข้างๆ

คุณใหญ่คงดูปฏิทินผิด วันนี้เป็นวันหยุดชดเชยเพราะเมื่อวันเสาร์เป็นวันอาสาฬหบูชา และวันนี้คุณครูของมินนี่ก็มาสอนพิเศษให้มินนี่และแตงจ๋าตามปกติครับ”

กล่าวจบฝ่ามือหนาก็ออกแรงคว้าหมับที่แขนแกร่งของพี่ชาย ตามด้วยการออกแรงลากเข้าบ้านเพราะกลัวพี่ชายจะหนีไปอีกนั่นเอง วันที่ไปห้างยายเบียบวันนั้นกลับมาเขาโดนคุณหญิงซักกระบุงใหญ่ว่าพี่ชายรู้ได้อย่างไรว่าท่านมีแผนจะให้ครูภีมไปที่นั่น และเมื่อบอกความจริงออกไปเขาก็โดนเทศน์อีกหนึ่งกัณฑ์ใหญ่ๆ วันนี้จึงต้องไถ่บาปของตัวเองโดยการพาพี่ชายมาพบคุณครูสาวให้ได้ ต่อให้เสี่ยงกับเท้าหนาๆ ที่อีกฝ่ายจะฟาดมาตอนไหนก็ไม่รู้ก็ตาม

ว่ายังไงนะนายกร” ถามอย่างไม่เชื่อหู แย่แล้วเขากะวันผิดไปหรือนี่

ผมรู้ว่าคุณใหญ่ได้ยินชัดครับ และผมจะไม่พูดอีก เอาเป็นว่าเข้าไปแนะนำตัวเลยไหมครับ”

ไม่ละ” เมื่อน้องชายคาดคั้นเขาก็ส่ายหน้าหวือ แขนแกร่งสะบัดออกจากมือของน้องชายและยืนกอดอกนิ่งไม่ขยับเขยื้อน “นายจะไปก็ไปคนเดียว พี่จะขึ้นข้างบน”

กล่าวจบก็เดินไปทางบันไดที่อยู่เบื้องหน้าแต่เสียงของน้องชายและนมน้อมทำให้เขาต้องอยู่การกระทำทั้งหมดไว้เสียก่อน

คุณหญิงล่ะครับนมน้อม”

คุณหญิงกับคุณละไมอยู่ที่สระว่ายน้ำค่ะ นี่ก็บอกให้นมไปเตรียมของว่างให้คุณหนูทั้งสาม คุณรองจะรับด้วยเลยไหมคะ”

แน่นอนครับ มีสาวๆ สวยๆ มาใส่บิกินีให้ดูถึงบ้านทั้งที ภาสกรคนนี้ไม่ไปก็กระไรอยู่”

คำตอบทะลึ่งทะเล้นของน้องชายทำให้ใบหน้าคมหันขวับมามองคนพูดเขม็ง เมื่อภาสกรหันไปมาเจออยู่ก็ถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจก่อนเอ่ยแซวตามนิสัยของตน

“สนใจเหมือนผมล่ะสิครับคุณใหญ่”

แซวพี่ชายเสร็จก็หันไปสั่งนมน้อมเพื่อขอเครื่องดื่มและของว่างเผื่อพี่ชายตัวเองอีกชุดโดยที่สี่ทิศไม่ได้ร้องขอ และก่อนที่พี่ชายจะเดินหนีไปอีกภาสกรก็ย้ายร่างมากระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน

สนใจไปดูครูภีมใส่บิกินี่กับผมไหมครับ”

ไม่ล่ะ คิดว่าใส่ชุดว่ายน้ำมายั่วแล้วฉันจะกระโจนใส่ละก็คิดผิดแล้วละ” ประโยคหลังฝากลมฝากฟ้าไปถึงคนที่น้องชายกำลังเอ่ยถึง ภาสกรยิ้มแป้นก่อนจะปรับสีหน้าให้ดูคล้ายกำลังเป็นการเป็นงานที่สุด

ถ้าอย่างนั้นหากคุณใหญ่ไม่เอา คนนี้ผมขอนะ”

เรื่องสิ”

ประโยคของ่ายๆ ของคนเป็นน้องได้รับเป็นประโยคตอบกลับรวดเร็วปานกัน และนั่นก็ทำให้ภาสกรถึงกับหัวเราะร่าขณะที่สี่ทิศรู้สึกตัวเองตกลงไปในหลุมที่น้องชายขุดไว้อย่างจัง

“ฉันไม่คุยกับนายแล้ว”

สรรพนามเปลี่ยนไปตามอารมณ์ที่น้องชายรู้ดีว่าตอนนี้พี่ชายกำลังอายสุดขีด สี่ทิศยืนหมุนซ้ายหมุนขวาทำอะไรไม่ถูก ภาสกรขยับเข้าไปใกล้และเอ่ยแซวยิ้มๆ

“เอาน่ะครับคุณใหญ่แค่ไปดูเอง หากหุ่นไม่ผ่าน หน้าอกไม่ไหว สะโพกไม่ผาย คุณใหญ่ค่อยโยนมาให้ผมก็ได้”

พูดจบก็ลากพี่ชายไปยังทิศทางที่มาของเสียงหัวเราะใสของเด็กๆ และผู้ใหญ่ในบ้านทันที และเมื่อมาถึงสองหนุ่มก็ยืนนิ่งราวกับถูกมนต์สะกด ภาพหญิงสาวในชุดว่ายน้ำบิกินีสีฟ้าสดใส ชิ้นบนอวดเนินอกอิ่มขาวลออตาขณะที่ชิ้นล่างถูกพื้นน้ำบดบังไว้แต่กระนั้นก็มองเห็นความขาวเนียนฉายชัดอยู่ดี

ภาสกรที่ได้สติก่อนรีบเอนกายเข้ามากระซิบ “คุณใหญ่เคยบอกว่าไม่มีทางเดินตามเกมของคุณหญิงเด็ดขาด ถ้าอย่างนั้นคนนี้ผมขอเลยนะครับ”

กล่าวจบก็ทำท่าจะเดินเข้าไปหาหญิงสาวผู้เป็นศูนย์รวมจุดโฟกัสในตอนนี้ แต่มือของพี่ชายกลับคว้าไหล่ของเขาไว้มั่นพร้อมกับกล่าวสั้นๆ แต่ให้รู้ว่าเอาจริง

แม่หาให้ทั้งที จะให้พี่ปฏิเสธได้ยังไงล่ะ”

 









ฝากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

214 ความคิดเห็น