ดวงใจอธิรักษ์โยธิน

ตอนที่ 5 : ดวงใจสี่ทิศ : บทที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,280
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    27 ส.ค. 63



บทที่ 4

 

สัปดาห์ต่อมาหม่อมราชวงศ์รจเรข ประมุขแห่งอธิรักษ์โยธินก็ได้รู้ถึงปัญหาฐานะทางการเงินของคุณครูสาวจากรายงานที่ลูกชายคนรองนำมาส่ง ตอนแรกท่านไม่ได้สนใจมากนักเพราะดูจากหลายๆ องค์ประกอบแล้วไม่ถือว่าสภาพคล่องทางการเงินของหญิงสาวจะมีปัญหาแต่ช่วงปลายสัปดาห์นั้นเองท่านก็ได้รับข่าวจากคุณพัตรา ว่าภีชญาได้ขอลาหยุดติดต่อกันหลายวันและยังเข้าไปหาหัวหน้าฝ่ายธุรการของโรงเรียนเพื่อขอเบิกเงินเดือนล่วงหน้าอีกต่างหาก ท่านจึงไม่รอช้าให้ลูกชายคนรองและหลานสาวตัวน้อยตามสืบมาทันทีว่าเพราะเหตุใดคุณครูสาวตามรายงานของลูกชายถึงจำเป็นต้องใช้เงินและลาหยุดหลายวันขนาดนั้น

ว่าอย่างไรตากร ได้อะไรกลับมาบ้าง”

เปิดปากถามทันทีที่อีกฝ่ายกลับมาถึง คุณละไมเลี่ยงพาเด็กๆ ที่เพิ่งกลับมาจากโรงเรียนขึ้นห้องพักเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและจะได้ทำการบ้านต่อให้เสร็จก่อนอาหารเย็น

โธ่...คุณหญิงครับ ให้ผมพักก่อนก็ได้ครับ”

ภาสกรเปิดปากอุทธรณ์และแน่นอนว่ามารดาไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ทำอย่างนั้น ท่านดึงแขนเสื้อของลูกชายตรงไปยังห้องนั่งเล่นปีกซ้ายของตึกและเรียกให้นมน้อมนำของว่างมาเสิร์ฟเสียเต็มโต๊ะอย่างประชดคนอยากพัก

ทานซะ พักให้เต็มที่แล้วบอกแม่มาว่าได้อะไรกลับมาบ้าง หนูภีมลาไปไหน”

คนเป็นลูกหัวเราะให้กับท่าทางดังกล่าว สงสัยว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้ท่านจะเอาจริงเพราะไม่ถึงอาทิตย์เปลี่ยนคำเรียกเป็นหนูภีมเสียแล้ว

หัวเราะอะไรตากร” ท่านถามเสียงห้วนและลูกชายก็ตอบกลับเสียงทะเล้นตามนิสัย

หัวเราะคุณหญิงน่ะสิครับ” ว่าพลางยกน้ำใบเตยขึ้นจิบก่อนจะยืดตัวขึ้นเพื่อเข้าสู่การพูดคุยอย่างเป็นการเป็นงาน “คุณครูของมินนี่ลากิจสองวันครับ” เขาเล่าตามที่ได้รับรายงานมา “คือวันนี้และวันจันทร์อีกหนึ่งวัน คุณครูหัวหน้าระดับชั้นบอกว่าน้องมิกกี้ลูกชายของครูภีมน่ะครับไม่สบาย เห็นล่าสุดบอกว่าแอดมิดเข้าโรงพยาบาลด้วย”

ตายจริง” ท่าทางยกมือขึ้นทาบอกของมารดาทำให้ภาสกรเย้าอีกหน

ยังไม่ตายครับ แค่แอดมิดเข้าโรงพยาบาลเฉยๆ” กล่าวได้แค่นั้นก็โดนฝ่ามือพิฆาตของมารดาฟาดลงบนแขนแกร่งแรงๆ แต่คนถูกฟาดกลับหัวเราะชอบใจและเริ่มเล่าต่อ “แต่ครูภีมให้น้องสาวเฝ้าที่โรงพยาบาลและเธอมาทำงานจนกระทั่งเมื่อวาน”

อยู่โรงพยาบาลไหน แล้วมิกกี้เป็นอะไร”

เป็นอีกครั้งที่ทำให้ชายหนุ่มหัวเราะขำกับท่าทางของมารดาที่ดูคล้ายจะห่วงคุณครูสาวมากจนเรียกได้ว่าเกินเหตุ ขนาดยังไม่ได้เป็นลูกสะใภ้ยังห่วงออกหน้าออกตาขนาดนี้ นี่ถ้าพี่ชายเขามีปฏิกิริยาบ้างท่านคงยกขันหมากไปสู่ขอเลยกระมัง

เป็นปอดบวมครับ” เขาตอบยิ้มๆ ก่อนจะแซวเป็นการตบท้าย “ว่าแต่คุณหญิงจะยกกระเช้าไปเยี่ยมเมื่อไหร่ดีครับ เผื่อว่าจะใช้เป็นการเปิดทางสานสัมพันธ์เอาครูภีมมาเป็นลูกสะใภ้”

เอ๊ะ! ตากร” เมื่อรู้ว่าประโยคหลังลูกชายต้องการแซวท่านจึงค้อนกลับ ใจจริงก็อยากทำอย่างที่ลูกชายว่าแต่เมื่อคิดดูอีกทีท่านเพิ่งก็รู้จักกับคุณครูสาวได้ไม่ถึงสัปดาห์ด้วยซ้ำ ก่อนจะคิดอะไรได้บางอย่าง “แม่มีวิธีเข้าถึงหนูภีมได้ยิ่งกว่านั้นอีก”

วิธีไหนครับ” ครานี้เป็นลูกชายบ้างที่มีท่าทีใคร่รู้ คุณหญิงยิ้มมีเลศนัยไม่ตอบ ทั้งยังลุกเดินหนีออกจากห้องทิ้งให้ลูกชายคนรองนั่งขบคิดต่อไปว่าวิธีที่ท่านว่านั้นคืออะไรกันแน่

ขณะเดียวกันที่ห้องผู้ป่วยรวมแผนกกุมารเวชของโรงพยาบาล พีรนันท์ในชุดนักเรียนกำลังนั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบย่อยในอาทิตย์หน้าอยู่ข้างเตียงของหลานชายวัยสามขวบ เด็กชายศาสตราเพิ่งกินยาและหลับไปอีกครั้งเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ขณะที่พี่สาวออกไปทำธุระข้างนอก ซึ่งธุระที่ว่าเด็กสาวรู้ดีว่าหมายถึงเรื่องค่ารักษาพยาบาลของคนที่อยู่บนเตียง

เมื่อต้นสัปดาห์ภีมชญาให้เงินค่าคอร์สเรียนพิเศษกับเธอ แม้จะไม่ได้เป็นจำนวนมากมายแต่สำหรับครอบครัวฐานะปานกลางก็ทำให้เกิดภาวะขัดสน ทั้งมิกกี้ที่โดนละอองฝนมาหลายวันมีไข้สูงจนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล และที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือเด็กชายมีอาการหอบจนต้องให้ออกซิเจนทางจมูก ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลจนกว่าจะหายดีเพราะอาการปอดบวมจะมีผลต่อพัฒนาการในหลายๆ ด้านซึ่งต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

ภีมชญาเดินเข้ามาหาหลังจากจัดการธุระเสร็จ สีหน้าติดกังวลจนคนมองสังเกตเห็น ร่างโปร่งรุดเข้าไปดูอาการของลูกชายก่อนจะหันมาถามกลับน้องสาวที่นั่งอยู่ข้างเตียง

พี่ขอโทษนะพีที่ต้องให้เรามาเฝ้ามิกกี้หลังเลิกเรียนแบบนี้”

เมื่อวานเธอเข้าไปพบหัวหน้าแผนกธุรการของโรงเรียนเพื่อเล่าถึงความจำเป็นและขอเบิกเงินเดือนล่วงหน้าแต่ได้รับคำปฏิเสธ เพราะระเบียบของทางโรงเรียนเธอยังไม่ผ่านช่วงทดลองงาน เงินเก็บที่มีตอนนี้ลดลงไปกว่าครึ่งแต่ถึงกระนั้นเธอก็ต้องเก็บบางส่วนไว้สำหรับให้น้องสาวได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยดีๆ ต่อไปในอนาคต

ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ดีเสียอีกวันนี้พีได้หยุดงานหนึ่งวัน”

พี่ซื้อผัดไทยมาฝาก” ว่าพร้อมกับยื่นถุงอาหารที่ขึ้นฝ้าเพราะความร้อนส่งให้ เด็กสาวยิ้มรับเต็มดวงหน้ากับของโปรดที่พี่สาวซื้อมาฝาก “น้องพี...พี่อยากให้เรากลับไปรอที่บ้านจะได้อ่านหนังสือสอบด้วย อยู่ที่โรงพยาบาลมันไม่สะดวกในหลายๆ อย่าง”

พี่ภีมคะเรามีกันสองคนพี่น้องนะ พี่ภีมอยู่ที่ไหนพีก็อยู่ได้ทั้งนั้นแหละ” น้องสาวตอบตามที่คิด เพราะห่วงหลานชายไม่น้อยไปกว่าคนเป็นแม่ ภีมชญายิ้มออกมาได้บ้างมือเรียวกุมมือน้องสาวแน่นคล้ายส่งกำลังใจให้แก่กันและกัน

ขอบใจจ้ะ”

แล้วเป็นยังไงบ้างคะ” เด็กสาวถามพลางลอบสังเกตสีหน้าพี่สาวอยู่ในทีเพราะอยากรู้ถึงสถานการณ์ธุระที่พี่สาวออกไปจัดการ

ใบหน้าหวานสลดลงเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มกระจ่างส่งให้ “พี่เอาเงินเก็บออกมาใช้ก่อนน่ะ ต่อไปเราต้องประหยัดกันหน่อยนะ” ท้ายประโยคตั้งใจทำให้คล้ายติดตลกแต่พีรนันท์กลับรู้สึกผิด

พีทำให้พี่ภีมลำบากหรือเปล่าคะ”

ไม่เลยจ้ะ พี่รับปากคุณพ่อคุณแม่ไว้แล้วว่าจะดูแลเราให้ดีที่สุด แต่เราต้องสัญญานะว่าจะตั้งใจเรียน” มือบางหันมาลูบศีรษะน้องสาวแผ่วเบา

พีรนันท์พยักหน้ารับคำสัญญานั้น “พีสัญญาค่ะว่าจะตั้งใจเรียน และไม่มีวันทำให้พี่ภีมผิดหวังเป็นอันขาด”

ดีจ้ะ ถ้าอย่างนั้นคืนนี้พีกลับไปเฝ้าบ้านนะ ที่โรงพยาบาลเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคพี่ไม่อยากให้พีไม่สบายไปอีกคน”

แม้พีรนันท์จะขัดขืนในตอนแรกแต่เมื่อได้รับแววตาห่วงใยก็จำต้องรับปาก และลงมือเก็บข้าวของของตน เพราะไม่อยากกลับถึงบ้านดึกนั่นเอง

ภีมชญามองตามหลังน้องสาวที่หายออกไปจากกรอบประตูของห้องผู้ป่วยรวมแล้วผ่อนลมหายใจแผ่วเบา เธอไม่อยากให้พีรนันท์ต้องมารับภาระที่เธอก่อไว้ หญิงสาวก้มลงมองลูกน้อยที่นอนหลับอยู่บนเตียงผู้ป่วยแล้วหวนให้คิดใครบางคน ภีมชญารีบสะบัดขับไล่ภาพเหล่านั้นออกไป

เธอต้องเข้มแข็งนะภีมชญา เธอจะกลับไปอยู่จุดนั้นไม่ได้เป็นอันขาด” พึมพำบอกตัวเองเสียงแผ่ว ทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง มือนุ่มลูบศีรษะลูกชายตัวน้อยแผ่วเบาขณะเอ่ย “เป็นกำลังใจให้แม่ด้วยนะครับมิกกี้”

 

เมื่อครบกำหนดลาของคุณครูสาว หม่อมราชวงศ์รจเรขก็เดินทางมาส่งหลานสาวที่โรงเรียนด้วยตัวเองอีกครั้ง และครั้งนี้ท่านมั่นใจว่าตนจะสามารถสานสัมพันธ์กับว่าที่ลูกสะใภ้ได้อย่างแน่นอน และในช่วงบ่ายซึ่งเป็นเวลาที่นักเรียนระดับชั้นอนุบาลต้องพักผ่อนนั่นเอง ที่หม่อมราชวงศ์รจเรขซึ่งถือโอกาสพูดคุยกับคุณพัตราตลอดทั้งช่วงเช้าได้ย้อนกลับมาสานสัมพันธ์กับว่าที่ลูกสะใภ้คนสวยอีกครั้ง

เสียงประตูหน้าห้องถูกเคาะ ภีมชญาที่กำลังจัดผ้าห่มให้เด็กนักเรียนในชั้นหันไปมองตามเสียงดังกล่าวและก็พบว่าเป็นหม่อมราชวงศ์รจเรขนั่นเอง หญิงสาวรีบลุกออกมารับต้อนรับ

สวัสดีค่ะคุณหญิง”

สวัสดีจ้ะ” มือยกขึ้นรับไหว้พลางไล่สายตาสำรวจดวงหน้าอีกฝ่ายอยู่ในที วันนี้ภีมชญาดูอ่อนล้าคงเพราะหลายวันที่ผ่านต้องจัดการเรื่องภายในครอบครัวจึงไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ “อย่าเรียกคุณหญิงเลยจ้ะ ดูเหินห่างกันอย่างไรก็ไม่รู้ เรียกคุณแม่ก็ได้” ท่านว่ายิ้มๆ แต่คนฟังกลับรู้สึกฉงนและเพื่อไม่ให้เหยื่อสงสัยมากกว่านั้นคุณหญิงก็เฉไฉทำเป็นถอดรองเท้าและก้าวเข้าไปในห้องพร้อมกับทำทีบ่นไปเรื่องอื่น “ได้ข่าวว่าลูกชายไม่สบายหรือจ๊ะ”

ค่ะ” คุณครูสาวเดินตามหลังจนกระทั่งไปถึงเบาะของเด็กหญิงมินตราและเด็กชายศาสตราที่นอนอยู่ข้างๆ กัน คุณหญิงจัดผ้าห่มให้หลานรักอย่างเบามือและเริ่มแผนการสานสัมพันธ์ในทันที

ช่วงนี้อากาศเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝน เด็กภูมิคุ้มกันอ่อนแอก็เลยไม่สบายกันง่ายๆ” ท่านเล่าเรื่อยๆ คนฟังพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยเพราะลูกชายของเธอเองก็เพิ่งโดนฝนจนกระทั่งไม่สบายเช่นกัน “แม่เป็นห่วงมินนี่น่ะจ้ะ กลัวว่าถ้าไม่สบายไปแล้วจะเรียนไม่ทันเพื่อน”

ไม่หรอกค่ะคุณหญิง น้องมินนี่เป็นเด็กแข็งแรงและก็หัวไวมาก”

แม้จะไม่ค่อยพอใจที่อีกฝ่ายยังคงเรียกว่าคุณหญิง แต่หม่อมราชวงศ์รจเรขก็ไม่ได้เอ่ยทักเพราะคิดว่าค่อยๆ หว่านล้อมจะเป็นผลดีมากกว่าตีขลุมตรงๆ

แน่ล่ะ ทั้งแข็งแรงแล้วก็หัวแข็งมากด้วย” ท่านว่าติดตลกขณะที่หญิงสาวอมยิ้มฟังพลางลูบศีรษะลูกชายเบาๆ มิกกี้นอนกอดหมอนข้างใบเก่าที่ติดมาตั้งแต่เด็กๆ

ก็อย่างว่าละนะ ไม่มีแม่คอยดูแลเอาใจใส่ มีแต่พ่อกับย่าแล้วก็บรรดาอาๆ คนที่เล่นด้วยก็มีแต่อาผู้ชายอย่างภาสกรที่เคยมารับมาส่งมินนี่กับแม่คราวก่อน และลูกชายคนเล็กของแม่อีกคนแต่คนนั้นก็กำลังวัยรุ่น เล่นกับหลานทีไม่เคยเกินห้านาทีต้องทะเลาะกันเป็นประจำ นิสัยมินนี่เลยค่อนข้างออกไปทางผู้ชาย หนูคงรู้อยู่แล้ว”

ภีมชญาพยักหน้ารับไม่ได้เอ่ยขัดซึ่งท่านก็ยิ้มให้และพูดต่อ

“ความจริงแม่เองก็อยากให้มีคนคอยดูแลมินนี่ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน เห็นหนูเองเอาใจใส่นักเรียนดีแบบนี้แม่ก็เบาใจ หนูสนใจงานสอนพิเศษบ้างหรือเปล่าจ๊ะ” ท้ายประโยควกมาถามได้อย่างมีชั้นเชิงพลางจับตามองคนฟังอยู่ไม่ห่าง ก่อนจะเสมองไปทางหลานสาวเพื่อไม่ให้คุณครูสาวผิดสังเกตว่าท่านกำลังคิดอะไรอยู่

แต่สำหรับภีมชญา เธอเงยหน้าขึ้นมองอย่างสงสัย แววตาที่เต็มไปด้วยคำถามทำให้ผู้มากวัยต้องหันกลับมาพูดรัวเร็วคล้ายปรับทุกข์อย่างแนบเนียน

อย่างที่บอกน่ะจ้ะ มินนี่ไม่ค่อยมีคนดูแล พ่อก็บ้างาน แม่เองก็แก่แล้วดูแลไม่ไหว ยิ่งโตก็ยิ่งซน เกิดในครอบครัวที่มีแต่อาผู้ชาย” ท่านว่าเรื่อยๆ ก่อนจะจบด้วยหมัดฮุกหมัดสุดท้าย “แม่อยากให้หนูไปสอนมินนี่ที่บ้าน ก็ไม่เชิงเรียกว่าสอนพิเศษหรอกนะคล้ายเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลมินนี่ที่บ้านในช่วงเสาร์อาทิตย์กับวันหยุดมากกว่า ถ้าหนูสนใจให้คำตอบแม่ได้ทุกเมื่อเลยนะจ๊ะ”

เอ่อ...คือหนูไม่แน่ใจว่าทางโรงเรียนจะมีข้อห้ามไว้หรือเปล่านะคะ”

ไม่มีแน่นอนจ้ะ” ตอบอย่างมั่นใจเพราะท่านเป็นคนร่างกฎระเบียบของโรงเรียนร่วมกับคุณพัตรามาเองกับมือ “หนูดูแลเด็กได้ดีมาก แม่เห็นหนูทำงานแล้วรู้ได้ทันทีว่าหนูต้องเป็นแม่และเมียที่ดีได้อย่างแน่นอน” ท้ายประโยคเรียกความสงสัยให้ปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของหญิงสาว หม่อมราชวงศ์รจเรขยิ้มก่อนเอ่ยแก้

แม่หมายถึงดูเด็กๆ ได้ดีสมเป็นแม่ศรีเรือนน่ะจ้ะ”

ค่ะ” คนฟังยิ้มรับแม้จะสงสัย แต่ท่านคงพูดรัวเร็วความหมายเลยผิดเพี้ยนเท่านั้น ภีมชญาคิดในแง่ดี

ว่ายังไงจ๊ะ สนใจหรือเปล่า” หลังจากปล่อยให้คนตรงหน้ามึนงงไปได้ชั่วคราวท่านก็เค้นเอาคำตอบ แต่ท่าทางอึดอัดของหญิงสาวทำให้ท่านยิ้มเย็น “เอาอย่างนี้นะจ๊ะ หนูลองกลับไปคิดดูก่อน หนูเองก็มีลูกคงเข้าใจใช่ไหมว่าเด็กผู้หญิงต้องการคนคอยดูแลเอาใจใส่และคุยกันตามประสาผู้หญิงอย่างแม่มากแค่ไหน”

ท่านใช้คำถามให้อีกฝ่ายได้คิดเพราะรู้ประวัติของคนตรงหน้าดี ภีมชญากำพร้าบิดาและมารดาตั้งแต่อายุสิบแปด ตอนนั้นเธอเพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แต่น้องสาวที่อายุห่างกันถึงแปดปีกลับไม่เป็นเช่นนั้น ทั้งพีรนันท์ทั้งเธอโหยหาและต้องการคำปรึกษาจากมารดาในหลายๆ เรื่อง จนกระทั่งเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นกับชีวิตเมื่อสี่ปีก่อน

มือบางลูบไล้แก้มลูกชายคนเดียวอย่างแสนรัก แม้เขาจะเกิดจากความผิดพลาดแต่เธอไม่เคยมองว่าเด็กชายคือความผิดพลาดในชีวิตเลยสักครั้ง ลูกชายที่เธอรักคือของขวัญล้ำค่าที่ทำให้ชีวิตของเธอมีเป้าหมาย หญิงสาวก้มลงจุมพิตที่แก้มยุ้ยเบาๆ ขณะที่คุณหญิงนั่งมองไม่วางตาเพื่อดูปฏิกิริยาของปลาที่ท่านกำลังวางเหยื่อล่อ

 

ในช่วงเลิกเรียน หม่อมราชวงศ์รจเรขรอให้ลูกชายคนรองมารับโดยที่ท่านแวะไปรับเด็กหญิงต้องตามาที่ห้องของหลานสาวและนั่งเล่นกับเด็กๆ อย่างไม่ถือตัวโดยไม่เอ่ยถึงเรื่องนั้นอีก เด็กนักเรียนในชั้นเริ่มทยอยกลับบ้านทีละคนจนกระทั่งลูกชายคนรองวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องและนั่งลงข้างมารดา

ขอโทษครับคุณหญิง รถติดมาก นี่ผมก็เหยียบมิดแล้วนะครับ” เขาพูดปนหอบพร้อมยกมือรับไหว้เด็กๆ ที่ประกอบไปด้วยมิกกี้ มินนี่ และแตงจ๋า

ถ้าอย่างนั้นแม่ว่าเรากลับกันดีกว่านะ เดี๋ยวถึงบ้านก็คงจะเย็น”

แม้ในใจอยากที่จะอยู่ดูความประพฤติของว่าที่ลูกสะใภ้อีกนิด แต่เวลาบนหน้าปัดเข็มนาฬิกายังคงเดินไปเรื่อยๆ และถ้าหากท่านยังคงอยู่ต่อก็คงจะเป็นที่น่าสงสัยแก่คุณครูสาว...ปลาที่อุตส่าห์วางกับดักล่อไว้อาจสงสัยจนกระทั่งไม่สนใจเหยื่อที่ปลายเบ็ดก็เป็นได้

ภาสกรและเด็กๆ พยักหน้าเห็นด้วยโดยเฉพาะต้องตาอยากกลับบ้านไปหามารดาเต็มที เด็กหญิงเอ่ยลาว่าที่หลานชายตัวน้อยและคุณครูก่อนจะออกไปรอด้านนอก ขณะที่มินนี่นั่งอ้อยอิ่งเอ่ยลาน้องชายต่างสายเลือดคล้ายไม่อยากจากจนคุณครูสาวต้องมาสะกิด

มิกกี้ครับ พี่มินนี่จะกลับบ้านแล้วนะ”

เด็กชายยอมปล่อยมือพี่สาววัยสี่ขวบแต่โดยดี ดวงตากลมแป๋วมองสบสื่อสารความเข้าใจที่รู้กันเพียงสองคน คล้อยหลังภาสกรและมินนี่ หม่อมราชวงศ์รจเรขก็เดินเข้ามาหาหญิงสาวอีกครั้งพร้อมเอ่ยถึงเรื่องที่คุยเมื่อตอนบ่ายอีกหนเพื่อย้ำไม่ให้ลืมและบอกให้รู้ว่าท่านเอาจริง

อย่าลืมนะจ๊ะ เรื่องที่เราคุยกันไว้ แม่จะรอคำตอบ”

ภีมชญายกมือไหว้อย่างขอบคุณกับโอกาสที่ท่านหยิบยื่นให้ แต่เธอคงตัดสินใจอะไรเองทั้งหมดไม่ได้เพราะมิกกี้ยังเด็กถ้าเธอทำงานแล้วใครจะคอยดูแลเด็กชาย ดังนั้นเรื่องนี้คงต้องคุยกับน้องสาวก่อนว่าจะทำอย่างไร

ขอบพระคุณคุณหญิงมากเลยนะคะ” คนฟังพยักหน้ารับพร้อมส่งยิ้มให้บางๆ ก่อนเดินออกมาจากห้อง

ขณะที่เดินไปขึ้นรถ ภาสกรก็ปรี่เข้ามาขนาบข้างเพราะมารดาบอกกับเขาตั้งแต่เมื่อเช้าว่าท่านจะมาสานสัมพันธ์กับคุณครูสาวและก็ยังขลุกอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลทั้งวัน ทำให้เขาอยากรู้มากขึ้นไปอีกว่าสถานการณ์ตอนนี้คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว

เป็นอย่างไรบ้างครับคุณหญิง”

คนถูกถามหยุดเดินและหันมายักคิ้วให้สองทีซ้อน แม้วัยจะล่วงเลยเข้าสู่เลขห้าแต่มารดาของเขายังดูแลตัวเองอย่างดีจนคล้ายกับคนที่อายุเพียงสี่สิบกลางๆ เท่านั้น

ระดับแม่แล้ว” ท่านว่าอวดๆ เรียกสายตาใคร่รู้จากลูกชายขึ้นอีกโข ภาสกรถามกลับทันทีด้วยความสงสัย

แปลว่าสำเร็จ?”

ยัง” ตอบกลับเร็วปานกันก่อนจะอมยิ้มคล้ายพอใจในแผนการของตนเอง สายตาเบนกลับไปยังห้องเรียนของหลานสาวที่เพิ่งจากมาอีกครั้งอย่างหมายมาด...“แต่ไม่นานนี้หรอก แม่รับรอง”

 

ภีมชญานำเรื่องที่หม่อมราชวงศ์รจเรขเสนอมาเล่าให้น้องสาวฟังในเย็นวันนั้นเอง ซึ่งทั้งสองก็มีความเห็นตรงกันว่าเป็นข้อเสนอที่ดีแต่ติดเพียงมิกกี้เท่านั้นที่ใครจะเป็นผู้ดูแลเด็กชายในช่วงวันหยุด เพราะตัวพีรนันท์เองก็มีเรียนพิเศษอยู่แล้ว

พี่จะลองถามคุณหญิงท่านดูว่าพามิกกี้ไปด้วยได้หรือเปล่า”

ดีค่ะ เพราะไม่อย่างนั้นจะไม่มีคนคอยดูแลมิกกี้”

น้องสาวเห็นด้วยขณะที่หลานชายตัวน้อยซึ่งเป็นหัวข้อสนทนามองซ้ายทีขวาทีอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก ภีมชญายกร่างเล็กป้อมขึ้นนั่งตักก่อนจะก้มลงถามเสียงอ่อนโยน

มิกกี้ครับ ถ้าคุณแม่พาออกไปข้างนอกทุกวัน มิกกี้อยากไปหรือเปล่าครับ”

เด็กชายศาสตรามองมารดาตาแป๋ว คิดถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาของตัวเองแล้วพยักหน้าส่งให้

“ไปครับ มิกกี้ไม่อยากเล่นตุ๊กตากับน้าพีแล้ว”

น้อยๆ หน่อยมิกกี้ เล่นตุ๊กตามันไม่ดีตรงไหนฮะ”

คุณน้าวัยรุ่นโวยวายอย่างไม่จริงจังนัก เพราะรู้ดีว่าหลานตัวน้อยอยากที่จะใช้ชีวิตอย่างเด็กผู้ชายคนอื่นๆ แต่เธอและภีมชญาเห็นว่ากิจกรรมโลดโผนเช่นนั้นมันอันตรายเกินไป สุดท้ายจึงมีแต่การละเล่นคล้ายเด็กผู้หญิง นั่งแต่งตัวตุ๊กตา ขายข้าวแกง เล่นครอบครัวสมมุติเสียมาก ภีมชญาเองก็คิดไม่ต่างกับน้องสาว เพราะเหตุนี้กระมังมิกกี้ถึงตามติดเด็กหญิงมินตราแจ เพราะนิสัยคล้ายเด็กผู้ชายแต่ก็มีความเป็นผู้หญิงอยู่ในตัว

ไม่สนุก มิกกี้อยากเตะบอล” ท้ายประโยคเด็กชายกล่าวเสียงเบา พีรนันท์เงยหน้าขึ้นสบตากับพี่สาวก่อนจะก้มลงพูดกับหลานชาย

ไว้วันไหนน้าพีว่าง น้าพีจะเตะบอลเป็นเพื่อนนะครับคนเก่ง”

ภีมชญายิ้มอ่อนโยนให้กับภาพตรงหน้า มือบางยกขึ้นลูบศีรษะทุยอย่างแสนรัก...ถ้ามิกกี้ได้เกิดมาในครอบครัวที่สมบูรณ์เหมือนคนอื่นเขาก็คงจะดี แต่เธอก็เลือกที่จะให้มันเป็นแบบนี้เอง

 

สองวันถัดมาหม่อมราชวงศ์รจเรขเดินทางมาส่งหลานสาวที่โรงเรียนด้วยตัวเองอีกครั้ง วันนี้คุณละไมไม่ได้ติดตามท่านมาด้วยเพราะต้องช่วยดูโครงการสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ที่ลูกชายคนโตนำมาปรึกษา อธิรักษ์โยธินกรุ๊ปเป็นกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ แต่เดิมคุณละไมคือหนึ่งในผู้บริหารของบริษัทที่เข้าไปทำงานได้ไม่นาน และนั่นก็ทำให้ท่านได้เจอกับคุณภาวินประธานกรรมการบริหารคนก่อนของอธิรักษ์โยธินกรุ๊ป เมื่อเกิดเรื่องขึ้นคุณละไมหลบลี้สังคมมาอยู่ที่บ้านอธิรักษ์โยธิน ท่านไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอกมากนักนอกจากติดตามหม่อมราชวงศ์รจเรขออกไปบ้างในบางครั้งเท่านั้น

และเพราะยังคงมาดผู้บริหารฝีมือเยี่ยม สี่ทิศ ภาสกร และขุนศึกจึงลงความเห็นว่าควรให้คุณละไมเป็นที่ปรึกษาของบริษัท ทำให้ระยะหลังมานี้เขาก็มักจะนำงานหรือโครงการต่างๆ มาปรึกษามารดาคนนี้เสมอ ซึ่งอีกฝ่ายก็เต็มใจที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่เพราะเสียดายความรู้ที่ร่ำเรียนมาแต่ต้องอับอายกับฐานะเมียน้อยจนไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับสังคม

คุณหญิงแน่ใจนะครับว่าวันนี้จะได้คำตอบ” ภาสกรหันมาถามมารดาที่นั่งอยู่ข้างๆ

ต้องได้สิ เพราะแม่ให้เวลาไปคิดตั้งสองวัน” ท่านกล่าวอย่างมั่นใจเพราะตอนนี้ภีมชญากำลังมีปัญหาทางการเงิน หนทางใดที่จะทำให้มีรายได้เพิ่มหญิงสาวต้องไม่ปฏิเสธเป็นแน่ “ว่าแต่เราเถอะจะลงไปกับแม่หรือเปล่า”

ขอตัวนะครับ ผมต้องเข้าประชุมกับทางคุณสมภพแทนคุณใหญ่ตอนสิบโมง คงต้องเข้าไปเตรียมตัวก่อน”

ชายหนุ่มว่าพลางยกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขึ้นดู วันนี้สี่ทิศปรึกษางานกับคุณละไมอยู่ที่บ้าน ทำให้เขาต้องไปส่งนักรบที่โรงเรียนด้วย และเพราะโรงเรียนของมินนี่กับต้องตาอยู่ห่างจากโรงเรียนนานาชาติที่นักรบเรียนอยู่คนละฝั่งเมือง ทำให้กว่าจะมาถึงก็สายมากแล้ว ไหนจะต้องอ้อมกลับไปที่บริษัทอีก การจราจรในเมืองหลวงรถติดอย่างกับอะไร

ถ้าอย่างนั้นเลิกงานแล้วค่อยมารับแม่ หากวันนี้หนูภีมตกลงแม่จะไปดูลาดเลาที่บ้านของเขาเสียหน่อย ต่อไปจะได้ให้ลุงสมเป็นคนคอยรับคอยส่งหนูภีมกับลูก”

ถ้าอย่างนั้นเลิกงานแล้วผมจะรีบมาก็แล้วกันนะครับ สวัสดีครับคุณหญิง” ชายหนุ่มยกมือไหว้มารดาเมื่อจอดรถที่หน้าโรงเรียน มองจนเห็นว่าหม่อมราชวงศ์รจเรขพาต้องตาและมินนี่เดินหายเข้าไปด้านในเรียบร้อยแล้วภาสกรจึงได้ขับรถออกไปจากบริเวณนั้น

วันนี้หม่อมราชวงศ์รจเรขมั่นใจเป็นอย่างมากว่าหญิงสาวจะต้องตอบตกลง และสิ่งที่ท่านหวังก็สมปรารถนาเมื่อส่งเด็กหญิงมินตราเข้าห้องเรียบร้อยภีมชญาก็เรียกคุณหญิงไว้ก่อนที่ท่านจะเดินจากไป

ว่ายังไงจ๊ะ” ท่านหันกลับมาเสียงถามอ่อนโยน ใบหน้ายังคงเก็บความพอใจไว้ได้อย่างแนบเนียน อากัปกิริยาเช่นนี้บอกได้คำเดียวว่าท่านกำลังจะได้รับข่าวดี

เรื่องที่คุณหญิงถามหนูเมื่อวันก่อนน่ะค่ะ”

หม่อมราชวงศ์รจเรขยิ้มรับขณะรอฟังว่าหญิงสาวจะตอบว่าอะไร ภีมชญารู้สึกว่ามือกำลังชุ่มไปด้วยเหงื่อ ทั้งๆ ที่ก็เป็นเพียงแค่การตอบรับทำงานเท่านั้นแต่ทำไมถึงรู้สึกตื่นเต้นมากมายนัก

“หนูอยากลองทำดูค่ะ”

หม่อมราชวงศ์รจเรขเงียบไปเกือบหนึ่งนาทีเต็มให้คนตรงหน้าใจสั่นเล่น ไม่ใช่เพื่อแกล้งหญิงสาวแต่เพื่อรักษาท่าทีไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกผิดสังเกตถึงแผนการของท่านได้ต่างหาก

แม่ดีใจที่หนูตกลง มานี่เถอะแม่อยากคุยให้รู้เรื่องก่อน” ท่านจูงมือชื้นเหงื่อของคุณครูสาวไปนั่งที่ระเบียงหน้าห้อง เมื่อนั่งเคียงกันเรียบร้อยท่านก็วางมืออีกข้างทับมือบางด้านบนพร้อมกับตบปลอบเบาๆ “แม่จะให้หนูเดือนละสองหมื่นสำหรับการดูแลมินนี่และแตงจ๋าในช่วงวันหยุด หนูสามารถพามิกกี้ไปที่บ้านด้วยได้นะ มินนี่กับแตงจ๋าจะได้มีเพื่อนเล่น ทำงานแบบเช้าไปเย็นกลับแม่จะมีรถรับส่งให้ ตกลงตามนี้ไหมจ๊ะ”

ประโยคยืดยาวทำให้คุณครูสาวนิ่งไป ความจริงแล้วเธอตกใจตั้งแต่ที่คุณหญิงเอ่ยถึงค่าตอบแทนด้วยซ้ำ เมื่อหาเสียงตัวเองเจอก็ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปแม้แต่วินาทีเดียว

สองหมื่นหรือคะ หนูว่ามันมากเกินไป”

ไม่มากหรอกจ้ะ” ท่านยังคงยิ้มเย็นและสงบได้อย่างน่าเกรงขาม “หนูต้องดูแลเด็กถึงสองคน และอีกอย่างงานดูแลเด็กถ้าได้คนถูกใจและทำงานดีมากแค่ไหนแม่ก็ยอมจ่าย ที่แม่เลือกหนูเพราะเห็นว่าหนูดูแลมินนี่ได้ดี อีกอย่างการศึกษาของหนูก็ไม่ได้ขี้ริ้ว เอาเป็นว่าตกลงตามนี้นะจ๊ะ” ท่านเร่งรัดเอาคำตอบเพราะไม่อยากให้หญิงสาวเปลี่ยนใจ เมื่อคนตรงหน้ายังคงเงียบท่านก็แตะหลังมือบางอีกครั้งเบาๆ ให้คุณครูสาวได้รู้สึกตัว “ว่าไงจ๊ะ”

ภีมชญาคิดถึงจำนวนเงิน อนาคตของน้องสาวและลูกชายสลับไปมาจนกระทั่งได้คำตอบว่าเธอควรคว้าโอกาสนี้ไว้

“ตกลงค่ะ”

ดีจ้ะ ถ้าอย่างนั้นหนูจะว่าอะไรไหมถ้าเย็นนี้แม่จะขอไปเที่ยวที่บ้านของหนู ไม่ใช่ละลาบละล้วงนะจ๊ะ แต่แม่อยากไปดูที่ทางไว้บอกคนขับรถน่ะ”

ได้ค่ะคุณหญิง”

ถ้าอย่างนั้นตกลงตามนี้นะ หนูเข้าห้องเรียนเถอะเดี๋ยวแม่จะไปพบคุณพัตราเขาเสียหน่อย”

ท่านส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้เป็นการตบท้ายพร้อมกับลุกขึ้นเดินจากไปด้วยท่าทางที่สง่างาม เมื่อลับร่างของหม่อมราชวงศ์รจเรขคุณครูสาวก็ถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ที่ทุกอย่างดูคล้ายจะง่ายดายกว่าที่คิด

เยื้องไปเล็กน้อยภายในห้องเรียนของอนุบาล 2/3 เด็กหญิงมินตรายืนเกาะขอบประตูมองเหตุการณ์เมื่อครู่ตาไม่กะพริบ ไม่ต่างกับน้องชายต่างสายเลือด เด็กชายศาสตราเองก็แอบดูซ้อนหลังพี่สาวอยู่ไม่ห่าง เมื่อคุณหญิงย่าเดินจากไปพร้อมใบหน้าอมยิ้มพอใจกับคำตอบที่ได้รับ สองเด็กน้อยก็หันมาแตะมือและยิ้มให้แก่กันเมื่อแผนการสำเร็จไปอีกหนึ่งขั้น

พี่มินนี่บอกแล้วว่าต้องสำเร็จ” เด็กหญิงกอดอกว่าอวดๆ ขณะที่เด็กชายเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า

เพราะมิกกี้ช่วยต่างหาก”

 









ฝากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

214 ความคิดเห็น