ร้ายกว่ารัก

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 15 ชั้นเชิงของผู้หญิง : มีน้ำตาเป็นอาวุธ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,361
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    8 ก.ย. 63


ตอนที่ 15 ชั้นเชิงของผู้หญิง : มีน้ำตาเป็นอาวุธ

บรรยากาศของสวนสาธารณะกลางเมืองกรุงในเวลาบ่ายสองโมงยังคงให้ความรู้สึกร่มรื่นแก่ผู้ที่มาพักผ่อน เจ้าพ่อธุรกิจโลจิสติกส์นั่งมองหญิงสาวที่กำลังยืนกอดอกมองภาพพื้นน้ำเหม่อๆ เหมือนกำลังคิดหนักกับอะไรบางอย่างนั้นอย่างสงสัย เกือบสิบนาทีเต็มที่เขาเฝ้ามองอยู่ห่างๆ ด้วยความห่วงใย และในที่สุดก็ทนเก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่ ร่างสูงผุดลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้และสวมกอดเอวคอดจากด้านหลัง แนบคางสากลงบนไหล่บอบบางที่โผล่พ้นเสื้อตัวสวย จมูกโด่งสูดความหอมของแก้มเนียนแผ่วเบาขณะเอ่ยถาม

“คิดอะไรอยู่หรือเปล่า” เสียงทุ้มกระซิบที่ข้างหู ทำให้คนที่กำลังใช้ความคิดสะดุ้งอย่างไม่จำเป็นต้องเสแสร้งสักนิด เธอกำลังวางแผนขั้นต่อไป แต่ดูเหมือนความห่วงใยที่เขามอบให้มันจะเป็นอุปสรรคไม่น้อย พิชชาภรณ์หันกลับมามองเสี้ยวหน้าคม ดวงตากลมฉายแววว่ากำลังคิดหนัก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ไม่ยอมเอื้อนเอ่ยคำใดจนเขาต้องถามย้ำ “ว่าไงครับ”

“ถ้าวันหนึ่ง...” เสียงหวานขาดห้วงก่อนจะเปิดปากพูดต่อเมื่อคนเบื้องหน้ากำลังตั้งใจฟังประโยคนั้นของเธอ “ถ้าวันหนึ่งเพลงทำให้คุณเสียใจมากๆ คุณจะยังดีกับเพลงอยู่มั้ยคะ”

ถามออกไปแล้วก็เป็นเธอเองที่เฝ้ารอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ แม้จะเตือนตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่ก็อดห่วงไม่ได้ หากวันหนึ่งที่ทุกอย่างลุล่วงเขาจะยังทำดีกับเธอหรือไม่ และเธอจะทนได้ไหมหากวันนั้นมาถึง

“อืม...คงต้องคิดดูก่อนนะว่าสิ่งที่คุณทำให้ผมเสียใจมากๆ มันคือเรื่องอะไร” ชายหนุ่มตอบทีเล่นทีจริง ยิ้มโชว์ฟันเรียงสวยหวังให้คนตัวเล็กผ่อนคลาย แต่ใบหน้าหวานกลับงอง้ำเมื่อได้รับคำตอบไม่ถูกใจ

ริมฝีปากอุ่นจึงฉกวูบลงบนกลีบปากบางแล้วผละออกห่าง

“อยากได้คำตอบแบบไหนล่ะครับ ผมจะได้ตอบให้ถูกใจ”

“งั้นเพลงถามใหม่ คุณจะดีกับเพลงแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่คะ” เสียงหวานในตอนท้ายเศร้าสร้อย และสายตาที่มองมาก็เฝ้ารอคำตอบอย่างมีหวัง

บุรินทร์จ้องภาพนั้นอยู่เพียงนิดแล้วเมินหน้าไปทางอื่น สัญชาตญาณการรับรู้ของเขาบอกว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับเธออย่างแน่นอน แม้ปากจะบอกว่าไม่มีอะไร แต่ตามตำราที่ผู้ชายทุกคนควรรู้คือ เมื่อผู้หญิงบอกว่าไม่มีอะไร มันมักจะมีอะไรอยู่เสมอ

“เมื่อไหร่ดีน้า” ชายหนุ่มแกล้งลากเสียงยาวและทำสีหน้าคล้ายคิดหนัก เดือดร้อนร่างเล็กให้ต้องชิงตัดบทเมื่อเขาอ้อยอิ่งไม่ตอบคำถามของเธอเสียที

“ถ้าคิดนานขนาดนั้นก็ไม่ต้องตอบแล้วค่ะ เพลงไม่อยากฟัง” พิชชาภรณ์พยายามเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนแกร่งอย่างแง่งอน แต่บุรินทร์ไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ ซ้ำยังออกแรงรัดร่างเล็กให้แน่นขึ้นอีกด้วย

“ไม่เอาสิคนสวย” ดวงตาคมจ้องสบดวงตาหวานนิ่งก่อนเอ่ย “ผมให้สัญญาไม่ได้ว่าเรื่องราวระหว่างเรามันจะยาวนานแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้คุณรู้ไว้ คุณคือผู้หญิงคนแรกที่ผมอยากตื่นขึ้นมาแล้วเจอในทุกๆ เช้า”

“เชย!

“อ้าว! ไหงมาว่ากันอย่างนี้ล่ะ นี่ผมอุตส่าห์จำมาจากหนังสือที่พวกผู้หญิงชอบอ่านกันเลยนะเนี่ย” บุรินทร์แกล้งโอดครวญเกินจริง คนในอ้อมแขนย่นจมูกใส่อย่างน่ารัก จมูกโด่งเป็นสันจึงไล้เกลี่ยมันเบาๆ อย่างมันเขี้ยว “ผมสัญญากับคุณเมื่อคืนแล้วไงว่าจะไม่มีวันนอกใจคุณ”

“เพลงไม่ได้หมายถึงเรื่องคุณจะซื่อสัตย์กับเพลงหรือเปล่า เพลงหมายถึงถ้าวันหนึ่ง...” เสียงหวานถูกปิดด้วยริมฝีปากอุ่นร้อนกันไม่ให้เธอได้เอื้อนเอ่ยคำใดให้ระคายหูอีก

“เอาไว้ให้ถึงเวลานั้นก่อนก็แล้วกันนะ ส่วนตอนนี้ผมชักอยากจะกอดคุณอีกครั้งแล้วสิ” เสียงทุ้มนุ่มบวกกับนัยน์ตากรุ้มกริ่มสื่อความหมายชัดเจนจนพิชชาภรณ์ไม่อาจทนมองต่อได้ ใบหน้าหวานเมินหลบพร้อมๆ กับริ้วชมพูระเรื่อแต่งแต้มที่พวงแก้มนวล ชายหนุ่มยิ้มถูกใจในท่าทางดังกล่าว แขนแข็งแรงกอดรัดร่างบางแนบแน่นให้รับรู้ถึงความรู้สึกอย่างกอดเธอจริงๆ

“กลับกันดีกว่า”

เธอไม่ตอบแต่ส่งค้อนน้อยๆ ให้เป็นรางวัลความหื่น ที่ตอนนี้นอกจากจะกอดเธอไว้แล้ว มือใหญ่ยังเริ่มเลื้อยไปตามส่วนโค้งส่วนเว้า รอยยิ้มกรุ้มกริ่มซุกซนทำให้คนมองใจสั่นจนต้องเมินหน้าหนี แต่จมูกโด่งกลับบรรจงไล้ข้างแก้มพร้อมกระซิบเสียงวาบหวาม

“ผมอยากรักคุณจัง”

 

“กลับมาเป็นพิชชาภรณ์คนเดิมของผมได้หรือยังครับ” เสียงงึมงำจากซอกคอขาวผ่องเรียกสติคนที่กำลังถูกรุกรานให้กลับคืนมาอีกครั้ง พิชชาภรณ์ขบริมฝีปากกันไม่ให้เผลอครางออกมาอย่างที่เขากำลังจงใจให้เธอเป็น มือนุ่มปัดป้องแผ่นอกหนาอย่างมีจริต

“แดนคะ เราอยู่ในสวนสาธารณะตอนกลางวันที่มีคนเดินผ่านไปผ่านมานะคะ” เสียงหวานที่เจ้าตัวเพิ่งหาเจอเอ่ยเตือนยาวเหยียด และพอเขาผละออกห่าง ดวงตากลมหวานก็ช้อนมองเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ “คุณกำลังทำให้ฉันรู้สึกไม่ดีนะ”

เธอไม่ได้อธิบายต่อว่า รู้สึกไม่ดีที่ว่านั้นหมายถึงอะไร และชายหนุ่มก็ไม่สนใจที่จะค้นหาความหมายของมันเพราะสิ่งที่เขาต้องการตอนนี้มีเพียงอย่างเดียวคือร่างนุ่มนิ่มตรงหน้า

“งั้นกลับกันเลยดีกว่า”

น้ำเสียงทะเล้นบวกกับท่ายกนาฬิกาขึ้นดูนั้นไม่ได้ทำให้หญิงสาวรู้สึกดีขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย มือใหญ่เลื่อนลงมากุมข้อมือบางและฉุดรั้งให้อีกฝ่ายเดินตาม แต่ร่างเล็กขืนตัวไว้ไม่ยอมก้าวขา ใบหน้างอง้ำทำให้คนอยากกลับบ้านเพื่อไปสานต่อเรื่องราวเมื่อครู่ให้จบหันกลับมามองอย่างไม่ค่อยพอใจ

“คุณคิดถึงเรื่องอื่นบ้างได้มั้ยคะ” พิชชาภรณ์ถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามบอกให้รู้ว่ากำลังไม่พอใจ แม้ว่าข้างในลึกๆ จะรู้สึกตรงข้ามก็ตาม ตอนนี้เธอต้องเล่นละครให้เขารู้ว่าเธอไม่พอใจเพื่อที่ของที่เธอได้มาจากปกรณ์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะได้มีน้ำนักเพิ่มมากขึ้น

บุรินทร์เลิกคิ้วมองก่อนจะยิ้มใส่ตาคนถามอย่างเจ้าเล่ห์ เขาไม่อยากวิ่งตามอารมณ์ขึ้นลงของเธอให้เสียเวลา เพราะไม่ว่าจะอย่างไรเรื่องของเรื่องมันก็จบลงที่เตียงอยู่ดี

“อยู่กับคุณ ผมคิดอะไรไม่ค่อยออก เพราะผมคิดออกอยู่แค่เรื่องเดียว”

เหมือนคำตอบของคนตัวโตจะทำให้เธอกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ ริมฝีปากบางแสร้งเม้มแน่นเป็นเส้นตรงก่อนจะหันหลังกอดอกเชิดหน้ามองภาพผืนน้ำข้างหน้าราวกับไม่ใส่ใจคนเบื้องหลัง ทั้งๆ ที่ความจริงคือเธอไม่ต้องการให้เขาเห็นริ้วแดงที่กำลังทำให้ใบหน้าและลำคอของเธอร้อนผ่าว ไหนจะดวงตากลมหวานที่ตอนนี้มันแกล้งตีหน้าขรึมไม่ไหวอีกต่อไป

บุรินทร์มองภาพนั้นแล้วอมยิ้ม วงแขนหนาวาดกอดเอวบางอย่างแกล้งๆ รู้ว่าไม่สามารถทำอะไรเธอได้ในสถานที่โจ่งแจ้งเช่นนี้ แต่แค่กอดคงไม่เป็นไรหรอกกระมัง

“วันนี้เป็นอะไรหืม...ตั้งแต่ออกจากร้านนั้นมาคุณเหมือนมีอะไรอยู่ในใจตลอด ไหนจะคำถามแปลกๆ นั่นอีก” จมูกโด่งไล้ชิดแก้มนวลพร้อมกับสูดกลิ่นหอมเบาๆ

เจอประโยคคำถามที่ต้องตอบเข้าไปร่างเล็กก็ถึงกับตัวแข็งทื่อ พิชชาภรณ์ขบริมฝีปากล่างอย่างเผลอๆ ตามนิสัยที่หากมีเรื่องให้ขบคิดก็มักจะทำกริยานี้เป็นประจำ ทำยังไงต่อไปดีนะ เล่นตัวก็ไม่ได้ เพราะถ้าเล่นมากไปเขาจะเบื่อที่ต้องตามง้อเสียก่อน ครั้นจะปล่อยตัวให้เลยก็เสียเชิงหญิงหมด

“ว่าไงครับ”

เธอส่ายหัวไปมาก่อนจะหมุนตัวกลับมามองตอบคนตัวโต แขนเล็กที่กอดอกเมื่อครู่วาดโอบลำคอเขาแหลวมๆ แล้วเอียงซบแก้มกับหน้าอกแกร่งอย่างออดอ้อน

“เพลงขอโทษค่ะ เพียงแต่เพลงรู้สึกไม่ดีที่คุณทำกับเหมือนเพลงเป็นของเล่น” เสียงหวานอู้อี้กับอกกว้างราวกับฟ้องให้เขาเห็นข้อเสียของตัวเอง ก่อนจะพูดต่อเมื่อเขาเงียบฟัง “ขอบคุณนะคะที่ห่วงใยความรู้สึกของฉัน”

“เพลงสิ” คนตัวโตเอ่ยแก้เมื่อร่างเล็กแทนตัวด้วยประโยคระคายหู

“ขอบคุณนะคะที่ห่วงใยความรู้สึกของเพลง แต่คุณไม่โกรธเพลงใช่มั้ยคะ” แกล้งทำเสียงเศร้าในตอนท้ายโดยเลือกที่จะไม่เฉลยว่าเรื่องอะไรเอาไว้ให้เขาคิดเอง เพื่อที่มันจะทำให้ดูเหมือนว่าเธอไม่อยากเอ่ยถึงเรื่องอะไรก็ตามแต่ที่เธอกำลังไม่สบายใจ และบุรินทร์ก็รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ แขนแข็งแรงรัดร่างเล็กแน่นขึ้น

“ผมจะโกรธคุณได้ยังไง ในเมื่อคุณไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย ต่อไปผมจะไม่ทำแบบนี้ ตกลงไหม”

หญิงสาวพยักหน้ารับ ริมฝีปากบางสวยคลี่ยิ้มสดใสก่อนจะซบหน้าลงกับอกแกร่งพร้อมออกแรงกอดรัดเขาตอบเหมือนเด็กได้ของเล่นถูกใจอีกครั้ง จนเสียงห้าวทุ้มเอ่ยเตือน

“ผมรู้แล้วละว่าผมจะโกรธคุณเรื่องอะไรดี”

พิชชาภรณ์ช้อนมองเสี้ยวหน้าคมที่เห็นเพียงไรคางสากจางๆ อย่างสงสัย จนคนถูกมองอดไม่อยู่ต้องก้มลงหอมแก้มนวลแรงๆ ด้วยความมันเขี้ยวแล้วเอ่ยต่อ “กอดผมแน่นขนาดนี้ เดี๋ยวผมก็ใจแตกมีอะไรกับคุณตรงนี้จริงๆ ขึ้นมาหรอก”

สิ้นคำแขนเล็กก็ร่วงลงข้างตัวและถอยห่างจากเขาไปหนึ่งก้าว แต่บุรินทร์ไม่ยอมให้มันเป็นเช่นนั้น แขนหนายังคงรัดเอวบางไว้ไม่ยอมปล่อย

“กลับบ้านเรากันนะครับ”

คราวนี้เสียงหวานทุ้มนุ่มหูก้มลงกระซิบก่อนจะแอบขโมยหอมที่แก้มเนียนอีกครั้งเป็นการตบท้าย โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าคำที่เขาเอ่ยนั้นมีความหมายที่มันจะทำให้เธอถอนตัวได้ยากในภายหลัง

 

ร่างอวบอิ่มในชุดสายเดี่ยวติดระบายสีน้ำเงินเข้มตัดกับกางเกงขายาวสีขาวยืนพิงรถสปอร์ตคูเป้สี่ประตูรอเจ้าของรถอย่างใจเย็น หลังจากที่ปล่อยให้คนทั้งคู่ได้พลอดรักกันจนอิ่มหนำ ภัทรธิดา เศวตเวทย์ นางแบบสาวมีชื่อเสียงขึ้นมาจากการเป็นคู่ควงคนล่าสุดของบุรินทร์ ถึงแม้จะเคยทอดกายให้เขาเชยชมเพียงครั้งเดียว แต่มันก็มากพอในเมื่อหลังจากนั้นเขาไม่เคยมีข่าวคราวกับหญิงสาวนางใดอีกเลยจนกระทั่งวันนี้ และตอนนี้เธอก็ยังต้องการให้เขาเป็นอย่างนั้นอยู่

แผนการมากมายถูกเรียบเรียงขึ้นขณะทำงาน เฝ้ารอเวลาให้คนทั้งคู่กลับมาแล้วเธอจะออกไปเปิดเผยตัว แม้ต้องแลกกับการที่จะถูกชายหนุ่มโกรธ แต่เธอก็พอใจที่ได้ทำอะไรมากกว่าการยืนมองอยู่ห่างๆ อย่างนี้

“เสวยสุขกันให้พอเถอะ” หญิงสาวเอ่ยลอดไรฟัน

เท้าที่กำลังก้าวเดินไปบนถนนเล็กๆ ในสวนสาธารณะที่ปูด้วยอิฐตัวหนอนชะงักกึกเมื่อเห็นว่ามีใครบางคนกำลังยืนพิงรถคันหรูของตัวเองอยู่ มือบางกระตุกแขนเสื้อคนข้างกายให้หยุดพร้อมพยักพเยิดไปข้างหน้า ดวงตากลมหวานจ้องภาพนั้นไม่ห่างจนบุรินทร์ต้องหันไปมองตาม ความหวานชื่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนไปจนชายหนุ่มรู้สึกได้ มือหนาแตะบนหลังมืออีกฝ่ายเบาๆ ปลอบโยนให้เธอคลายกังวลเมื่อเข้าใจว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น

“คุณรออยู่นี่ก่อนนะ”

ภาพต่อมาที่เธอเห็นหลังจากที่บุรินทร์พูดจบคือเขาเดินเข้าไปหาหญิงสาวนางนั้น และอีกฝ่ายก็ดูจะดีใจจนออกนอกหน้า เธอถลันเข้ามากอดเขาพร้อมกับจุมพิตที่แก้มสากทั้งซ้ายและขวาราวกับคนรักที่ไม่ได้เจอกันมานานแสนนาน น่าหมั่นไส้ นั่นคือสิ่งที่เธอรู้สึกเมื่อมองภาพนั้นก่อนจะเมินหน้าหนีไปทางอื่นและบ่นตัวเองในใจว่า

เพิ่งมีอะไรกันไปแค่คืนเดียวเองนะ ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขาไปได้ แต่แล้วจู่ๆ ประโยคที่ใครบางคนตั้งใจพูดให้เธอได้ยินก็ดังขึ้น

“คิดถึงคุณจังเลยค่ะ แดน”

เมื่อพิชชาภรณ์หันกลับไปมองก็พบว่าแขนของผู้หญิงคนนั้นกำลังกอดรัดท่อนแขนแกร่งพร้อมกับใช้หน้าอกอวบอิ่มบดเบียดเสนอให้กับชายหนุ่มอีกต่างหาก ไหนจะสายตาที่มองมาทางเธออย่างท้าทายและเย้ยหยันนั่นอีก ขัดตาเธอที่สุด

“คุณมาทำอะไรที่นี่” เสียงเข้มถามกลับพร้อมกับพยายามปลดแขนเรียวออกห่างตัว แต่ยิ่งทำมือไม้กลับยิ่งสัมผัสหน้าอกอวบอิ่มมากยิ่งขึ้น และแทนที่จะรีบชักออกบุรินทร์กลับนิ่งเฉยปล่อยให้หญิงสาวบดเบียดหน้าอกอวบอิ่มอันมโหฬารนั่นเข้ามาหามากยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งๆ ที่เมื่อคืนเพิ่งสัญญาว่าจะซื่อสัตย์กับหญิงสาวอีกคนมาหมาดๆ

“ก็แพทคิดถึงคุณนี่คะ คุณไม่ยอมโทร.หาแพทเลยนะคะตั้งแต่วันนั้น” เสียงหวานออดอ้อนและบทสนทนาเบาๆ ต่อจากนั้นไม่ได้ทำให้คนยืนรอใส่ใจมากนัก เพราะเชื่อว่าเขาสามารถจัดการมันได้และมันคงจะจบลงในไม่ช้า

แต่ความเป็นจริงคือเธอยืนมองภาพนั้นอยู่เกือบสองนาทีเต็ม ซึ่งเป็นสองนาทีที่เธอถือว่ามันเป็นการเฝ้ารอที่นานที่สุดเท่าที่ตัวเองเคยรอมา และไม่ต้องถามว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น

ขาขาวก้าวเข้าไปหาอย่างไม่รอช้าหลังจากที่มองอยู่นานตามความคิดของตัวเอง ผู้หญิงตรงหน้าคือนางแบบชุดฟินาเลคนที่เป็นคู่ควงคนล่าสุดของบุรินทร์ ท่าทางเล่นหูเล่นตา เสียงนุ่มหวานหู และท่าทางยืนเฉยไม่ยอมทำอะไรเสียทีของคนกลางก็ทำให้พิชชาภรณ์ต้องออกโรงเอง

ทันทีถึงที่เป้าหมายมือบางก็จัดการสอดเข้ากับแขนหนาอีกข้างของชายหนุ่มก่อนจะเอนซบแสดงความเป็นเจ้าของเต็มที่ ดวงตากลมหวานจ้องตอบหญิงสาวเบื้องหน้าที่มองมาทางเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้ออย่างท้าทาย กระตุกยิ้มที่มุมปากอีกเล็กน้อยก่อนจะปรายตามองเสี้ยวหน้าคมที่ก้มลงมามองเธอพอดี

“ใครหรือคะที่รัก”

พิชชาภรณ์เอ่ยถามคนตัวโตเสียงหวาน แต่ดวงตากลับจ้องมองหญิงสาวเบื้องหน้าอย่างไม่ลดละ เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนเธอตั้งใจไว้ว่าจะปั่นหัวเขาให้กระวนกระวายใจก่อนจะเริ่มแผนการขั้นต่อไป แต่พอเจอสายตาและน้ำเสียงที่แสดงความห่วงใยเธออย่างปิดไม่มิดพิชชาภรณ์ก็เริ่มรู้สึกผิดที่กำลังใช้เขาเป็นหมากตัวหนึ่งในเกมของตัวเอง แต่พอมาเจอเขายืนให้ผู้หญิงอื่นเอาหน้าอกถูแขนเล่นแล้วเธอถึงได้รู้ว่าเธอคิดผิดอย่างมหันต์ที่แอบรู้สึกผิดไปกับเสียงทุ้มนุ่มหูน่าฟังนั้น

“เด็กใหม่หรือคะ แดน คนนี้หมดไปเท่าไหร่ล่ะคะ”

คำเรียกขานอย่างสนิทชิดเชื้อและประโยคดูถูกหมายจะทำให้อีกฝ่ายเต้นตาม แต่หญิงสาวตรงหน้ากลับยืนยิ้มเฉยจนภัทรธิดากลับทนไม่ได้เสียเอง อยากปรี่เข้าไปกระชากใบหน้าหวานนั้นมาตบให้สาแก่ใจสักที ข้อหาบังอาจลอยหน้าลอยตาเยาะเย้ยเธอ

ในทางตรงกันข้ามสำหรับประโยคแรกพิชชาภรณ์ก็อยากจะเต้นตามที่อีกฝ่ายหมายจะให้เป็น แต่เมื่อเจอประโยคท้ายเข้าไปร่างเล็กก็อยากจะผวาเข้าไปหอมแก้มทั้งซ้ายและขวาของนางแบบสาวแรงๆ ให้สมกับสิ่งที่เธอได้มาอย่างคาดไม่ถึง คราวนี้แผนการที่เธอเตรียมไว้ก็มีน้ำหนักมากขึ้นไปอีก สมบูรณ์แบบอย่างไม่มีที่ติ

“เพลง คุณไปรอผมที่รถก่อนนะ”

เสียงทุ้มเรียกชื่อเธอหวานหู แต่คนฟังกลับรู้สึกอารมณ์เสียขึ้นมาเสียเฉยๆ มือหนาหันมาปลดแขนของพิชชาภรณ์ออกอย่างสุภาพพร้อมกับประคองให้เดินออกห่างจากนางแบบสาว ตั้งใจให้หญิงสาวเข้าไปนั่งรอในรถแล้วกลับมาจัดการกับคู่ขาเก่า เขาไม่ชอบให้เกิดเหตุการณ์ชิงรักหักสวาทในที่สาธารณะ

แต่ยังไม่ทันที่จะได้หมุนตัวกลับก็เป็นเขาเองที่ถูกเธอดึงแขนและผลักเข้าไปในรถ มือเล็กปิดประตูตามหลังเสียงดังก่อนจะก้าวเข้ามาหาหญิงสาวอีกคนที่กอดอกมองภาพนั้นอย่างมาดร้าย

“ไม่รู้หรือไงว่าทำแบบนั้นเท่ากับเป็นการหักหน้าผู้ชาย” นางแบบสาวเอ่ยทักมาเป็นประโยคแรกหลังจากที่พิชชาภรณ์หันกลับมามองเธอ

คนหักหน้าผู้ชายทำเพียงยักไหล่เบาๆ อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั้นห้วน

“รู้!

มือเรียวคว้าหมับเข้าที่แขนของอีกฝ่ายก่อนจะออกแรงลากให้ห่างจากตัวรถ ท่ามกลางความตกตะลึงของชายหนุ่มที่ถูกขังอยู่บนเบาะที่นั่งข้างคนขับและนางแบบสาวที่ตั้งใจจะมาเอาเรื่องคนตัวเล็กที่กำลังลากแขนของเธอ

เมื่อเดินออกมาห่างจากตัวรถมากพอที่บุรินทร์จะไม่ได้ยินเสียงอะไร มือเรียวก็บีบแขนของอีกฝ่ายแน่นก่อนจะออกคำสั่งด้วยเสียงลอดไรฟันที่คนฟังรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาแปลกๆ

“กลัวฉันซะ”

“ว่ายังไงนะ” ภัทรธิดาถามย้ำก่อนจะร้องออกมาด้วยความเจ็บเมื่อมือของอีกฝ่ายออกแรงบีบแน่นขึ้น “โอ๊ย! ทำบ้าอะไรของเธอน่ะ”

“ถ้าเธออยากได้เขาคืนละก็ เธอต้องเล่นตามเกมของฉัน”

“เกม? เกมอะไรของเธอ” กว่าครึ่งนาทีที่นางแบบสาวจะหาเสียงของตัวเองเจอ และเมื่อหามันเจอเธอก็ไม่ลังเลที่จะถามทันที ภัทรธิดาดึงแขนออกจากการเกาะกุมและก็พบรอยแดงเป็นปื้นจากการถูกบีบรัดด้วยมือเล็กของอีกฝ่าย

“ทำสิ!” พิชชาภรณ์สั่งพลางจ้องอีกฝ่ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ดูเหมือนนางแบบสาวจะไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่เธอแสดงออกแม้แต่น้อย ภัทรธิดากอดอกมองอีกฝ่ายอย่างท้าทายแม้ว่าจะถูกสั่งให้หวาดกลัวก็ตาม

เสียงที่ไม่เบาไปกว่าเสียงกระซิบทำให้คนที่ถูกขังอยู่ในรถไม่ได้ยินว่าสองสาวกำลังพูดคุยอะไรกัน แต่สิ่งที่เขาเห็นก็ทำให้เข้าใจได้ว่าสถานการณ์ตอนนี้กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเดาได้จากเสียงร้องของนางแบบสาวและรอยแดงที่เห็นได้ชัดตรงแขนนวลนั่น

“ทำไมฉันต้องทำตามที่เธอสั่งด้วย”

“เพราะถ้าหากเธอไม่ทำ ฉันก็จะทำแบบนี้ไง” ฝ่ามือเรียวยกขึ้นทันทีที่เห็นทางหางตาว่าชายหนุ่มกำลังเปิดประตูลงมาจากรถ พิชชาภรณ์ก็นับจังหวะในใจกะเวลาให้พอดีกับที่ร่างสูงจะก้าวมาถึง

หนึ่ง...สอง...และ...สาม

สิ้นคำว่าสามที่แอบนับในใจ ฝ่ามือเล็กก็ตวัดฟาดลงเต็มแรงหมายจะให้ถูกแก้มนวลที่ถูกแต่งแต้มไว้ด้วยเครื่องสำอางชั้นดีนั้นให้ได้ แต่ถูกมือใหญ่คว้าได้ทันก่อนที่จะมันประทุษร้ายร่างกายนางแบบตรงหน้าได้อย่างพอดิบพอดี

“นี่มันอะไรกัน!” เสียงเข้มร้องถาม ภัทรธิดาที่มั่นใจว่าตนเองจะถูกตบแน่ๆ ยกมือป้องกันค้างเติ่งด้วยความหวาดหวั่น ซึ่งเป็นสิ่งที่หญิงสาวอีกคนต้องการจะให้เป็นพอดี

พิชชาภรณ์ลอบยิ้มที่มุมปากก่อนจะเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ตวัดสายตาเขียวขุ่นมองคนที่มาห้ามอย่างไม่พอใจในสิ่งที่เขาทำ และนางแบบสาวก็ได้ทีเข้าออดอ้อนชายหนุ่มโดยไม่ต้องเสแสร้ง ร่างอวบอิ่มหลบฉากเกาะหลังเขาอย่างต้องการที่พึ่งพร้อมกับเอ่ยฟ้อง

“ช่วยแพทด้วยค่ะ แดน ผู้หญิงคนนี้จะทำร้ายแพท”

“คุณจะทำอะไรน่ะ เพลง” บุรินทร์หันมาถามเสียงดัง แต่คนตัวเล็กไม่เปิดปากตอบ มือบางสะบัดออกจากการควบคุมแล้วหันหลังเดินหนีไปที่รถ โดยไม่ลืมส่งสายตาตัดพ้อให้เขาพอเป็นพิธีก่อนลาจาก

 

ท่าทางกอดอก เชิดหน้า หลังตรง ไม่หันมามองเขา ทำให้บุรินทร์เริ่มสติแตกตามประสาผู้ชายที่ไม่เคยถูกผู้หญิงเมินเฉยมาก่อน

“เป็นบ้าอะไรของคุณอีกน่ะ เพลง หา!” เสียงเข้มตวาดลั่น

ถ้าเป็นยามปกติสิ่งที่เธอจะทำก็คือ หนึ่งเป็นหญิงสาวผู้อ่อนแอ ร้องไห้เงียบๆ แอบเช็ดน้ำตาบ้างเล็กน้อยให้เขารู้สึกร้อนใจ ซึ่งมันมักจะใช้ได้ในกรณีที่เขารู้สึกไหวเอนมาทางเธอกว่าครึ่ง หรือสองในกรณีที่เธอเป็นหญิงสาวผู้ไม่ยอมใคร เธอต้องหันไปโวยวายต่อว่าที่เขาปล่อยให้ผู้หญิงของตัวเองมาแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกับเธอ ซึ่งวิธีนี้ได้ผลดีและตรงประเด็นที่สุดหากจะเรียกร้องความสนใจ แต่ไม่ใช่กับผู้ชายที่ชื่อ บุรินทร์ ภักดีบุรมย์ พิชชาภรณ์จึงไม่เลือกทางใดเลยนอกจากเงียบ และปล่อยให้บรรยากาศมันอึดอัดต่อไปดังเช่นเคย สร้างความกดดันให้มากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะระเบิดมันออกมาในครั้งเดียวจนเขาตั้งรับไม่ทัน

ทันทีที่รถจอดสนิทหน้าคอนโดมิเนียมหรู พิชชาภรณ์ก็เปิดประตูลงจากรถไปโดยไม่เอ่ยคำใดออกมาแม้แต่คำเดียว ทิ้งให้คนขับนั่งมองตามอย่างหัวเสียที่อีกฝ่ายไม่ยอมพูดยอมจา

ก่อนหน้านี้ไม่นาน หลังจากที่พิชชาภรณ์หนีขึ้นรถไปเขาก็หันกลับไปเค้นเอาความจริงจากนางแบบสาว แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมตอบ นอกจากส่ายหน้าและทำท่าทางหวาดกลัวก่อนจะจากไปพร้อมดวงตาเศร้าสร้อย ที่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็อยากจะรู้ให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

โครม!

ประตูห้องถูกปิดตามหลังเสียงดังพอๆ กับอารมณ์ของคนปิด บุรินทร์ยืนจังก้าอยู่หน้าประตู โดยที่เบื้องหน้าของเขาคือหญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้หญิงคนล่าสุดกำลังยืนกอดอก เชิดหน้า หันหลังให้เขาอย่างถือดี อารมณ์ที่ตั้งใจว่าจะพยายามอดกลั้นก็ถึงกับขาดผึง

“คุณเป็นบ้าอะไรของคุณกัน พิชชาภรณ์!

เสียงตะโกนถามอีกเป็นครั้งที่สองดังขึ้นเบื้องหลัง พร้อมกับสรรพนามที่แตกต่างจากที่เคยทำให้คนถูกถามหันกลับมามองทั้งน้ำตานองหน้า บุรินทร์ ภักดีบุรมย์ ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเพลย์บอยชาดิกไปทั้งร่างตั้งแต่ได้สบดวงตาหวานแดงช้ำ หาเสียงไม่เจอเพราะยังตามไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้นกับอีกฝ่ายกันแน่ และยังไม่ทันที่เขาจะได้คิดหรือทำอะไรต่อ ร่างแบบบางก็ถลาเข้ามาใกล้แล้วดึงใบหน้าคมเข้าไปใกล้และกดจูบหนักๆ ลงบนริมฝีปากแดงสวยเกินสตรี

ริมฝีปากอิ่มแช่นิ่งชิดเรียวปากอุ่นหยักของเขาเป็นนานกว่าจะถอนออก หยาดน้ำใสกลิ้งตัวไหล่เอ่อเปรอะแก้มเนียนเร่งเร้าให้คนถูกจูบมีปฏิกิริยาสับสนมากขึ้นไปอีก บุรินทร์มองภาพนั้นนิ่ง และใบหน้าหวานก็ยื่นเข้ามาอีกเพื่อตอกย้ำให้เขาสับสน และเลี่ยงประเด็นที่เขาจะกล่าวหาเธอ ผู้ชายร้อยทั้งร้อยหากถูกเบี่ยงเบนประเด็นด้วยวิธีนี้รับรองว่าเป็นต้องมึนงงทุกราย

พิชชาภรณ์รุกร่างสูงจนแผ่นหลังแข็งแรงปะทะความเย็นชืดของประตูไม้หน้าห้อง เรียวลิ้นเล็กๆ พยายามซอกซอนเข้าไปภายในโพรงปากอบอุ่น และครั้งนี้ร่างสูงตอบรับและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มือน้อยเลื่อนลงมาตามซอกคอและไหล่บึกบึน ลูบไล้แผ่นอกหนาหวังกระตุ้นเร้าให้เขาตอบสนองและลงเพริดไปกับสัมผัสของเธอ

แม้จะยังมึนงงว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สัมผัสชวนวาบหวามและเชิญชวนอย่างไร้เดียงสาก็ทำให้ความอดทนที่มีอยู่อย่างจำกัดของเขาสิ้นสุดลง บุรินทร์ตวัดแขนโอบร่างเล็กเข้ามาแนบชิด มือหนาเลื่อนขึ้นสัมผัสแผ่นหลังบอบบางและลูบไล้ผิวขาวเนียนที่โผล่พ้นเสื้อตัวสวยตอบแทนในสิ่งที่เธอทำไม่ต่างกัน

ริมฝีปากหยักอุ่นเปลี่ยนเป็นฝ่ายคุมเกมกลับ เป็นนานกว่าที่เขาจะยอมผละห่าง ลมหายใจร้อนของร่างเล็กบวกกับรอยเปรอะเปื้อนบนใบหน้าสวยทำให้บุรินทร์ใจอ่อนยวบ ข้อนิ้วแกร่งเกลี่ยหยดน้ำตาออกให้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะก้มลงชิมรสเค็มปร่าของมันด้วยจุมพิตแผ่วเบา

“ผม...ผมขอโทษ”

เสียงแหบห้าวกระซิบชิดข้างแก้มเนียน ก่อนจะเงียบลงเมื่อคนตัวเล็กที่สะอื้นน้อยๆ นั้นปิดมันด้วยจุมพิตแสนหวานอีกครา คราวนี้มีเพียงความอ้อยอิ่งที่หอมหวานและรัญจวนใจที่ทั้งสองร่วมกันถักทอขึ้น

แขนแข็งแรงช้อนร่างงามเดินตรงไปที่โซฟาตัวใหญ่กลางห้อง เมื่อวางร่างนั้นลงนอนราบก็ไม่รอช้าที่จะโน้มลงไปทาบทับ เฝ้าเพียรจุมพิตกายงามด้วยอารมณ์หลงเพริดในแรงเสน่หาแสนรัญจวญ กว่าบทเพลงที่บรรเลงจะจบลงบุรินทร์ก็หลงลืมไปเสียแล้วว่าเมื่อชั่วโมงก่อนมันเกิดอะไรขึ้น

ชายหนุ่มซบหน้าลงบนทรวงอกอุ่น หอบหายใจแรงเหมือนเพิ่งเสร็จจากการวิ่งในระยะทางที่ไกลแสนไกล พิชชาภรณ์ลูบผมเขาแผ่วเบาและไล้ฝ่ามือไปตามแก้มสากอย่างแสนรัก เมื่อเบี่ยงเบนประเด็นให้เขาหลงลืมรายละเอียดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนได้เรียบร้อยเธอก็เริ่มเข้าสู่แผนการปิดฉากละครของวันนี้เสียที

น้ำตาใสๆ เอ่อคลอขังหน่วยนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม ทำให้คนที่เพิ่งสุขสมจากบทรักเร่าร้อนและเงยหน้าขึ้นมองต้องฉงน ร่างสูงยืดตัวขึ้นทาบทับร่างเล็กก่อนจะเบียดชิดลงนอนตะแคงเคียงข้าง มือหนาโอบประคองร่างเปล่าเปลือยเข้ากอดแนบแน่น

“ร้องไห้ทำไมครับคนดี” เขาเอ่ยพลางกรีดหยาดน้ำตาออกให้อย่างอ่อนโยน

“คุณเห็นเพลงเป็นแค่เพียงผู้หญิงขายตัวหรือเปล่าคะ” หมัดขวาหมัดแรกถูกปล่อยออกไป หญิงสาวจ้องใบหน้าคมคายอย่างเฝ้ารอคำตอบที่เขาจะเอ่ย เธอกำลังลุ้นว่าเขาจะตอบว่าอย่างไร และในทางกลับกันใบหน้าสวยที่จ้องมองอยู่นั้นก็ทำให้คนถูกถามรู้สึกยุ่งยากใจไม่น้อยที่จะเอ่ยตอบ

“ทำไมคุณถามผมอย่างนั้น”

บุรินทร์เลือกที่จะถามกลับมากกว่าตอบคำถามของเธอ พิชชาภรณ์ปัดมือที่กุมแก้มเนียนออกห่างและพลิกหันหลังให้ด้วยท่าทางที่เย็นชา แผ่นหลังเนียนขยับลุกขึ้นนั่งห้อยขาบนโซฟาตัวใหญ่ แล้วก็หยิบชุดกระโปรงที่เธอถอดทิ้งไว้ขึ้นมาปิดบังร่างเปลือย พร้อมกับควานหาชุดชั้นในที่เขาถอดออกมาใส่เงียบๆ ท่ามกลางความมึนงงของคนมอง แล้วก็ลุกขึ้นเดินไฃหนีไปเฉยๆ

“เพลง!” ร่างสูงได้แต่ร้องเรียกตามหลัง

พิชชาภรณ์ยืนกอดอกพิงกระจกใสมองทิวทัศน์ยามอัสดงของเมืองหลวงเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง มือใหญ่คว้ากางเกงมาสวมลวกๆ แล้วเดินเข้าไปหา แขนแกร่งยกขึ้นโอบรอบร่างหญิงสาวไว้หลวมๆ แล้วจุมพิตบนไหล่มน

“มีอะไรหรือเปล่าคนดี”

ท่าทางกรีดน้ำตาด้วยปลายนิ้วทำให้คนมองอดที่จะรู้สึกสะท้อนใจไม่ได้ เธอไปเจออะไรมา เหตุใดจึงถามเขาด้วยคำถามแปลกๆ และมันเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวันหรือไม่ ชายหนุ่มได้แต่เก็บความสงสัยไว้ไม่กล้าถาม กลัวว่ามันจะทำให้เธอรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิม

“คุณใช้เงินซื้อฉัน ที่คุณมีอะไรกับฉันก็เพราะคุณเห็นฉันเป็นผู้หญิงขายตัวเหมือนที่ผู้หญิงคนนั้นบอก” เสียงหวานเจือสะอื้อนออกมาอย่างอัดอั้น ร่างบางหมุนตัวกลับมาเผชิญกับเจ้าของอ้อมแขนแกร่งทั้งน้ำตานอง “และคุณก็ทำอย่างที่ผู้หญิงคนนั้นบอกจริงๆ คุณแค่ต้องการร่างกายของฉัน”

“เดี๋ยวเพลง! ผมงงไปหมดแล้วว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ ผมไม่เคยมองว่าคุณเป็นผู้หญิงขายตัวเลยนะ”

ร่างเล็กเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนของเขา ขาเรียวเดินไปหยิบซองสีขาวที่บุรินทร์จำได้ว่าเธอรับมาจากเพื่อนเมื่อตอนกลางวัน พิชชาภรณ์ปามันใส่ใบหน้าของเขาเต็มแรง

“แล้วถ้าอย่างนั้นลายเซ็นบนเช็คใบนี้มันหมายความว่ายังไง”

เขาก้มลงเก็บมันขึ้นมาเปิดดูช้าๆ ลายเซ็นที่มุมล่างขวาเป็นชื่อของเขา สายตาคมเลื่อนขึ้นมองชื่อผู้ถือด้านบนก็ปรากฏเป็นชื่อของผู้ชาย นายปกรณ์ ตันตระกูล

“ชื่อของเพื่อนสนิทฉัน เขาบอกว่าคุณให้นี่กับเขาในวันที่เราเจอกันครั้งแรก” น้ำเสียงสั่นไหวทำให้คนฟังอดที่จะสะเทือนใจตามไปด้วยไม่ได้ “ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำกับฉัน เพื่อให้ผู้หญิงโง่ๆ คนนี้ยอมพลีกายให้กับคุณ ทั้งหมดมันก็แค่คำหลอกลวง คุณทำกับฉันอย่างนี้ได้ยังไง”

“เพลง มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะ” เขาพยายามที่จะขอร้องให้เธอฟังเขาพูดสักนิด เขาสั่งจ่ายเช็คใบนี้จริง ลายเซ็นนี่เป็นของเขาอย่างแน่นอน แต่คนที่ให้เช็คใบนี้กับเพื่อนสนิทที่เธอเอ่ยถึงไม่ใช่เขา และคนที่จะทำอย่างนี้ได้ก็มีเพียงสิงขรที่ทำหน้าที่ถือสมุดเช็คและลายเซ็นที่เขาลงลายมือชื่อให้พร้อมสำหรับการสั่งจ่าย

“เด็กใหม่หรือคะ แดน คนนี้หมดไปเท่าไหร่ล่ะคะ”

ประโยคคุ้นหูที่เจ้าตัวหมายจะรื้อฟื้นความทรงจำให้กับอีกฝ่าย น้ำเสียงเยาะเย้ยประชดประชันทำให้คนฟังหน้าถอดสี ทั้งหยาดน้ำใสราวกับสั่งได้นั้นก็ยังคงไหลรินไม่ขาดสาย มือบางยกขึ้นเช็ดมันออกลวกๆ ราวกับไม่ใส่ใจ แต่ทุกการกระทำเธอจ้องมองเขาไม่วางตา

พิชชาภรณ์มองหน้าซีดเผือดของเขาอย่างพอใจ แต่ต้องเก็บซ่อนอาการนั้นไว้ภายใน เพราะสิ่งที่เธอจะแสดงออกได้มีเพียงอย่างเดียวคือ บทนางเอกเจ้าน้ำตาตัดพ้อพระเอกให้เขาง้องอน

“ฉันก็คงเป็นแค่เด็กใหม่ของคุณอย่างที่ผู้หญิงคนนั้นบอก คุณถึงไม่ปกป้องฉันตอนที่ฉันถูกต่อว่า คุณไล่ฉันขึ้นรถเพื่อตัดปัญหา” ร่างเล็กสะอื้อฮักทั้งที่ความจริงกำลังคิดหาคำพูดเพื่อให้เขารู้สึกผิด “ไม่นานเมื่อคุณเบื่อ ได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ คุณก็จะเขี่ยฉันทิ้งไม่ต่างจากขยะชิ้นหนึ่ง”

“ไปกันใหญ่แล้ว เช็คนี่ผมให้นายหินไว้สำหรับสั่งจ่ายเมื่อผมไม่อยู่ ผมไม่เคยคิดที่จะซื้อคุณหรือมองคุณเป็นผู้หญิงขายตัวเลยนะ สำหรับผู้หญิงคนนั้นผมยอมรับว่าเคยมีอะไรกับเขาจริง แต่ตอนนี้ผมมีแค่คุณนะเพลง” น้ำเสียงในตอนท้ายนั้นเว้าวอนขอร้องให้เธอเชื่อ

ผมอยากเริ่มต้นกับคุณ อยู่ๆ ประโยคนี้ก็แวบเข้ามาในความคิดแต่บุรินทร์เลือกที่จะเก็บมันไว้ในใจเมื่อคิดว่ามันยังเร็วเกินไปที่จะเอ่ยมัน

บุรินทร์หลับตาสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังตีตื้นขึ้นมา เขาไม่ชอบผู้หญิงขี้โวยวายและไม่มีเหตุผล และหญิงสาวก็เห็นเข้าพอดี ริมฝีปากล่างถูกขบเม้ม เธอต้องคิดวิธีเพื่อจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้า แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรออก ข้อมือเรียวก็ถูกเขากุมไว้

“ผมมีบางอย่างอยากให้คุณดู”

บุรินทร์ฉุดมือบางไปทางห้องพักที่เขาเคยใช้เป็นห้องร่วมรักกับหญิงสาวมานับไม่ถ้วน เขาใช้มือผลักประตูเปิดออกกว้างเพื่อให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน ห้องสีขาวโล่งๆ ไร้ซึ่งเฟอนิเจอร์คือสิ่งที่เธอเห็น พิชชาภรณ์ยกมือเรียวขึ้นปิดปากแน่น น้ำตาที่สั่งให้ไหลรินเมื่อครู่สามารถออกมาเองโดยไม่ต้องสั่งเมื่อสิ่งที่เธอรู้สึกตอนนี้คือความตื้นตันจริงๆ แขนแกร่งโอบร่างเล็กเข้าสู่อ้อมกอด

“คุณเคยบอกว่าไม่อยากใช้ของที่คนอื่นเคยใช้” ดวงหน้างามเงยขึ้นมองคนพูดอย่างตั้งใจ “คุณจะตกแต่งห้องนี้ใหม่อีกครั้งได้มั้ย”

“แดน!” หญิงสาวครางชื่อเขาอย่างไม่เชื่อหู

“ย้ายมาอยู่กับผมนะ”




ฝากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

86 ความคิดเห็น