ดวงใจอธิรักษ์โยธิน

ตอนที่ 4 : ดวงใจสี่ทิศ : บทที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,509
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    27 ส.ค. 63




บทที่ 3

ไหนล่ะครับ ว่าที่ลูกสะใภ้ของคุณหญิง”

ภาสกรถามขึ้นเมื่อหม่อมราชวงศ์รจเรขพาเดินลัดเลาะไปตามทางเดินจนกระทั่งถึงห้องเรียนของหลานสาว ชายหนุ่มชะเง้อมองหาคนที่มารดาอยากได้มาเป็นลูกสะใภ้นักหนา ขณะที่คุณละไมเองก็เดินตามมาด้วยเพราะอยากยลโฉมว่าที่ลูกสะใภ้คนโตไม่ต่างกัน อาจเป็นเพราะอธิรักษ์โยธินเป็นครอบครัวใหญ่ ทั้งหม่อมราชวงศ์รจเรขประมุขของบ้านเองก็ไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่างแม้จะเป็นถึงราชนิกูลผู้สูงศักดิ์ ทำให้สมาชิกในครอบครัวต่างก็เป็นคนที่มองโลกในแง่ของความเป็นจริงว่าคนเรามีข้อผิดพลาดในชีวิตได้กันทุกคน ขอเพียงแค่เรียนรู้ในสิ่งที่ผิดพลาดและอยู่กับมันให้ได้ก็เพียงพอ

นั่นสิแม่ละไม ทำไมไม่เห็นออกมารับนักเรียน”

สงสัยต้องหักคะแนนแล้วนะครับเนี่ย” ลูกชายคนรองกระซิบบอกขณะที่มารดาหันไปถามกับมือขวาคู่ใจ

เด็กหญิงมินตราที่มือข้างหนึ่งถูกผู้เป็นย่ากุมไว้มั่นส่ายสายตามองหาว่าที่คุณแม่และน้องชายไปทั่วบริเวณก่อนจะพบว่าคุณครูคนสวยกำลังพาเด็กนักเรียนเดินออกมาจากห้องน้ำที่อยู่ด้านหลัง

นั่นไงคะ”

เสียงใสเรียกให้ทุกคนหันไปมองตาม ภาพคุณครูสาวในชุดกระโปรงเครื่องแบบของโรงเรียนและผ้ากันเปื้อนสีฟ้าอ่อนทำให้ชายหนุ่มหนึ่งเดียวถึงกับตกตะลึงในความงามของใบหน้าสวยหวาน ริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อเวลาคลี่ยิ้มให้เด็กๆ ที่เดินผ่านช่างทำให้โลกสดใสจนเขาอดไม่ได้ที่จะขยับตัวเข้าหามารดาและเอ่ยเบาๆ ให้ได้ยินกันเฉพาะในกลุ่ม

ถ้าคุณใหญ่ไม่เอา ผมขอต่อได้ไหมครับคุณหญิง”

พูดโดยที่สายตาไม่ได้ละจากใบหน้างามนั้นแม้แต่น้อย โดยเฉพาะดวงตาคู่สวยที่แม้จะส่องประกายวาวหวานแต่ลึกๆ แล้วเขากลับเห็นความเศร้าอย่างหนึ่งแฝงอยู่ ท่าทางของลูกชายทำให้หม่อมราชวงศ์รจเรขต้องยกมือขึ้นตีที่แขนแกร่งแรงๆ ให้ได้สติและเอ่ยเสียงเขียว

นั่นของพี่ ของเรารอให้แม่จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยก่อนเถอะ เราได้เจอแน่ๆ”

ถ้าอย่างนั้นผมระบุสเปกได้หรือเปล่าครับว่าอยากได้แบบไหน” ถามอย่างไม่ยอมให้เวลาผ่านไปแม้แต่วินาทีเดียว ไม่ต่างกับมารดาที่พยักหน้ารับ

แน่นอนย่ะ แต่ตอนนี้ไปส่งมินนี่ที่ห้องเรียนได้แล้ว ทำตัวดีๆ หน่อยตากร” ท้ายประโยคเอ็ดลูกชายที่ยังขยันส่งสายตาอ่อนเชื่อมไปให้คุณครูสาวเบื้องหน้าอย่างออกหน้าออกตา

สวัสดีค่ะน้องมินนี่” เสียงอ่อนหวานของคุณครูประจำชั้นคนสวยเอ่ยทัก

เด็กหญิงมินตราพุ่มมือป้อมไหว้พร้อมกับย่อตัวลงอย่างน่าเอ็นดู ทำความเคารพคุณครูเสร็จก็หันกลับมาทำความเคารพคุณย่าทั้งสองและคุณอาหนุ่ม ก่อนจะย้ายไปยืนเคียงข้างคุณครูสาวเงียบๆ ปล่อยให้ผู้เป็นย่าทั้งสองและชายหนุ่มหนึ่งเดียวได้สำรวจหญิงสาวตรงหน้าอย่างละเอียด

ภีมชญายกมือไหว้ผู้อาวุโสทั้งสอง ท่าทางอ่อนน้อมกิริยามารยาทดีสมกับที่คุณพัตราเคยเล่าไว้ทำให้ทั้งหม่อมราชวงศ์รจเรขและคุณละไมนึกชมอยู่ในใจ ไม่ต่างกับภาสกรที่ยืนยิ้มแป้นรู้สึกถูกชะตากับคนตรงหน้าขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

สวัสดีค่ะท่าน”

ไหว้พระเถอะจ้ะ”

ผู้มากวัยกล่าวยิ้มๆ สายตายังคงไล่กวาดมองเรือนร่างคนตรงหน้าเพื่อหาข้อบกพร่อง แต่คล้ายมันจะหาไม่เจอเสียทีจึงได้เห็นแต่ร่างโปร่งบาง หน้าอกอิ่มรับกับช่วงเอวคอดและสะโพกที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ ไม่บอกท่านก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายได้ผ่านการมีลูกมาแล้ว ข้างหลังหญิงสาวคือเด็กชายศาสตราที่ยังคงมองมาทางผู้ปกครองของพี่สาวร่วมโลกตาไม่กะพริบ ดวงตากลมใส แก้มป้อมยุ้ยมีเส้นเลือดฝอยระบายอยู่ทั้งสองข้างแก้ม ริมฝีปากจิ้มลิ้มสีสดดูน่ารักน่าเอ็นดูจนยากที่จะถอนสายตา เด็กชายตัวน้อยยกมือป้อมไหว้บุคคลทั้งสาม แต่สายตากลับมองอยู่ที่เด็กผู้หญิงอีกคนที่อยู่ด้านหลังคุณละไมไม่วางตา

น่ารักจริงเชียว” ท่านว่าเมื่อเด็กชายทำความเคารพโดยไม่ต้องมีคนเอ่ยบอก

เมื่อถูกชมเด็กชายก็ถึงกับหน้าแดงด้วยความขัดเขิน ร่างป้อมอายม้วนได้อย่างน่าชังจนเป็นที่ถูกใจของคนมอง

“ฝากดูแลมินนี่ด้วยนะจ๊ะ เดี๋ยวตอนเย็นๆ ฉันกับอาของมินนี่จะมารับ” ท่านผายมือไปทางลูกชายที่ยืนเคียง ภีมชญาหันไปทางชายหนุ่มพร้อมค้อมศีรษะให้เบาๆ คล้ายทักทาย

ค่ะท่าน”

เมื่ออีกฝ่ายรับคำครอบครัวอธิรักษ์โยธินก็เคลื่อนขบวนไปส่งเด็กหญิงต้องตาที่ห้องเรียนต่อ จากนั้นทันทีที่ขึ้นรถชายหนุ่มหนึ่งเดียวก็หันมาถามขึ้นรวดเร็วเพราะเก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่

เป็นยังไงครับคุณหญิง ว่าที่ลูกสะใภ้”

น่ารักมาก”

ท่านตอบกลับขณะที่คุณละไมผู้นั่งอยู่ตอนหลังของรถอมยิ้มให้กับบทสนทนาของสองแม่ลูก ท่าทางของคุณครูสาวถูกใจทุกคนไม่น้อย ยิ่งกิริยาน่าเอ็นดูของเด็กชายยิ่งทำให้โล่งใจว่าหญิงสาวเลี้ยงลูกได้ดีมากแค่ไหน เด็กชายศาสตรายกมือไหว้ผู้ใหญ่ได้เองโดยที่ไม่ต้องมีใครเตือน ทั้งๆ ที่เพิ่งอายุได้เพียงแค่สามขวบเท่านั้น ข้อมูลเหล่านี้คุณพัตราถ่ายทอดมาให้ฟังคร่าวๆ แล้ว แต่ยิ่งมาเห็นด้วยตัวเองยิ่งนึกชมในตัวหญิงสาวมากขึ้นไปอีก

ว่าไหมแม่ละไม” หม่อมราชวงศ์รจเรขหันมาถามคนที่นั่งตอนหลัง ใบหน้างามในวัยห้าสิบยังคงเปื้อนยิ้มอย่างที่เรียกว่ายิ้มไม่หุบตั้งแต่เจอหญิงสาวจนบัดนี้

ค่ะคุณหญิง น่ารักมาก”

ทั้งน่ารัก กิริยามารยาทก็ดี สวย และที่สำคัญแม่ถูกใจมาก” ท่านเสริมให้รู้ว่าถูกใจมากจริงๆ ภาสกรหัวเราะขำให้กับท่าทางของมารดาก่อนเอ่ยแซวตามประสา

ผมรู้แล้วละครับว่าคุณหญิงถูกใจมากจริงๆ”

หรือเราไม่ถูกใจ แม่เห็นนะว่ามองตาค้าง ส่งตาอ่อนตาหวานให้เขาจนแม่นึกอายแทน”

แหม มันก็เป็นธรรมดาของผู้ชายที่เจอสาวสวยก็ต้องมองกันบ้างอยู่แล้วนี่ครับ” ลูกชายแก้ตัวไปเรื่อย แต่คุณหญิงไม่ใส่ใจนักเพราะท่านกำลังนึกถูกใจหญิงสาวอยู่ไม่ห่างจนบัดนี้

แม่ว่านะ ถ้าตาซีเจอจะต้องถูกใจเหมือนพวกเรานี่แหละ” ท่านหันไปหาลูกคู่ที่นั่งตอนหลังก่อนจะถามความเห็น “เธอว่าไหมแม่ละไม”

ค่ะ คุณหญิง”

แต่ผมว่า คุณใหญ่ต้องเคยเจอแล้วแน่ๆ เลยครับ เพราะปกติคุณใหญ่เป็นคนมารับมินนี่เอง อาจจะมีบ้างที่ให้ลุงสมเป็นคนมารับแต่ก็ต้องมีสักวันที่เจอกันบ้าง”

นี่เราจะบอกว่าพี่ชายเราเจอเขาแล้วแต่ไม่รู้สึกอะไรเลยอย่างนั้นเหรอ”

คุณหญิงถามเสียงติดห้วนเล็กน้อย แต่เมื่อคิดตามเหตุผลที่ลูกชายกล่าวมาก็มีความจริงมากกว่าครึ่ง สี่ทิศเป็นคนรับส่งลูกสาวเองตลอด จะมีบ้างที่ให้คนขับรถมารับแต่ก็ต้องมีสักวันที่ทั้งสองได้เจอกัน หากเป็นเช่นนั้นหมายความว่าลูกชายของท่านไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เลยอย่างนั้นหรือ

ถ้าเป็นแบบนั้น เราคงต้องวางแผนกันเหนื่อยเชียวละค่ะ”

คุณละไมที่นั่งเงียบอยู่ตอนหลังพูดขึ้น ทั้งชายหนุ่มและคุณหญิงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง พวกท่านถูกใจแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย แต่สี่ทิศนี่สิจะถูกใจด้วยหรือเปล่า ยิ่งถ้าทั้งสองไม่มีความรู้สึกถูกใจกันบ้างเลยงานนี้คนร่วมวางแผนคงต้องเหนื่อยไปตามๆ กันเป็นแน่

วันนี้ฉันจะลองเลียบๆ เคียงๆ ถามตาซีดู ถ้ามีปฏิกิริยาสักเล็กน้อยก็ไม่น่าจะยากเท่าไหร่” กล่าวจบก็หันมาทางลูกชายคนรองที่กำลังทำหน้าที่พลขับพร้อมสั่งความ “ส่วนเรานะตากร ไปสืบประวัติของหนูภีมมา เอาให้รู้ทุกเรื่อง ทั้งครอบครัว การศึกษา ฐานะทางการเงิน แล้วก็บรรดาผู้ชายที่หนูภีมกำลังคบหาอยู่”

ได้ครับคุณหญิง ผมจะรีบหามาให้คุณหญิงโดยเร็วที่สุดครับ”

ดีมาก สมแล้วที่เป็นลูกชายของฉัน”

คนฟังยิ้มรับก่อนจะเปลี่ยนเรื่องเพราะอยากรู้ว่าเหตุใดกันคุณหญิงรจเรขถึงได้ดูถูกอกถูกใจคุณครูสาวมากนัก ทั้งที่ความจริงแล้วพี่ชายของเขาเองก็มีผู้หญิงที่คบหากันอยู่

แต่ผมสงสัยนะครับ ทำไมคุณหญิงไม่ลองให้คุณใหญ่เปรยเรื่องแต่งงานกับยายเบียบดู เพราะยังไงสองคนนั้นเขาก็กำลังคบหากันอยู่ มันจะไม่เป็นการง่ายกว่าเรามานั่งจับคู่ให้ใหม่หรือครับ”

เราอยากให้พี่ชายแต่งงานกับหนูโรสอย่างนั้นหรือ” แสร้งถามกลับอย่างดูเชิง และแน่นอนว่าคนต้นแผนเช่นภาสกรรีบส่ายหน้าหวือ

ไม่ครับ เป็นตายยังไงผมก็ไม่ยอมรับยายนั่นเป็นพี่สะใภ้เด็ดขาด” คำพูดที่เผลอเล่าถึงความในใจมีสองสายตาหันไปสบประสานกันอย่างขบขัน

สรุปแล้วเราก็มีแผนการอยู่ในใจอย่างที่ยายแก้วว่าจริงๆ”

ไม่ใช่นะครับ” ภาสกรรีบแก้ตัว “ผมแค่เป็นห่วงยายมินนี่เท่านั้น”

หม่อมราชวงศ์รจเรขหัวเราะขบขันกับคำปฏิเสธของลูกชาย ท่านคร้านจะไล่ต้อนคนปากแข็ง ภาสกรนั้นรู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องของหัวใจตัวเอง

เอาเถอะแม่จะไม่ถามเรื่องนี้อีก” ท่านว่าง่ายก่อนจะวกกลับมายังเรื่องที่ชายหนุ่มถามค้างไว้ “ใช่ว่าแม่ไม่พอใจหนูโรสหรอกนะ แต่เราก็รู้ว่าพี่ชายตัวเองบ้างานมากแค่ไหน และหนูโรสเองก็อย่างที่รู้ว่าบ้างานพอกัน ถ้าปล่อยให้สองคนนี้คบกันไปจนกระทั่งแต่งงาน มินนี่จะถูกไปวางไว้ตรงไหนของบ้าน” กล่าวด้วยน้ำเสียงบ่งบอกว่าหนักใจไม่น้อยแล้วพูดต่อ “ยิ่งถ้ามีลูกของตัวเอง แม่ไม่อยากจะคิดหรอกนะว่าหนูโรสอาจจะดูแลหลานของแม่ไม่ดี แต่สำหรับคุณครูของมินนี่คนนี้ อย่างแรกเลยแม่เห็นว่าเขาดูแลหลานสาวของแม่ได้ ยิ่งมีลูกของตนเองยิ่งไม่ต้องห่วงว่าจะรักไม่เท่ากัน เพราะปมด้อยเรื่องเด็กทั้งสองกำพร้าจะทำให้เขาและตาซีดูแลเด็กทั้งสองได้ดี”

คุณหญิงมั่นใจได้ยังไงกันครับ ไม่แน่นะครับเธออาจจะเป็นแม่มดในคราบนางฟ้าหวังจับลูกชายของคุณหญิงก็ได้”

แม่มั่นใจเพราะถ้าเป็นแม่มดอย่างที่เราว่า มิกกี้คงไม่น่ารักน่าชังได้ขนาดนั้น เราก็เห็นเหมือนที่แม่เห็นไม่ใช่รึ”

ทวนให้หวนคิดถึงใบหน้าของเด็กชายร่างป้อมเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ท่าทางเหนียมอายแต่ก็น่าเอ็นดู ยิ่งตอนที่เด็กชายยกมือไหว้ผู้ใหญ่โดยที่ไม่ต้องมีใครบอกยิ่งทำให้เห็นว่าถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ตัวเขาเองยังนึกชมในใจเพราะน้อยครั้งนักที่เด็กในวัยนี้ทำได้ขนาดนั้น เพราะแม้แต่มินนี่เองยังต้องเคี่ยวเข็ญกันอยู่ตลอด แต่เด็กชายกลับทำได้ดีและดูน่ารักมากจริงๆ

แม่ห้าเห็นด้วยนะคะคุณกร ไม่ใช่ว่าแม่ห้าเข้าข้างผู้หญิงด้วยกัน แต่ท่าทางของคุณครูภีมดูนอบน้อมและไม่มีท่าทางอยากที่จะจับคุณพ่อของนักเรียนเลยนะคะ อย่างเมื่อครู่คุณหญิงท่านก็แนะนำอยู่แล้วว่าคุณกรเป็นคุณอาของมินนี่ ถ้าจะจับผู้ชายสักคนเลือกคนที่โสดอย่างคุณกรจะไม่ดีกว่าพ่อม่ายลูกติดหรือคะ”

เพราะอย่างนี้ไงแม่ถึงลากเรามาโรงเรียนวันนี้ด้วย” มารดากล่าวเสริม

ลูกชายที่ดูเหมือนจะถูกรุมกลายๆ ร้องครางโหย “รุมกันอย่างนี้ผมก็พูดไม่ออกสิครับ”

ทำเป็นทะเล้นไปเถอะพ่อคนกะล่อน เดี๋ยวจบเรื่องของพี่ชายเราเมื่อไหร่ เรานั่นแหละจะเป็นรายต่อไปที่จะถูกแม่จัดการ”

ทำไมต้องเป็นผมล่ะครับ นายขุนก็มี นักรบเองก็ด้วย” ลูกชายแสร้งโยนกลองไปให้น้องชายทั้งสอง

ก็เพราะนักรบก็ยังเด็กเกินไป และขุนศึกก็มีคนรักอยู่แล้ว จะมีก็แต่เรานี่แหละที่ยังทำตัวเป็นพ่อพวงมาลัยลอยไปลอยมาไม่ยอมหยุดอยู่กับที่เสียที”

ก็ทีคุณใหญ่มีรสรินเป็นแฟน คุณหญิงยังคิดที่จะหาคนอื่นให้เลย อย่างนี้มันสองมาตรฐานชัดๆ เลยนะครับ”

จะกี่มาตรฐานก็เรื่องของแม่เถอะ ถ้าแม่พอใจเสียอย่าง”

ว่าพร้อมกับเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่สนใจที่จะต่อปากต่อคำกับลูกชายคนรองอีก คุณละไมอมยิ้มแก้มปริขณะที่รายต่อไปเริ่มทำหน้าปั้นยาก เขาคิดดีแล้วหรือที่จะช่วยมารดาเพราะหากสำเร็จคนต่อไปที่จะแย่ก็คือตัวเขาเอง แต่คิดดูอีกทีถ้ามันสำเร็จก็ดีไม่ใช่หรือ มุมปากเฉี่ยวขยับยกเมื่อคิดถึงใครบางคนที่คงจะเต้นเป็นเจ้าเข้าหากสิ่งที่หวังไม่เป็นอย่างที่หวัง

ตอนที่ไปส่งมินนี่คุณหญิงบอกว่าผมสามารถบอกได้ใช่ไหมครับว่าอยากได้แบบไหน” รีบถามกลับเมื่อประโยคของมารดาที่กล่าวไว้ก่อนหน้านั้นดังขึ้นในมโนสำนึก

แน่นอน”

ถ้าอย่างนั้นผมขอหน้าตาน่ารักๆ หน้าอกโตๆ เอวคอด สะโพกงอน หัวอ่อน ปกครองง่าย...โอ๊ย!” ท้ายประโยคร้องเสียงหลงเพราะฝ่ามือพิฆาตของมารดา หม่อมราชวงศ์รจเรขส่งสายตาเขียวมาให้อย่างเปิดเผย

คุณหญิงมาตีผมทำไมครับเนี่ย”

หมั่นไส้คนช่างเลือกนัก”

ก็แหม...ก็คุณหญิงบอกเองว่าเลือกได้ ผมก็ต้องเลือกสิครับ”

ถ้าอย่างนั้นอย่างหนูโรสเป็นยังไงสนใจไหม”

โอ้...โนเวย์ครับคุณหญิง ไม่มีทางที่ผมจะสนใจยายนั่นเด็ดขาด หน้าก็ดุ หางตางี้ชี้ไปถึงขมับ ตีนกาถามหาหรือยังก็ไม่รู้ หัวก็เถิกแถมยังชอบเกล้าผมเป็นครูระเบียบ หน้าผากก็กว้างถ้าลองปล่อยผมรับรองว่ามีรอยย่นเพียบ ตัวก็เล็ก หน้าอกก็แฟบ เอวกับอกเท่ากันอย่างกับไม้บรรทัด มีดีอย่างเดียวที่ก้นใหญ่เพราะเอาแต่นั่งทำงานทั้งวัน เขาว่ากันว่าผู้หญิงหน้าอกใหญ่มักสมองเล็ก ดังนั้นในทางกลับกันผู้หญิงหน้าอกเล็กก็ต้องสมองใหญ่ ปกครองก็ยากผมไม่มีทางสนใจยายนั่นเด็ดขาดครับ” ลูกชายคนรองร่ายยาว ขณะที่มารดาทั้งสองหัวเราะอย่างขบขันกับคำวิจารณ์นั้นของสารถีหนุ่ม

ขนาดไม่สนใจคุณกรยังรู้รายละเอียดขนาดนี้เลยนะคะ” คุณละไมแซวยิ้มๆ

ผมก็รู้ไปอย่างนั้นเองแหละครับแม่ห้า ทำยังไงได้ล่ะก็กำลังตามจีบรัสรินน้องสาวฝาแฝดของยายนั่นอยู่นี่ครับ” เปิดเปลือยสิ่งที่กำลังทำด้วยท่าทางเหนียมอายผิดจริตภาสกร อธิรักษ์โยธิน ที่แสนจะกะล่อนและมั่นใจในตัวเองสูง

ครานี้จึงเป็นมารดาทั้งสองบ้างที่ต้องหันมามองหน้ากันอย่างปรึกษา ด้วยรู้เรื่องราวของครอบครัวนิลนาถว่ามีลูกสาวฝาแฝด แต่เขาก็เล่ากันมาว่าน้องสาวของรสรินนั้นเอาแต่เที่ยวเตร่เพราะรับไม่ได้กับฐานะทางบ้านที่เปลี่ยนไป แม้ว่าปัจจุบันจะกลับมาดีขึ้นดังเดิมแฝดผู้น้องก็ยังสนใจที่จะเที่ยวเล่นตามประสามากกว่าจะมาช่วยงานพี่สาว

แน่ใจแล้วหรือตากรว่าจะเอาคนน้อง” หม่อมราชวงศ์รจเรขลองเชิงถาม หากลูกชายถูกใจคนเป็นแม่ก็คงได้แค่ตามใจดังที่โบราณท่านว่าไว้ ปลูกเรือนต้องตามใจผู้อยู่ ผูกอู่ก็ต้องตามใจผู้นอน

แน่ครับ น้องรัสน่ารักมาก ถ้าคุณหญิงได้เจอคุณหญิงต้องชอบครับ” รีบโฆษณาหญิงสาวให้มารดาทั้งสองฟังทันที เพราะรัสรินหญิงสาวที่ตนกำลังเทียวไล้เทียวขื่อนั้นทั้งน่ารักและนิสัยดี มองโลกในแง่ดี อยู่ด้วยแล้วรู้สึกหายเหนื่อย จนบางครั้งพานให้รู้สึกผ่อนคลายหลังจากที่ทำงานหนักๆ มาทั้งวัน งานบ้านงานเรือนไม่ต้องพูดถึง เพราะถึงรัสรินแฝดผู้น้องจะเรียนไม่จบเป็นชิ้นเป็นอันแต่เธอก็เรียนทำอาหารมาหลายคอร์สทั้งไทย จีน ฝรั่ง ทั้งยังร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดร้านอาหารโดยเธอรับหน้าที่เป็นเชฟเอง รสชาติต้องเรียกว่าหาตัวจับได้ยาก แม้ปัจจุบันจะยังไม่ใช่ฐานะคนรัก แต่อีกไม่นานนี้หรอกต้องใช่แน่ๆ ชายหนุ่มมาดมั่น

ท่าทางยืดตัวขึ้นและสีหน้าที่บอกว่าเอาแน่ของลูกชายทำให้มารดาทั้งสองต้องหันมาสบตากันอีกครั้ง งานนี้คงต้องแอบสืบเสียแล้วว่ารัสริน นิลนาถ คนนี้เป็นคนอย่างไรกันแน่

 

หลังอาหารเย็นครอบครัวอธิรักษ์โยธินก็ย้ายไปรวมกันที่ห้องนั่งเล่นปีกซ้ายของตึก ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนของทุกคนในครอบครัว เด็กหญิงมินตราและเด็กหญิงต้องตานั่งทำการบ้านอยู่ที่โต๊ะญี่ปุ่นตัวเตี้ยซึ่งถูกล้อมรอบด้วยเบาะรองนั่งหลากสีสันอยู่มุมห้อง โดยมีนักรบคอยดูแลและนั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างๆ แม้จะไม่มีการบ้านแต่เด็กหนุ่มก็มักจะถูกบังคับให้อ่านหนังสือเช่นนี้เสมอ และแม้ถึงจะเบื่อหน่ายเพียงใดแต่คำว่าหน้าที่ก็ทำให้เขาต้องจำยอมทำมันต่อไปแต่โดยดี

วันนี้แม่ไปโรงเรียนของมินนี่มา ได้เห็นคุณครูคนใหม่ของมินนี่ ซีเห็นหรือยังลูก”

หม่อมราชวงศ์รจเรขเปิดประเด็นด้วยการชวนคุยและลอบถามในท้ายประโยค เรียกสายตาใคร่รู้ของผู้ร่วมขบวนการให้หันมามองเป็นตาเดียว

สี่ทิศละสายตาจากรายการข่าวเบื้องหน้ามายังมารดา คิ้วเข้มเป็นปื้นขยับยกบ่งบอกว่ากำลังสงสัยในคำถาม เขาพยายามนึกถึงคุณครูประจำชั้นของเด็กหญิงที่ตั้งแต่เจอกันครั้งนั้นเขาก็ไม่มีโอกาสได้เจอเธออีกเลย

เห็นแล้วครับ เป็นผู้หญิงชื่ออะไรนะ...มินนี่คุณครูคนใหม่ของหนูชื่ออะไรนะคะ” ท้ายประโยคใบหน้าคมนิ่งคิดก่อนจะหันไปถามเอากับลูกสาวที่นั่งทำการบ้านอยู่ไม่ไกลนัก

คุณครูภีมชญาค่ะ” เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมาตอบและก้มลงสนใจการบ้านระบายสีของตนเองต่อ ชายหนุ่มหันกลับมาทางมารดายิ้มๆ

ครับ ชื่อภีมชญา ทำไมหรือครับ” ประโยคถามกลับของชายหนุ่มทำให้ผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดเกิดอาการเซ็งไปตามๆ กัน ท่าทางไม่สนใจเป็นพิเศษแบบนี้คงจะเข็นขึ้นยากพอดู

ไม่มีจ้ะ...แม่เห็นว่าน้องเขาน่ารักดีก็เลยถามดูว่าเราเคยเจอไหม”

หม่อมราชวงศ์รจเรขยังไม่ละความพยายามท่านระบุฐานะของหญิงสาวให้เป็นน้องของอีกฝ่ายเสร็จสรรพ แม้จะสะดุดหูแต่สี่ทิศก็ไม่ได้สนใจคำเรียกนั้นมากนักเพราะประโยคของต่อมามารดาต่างหากที่น่าสนใจมากกว่า

“ว่าแต่เรา คิดว่ายังไง”

คิดอะไรครับ” ลูกชายถามพาซื่อทั้งๆ ที่เริ่มรู้สึกตงิดใจไม่น้อยกลับคำถามแปลกๆ ของมารดา

สนใจน้องเขาบ้างไหม” รุกด้วยหมัดตรงทำเอาคนถูกถามอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะเสหัวเราะกลบเกลื่อน

โธ่ คุณหญิงครับ เขามีลูกมีสามีแล้วนะครับ”

แล้วถ้ามีแค่ลูกแต่ไม่มีสามีล่ะ สนใจหรือเปล่า”

คุณหญิงครับ” สี่ทิศเสียงขรึมขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่ามารดารุกหนัก “มันเป็นไปไม่ได้หรอกนะครับ เพราะผมยังไม่พร้อมที่จะมีใคร” ร่างสูงถอนหายใจเล็กน้อยเพราะไม่อยากเอ่ยถึงสาเหตุที่ไม่พร้อมจะมีใครอีกครั้ง “ผมพาลูกขึ้นนอนดีกว่า มินนี่ทำการบ้านเสร็จหรือยังลูก” กล่าวจบก็หันไปถามลูกสาวตัวน้อย เมื่ออีกฝ่ายตอบว่าเรียบร้อยแล้วก็สั่งให้เก็บของขึ้นห้องทันที

สี่ทิศอุ้มลูกสาวจากไปท่ามกลางสายตาของสมาชิกในบ้าน หม่อมราชวงศ์รจเรขถึงกับพูดไม่ออก ไม่คาดคิดว่าลูกชายจะปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยถึงเพียงนี้ ภาสกรขยับเข้าไปนั่งเคียงข้าง ขณะที่คุณละไมรีบพาลูกสาวกลับเรือนไทยด้านหลังอย่างรู้งาน ทิ้งให้ประมุขของบ้านปรึกษากับบุตรชายคนรองไปเพียงลำพัง แต่ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้เอ่ยอะไร ดวงตาคมก็หันไปเจอน้องชายคนเล็กที่ตอนนี้เปลี่ยนมานั่งกอดหมอนอิงดูรายการทีวีเบื้องหน้าคล้ายกำลังสนใจในอะไรบางอย่าง

นักรบ ขึ้นข้างบนได้แล้ว”

เดี๋ยวก่อนสิครับพี่กร วันนี้มีฟุตบอลลีกของอังกฤษทีมโปรดด้วย ขอดูก่อนนะครับ” ว่าโดยไม่สนใจมองพี่ชายที่เริ่มทำหน้าตาขึงขัง

นักรบ” เสียงกดต่ำที่ใช้บอกให้รู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะยอมน้องชายคนเล็กได้อย่างเคย นักรบถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย ถูกบังคับแม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ร่างสูงโย่งคว้าหนังสือเรียนของตนเองขึ้นถือและลุกขึ้นเดินหนีขึ้นห้อง ไปดูต่อที่ห้องก็ได้เด็กหนุ่มคิดในใจ

ลับหลังสมาชิกคนอื่นในบ้านชายหนุ่มก็พูดขึ้น “ผมว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิดแล้วนะครับคุณหญิง อีกอย่างคุณหญิงเล่นปล่อยหมัดตรงไปแบบนั้น คุณใหญ่ต้องออกอาการขวางสุดฤทธิ์แน่ๆ”

วางใจเถอะ ถ้าไม่อยากได้ก็จะได้รู้ถึงความรู้สึกของมดที่อยู่ใกล้ขนมเค้กแต่ไม่มีทางได้กินเสียบ้าง”

ยังไงครับ”

ก็ถ้ายิ่งไม่อยากได้ แม่ก็จะเอาขนมมาวางล่อ และเอาจานแก้วครอบไว้อีกสักที ให้รู้กันไปว่าจะทำตัวเป็นมดไม่แตะต้องของหวานได้อีกนานแค่ไหน”

 

หลังจากกล่อมลูกสาวเข้านอนจนหลับเรียบร้อยสี่ทิศก็ยังไม่มีท่าทีที่จะหลับง่ายๆ เพราะคำพูดของมารดายังคงคอยวนเวียนรบกวนเขาอยู่ไม่ห่าง

สนใจน้องเขาบ้างไหม’

และถ้าไม่มีสามีล่ะ สนใจหรือเปล่า’

กำลังคิดที่จะทำอะไรอยู่ครับคุณหญิง” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆ คิดไม่ตกว่ามารดาถามคำถามเช่นนั้นกับตนทำไม แต่คนที่จะให้คำตอบกับเขาได้ดีที่สุดก็น่าจะเป็นใครบางคนที่ไปพบหญิงสาวคนนั้นพร้อมกับมารดา

ทายาทคนรองของอธิรักษ์โยธินเดินฮัมเพลงขึ้นบันไดมาอย่างอารมณ์ดี หลังจากที่พูดคุยกับมารดาเสร็จเขาก็แวะออกไปโทรศัพท์หารัสรินต่ออีกเกือบครึ่งชั่วโมง ทำให้เวลานี้โลกของภาสกรดูสดใสยิ่งกว่าที่เคย แต่เดินมาได้ไม่กี่ก้าวขายาวก็ชะงักพร้อมๆ กับที่มีใครสักคนกดปิดสวิตช์ความสดใสนั้นให้พลันเย็นยะเยือก สายตาชนิดหนึ่งของคนที่นั่งอยู่บนโซฟากลางโถงทางเดินบนชั้นสองน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

สี่ทิศในชุดนอนเรียบร้อยสวมทับด้วยเสื้อคลุมตัวยาวนั่งเอนกายอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับกรอบบ่ายด้วยสีหน้าราบเรียบ เพียงแค่นั้นเสียงฮัมเพลงก็เปลี่ยนจังหวะเป็นสะดุดเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง ขาที่กำลังก้าวกลับห้องก็ลดความเร็วลงและเบนเปลี่ยนทิศทาง

คุณใหญ่ยังไม่นอนอีกหรือครับ”

ยัง” เงยหน้าขึ้นมองคนถามพลางพับหนังสือพิมพ์วางลงบนโต๊ะกระจกตัวเตี้ยตามเดิมโดยที่สายตาไม่ได้ละจากใบหน้าของน้องชายแม้แต่นิด “อยู่คุยกันก่อนสิ”

คุณใหญ่มีอะไรหรือเปล่าครับ”

ถ้าไม่มี รอคุยกับนายไม่ได้ใช่ไหม” น้ำเสียงที่ใช้รวนเต็มที่จนภาสกรต้องเปลี่ยนท่าที

โธ่...ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ก็แค่แปลกใจเพราะถ้าคุณใหญ่จะคุยกับผมเมื่อกี้ที่ห้องนั่งเล่นคงคุยไปแล้ว แต่ที่มานั่งรอนี่แสดงว่ามีเรื่องสำคัญที่คุยกันในห้องนั่งเล่นเมื่อกี้ไม่ได้”

รู้แล้วก็ยังจะถาม” คนเป็นพี่รวนกลับอีกครั้ง

ครานี้ภาสกรมั่นใจแล้วว่าที่ตนกล่าวมานั้นถูกต้องและแน่นอนว่าเรื่องที่ทำให้พี่ชายพูดคุยกับตนเองที่ห้องนั่งเล่นเมื่อครู่ไม่ได้คงไม่พ้นเรื่องที่มารดาเกริ่นไว้เป็นแน่ ภาสกรทรุดนั่งลงบนโซฟาตัวหนึ่งพร้อมกับประสานมือเท้าศอกไว้บนหน้าขาทั้งสองขาในท่าพร้อมรับฟังเต็มที่

สี่ทิศเปลี่ยนท่าที ชายหนุ่มยืดตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนเข้าประเด็นที่สงสัย “วันนี้นายไปโรงเรียนของมินนี่กับคุณหญิง...เกิดอะไรขึ้น”

เกิดอะไรขึ้น นี่หมายถึงด้านไหนครับ” น้องชายจอมกะล่อนยังคงเล่นลิ้นได้อย่างคงเส้นคงวา

คนเป็นพี่ตีหน้าขรึมจนอีกฝ่ายหัวเราะเก้อ ภาสกรชั่งน้ำหนักอะไรบางอย่างในใจและสิ่งที่ได้ก็ทำให้เขาตกลงใจที่จะเล่าแผนการของมารดาที่ต้องการให้สี่ทิศและภีมชญาลงเอยกัน โดยเลือกที่จะไม่เอ่ยถึงวิธีการและขั้นตอนของแผนการเอาไว้ต่างหาก ซึ่งทันทีที่ฟังจบสี่ทิศก็ส่ายหน้าปฏิเสธที่จะทำตามแผนการนั้นของมารดาทันที

นี่คุณหญิงคิดอะไรอยู่ถึงได้วางแผนบ้าๆ แบบนี้”

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ” ภาสกรตอบหน้าเป็นพร้อมหัวเราะร่า เขาบอกพี่ชายในเรื่องที่อีกฝ่ายควรจะรู้เท่านั้น ส่วนเรื่องแผนการต่างๆ ของมารดาเขาไม่มีทางบอกอีกฝ่ายเด็ดขาด ไม่ใช่เพราะไม่ห่วง แต่ที่เขายอมบอกพี่ชายแต่โดยดีนี่ก็เป็นแค่หนึ่งในแผนการเกลือเป็นหนอน คล้ายว่าอยู่ข้างคนตรงหน้าแต่ความเป็นจริงแล้วก็แค่ไส้ศึกให้มารดาเท่านั้นเอง ที่สำคัญมันยังทำให้เขาได้รู้ความเคลื่อนไหวและปฏิกิริยาของพี่ชายต่อขนมเค้กที่คุณหญิงจะวางไว้อีกด้วย

ยังไงก็แล้วแต่ พี่ไม่มีทางทำตามที่คุณหญิงต้องการเด็ดขาด”

ให้ผมไปบอกคุณหญิงเลยไหมครับว่าคุณใหญ่ไม่เอาด้วย” เสนอตัวว่าเข้าข้างอีกฝ่ายได้อย่างแนบเนียน สี่ทิศพยักหน้าเห็นด้วย แต่แล้วใบหน้าสวยหวานของคุณครูสาวในความทรงจำก็ทำให้เขาส่ายหน้าปฏิเสธ

ไม่ต้อง...รอก่อน” มุมปากเฉี่ยวกระตุกยิ้มบางๆ “พี่อยากเห็นหน้าของผู้หญิงที่อยากจะมาเป็นแม่ของลูกพี่ก่อน อยากรู้นักว่าเขาทำอีท่าไหนคุณหญิงถึงได้ถูกใจนักหนา”

ใบหน้าคมคายขยับขึ้นลงให้กับความคิดของตัวเอง แววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่ลึกๆ กลับทอประกายวิบวับจนแม้แต่ตัวเองก็ไม่เข้าใจ

คุณใหญ่ตกลงหรือครับ” ถามด้วยความสงสัยในท่าทีที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของพี่ชาย สี่ทิศเองก็เหมือนจะได้สติจึงรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

เปล่า ก็แค่อยากรอดูอะไรหน่อย” ไหล่หนาขยับยกเบาๆ “นายต้องคอยบอกพี่ทุกเรื่องว่าคุณหญิงกำลังคิดที่จะทำอะไรอยู่” ท้ายประโยคไม่วายกำชับสั่ง ขณะที่ภาสกรได้แต่หัวเราะรับเพราะดูท่าแล้วภารกิจครั้งนี้คงมีอะไรสนุกๆ อีกเป็นแน่

ได้เลยครับ”

 








ฝากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

214 ความคิดเห็น