ดวงใจอธิรักษ์โยธิน

ตอนที่ 10 : ดวงใจสี่ทิศ : บทที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,053
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    27 ส.ค. 63





บทที่ 9

 

จะไหวเหรอ แก่แล้วนะ”

เสียงยียวนของนักรบแซวพี่ชายคนโตที่วันนี้ใจดียอมสะบัดรองเท้าหนังเปลี่ยนมาสวมรองเท้าผ้าใบเล่นกีฬาสุดโปรดอย่างบาสเกตบอลเป็นเพื่อน ขณะที่พี่ชายคนรองขอตัวเพราะอยากนอนกินของว่างฝีมือคุณครูสาวอยู่บนเสื่อกับเด็กๆมากกว่า

อย่าทำเป็นพูดมากไป ตอนฉันเล่นบาสฯ ครั้งแรกนายยังเป็นวุ้นอยู่ในท้องแม่อยู่เลย” สองพี่น้องลับฝีปากอย่างดุเดือด

สนามบาสเกตบอลเฉพาะกิจของสองพี่น้องวันนี้คือบริเวณที่ว่างข้างโรงจอดรถที่มีห่วงติดอยู่กับผนังด้านนอกเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัยสี่ทิศและภาสกรยังเป็นวัยรุ่น ไล่ลงมายังทายาททุกๆ คนของอธิรักษ์โยธินจนกระทั่งถึงนักรบผู้เป็นเจ้าของโดยชอบธรรมของห่วงบาสเกตบอลอันนี้

ถ้าอย่างนั้นผมไม่เกรงใจละนะ”

สิ้นคำว่าไม่เกรงใจ ร่างผอมสูงก็เลี้ยงลูกไปเบื้องหน้าทันทีหวังใช้จังหวะที่พี่ชายเผลอ แต่มือใหญ่ของนักธุรกิจหนุ่มปัดลูกกลับมาได้ทันครอบครองได้ทัน สองพี่น้องสบตากันเพื่อดูเชิงก่อนที่คนเป็นพี่จะหมุนตัวกลับเข้าหาแป้นและกระโดดชู้ตหวังเก็บคะแนนสามแต้ม นักรบใช้รูปร่างที่เพรียวกว่าวิ่งไปดักหน้าและกระโดดปัดลูกบาสทิ้งไว้ก่อนที่มันจะถึงห่วง

โอ๊ะ โอ แก่แล้ว ช้าๆๆ”

อย่าพูดมากน่า ”

สองพี่น้องยังคงประชันฝีปากพลางประชันฝีมือ วิ่งไล่ลูกบาสฯ สีสดอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะทุกครั้งที่เผลออ่อนข้อให้กัน อีกฝ่ายก็เยาะทันทีอย่างไม่มีใครยอมใครเรียกเสียงหัวเราะจากเหล่ากองเชียร์ข้างสนามที่ประกอบไปด้วยมินนี่ มิกกี้ ภีมชญา และภาสกรได้เป็นอย่างดี

คุณรบเล่นบาสฯ เก่งจังเลยนะคะ”

คุณครูสาวอดที่จะชื่นชมฝีมือของเด็กหนุ่มไม่ได้ ทันทีที่กลับมาจากเรียนพิเศษในตอนบ่ายจัด สี่ทิศและเด็กๆ ก็ตื่นพอดีชายหนุ่มอาสาอาบน้ำให้กับเจ้าตัวเล็กทั้งสองและจากนั้นก็ถูกน้องชายคนเล็กท้าแข่งก่อนที่คนทั้งหมดจะออกมาปูเสื่อชมการแข่งขันอยู่บริเวณสนามหญ้าข้างๆ โดยมีของว่างเป็นสาคูไส้หมูและข้าวเกรียบปากหม้อกับน้ำใบเตยหอมกรุ่น

ครับ โดนพวกผมจับเล่นตั้งแต่เด็กๆ” ภาสกรเอ่ยยิ้มๆ มือใหญ่ใช้ส้อมจิ้มลูกสาคูไส้หมูใส่ปากและเคี้ยวตุ้ย บนตักเด็กหญิงมินตรานั่งปรบมือเชียร์คุณพ่อที่กำลังดักหน้าดักหลังอารบอยู่ไม่ห่าง

คุณพ่อขา สู้ๆ ค่ะ” เสียงใสตะโกนให้กำลังใจ เด็กชายศาสตราที่กำลังสนุกสนานกับกีฬาแบบที่เรียกว่า ‘ลูกผู้ชาย’ ได้ยินเข้าก็ส่งเสียงเชียร์บ้างตามประสา

คุณพ่อครับ สู้ๆ”

สิ้นเสียงเล็กของเด็กชายตัวน้อยทุกอย่างรอบกายดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะภีมชญาตกใจจนพูดไม่ออกกับคำเรียกขานของบุตรชาย ไม่เว้นแม้แต่ ‘คุณพ่อ’ ที่อยู่ในสนามก็ถึงกับนิ่งไปเหมือนกัน

ลูกบาสเกตบอลที่น้องชายส่งให้ไม่ได้รับการตอบสนองมันจึงกระทบเข้ากับแผ่นอกแกร่งอย่างจัง แต่แทนที่สี่ทิศจะหันไปโวยวายน้องชายดังที่ควรจะเป็น ชายหนุ่มกลับตัวแข็งทื่อเพราะตอนนี้สมองของเขากำลังประมวลข้อความที่ได้ยินเมื่อครู่จนไม่ว่างคิดอย่างอื่น...เมื่อครู่มิกกี้เรียกเข้าว่าพ่อใช่ไหม

มิกกี้พูดอะไรคะคนเก่ง” ภีมชญาได้สติก่อนเป็นคนแรก เธอรวบร่างเล็กขึ้นมานั่งตักและเอ่ยถามเสียงตื่น ไม่นึกว่าแค่ให้ลูกชายได้อยู่กับเขาไม่กี่ชั่วโมงก็จะเปลี่ยนสรรพนามเรียกกันเร็วขนาดนี้ อีกอย่างคือเธอกลัวว่าชายหนุ่มจะไม่พอใจ “เรียกคุณลุงอย่างนั้นไม่ได้นะคะ”

ทำไมล่ะครับ” ดวงตากลมใสมองตอบอย่างไม่เข้าใจ เมื่อมารดาเงียบร่างป้อมก็ถามต่อ “แล้วทำไมพี่มินนี่เรียกแม่ภีมได้ล่ะ”

มันไม่เหมือนกันค่ะ” ภีมชญาจนคำอธิบาย เนื่องจากตอนนี้อยู่ในสถานที่ไม่เหมาะสมแก่การอธิบายเอาเสียเลย

ภาสกรและมินตราที่นั่งอยู่ใกล้ๆ พยายามอย่างยิ่งที่จะเอียงหูฟังว่าคุณครูสาวจะตอบเช่นไร แต่ก็มีเพียงความเงียบเพราะภีมชญาเลือกใช้ภาษากายในการตอบลูกชายแทน ใบหน้าหวานส่ายไปมาขณะที่ดวงตาจ้องลูกชายนิ่งว่าไม่ให้ถามอะไรอีกและทำตามที่เธอบอกเป็นพอ แม้จะสงสัยแต่เด็กชายศาสตราก็พยักหน้ารับแต่โดยดี

ครับ”

ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ลุงอนุญาตให้เรียกคุณพ่อก็ได้”

สี่ทิศที่เดินมาถึงสองแม่ลูกคว้าเด็กชายขึ้นอุ้มแนบอกและเอ่ยอนุญาตกับคนตัวเล็กยิ้มๆ ดวงตาคมเจือแววเจ้าเล่ห์อยู่ไม่ห่าง โอกาสลอยมาแบบนี้ใครปล่อยทิ้งไปก็โง่เต็มที

ภาสกรรู้สึกเหมือนเป็นคนนอกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขารีบลุกออกไปหาน้องชาย ปล่อยให้พี่ชายได้อยู่กับหญิงสาวและเด็กๆ เพียงลำพัง เมื่อภาสกรลุกออกสี่ทิศก็นั่งลงแทนที่ ร่างสูงชุ่มไปด้วยเหงื่อยังคงอุ้มเด็กชายศาสตราไว้ไม่ยอมปล่อย ภีมชญาเห็นท่าไม่ดีเพราะเธอไม่อยากให้ลูกชายใกล้ชิดสนิทสนมกับเขามากเกินควรจึงรีบเอ่ยแย้ง

ไม่ได้นะคะ คุณจะให้แกเรียกคุณแบบนั้นไม่ได้”

ทำไมล่ะครับ” สี่ทิศทำหน้าซื่อตาใส ถามหน้าเป็น

เด็กหญิงมินตราก็พลอยเอียงคอมองด้วยความสงสัยไปด้วยอีกคน ขณะที่ตัวต้นเรื่องกำลังเกลือกกลิ้งอยู่บนตัวคนตัวใหญ่ไม่สนใจว่าเหงื่อจากการเล่นกีฬานั้นจะเปียกตนเอง

มิกกี้มาหาแม่ครับ”

และเมื่อหาคำตอบให้เขาไม่ได้เธอก็หันไปเรียกลูกชายพร้อมกับยื่นมือทั้งสองไปตรงหน้าหมายที่จะอุ้มลูกกลับคืน แต่สี่ทิศกลับเบี่ยงตัวไปอีกด้านไม่ให้เธอถึงตัวลูกน้อยได้ง่ายๆ พอๆ กับเด็กชายศาสตราที่กอดคอเขาแน่นไม่ยอมปล่อย

มิกกี้จะอยู่กับคุณพ่อ”

มิกกี้ แม่บอกว่าเรียกแบบนั้นไม่ได้”

แต่คุณลุงอนุญาตแล้ว” เด็กชายตอบตาใส สี่ทิศอมยิ้มยักคิ้วใส่ตาคุณแม่คนสวยที่ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเจอประโยคตอบไปแบบนั้น

ไม่ได้ค่ะ ยังไงมิกกี้ก็เรียกคุณลุงอย่างนั้นไม่ได้” คนเป็นแม่ยืนยันเสียงเขียว เด็กชายรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะน้อยครั้งจริงๆ ที่มารดาจะใช้น้ำเสียงเช่นนี้กับตน

อย่าดุลูกสิคุณ” ชายหนุ่มปรามเมื่อรู้สึกได้ถึงอาการสั่นน้อยๆ ของร่างเล็ก มือใหญ่ลูบไหล่ลูบหลังพลางเอ่ยปลอบ “ไม่เป็นนะครับคนเก่ง”

คุณสี่ทิศ!”

น้ำเสียงที่เธอใช้ทำให้คนถูกเรียกรู้สึกว่าตัวเองเดินเกมพลาดไปอย่างไม่น่าให้อภัย

คุณใจเย็นๆ สิ ลูกกลัวแล้วเห็นไหม”

เขายกเรื่องลูกขึ้นมาอ้างพร้อมกับทำเนียนเปลี่ยนสรรพนามระหว่างกันเสร็จสรรพ แต่คนเป็นแม่ที่กำลังโมโหหนักเพราะลูกชายไม่ฟังคำพูดตัวเองเอาแต่ฟังคำพูดของคนอื่น อารมณ์น้อยใจทำให้หญิงสาวอดตัดพ้อลูกชายไม่ได้

ถ้ามิกกี้ไม่มาหาแม่ แม่ภีมจะไม่รักแล้วนะ”

สิ้นคำว่าไม่รัก ร่างเล็กที่สั่นเป็นลูกนกก็ผละออกจากอกแกร่งเข้าหาอกอุ่นทันที ภีมชญามองคนตรงหน้าอย่างนิ่ง

“คุณไม่ควรสอนแกแบบนี้นะคะ แกยังเด็ก มิกกี้ไม่เหมือนเด็กคนอื่น แกขี้อายและเข้ากับคนอื่นได้ยาก ถ้าคุณให้ความสนิทกับแกมากเกินไป แกก็จะตามติดคุณแจ แล้วหากวันหนึ่ง...”

เสียงหวานเงียบลงไม่เอ่ยต่อเพราะเด็กหญิงมินตรายังคงจ้องเธอตาแป๋ว ร่างบางอุ้มลูกขึ้นแนบอกแล้วหมุนตัวเดินหนีกลับเข้าบ้านไป ทิ้งให้คนเบื้องหลังได้แต่คิดตามว่า ‘หากวันหนึ่ง…’ ที่เธอทิ้งไว้มันหมายถึงอะไรกัน

เธอไม่อยากเอ่ยคำนั้น แต่สักวันมันก็ต้องมาถึงภีมชญารู้ดี วันใดที่เด็กหญิงมินตราเติบใหญ่ หน้าที่ครูพี่เลี้ยงของเธอก็จะหมดลง และความสัมพันธ์กับคนบ้านนี้ก็จะหมดไปเช่นเดียวกัน กับลูกชายตัวน้อยเธอไม่ต้องการให้เขาสนิทสนมกับชายหนุ่มก็เพียงเพราะว่าหากวันหนึ่งที่ความเกี่ยวข้องทุกๆ อย่างจบลง เด็กชายที่ไม่เคยมีพ่อจะรู้สึกอย่างไรเมื่อคนที่เขาเรียกว่าพ่อไม่มีอีกแล้ว

แม่ภีมครับ มิกกี้หายใจไม่ออก” เด็กชายร้องเมื่อมารดากอดรัดตนเองแน่นเกินไป ภีมชญาคลายอ้อมแขนออกเล็กน้อยพลางไล้แก้มยุ้ยคนตัวเล็กแผ่วเบา

แม่ภีมขอโทษครับมิกกี้ เดี๋ยวเราเก็บของเตรียมกลับบ้านดีกว่านะ น้าพีคงรอแย่แล้ว”

เธอหักเหความสนใจของลูกน้อยเพื่อไม่ให้ถามอะไรยากๆ อีก ตอนนี้เกือบหกโมงเย็นแล้วถึงเวลาที่หน้าที่ครูพี่เลี้ยงในวันนี้จะสิ้นสุดลงเสียที

 

คล้อยหลังหญิงสาวเด็กหญิงมินตราก็ปีนขึ้นตักบิดาและเงยหน้าขึ้นถามด้วยความสงสัย

“ทำไมมิกกี้เรียกคุณพ่อแบบมินนี่ไม่ได้ล่ะคะ”

สี่ทิศก้มลงมองใบหน้ากลมแล้วส่ายหน้าเบาๆ ดูเหมือนลูกยั่วที่อุตส่าห์ใช้มาทั้งวันจะมาตกม้าตายในตอนจบเพราะดันไป ‘ยั่วโมโห’ สาวเจ้าเข้า

“คุณพ่อก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่ตอนนี้แม่ภีมของหนูคงโกรธคุณพ่อแล้วแน่ๆ”

ถ้าแม่ภีมโกรธ คุณพ่อก็ไปง้อสิคะ ไม่เห็นจะยากเลย”

ลูกสาววัยสี่ขวบหาทางออกให้ สี่ทิศมองใบหน้าจิ้มลิ้มคล้ายกับถามว่าจะดีหรือ ซึ่งลูกน้อยไม่เคยทำให้เขาผิดหวัง มินนี่พยักหน้าส่งให้พร้อมเอ่ยเสียใส

“มินนี่จะเอาแม่ภีม คุณพ่อสู้ๆ นะคะ”

ใช่ครับ วิธีที่ดีที่สุดสำหรับตอนนี้คือง้อ” ภาสกรขยับนั่งลงบนเสื่อที่หญิงสาวลุกจากไปพร้อมกับออกความเห็นในคราวเดียว ก่อนที่นักรบจะตามเข้ามาสมทบและออกความเห็นบ้าง

และโยนเรื่องพ่อลูกทิ้งไปก่อน เพราะไม่อย่างนั้นครูภีมจะโกรธคุณใหญ่มากขึ้นกว่าเดิม”

ใช่ครับ” ภาสกรรับลูกต่อ “ถ้าอย่างนั้นคุณใหญ่รีบตามไปง้อได้แล้วครับ ก่อนแผนการที่อุตส่าห์ทำเพื่อเรียกคะแนนมาทั้งวันจะติดลบจนเข้าหน้าไม่ติด”

วันนี้คุณหญิงกับแม่ห้ายังไม่กลับ ลุงสมก็ไม่อยู่คุณใหญ่สวมรอยไปส่งและปรับความเข้าใจไปพร้อมๆ กันเลยครับ” น้องชายคนเล็กช่วยหาทางออกเพราะรู้แน่ว่าพี่ชายคงยังคิดไม่ตกว่าจะเริ่มที่ตรงไหนดี

กำลังใจจากน้องชายทั้งสองและลูกสาวตัวน้อยทำให้สี่ทิศมีแรงฮึดขึ้นมาเป็นกอง หลังจากที่เมื่อครู่โดนหญิงสาวร่ายยาวใส่เสียจนหมดความมั่นใจ

เอาเว้ย! ตายเป็นตาย ให้รู้กันไปว่าผู้หญิงคนเดียวสี่ทิศจะจีบไม่ติด”

พี่ชายฮึดสู้ นักรบและภาสกรก็ยิ้มออกขณะที่เด็กหญิงมินตรายิ้มร่าอย่างถูกใจ

“ต้องอย่างนี้สิคะ คุณพ่อของมินนี่เก่งที่สุด”

ถ้าอย่างนั้นเริ่มกันที่เราไปง้อแม่ภีมกันดีกว่าเนอะ”

สี่ทิศยักคิ้วให้กับลูกสาวก่อนจะสั่งให้น้องชายจัดการเก็บข้าวของเข้าบ้านและเฝ้าบ้านให้ดี ส่วนตัวเองก็รีบเดินตัวปลิวอุ้มลูกน้อยตามหญิงสาวเข้าไปในบ้านราวกับเกรงว่าหากช้าสักนิดจะไม่ทันได้ปรับความเข้าใจกัน

ภาพแผ่นหลังบางนั่งพับเสื้อผ้าของลูกชายใส่ตะกร้าโดยที่ข้างกันเด็กชายศาสตรานั่งกอดขวดนมมองมารดาอยู่ไม่ห่างนั่นทำให้สี่ทิศรู้สึกหวั่นเกรงขึ้นมาชั่วขณะ แต่พอหันไปมองหน้าลูกสาวที่ส่งยิ้มเปี่ยมกำลังใจมาให้ก็ตัดสินใจก้าวเข้าไปนั่งลงข้างๆ และเอ่ยเสียงนุ่ม

คุณภีม เรื่องเมื่อครู่ผมขอโทษนะครับ”

คุณจะขอโทษฉันทำไมคะ คุณไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย” เสียงสะบัดบ่งบอกว่ายังคงมีความไม่พอใจอยู่มาก

‘...และโยนเรื่องพ่อลูกทิ้งไปก่อน เพราะไม่อย่างนั้นครูภีมจะโกรธคุณใหญ่มากขึ้นกว่าเดิม’ เสียงน้องชายคนเล็กย้ำเตือนให้เขาใจเย็นไม่หลงตกลงไปในหลุมที่เธอกำลังรวนอยู่ตรงหน้า

แต่คุณก็โกรธ”

ฉันไม่ได้โกรธค่ะ”

ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไม่พอใจ” จบประโยคมือเล็กของลูกสาวก็ดึงแขนเสื้อเบาๆ เป็นการสะกิดเตือนเมื่อเห็นว่าน้ำเสียงของบิดาและคุณครูสาวเริ่มทะเลาะกันอีกแล้ว “ผมขอโทษครับ ที่อนุญาตให้มิกกี้แกเรียกอย่างนั้น ต่อไปผมจะไม่ทำอีก”

เสียงสำนึกผิดทำให้เธอเงยหน้าขึ้นและหันมามองตาคนตัวโตที่นั่งอยู่ใกล้ๆ

“ฉันเองก็ต้องขอโทษที่ทำกิริยาแบบนั้นกับคุณ”

ไม่เป็นไรครับผมเข้าใจ คุณคงไม่อยากให้ใครมาแทนที่คุณพ่อของแก”

เขาว่าไปอย่างที่ใจคิด เพราะสิ่งหนึ่งที่อยากรู้ก็คือบิดาของเด็กชายเป็นใครและหญิงสาวรู้สึกกับคนที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามากน้อยแค่ไหนเพื่อที่จะได้เดินเกมถูกว่าควรที่จะรุกหนักหรือค่อยๆ เดินทีละก้าว

อย่าพูดถึงเขาเลยค่ะ”

น้ำเสียงเบาหวิวทำให้ชายหนุ่มยิ้มออกเพราะมันเต็มไปด้วยความห่างเหิน สี่ทิศมองหาความผิดปกติจากร่างตรงหน้าแต่เมื่อพบเพียงความเหนื่อยล้าซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะมาจากเขาเอง ชายหนุ่มก็ไม่เซ้าซี้อีก

ถ้าอย่างนั้น ผมขอไถ่โทษด้วยการไปส่งคุณที่บ้านก็แล้วกันนะครับ” เห็นท่าทางลังเลของหญิงสาวเขาก็พูดต่อ “อีกนานครับกว่าที่ลุงสมจะกลับมา”

ถ้าอย่างนั้นฉันกลับแท็กซี่เองก็ได้ค่ะ”

เย็นขนาดนี้แล้ว อันตรายออก ให้ผมไปส่งดีกว่า ดีไหมครับมิกกี้” ท้ายประโยคหันไปถามเด็กชายตัวน้อย ซึ่งคนตัวเล็กก็พยักหน้ารับอย่างรู้งาน

 

และในที่สุดภีมชญาก็ยอมให้ชายหนุ่มไปส่งที่บ้านแต่โดยดี เธอบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรตอนที่เขาอุ้มเด็กๆ ขึ้นด้วยแขนทั้งสองข้าง เสียงหัวเราะของลูกชายสลับกับเสียงทุ้มของชายหนุ่มและเสียงใสๆ ของเด็กหญิงมินตราทำให้บรรยากาศในรถไม่ต่างกับครอบครัวเล็กๆ ที่กำลังมีความสุข ภีมชญาหันไปมองคนข้างตัวและเลยไปยังเบื้องหลังที่สองแสบนั่งจับจองอยู่ เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วเธอโกรธที่เขาอนุญาตให้มิกกี้เรียกตัวเองว่าพ่อจนเผลอแสดงกิริยาไม่ดีออกไป แต่พอเขาเข้ามาขอโทษเธอก็กลับยกโทษให้ง่ายๆ ราวกับไม่ได้โกรธเคืองจริงจัง

ใช่ เธอยอมรับว่าไม่ได้โกรธ แต่เธอกำลังกลัว กลัวว่าลูกจะรักคนอื่นมากกว่าตนเอง กลัวว่าวันหนึ่งเมื่อสถานะครูพี่เลี้ยงจบลง ลูกชายจะเสียใจมากแค่ไหน เด็กชายที่โหยหาอ้อมกอดของพ่อมาตลอดชีวิตอย่างมิกกี้คงเสียใจมากเมื่อถึงเวลานั้นที่ต้องจากกัน สู้ให้ไม่มีตั้งแต่ต้นยังจะดีเสียกว่า

สี่ทิศใช้เวลาไม่นานก็มาถึงบ้านของหญิงสาว บ้านสองชั้นบนเนื้อที่สามร้อยตารางวาในหมู่บ้านจัดสรรย่านชานเมืองดูน่าอยู่ไม่น้อย พื้นที่รอบตัวบ้านมีบริเวณกว้างมากพอให้เด็กๆ วิ่งเล่นได้อย่างอิสระ บ้านหลังนี้เป็นมรดกชิ้นเดียวที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้ ทั้งภีมชญาและพีรนันท์จึงรักและหวงแหนมันมาก ต่อให้ไม่มีเงินสักบาทสองพี่น้องก็จะไม่มีวันยุ่งเกี่ยวกับสมบัติชิ้นนี้

เมื่อรถจอดเทียบหน้าบ้าน เด็กสาววัยรุ่นในชุดอยู่บ้านง่ายๆ เป็นกางเกงขาสั้นและเสื้อยืดสีขาวลายดอกไม้ก็วิ่งออกมาเปิดรั้ว สี่ทิศมองอย่างสงสัยเพราะเขาแทบจะไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับหญิงสาวเลย จะมีก็เพียงมิกกี้กับมินนี่เท่านั้นที่ส่งเสียงเรียก ‘น้าพี’ กันอยู่เบื้องหลังเพราะเคยมาที่บ้านหลังนี้พร้อมคุณหญิงหลายครั้ง

น้องสาวของฉันน่ะค่ะ” ภีมชญาหันมาบอกเมื่อคนข้างตัวมีสีหน้าใคร่รู้

สี่ทิศจึงพยักหน้าเข้าใจ มือใหญ่ปลดล็อกเตรียมตัวลงไปส่งหญิงสาวแต่เด็กหญิงมินตราเรียกไว้ก่อน

คุณพ่อขา ขอมินนี่อยู่เล่นกับน้าพีได้หรือเปล่าคะ”

เขาหันมามองแต่ไม่ตอบรับในทันที ใบหน้าคมเบนสายตาไปทางหญิงสาวที่นั่งเคียงข้างอย่างขอความเห็นและเอ่ยเสียงนุ่ม

“มินนี่ก็ลองถามแม่ภีมดูสิลูกว่าอนุญาตหรือเปล่า”

คำตอบที่ได้รับทำให้เด็กหญิงหันมาอ้อนแม่ภีมในทันที

“แม่ภีมขา ให้มินนี่เล่นกับน้าพีหน่อยได้ไหมคะ รับรองว่าไม่ดึกค่ะ”

นะครับ ให้พี่มินนี่อยู่เล่นกับมิกกี้กับน้าพีก่อนนะครับ” มิกกี้ช่วยออดอ้อนอีกแรง เมื่อโดนสามรุมหนึ่งมีหรือที่คุณครูสาวจะปฏิเสธได้ลง

ถ้าคุณพ่อของมินนี่ไม่ว่าอะไรนะคะ” เธอโยนการตัดสินใจกลับมาให้เขาเพราะหมั่นไส้คนหน้าเป็นที่รู้ว่าเธอไม่มีทางปฏิเสธเด็กๆ ได้ลง

สี่ทิศยิ้มกริ่มเขาหันไปชวนเด็กๆ ลงจากรถและตั้งเป้าหมายไว้ว่าวันนี้จะอ้อนขอทานข้าวเย็นกับหญิงสาวสักมื้อหลังจากที่เมื่อกลางวันพลาดไปเพราะมีงานด่วนเข้ามาให้เขาต้องสะสางตั้งแต่เช้า พอกะว่าจะรับประทานของว่างกันหน่อยก็ดันไปกระตุกต่อมโมโหของเธอเข้าอีก วันนี้แผนการยั่วจึงไม่ค่อยจะประสบผลสำเร็จอย่างที่ใจคิด โค้งสุดท้ายก่อนปิดรอบวันต้องทำคะแนนตีตื้นขึ้นมาอยู่ในแดนบวกไม่อย่างนั้นวันหลังคงเข้าหน้าไม่ติด

 

ใครเหรอคะพี่ภีม” พีรนันท์กระซิบถามพี่สาวหลังจากที่ทำความเคารพชายหนุ่มและช่วยพี่สาวถือของเข้าบ้าน ปล่อยให้ชายหนุ่มพาเด็กๆ เดินเข้ามาตามหลังและนั่งเล่นกันอยู่ที่มุมของเล่นในห้องรับแขก โดยคนเป็นพี่ไม่มีท่าทีจะสนใจคนทั้งสามเลยแม้แต่นิดเดียว

คุณพ่อของมินนี่น่ะ” เธอตอบและก้มลงหั่นฟักทองในมือต่อ อาหารเย็นวันนี้เป็นฟักทองผัดไข่ ไข่ตุ๋นตำลึง และแกงจืดเต้าหู้หมูสับง่ายๆ ที่ทำทานกันเองในครอบครัว

แล้วนี่พี่ภีมทำเผื่อเขาด้วยเหรอคะ หั่นเยอะเชียว” น้องสาวยังคงถามไม่หยุด เพราะพี่สาวไม่เคยพาผู้ชายคนไหนเข้าบ้านสักครั้งแม้แต่คุณพ่อของมิกกี้เองก็ยังไม่เคย

เผื่อที่ไหน เดี๋ยวเขาก็กลับแล้ว ที่ทำนี่เพราะมิกกี้ต้องทานเยอะๆ ต่างหาก” คนเป็นพี่รีบก้มมองฟักทองที่เตรียมไว้ผัดบนเขียงก่อนจะแก้ตัวไปแบบข้างๆ คูๆ

แน่ใจนะคะ”พีรนันท์ขมวดคิ้วพลางมองพี่สาวผ่านเลนส์แว่นอย่างจับผิด

แล้วทำไมพีต้องมาจับผิดพี่ด้วยเล่า”

ก็เพราะพี่ภีมไม่เคยพาผู้ชายคนไหนเข้าบ้านน่ะสิคะ แม้แต่พี่ภูมิ เอ๊ย! พ่อของมิกกี้เองก็เถอะ”

ท้ายประโยครัวเร็วเมื่อเผลอเอ่ยชื่อของชายหนุ่มอีกคนขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ ภีมชญาถอนหายใจยาว นี่เป็นอีกเหตุผลที่เธอโกรธเขา เพราะเขาดันมาสะกิดแผลใจเรื่องบิดาของมิกกี้เข้านั่นเอง

ทางด้านสี่ทิศและเด็กๆ ก็กำลังนั่งล้อมวงปรึกษาแผนการขั้นต่อไปเงียบๆ ขณะที่เบื้องหลังมีสายตาใคร่รู้ของพีรนันท์มองมาอยู่ไม่ห่าง

คุณพ่อจะทำยังไงต่อคะ”

เอาอย่างนี้นะครับ มินนี่ชวนน้าพีมาเล่นด้วยนะ แล้วคุณพ่อจะไปชวนแม่ภีมทำกับข้าวในครัว ส่วนที่เหลือคุณพ่อจัดการเอง”

คุณพ่อแน่ใจนะคะว่าไม่ต้องการผู้ช่วย” เพราะเคยเห็นคุณพ่อทำแผนพังมาแล้วเมื่อตอนหัวค่ำ เด็กหญิงจึงอดไม่ได้ที่จะท้วงเพราะกลัวว่าแผนจะพังยิ่งกว่าเดิม

สี่ทิศเหล่ตามองลูกสาวตัวน้อยอย่างจับผิด “พ่อคิดไปเองหรือเปล่าว่ามินนี่เจ้าเล่ห์ขึ้น” ว่าแล้วก็คอยสังเกตอาการของลูกน้อยก่อนจะว่าต่อเมื่อเห็นเพียงดวงตากลมใสเท่านั้นที่มองมา “เชื่อมือพ่อเถอะน่า มิกกี้ยังเชื่อเลยใช่ไหมครับ”

สี่ทิศหันไปหาพวก เด็กชายศาสตราพยักหน้ารับไม่ตอบอะไรเอาแต่นั่งมองคนโน้นคนนี้เงียบๆ ชายหนุ่มถึงได้รู้ตัวว่าเขาควรแก้ปัญหาเรื่องเด็กชายอีกเรื่องก่อนจะเริ่มสานสัมพันธ์กับคุณแม่เป็นอันดับต่อไป

“ทำไมมิกกี้เงียบจังเลยล่ะครับ”

แทนคำตอบใบหน้ายุ้ยส่ายหวือ สี่ทิศรู้แล้วว่าต้องมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น แขนแข็งแรงรวบร่างเล็กมานั่งตักและถามเสียงอ่อนโยน

"มีอะไรหรือเปล่าครับคนเก่ง”

แม่ภีมไม่ให้มิกกี้เรียกคุณพ่อ” เสียงเล็กรำพึงงึมงำเพราะไม่อยากให้คุณแม่หรือน้าสาวได้ยิน “แต่มิกกี้อยากมีคุณพ่อครับ”

แล้วคุณพ่อของมิกกี้ไปไหนครับ” เขาถามเพราะอยากรู้จริงๆ ตอนที่ถามคนเป็นแม่ ภีมชญาก็บ่ายเบี่ยงไม่อยากพูดถึง ซึ่งเวลานั้นเขาไม่สามารถเซ้าซี้ถามต่อได้จริงๆ วิธีเดียวที่จะรู้ได้คือคนตัวเล็กแต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้ข้อมูลมากน้อยแค่ไหนเพราะมิกกี้ยังเด็กเกินไปที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

มิกกี้ไม่รู้” สีหน้าปรากฏร่องรอยความสับสนชัดเจน สี่ทิศกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นและเอ่ยปลอบเมื่อใบหน้ายุ้ยเงยขึ้นมองพร้อมกับมีหยาดน้ำสีใสคลอที่หน่วยตา

ถ้าอย่างนั้นลุงอนุญาตให้มิกกี้เรียกคุณพ่อได้เอาไหมครับ”

แต่แม่ภีมไม่ให้เรียก”

เราก็เรียกกันแค่สองคนสิครับ แค่มิกกี้ พี่มินนี่กับพ่อ แต่พออยู่กับคนอื่นมิกกี้ก็เรียกว่าคุณลุงเหมือนเดิม แค่นี้แม่ภีมก็ไม่รู้แล้วดีไหมครับ” สี่ทิศหาทางหลอกล่อเด็กชายได้ในที่สุด

ดีครับ” มิกกี้คลี่ยิ้มโชว์ฟันเล็กเรียงสวยจนเขาอดไม่ได้ที่จะก้มลงไปฟัดกับแก้มยุ้ยๆ นั้น เสียงหัวเราะคิกคักของหลานชายทำให้พีรนันท์หันกลับมามองคนที่อยู่ในห้องรับแขกอีกหน

ดูเขาสนิทกับมิกกี้จังนะคะพี่ภีม”

คำพูดของน้องสาวทำให้ภีมชญาต้องเงยหน้าขึ้นจากหม้อแกงจืด ภาพที่ลูกชายนั่งอยู่บนตักของชายหนุ่มและหอมแก้มกันไปมาทำหัวใจเธอกระตุกวูบ มือบางกำแน่น ขาเรียวขยับจะก้าวเข้าไปหาแต่พีรนันท์คว้าแขนไว้ทัน

พี่ภีมจะไปไหนคะ”

พี่จะออกไปดูลูก”

คุณพ่อน้องมินนี่ก็อยู่” น้องสาวแย้ง กวาดตามองพี่สาวเมื่อรู้สึกผิดสังเกตกับท่าทีของคนเป็นพี่ ปกติภีมชญาใจเย็นมากแต่วันนี้กลับดูร้อนรนแปลกๆ

พีออกไปดูหลานให้พี่หน่อยได้ไหม แล้วก็อย่าให้เขาสนิทกับมิกกี้นักพี่ไม่ชอบ”

ประโยคท้ายทำให้เด็กสาวต้องเลิกคิ้วมองคนพูดด้วยความสงสัย ‘ไม่ชอบ’ ไม่ชอบที่มีคนมาสนิทกับลูกตัวเองนี่นะ พี่สาวเธอท่าจะอาการหนัก พีรนันท์ได้แต่เก็บความสงสัยไว้รอถามเมื่ออยู่กันตามลำพังเฉพาะในครอบครัวแล้วเดินออกไปหาชายหนุ่มตามคำสั่งแต่โดยดี

น้าพีขา มาเล่นตุ๊กตากับมินนี่หน่อยค่ะ” มินนี่ร้องเรียกผู้มาใหม่ให้นั่งลงเคียงข้าง

สี่ทิศค้อมศีรษะทักทายอีกฝ่ายเล็กน้อยเมื่อเด็กสาวทำความเคารพเขาอีกครั้ง พีรนันท์นั่งลงเรียบร้อยสองเด็กแสบก็ขยิบตาส่งสัญญาณทางสะดวกให้ชายหนุ่มทันที สี่ทิศเอ่ยปากฝากเด็กๆ ไว้แล้วลุกออกไปทิ้งให้พีรนันท์มองตามหลังสลับกับหน้าของหลานชายไปมา แต่ยังไม่ทันได้ถามหรือคิดอะไรมินนี่ก็หยิบตุ๊กตาขึ้นมาส่งให้เธอตัวหนึ่งและบอกเสียงใส

น้าพีเล่นเป็นคุณแม่นะคะ มินนี่กับมิกกี้จะเป็นลูก”

สองเด็กน้อยไม่เปิดโอกาสให้เป้าหมายได้มีเวลาสงสัย ทั้งคู่ชวนคุยโน่นนี่ไปเรื่อยและแข่งกันเล่าเรื่องที่ไปเที่ยวเมื่อวานกันอย่างสนุกสนาน

ด้านคุณพ่อที่ลูกสาวและลูกชายหมาดๆ ได้กรุยทางไว้ให้ก็เดินตัวปลิวเข้าไปในครัวเล็กๆ ทางหลังบ้าน ภีมชญากำลังวุ่นวายอยู่กับแกงจืดตำลึงบนเตาจึงไม่ทันได้หันมามองว่ามีใครบางคนได้เข้ามาซ้อนหลัง และเพราะคิดว่าคงเป็นน้องสาวเธอจึงเอ่ยปากใช้ให้หยิบของให้เสียต่อไปอีก

พี หยิบหมูสับในตู้เย็นให้พี่หน่อยจ๊ะ” สี่ทิศหันรีหันขวางก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นและนำของที่เธอต้องการมายื่นให้ “ขอบใจจ๊ะ แล้วเป็นไงบ้าง ที่พี่ให้ไปกันเขาออกจากมิกกี้”

เพราะคิดว่าเป็นน้องสาวภีมชญาจึงหลุดปากถามถึงภารกิจที่เธอมอบหมายให้น้องสาวไปโดยไม่ทันดูให้ถี่ถ้วนว่าคนที่อยู่ในครัวกับเธอตอนนี้หาใช่พีรนันท์ไม่

ก็ดีครับ ตอนนี้ออกจากลูกมาหาแม่แล้ว”







ฝากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

214 ความคิดเห็น