ร้ายกว่ารัก

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4 สานสัมพันธ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,619
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    28 ส.ค. 63


ตอนที่ 4 สานสัมพันธ์

ระหว่างกินอาหารที่ห้องอาหารของโรงแรม ปกรณ์นั่งจ้องร่างบางตรงหน้าอยู่เป็นนานแล้วในที่สุดก็อดที่จะเอ่ยถามด้วยความสงสัยไม่ได้ เพราะพิชชาภรณ์ให้ความสนใจเจ้าโทรศัพท์ในมือจนไม่สนใจเขาหรืออาหารตรงหน้าแม้แต่น้อย

“แกจะจ้องให้มันได้อะไรขึ้นมายะ ก็บอกแล้วว่าให้โทร.เข้าเครื่องตัวเอง จะได้ให้เขาเอามาคืน”

“เก๊าะ...” ริมฝีปากล่างถูกขบเบาๆ อย่างคิดไม่ตก เธอกำลังคิดที่จะใช้เหตุบังเอิญนี้ให้เป็นประโยชน์ ดวงตากลมหวานช้อนมองเพื่อนชายใจสาวแล้วก้มลงมองโทรศัพท์ในมืออีกครั้งอย่างตัดสินใจไม่ได้

เนื่องจากแผนการที่เธอวางไว้คือให้ปกรณ์ทำตัวเป็นนายหน้าเสนอเธอให้กับบุรินทร์ ซึ่งจากการสืบรสนิยมของชายหนุ่มจากบรรดาหญิงสาวที่เคยเป็นคู่ขาของเขาแล้ว พิชชาภรณ์มั่นใจว่าเธอจะทำให้อีกฝ่ายตกหลุมได้ไม่ยาก แม้ก็ต้องทนกับสายตาดูถูกว่าเป็นผู้หญิงขายตัวก็ตามแต่นั่นมันจะทำให้ง่ายขึ้นเมื่อเลิกรากันไป เพราะเขาจะไม่ติดใจหรือเอะใจอะไรในภายหลัง

แต่ถ้าหากเลือกใช้โทรศัพท์เครื่องนี้เป็นสื่อกลาง เธอก็จะไม่ถูกมองด้วยสายตาที่ตัดสินว่าเป็นผู้หญิงง่ายๆ ซึ่งมันมีผลดีตรงที่สามารถยืดระยะเวลาออกไปได้จนกว่าเธอจะตั้งครรภ์ แต่ก็มีข้อเสียตรงที่เมื่อถึงเวลาที่ต้องจากกัน เรื่องราวมันคงจบไม่สวยแน่ แล้วเธอจะทำอย่างไรเพื่อให้เขาไม่คิดถึงเธอในภายหลัง

“เดี๋ยวค่อยโทร.ก็แล้วกัน”

หญิงสาวบอกปัดพลางวางมันลงข้างๆ ก่อนจะลงมือตักอาหารเข้าปากเหมือนกับจะไม่สนใจเจ้าโทรศัพท์เครื่องนี้อีกต่อไป

แต่อีกคนกลับไม่ยอมละสายตาจากภาพของหญิงสาวตรงหน้า ปกรณ์เขาไล่มองอีกฝ่ายอย่างพิจารณาตั้งแต่ผมยาวสลวย ดวงหน้าขาวใส ลำคอระหง ช่วงไหล่บอบบาง และหน้าอกอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ภายในเสื้อไหมพรมเพื่ออำพราง

“คืนนี้แกว่างใช่ไหม”

“ว่างค่ะ” หญิงสาวตอบทันทีโดยไม่สนใจในสิ่งที่ปกรณ์จะบอกแม้แต่น้อย มือบางยังคงวุ่นวายอยู่กับการจัดการอาหารตรงหน้า “มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“มาเดินแบบให้เจ๊หน่อยสิ”

จบคำขอของเพื่อนชาย น้ำที่เพิ่งถูกยกขึ้นดื่มก็พุ่งกลับลงไปในแก้วดังเดิม พร้อมกับเสียงสำลักในตอนท้าย

“เจ๊ว่าอะไรนะคะ”

พิชชาภรณ์สาละวนกับการหยิบทิชชูมาปิดปากแต่ก็อดที่จะถามอีกฝ่ายไม่ได้ เพราะไม่แน่ใจว่าที่เธอได้ยินเมื่อครู่มีอะไรผิดไปหรือเปล่า

อาการไอจนหน้าดำหน้าแดงของคนตรงหน้าทำให้ชายใจสาวอดที่จะหัวเราะออกมาอย่างขบขันไม่ได้ “เป็นอะไรยะ แค่บอกให้ไปเดินแบบให้ ถึงกับหูหนวกไปเลยหรือไง”

“ก็เจ๊มา...”

แต่พูดยังไม่ทันจบประโยคดีปกรณ์ก็ดึงมือเธอไปพลิกดู “แกนี่ผิวขาวดีเนอะ ถ้าได้ใส่ชุดนั้น ถึงไม่ใช่ฟินาเลก็ต้องสวยมากแน่ๆ”

“หนูยังไม่ได้ตอบตกลงเลยนะ” หญิงสาวโพล่งขึ้นมา แต่ปกรณ์หาได้สนใจเสียงแว้ดๆ ของอีกฝ่ายไม่

“ฉันตัดสินใจแล้ว เพื่อแลกกับการที่ฉันจะต้องช่วยแกเรื่องทำเบบี๋ คืนนี้แกต้องมาเดินแบบให้ฉัน โอเค้?”

 

“รายละเอียดการประชุมเมื่อเช้าก็มีเพียงเท่านี้ครับ” มือหนาปิดแฟ้มรายงานการประชุมเมื่อช่วงเช้าลงหลังจากรายงานให้ผู้เป็นนายฟังเรียบร้อย ก่อนจะเปิดสมุดบันทึกรายละเอียดตารางงานอีกเล่ม “ส่วนเย็นนี้มีงานเปิดตัวสินค้าชุดใหม่ของชาร์โก้วิงค์ ผมได้แจ้งให้ทางผู้จัดงานทราบแล้วว่านายจะไปงานนี้ด้วย”

“อืม...” เสียงขานรับของคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงานในห้องประธานกรรมการบริหารแห่งเครือชาร์โก้ดังขึ้นเบาๆ

“นายอยากให้ผมสืบเรื่องของผู้หญิงเจ้าของโทรศัพท์เครื่องนี้มั้ยครับ” สิงขรวางโทรศัพท์เครื่องใหม่ลงบนโต๊ะของผู้เป็นนายขณะเอ่ยถาม หลังจากที่สังเกตเห็นบุรินทร์จ้องโทรศัพท์เครื่องที่หยิบสลับมาหลายครั้งหลายหน และท่าทางเช่นนั้นก็บอกได้ดีว่าพี่ชายของเขากำลังสนใจหญิงสาวคนใหม่อีกแล้ว

“ไม่ต้อง” เสียงทุ้มเอ่ยขณะยกโทรศัพท์เครื่องใหม่ขึ้นเพื่อโทร.หาลูกค้าที่คุยงานค้างไว้ ก่อนจะหันมาถามความเห็นของน้องชายขณะรอสาย

“หิน ถ้านายเจอคนที่ใช่นายจะทำยังไง”

เรียวคิ้วเข้มของสิงขรขยับยกขึ้นเมื่อถูกพี่ชายถามคำถามแปลกๆ

“ผมไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนที่ใช่สำหรับพี่หรอกนะครับ” เสียงทุ้มตอบกลับตามใจคิดพร้อมกับลอบสังเกตพี่ชายอยู่ในที “ถ้าจะให้เดา แค่ชั่วครั้งชั่วคราว ได้แล้วก็เบื่อ”

“นายนี่มันรู้ใจฉันจริงๆ” รอยยิ้มตรงมุมปากของซีอีโอหนุ่มยกขึ้นอย่างถูกใจในคำตอบของผู้เป็นน้องชาย และเมื่อสัญญาณของปลายสายได้รับการติดต่อ มือหนาก็โบกไล่อีกฝ่ายให้ออกไปข้างนอก

สิงขรค้อมศีรษะคำนับผู้เป็นนายก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้เขาเจรจากับคู่ค้าขณะที่มืออีกข้างยังคงกำโทรศัพท์เครื่องบางที่มีรูปเจ้าของเครื่องส่งยิ้มหวานหยดมาให้อยู่บนหน้าจอแน่น

หนูเพลงอย่างนั้นหรือ

 

ภายในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังเวทีแสดงแฟชั่นโชว์งานเปิดตัวคอลเล็กชันเครื่องประดับชุดใหม่ของชาร์โก้วิงค์ พิชชาภรณ์ยืนกอดอกหน้าหงิกกับชุดที่เธอต้องสวมใส่ มือนุ่มหยิบชายผ้าสีขาวผืนบางขึ้นมาดูแล้วก็ทิ้งลงเป็นรอบที่สิบ เธอไม่น่าตกปากรับคำตามคำขู่ของปกรณ์เลยจริงๆ

ถ้าแกช่วยเจ๊ เจ๊จะดำเนินแผนการแนะนำแกให้รู้จักกับคุณบุรินทร์ในวันนี้เลย ว่ายังไง ตกลงมั้ยเสียงปกรณ์ยังคงดังวนเวียนอยู่ในหัว หากวันนี้เธอได้เจอเขาก็จะสามารถเริ่มแผนการต่างๆ ได้ทันที

“ทำไมยังไม่แต่งตัวอีก” ปกรณ์ที่เข้ามาดูความเรียบร้อยของเพื่อนสาวถามขึ้น และก็ได้เห็นใบหน้างอๆ ของคนตัวเล็กเป็นคำตอบ

“หนูต้องใส่ชุดนี้จริงๆ หรือคะเจ๊”

“ก็ใช่สิยะ ไหนดูซิ” ปกรณ์ไม่สนใจใบหน้างอง้ำของเพื่อนสาว เขาหยิบชุดที่อีกฝ่ายต้องใส่ขึ้นมาดูก่อนจะกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นเต้นราวกับว่าเป็นผู้สวมใส่เสียเอง “แก...เริ่ดมาก!

เสียงลากยาวที่บอกให้รู้ว่ามากจริงๆ นั้นทำให้หญิงสาวที่ต้องสวมใส่อดที่จะส่งค้อนไปให้ไม่ได้ ก่อนจะเริ่มต่อรอง

“หนูไม่ใส่ไม่ได้หรือคะเจ๊”

“ไม่ได้ย่ะ นี่แกดูสิ สวยมาก หน้าอกแกก็ออกจะใหญ่ ใส่เข้าไปต้องเริ่ดหรูอลังการแซงหน้ายายแพทนางแบบที่ใส่ชุดฟินาเลแน่ๆ ” ชายใจสาวจีบปากจีบคอพูดอย่างนึกสนุก สายตายังคงจ้องชุดเกาะอกสีขาวตัวยาว แล้วก็อดที่จะหยิบมาทาบกับร่างบางไม่ได้ “มีผ้าคลุมอยู่เห็นมั้ย ไม่โป๊หรอกน่า”

ผ้าคลุมที่มีแต่แหวกขึ้นเสียจนเห็นโคนขาอ่อนเนี่ยนะคะเจ๊ พิชชาภรณ์อยากจะเอ่ยปากเถียงแต่ก็ต้องเงียบไว้ ได้แต่แสดงออกทางสีหน้าให้อีกฝ่ายรับรู้แทน

“ไม่โป๊หรอกน่า เชื่อเจ๊ ที่สำคัญ ชาตินี้ทั้งชาติแกจะมีโอกาสได้ใส่ชุดแบบนี้มั้ยหืม ชุดสวยๆ แบบนี้ไม่ได้มีโอกาสใส่กันง่ายๆ นะยะหล่อน เดี๋ยวดันนิดดันหน่อยขี้คร้านจะสวยจนไม่อยากถอด”

เมื่อเห็นสีหน้าไม่อยากใส่ของเพื่อนสาวแล้วก็อดที่จะหว่านล้อมต่อไม่ได้ เพราะนางแบบที่ต้องเดินในวันนี้เกิดผิดนัดกะทันหันทำให้ผู้จัดงานต้องหานางแบบคนใหม่ และในฐานะที่ปกรณ์เป็นผู้จัดหานางแบบนายแบบมาให้กับทางผู้จัดงาน เมื่อเห็นเพื่อนสาวของตัวเองที่พอจะไปวัดไปวาได้จึงขอร้อง (แกมแลกเปลี่ยนข้อเสนอ) ให้มาช่วย แต่พอซ้อมเสร็จจนถึงเวลาแสดงจริงพิชชาภรณ์กลับไม่ยอมเปลี่ยนชุดเพราะเห็นว่ามันโป๊ไป มันโป๊ตรงไหน ก็แค่ผ่าข้างขึ้นมาโชว์เรียวขาอ่อนทั้งสองข้างเท่านั้นเอง

“หนูอาย” พิชชาภรณ์กระซิบบอกความรู้สึกจริงๆ  เพราะนอกจากชุดจะโป๊แล้วเนื้อผ้ายังเป็นสีขาวบางจนเห็นไปถึงไหนต่อไหนอีกต่างหาก

“มาองมาอายอะไรกันตอนนี้ยะ ทีจะโร่จับผู้ชายเอามาทำลูกยังไม่ยักกะอาย” มือบางตรงเข้าตะครุบปากคนพูดไว้แน่นทันที พร้อมกับทำหน้าหงิกงอใส่ เพราะถึงแม้ว่าห้องลองชุดจะมีความเป็นส่วนตัว แต่ก็แค่ผ้ากั้นบางๆ เท่านั้นเอง

“เจ๊! อย่าเสียงดังซิคะ” พิชชาภรณ์เอ่ยเตือนเสียงเข้ม แต่คนถูกเตือนหาได้ใส่ใจไม่

“แล้วจะใส่มั้ย วันนี้คุณบุรินทร์เขามาด้วยนะ”

“จริงหรือคะ!” หญิงสาวถามเสียงใส ตากลมเบิกโตอย่างตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้ยิน

แทนคำตอบ ปกรณ์ที่เมินหน้าไปทางอื่นเหมือนไม่สนใจก็พยักหน้าขึ้นลงช้าๆ อย่างมีจริต ขณะที่มือข้างหนึ่งยกชุดที่หญิงสาวต้องใส่ขึ้นสูง เป็นเชิงบอกว่าหากเธอไม่ใส่มันเขาก็จะไม่ช่วยเรื่องคุณบุรินทร์เด็ดขาด

ริมฝีปากบางเม้มแน่นอย่างตัดสินใจก่อนจะคว้าชุดในมือปกรณ์มากอดไว้แน่น พร้อมกับเขย่งตัวขึ้นจุมพิตแก้มของอีกฝ่ายเบาๆ

“เจ๊สัญญาแล้วนะ”

“ย่ะ”

พูดจบปกรณ์ก็ออกจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่พิชชาภรณ์ครอบครองอยู่เพื่อดูความเรียบร้อยของบรรดานางแบบนายแบบคนอื่นๆ ในสังกัดของตัวเองต่อ ปล่อยให้เพื่อนสาวได้เปลี่ยนชุดและคิดแผนการทำเบบี๋ต่อไปตามสะดวก

 

งานเลี้ยงเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ของชาร์โก้วิงค์ บริษัทส่งออกอัญมณีในเครือชาร์โก้ คลาคล่ำไปด้วยเหล่าเซเลบิตี้ทั้งนักการเมือง นักธุรกิจ และเหล่าคุณหญิงคุณนายในวงสังคมชั้นสูง แต่สิ่งที่ทำให้ผู้บริหารหนุ่มแห่งชาร์โก้ต้องหยุดมองด้วยความสนใจคือภาพหญิงสาวในชุดเกาะอกสีขาวตัวยาวกำลังเดินนวยนาดอวดเรียวขาสวยบนเวทียกพื้นต่างระดับที่ใช้แสดงโชว์เดินแบบ

ลำคอระหงถูกประดับด้วยสร้อยเพชรประดับมุกสีขาวเข้ากับตัวเสื้อ ผมสีเข้มถูกรวบหลวมๆ ไว้เหนือกระหม่อมอย่างมีสไตล์ เส้นผมบางส่วนรุ่ยร่ายระข้างแก้มเนียนอย่างน่าชม

สายตาคมจ้องมองทุกจังหวะการก้าวเดินของหญิงสาวแน่วนิ่ง ร่างบอบบางนั้นนุ่นนิ่มเพียงใดเขายังจำได้ดีแม้จะได้สัมผัสเพียงไม่นาน หน้าอกอวบอิ่มที่เกาะอกตัวน้อยเกาะไว้เพียงหมิ่นเหม่อวดสายตาแก่ผู้ชมเบื้องล่าง รอยยิ้มหวานพิมพ์ใจจากดวงหน้าใสถูกโปรยไปทั่วงานจนใบหน้าคมตึงขึ้นเมื่อสังเกตเห็นว่ามีสายตาของผู้ชายหลายคู่จ้องมองไปที่เธอไม่ต่างจากเขา

“นั่นผู้หญิงที่ชนกับพี่เมื่อตอนกลางวันนี่ครับ” สิงขรที่สายตาดีพอๆ กับผู้เป็นพี่ชายสะกิดพลางบอก และเมื่อบุรินทร์หันมาก็พบว่าน้องชายจ้องภาพตรงหน้าตาไม่กะพริบเช่นกัน ร่างสูงถองศอกใส่หน้าท้องแกร่งของอีกฝ่ายเต็มแรง พร้อมส่งสายตาอย่างที่อ่านได้ว่า นี่ของฉัน ห้ามยุ่ง!’ ให้อย่างเปิดเผย

คนถูกประทุษร้ายเลิกคิ้วสูงก่อนจะยิ้มกริ่มขณะเกร็งหน้าท้องรับแรงกระแทกนั้นอย่างเสียไม่ได้ และนาทีต่อมาก็เก๊กหน้าขรึมแล้วเมินหนีไปทางอื่นเมื่อพี่ชายหันมาส่งสายตาดุใส่อีกครา

ภักดีบุรมย์คนน้องอมยิ้มให้กับเพื่อนร่วมงานอย่างอนุชิต และเมื่อหันกลับมามองพี่ชายอีกครั้งก็เห็นบุรินทร์จ้องมองหญิงสาวบนเวทีปานจะกลืนกินอีกครั้ง จวบจนกระทั่งการแสดงแฟชั่นโชว์บนเวทีสิ้นสุดลงพร้อมกับเครื่องเพชรชุดฟินาเลที่เป็นตัวไฮไลต์ของงาน เลขานุการหนุ่มอดจะรู้สึกคุ้นหน้าคนสวมชุดดังกล่าวไม่ได้ แต่เขาไม่ได้สนใจที่จะรู้มากนักว่าเธอเป็นใคร เพราะสายตาของเขาตอนนี้กำลังมองตามแผ่นหลังบอบบางในเสื้อคลุมสีขาวตัวยาวที่กำลังหายลับเข้าไปด้านหลังเวทีไม่ต่างกับผู้เป็นพี่ชาย

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวสักครู่นะครับ” เสียงกระแอมในลำคอดังนำก่อนจะบอกจุดประสงค์ที่ทำลายสมาธิของผู้เป็นนาย

ร่างสูงกว่าร้อยแปดสิบสามเซนติเมตรเดินหลบไปทางด้านหลังเวทีการแสดงทันทีที่พูดจบ บุรินทร์เข้าใจได้ดีว่าอีกฝ่ายไปที่นั่นด้วยเหตุใด ใบหน้าคมดูผ่อนคลายลงจนกลายเป็นคลี่ยิ้มที่มุมปากอย่างสมใจในภายหลัง มือหนายกเครื่องดื่มสีเข้มขึ้นจิบพลางจ้องภาพบรรยากาศของงานเบื้องหน้าต่างกับแกล้มชั้นดี และมันจะดีกว่านี้หากได้สาวสวยคนนั้นไปนอนเคียงข้าง

อนุชิตที่ยืนอยู่ด้านข้างมองท่าทางของสองคนพี่น้องแล้วก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้ หากไม่เกิดเรื่องเมื่อสองปีก่อน บุรินทร์กับสิงขรคงเป็นพี่น้องที่รักกันมากไม่ต่างจากพี่น้องร่วมท้องกันเลยทีเดียว เพราะเพียงแค่มองตากัน สองพี่น้องก็รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร และต้องทำอะไรเพื่อสายตาคู่นั้นโดยที่ไม่ต้องเอ่ยแม้แต่คำเดียว

แต่เพราะเหตุการณ์ในครั้งนั้นที่ทำให้ผู้เป็นน้องมีสีหน้าราบเรียบราวกับไม่รู้สึกรู้สาอยู่ตลอดเวลาแม้จะมีแววทะเล้นบ้างในบางที แต่ก็น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ผู้เป็นพี่ก็แสวงหาความสุขใส่ตัวโดยไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน จนบางครั้งเขาก็อดที่จะสงสารบรรดาผู้หญิงของบุรินทร์ไม่ได้ ทั้งๆ ที่เธอก็ไม่ได้ดูน่าสงสารเลยแม้แต่น้อย

 

ร่างสูงของเลขานุการหนุ่มปรากฏขึ้นที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของเหล่านางแบบบริเวณหลังเวทีในเวลาเกือบสิบนาทีต่อมา นัยน์ตาคมปลาบไล่มองหาเป้าหมายก่อนจะพบกับแผ่นหลังบอบบางในชุดเกาะอกสีขาว ขายาวเตรียมที่จะก้าวตาม แต่นางแบบคนที่สวมชุดฟินาเลที่เขาคุ้นหน้าว่าเป็นหนึ่งในคู่นอนของพี่ชายกลับส่งสายตาเชิญชวนมาทางเขาอย่างเปิดเผยจนเขาต้องชะงักกึก

ภัทรธิดาในชุดเกาะอกสีแดงสดพร้อมกับอัญมณีมรกตเข้าชุดเดินนวยนาดเข้ามาหาชายหนุ่มช้าๆ ในมาดของนางพญาพร้อมกับคลี่ยิ้มยั่วนำมาก่อน

“อะไรทำให้คุณหินเข้ามาถึงห้องเปลี่ยนเสื้อผ้านางแบบได้คะ” มือบางที่ถูกประดับด้วยอัญมณีเลอค่ายกขึ้นลูบไล้ปกเสื้อสูทสีเข้มแล้วลากลงมาตามความยาวผ่านหน้าอกแกร่งจนกระทั่งถึงหน้าท้องเรียบตึง ดวงตาคู่สวยที่เคลือบด้วยเครื่องสำอางชั้นดีช้อนขึ้นมองด้วยท่าทางที่คิดว่าเซ็กซี่ที่สุด ด้วยหวังจะยั่วยวนชายหนุ่มให้ติดกับ

สิงขรกลืนน้ำลายลงคอเอือกใหญ่ เขารวบมือบางไว้ทันก่อนที่มันจะลามปามต่ำไปกว่าที่ควรจะเป็น ใบหน้าเรียบคลี่ยิ้มตอบตามมารยาท

“พอดีมีธุระนิดหน่อยน่ะครับ”

“ธุระที่ว่า...เกี่ยวกับคุณแดนด้วยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวเอียงคอคาดเดา แพขนตางามงอนทำให้ใบหน้าหวานงามเด่นน่ามอง แต่สิงขรกลับไม่มีอารมณ์ที่จะมอง เพราะเขาต้องรีบทำงานของตัวเองให้เรียบร้อย

“ครับ”

ชายหนุ่มพยักหน้าพลางตอบ เพียงแค่นั้นก็ทำให้ใบหน้าสวยยิ้มกว้างด้วยความถูกใจเมื่อเข้าใจว่าชายหนุ่มในฝันของหญิงสาวยังไม่ได้ทิ้งเธ

 หลังจากวันนั้นเธอก็ถูกจับตามองในฐานะที่เป็นคู่ควงคนล่าสุดของนักธุรกิจหนุ่ม และปัจจุบันก็ยังไม่มีหญิงสาวคนใดได้เฉียดกายเข้าใกล้ บุรินทร์ ภักดีบุรมย์ แทนเธออีกเลย จึงทำให้ฐานะของเธอ ณ ปัจจุบันนี้คือ ผู้หญิงของบุรินทร์ใบหน้าสวยซ่อนความดีใจไว้ไม่มิด แต่สิงขรเลือกที่จะมองผ่านเนื่องด้วยไม่อยากให้ความหวังกับนางแบบสาว

“ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ” ชายหนุ่มค้อมศีรษะส่งให้เป็นเชิงขอตัวเมื่อเห็นเป้าหมายเดินออกจากห้องในชุดเดิมที่เห็นเมื่อตอนกลางวัน กางเกงยีนสีซีดรัดรอบเอวคอดกิ่ว เสื้อไหมพรมสีขาวร่นขึ้นโชว์ผิวขาวลออตายามเจ้าของยืดตัวขึ้นเก็บชุดที่ใช้แสดงบนราวแขวน

เขาเดินเข้าไปหาเป้าหมายโดยไม่สนใจสายตาเหลอหลาของนางแบบเบอร์หนึ่งในวันนี้แม้แต่น้อย ชายหนุ่มยกมือขึ้นสะกิดแขนเรียวของอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะเอ่ย

“ขอโทษนะครับ คุณเพลง”

ที่เขาเรียกชื่อเล่นของเธอได้ถูกต้องก็เพราะแอบสืบเรื่องของเธอมาเล็กน้อยจากบรรดาทีมงานที่รับผิดชอบงานในวันนี้ และเขาก็รู้มาด้วยว่าเธอเป็นนางแบบในสังกัดของนายปกรณ์ ตันตระกูล จากคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่คอยดูแลห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของนางแบบ ดังนั้นเรื่องการเจรจาคงไม่ยากอย่างที่คิด

เจ้าของชื่อหันมามองตามเสียงเรียกด้วยแววตาฉงน พยายามคิดว่าตัวเองรู้จักผู้ชายคนตรงหน้านี้หรือไม่ และเหตุใดเขาจึงงรู้จักชื่อเล่นของเธอ

ปกรณ์ที่กำลังคุยอย่างออกรสกับนางแบบในสังกัดหันมาเห็นเข้าก็รีบขอตัวเพื่อมาสมทบเพื่อนรักในทันทีด้วยความเป็นห่วง เพราะเขารู้ดีว่าชายหนุ่มที่กำลังยืนอยู่กับเพื่อนสาวคือใคร

“คุณรู้จักดิฉันหรือคะ”

“ก็ไม่เชิงครับ พอดีว่าโทรศัพท์ของคุณ...” เสียงทุ้มลากค้างไว้ให้หญิงสาวคิดต่อเอาเอง ใบหน้าหวานใสนิ่งคิดตาม และเป็นจังหวะเดียวกับที่ปกรณ์เดินมาถึงพอดี

“มีอะไรกันหรือเปล่าครับคุณสิงขร” ปกรณ์เก๊กเสียงขรึมถามชายหนุ่มอย่างคุ้นเคย เพราะนางแบบในสังกัดของเขาหลายคนเคยเป็นหนึ่งในคู่นอนของเจ้านายของผู้ชายตรงหน้า การติดต่อระหว่างกันจึงมีอยู่เนืองๆ

“ไม่มีอะไรหรอกครับ พอดีว่าโทรศัพท์ของคุณเพลงกับเจ้านายของผมสลับกันเมื่อตอนกลางวันน่ะครับ” ชายหนุ่มหันไปตอบและทวนความทรงจำให้หญิงสาวอยู่ในที

พิชชาภรณ์พยักหน้าอย่างนึกขึ้นได้ มือบางล้วงเข้าไปในกระเป๋าคว้านหาโทรศัพท์เจ้าปัญหาทันทีเมื่อเข้าใจว่าเจ้านายของชายหนุ่มคงบอกให้มาเอา แผนที่จะใช้ตีสนิทเขาผ่านโทรศัพท์เครื่องนี้คงต้องเก็บไปก่อน

“นี่ค่ะ” มือเล็กยื่นอุปกรณ์สื่อสารเครื่องบางให้ชายหนุ่มตรงหน้า แต่สิงขรปฏิเสธที่จะรับ

“เชิญคุณเพลงไปมอบให้ท่านเองดีกว่าครับ เพราะผมไม่ได้เอาโทรศัพท์ของคุณมาด้วย”

พิชชาภรณ์และปกรณ์หันมาสบตาอย่างรู้กันในทันทีที่รู้ว่าเป้าหมายของตนได้เดินเข้าแผนเองโดยไม่ต้องลงมือ มือหนาผายเชิญพร้อมกับเดินนำไปก่อน

หญิงสาวหันมามองเพื่อนรักอีกครั้งก่อนจะถูกปกรณ์ดุนหลังให้เธอออกเดินพร้อมกับใบหน้าหล่อโน้มเข้ามากระซิบชิดใบหูให้ได้ยินกันแค่สองคน

“ปลาที่เล็งไว้กำลังสนใจเหยื่อของแกแล้วนะ”

“แล้วหนูต้องทำยังไงบ้างคะเจ๊” เสียงหวานหันมาถามความเห็น

“เชิญทางนี้เลยครับ”

ยังไม่ทันได้คำตอบ เลขานุการหนุ่มก็เรียกขึ้นอีกเมื่อหญิงสาวไม่เดินตามมาเสียที พิชชาภรณ์พยักหน้ารับยิ้มๆ ก่อนจะเดินตามหลังชายหนุ่มออกจากห้องโดยมีสายตาสองคู่มองตามหลังไม่ห่าง หนึ่งคือนึกห่วงใยและเอาใจช่วย ขณะที่อีกหนึ่งมีแววอาฆาตทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

 

สายตาคมมองปลาบไปทั่วร่างบอบบางที่เดินตามหลังน้องชายมาไม่วางตา นิ้วหัวแม่มือข้างที่ถือแก้วบรั่นดีทรงบอลลูนไล้ขอบปากแก้วอย่างพอใจขณะไล่มองสำรวจคนตรงหน้าอย่างเปิดเผย ใบหน้ารูปไข่เรียวสวย ริมฝีปากบาง รับกับจมูกโด่งได้รูป ดวงตากลมหวานใสตรึงใจเขาตั้งแต่แรกเห็นจนแทบจะไม่เป็นอันทำอะไรมาทั้งวัน และเมื่อได้เจอกันอีกครั้งชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะตั้งปณิธานในใจว่าคืนนี้เขาไม่มีทางปล่อยเธอไปแน่

ลำคอระหง ลาดไหล่บอบบาง หน้าอกอวบอิ่มเกินตัว เอวคอดเล็กรับกับสะโพกผาย เรียวขาขาวที่เห็นบนเวทีนั้นอีก กางเกงยีนสีซีดไม่อาจพรางมันได้เลยจริงๆ แถมยังช่วยขับให้มันดูเด่นจนละสายตาไม่ได้อีกต่างหาก

สิงขรและอนุชิตขยับตัวหลบฉากอย่างรู้งานเมื่อส่งหญิงสาวถึงที่หมายเรียบร้อย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เป็นนายและหญิงสาวได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันตามลำพังและอาจรวมถึงสานสัมพันธ์ร่วมกันในคืนนี้ด้วยก็ได้





ฝากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

86 ความคิดเห็น