ดวงใจอธิรักษ์โยธิน

ตอนที่ 3 : ดวงใจสี่ทิศ : บทที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,971
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    27 ส.ค. 63



บทที่ 2

ปาเจโร่สปอร์ตสีขาวมุกแล่นผ่านประตูรั้วอัลลอยด์สีเงินฉลุทองของบ้านอธิรักษ์โยธินในเวลาหนึ่งทุ่มตรง คิ้วเข้มขยับยกเมื่อเห็นแลนด์โรเวอร์สีดำมันปลาบจอดอยู่ก่อนหน้า มือหนาปลดกุญแจและเปิดประตูให้เด็กๆ ที่นั่งอยู่ตอนหลัง ก่อนจะหยิบกระเป๋า เสื้อสูท และกล่องขนมจากร้านของรมิตามาถือ ไอร้อนจากฝากระโปรงรถคันข้างๆ อันน้อยนิดบอกให้รู้ว่า ‘ขุนศึก อธิรักษ์โยธิน’ ผู้เป็นเจ้าของมาเยือนอธิรักษ์โยธินนานแล้ว ดีเหมือนกันจะได้จัดการเสียให้เรียบร้อย สี่ทิศคิดพลางสาวเท้าขึ้นตึกตามลูกสาวและน้องสาวคนเล็กไปติดๆ

ภายในห้องนั่งเล่นปีกซ้ายของตัวตึก สี่สาวหลากวัยอันประกอบไปด้วยหม่อมราชวงศ์รจเรขที่นั่งเป็นองค์ประธานอยู่บนโซฟาตัวยาวกลางห้อง คุณพัตราและแก้วกานต์ผู้เป็นลูกสาวอยู่บนโซฟาเดี่ยวฝั่งซ้ายมือขณะที่คุณละไมอยู่ฝั่งตรงกันข้าม ทั้งหมดกำลังพูดคุยอย่างออกรสโดยเฉพาะบทสนทนาของทายาทอธิรักษ์โยธินสาวที่เพิ่งเรียนจบปริญญาโทสถาปัตยกรรมควบคู่กับบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนแอนอาร์เบอร์[1] และเพิ่งเดินทางกลับมาถึงเมืองไทยเมื่อสองอาทิตย์ก่อน ทำให้ทันทีที่สี่ทิศผู้ซึ่งเดินตามหลังเด็กๆ เข้ามาในบ้านอดไม่ได้ที่จะเอ่ยทัก

กลับมาถึงก็มัวแต่เม้าท์เป็นเพื่อนคุณหญิง ไม่คิดจะเข้าไปช่วยงานที่บริษัทบ้างหรือครับคุณแก้วกานต์” ว่าพลางยื่นกล่องขนมให้เด็กรับใช้นำไปจัดใส่จานและส่งกระเป๋าและเสื้อสูทให้แม่บ้านสูงวัย

เด็กหญิงต้องตาและเด็กหญิงมินตรายกมือไหว้พร้อมกับย่อตัวทำความเคารพผู้ใหญ่ในห้องทีละคนก่อนจะถูกนมน้อมพาขึ้นไปอาบน้ำและเปลี่ยนชุดใหม่

แหม...คุณใหญ่ขา แก้วเพิ่งเรียนจบกลับมาใบปริญญายังไม่ทันจะเย็นเลย ใจคอคุณใหญ่จะไม่ให้น้องสาวที่น่ารักและสวยที่สุดในโลกคนนี้พักบ้างเลยหรือไงคะ”

คำตอบชวนหัวของน้องสาวที่น่ารักและสวยที่สุดในโลกเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากเหล่าแม่ๆ ที่นั่งฟังยังผลให้บรรยากาศรอบกายผ่อนคลาย

พี่ก็แค่กลัวว่าพักมากไปความรู้ที่มีอยู่อันน้อยนิดของน้องสาวที่น่ารักที่สุดในโลกจะหดลงจนเหลือแค่เม็ดถั่วเขียวนี่คะ”

สี่ทิศตอบกลับเสียงเล็กเสียงน้อยเหมือนผู้เป็นน้องจนได้ค้อนวงใหญ่กลับมาเป็นรางวัล ข้อหาเปรียบเปรยว่าเธอโตเพียงแค่ตัว และก่อนที่แก้วกานต์จะโกรธพี่ชายคนโตมากไปกว่านั้นสี่ทิศก็เสไปถามหาน้องชายอีกคนจากเหล่ามารดาที่นั่งอมยิ้มกับบทสนทนาของสองพี่น้อง

แล้วนายขุนไปไหนหรือครับ ตั้งแต่เข้ามาในบ้านผมยังไม่เห็นเลย”

อยู่ข้างนอกค่ะ”

คุณพัตราเป็นผู้ตอบ สี่ทิศมองตามไปยังทิศทางที่ถูกเอ่ยถึง ภาพร่างสูงหนาของน้องชายคนที่สามนอนแหมะอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบข้างสระว่ายน้ำติดกับห้องนั่งเล่น สายตาเหม่อลอยมองคลื่นบนผิวน้ำผ่านเรื่อยไปจนแนวสุมทุมพุ่มไม้คล้ายคนอกหัก

สงสัยจะทะเลาะกับพี่เคทค่ะ” น้องสาวที่น่ารักที่สุดในโลกได้โอกาสเปิดปากฟ้องโดยหลงลืมเรื่องที่ถูกล้อเมื่อครู่ไปเสียสนิท สี่ทิศยกคิ้วเข้มขึ้นสูงมองน้องสาวลุกขึ้นมายืนเคียงพร้อมเอ่ยถาม

แก้วรู้เรื่องด้วยเหรอ”

ไม่รู้หรอกค่ะ แต่เห็นหงอยอย่างนี้มาหลายวันแล้ว” ส่ายหน้าหวือก่อนแย้มเรื่องราวที่ตนสังเกตเห็น

ขุนศึกพี่ชายฝาแฝดมีอาการอย่างที่เธอว่าไม่ผิดเพี้ยนและสาเหตุก็คงมีเพียงหนึ่งเดียวนั่นคือเรื่องราวของรมิตา หญิงสาวรุ่นน้องที่อายุน้อยกว่าเธอหลายเดือนแต่แก้วกานต์ก็เต็มใจที่จะเรียกว่า ‘พี่’ เพราะต้องการให้เกียรติคนรักของพี่ชาย

สี่ทิศพยักหน้าขึ้นลงช้าๆ ขณะฟังความเห็นของน้องสาว “แล้วแก้วรู้ไหมว่าเรื่องอะไร”

ถ้าให้แก้วเดา ก็เรื่องเดิมนั่นแหละค่ะ” ตอบเสร็จก็หมุนตัวกลับไปนั่งเคียงคุณพัตรา ศีรษะมนเอนซบไหล่มารดาอย่างออดอ้อน หลังจากถูกตีเบาๆ ที่ต้นแขนข้อหาทำตัวเป็นบ่าวช่างฟ้อง

ความเงียบเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ไม่ต้องอธิบายว่า ‘เรื่องเดิม’ นั้นคือเรื่องอะไรเพราะเพียงแค่จบประโยคของแก้วกานต์ สี่ทิศก็คิดไปถึงหญิงสาวเจ้าของร้านเบเกอรีที่ตนเพิ่งจากมา ท่าทางไม่ใส่ใจเท่าที่ควรบอกให้รู้ว่าเรื่องเดิมในครั้งนี้หนักหนากว่าทุกที

แต่แม่สามว่าครั้งนี้ดูจะไม่เหมือนทุกครั้งเลยนะคะคุณใหญ่” คุณพัตราเอ่ยกับลูกชายคนโตของสามี สี่ทิศพยักหน้าเห็นด้วยส่งให้เป็นคำตอบ

ผมก็คิดอย่างนั้นครับ เพราะเคทเองก็บอกว่าห่างๆ กันอยู่ ลองให้เคทเป็นคนพูดเองคงไม่ธรรมดา” เล่าถึงสิ่งที่ได้ยินมา เรียกสายตาห้าคู่ให้หันไปมองทางชายหนุ่มที่กำลังเล่นเป็นพระเอกมิวสิกวิดีโอริมสระน้ำกันเป็นตาเดียว

ทะเลาะกันหนักมากหรือคะคุณใหญ่” คุณละไมที่นั่งเงียบมานานเอ่ยถาม สี่ทิศเม้มริมฝีปากล่างอย่างใช้ความคิดก่อนตอบ

ผมไม่แน่ใจเหมือนกันครับ ว่าแต่ตอนนี้นายกรกลับมาหรือยังครับคุณหญิง” ท้ายประโยคหันกลับไปถามประมุขอธิรักษ์โยธินผู้เป็นมารดา

ยังเลย สงสัยพานักรบไปเหลวไหลอีกตามเคย” เนื่องจากภาสกรมีนิสัยทะเล้น ขี้เล่น และรักสนุก ทุกครั้งที่ชายหนุ่มไปรับน้องชายและกลับบ้านช้า คุณหญิงจึงมักโทษว่าเป็นเพราะลูกชายคนรองมากกว่าจะคิดว่าเป็นความผิดของลูกชายคนเล็ก ความไม่เท่าเทียมที่ภาสกรโอดครวญทุกทีที่ถูกกล่าวแต่ไม่เคยได้รับความใส่ใจจากผู้ตัดสิน

ผมว่านักรบมากกว่านะครับที่พานายกรเหลวไหล”

คุณใหญ่อย่ามาว่าน้องชายของแก้วนะคะ” คนหวงน้องขัดขึ้นเมื่อสี่ทิศใส่ร้ายนักรบน้องชายสุดที่รัก คุณพ่อลูกหนึ่งนึกอยากเขกกะโหลกน้องสาวคนโตขึ้นมาติดหมัด รักหลงไม่ลืมหูลืมตาไม่รู้หรืออย่างไรว่านักรบนั่นแหละตัวแสบที่สุดในบ้าน

ว่าแต่ถามหาคุณรองทำไมหรือคะ” ก่อนที่บทสนทนาจะพากันออกนอกเรื่อง คุณพัตราที่หยิกหมับต้นแขนของลูกสาวไปหนึ่งทีก็ช่วยตีวงกลับมายังหัวข้อเดิมได้ในที่สุด

ชายหนุ่มหันมาส่งยิ้ม “ผมก็จะพานายกรไปมอมเหล้าง้างปากพ่อพระเอกมิวสิกวิดีโอน่ะสิครับ” สายตามุ่งเลยไปยังขุนศึกที่กำลังเหม่ออยู่ริมสระชวนให้คนทั้งหมดต่อมองตาม ก่อนที่เสียงเบนซ์สปอร์ตนำเข้าสีเงินคันหรูที่ดังอยู่นอกบ้านจะเรียกความสนใจ และนาทีต่อมาเสียงวิ่งตึงตังก็ดังเข้ามาถึงห้องนั่งเล่น

นักรบเบรกเท้าไว้จนตัวโก่งเมื่อเห็นบุคคลที่อยู่ภายในห้อง เด็กหนุ่มรีบยกมือขึ้นทำความเคารพทุกคนปลกๆ ก่อนจะสวมวิญญาณปรอทวิ่งขึ้นชั้นบนไปราวกับกำลังหนีอะไรมาสักอย่าง สร้างความงุนงงให้กับสมาชิกอธิรักษ์โยธินที่เห็นเหตุการณ์ไม่น้อยแต่ไม่ถึงสองนาทีทุกคนก็ได้คำตอบ ทายาทคนรองแห่งอธิรักษ์โยธินวิ่งตามหลังมาติดๆ ภาสกรหันซ้ายแลขวาเพื่อหาตัวตนเรื่องอย่างหัวเสีย เสียงตึงตังบริเวณชั้นสองทำให้ขายาวขยับยกหมายจะก้าวตามแต่ก็ต้องยั้งไว้เมื่อหันไปเจอสายตาเอาเรื่องของเหล่ามารดาที่อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา นึกคาดโทษน้องชายไว้ในใจก่อนเปลี่ยนจุดหมายเข้าไปในห้องนั่งเล่นเพราะรู้ดีลงมือจัดการตอนนี้ เขาอาจเป็นรายต่อไปที่จะถูกจัดการ

สวัสดีครับคุณหญิง แม่สาม แม่ห้า วันนี้อยู่กันครบเลยนะครับ” ร่างสูงถามแก้เก้อ

วันนี้วันศุกร์ค่ะคุณกร” คุณพัตรายิ้มรับคำถามก่อนตอบ ทุกวันศุกร์ครอบครัวอธิรักษ์โยธินมักถือเป็นวันรวมญาติ ทุกคนต้องมาร่วมรับประทานอาหารเย็นกันที่บ้านหลังใหญ่ พูดคุยและใช้เวลาร่วมกันเพื่อลดช่องว่างความห่างเหิน

ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้ก่อนเดินเข้าไปนั่งยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับพี่ชาย ซึ่งหันหลังให้กับสระว่ายน้ำพอดีจึงไม่ทันเห็นว่ามีน้องชายอีกคนกำลังทำตัวเป็นพระเอกเพลงอกหักอยู่ด้านนอก “แล้วนายขุน ไม่มาด้วยหรือครับ”

มาค่ะ แต่นอนอกหักอยู่ด้านหลังพี่กรนู่น” แก้วกานต์ตอบพร้อมบุ้ยปากไปยังที่หมาย ภาสกรหันมองตามก็เห็นน้องชายทำท่าทางซังกะตายอย่างที่น้องสาวว่าจริงๆ

ไปกันเถอะนายกร” สี่ทิศขยับลุกพร้อมเอ่ยชวนก่อนเรียกหานมน้อมเพื่อสั่งเครื่องดื่มและกับแกล้มไปที่ริมสระ ไม่ต้องขยายความใดแค่สบสายตาภาสกรก็เข้าใจทุกอย่างได้ทันที

ทายาทคนรองแห่งอธิรักษ์โยธินพยักหน้ารับคำอย่างไม่เกี่ยงงอน “ขอผมไปล้างหน้าล้างตาสักครู่นะครับ เดี๋ยวตามออกไป”

คล้อยหลังสองหนุ่มได้ไม่ถึงสองนาทีเด็กหญิงมินตราที่อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็วิ่งปรี่เข้ามาหาเหล่าคุณย่าพร้อมส่งเสียงออดอ้อนอันเป็นเอกลักษณ์ที่ใช้ทีไรคนฟังต้องยอมใจอ่อนทุกที

คุณย่าขา คุณย่า มินนี่มีเรื่องอยากจะขอให้คุณย่าช่วยค่ะ”

ท่าทางน่าเอ็นดูทำเอาคุณย่าขาใจอ่อนไปกว่าครึ่ง คุณพัตรา คุณละไม และแก้วกานต์ต่างหันมามองที่หลานสาวตัวน้อยอย่างสนใจ

“มีเรื่องอะไรหรือคะคนเก่ง”

ดวงตากลมแป๋วหันซ้ายแลขวาอย่างมีหวังอยู่เต็มเปี่ยม ริมฝีปากรูปกระจับสีชมพูสดขยับตอบ “มินนี่อยากได้น้องมิกกี้มาเป็นน้องค่ะ”

เกิดความเงียบทันทีที่ประโยคนั้นจบลง ดวงตาห้าคู่ของเหล่าคุณย่าและคุณอาทั้งสองจ้องมองไปยังหลานสาวตัวน้อยเป็นตาเดียว หม่อมราชวงศ์รจเรขจึงถามย้ำด้วยน้ำเสียงคล้ายไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยิน

มินนี่พูดว่าอะไรนะลูก ไหนหนูลองพูดให้ย่าฟังใหม่อีกทีสิ”

นั่นสิจ๊ะมินนี่ ที่พูดว่าอยากได้น้องมิกกี้มาเป็นน้องน่ะ น้องมิกกี้ไหนจ๊ะ ตุ๊กตามิกกี้เม้าส์หรือเปล่า เดี๋ยวอาแก้วพาไปซื้อเอาไหม” แก้วกานต์ถามหลานสาวตัวน้อยด้วยหวังว่าสิ่งที่หลานสาวขอจะเป็นเพียงตุ๊กตาชื่อดังจากวอลท์ดิสนีย์

ไม่ใช่ค่ะ” ใบหน้าจิ้มลิ้มส่ายหวือ “น้องมิกกี้เป็นลูกของคุณครูภีมชญาค่ะ”

เอ่ยชื่อคุณครูประจำชั้นได้อย่างชัดถ้อยชัดคำเพราะถูกสอนให้ท่องมาร่วมอาทิตย์ คุณพัตราหวนคิดไปถึงคุณครูคนใหม่ที่ท่านเพิ่งรับเข้าทำงาน

แล้วยังไงต่อคะคนเก่ง” คุณละไมถามขึ้นบ้าง

มินนี่อยากได้น้องมิกกี้มาเป็นน้องชายของมินนี่ แล้วก็อยากได้คุณครูภีมมาเป็นคุณแม่ด้วยค่ะ”

คุณแม่!” สี่เสียงในห้องนั่งเล่นดังขึ้นพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย

เด็กหญิงต้องตาถอนหายใจพลางยักไหล่ก่อนเอ่ยบอกหลานสาววัยไล่เลี่ย “แตงจ๋าบอกแล้วว่าเป็นไปไม่ได้หรอก”

ก็มินนี่อยากได้จริงๆ นี่น่า” คนตัวเล็กสุดหันมาเถียงก่อนจะวกกลับไปเขย่าแขนคุณย่าพร้อมส่งสายตาเว้าวอน “นะคะคุณย่าขา คุณครูภีมใจดี๊ใจดี มินนี่อยากจะได้คุณแม่แบบคุณครูภีมค่ะ”

จริงหรือเปล่าคะคุณพี่” คุณละไมที่ได้สติก่อนใครหันไปถามคุณพัตราที่น่าจะให้คำตอบได้ดีที่สุด เพราะท่านเป็นเจ้าของโรงเรียน บุคลากรในโรงเรียนทุกคนก็ล้วนแต่เป็นลูกจ้างของท่านทั้งนั้น

จะว่าจริงก็จริงนะคะคุณน้อง ครูภีมน่ารักมากค่ะคุณหญิง ประวัติก็ไม่มีอะไรเสียหายนอกเสียแต่ว่า...” เสียงที่เงียบลงคล้ายไม่แน่ใจทำให้คนฟังแอบลุ้นระทึกกับสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะบอก “ท้องโดยไม่ได้แต่งงาน และในประวัติก็ไม่มีสามีด้วยค่ะ”

เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวหรือคะ” แก้วกานต์ถามบ้างเพราะหากวิเคราะห์ตามสิ่งที่มารดาบอกแล้วคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เลย

ใช่จ้ะ ในประวัติส่วนตัวมีน้องสาวหนึ่งคน และนอกนั้นก็ไม่มีญาติที่ไหนอีกเลย” ท้ายประโยคหันไปบอกกับประมุขของบ้าน หม่อมราชวงศ์รจเรขพยักหน้ารับอย่างใช้ความคิด

มินนี่ชอบคุณครูมากหรือลูก”

ค่ะ มินนี่ชอบครูภีม ครูภีมซ้วยสวย แล้วก็ใจดีด้วยค่ะ”

ฟังคำจากหลานสาวแล้วก็หันไปขอคำยืนยันจากคุณพัตราอีกหน เมื่อฝ่ายนั้นพยักหน้าให้ก็เบนสายตาเลยไปยังลูกชายที่ริมสระอย่างใช้ความคิด แต่อยู่ๆ ก็มีเสียงสนับสนุนขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

ผมเห็นด้วยครับ”

ภาสกรที่เพิ่งกลับมาจากล้างเนื้อล้างตัวนั่นเองที่เป็นโผล่พรวดเข้าในวงสนทนา ร่างสูงใหญ่ขยับลงนั่งข้างประมุขของบ้านอธิรักษ์โยธินพร้อมกับลดเสียงลงจนเกือบจะเป็นกระซิบ

“คิดดูนะครับถ้าคุณใหญ่กับคุณครูของมินนี่ลงเอยกัน มินนี่ก็จะมีน้องชายสมใจ มีคุณแม่ที่สวยและใจดีมากๆ ใช่ไหมคะมินนี่” ท้ายประโยคหันไปถามหลานสาวตัวน้อยที่พยักหน้ารับทันทีจนคล้ายกับขุนพลอยพยัก “แล้วคุณใหญ่เองก็จะได้สร้างครอบครัวขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ยิงปืนนัดเดียวได้นกตั้งหลายตัวเลยนะครับ”

แต่พี่กรก็อย่าลืมนะคะ ว่าตอนนี้คุณใหญ่คบอยู่กับพี่โรส” แก้วกานต์รีบแย้ง และนั่นก็ทำให้พี่ชายคนรองตีหน้าเมื่อยส่งให้ก่อนตอบ

แก้วคิดว่าคุณใหญ่จะแต่งงานกับยายระเบียบรัตน์นั่นได้จริงๆ น่ะเหรอ”

แต่เขาก็คบกันมานานแล้วนะคะ”

ก็แค่คบกัน และก็คงจะคบต่อไปเรื่อยๆ” ตอบอย่างมั่นใจ เพราะรู้จักพี่ชายของตัวเองดี สี่ทิศเคยผิดหวังกับคำว่าครอบครัวและคำสาบานรักนิรันดร์ ดังนั้นภาสกรจึงมั่นใจเหลือเกินว่าผู้หญิงอย่างรสรินไม่มีทางเป็นพี่สะใภ้ของเขาได้อย่างแน่นอน

พี่กรดูมั่นใจจังเลยนะคะว่าคุณใหญ่จะไม่มีทางแต่งงานกับพี่โรส”

แน่นอน”

อีกครั้งที่ภาสกรมั่นใจในคำตอบของตัวเองเสียจนแก้วกานต์ต้องหรี่ตามองอย่างจับผิด “พี่กรมีแผนการอะไรอยู่ในใจใช่ไหมคะ”

สิ้นคำถามของน้องสาว ภาสกรก็ถึงกับสำลักน้ำลายของตัวเอง ชายหนุ่มหนึ่งเดียวในวงสนทนารีบละล่ำละลักโบกมือปฏิเสธข้อกล่าวหา

“พี่จะไปมีแผนการอะไรได้อย่างไรกันล่ะ พี่ก็แค่สนับสนุนความตั้งใจของมินนี่เท่านั้นเอง”

แน่ใจนะคะว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องที่พี่กรเคยพนันกับพี่โรส” แก้วกานต์มองผู้เป็นพี่อย่างจับผิด และนั่นก็ทำให้เหล่าแม่ๆ ต้องหันมามองคนต้นเรื่องอย่างสนใจ

ไม่เกี่ยวจริงๆ ครับ” ภาสกรรีบออกตัว “ผมแค่สนับสนุนความคิดของมินนี่ เพราะทุกคนก็รู้ดีว่าหากคุณใหญ่แต่งงานกับผู้หญิงสักคน ผู้หญิงคนนั้นก็ต้องมาเป็นคุณแม่ของมินนี่และถ้ามินนี่ไม่ชอบ” ท้ายประโยคจงใจสบตาน้องสาว “และเขาไม่ดีพอที่จะเป็นคุณแม่ของมินนี่ ผลที่เกิดขึ้นย่อมกระทบกันมินนี่โดยตรง สู้เราหาคนที่มินนี่ชอบไม่ดีกว่าหรือครับ”

แต่คุณใหญ่เป็นคนแต่งงาน ถ้าคุณใหญ่ไม่ชอบขึ้นมาจะทำยังไงล่ะคะ”

ก็ทำให้คุณใหญ่ชอบสิ” ตอบแล้วก็หันมาสบตาผู้กุมอำนาจการตัดสินใจอย่างหม่อมราชวงศ์รจเรขพร้อมเอ่ยถาม “จริงไหมครับคุณหญิง”

หม่อมราชวงศ์รจเรขสบตากับลูกชายคนรอง มองแววตาเว้าวอนของหลานสาวก่อนจะเลยไปยังลูกชายคนโตที่นั่งดื่มกับน้องชายอยู่ข้างสระว่ายน้ำอย่างใช้ความคิดและตัดสินใจในที่สุด

ถ้าอย่างนั้นเรามาหาคุณแม่ให้มินนี่กันดีกว่า”

ภาสกรแอบถ่อศอกเข้าหาตัวเบาๆ แต่ท่าทางเหล่านั้นไม่อาจพ้นสายตาจับผิดของผู้เป็นน้องสาวอย่างแก้วกานต์ไปได้ และเมื่อการตัดสินใจของประมุขแห่งบ้านอธิรักษ์โยธินออกมาเช่นนั้นย่อมไม่มีใครกล้าขัด ไม่ใช่เพราะเห็นด้วยกับการคลุมถุงชนสี่ทิศกับคุณครูสาว แต่เพราะเมื่อพิจารณาอย่างละเอียดแล้วก็เห็นเป็นจริงอย่างที่ภาสกรว่า สี่ทิศไม่มีวันแต่งงานใหม่อีกครั้งแน่นอน เหตุการณ์เมื่อสี่ปีก่อนทำให้ชายหนุ่มกลายเป็นคนที่หัวใจปิดตาย แม้จะคบหากับรสรินแต่ทุกคนก็รู้ดีว่า ท่าทีเรียบเรื่อยเหล่านั้นเหมือนพี่ชายกับน้องสาวมากกว่าจะเป็นคนรัก และจริงดังเช่นที่ภาสกรบอก หากผู้หญิงคนนั้นต้องมาเป็นมารดาใหม่ของมินนี่ก็ควรจะเป็นคนที่มินนี่รักไม่ใช่หรือ

คุณหญิงว่าดี พวกเราก็ว่าดีค่ะ” คุณพัตราเอ่ยออกมาในที่สุดหลังจากปรึกษาทางสายตากับคุณละไมเรียบร้อยแล้ว และเมื่อมติที่ประชุมเป็นเช่นนั้น เด็กหญิงมินตราก็ถึงกับชูกำปั้นร้องไชโยด้วยความดีใจ

ภาสกรแอบอมยิ้มกับความสำเร็จเล็กๆ ของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยขอตัวลุกออกไปหาพี่ชายที่กวักมือเรียกอยู่ด้านนอก

สักพักนักรบในชุดอยู่บ้านกางเกงขาสั้นแค่เข่าและเสื้อยืดคอกลมสีน้ำตาลก็เดินเข้ามาชวนหลานสาวและน้องสาวไปรับประทานอาหารเย็นโดยเลี่ยงที่จะเอ่ยถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า ด้วยกลัวจะถูกซักไซ้จนรู้ว่าเขาแอบเอาชุดลำลองใส่กระเป๋าไปโรงเรียนแล้วถูกภาสกรจับได้

ไม่นานนักหม่อมราชวงศ์รจเรข คุณพัตรา คุณละไม และแก้วกานต์ก็ตามเข้ามาในห้องอาหาร ภาพที่ทุกคนเห็นคือนักรบถูกนั่งขนาบข้างด้วยหลานสาวและน้องสาว เด็กหนุ่มต้องคอยดูแลสองเด็กหญิงด้วยการช่วยตักอาหารให้พร้อมบริการเสริมอื่นๆ หม่อมราชวงศ์รจเรขผู้อยู่หัวขบวนอมยิ้มให้กับภาพเบื้องหน้าก่อนเอนกายเข้าหาผู้ร่วมขบวนการที่อยู่เยื้องด้านหลังและเอ่ยเสียงเบา

ฉันว่านะแม่พัต แม่ละไม ยายมินนี่ควรจะมีแม่คอยดูแลจริงๆ อย่างที่เราว่ากันได้แล้วละ”

 

เช้าวันเสาร์สมาชิกในครอบครัวอธิรักษ์โยธินยังคงอยู่กันพร้อมหน้าเมื่อคุณพัตราและแก้วกานต์ต้องพักอยู่ที่บ้านอธิรักษ์โยธินเพราะขุนศึกเมาจนหลับคาโต๊ะริมสระและถูกพี่ชายทั้งสองหิ้วปีกขึ้นไปบนห้องได้ในเวลาเกือบเที่ยงคืน

เด็กหญิงมินตราที่นอนห้องคุณหญิงย่าเป็นการชั่วคราวเดินลงบันไดมาพร้อมประมุขของบ้านช้าๆ ภายในห้องอาหารคุณพัตรา คุณละไม แก้วกานต์ และเด็กหญิงต้องตานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ส่วนนักรบนั้นอีกไม่กี่นาทีคงวิ่งลงมาเพราะมีเรียนพิเศษที่สถาบันมีชื่อแห่งหนึ่ง ความจริงแล้วเขาไม่ชอบที่จะเรียนเท่าใดนัก วันหยุดเด็กทุกคนไม่ว่าจะรุ่นเล็กหรือวัยรุ่นก็ย่อมอยากที่จะพักผ่อนด้วยกันทั้งนั้น วันนี้เด็กหนุ่มจึงพกของบางอย่างใส่กระเป๋าออกไปด้วย

มาแล้วครับ”

เพียงแค่คิดถึงเด็กหนุ่มก็วิ่งเข้ามาในห้องอาหาร เมื่อสมาชิกที่ลุกไหวอยู่ครบ นมน้อมก็จัดการเสิร์ฟอาหารเช้าทันที วันนี้เป็นอาหารแบบอเมริกันเบรกฟาสท์ส่วนเครื่องดื่มเป็นน้ำส้มคั้นและนมสด

หม่อมราชวงศ์รจเรขนั่งเป็นองค์ประธานโดยขนาบซ้ายขวาด้วยคุณพัตราและคุณละไมที่มีลูกสาวของตนนั่งเคียงข้าง เด็กหญิงมินตรานั่งข้างคุณอาสาวขณะที่เด็กหนุ่มนั่งติดต้องตา ทำให้สองคู่กัดประจำบ้านนั่งตรงข้ามกันพอดิบพอดี

ด้วยอยู่ในช่วงเจริญวัยและต้องการสารอาหารตามประสาวัยรุ่นบวกกับต้องรีบทานเพื่อให้ไปทันเรียนพิเศษ นักรบจึงตั้งหน้าตั้งตาทานอาหารของตนอย่างไม่สนใจใคร จนเป็นแก้วกานต์เองที่ทนไม่ไหวต้องปรามน้องชายขึ้นเมื่ออีกฝ่ายเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตากินมูมมามจนดูเสียมารยาท

นี่นักรบ สนใจคนอื่นบ้าง ไปทำอะไรมาเมื่อคืนถึงได้ทานเอาเป็นเอาตายขนาดนี้”

พี่แก้วไม่เข้าใจหรอกครับ ผมต้องรีบไปเรียนพิเศษบรรดาคอร์สเรียนที่คุณใหญ่กับคุณรองจัดให้นั่นแหละ”

ได้ทีเด็กหนุ่มก็บ่นอุบเพราะตารางเรียนของเขาแน่นเอี๊ยดตั้งแต่เช้าจรดเย็น จันทร์ถึงศุกร์ก็มีเรียนทั้งวันอยู่แล้ว ตอนเย็นก็มีเรียน เสาร์อาทิตย์แทนที่จะได้หยุดเหมือนเด็กคนอื่นก็ต้องไปเรียนพิเศษอีก เขาเกลียดชีวิตที่ถูกบงการแบบนี้ที่สุด

อี๋...ทำเป็นบ่น” หลานสาวคู่กัดแอบแขวะเล็กน้อย มือที่กำลังหั่นไส้กรอกชะงักค้าง ใบหน้าคมคายจ้องคนตัวเล็กที่นั่งตรงข้ามนิ่ง

มาเรียนด้วยกันไหม เดี๋ยวตัวเองโตขึ้นนะ เขาจะจับนั่งเรียนตั้งแต่เช้าจนดึกถึงเที่ยงคืนทุกวันเลย” คุณอาวัยรุ่นขู่ขณะที่คนอื่นๆ พากันหัวเราะขบขัน จะมีก็เพียงหม่อมราชวงศ์รจเรขคนเดียวเท่านั้นที่นั่งนิ่ง ดวงตาคู่สวยหรี่มองลูกชายคนเล็กทีหลานสาวตัวน้อยทีอย่างใช้ความคิด ก่อนจะได้คำตอบเป็นที่น่าพอใจแก่ตนเองว่าสิ่งที่นักรบพูดนั้นน่าสนใจไม่น้อย

เขาไม่กลัวหรอก เพราะเขาไม่เหมือนตัวเอง” หลานสาวลอยหน้าลอยตาตอบกลับ จนคุณอาคนสวยต้องปรามไม่ให้เถียงผู้ใหญ่

ตัวเองก็ไม่เหมือนเขาหรอก เพราะเขาเป็นผู้ใหญ่กว่า” นักรบว่าเย้ยๆ ใส่คู่กัดต่างวัย หลานสาวตัวน้อยตีหน้ายุ่งจนคุณละไมต้องปรามทางคุณอาที่ต่อปากต่อคำกับหลานบ้าง

นักรบเอ่ยขอโทษสมาชิกบนโต๊ะเบาๆ เมื่อรู้สึกตัวว่าทำเสียมารยาทและเริ่มรับประทานอาหารต่อ บรรยากาศในห้องอาหารแม้จะมีเสียงทะเลาะของสองอาหลานที่มีเป็นประจำทุกเช้าแต่ก็ดูผ่อนคลายตามประสาครอบครัวใหญ่ เพราะอธิรักษ์โยธินถือว่าเรื่องของสมาชิกทุกคนคือเรื่องของตัวเอง หากไม่เปิดอกพูดก็จะไม่มีใครรู้หรือเข้าใจ ดังนั้นทุกปัญหาในบ้านจึงมักจะถูกนำมาหารือร่วมกันเสมอ

นักรบออกไปเรียนพิเศษแล้วโดยมีลุงสมคนขับรถเป็นผู้ไปส่ง สมาชิกในบ้านย้ายมาอยู่ที่ห้องนั่งเล่นปีกซ้ายของตึกเพราะเช้าวันหยุดเช่นนี้เด็กหญิงต้องตาและเด็กหญิงมินตราได้รับอนุญาตให้ดูรายการการ์ตูนยามเช้าได้ สามคุณแม่นั่งคุยกันอยู่บนชุดโซฟาใกล้ๆ ขณะที่แก้วกานต์นั่งอ่านนิตยสารแฟชั่นอยู่อีกมุมหนึ่งระหว่างรอพี่ชายตัวดีที่น่าจะกำลังเมาค้างอยู่บนเตียง

แม่พัต แม่ละไม ฉันรู้แล้วละว่าจะทำยังไงให้ตาซีกับคุณครูของมินนี่ยอมเล่นด้วย” อยู่ๆ หม่อมราชวงศ์รจเรขก็เอ่ยขึ้น อนุภรรยาทั้งสองของคุณภาวินหันมามองด้วยความฉงน และนั่นทำให้คุณหญิงยิ้มออก

ทำอย่างไรคะ” คุณละไมเป็นตัวแทนในการถาม โดยที่แก้วกานต์เริ่มเงยหน้าขึ้นมามองมารดาทั้งสามอย่างสงสัยในท่าทีที่คล้ายกับกำลังปรึกษาอะไรกันอีกแล้ว

ฉันจะให้มินนี่กับแตงจ๋าเรียนพิเศษ” คำเฉลยของประมุขแห่งบ้านอธิรักษ์โยธินทำให้คนฟังนิ่งคิดก่อนจะพยักหน้าขึ้นลงช้าๆ เมื่อรู้ถึงความตั้งใจนั้น

มีอะไรกันหรือเปล่าคะ”

แก้วกานต์ขยับเข้าไปนั่งข้างมารดา มือเรียวเกาะแขนผู้เป็นแม่ขณะที่สายตาไล่มองมารดาทั้งสามทีละคนอย่างใคร่รู้ สายตาบ่งบอกว่าต้องการรู้มากจนเป็นที่ขบขันแก่คนมอง

เรานี่นะยายแก้ว อายุอานามก็ขนาดนี้แล้วแต่ทำไมนิสัยถึงไม่เห็นจะโตขึ้นเลย หืม” หม่อมราชวงศ์รจเรขว่ายิ้มๆ คนฟังหน้ามุ่ยก่อนตอบกลับ

แหม...ก็อายุมันเป็นเพียงตัวเลขนี่คะ อยู่เป็นเด็กไม่รู้จักโตเกาะคุณหญิง คุณแม่ และก็แม่ห้าไปตลอดสนุกจะตาย”

เซี้ยวจริงเรา” มารดาว่าบ้างแต่คนฟังไม่สนใจ ใบหน้าสวยลอยหน้าลอยตาซบไหล่ของคนพูดอย่างอ้อนๆ ก่อนจะวกเข้าเรื่องที่สงสัย

ว่าแต่มีเรื่องอะไรกันเหรอคะ”

แม่ว่าจะให้คุณครูของมินนี่มาสอนพิเศษให้มินนี่กับแตงจ๋าที่บ้าน” หม่อมราชวงศ์รจเรขเป็นผู้ให้คำตอบ

จะจัดฉากให้เขาสองคนเจอกันหรือคะ” ถามอย่างที่คิดและมารดาทั้งสามก็พยักหน้ารับอย่างพร้อมเพรียงกัน ใบหน้าสวยฉายแววเจ้าเล่ห์อีกหน “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ใช่แค่เจอนะคะ ต้องทำให้เขาใกล้ชิดกัน และเราจำเป็นต้องมีผู้ช่วยค่ะ”

ยังไงกันจ๊ะ”

การจะเอาเสือพ่อลูกอ่อนกับเสือแม่ลูกอ่อนมาใส่กรงเดียวกัน เราต้องมีคนที่คุมเสือทั้งสองตัวอยู่ค่ะ” หญิงสาวกล่าวช้าๆ ก่อนจะเบนสายตาไปทางหลานสาวตัวน้อยที่นั่งดูการ์ตูนอยู่หน้าทีวี มารดาทั้งสามหันมองตามและเข้าใจทุกอย่างได้ในทันที

มินนี่ขา ไหนมาลองเล่าให้อาแก้วฟังหน่อยสิคะว่าน้องมิกกี้เป็นเด็กดีหรือเปล่า” แก้วกานต์กวักมือเรียกหลานสาวระหว่างที่โฆษณาคั่นรายการการ์ตูนยามเช้า

เด็กหญิงมินตราเดินเข้ามาหาคุณอาคนสวยอย่างว่าง่าย ขณะที่เด็กหญิงต้องตาเองเดินเลี่ยงไปหามารดาและปีนขึ้นนั่งบนตักขณะรอฟังหลานสาววัยไล่เลี่ยเล่าถึงน้องชายต่างสายเลือดพร้อมกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ส่วนสามคุณแม่ก็นั่งเก็บรายละเอียดของว่าที่ลูกสะใภ้ พร้อมกับที่แผนการถูกเรียบเรียงขึ้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยขอให้ชื่อแผนการนี้ว่า...ภารกิจพิชิตดวงใจของนายสี่ทิศ

 

เช้าวันจันทร์ ณ บ้านอธิรักษ์โยธินยังคงมีความวุ่นวายตามประสาครอบครัวที่มีสมาชิกอยู่กันหลายคน หม่อมราชวงศ์รจเรขในชุดสูทผ้าไหมสีเงินนั่งเป็นองค์ประธานดั่งเช่นปกติ ข้างกันนั้นคือคุณละไมอยู่อยู่ในชุดสูทสากลเรียบหรู สองผู้บริหารอธิรักษ์โยธินกรุ๊ปหันมามองหน้ากันอย่างสงสัยกับเครื่องแต่งกายของมารดา ขณะที่เด็กหญิงมินตราและเด็กหญิงต้องตาหาได้สนใจในความผิดปกตินั้นไม่ ตัวนักรบเองยิ่งไม่ต้องพูดถึงเด็กหนุ่มรู้แค่ว่าตนเองมีหน้าที่ทำตามที่พี่ชายขีดเส้นทางไว้ให้ก็พอ เมื่อมื้ออาหารสิ้นสุดลงคุณหญิงก็พูดขึ้น

ตาซี วันนี้เราเป็นคนไปส่งนักรบแล้วกันนะ” คนได้รับคำสั่งเงยหน้าขึ้นมองมารดาอย่างฉงน เพราะปกติแล้วหน้าที่ที่ต้องไปส่งนักรบเป็นของน้องชายคนรอง ส่วนลูกสาวและต้องตาเป็นหน้าที่ของเขา

ทำไมล่ะครับ” สี่ทิศถามอย่างที่ใจคิด

แม่กับแม่ละไมว่าจะเข้าไปหาคุณพัตราเขาหน่อย เดี๋ยวจะไปส่งแตงจ๋ากับมินนี่เองและกะว่าจะให้ตากรขับรถให้ด้วย ได้ใช่ไหมตากร” ท้ายประโยคหันมาถลึงตาดุใส่ลูกชายคนรอง คนถูกถามผงะเล็กน้อยแต่ก็ยอมพยักหน้ารับโดยดี เพราะสายตาเช่นนี้คุณหญิงคงไม่ได้ต้องการสิ่งใดมากไปกว่าการตอบตกลง

ถ้าอย่างนั้นผมขับรถให้เองดีกว่านะครับ” สี่ทิศเสนอแต่มารดาปฏิเสธกลับทันควัน

ไม่ได้”

เสียงที่ใช้สูงผิดปกติ สี่ทิศไม่ได้ใส่ใจกับมันมากนักเพราะตอนนี้ลูกสาวกำลังสะกิดคล้ายจะพูดอะไรบางอย่างทำให้เขาต้องก้มลงไปหา ขณะที่ภาสกรเลิกคิ้วเข้มเป็นปื้นขึ้นมองหน้ามารดาทั้งสองสลับกันก่อนจะเลยไปทางหลานสาวตัวจ้อยที่กำลังกระซิบกระซาบอะไรสักอย่างกับพี่ชาย

“ตากรไปกันได้แล้ว”

เหมือนหม่อมราชวงศ์รจเรขจะรู้ตัว ท่านขยับลุกพร้อมเอ่ยสั่งเสียงเข้ม คุณละไมและลูกสาวลุกตามหลังไปติดๆ ขณะที่นักรบยังคงนั่งหันซ้ายหันขวาไม่ยอมลุกตามไปด้วย เพราะการที่คุณหญิงให้พี่ชายคนโตไปส่งเขาในวันนี้ทำให้เขาไม่ต้องถูกพี่ชายคนรองตรวจกระเป๋าก่อนเข้าโรงเรียนด้วยเกรงว่าเขาจะแอบเอาชุดไปเปลี่ยนเพื่อหนีเรียนอีก

คุณพ่อขา มินนี่ไปโรงเรียนก่อนนะคะ” เด็กหญิงพนมมือไหว้พร้อมกับย่อตัวให้บิดาอย่างน่ารักก่อนจะจุ๊บแก้มบิดาทั้งซ้ายขวาเป็นการตบท้าย

ตั้งใจเรียนนะครับคนเก่ง”

คุณพ่อลูกหนึ่งเอ่ยเสียงอ่อนโยนพลางลูบศีรษะเล็กแผ่วเบาก่อนจะบอกให้หันกลับมาทำความเคารพคุณอาที่นั่งอยู่ข้างๆ ใบหน้าจิ้มลิ้มเก๊กขรึม ก่อนจะยกมือขึ้นตบไหล่หนาราวกับเป็นร่วมรุ่น แล้วเอ่ยเสียงกดต่ำอย่างที่ทำเอาคนฟังมันเขี้ยวเหลือคณา

แล้วเจอกันตอนเย็นนะโรบ”

รีบๆ ไปเลยยายเตี้ย”

เสียงนักรบตะโกนไล่หลัง เมื่อทันทีที่กล่าวจบหลานสาวตัวน้อยก็เผ่นแน่บจากไปให้เห็นเพียงกระเป๋าสีชมพูสดไวๆ เด็กหนุ่มคว้ากระเป๋าของตนเองขึ้นสะพายไหล่ ดวงตาคมที่ถอดแบบออกมาจากบิดาราวกับพิมพ์เดียวเบนมาทางพี่ชายคนโตค้อนๆ สี่ทิศอมยิ้มให้ท่าทางนั้นก่อนพยักพเยิดชี้ชวนให้ไปขึ้นรถเพื่อจะได้ไปโรงเรียนเสียที

 

ขับรถออกมาจากอธิรักษ์โยธินมาได้สักพัก สารถีหนุ่มที่หม่อมราชวงศ์รจเรขระบุตัวก็ชะลอความเร็วลง ใบหน้าคมที่มีเค้าความหวานของมารดาผู้ล่วงลับส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้คนข้างตัวที่นั่งเบาะข้างคนขับ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงรู้ทันในอะไรบางอย่างที่เขายังไม่แน่ใจนักว่ามันคืออะไรจนกว่าจะได้รู้จากปากของคนข้างตัว

ผมว่า...ที่คุณหญิงให้ผมมาขับรถให้ในวันนี้ต้องมีอะไรแน่ๆ เลยใช่ไหมครับ”

คุณหญิงผู้ที่ต้องมีอะไรแน่ๆ ปรายตามองลูกชายคนรองของสามีพลางอมยิ้มอยู่ในที ไม่เสียแรงที่ท่านเลี้ยงดูมากับมือ ใบหน้าคล้าย ‘คุณวิภา’ พี่เลี้ยงคนสนิทที่จงรักภักดีติดตามมาดูแลแม้กระทั่งยามออกเรือนมองกลับมายิ้มๆ เมื่อเห็นสายตาคู่นั้นของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นมารดาคนที่สอง

คุณวิภาโชคร้ายที่ถูกสามีของผู้เป็นนายข่มเหงน้ำใจด้วยเหตุเพียงเพราะหม่อมราชวงศ์รจเรขกำลังตั้งครรภ์จึงไม่ยอมให้ร่วมหลับนอนด้วย คุณภาวินหันเหเอาอารมณ์ไปลงที่คนสนิทของภรรยาจนกระทั่งอีกฝ่ายตั้งครรภ์ บ้านหลังใหม่จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อปลอบขวัญแต่คุณวิภาไม่มีโอกาสได้เข้าไปอยู่ เพราะเมื่อคลอดภาสกร คุณวิภาก็มีโอกาสได้อยู่กับลูกชายเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์เท่านั้น

ตั้งแต่นั้นหม่อมราชวงศ์รจเรขก็เลี้ยงดูเด็กชายภาสกรเคียงคู่กับสี่ทิศลูกชายตนเองมาโดยตลอด น้ำนมที่กลั่นออกมาจากอกถูกแบ่งปันให้ลูกน้อยของคนสนิทที่ท่านรักเหมือนลูกแท้ๆ ทั้งยังบอกใครต่อใครว่าชายหนุ่มเป็นลูกชายอีกคนของท่านอย่างไม่ขัดเขิน และเพราะสายสัมพันธ์เช่นนี้เองภาสกรจึงคล้ายกับคนรู้ใจเพียงแค่มองตาชายหนุ่มก็รู้ได้ในทันทีว่ามารดาคนนี้ต้องการอะไร

เรานี่สมกับเป็นลูกฉันจริงๆ”

ก็แน่สิครับ ผมรู้จักคุณหญิงมาทั้งชีวิตของผมนั่นแหละ” ชายหนุ่มตอบยิ้มๆ ก่อนจะวกเข้าเรื่องที่ดูคล้ายจะสำคัญไม่น้อยถึงกับต้องลากเขามาขับรถให้ “ว่าแต่มีเรื่องอะไรที่คุณใหญ่รู้ไม่ได้ด้วยใช่ไหมครับ”

รู้ดีนักนะ”

ท่านว่าให้ก่อนจะหันไปเรียกหลานสาวที่นั่งมากับคุณละไมและต้องตาด้านหลัง เด็กหญิงมินตราในชุดนักเรียนขยับเข้ามานั่งบนที่เก็บของระหว่างเบาะคนขับและเบาะคนนั่งข้าง สะโพกเล็กนั่งลงตรงกลางได้อย่างพอดิบพอดี ภาสกรชะลอรถลงอีกและเลี้ยวเข้าเลนด้านซ้ายมือเพื่อความปลอดภัย หลานสาวตัวน้อยนั่งจ้องเขาตาแป๋วโดยไม่ได้เอ่ยคำใดจนกระทั่งเข้าต้องเอ่ยปากถาม

ว่ายังไงคะคนเก่ง วันนี้มีอะไรถึงอยากให้อากรไปส่งที่โรงเรียน”

สิ้นคำถามเด็กหญิงมินตราก็หันไปทางคุณหญิงย่าที่นั่งอมยิ้มและพยักหน้าให้อยู่ข้างๆ ใบหน้าจิ้มลิ้มคลี่ยิ้มกระจ่างสดใส

“อากรจำเรื่องที่เราคุยกันได้ไหมคะ”

ภาสกรมีสีหน้านิ่งคิดและเหมือนจะนานไปนิดในความรู้สึกของหลานสาว เด็กหญิงมินตราจึงเฉลยให้เสียเอง

“เรื่องที่มินนี่อยากได้คุณครูภีมมาเป็นคุณแม่ไงคะ”

สิ้นคำตอบชายหนุ่มก็แอบคิดในใจ...นั่นปะไร ทำไมซื้อหวยไม่เคยถูกอย่างนี้ก็ไม่รู้

จำได้ค่ะ” ภาสกรตอบรับอย่างนึกขึ้นมาได้ เรื่องสนุกๆ แบบนี้เขาจะลืมได้อย่างไรกันล่ะ “แล้วมินนี่จะให้อากรทำอะไรให้คะ”

หม่อมราชวงศ์รจเรขนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่นึกพอใจที่ลูกชายคนรองเป็นคนเข้าใจอะไรง่ายดาย

“วันนี้แม่จะพาเราไปดูว่าที่พี่สะใภ้”

แล้วเขายอมรับเป็นลูกสะใภ้ของคุณหญิงแล้วหรือครับ” แม้จะเห็นท่าทางและน้ำเสียงพออกพอใจเวลากล่าวถึงว่าที่ลูกสะใภ้ แต่ก็ทำให้ชายหนุ่มอดที่จะแหย่มารดาตามนิสัยของตนไม่ได้

คนฟังส่งค้อนให้พอเป็นพิธีและตอบกลับ “เขาจะรับหรือไม่รับ แม่ไม่รู้ แต่เราต้องช่วยแม่นะตากร”

ผมไปรับปากตอนไหนครับว่าจะช่วย” สารถีหนุ่มค้าน แต่หม่อมราชวงศ์รจเรขหาได้สนใจไม่ท่านยักไหล่ส่งให้ก่อนตอบ

แม่ไม่สนใจหรอกว่าเราจะรับปากตอนไหน แต่เมื่อเรารู้ถึงแผนการนี้แล้ว แม่ถือว่าเราลงเรือลำเดียวกันกับแม่ ดังนั้นวันนี้ไปดูว่าที่พี่สะใภ้กันก่อนแล้วก็ค่อยช่วยแม่คิดว่าต่อไปจะทำยังไงให้พี่ชายเราและคุณครูของมินนี่ลงเอยกัน เพราะนี่เป็นแผนการของเราเองนะอย่าลืม ถ้าตาซีไม่ลงเอยกับคุณครูของมินนี่แล้วกลับไปแต่งงานกับหนูโรส คิดเอาเองแล้วกันนะว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

สิ้นคำขู่ภาสกรก็ขยับตัวไปมาอย่างอึดอัด นึกในใจว่าเวลานี้คุณหญิงคงรู้แล้วเป็นแน่ว่าเขาแอบวางแผนการอะไรเอาไว้...แต่เอาเถอะ ถือว่าเป็นการทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ยายระเบียบรัตน์มาเป็นพี่สะใภ้ของเขาก็แล้วกัน



[1]              มหาวิทยาลัยมิชิแกนแอนอาร์เบอร์ (University of Michigan, Ann Arbor) ได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำอีกแห่งของสหรัฐอเมริกา มหาวิยาลัยมิชิแกนแอนอาร์เบอร์ตั้งอยู่ที่เมืองแอนอาร์เบอร์ รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา









ฝากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

214 ความคิดเห็น