ร้ายกว่ารัก

ตอนที่ 40 : ร้ายสลักรัก - บทที่ 1 ภักดีบุรมย์ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 656
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    28 ก.ย. 63







บทที่ 1 ภักดีบุรมย์

ร่างสูงสะดุ้งตื่น เหงื่อกาฬไหลท่วมตัวเหมือนคนวิ่งมานับพันไมล์ เสียงหวานยังคงดังแว่วอยู่ข้างหู ดวงตากลมเศร้าคู่นั้นยังตามหลอกหลอนแม้ในยามหลับ กลิ่นคาวเลือดยังกรุ่นอยู่ในจมูกทุกครั้งที่นึกถึง สิงขรปิดตาลงช้าๆ พร้อมถอนหายใจออกมายาวเหยียดเมื่อรู้ตัวว่าแค่ฝันไป มือใหญ่ยกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อเรียกสติให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว แม้ร่างกายจะต้องการการพักผ่อนแต่ตอนนี้เขาคงหลับไม่ลงอีกแล้ว

มือหนาตลบผ้าห่มออกจากร่างพร้อมๆ กับที่ขายาวพาดลงจากเตียง แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็ยังคงนั่งเท้าศอกกับหน้าขา ใบหน้าคมเข้มเหม่อลอยอยู่ในความมืดมิดของฝันร้ายที่คอยกัดกินหัวใจเขามานานกว่าสองปี เรียวคิ้วสีเข้มพาดเหนือดวงตาสีน้ำตาล ความรู้สึกหนักอึ้งที่ยังไม่จางหายทำให้มันคอยแต่จะขมวดเข้าหากันจนคล้ายกับว่าเขามีสีหน้าเคร่งขรึมอยู่ตลอดเวลา จมูกโด่งเป็นสันตามสายเลือดตะวันตกที่ไหลเวียนอยู่ในตัวสูดอากาศเข้าปอดเต็มแรง แผ่นอกเปลือยเปล่าขยับขึ้นตามแรงนั้น

สิงขร ภักดีบุรมย์ ทายาทคนรองแห่งภักดีบุรมย์และชาร์โก้กรุ๊ป บริษัทขนส่งสินค้าทางทะเลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศและใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาคภายใต้แบรนด์ชาร์โก้ทรานสปอร์ต เขาทำงานเป็นเลขาส่วนตัวของบุรินทร์ ภักดีบุรมย์ ผู้เป็นพี่ชาย มารดาเขาเป็นอนุภรรยาของคุณบรรพต ภักดีบุรมย์ ท่านเสียชีวิตตั้งแต่ตอนเขายังเด็ก จากนั้นเด็กชายสิงขรที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเรือนไทยกลางสวนผลไม้ที่อัมพวาก็ย้ายเข้ามาอยู่บ้านภักดีบุรมย์ท่ามกลางความเกลียดชังของคุณดารินทร์ภรรยาทางนิตินัยของบิดาและมารดาของบุรินทร์

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังได้รับความอบอุ่นจากพี่ชายเช่นบุรินทร์และคุณบรรพตผู้เป็นพ่อให้รู้ว่ารอบกายเขายังมีครอบครัวอยู่ คุณปู่คีรีเป็นลูกครึ่งไทยอเมริกันและคุณย่าลีน่าภรรยาชาวกรีซใช้ชีวิตบั้นปลายในปางไม้ภักดีบุรมย์ที่อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ท่านทั้งสองไม่ได้ให้ความสนใจในชีวิตของบุตรชายเพียงคนเดียวมากนัก เนื่องจากปล่อยให้คุณบรรพตดูแลกิจการของชาร์โก้ซึ่งเป็นกิจการของตระกูลคุณย่าลีน่ามาตั้งแต่เรียนจบ สำหรับเขาเองท่านทั้งสองก็ให้ความรักความเอาใจใส่เขาอย่างดีในฐานะหลานชายคนที่สองไม่ต่างจากพี่ชาย ชีวิตของเขาจึงไม่ได้เป็นเด็กมีปัญหาอย่างที่ใครหลายคนนึกห่วง

จนกระทั่งท่านจากไปด้วยโรคชราตั้งแต่เขายังเป็นวัยรุ่น เขายังจำได้ดีว่าตอนเด็กๆ เขาและพี่ชายชอบไปที่ปางไม้ของคุณปู่มากแค่ไหนโดยเฉพาะน้ำตกหลังปางไม้ เขาเคยถูกน้ำพัดจมหายแต่บุรินทร์พี่ชายที่อายุมากกว่าสองปีช่วยเขาเอาไว้ได้ทัน จากวันนั้นเขาจึงสัญญากับตัวเองว่าจะไม่มีวันทำให้พี่ชายคนนี้ผิดหวังเป็นอันขาด แต่แล้วเมื่อสองปีก่อนกลับเป็นเขาเองที่ทรยศหักหลังบุรินทร์

วันที่เขาไล่เธอในวันนั้นเขารู้ดีว่าเธอจากไปพร้อมกับบางสิ่งที่เคยอยู่กับเขามาตลอด เธอคือคนรักของพี่ชาย คู่หมั้นของพี่ชาย ผู้หญิงที่พี่ชายฝากให้เขาดูแล มันถูกต้องแล้วที่เขาต้องปล่อยเธอไป แต่เขาคิดผิดเมื่อเธอไม่ได้จากไปเพียงลำพัง ลูกของเขาในร่างกายของเธอ ไม่กี่เดือนหลังจากนั้นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาก็จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

ส่วนบุรินทร์จากพี่ชายที่แสนดีกลับกลายเป็นคนละคน คนที่ไม่เคยเหลียวแลหญิงใดกลายเป็นผู้ชายเจ้าชู้เพลย์บอยเปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น เขารู้ดีว่าทั้งหมดมันเป็นเพราะเขา ถ้าเขาห้ามใจตัวเองสักนิดเรื่องนี้มันคงไม่เกิดขึ้น

ดวงตาคมทอดมองนาฬิกาที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงแล้วตัดสินใจลุกขึ้น ตีสามครึ่ง คืนนี้เขาคงนอนไม่หลับแล้วเป็นแน่ ขายาวก้าวไปทางมุมห้องท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์ส่องเข้ามาให้ความสลัวเพียงเลือนลาง มือหนาเปิดตู้เย็นเล็กในห้องเพื่อหาน้ำดื่มแต่สุดท้ายสิ่งที่เขาเลือกกลับเป็นไวน์ขาวที่เคยเปิดทิ้งไว้ มือใหญ่หยิบมันออกมาพร้อมกับแก้วและเดินออกไประเบียงนอกห้อง

พระจันทร์ยังคงทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างไม่ขาดตก แสงสีนวลแม้จะไม่ให้ความสว่างมากนักแต่กลับทำให้จิตใจของเขาผ่อนคลายลงอย่างประหลาด มือหนาจัดการรินไวน์ขาวใส่แก้วที่เตรียมมา น้ำสีสวยถูกยกขึ้นจิบ เจ้าตัวหลับตาลงพลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หวายเทียมสีขาว ขายาวยกขึ้นพาดบนเก้าอี้อีกตัวใกล้ๆ ฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเขาอยู่ทุกวันจะไม่มีวันหายไปหากหัวใจเขายังอยู่ที่เธอ เขารู้ดี

“เมื่อไหร่ผมถึงจะลืมคุณได้เสียทีนะชาลิสา”

 

“จะออกไปไหนล่ะเจ้าหิน” เสียงคุณบรรพตร้องเรียกไว้ก่อนที่ลูกชายคนรองจะเดินผ่าน เช้านี้สิงขรตั้งใจที่จะไปหัวหินสถานที่ซึ่งมีใครบางคนพักอยู่ตลอดในช่วงสองปีหลัง เขาซื้อบ้านพักตากอากาศหลังหนึ่งต่อจากเพื่อนสมัยเรียนเอาไว้สำหรับพักผ่อนและซื้อที่ดินเพิ่มอีกสองแปลงที่อยู่ติดกัน หวังว่าในอนาคตอันใกล้จะทำธุรกิจเล็กๆ ของตัวเองและคอยดูแลเธออยู่ห่างๆ เหมือนที่เป็นมา เพื่อทดแทนในบางสิ่งที่เขาพรากมันมาจากเธอ

คุณบรรพตเป็นหนุ่มใหญ่วัยหกสิบสามด้วยเชื้อสายตะวันตกทำให้ท่านมีรูปร่างสูงใหญ่น่าเกรงขาม ทุกอย่างถ่ายทอดมาถึงลูกชายทั้งสองราวกับพิมพ์เดียวกัน อีกทั้งผสมกับความคมคายของเชื้อสายไทยด้วยแล้วแม้ว่าจะอายุเลยเลขหกแต่ก็ยังคงเค้าความหล่อเหลาไว้อย่างปิดไม่มิด ข้างกายคือคุณดารินทร์ภรรยาเอกแม้ว่าจะสูงวัยด้วยอายุกว่าห้าสิบแปดปี แต่ความสวยและความสาวของนางยังคงมีอยู่จนดูราวคล้ายกับคนสี่สิบต้นๆ เท่านั้น

ร่างสูงที่เพิ่งเดินลงมาจากชั้นบนหันมาตามเสียงเรียกซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่คุณหญิงดารินทร์ละสายตาขึ้นจากจานแคนตาลูปที่กำลังปอกและหั่นเป็นชิ้นๆ เพื่อมองเจ้าของชื่อที่สามีเรียกพอดี ดวงตาสีน้ำตาลหลุบต่ำลงทันใดเมื่อสบเข้ากับสายตาของมารดาพี่ชาย พอๆ กับคุณหญิงที่เชิดหน้าหนีไปทางอื่นอย่างรังเกียจ

“แล้วลงมานี่ทานอะไรหรือยัง เห็นว่าเพิ่งกลับมาตอนเกือบเที่ยงคืน แล้วทำไมไม่อยู่พักสักหน่อยล่ะ” คำถามแฝงความเป็นห่วงชุดใหญ่จากบิดาทำให้ชายหนุ่มหาคำตอบไม่ทัน ไม่รู้จะตอบคำถามใดก่อนดีจึงได้แต่ยืนลูบท้ายทอยไม่เอ่ยตอบกลับมาเสียที

ท่าทางเงอะงะของชายหนุ่มทำให้คนที่นั่งหน้าเชิดชิงตอบแทน “ก็คงออกไปหาความสุขตามประสาผู้ชายโสดล่ะมั้งคะ แต่ระวังอย่างไปลักกินขโมยกินเหมือนแม่มาอีกล่ะ” แม้ปากจะตอบสามีแต่ในตอนท้ายสายตากลับปรายตามองอีกฝ่ายอย่างหยามเหยียด

“ก็คงจะเหมือนลูกชายคุณล่ะมั้งคุณดารินทร์ ป่านนี้ยังไม่กลับมาเลยไม่ใช่รึ” คุณบรรพตตอบกลับทันทีพร้อมถลึงตาดุใส่เมื่อจับน้ำเสียงกระทบกระเทียบของภรรยาได้ ถึงสิงขรจะเป็นลูกที่เกิดจากผู้หญิงอื่นแต่อีกฝ่ายก็คือลูก และเขาก็ไม่ชอบเลยที่ภรรยาตามกฎหมายจะวางท่าตั้งแง่กับชายหนุ่มเช่นนี้ “แล้วพี่ชายเราทำไมยังไม่กลับมาอีก” ประโยคท้ายหันไปถามลูกชายที่เริ่มมีสีหน้าปั้นยาก

“สงสัยนายจะค้างที่คอนโดมั้งครับ” ต่อหน้าคุณดารินทร์ สิงขรไม่เคยเรียกบุรินทร์ว่า พี่ สักครั้ง ด้วยรู้ฐานะของตัวเองดีว่าเป็นเพียงลูกเมียน้อยจึงไม่คิดจะเทียบชั้น แค่ยอมให้เขาเข้ามาอยู่ร่วมชายคาหลังจากมารดาเสียชีวิตตั้งแต่อายุแค่ห้าขวบก็เป็นพระคุณมากแล้ว

“ทำไมชอบเรียกเจ้าแดนมันว่านายนักนะ” คุณบรรพตค้อนลูกชาย แม้จะรู้ดีว่าทำไมแต่ก็อดที่จะระคายหูไม่ได้ถึงมันจะผ่านมายี่สิบกว่าปีแต่ก็ยังรู้สึกขัดใจทุกครั้งที่สิงขรทำตัวราวกับเป็นคนละชั้นกับบุรินทร์ ทั้งที่ความจริงก็เป็นภักดีบุรมย์ด้วยกันทั้งคู่

ชายหนุ่มกดยิ้มที่มุมปากจนเห็นลักยิ้มข้างแก้มไม่ตอบและไม่คิดจะแก้คำพูดของตัวเองจนคนที่มองสำรวจอยู่แล้วนึกขุ่นใจ

“เรียกถูกแล้วนิคะ ก็คนมันมีฐานะระดับล่าง”

“คุณดารินทร์”

เสียงปรามกดต่ำของสามีทำเอาคุณดารินทร์สะดุ้ง แต่ก็ไม่วายหันมาตวัดค้อนอย่างไม่พอใจ และลุกเดินหนีอย่างไม่รักษามารยาท คุณบรรพตมองตามหลังภรรยาแล้วได้แต่ถอนหายใจยาวอย่างคิดหนัก สิงขรหน้าเจื่อนลงเมื่อตนได้เป็นสาเหตุให้บิดาและภรรยาทะเลาะกันอีกแล้ว

“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณพ่อ” ร่างสูงทรุดนั่งลงข้างๆ พร้อมส่งยิ้มบางๆ เพื่อยืนยันว่าเขาไม่เป็นอะไรจริงๆ

“พ่อขอโทษด้วยนะหิน”

“ถ้าจะมีใครสักคนที่ผิด คงเป็นผมกับแม่เองที่ผิด คุณพ่ออย่าโทษท่านเลยนะครับ” คำพูดของลูกชายทำให้คนฟังรู้สึกหายใจไม่ออกถ้าจะถามหาคนผิดคงเป็นท่านที่ผิดไม่ใช่ใครอื่น

“แล้วนี่จะออกไปไหน” ประมุขบ้านภักดีบุรมย์เปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นแววตาไม่สบายใจของลูกชาย นึกอยากโอบร่างสูงเข้ามากอดปลอบเหมือนเด็กชายสิงขรในวัยเยาว์แต่ก็ทำไม่ได้อย่างที่คิด

“หัวหินครับ”

“อีกแล้วเหรอ เพิ่งไปมาเมื่อสองอาทิตย์ก่อนนี่เองไม่ใช่รึ”

ภักดีบุรมย์คนลูกไม่ตอบแต่ส่งยิ้มบางๆ ตามแบบเฉพาะตัวกลับไปให้แทน คุณบรรพตถอนหายใจยาวเป็นครั้งที่สองก่อนจะพยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจ

“ขับรถดีๆ ล่ะ” คำอวยพรจากบิดาทำให้ชายหนุ่มคลี่ยิ้มกระจ่าง เพราะคุณบรรพตไม่เคยลำเอียงรักลูกคนใดมากกว่า และเพราะบุรินทร์ไม่เคยมองเขาเป็นอย่างอื่นนอกจากน้องชายจึงทำให้ความคิดที่อยากจะย้ายออกไปอยู่เพียงลำพังถูกลบล้างได้ทุกครั้งเมื่อคิดถึงหน้าของคนทั้งคู่ แต่สักวันบุรินทร์ก็ต้องแต่งงานมีครอบครัวและเขาก็ไม่มีความจำเป็นที่จะอยู่ที่นี่อีก

“ครับ” สิงขรนิ่งคิดบางอย่างก่อนจะเอ่ยปากพูด “เอ่อ..คุณพ่อครับ”

ใบหน้าคมคายทั้งที่อายุเลยเลขหกไปสามปีหันกลับมามองลูกชายที่นั่งด้านข้าง เห็นสีหน้าเหมือนจะปรึกษาของลูกชายก็ชิงพูดดักทางไว้ก่อน

“พ่อไม่อนุญาตให้แกย้ายออกไปอยู่ที่อื่น บ้านภักดีบุรมย์มีพื้นที่ตั้งเยอะแยะ หากแกไม่สบายใจที่อยู่บนตึกพ่อจะให้เขามาสร้างอีกหลังให้ พ่ออายุเยอะขึ้นทุกวันนะเจ้าหินใจคอแกจะทิ้งพ่อทิ้งแม่ให้อยู่กันตามลำพังอย่างนั้นหรือ”

“ไม่ใช่ครับ คือผมแค่คิดว่า...”

“ส่วนไอ้โครงการรีสอร์ทของแกที่หัวหินน่ะอย่าคิดว่าพ่อไม่รู้นะว่าแกแอบทำมันอยู่ แต่ถ้าคิดจะทำจริงๆ พ่อจะสร้างให้ เกาะส่วนตัวเราก็มี หัวหินคนเที่ยวกันจนปรุหมดแล้วคงไม่มีใครอยากไปเท่าไหร่ คิดถึงอนาคตของตัวเองบ้างเจ้าหิน อย่ายึดติดกับผู้หญิงแค่เพียงคนเดียว อนาคตแกยังมีโอกาสได้เจอคนอีกมาก” ตอบเองเสร็จสรรพพร้อมกับสั่งสอนอีกฝ่ายอยู่ในที ทำให้ลูกชายพยักหน้ารับอย่างยอมจำนนในเหตุผลของบิดา

“ครับ” ชายหนุ่มรับคำเสียงแผ่ว

“จะไปไหนก็ไป ไป๊” คุณบรรพตเอ่ยปากไล่ เมื่อเห็นลูกชายคนรองพยายามฝืนยิ้มให้กับคำพูดนั้น “แล้วอย่ากลับค่ำนักล่ะ”

ชายหนุ่มยกมือไหว้ลาก่อนจะเดินออกไป ประมุขบ้านภักดีบุรมย์มองตามแผ่นหลังกว้างของบุตรชายจนหายลับไปจากสายตาด้วยความรู้สึกหนักใจ สิงขรต่างจากพี่ชายตรงที่ไม่ยอมแสดงความรู้สึกหรือความต้องการของตนเองออกมาตรงๆ เก็บทุกอย่างไว้ภายในแม้ว่ามันจะทำร้ายเขาเจียนตายก็ตาม

ไม่กี่นาทีต่อมาเสียงเครื่องยนต์ของปอร์เช่คันหรูก็เคลื่อนออกไป ชายสูงวัยหันมองพื้นที่ว่างด้านข้างของตัวบ้าน ถ้าไม่เกิดเหตุเมื่อสองปีก่อนคุณดารินทร์คงไม่ต้องข้อรังเกียจลูกชายท่านมากขนาดนี้ ประมุขบ้านภักดีบุรมย์ได้แต่เอ่ยขอโทษภรรยาผู้ล่วงลับ

ฉันขอโทษนะแม่บัวที่รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเธอไม่ได้...



สิงขรเดินทางมาถึงบ้านพักริมทะเลในเวลาเกือบสิบโมงเช้า เจ้าอ้นเด็กหนุ่มวัยยี่สิบรีบปรี่เข้ามารับผู้เป็นนายพร้อมกับช่วยยกของที่อีกฝ่ายซื้อมาเข้าไปในบ้าน บ้านพักหลังเล็กตั้งอยู่ในพื้นที่กว้างกว่าสิบห้าไร่เขาตั้งใจจะพัฒนาที่แห่งนี้เป็นรีสอร์ทอย่างที่บิดาว่าแต่เหมือนมันจะไม่ง่ายนักเมื่อตอนนี้เขาเองก็ยังต้องช่วยพี่ชายในการบริหารงานของชาร์โก้กรุ๊ป แม้ว่าตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหารจะอยู่ท้ายชื่อของเขาตามที่คนภายนอกรับรู้ แต่เขาพอใจที่จะเป็นเลขาส่วนตัวของพี่ชายมากกว่า

อาจเป็นเพราะเรื่องในคราวนั้นที่ทำให้เขาไม่กล้ากางปีกที่กำลังหัดบิน และลึกๆ เขารู้ดีว่าตัวเองยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งตามลำพังเลยได้แต่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังใต้เงากำบังของพี่ชายอยู่แบบนี้ เขาอาจจะกำลังขี้ขลาดแต่สักวัน สักวันที่เขาเข้มแข็งกว่าที่เป็นอยู่เขาจะเดินด้วยขาและปีกของตัวเองอีกครั้ง

“วันนี้นายจะค้างคืนหรือเปล่าครับ”

เจ้าอ้นถามขึ้นขณะลำเลียงอาหารที่ผู้เป็นนายซื้อมาจัดใส่ตู้เย็นในครัว สิงขรเดินตรวจตราดูรอบๆ บ้านก่อนจะวกกลับเข้ามาในครัวเพื่อหาแก้วใส่เครื่องดื่ม

“ไม่ล่ะ เย็นๆ ก็กลับแล้ว” เขาบอกแล้วเดินออกไปนอกระเบียงบ้านฝั่งที่ติดกับบ้านพักอีกหลังของวรประดิษฐ์ สถานที่ซึ่งมีใครบางคนพักรักษาตัวอยู่

เธอเคยเฉิดฉายบนเวทีแคทวอร์คของเมืองไทย เสื้อผ้าแบรนด์ดังทั้งในและต่างประเทศต่างจับตามมองที่เธอทั้งนั้น แต่วันนี้เธอกลับเอาแต่ขังตัวเองอยู่ในบ้านพักตากอากาศ อยู่ติดกับทะเลแต่ไม่เคยที่จะลงไปสัมผัสน้ำทะเลสักครั้ง สองปีมาแล้วที่เธอเป็นเช่นนั้น และสองปีมาแล้วเช่นกันที่เขาทำตัวเป็นโจรโรคจิตตามติดชีวิตเธอเช่นนี้

กล้องถ่ายรูปแบรนด์ดังจากญี่ปุ่นถูกหยิบขึ้นมาดูพร้อมกับเล็งไปยังบ้านหลังดังกล่าว เธออาจรู้และรู้แล้วว่ามีใครบางคนคอยดู คอยเฝ้าห่วงเธอ แต่เธอจะไม่มีวันรู้ว่าเป็นเขา ผู้ชายใจร้ายที่ทำให้ชีวิตของเธอเป็นแบบนี้เธอจะไม่มีวันรู้ เขาเป็นดั่งซาตานที่คอยทำร้ายเธอเขาจะเป็นแค่นั้นใต้เงาของพี่ชายที่เธอเชื่อมาตลอดว่าคนที่คอยดูแลเธอคือ บุรินทร์

“วันนี้คุณลิสาออกมานั่งเล่นที่ระเบียงบ้านตั้งแต่เช้าครับ แต่แค่แปบเดียวเธอก็เข้าไป” เจ้าอ้นรายงานพร้อมกับนั่งลงเคียงข้างเมื่อนำกับแกล้มใส่จานมาวางให้ผู้เป็นนายบนโต๊ะตัวเตี้ยใกล้ๆ

สิงขรหันมาเลิกคิ้วมองหน้าคนรายงานและอีกฝ่ายก็รู้ใจ เด็กหนุ่มหยิบอัลบั้มรูปที่เพิ่งล้างเสร็จของวันนี้ออกมายื่นให้ ชายหนุ่มรับมันมาเปิดดูช้าๆ หญิงสาวลูกครึ่งไทยอังกฤษทายาทวังวรประดิษฐ์ที่เขาไม่ได้เห็นมานาน เธอผอมลงกว่าครั้งล่าสุดที่เขาเคยเห็น ใบหน้าเรียวหวาน ดวงตากลมเศร้าคู่นั้นยังเหมือนวันแรกที่เธอฟื้นขึ้นมา

ออกไป ฉันเกลียดคุณ ฉันเกลียดคุณ ออกไป๊

เสียงขับไล่วันนั้นเขายังจำได้ดี หลังจากที่พาเธอไปโรงพยาบาลและอยู่รอจนเธอฟื้น ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ๊ตสีขาวเปื้อนเลือดนั่งกุมมือเธออยู่ข้างเตียงนานหลายชั่วโมง ช่วงเวลานั้นมีเพียงเขาและเธอ เพราะผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายเธอและพี่ชายต่างจัดการล้มเลิกงานแต่งงานพร้อมกับปิดข่าวที่เกิดขึ้น แต่ถึงจะปิดข่าวได้ก็ยังเป็นที่โจษจันไปทั่วอยู่ดี

เธอร่ำไห้และขับไล่เขา ทั้งยังเรียกหาแต่พี่ชายของเขา สิงขรรู้ตัวเองดีว่าไม่มีที่ยืนข้างเธออีกแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังอยากที่จะยืนแม้ว่ามันจะไกลจนเธอไม่เห็นเลยก็ตาม

“เที่ยงนี้นายอยากกินหรือเปล่าครับ ผมจะออกไปซื้อมาให้” เจ้าอ้นยังคงพูดจ้อไม่หยุด อาจเป็นเพราะยังเป็นวัยรุ่นที่นิสัยติดเที่ยวบ้างตามประสา แต่เพราะต้องทำงานให้กับเขาด้วยการเฝ้าบ้านและตามดูชีวิตของหญิงสาวบ้านโน่นทั้งยังอยู่ที่บ้านหลังนี้เพียงลำพังจึงมีเพื่อนน้อย เมื่อมีใครสักคนมาเยือนก็พูดมากตามนิสัยแต่สิงขรไม่นึกรำคาญสักนิด อาจเป็นเพราะเขาชอบฟังมากกว่าพูดจึงเหมือนมีเพื่อนเพิ่มขึ้นมาอีกคน

“อะไรก็ได้ นายอยากกินอะไรก็ซื้อมาแล้วกัน” เขาว่าไม่ใส่ใจเพราะสายตาตอนนี้มีให้แค่ภาพหญิงสาวในชุดกระโปรงสีขาวในรูป ข้อนิ้วแกร่งไล้แก้มนวลของหญิงสาวในรูปแผ่วเบา

เจ้าอ้นมองภาพนั้นแล้วถอนหายใจยาวเพราะไม่เห็นว่าจะมีอะไรดีขึ้นเลยแม้แต่น้อยเมื่อเจ้านายหนุ่มยังคงทำตัวเป็นโรคจิตถ้ำมองอยู่แบบนี้ คุณชาลิสาไม่ได้มารู้มาเห็นเหมือนที่เขาเห็นแล้วเธอจะเข้าใจได้อย่างไรว่าเจ้านายของเขาห่วงใยเธอมากแค่ไหน เธอรู้เพียงว่าเขาเป็นคนของคุณบุรินทร์ ที่คอยดูแลเธอก็เพราะคุณบุรินทร์สั่ง

“ถ้าอย่างนั้นผมขอออกไปตลาดก่อนนะครับ”

ว่าแล้วผละจากไปทิ้งให้สิงขรนั่งอยู่ตรงนั้นเหมือนทุกครั้งที่มาบ้านพักริมทะเลหลังนี้ มาก็มานั่งส่องกล้องแอบดูชาวบ้าน ไม่รู้จะหอบสังขารมาทำไมเกือบทุกอาทิตย์ เจ้าอ้นบ่นในใจขณะควบมอเตอร์ไซค์คู่ใจออกไปจากบ้านมุ่งสู่ตลาดในเมือง

 

“คุณแดนมาแล้วค่ะคุณลิสา”

เสียงของน้ำหวาน เด็กรับใช้ที่ท่านผู้หญิงประกายมาศ วรประดิษฐ์ ท่านยายของเธอส่งมาให้คอยดูแลดังขึ้นจากหน้าห้อง หญิงสาวในชุดกระโปรงเหมือนในรูปที่ใครบางคนดูอยู่ผุดลุกออกจากโต๊ะหนังสือไปที่หน้าประตู

ดวงหน้าจิ้มลิ้มของเด็กสาวก็ทำให้เธอยิ้มออก ร่างโปร่งเดินย้อนกลับมาที่หน้าต่างห้องพัก มือเรียวสีขาวซีดเพราะไม่ได้โดนแดดมานานแหวกผ้าม่านสีอ่อนออกเล็กน้อยเพื่อส่องดูใครบางคน รูปร่างสูงโปร่งคุ้นตาแต่เธอไม่มีโอกาสได้เห็นหน้า เธอเคยแอบคิดว่าอาจเป็นใครอีกคนแต่คำบอกเล่าของน้ำหวานและเด็กอ้นก็พูดตรงกันว่าคนๆ นั้นคือบุรินทร์ ดังนั้นมันจึงไม่สามารถเป็นเขาไปได้เลย ผู้ชายใจร้ายคนนั้น สิงขร เขาไม่เคยสนใจเธอเลยจริงๆ

“คุณลิสาจะลงไปหาคุณแดนมั้ยคะ” น้ำหวานขยับเข้ามาถาม สายตาใคร่รู้มองลอดผ่านช่องผ้าม่านที่นายสาวแหวกไว้เพื่อหาชายหนุ่มเจ้าของชื่อ เธอไม่รู้หรอกว่าคุณแดนหรือคุณบุรินทร์ที่นายสาวและพี่อ้นพูดถึงคือใครและหน้าตาเป็นยังไง แต่ที่เธอแอบเห็นคือเขาหล่อมาก และทุกครั้งก็จะแอบมานั่งดูคุณชาลิสาของเธออยู่ที่บ้านหลังนั้น จนมืดค่ำถึงกลับ เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เธอถูกจ้างให้มาดูแลหญิงสาวที่นี่

ชาลิสาส่ายหน้าไปมา ผมสีน้ำตาลเข้มเป็นลอนสวยยาวจนถึงสะโพกกระจายเต็มแผ่นหลังเมื่อเจ้าตัวขยับ น้ำหวานขยับถอยห่างรู้แน่ว่าตอนนี้เจ้านายสาวคงต้องการเวลาส่วนตัว เมื่อประตูห้องปิดลงอดีตนางแบบสาวที่เคยเฉิดฉายบนเวทีแคตว๊อทก็มองไปที่ระเบียงบ้านข้างๆ อีกครั้ง

“สองปีแล้วนะคะแดน คุณหายโกรธผู้หญิงคนนี้หรือยังคะ”







ฝากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

86 ความคิดเห็น