ร้ายกว่ารัก

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5 ทฤษฎีของเบ็ดตกปลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,647
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    29 ส.ค. 63




ตอนที่ 5 ทฤษฎีของเบ็ดตกปลา

“สวัสดีค่ะ คุณบุรินทร์”

เสียงหวานเอ่ยทักอย่างไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี มือไม้ดูเกะกะไปหมดทั้งที่แค่เอาของมาคืนเขาเท่านั้น แต่ก็อดใจสั่นไปกับสายตาที่มองมาอย่างเปิดเผยนั้นไม่ได้ สุดท้ายพิชชาภรณ์ต้องเป็นฝ่ายก้มหลบเสียเองเมื่อความนัยที่เขาส่งมานั้นเปิดเผยไปถึงไหนต่อไหน มันต้องการและเรียกร้องอะไรบางออย่างจากตัวเธอ

“สวัสดีครับ” ชายหนุ่มตอบกลับยิ้มๆ นึกถูกใจเสียงหวานนุ่มหูนั้นไม่น้อย มันรื่นหูจนสามารถนั่งฟังได้ทั้งวันเหมือนกับชื่อของเธอ “คุณเพลง”

เรียวคิ้วสวยขยับยกเมื่อเขาเรียกชื่อเล่นของเธอได้อย่างถูกต้องอีกคน ทั้งๆ ที่เขาและเธอเพิ่งมีโอกาสเจอกันเพียงครั้งเดียว และเธอก็จำได้แม่นว่าตัวเองไม่ได้เอ่ยแนะนำตัวกับเขาอย่างแน่นอน

สีหน้าของคนตัวเล็กทำให้ร่างสูงหัวเราะเบาๆ

“ต้องขอโทษที่ผมเสียมารยาทฟังเสียงของคู่สายคุณเมื่อตอนบ่าย”

บุรินทร์วางแก้วบรั่นดีลงบนโต๊ะเครื่องดื่มใกล้ๆ แล้วล้วงโทรศัพท์เครื่องบางรุ่นใหม่ล่าสุดออกจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาโชว์

“เมื่อกี้ผมเห็นคุณบนเวที คุณเป็นนางแบบด้วยหรือครับ” เขาชวนคุยเรื่อยเปื่อยเหมือนปลาฉลามที่จ้องจะตะครุบเหยื่อแต่เฝ้ารอให้เหยื่อตัวน้อยตายใจเสียก่อน

พิชชาภรณ์ที่ยังไม่แน่ใจว่าเขาจะมาไม้ไหนจึงได้แต่นิ่งฟังและเดินไปตามหมากที่เขาวางไว้ สมองครุ่นคิดถึงแผนการที่ต้องเปลี่ยนใหม่อย่างกะทันหัน จากเดิมแผนเอที่ปกรณ์จะพาเธอมาแนะนำให้เขารู้จัก หรือแผนบีที่ตั้งใจจะเป็นฝ่ายเอาโทรศัพท์ไปคืน กลับกลายเป็นต้องเผชิญหน้ากับเขาโดยตรงแบบไร้ซึ่งแผนการใดๆ

“ไม่ใช่หรอกค่ะ พอดีว่าเพื่อนของดิฉันวานให้ช่วยเพราะคนไม่พอ”

คิ้วเข้มขมวดมุ่นและก็ทำให้คนมองกะพริบตาปริบๆ ด้วยไม่เข้าใจว่าทำอะไรให้เขาไม่พอใจหรือเปล่า

“ดิฉันพูดอะไรผิดหรือคะ” หญิงสาวหน้าตาเหลอหลาขณะที่บุรินทร์หลุดยิ้มขำ

“ผมนึกว่าปกติคุณแทนตัวเองว่า หนูเสียอีก”

คนเคยแทนตัวว่า หนูยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ ดวงตากลมใสเสมองซ้ายขวาเหมือนเด็กทำผิดกำลังคิดหาทางออก ท่าทางนั้นทำให้ชายหนุ่มอดรู้สึกเอ็นดูไม่ได้

“เรียกอย่างนั้นก็ได้นะครับ ผมไม่ถือ” เสียงทุ้มเรียกร้องอยู่ในที แล้วก็ได้ดวงตากลมสวยเบิกกว้างเป็นคำตอบอย่างที่คาดไว้ บุรินทร์คลี่ยิ้มก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ด้วยความขบขัน ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกเมื่อกลางวันจนตอนนี้เขามีโอกาสได้เห็นสีหน้าในอิริยาบถต่างๆ ของเธอนับไม่ถ้วน ผิดกับบรรดาหญิงสาวข้างกายที่มีเพียงสายตายั่วยวนปนเซ็กซี่ส่งมาให้เท่านั้น “ผมว่าคุณแทนตัวเองอย่างนั้นแล้วน่ารักดีนะ”

ใบหน้าเนียนซับเลือดจนเกิดริ้วแดงเพราะคำชมทื่อๆ ของคนตรงหน้า ริมฝีปากล่างถูกขบเม้มก่อนเอ่ยตอบ “ไม่ไหวละค่ะ ดิฉันชินที่จะใช้เฉพาะกับคนที่สนิทๆ เท่านั้น”

แผนการบางอย่างแล่นเข้ามาในสมองอย่างคาดไม่ถึง หลอกล่อเหมือนกำลังใช้เบ็ดตกปลา หนังสือเล่มหนึ่งเคยบอกเธออย่างนั้น เรียวปากเผยอยิ้มเมื่อได้ยินประโยคต่อมาของคนตรงหน้า

“แล้วถ้าผมจะให้คุณแทนตัวอย่างนั้นบ้าง ผมต้องทำยังไง”

เข้าแผน!

“ไม่รู้สิคะ อยู่ที่คุณจะมีความสามารถหรือเปล่า” ดวงตาคู่สวยจ้องเขานิ่งอย่างท้าทายก่อนจะเสหลบมองบรรยากาศรอบๆ บนเวทีดีไซเนอร์กำลังเล่าถึงแรงบันดาลใจในการออกแบบเครื่องประดับคอลเล็กชันเมื่อครู่ และเหล่าคุณหญิงคุณนายก็ให้ความสนอกสนใจกับเครื่องประดับที่ถูกนำออกมาใส่กล่องโชว์เบื้องล่าง

“คุณสนใจเรื่องเครื่องประดับด้วยหรือคะ”

สายตาของนักล่าที่พร้อมกับตะครุบเหยื่อทำให้เธอต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง แม้จะตั้งใจไว้แล้วว่าเขาคือเป้าหมาย แต่การที่จะได้ปลาตัวโตที่หมายปอง ลูกล่อลูกชนของทฤษฎีเบ็ดตกปลาคงต้องหยิบขึ้นมาใช้เพื่อการนี้ ไม่เช่นนั้นคันเบ็ดของเธออาจหักกลางลำได้

“ไม่เชิงครับ ผมเป็นผู้บริหารของชาร์โก้” บุรินทร์ยอมเปลี่ยนเรื่องตามแต่โดยดี ดวงตาคมหันไปให้ความสนใจของกิจกรรมบนเวทีอีกครั้ง

สีหน้าของพิชชาภรณ์แสดงออกว่าเธอทึ่งจัดได้อย่างแนบเนียน เธอทำการบ้านเกี่ยวกับเขามาไม่น้อย และเธอก็รู้อยู่แล้วว่าเขาคือผู้บริหารของชาร์โก้ มีกิจการหลักคือธุรกิจการขนส่งภายใต้แบรนด์ชาร์โก้ทรานสปอร์ตและชาร์โก้วิงค์เจ้าของงานในคืนนี้ก็เป็นบริษัทลูกที่เพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน แต่ที่เธอกำลังทำคือพยายามทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองโดดเด่นและเป็นที่น่าสนใจ เพราะผู้ชายมักจะรู้สึกดีเมื่อตัวเองเป็นที่น่าสนใจต่อหน้าผู้หญิงที่เขาสนใจ

“ขอโทษนะคะ ดิฉันไม่รู้มาก่อน”

“ผมก็ยังไม่ได้ว่าอะไรคุณเลยนะ นี่ของคุณครับ” มือหนายื่นโทรศัพท์มาตรงหน้า ทำให้หญิงสาวต้องทำในกิริยาอย่างเดียวกัน มืออีกข้างกำลังจะเอื้อมหยิบ แต่ร่างสูงกลับเปลี่ยนใจยกโทรศัพท์ของเธอขึ้นและกดโทรออกโดยที่ดวงตาคมยังคงมองเธอไม่กะพริบ แววตาคู่นั้นราวกับเด็กชายที่กำลังเจอของเล่นถูกใจ มันช่างเจ้าเล่ห์และเย่อหยิ่งว่าตนสามารถครอบครองมันได้ง่ายๆ

และพิชชาภรณ์ก็อ่านมันออกได้แทบจะในทันที แต่สิ่งที่เธอแสดงออกให้เขาเห็นคือดวงตากลมใสซื่อไม่ทันเล่ห์ของฉลามหนุ่มที่เธอหมายตา บุรินทร์ยิ้มกริ่ม มุมปากกดลึกอย่างพอใจที่เห็นปฏิกิริยาของเธอ

สัญญาณเรียกเข้าทำให้หญิงสาวต้องก้มมองโทรศัพท์ในมือ และตัวเลขสิบหลักที่เรียงกันอย่างคุ้นตานั้นก็ทำให้เธอแอบยิ้มในใจ...หมายเลขโทรศัพท์ของเธอนั่นเอง พิชชาภรณ์ลอบยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเงยขึ้นสบตาคมที่ฉายแววกรุ้มกริ่มอยู่ในที

“ของคุณนะครับ”

“เช่นกันค่ะ” หญิงสาวรับโทรศัพท์ของตัวเองมาถือไว้

ดวงตาคมจ้องเรือนร่างของเธอราวกับกำลังมองดูสินค้าที่น่าสนใจสักชิ้น นิ้วเรียวจัดการบันทึกหมายเลขโทร.เข้าด้วยท่าทางสบายๆ ทั้งๆ ที่สายตายังจ้องจับที่ดวงหน้าหวานไม่เปลี่ยนแปลง เธอสวย และเหนือสิ่งอื่นใด เธอทำให้เขาใจสั่นอยากครอบครองได้อย่างประหลาด อาจเป็นดวงตากลมใสที่มองมาเหมือนลูกกวางน้อยเพิ่งออกมาเจอโลกกว้าง ท่าทางไร้เดียงสาไม่ทันเกมของเขานั่นก็เป็นอีกสิ่งที่ทำให้เธอดูมีเสน่ห์จนเขาอยากเป็นคนสอนให้เธอรู้จักโลกกว้างอันแสนโสมมใบนี้เสียเอง

พิชชาภรณ์เสมองบรรยากาศรอบๆ งานด้วยความสนใจให้ดูคล้ายว่าเธอกำลังให้ความสนใจมันมากกว่าเขา แต่สมองกลับวนเวียนคิดแผนการขั้นต่อไปอยู่ทุกวินาที

แผนการบางอย่างต้องเปลี่ยนอย่างกะทันหัน เพื่อสานต่อความสัมพันธ์ในครั้งนี้

 

หลังจากส่งหญิงสาวให้พี่ชายเรียบร้อยแล้ว สิงขรก็หลบฉากออกไปตามหาใครบางคนที่อาจต้องการค่าปิดปาก เป้าหมายของชายหนุ่มกำลังเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของบรรดานายแบบนางแบบด้านหลังเวที ผู้ชายตุ้งติ้งคนนั้นคงเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเธอ นายปกรณ์ ตันตระกูล

“สวัสดีครับคุณปกรณ์” เสียงทุ้มเอ่ยทักเมื่อเห็นเป้าหมายเดินมาทางเขาด้วยท่าทางร้อนรน ผู้จัดการดาราคนเก่งสะดุ้งเล็กน้อยที่อยู่ๆ ก็ถูกทักทั้งที่ใจทั้งดวงลอยไปหาเพื่อนสาวด้วยความเป็นห่วงเรียบร้อยแล้ว

“คะ...ครับ สวัสดีครับ คุณสิงขร”

ปกรณ์ตอบกลับเสียงตื่น สอดส่ายสายตาหาเพื่อนสาวที่คาดว่าตอนนี้น่าจะกำลังอยู่กับปลาที่เธอตั้งใจตกอย่างแน่นอน และก็ไม่ผิดจากที่คิดเมื่อดวงตาคมส่ายไปเห็นเพื่อนสาวกำลังยืนคุยอยู่กับเจ้าพ่อธุรกิจขนส่งอยู่ที่มุมหนึ่งของงาน ท่าทางสนิทสนมกันรวดเร็วทำให้ปกรณ์อดนึกห่วงกลัวเพื่อนรักจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวของบุรินทร์

“ผมคงไม่ต้องอ้อมค้อมอะไร นี่สำหรับคุณ” มือหนาล้วงเข้าไปกระเป๋าด้านในของเสื้อสูทและยื่นซองสีขาวขนาดมาตรฐานมาให้ตรงหน้า สิ่งที่อยู่ภายในคงไม่ต้องอธิบายว่ามันคืออะไร เพราะตอนนี้สิ่งที่สิงขรคิดกับคนตรงหน้าคือพ่อค้าที่เขากำลังตกลงซื้อสินค้าบางอย่างแทนพี่ชาย และท่าทางส่งเสริมของปกรณ์ขณะที่อยู่ในห้องเปลี่ยนชุดเมื่อครู่ก็บอกได้ดีว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นถูกต้องแล้ว

“วันนี้คุณเพลงเธอจะไปรับประทานอาหารกับเรา” คำบอกเล่าให้รับรู้ทำให้คนฟังตาโตและอึ้งไปเกือบหนึ่งนาทีเต็ม

“วะ...วันนี้!

ผู้จัดการดาราหนุ่มที่เพิ่งหาเสียงตัวเองเจอถามเสียงสั่น ยิ่งหันไปเห็นอีกฝ่ายเดินเคียงคู่ออกไปกับฉลามหนุ่ม เขาจึงได้แต่ถอนหายใจยาวแล้วพยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าใจ

“วันนี้ก็วันนี้ครับ”

 

ปกรณ์พยายามกดโทรศัพท์หาเพื่อนสาวทันทีที่เลขานุการหนุ่มหน้านิ่งเดินจากไป แต่จนแล้วจนรอดปลายสายก็ไม่มีทีท่าว่าจะรับสายเลยแม้แต่น้อย

“ให้ตายเถอะ! ยายเพลง แกกำลังจะถูกฉลามเขมือบแล้วนะ รับสายของฉันสิยะ”

ชายใจสาวบ่นกระปอดกระแปดให้กับโทรศัพท์ในมือโดยมีสายตาอีกคู่มองตามหลังอยู่ไม่ห่าง นิ้วเรียวที่เคลือบน้ำยาทาเล็บสีแดงสดกำผ้าม่านกั้นห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแน่นเมื่อรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

“ยายนั่นมันเป็นใครกัน!

 

ผู้ชายชอบคิดว่าตัวเองเป็นนักล่า

คำพูดของเพื่อนชายใจสาวแวบขึ้นมาในหัว หลังจากวันที่เธอบอกความตั้งใจว่าจะหาของขวัญไปฝากมารดา นักวางแผนสาวก็หันมาให้ความสนใจวิธีการยั่วผู้ชายให้ได้ผลโดยมีติวเตอร์กิตติมศักดิ์อย่างปกรณ์เพื่อนรักเป็นผู้เทรนให้

แกต้องทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นนักล่า แต่ไม่ใช่ทำตัวเป็นลูกแกะน้อยรอให้เขากระทำย่ำยี แกต้องเป็นคนคุมเกม เกมที่ทำให้นักล่ากระหายในตัวแกมากขึ้น...มากขึ้น...และก็มากขึ้น และก็อย่าลืมอย่างเด็ดขาดว่าวัตถุประสงค์ของตัวเองต้องการอะไรจากเขา เสียงย้ำถึงเจตนาในตอนท้ายของปกรณ์ยังคงดังมาให้ได้ยินอย่างต่อเนื่อง พิชชาภรณ์พยายามคิดหาวิธีคุมเกมตามที่เพื่อนรักบอก ดวงตากลมสวยเหล่มองเสี้ยวหน้าคมของนักล่าหนุ่ม

ผู้ชายชอบคิดว่าตัวเองเป็นนักล่าเหรอ แล้วถ้านักล่าไม่ได้ล่าอย่างที่คิด จะสนใจเหยื่อมากแค่ไหนนะ

“หน้าผมมีอะไรติดอยู่อย่างนั้นหรือ” ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงทุ้มโดยไม่ได้หันกลับมามองเธอ รถยนต์คันหรูของนักธุรกิจหนุ่มจอดรออยู่แล้วเมื่อบุรินทร์และหญิงสาวเดินมาถึง สิงขรก้าวเข้าไปเปิดประตูให้อย่างรู้งาน เมื่อสองหนุ่มสาวก้าวขึ้นรถเรียบร้อยแล้วจึงอ้อมไปนั่งข้างอนุชิตซึ่งเป็นคนขับในตอนหน้า

บุรินทร์หันมามองใบหน้าหวานเต็มตาหลังจากขึ้นรถแล้วก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้ง

“คุณยังไม่ตอบผมเลยว่า หน้าผมมีอะไรติดอยู่”

พิชชาภรณ์จ้องดวงตาสีเข้มนั้นอยู่เกือบหนึ่งนาทีเต็ม ก่อนจะส่ายหน้าไปมาแล้วเมินหลบเมื่อรถเคลื่อนตัวไปข้างหน้า รอยยิ้มสมใจแต่งแต้มที่มุมปาก เฝ้ารอเวลาที่จะดำเนินการขั้นต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ

ชายหนุ่มมองเสี้ยวหน้าหวานที่เมินหลบอย่างสำรวจอีกครั้ง สัญชาตญาณบางอย่างถูกปลุกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ หญิงสาวตรงหน้ากำลังเล่นเกมอะไรสักอย่างกับเขา เกมที่เขายังไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่เขาก็เต็มใจที่จะเล่นเกมนี้กับเธอถ้าหากว่ามันจะแลกด้วยเรือนร่างที่เย้ายวนตรงหน้า

 

“คุณบุรินทร์ทานข้าวหรือยังคะ”

ซีอีโอของชาร์โก้หันมาเลิกคิ้วมองใบหน้าหวานของคนข้างตัวอย่างต้องการให้เธออธิบายความหมายของคำถามนั้น

“พอดีฉันยังไม่ได้ทานอะไรเลยน่ะค่ะ ทานข้าวด้วยกันหน่อยไหมคะ” เธอเอ่ยชวนง่ายๆ ด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับไม่มีความนัยอยู่ในคำพูดเหล่านั้น บุรินทร์จ้องตาเพื่อหาสิ่งที่แฝงอยู่ แต่เมื่อมันไม่เผยให้เห็นเขาจึงยิ้มรับอย่างเต็มใจ

“คุณชอบวิวกรุงเทพฯ ตอนกลางคืนมั้ยครับ”

“ไม่รู้สิคะ ฉันไม่ใช่คนกรุงเทพฯ และวิวเมืองหลวงก็คงไม่มีอะไรมั้ง” ใบหน้าเนียนแสร้งทำเป็นไม่สนใจ ทั้งที่หัวใจกำลังเต้นโครมคราม ปกรณ์เคยเล่าให้เธอฟังว่าบุรินทร์มีคอนโดมิเนียมหรูอยู่ใจกลางเมือง เป็นสถานที่ที่เขามักจะพาหญิงสาวคู่นอนไปเสมอ และบรรดาผู้หญิงของเขาก็คอนเฟิร์มว่าวิวจากห้องพักของเขาสามารถมองเห็นกรุงเทพฯ ได้โดยรอบจริงๆ

“งั้นคืนนี้ผมพาคุณทัวร์เองดีกว่า” รอยยิ้มเก๋ถูกส่งมาให้ ชายหนุ่มหันไปสั่งให้ลูกน้องเลี้ยวรถไปอีกทาง ก่อนจะสั่งน้องชายในตอนท้ายให้จัดดินเนอร์เฉพาะกิจขึ้นที่สถานที่ดังกล่าว

พิชชาภรณ์แสร้งมองวิวนอกรถขณะที่เขาสั่งการลูกน้อง แสงไฟสาดส่องเข้ามาให้เห็นรอยยิ้มสมใจก่อนจะเลือนหายไปกับระยะทางที่รถวิ่งผ่าน ปลาตัวโตกำลังติดเบ็ด แต่เธอจะยอมให้มันได้ใจลากเหยื่อออกไปก่อน แล้วค่อยกระตุกกลับมาตอนที่มันเผลอ



ฝากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

86 ความคิดเห็น