ดวงใจอธิรักษ์โยธิน

ตอนที่ 1 : ดวงใจสี่ทิศ : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,978
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    27 ส.ค. 63






บทนำ

รุ่งอรุณแสงสีทองทอประกายจับขอบฟ้าบอกให้รู้ว่าชีวิตของวันใหม่ก้าวเข้าสู่การเริ่มต้น บ้านหลังใหญ่บนเนื้อที่กว่าสิบไร่ตั้งตระหง่านด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรป ก่อด้วยหินอ่อนสีขาวมุกทั้งหลังทำให้ดูโดดเด่นและน่าเกรงขาม เยื้องไปเพียงเล็กน้อยเป็นบ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์นสีขาวสลับน้ำตาลกรุด้วยกระจกเกือบทั้งหลัง แม้จะแยกออกเป็นสัดส่วนแต่ก็ยังคงอยู่ในรั้วเดียวกัน ไม่ต่างจากด้านหลังที่เป็นบ้านไม้สักทรงไทยซึ่งถูกซ่อนไว้ด้วยแนวไม้หลากชนิดให้บรรยากาศร่มรื่นและคงความเป็นส่วนตัว ใกล้กันนั้นเป็นเรือนพักของคนงาน ที่อยู่ภายในรั้วของบ้านอธิรักษ์โยธิน

นกกางเขนสีดำคาดขาวส่งเสียงร้องขับขานปลุกเจ้าของบ้านให้รับลุกขึ้นมารับแสงอรุณ ร่างสูงใหญ่บนเตียงนอนหนานุ่มสีขาวสะอาดขยับตัวไปมา สี่ทิศ อธิรักษ์โยธิน หรือ คุณใหญ่ ชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปีปรือตาคมขึ้นมองไปรอบๆ ก่อนจะก้มลงมองร่างแน่งน้อยที่ซุกซบอยู่บนหน้าอกแกร่ง แขนขาเกาะเกี่ยวอย่างคนที่ชอบนอนดิ้นช่างดูน่าขัน ชุดนอนสีชมพูลวดลายตัวการ์ตูนชื่อดังของวอลท์ดิสนีย์ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ ศีรษะเล็กถูกปกคลุมด้วยผมยาวหยักศกสีธรรมชาตินุ่มลื่นดุจแพรไหม ใบหน้าจิ้มลิ้มและริมฝีปากแดงส่งเสียงฟี้เบาๆ ขณะที่เปลือกตาบางยังคงปิดสนิท ภาพที่ทำให้คนมองทั้งรักและหลงอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

สี่ทิศขยับร่างน้อยให้นอนลงเคียงข้างก่อนจะลุกขึ้นเท้าแขนเพื่อรับน้ำหนักตัว ข้อนิ้วเรียวเกลี่ยแก้มนุ่มแผ่วเบาก่อนก้มหน้าลงกดจมูกถูไถกับผิวแก้มนิ่มไปมาอย่างมันเขี้ยว กลิ่นหอมของแป้งเด็กทำให้เขาสูดหายใจเข้าปอดลึกอย่างเป็นสุข

ตื่นได้แล้วนะคะเจ้าหญิง”

เสียงทุ้มกระซิบชิดใบหูขาวสะอาด เฝ้ามองปฏิกิริยาตอบสนองก่อนผละจากยังไม่ลืมก้มลงชิมลูกพีชสีชมพูบนแก้มนุ่มนั้นเสียอีกคำเป็นการตบท้ายรับอรุณ

ร่างสูงกว่าร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรก้าวลงจากเตียงเพื่อเปิดม่านสีทึบรับเช้าอันสดใสและที่สำคัญเพื่อให้แสงตะวันส่องเข้ามาช่วยปลุกคนบนเตียงให้ตื่นจากการนิทรารมณ์เพราะวันนี้คือวันจันทร์...วันที่เด็กทุกคนต้องไปโรงเรียน

มินนี่ คุณพ่อบอกให้ตื่นได้แล้วไงคะ”

ร่างสูงหันกลับมาเท้าเอวมอง เสียงที่เปล่งเรียกพยายามอย่างยิ่งที่จะเค้นดุ แต่ร่างแน่งน้อยหรือจะสน ในเมื่อเตียงนุ่มและผ้าห่มหนาอุ่นน่าสนใจกว่าเป็นไหนๆ

อือ...ไม่เอา มินนี่ง่วง”

เสียงครางยาวบอกให้รู้อาการอย่างที่พูด หากแต่เวลาหกโมงเช้าบนหน้าปัดนาฬิกาปลุกบนโต๊ะตัวเตี้ยข้างเตียงไม่สามารถทำให้คุณพ่อใจอ่อนได้อย่างเคย สี่ทิศดึงผ้าห่มออกไปกองไว้มุมหนึ่งก่อนจะช้อนตัวลูกสาวตัวน้อยขึ้นอุ้มเต็มวงแขนและเดินลิ่วเข้าห้องน้ำที่อยู่ใกล้ๆ

เด็กหญิงมินตรา อธิรักษ์โยธิน หรือ น้องมินนี่ คือทายาทรุ่นถัดไปของตระกูลอธิรักษ์โยธินที่จะมาสานต่อกิจการและงานต่างๆ ต่อจากเขา เพราะมารดาจากไปตั้งแต่อายุไม่ครบขวบปี เด็กหญิงมินตราจึงถูกเลี้ยงดูมาโดยเขาเพียงลำพัง และรายล้อมไปด้วยคุณหญิงย่า อากรน้องชายต่างมารดาของเขา คุณละไมภรรยาคนที่ห้าของบิดา และอาแตงจ๋าหรือเด็กหญิงต้องตาผู้เป็นลูกสาว สุดท้ายคืออารบไม้เบื่อไม้เมาคู่กัดทุกขณะจิต น้องชายคนเล็กที่เกิดจากคุณนารินภรรยาคนที่สี่ของคุณภาวินประมุขบ้านอธิรักษ์โยธินผู้ซึ่งปัจจุบันได้ล่วงลับไปแล้ว

ครอบครัวที่คิดว่าขาดกลับถูกเติมเต็มจนมากล้น จากอบอุ่นก็ต้องเรียกว่าร้อนระอุ เมื่อครอบครัวอธิรักษ์โยธินรักใคร่กลมเกลียวช่วยเหลือเกื้อกูลในทุกด้านโดยเฉพาะหม่อมราชวงศ์รจเรข อธิรักษ์โยธิน สตรีจากราชนิกุลสูงศักดิ์ผู้กุมอำนาจเหนือใครในอธิรักษ์โยธิน ขนาบกายด้วยอนุภรรยาของสามีทั้งสองและลูกๆ ทั้งหก

มินนี่อยากจะให้คุณพ่ออาบน้ำให้หรือว่าจะให้พี่แพรวขึ้นมาอาบน้ำให้คะ” เสียงถามกึ่งดุเมื่อลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนยังคงดีดดิ้นไม่ยอมชำระกายและคิดแต่จะกลับไปนอนบนเตียงท่าเดียว

ชื่อพี่เลี้ยงวัยสิบห้ามีอิทธิพลต่อเด็กหญิงไม่น้อย เพราะเพียงแค่ได้ยินชื่อดวงตากลมใสแป๋วที่เมื่อครู่ยังปรือปรอยก็เปิดกว้างพร้อมกับส่ายหน้าดิกจนสี่ทิศนึกขำ

ให้คุณพ่ออาบค่ะ”

กล่าวจบก็ชูสองมือขึ้นเหนือศีรษะให้บิดาถอดชุดให้ก่อนอุ้มลงอ่างที่เปิดน้ำไว้จนเต็มแต่โดยดี

สิบห้านาทีต่อมาร่างเล็กก็หอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นแป้งเด็กผสมอายขมิ้น เด็กหญิงมินตราปรากฏกายอีกครั้งในชุดนักเรียนของโรงเรียนอนุบาลชื่อดัง เสื้อคอดอกบัวสีขาวที่ขอบแขนขลิบด้วยผ้าลายสก๊อตสีเขียวสลับสีกรมท่าเดินเส้นด้ายด้วยสีเหลืองและแดง กระโปรงสีเดียวกับขอบแขนยาวคลุมเข่าทำให้ร่างเล็กจ้อยดูน่ารักน่าชังโดยเฉพาะใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างเด็กอารมณ์ดี

เอาละ มาสวมถุงเท้าแล้วลงไปรอคุณพ่อที่ห้องอาหารนะคะ ให้พี่แพรวขึ้นมารับค่อยลงไป ห้ามลงบันไดไปเองเด็ดขาด โอเค้” ว่าพร้อมกับหยิบถุงเท้าสีขาวที่มีลวดลายของการ์ตูนตัวโปรดมาล่อ

โอเคค่ะ”

เด็กหญิงยิ้มแป้นเมื่อสวมถุงเท้าเสร็จก็รับกระเป๋าลายมินนี่เม้าส์สีชมพูขึ้นสะพายหลัง เพราะคนงานในบ้านไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นมาชั้นบน ดังนั้นพี่เลี้ยงประจำตัวเด็กหญิงจึงต้องรอรับอยู่ที่หน้าบันไดในทุกวันทำการ

แล้วก็อย่าลืมไปปลุกอารบด้วยนะคะ” สั่งสำทับอีกครั้งซึ่งอีกฝ่ายก็ตะเบ๊ะมือรับอย่างน่าเอ็นดูจนเขาต้องยิ้มตาม “เดี๋ยวคุณพ่ออาบน้ำก่อนแล้วจะรีบตามลงไปนะคะ”

ค่ะ”

เด็กหญิงตอบรับเสียงใส พยักหน้ารับเมื่อถูกสั่งความก่อนจะเปิดประตูออกไป ลับร่างของลูกสาวสี่ทิศก็ถอนหายใจยาวเหยียด ภารกิจยามเช้าเช่นนี้กว่าจะเสร็จเรียบร้อยในแต่ละวันก็ทำเอาเขาเหงื่อตกแม้จะเหนื่อยแต่ก็ภูมิใจที่ได้ดูแลเด็กหญิงด้วยตัวเอง

มินนี่จะเป็นเด็กเลี้ยงง่ายแต่ด้วยวัยเพียงสี่ขวบพัฒนาการของเด็กวัยนี้ยังคงช่างจินตนาการและแสดงความอยากรู้อยากเห็นอย่างเปิดเผย โดยเฉพาะลูกสาวของเขานั้นทั้งสมาธิสั้น ไม่จดจ่อกับสิ่งใดนานๆ และยังสนใจสิ่งรอบข้างอยู่ตลอดเวลา เขาจึงต้องหาภารกิจให้เด็กหญิงทำเช่นเดิม ซ้ำๆ ในทุกๆ วันเพื่อฝึกสมาธิ และผู้ที่รับเคราะห์นี้ไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ก็คือน้องชายคนเล็กอย่าง ‘นักรบ อธิรักษ์โยธิน’

หลังจากเด็กหญิงออกจากห้องไปได้ไม่นานเสียงของความวุ่นวายตามแบบฉบับยามเช้าของครอบครัวอธิรักษ์โยธินก็เริ่มต้นขึ้น

โรบ...โรบ โรบตื่นได้แล้ว ตื่น ตื่น ตื่น”

เสียงใสๆ เจื้อยแจ้วดังลั่นบ้าน ประตูไม้สีขาวมุกถูกกำปั้นเล็กป้อมระดมทุบตามจังหวะการร้องเรียก เด็กหญิงเว้นจังหวะหายใจเพื่อเอียงหูฟังความเคลื่อนไหวจากภายในได้ไม่ถึงห้าวินาทีเสียงใสๆ และประตูไม้บานหนาที่ถูกกำปั้นน้อยทุบใหม่อีกหน

นอกจากจะปลุกอารบตามหน้าที่แล้ว เสียงของเด็กหญิงยังคงเป็นดั่งนาฬิกาที่เตือนให้ ภาสกร อธิรักษ์โยธิน บุตรชายคนที่สอง ทายาทคนรองที่เกิดจากคุณวิภาอนุภรรยาของอดีตประมุขอธิรักษ์โยธินเดินนวยนาดออกมาจากห้องในเวลาไล่เลี่ยกับหลานสาวตัวน้อยด้วยอีกต่างหาก

ห้องของเขาและน้องชายคนเล็กอยู่ทางปีกซ้ายของตัวตึก ขณะที่พี่ชาย หลานสาว และหม่อมราชวงศ์รจเรขอยู่อีกฝั่ง ทั้งที่มีบ้านส่วนตัวที่บิดาสร้างให้แต่หม่อมราชวงศ์รจเรขผู้กุมอำนาจเหนืออาณาจักรอธิรักษ์โยธินก็มักสั่งให้เขาขึ้นมานอนบนตึกใหญ่ด้วยเหตุผลว่าทายาทอธิรักษ์โยธินทุกคนต้องนอนที่ตึกใหญ่ แต่ทุกเรื่องก็มักจะมีข้อยกเว้น น้องสาวคนเล็ก เด็กหญิงต้องตา อธิรักษ์โยธิน หรือ แตงโม ที่ใครๆ ก็มักจะเรียกว่า แตงจ๋า ยังคงต้องอยู่กับมารดาที่เรือนไทยด้านหลังด้วยเหตุผลยังเด็กเกินกว่าจะนอนคนเดียวได้ และน้องสาวคนนี้ก็ติดมารดาเกินกว่าจะแยกจากได้เช่นกัน

โรบ...มินนี่บอกให้ตื่น เปิดประตู เปิดเดี๋ยวนี้เลยนะ เปิด! เปิด! เปิด!”

สองมือน้อยรัวทุบประตูบานหนา ชายหนุ่มวัยยี่สิบแปดเดินยิ้มกริ่มเข้ามายืนซ้อนหลังหลานสาวตัวจ้อย พลางล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบสิ่งของบางอย่าง ขณะที่มืออีกข้างก็ยีผมคนตัวเล็กไปมาด้วยความเอ็นดู

มาแต่เช้าเลยนะมินนี่”

อากรขา เปิดประตูค่ะ”

เด็กหญิงชี้ไปที่ลูกบิดทองเหลืองเหนือศีรษะ ดวงตากลมใสช้อนมองคนตัวโตอย่างรอคอยเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายมีกุญแจห้องตรงหน้า ริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูสดและแก้มยุ้ยดูน่ารักน่าชังจนอดไม่ได้ที่จะก้มลงหอมสักฟอด

ภาสกรเสียบลูกกุญแจและบิดเบาๆ เพื่อคลายกลอนสักพักก็ได้ยินเสียงดังกริ๊ก เด็กหญิงยิ้มยินดีเมื่อภารกิจของตนเดินหน้าได้อีกหน ร่างเล็กจ้อยกระโดดจุ๊บแก้มคุณอาหนุ่มทันทีที่อีกฝ่ายเอียงแก้มมาให้อย่างที่ทำเป็นประจำ

ขอบคุณค่ะอากร”

สองมือน้อยกระพุ่มไหว้อย่างน่ารัก ภาสกรเก็บกุญแจห้องใส่กระเป๋ากางเกงและยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาผิวขาวจัดอย่างหนุ่มออฟฟิศจนดูเหมือนสำอางยิ้มกริ่มเมื่อทิ้งระเบิดให้น้องชายคนเล็กได้สำเร็จ

เอาละ อย่าทะเลาะกันนะคะ”

กล่าวแค่นั้นก็เดินเลี่ยงจากไปจุดมุ่งหมายของเขาคือห้องอาหารของครอบครัว ข้อดีของครอบครัวอธิรักษ์โยธินคือความรักกันเสมือนพี่น้องท้องเดียวกัน ต่อให้ไม่ได้นอนมาทั้งคืนทุกๆ เช้าสมาชิกในบ้านก็ต้องออกมาร่วมโต๊ะให้ครบทุกคนนั่นคือกฎเหล็กที่คุณหญิงรจเรขตั้งไว้ จากนั้นจะไปนอนต่อหรือทำอะไรก็ตามอัธยาศัยเพราะท่านถือว่ามื้อเช้าเป็นมื้อสำคัญที่คนในบ้านควรได้พูดคุยกัน ไม่ต่างกับช่วงเย็นที่สมาชิกควรได้นั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็น ดูละครหลังข่าวหรือทำกิจกรรมอื่นๆ อย่างที่ครอบครัวทั่วไปควรจะทำ

เมื่อถึงประตูห้องอาหารใบหน้าคมที่มีแววทะเล้นอยู่เป็นนิจก็เยี่ยมหน้าเข้าไปก่อน หม่อมราชวงศ์รจเรข อธิรักษ์โยธินในวัยห้าสิบนั่งเป็นประธานอยู่ที่หัวโต๊ะ ขวามือคือคุณละไม ธุวดารา ภรรยาคนที่ห้าของคุณภาวิน ข้างกันน้องสาวคนสุดท้องที่อายุย่างเข้าหกขวบในปีนี้ สามสาวสามวัยหันมามองทางเขาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย แต่คนที่มั่นใจในรูปร่างหน้าตาและพื้นฐานนิสัยเป็นคนสร้างความรื่นรมย์ให้กับคนรอบข้างมีหรือที่จะรู้จักคำว่าเขินอาย ร่างสูงเดินผิวปากเข้าไปในห้องด้วยท่วงท่าที่สง่างาม

วันนี้มีอะไรกินบ้างครับนมน้อม”

ประนอม หรือ นมน้อม เป็นแม่บ้านใหญ่วัยกลางคนสมุนคู่กายของคุณหญิง นักรบน้องชายคนเล็กเคยแอบตั้งฉายาให้อย่างนั้น และเขาก็เห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะนมน้อมมักจะปรากฏกายข้างมารดาเสมอๆ และเหนือสิ่งอื่นใดนางมักจะโผล่เข้ามาในช่วงที่ต้องการได้ทันทีราวกับเดาความคิดของเราออก

วันนี้มีข้าวต้มปลากะพงค่ะ คุณกรจะรับอะไรดีคะ”

มีอยู่อย่างเดียว นมน้อมจะให้ผมรับอะไรล่ะครับ” ชายหนุ่มย้อนเสียงทะเล้นจึงได้ขนมเปี๊ยะพร้อมกับค้อนน้อยเป็นของแจกรับอรุณ มือหนาเลื่อนเก้าอี้ข้างน้องสาวออกและนั่งลงเคียงข้าง ใบหน้าที่มีแต่รอยยิ้มหันมามองทางคุณหญิงที่ตีหน้าดุใส่ ร่างสูงแสร้งถอนหายใจก่อนเอ่ยแหย่อย่างที่ชอบทำ “ทำหน้าดุอีกแล้วระวังแก่เร็วนะครับคุณหญิง”

ช่างแม่เถอะ ว่าแต่เราทำไมไม่เอาหลานลงมาด้วย” แม้จะรู้ว่ามินนี่กำลังปฏิบัติภารกิจสำคัญแต่ก็ไม่วายดุลูกชายคนรองของสามีให้พอเป็นพิธี

ภาสกรยิ้มรับหน้าเป็นเพราะรู้ว่าท่านไม่ได้จริงจังอะไรกับคำกล่าวนั้น

ผมให้แพรวขึ้นไปรอรับอยู่หน้าห้องเจ้ารบแล้วครับ” เขาว่าพลางเลื่อนถ้วยข้าวต้มหอมฉุยเข้ามาใกล้ ข้างกันเด็กหญิงต้องตาเองก็พยายามทานอาหารด้วยตนเองอยู่ “แตงจ๋าทานอะไรคะ ไหนให้พี่กรลองชิมหน่อยสิว่าถ้วยนี้อร่อยหรือเปล่า”

กล่าวจบมือใหญ่ก็ใช้ช้อนตักข้าวต้มปลาในถ้วยของน้องสาวขึ้นทานอย่างแกล้งๆ เพราะรู้ดีว่าน้องสาวคนนี้ค่อนข้างขี้อาย อายุจะหกขวบแล้วแต่ก็ยังติดมารดาและหวาดกลัวคนรอบข้างอยู่เสมอ อาจเป็นเพราะตอนที่มีน้องสาวคนนี้คุณภาวินผู้เป็นบิดาเองก็มีอายุมากบวกกับคุณละไมเองที่พยายามยุติการตั้งครรภ์เนื่องจากไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นเมียน้อยของใคร ในวันที่เขา สี่ทิศ และหม่อมราชวงศ์รจเรขไปเจอคุณละไมนั้น เธอกำลังอยู่ในสภาพตกเลือดอย่างหนัก

ตอนที่นำตัวส่งโรงพยาบาลทุกคนต่างคิดว่าทายาทของอธิรักษ์โยธินคนนี้คงไม่อยู่แล้วเป็นแน่ แต่ปรากฏว่าน้องสาวตัวน้อยหัวแข็งเกินคาด นับตั้งแต่วันนั้นคุณหญิงก็พาคุณละไมเข้ามาอยู่ในรั้วอธิรักษ์โยธินในฐานะภรรยาคนที่ห้าของสามีทั้งยกบ้านไม้สักทรงไทยด้านหลังที่เงียบสงบให้กับเธอและลูกน้อย ดูคล้ายว่าเหมือนเอาใจสามีแต่ใครเลยจะรู้ว่าคุณภาวินไม่กลับบ้านมานานหลายสิบปีแล้วตั้งแต่เขาและพี่ชายยังเด็กๆ ด้วยซ้ำ

คุณรอง”

เสียงใสครางอ๋อยด้วยลำดับยศที่มารดาพร่ำสอนเพราะไม่อยากให้ต้องตาเทียบชั้นกับพี่ๆ ด้วยระลึกตนอยู่เสมอว่าเป็นเพียงอนุภรรยาที่ไม่เต็มใจของคุณภาวินเท่านั้น

เรียกว่าอะไรนะแตงโม” เขาเก๊กหน้าดุ เอ่ยเสียงกดต่ำด้วยชื่อรองของคนตัวจ้อย

เด็กหญิงก้มหน้างุด มือเล็กลดลงมาประสานเหนือกระโปรงลายสก๊อตสีเขียวสลับกรมท่าแน่นเมื่อเข้าใจว่าเสียงเข้มนั้นกำลังดุตน

ทายาทคนรองแห่งอธิรักษ์โยธินถอนหายใจเบาๆ มือใหญ่ลูบศีรษะคนตัวเล็กพร้อมกับเอ่ยปลอบเสียงแผ่ว

“ไม่ร้องนะครับคนเก่ง พี่กรล้อเล่นเฉยๆ”

ฮือ...” เสียงสะอื้นฮักทำเอาหัวใจคนเป็นแม่กระตุก คุณละไมผวาจะโอบลูกรักแต่ภาสกรยกมือห้ามไว้เสียก่อน ใบหน้าคมก้มลงจนอยู่ในระดับเดียวกันกับน้องสาว

ไหนคนขี้แยร้องไห้ทำไมคะ ไม่สวยเลยนะ”

พี่กรดุ” เสียงอ้อมแอ้มเอ่ยบอก ภาสกรขยับมุมปากยกขึ้นเมื่อในที่สุดน้องสาวก็เรียกคำแทนตัวเขาได้อย่างถูกต้องเสียที

ต่อไปอย่าเรียกอย่างนั้นอีกรู้ไหม” บอกพร้อมจ้องเขม็ง ใบหน้าจิ้มลิ้มหันไปทางมารดาเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับเด็กหญิงก็หันกลับมาทางพี่ชายอีกครั้งพร้อมรับคำเสียงใส

ค่ะ”

ดีมาก” มือใหญ่ลูบผมนุ่มเบาๆ “เอาละ ทานข้าวได้แล้วนะคะ เดี๋ยวไปโรงเรียนสาย”

เสียงเอื้อเอ็นดูทำให้เด็กหญิงเริ่มทานอาหารได้อีกหน ชายหนุ่มยืดตัวขึ้นเล็กน้อยขณะมองเลยไปทางมารดาทั้งสอง คุณละไมส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้อย่างขอบคุณ ขณะที่คุณหญิงรจเรขมองเย้ยๆ

เข้าใจอารมณ์ของแม่เวลาพวกเธอเรียกว่าคุณหญิงกันหรือยังล่ะ”

ก็เข้าใจนิดหนึ่งนะครับ...คุณหญิง”

ท้ายประโยคเน้นเสียงทะเล้น จึงได้ค้อนปอนด์ให้มองเล่นๆ เป็นของตอบแทน และแม้จะถูกค้อนทุกครั้งที่เรียกแต่ลูกๆ ทุกคนก็มักจะเรียกท่านเช่นนี้เสมอจนติดปาก และจะเรียก ‘คุณแม่’ หรือ ‘แม่ใหญ่’ ตามที่ท่านต้องการก็ต่อเมื่อมีเรื่องอ้อนวอน ร้องขอ หรือง้องอนท่านเท่านั้นซึ่งในทางปฏิบัติแล้วก็มักจะนานๆ ครั้งจนท่านอดที่จะน้อยใจไม่ได้ แม้แต่ลูกชายแท้ๆ อย่างสี่ทิศยังพลอยเป็นไปกับน้องๆ ด้วย

 

ทางด้านคนตัวจ้อยที่มีภารกิจทุกเช้าเองก็กำลังปีนขึ้นเตียงนอนสีน้ำเงินเข้มของผู้เป็นอา เมื่อได้ที่ก็นั่งแหมะลงตรงปลายเตียงมือเล็กดึงผ้าห่มที่คลุมกายคนตัวโตออกช้าๆ จนเผยให้เห็นเด็กหนุ่มวัยสิบหกปีที่กำลังขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาซึ่งบัดนี้มันกำลังเลื่อนออกจากกาย

นักรบป่ายมือใหญ่ไปตามลำตัวหมายดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างแต่ก็พบเพียงความว่างเปล่าเพราะบัดนี้แรงเคลื่อนไหวจากปลายเตียงก็ทำให้รู้ได้ในทันทีว่าห้องนอนอันแสนสุขของเขาถูกบุกรุกอีกแล้ว

มินนี่!” เสียงเข้มตวาดโดยที่ไม่ลืมตา แต่คนถูกตวาดกลับหัวเราะคิกคักอย่างถูกใจ

โรบตื่น ไปโรงเรียนกัน”

เสียงใสเอ่ยชวนเมื่อคนตัวโตยังคงนอนเหยียดยาวแผ่หลาบนเตียงใหญ่ เสื้อนอนลายทางสีฟ้าอ่อนร่นขึ้นโชว์หน้าท้องเรียบลื่นแต่เด็กหญิงวัยสี่ขวบหาได้สนใจมันมากไปกว่าภารกิจที่บิดามอบหมายให้ทำไม่ ร่างเล็กจ้อยพยายามคลานเข่าเข้าไปเพื่อกระตุกมือหนาแต่ก็ถูกชักออกอย่างไม่ไยดี

ไม่ไป แล้วก็ไม่ต้องมายุ่งด้วย”

เสียงทุ้มที่เพิ่งแตกพานบอกปัดพลิกกายหนี...เขาไม่อยากไปโรงเรียน ไม่ชอบ ไม่รู้สึกอยากไปที่นั่นแม้แต่นิด อาจเพราะถูกเลี้ยงแบบประคบประหงมมาตลอดนักรบจึงมีนิสัยเอาแต่ใจ และมุทะลุกว่าพี่ชายคนอื่นๆ หากต้องการอะไรแล้วต้องเอามาให้ได้ไม่ว่าจะด้วยเวทมนตร์ เล่ห์กลหรือคาถาอาคม เมื่อเขาต้องการแล้วจะต้องไม่มีคำว่าไม่ได้

ไปเถอะนะ” มือเล็กออกแรงฉุดแขนยาวเก้งก้างแต่อีกฝ่ายกลับชักหนีวุ่นวาย

จนแล้วจนรอดเมื่อคนหนึ่งไม่ยอมอีกคนก็ไม่ทำตามสงครามบนเตียงประจำวันของสองอาหลานจึงเริ่มต้นขึ้น

มินนี่!”

เมื่อเด็กหญิงยังคงยื้อยุดฉุดแขนเขาไม่ห่างนักรบก็ตวาดเสียงดังจนหลานสาวชะงักอาการทั้งปวง ดวงตากลมช้อนมองผู้เป็นอาใสแป๋ว เด็กหนุ่มถอนหายใจอย่างยอมแพ้

ไปโรงเรียนนะ” คนตัวเล็กเอ่ยชวนอีกหน

ใบหน้าคมพยักหน้ารับแกนๆ แต่หลานสาวกลับยังนั่งนิ่งเพราะรู้ว่าที่คุณอาหนุ่มทำนั้นเป็นเพียงการพยักหน้ารับไปอย่างนั้นเอง มุกนี้เคยเจอมานักต่อนักแล้ว

ก็ได้...แต่มินนี่ออกไปก่อนนะ เขาจะอาบน้ำ” นักรบตอบกลับตามสไตล์เด็กเอาแต่ใจ

ทว่าเด็กหญิงมินตรายังคงนั่งจ้องสบตานิ่ง สุดท้ายคนใจอ่อนก็เป็นคนตัวโตอีกเหมือนเคย นักรบลุกขึ้นนั่งห้อยขาที่ปลายเตียงพลางหันหน้ามามองคนตัวเล็กที่นั่งคล้ายรอคอยคำตอบ

จะรอ”

จบคำตอบของหลานสาวทำให้เด็กหนุ่มต้องแยกเขี้ยวใส่เพราะยายตัวจุ้นรู้ทัน

ร่างผอมตามประสาเด็กวัยรุ่นลุกขึ้นยืนเต็มความสูงกว่าร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร ผิวขาวละเอียดอย่างมารดาแต่ใบหน้ากลับคมเข้มไปทางบิดาราวกับถอดแบบ จนใครๆ ต่างบอก นักรบคือลูกชายของคุณภาวินขนานแท้ ริมฝีปากสีสดเม้มแน่นขณะเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบผ้าขนหนูสีน้ำเงินเข้มขึ้นมาพาดบ่า บนเตียงกว้างหลานสาวยังคงนั่งกอดอกไม่ยอมขยับ สักพักมือเล็กก็คว้ารีโมตคอนโทรลข้างหัวเตียงขึ้นมาเปิดรายการการ์ตูนเรื่องโปรด

เสียงเคาะประตูหนักๆ ดังขึ้นราวห้านาทีถัดมา นักรบที่มีเพียงผ้าขนหนูพันรอบเอวสอบชะโงกหน้าออกไปดูบานประตูและหันไปทางหลานสาวตัวจ้อยที่กำลังให้ความสนใจรายการการ์ตูนในทีวีที่ตั้งอยู่ปลายเตียง

มินนี่ คุณพ่อมาแล้ว”

เสียงเคาะอันเป็นเอกลักษณ์ของพี่ชายคนโตทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าด้านนอกนั้นคือสี่ทิศ แต่คนที่ถูกเรียกกลับไม่ใส่ใจที่จะมองตาม ร่างสูงที่เพิ่งวิ่งผ่านสายน้ำมาหมาดๆ เดินมาปิดทีวีและดึงร่างเล็กในชุดนักเรียนให้ลุกขึ้นยืนตรงก่อนจะอุ้มออกไปส่งบิดาให้ถึงหน้าห้อง เมื่อเปิดประตูได้เด็กหนุ่มก็ยื่นเด็กหญิงส่งให้ผู้เป็นพ่อในทันที

เอาคืนไปเลยนะครับ แล้วพรุ่งนี้ก็ไม่ต้องส่งมาอีก”

รู้ดีว่าพูดไปก็เปล่าประโยชน์ เพราะหลานสาวมาก่อกวนเช่นนี้ทุกเช้าเพื่อปลุกให้เขาตื่นไปโรงเรียน ขณะที่พี่ชายก็ไม่คิดจะทำตามที่เขาขอเลยสักครั้ง

สี่ทิศรับลูกสาวมาอุ้มแนบอกพลางยิ้มให้น้องชายคนเล็กที่ตอนนี้หน้าตาบูดบึ้งไม่สบอารมณ์แต่ก็ยังคงเค้าความหล่อเหลาไว้ไม่คลาย ในบรรดาพี่น้องทั้งหมดมีเพียงนักรบนี่กระมังที่คล้ายบิดามากที่สุด คนอื่นจะเหมือนอย่างละนิดอย่างละหน่อย บ้างก็คล้ายเพียงนิสัยอย่างภาสกรที่ถอดแบบนิสัยมาจากบิดาเกือบทั้งหมดแต่โชคดีที่เจ้าตัวไม่มีเค้าความเจ้าชู้อย่างบิดา ขุนศึกที่ชื่นชอบในอาชีพของบิดาจนกระทั่งได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าทีมวิศวกรของบริษัท ขณะที่ตัวเขาเองคงได้แค่นิสัยนักบริหารมาเท่านั้น

สงสัยจะไม่ได้นะ ถ้านายยังดื้อไม่ยอมไปโรงเรียน และพี่ก็หวังว่าทางโรงเรียนจะไม่ส่งจดหมายมาหาผู้ปกครองเพราะนายปีนกำแพงหนีเรียนอีก ไม่อย่างนั้นพี่คงต้องหาโรงเรียนใหม่ให้นาย รีบใส่เสื้อผ้าแล้วลงไปกินข้าวได้แล้วก่อนที่พี่จะบอกกับคุณหญิง” คุณพ่อลูกหนึ่งร่ายยาวเป็นชุดและหันมาพยักหน้าให้เด็กแพรวที่กำลังใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ เพราะร่างกึ่งเปลือยของเจ้านายวัยรุ่นให้เดินตามลงไปข้างล่าง

นักรบเป่าปากอย่างเซ็งจัด ก่อนกระแทกประตูปิดดังปัง แม้จะไม่พอใจแต่ก็ต้องยอมทำตามเพราะตนเองมีความผิดติดหลังอยู่นั่นเอง

เกือบสิบนาทีต่อมานักรบในชุดนักเรียนโรงเรียนนานาชาติย่านเอกมัยก็ปรากฏกายขึ้นที่กรอบประตูห้องอาหาร หม่อมราชวงศ์รจเรขยังคงนั่งเป็นประธานที่หัวโต๊ะ ด้านซ้ายมือคือลูกชายคนโตอย่างสี่ทิศ ถัดมาคือหลานสาวตัวน้อย เก้าอี้ว่างที่อยู่ติดกับเด็กหญิงคือที่นั่งประจำของเขา เวลานี้ทุกคนกำลังพูดคุยถึงกิจการในเครืออธิรักษ์โยธินกรุ๊ป กลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังไปได้ดีในเวลานี้

ตั้งแต่คุณภาวินเสียชีวิตพร้อมลูกสะใภ้คนโตในอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อกว่าสามปีก่อน สี่ทิศและภาสกรก็เข้ามาเป็นแม่ทัพคนสำคัญของบริษัทไม่ต่างกับขุนศึก อธิรักษ์โยธิน บุตรชายคนที่สามที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าทีมวิศวกร และแก้วกานต์ อธิรักษ์โยธิน ฝาแฝดผู้น้องบุตรสาวคนที่สี่ที่ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์และภาพลักษณ์ขององค์กร โดยมีกุนซือที่ปรึกษาด้านการบริหารอย่างคุณละไมอยู่เบื้องหลัง

ซึ่งขุนศึกและแก้วกานต์นั้นอาศัยอยู่กับคุณพัตรา วงศ์สกุล ผู้เป็นมารดาและเป็นภรรยาคนที่สามของคุณภาวินที่บ้านอีกหลัง

นักรบ มาแล้วเหรอลูก มาทานข้าวเช้าก่อนนะ แม่น้อมตักข้าวต้มมาเร็ว” หม่อมราชวงศ์รจเรขกวักมือเรียกนักรบ ก่อนจะหันไปสั่งแม่บ้านคู่ใจ นักรบเป็นลูกชายคนเล็กที่ท่านรักมากถึงจะไม่ใช่ลูกในไส้แต่ก็เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก และเพราะอย่างนี้ทายาททุกคนของอธิรักษ์โยธินจึงยกให้ท่านเป็น ‘คุณแม่’ อย่างเต็มใจ

มาช้า” เสียงใสว่าขึ้นเมื่อเด็กหนุ่มค้อมศีรษะรับและเดินไปนั่งประจำที่

อย่ายุ่งน่ายายจุ้น”

สองอาหลานเริ่มลับฝีปากรับอรุณ เจ้าหญิงน้อยของบ้านลอยหน้าลอยตาไม่สนใจคำพูดนั้นได้อย่างน่าหมั่นไส้ มือใหญ่จึงกระตุกเปียเล็กที่ติดโบสีชมพูสดใสแรงๆ ด้วยความมันเขี้ยว อย่าไปบอกใครเชียวว่าตอนยายนี่เด็กๆ เขาเคยเปลี่ยนผ้าอ้อมเปื้อนอึให้มาก่อน

โอ๊ย! โรบบ้า เขาเจ็บนะ”

เรียกใครว่าโรบบ้ายายเตี้ย เขาเป็นอาตัวเองนะเรียกอาน่ะเป็นไหม”

ไม่เป็น! โรบบ้าก็คือโรบบ้า”

หลานสาวตอบกลับเสียงสะบัดก่อนจะรีบเมินหน้าหนีไปทางอื่น ส่วนคนเป็นอามันเขี้ยวจึงกระตุกเปียเล่นจนใบหน้าเล็กแหงนหงาย เรียกเสียงหัวเราะขบขันจากสมาชิกในบ้านตลอดจนคนงานที่ยืนคอยรับใช้อยู่เบื้องหลังดังก้องห้อง

ไอ้บ้าโรบ!” คนตัวเล็กตวาดแว้ดแต่คนตัวใหญ่กลับยักไหล่หรี่ตาใส่อย่างกวนๆ เป็นเหตุให้กำปั้นน้อยยกสูงหมายจะประทุษร้ายแต่บิดาเอื้อมมือมาคว้าไว้ได้ทัน

ไม่เอาค่ะมินนี่ เลิกเล่นและทานข้าวได้แล้วนะ และก็อย่าพูดแบบนั้นอีกมันไม่ดี ส่วนนักรบเองก็อย่าแกล้งหลานนัก” ท้ายประโยคหันมาปรามน้องชาย แต่เด็กหนุ่มหรือจะกลัวในเมื่อเขาไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อน

มินนี่มาว่าผมก่อนนะครับ” น้องชายช่างฟ้องไม่ยอมรับผิด ก่อนจะหันไปทางพี่ชายคนรองที่นั่งหัวเราะอย่างนึกขึ้นได้ “พี่กรครับ ผมอยากได้ห้องนอนที่มันล็อกได้ และห้ามใครเข้าไปวุ่นวายในห้องของผมด้วย”

ประโยคหลังหันมาส่งสายตาเอาเรื่องให้หลานสาวตัวน้อยที่จ้องมองเขาอย่างอาฆาต แต่ความหวังของนักรบก็เป็นอันมลายสิ้นเมื่อพี่ชายคนรองตอบกลับ

คงไม่ได้หรอกนะนักรบ บ้านนี้มีกฎห้ามล็อกประตู”

เพราะความห่วงใยในตัวน้องชายวัยหัวเลี้ยวหัวต่อยังมีอยู่มาก คนถูกวุ่นวายถึงในห้องจึงกระฟัดกระเฟียดอย่างไม่สบอารมณ์ คุณละไมผู้ใจดีที่สุดในบ้านจึงเอ่ยเสียงหวาน

ถ้าอย่างนั้นคุณรบไปอยู่ที่บ้านแม่ห้าไหมคะ”

ดีครับ...”

ไม่ดี” คุณหญิงรจเรขเอ่ยขึ้น “เธออย่าให้ท้ายนักรบมากนักแม่ละไม แค่โดดเรียนทุกวันก็มากพอแล้ว ต่อไปแม่จะเป็นคนไปส่งเราที่โรงเรียนเอง และส่งให้ถึงหน้าห้องด้วย” ดุมือขวาคู่ใจเรียบร้อยก็หันไปเอาเรื่องลูกชายคนเล็กต่อ...เมื่อครู่สี่ทิศเพิ่งรายงานถึงพฤติกรรมของน้องชายให้ท่านฟัง ความผิดที่เด็กหนุ่มพยายามปกปิดจึงไม่ใช่ความลับอีกต่อไป

ไม่เอานะครับ อายเขาตายเลยมีแม่ไปส่งถึงหน้าห้อง”

คนมีปัญหาครางอ๋อยพลางกอดอกหน้าบึ้ง แต่ครั้งนี้แม้จะรักมากแต่ท่านไม่ยอมใจอ่อนดังเคย เพราะการที่นักรบไม่ยอมไปโรงเรียน ไปถึงก็โดดเรียน ครั้งล่าสุดปีนกำแพงหนีและอาจารย์จับได้ นั่นแสดงว่าลูกชายที่น่ารักมาตลอดต้องมีเรื่องที่โรงเรียนเป็นแน่ และท่านก็จะไม่ยอมให้ทายาทคนใดของอธิรักษ์โยธินเติบโตขึ้นมาอย่างเป็นเด็กมีปัญหาเด็ดขาด

ถ้าอายก็อย่าทำอีก วันนี้แม่จะไปพบอาจารย์ที่โรงเรียน แม่ละไมไปกับฉันนะ” หันมาสั่งมือขวาคู่ใจซึ่งอีกฝ่ายก็ทำเพียงพยักหน้าและรับคำเสียงหวาน

สมน้ำหน้า” มินตราหันมายิ้มเยาะ ไม่รู้หรอกว่าที่ผู้ใหญ่คุยกันนั้นคือเรื่องอะไร แต่ฟังจากน้ำเสียงแล้วแสดงว่าอาหนุ่มคู่กัดกำลังถูกคุณย่าดุ เพียงแค่นี้เด็กหญิงตัวน้อยก็มีความสุขแล้ว

ยายเตี้ยจอมจุ้น”

เอาละๆ นักรบทานข้าวได้แล้วจะได้รีบไปโรงเรียน คุณแม่ครับวันนี้ผมกับนายกรต้องไปงานเลี้ยงเปิดตัวโครงการคอนโดแห่งใหม่ของบริษัท ตอนเย็นคงไปรับมินนี่กับแตงโมไม่ได้”

ไม่เป็นไรจ้ะ เดี๋ยวตอนเย็นแม่กับแม่ละไมจะไปรับเอง จะได้รับตารบกลับมาพร้อมกันเลย” คุณหญิงรับอาสาและแจ้งจุดประสงค์หลักในตอนท้ายเพราะไม่มั่นใจในตัวลูกชายคนเล็ก แต่คนถูกพาดพิงกลับหน้าตูมทันทีที่มารดาบอกว่าจะไปรับ

ไม่เอานะครับ ผมจะกลับเอง”

นักรบ!” สามเสียงกดต่ำของคุณหญิงและพี่ชายทั้งสองดังขึ้นพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย เป็นเหตุให้เด็กหนุ่มต้องก้มลงตักข้าวต้มเข้าปากอย่างเอาเป็นเอาตายด้วยความขัดใจ

ตกลงตามนั้นก็แล้วกัน เอาละทานข้าวต่อกันได้แล้ว” ประมุขของบ้านตัดบททุกทาง แต่ทานกันไปได้ไม่ทันไรหลานสาวตัวจ้อยที่เพิ่งดื่มนมในแก้วของตัวเองหมดก็เอ่ยขึ้น

คุณพ่อขา คุณพ่อเคยบอกว่าถ้ามินนี่สอบได้ที่หนึ่งคุณพ่อจะให้ของขวัญใช่ไหมคะ” ทบทวนคำสัญญาที่บิดาให้ไว้เมื่อวันเปิดเทอม ในตอนนั้นเด็กหญิงยังคิดไม่ออกจึงยังไม่ได้ขอแต่ในเวลานี้หนูน้อยรู้แล้วว่าตนต้องการอะไรจึงไม่รีรอที่จะเอ่ยท้วง

ใช่ค่ะ มินนี่อยากขออะไรคุณพ่อคะ” สี่ทิศก้มหน้าลงถามเสียงนุ่มก่อนจะที่ใบหน้าคมจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นปั้นยากเมื่อคำขอของลูกสาวสุดที่รักจบลง

มินนี่อยากได้น้องชายค่ะ”

 






ฝากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

214 ความคิดเห็น