แผนลับจับรัก

ตอนที่ 9 : บทที่ 4 สัญญางานแต่ง2 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 244
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    10 เม.ย. 63







บทที่ 4 สัญญางานแต่ง (2)

“คิดว่ามุกตื้นๆแบบนี้จะทำให้น้องปรางหลงกลหรือไงคะ”

เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทันหลังจากการแสดงละครของบิดาและพี่ชายทั้งสองจบลง ดวงตาคู่สวยตวัดมองทุกคนด้วยความไม่พอใจ ส่งผลให้ใบหน้าเรียวรูปไข่ที่ตกแต่งไว้อย่างประณีตงอง้ำ ริมฝีปากสีเชอรี่ที่เม้มแน่นรับกับจมูกโด่งเชิดขึ้นน้อยๆ ลักษณะที่บอกให้รู้ว่าเป็นคนเอาแต่ใจ แต่กระนั้นทุกอย่างที่หญิงสาวแสดงออกก็ยังคงน่ามองจนเสียงเย็นๆ นั้นไม่สามารถทำอะไรสามหนุ่มเบื้องหน้าได้

“มุกอะไรที่ไหนกันยายน้อง เราน่ะคิดมาก มาช่วยพี่กับคุณป๋าคิดดีกว่าว่าจะทำอย่างไรกันต่อไปดี” ปฐพีเอ่ยชวนพร้อมกวักมือเรียกน้องน้อยให้เข้าไปใกล้

ลักษณะท่าทางไม่เหมือนคนที่กำลังมีปัญหาแม้แต่นิดและนั่นยิ่งทำให้ปรางรวีฉุนกึก ใบหน้าสวยเริ่มแดงจัดเพราะอารมณ์โกรธยิ่งคิดถึงเหตุการณ์เมื่อสิบห้านาทีก่อนด้วยแล้วยิ่งโมโหบิดาที่เป็นถึงผู้บังคับการตำรวจนครบาล พี่ชายคนโตที่ติดยศรองผู้กำกับการกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด แล้วไหนจะพี่ชายคนรองผู้กองจากรั้วจักรดาวอีก แค่คิดถึงก็รู้สึกกรุ่นๆ ขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

สิบห้านาทีที่แล้ว

ภายในห้องนั่งเล่นถูกสมาชิกรุ่นใหญ่อย่างพลตำรวจเอกไพโรจน์ พันตำรวจโทปฐพีและร้อยเอกปฐวีครอบครองมากว่าสิบนาทีแล้วหลังจากที่ประมุขของบ้านอัครบวรเวชประกาศลั่นว่าจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดกับลูกสาวเพียงคนเดียว สามหนุ่มต่างวัยนั่งมองกระดาษเอกสารขนาดเอสี่ตรงหน้าด้วยท่าทางคิดหนัก

หลังจากบวกลบคูณหาร ตรองจนแน่ใจมือใหญ่ที่กำปากกาด้ามทองไว้แน่นของพลตำรวจเอกไพโรจน์ อัครบวรเวชก็ค่อยๆ จรดตวัดลายมือชื่อลงไปเป็นขั้นตอนสุดท้าย

“เฮ้อ...”

เสียงถอนหายใจยาวของสามพ่อลูกดังขึ้นพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ราวกับว่าภูเขาลูกหย่อมได้ถูกยกออกไปจากอกก็ไม่ปาน

พลตำรวจเอกไพโรจน์หยิบกระดาษที่มีคำว่า สัญญาเงินกู้อยู่บนกลางหน้ากระดาษขึ้นมาเชยชมพร้อมกับอมยิ้มน้อยๆ เมื่อมาตรการขั้นเด็ดขาดคือการรวบหัวรวบหาง ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จและทำทุกวิธีทางเพื่อให้ลูกสาวสุดที่รักได้ลงเอยกับลูกชายของเพื่อนสนิทอย่างเจ้าสัวธนพัฒน์ศุภวณิชย์

“คุณป๋าแน่ใจนะครับว่าวิธีนี้จะทำให้ยายน้องเชื่อ” ปฐวีที่ยังไม่มั่นใจกับแผนการของบิดาและพี่ชายนักขัดขึ้น มือที่ยกชื่นชมสัญญาเงินกู้ที่เพิ่งทำขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ ลดต่ำลงก่อนจะค่อยๆ หันมามองลูกชายคนรองอย่างเอาเรื่อง

“ป๋าแน่ใจสิ เพียบพร้อมไปด้วยพยานและหลักฐาน ยายน้องไม่มีทางจับได้แน่นอน”

“แต่คุณป๋าก็อย่าลืมนะครับว่ายายน้องเป็นลูกสาวผู้บังคับการตำรวจนครบาล” ปฐวียังคงห่วงเพราะเขารู้ดีว่าการถูกจับแต่งงานมันคือมหาวินาศภัยระดับชาติ และยิ่งเป็นปรางรวีหญิงสาวที่แสดงความรู้สึกนึกคิดออกมาทันทีตามที่ตนรู้สึกต้องอาละวาดบ้านแตกอย่างแน่นอน

“เราก็อย่าลืมว่าที่นั่งอยู่ตรงหน้าเรานี่ผู้บังคับการตำรวจนครบาล” ท่านชี้หน้าอกตัวเองแรงๆ ก่อนจะหันไปหาลูกชายคนโตที่นั่งเคียงข้าง “และนั่นรองผู้กำกับปฐพีแห่งกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ ยายน้องไม่มีทางจับได้แน่นอน ป๋ารับประกัน”

“แต่ผมว่าเราน่าจะลองคุยกับยายน้องกันดูก่อนนะครับ”

“เอ๊ะ! เจ้าปลาย เราเป็นอะไรนักหนา วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้คนดื้อด้านอย่างน้องสาวเรายอม เราก็รู้ถึงยายน้องจะขี้วีน เหวี่ยงไม่เลือก ดูเป็นผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเองสูงและไม่เกรงกลัวใครแต่ยายน้องก็เป็นคนรักครอบครัวมากเป็นอันดับหนึ่ง ถ้าเราสามคน ป๋า เจ้าต้น และเราร่วมมือกันยังไงยายน้องก็ไม่กล้าลุกขึ้นมาอาละวาดแน่”

“พี่สนับสนุนคำพูดของคุณป๋าทุกคำ” ปฐพีที่นั่งเงียบฟังมาตั้งแต่ต้นว่าขึ้น

“ก็ใช่สิครับ เพราะแผนการทุกอย่างพี่ต้นเป็นคนคิด ผมรู้นะว่าพี่ต้นกำลังมีแผนการสานสัมพันธ์ต่อกับลูกสาวบ้านนั้น ก็เลยเอายายน้องเป็นหมากเพื่อให้ตัวเองได้เข้าใกล้เขาใช่มั้ยล่ะ” น้องชายได้ทีรีบสวนกลับ แต่ยังไม่ทันที่ปฐพีจะได้ตอบโต้ จ่าวินัยก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานสถานการณ์

“นายครับนาย คุณน้องปรางเปิดประตูห้องออกมาแล้วครับ”

“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าเพิ่งทะเลาะกัน ทำตามแผนได้แล้ว ประจำที่ๆ” พลตำรวจเอกไพรโรจน์ไล่ลูกชายทั้งสองให้เข้ามุมที่ตกลงกันเอาไว้ “ทุกหน่วยพร้อม!

จบประโยคคำสั่งทุกคนต่างมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทันทีพลตำรวจเอกไพโรจน์ทำทีเป็นยืนกุมขมับอยู่บริเวณหน้าประตูเพื่อให้ปรางรวีสังเกตเห็นได้โดยง่าย ขณะที่สองหนุ่มอัครบวรเวชแยกนั่งบนโซฟาคนละตัวพร้อมกับแสดงสีหน้าที่ราบเรียบและเคร่งเครียดจนบรรยากาศภายในห้องอึดอัด อุณหภูมิก็ลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด จ่าวินัยที่รู้ถึงแผนการมาโดยตลอดยังเชื่อสนิทใจว่าเวลานี้เกิดปัญหาใหญ่จนคิดไม่ตกแก่คนทั้งสาม แล้วเหตุใดปรางรวีที่เดินลงบันไดมาถึงชั้นล่างจะไม่รู้สึก

ขาขาวภายใต้กางเกงขาสั้นสีขาวเยื้องย่างเลี้ยวเข้าห้องนั่งเล่นด้วยความเคยชิน เพราะวันหยุดเช่นนี้บิดาและพี่ชายมักจะใช้เวลาร่วมกันตามประสาพ่อลูกที่นี่เสมอ แต่บรรยากาศกลับไม่เป็นเหมือนดังเคย เท้าที่กำลังก้าวเข้ามาในห้องจึงชะงักค้าง ดวงตากลมหวานไล่กวาดมองทุกคนด้วยความสงสัย จ่าวินัยโค้งคำนับให้กับเธอและเผ่นหายไปราวกับบอกเป็นนัยๆ ว่านี่คือเรื่องในครอบครัว

“มีอะไรกันหรือเปล่าคะคุณป๋า”

พลตำรวจเอกไพโรจน์เงยหน้าขึ้นมองบุตรสาวเพียงเล็กน้อยก่อนจะเมินไปทางอื่นราวกับไม่กล้าพอที่จะสบตาคนเป็นลูก และนั่นยิ่งทำให้คิ้วเรียวโค้งเป็นคันศรขยับยกด้วยความสงสัยมากขึ้นไปอีก ใบหน้าหวานจึงเบนสายตาไปทางพี่ชายทั้งสองที่นั่งก้มหน้านิ่งในอากัปกิริยาที่เคร่งขรึมไม่แพ้กัน

“พี่ต้น พี่ปลาย เกิดอะไรขึ้นคะ”

สองพี่ชายรีบหลบสายตาจับผิดของคนเป็นน้อง ทำให้ปรางรวีเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ดวงตาคู่สวยหันเหความสนใจกลับมาที่บิดาอีกครั้ง โดยที่ครั้งนี้ไล่สำรวจทุกอย่างที่อยู่รายรอบในสถานที่เกิดเหตุอย่างถี่ถ้วนทุกซอกทุกมุมและพบเข้ากับวัตถุบางอย่าง

“เอกสารอะไรเหรอคะคุณป๋า” หญิงสาวยังคงพยายามสวมบทนักสืบถือวิสาสะยื่นมือเข้าไปหมายจะดึงเอกสารฉบับดังกล่าวออกมาดูแต่พลตำรวจเอกไพโรจน์กลับเบี่ยงไปอีกทางคล้ายไม่ต้องการให้ลูกสาวได้เห็นมัน

“ไม่มีอะไรหรอกลูก หนูเพิ่งลงมา หิวมั้ย อยากกินอะไรหรือเปล่าเดี๋ยวป๋าสั่งเด็กให้”

ท่าทางเอาอกเอาใจมากเกินความพอดีในสถานการณ์เช่นนี้ยิ่งทำให้สาวสวยอยากรู้เรื่องราวความเป็นไปเท่าทวีคูณ

“ไม่ค่ะ น้องปรางไม่หิว” ปฏิเสธเสียงเรียบสายตาจ้องจับผิดเหมือนนักล่าเฝ้ามองกิริยาของเหยื่อก่อนจะตะปบโดยที่หารู้ไม่ว่าท่าทางทั้งหมดคือสิ่งที่บิดาจัดฉากมาเพื่อเธอทั้งนั้น “น้องปรางอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นมากกว่า”

“ไม่มีอะไรหรอกลูก หนูคิดมากไปหรือเปล่า” ว่าพร้อมกับใช้มือข้างที่ว่างลูบศีรษะลูกสาวแผ่วเบา ดวงตาคมเข้มดูอ่อนล้าน้ำตาที่เอ่อขึ้นมาขังขอบหน่วยทำให้คนมองหายใจไม่ทั่วท้อง รู้สึกติดขัดไปเสียหมด อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นเมื่อยังไม่ได้คำตอบในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

พลตำรวจเอกไพโรจน์หมุนตัวกลับในลักษณะที่จงใจให้บุตรสาวได้มองตาม ขายาวภายใต้กางเกงสีเข้มค่อยๆ ก้าวไปยังมุมห้องที่มีตู้เก็บเอกสาร ร่างที่เคยสูงสง่าเดินไหล่ตกจนไม่เหลือเค้าสุภาพบุรุษแดนสามพรานที่ปัจจุบันเป็นถึงผู้บังคับการตำรวจนครบาล

“คุณป๋าคะ”

ปรางรวีเดินตามหลังผู้เป็นพ่อไม่ยอมห่าง ขณะที่สองหนุ่มเฝ้าลุ้นระทึกว่าบิดาจะตีบทแตกหรือไม่ และทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน เมื่อมือเรียวคว้าหมับที่แขนแกร่งของบิดาไว้ได้ทัน “เกิดอะไรขึ้นคะ น้องปรางรู้ไม่ได้หรือคะ”

“ไม่ใช่ลูกไม่ใช่ พ่อรักหนูมากที่สุด พ่อไม่อยากให้หนูต้องคิดมากก็เลย...”

“ก็เลยไม่ยอมบอก” ต่อคำให้อย่างรู้ทัน ร่างบางถอนหายใจยาว “คุณป๋าขา เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะคะ ถึงน้องปรางจะช่วยอะไรไม่ได้ แต่น้องปรางช่วยรับรู้ได้นะคะ”

“บอกยายน้องเถอะครับคุณป๋า” ปฐพีที่รอโอกาสนี้มานานเอ่ยขึ้นคล้ายช่วยตัดสินใจให้บิดาแต่ความเป็นจริงแล้วเขาแค่รอเวลาให้น้องสาวรู้สึกอยากรู้สิ่งที่ทุกคนปกปิดไว้มากๆ เท่านั้น

“ป๋าไปกู้เงินเพื่อนสนิทมา” คำบอกเล่าจากปากของผู้เป็นบิดาทำให้ปรางรวีนิ่งคิดตาม มืออวบหนาฉุดข้อมือเรียวให้เดินตามมานั่งที่โซฟากลางห้องเพื่อให้ง่ายต่อการร่ายเรื่องราวที่อุปโลมไว้ ซึ่งปรางรวีก็เดินตามมานั่งข้างบิดาอย่างว่าง่าย และพร้อมที่จะรับฟังทุกเรื่องราวซึ่งเธอเดาว่ามันคงไม่ได้ร้ายแรงเท่าใดนัก

“กู้เงิน กู้มาทำไมคะ แล้วกู้มาเท่าไหร่” คำถามหนึ่งชุดทำให้คุณไพโรจน์ใจชื้นขึ้นมาที่อย่างน้อยลูกสาวก็แสดงท่าทีใคร่รู้อย่างเห็นได้ชัด

“ห้าสิบล้าน”

“อ้อ...ห้าสิบล้าน อะไรนะคะ ห้าสิบล้านหรือคะ” ปรางรวีพยักหน้ารับหงึกหงักในตอนแรกก่อนจะถามเสียงหลงในตอนท้ายเมื่อคิดได้ว่าจำนวนเงินดังกล่าวไม่น้อยเลย ท่านพยักหน้ายอมจำนนอย่างรู้สึกผิด ดวงตากลมหวานเบิกกว้าง “เงินตั้งมากมายขนาดนั้นคุณป๋ากู้มาทำไมคะ”

“ป๋า...เอ่อคือ”

“คุณป๋าครับ”

ปฐพีแสร้งทำเป็นเคาะที่นาฬิกาบนข้อมือเพื่อบอกเวลาว่าไม่ควรออกนอกเรื่องไปมากกว่านี้ก่อนจะหันมาทางน้องสาวและเอ่ยเสียงเครียด “ฟังคุณป๋าก่อนนะปรางรวี”

“ป๋ากู้มาว่าจะลงทุนทำธุรกิจกับคนรู้จัก กะเอาไว้ใช้ตอนเกษียณ จะได้ไม่เป็นภาระของหนูกับพี่ๆ แต่...”เสียงขาดหายไปเล็กน้อยเพื่อให้ลูกสาวกระวนกระวายใจมากยิ่งขึ้นและมันก็ได้ผล ปรางรวีนั่งไม่ติด “มันเจ๊ง”






อีบุ๊ครอกันอีกนิดนะคะที่รัก จุ๊บๆ

ขอฝากนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ บ้านสินิท-สิริน ร่วมโปร meb E-book Fair 2020 - สัปดาห์หนังสือที่บ้าน ลดทั้งร้านกว่า 30% นะยูว์ 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น