แผนลับจับรัก

ตอนที่ 8 : บทที่ 3 สัญญางานแต่ง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 271
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    9 เม.ย. 63



 

“อะไรนะครับ แต่งงาน”

เสียงที่บ่งบอกว่าไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยินดังขึ้นเมื่อบิดาที่นั่งอยู่บนโซฟาไม้แกะสลักรูปลายมังกรผงาดอยู่เบื้องหลังกล่าวประโยคยืดยาวจบลง หลังจากที่เมื่อเกือบหนึ่งชั่วโมงก่อนธีรเทพเหยียบบีเอ็มดับเบิลยูสปอร์ตสีบรอนซ์รุ่นใหม่ล่าสุดมาถึงบ้านเพื่อสอบถามความจริงจากธีรดาว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อเขาเอ่ยปากถามหาพี่สาวก็ได้รับคำตอบจากพี่ชายคนโตว่าเจ้าสัวธนพัฒน์ผู้เป็นพ่อต้องการคุยด้วย และทุกอย่างก็เป็นอย่างที่เห็นในตอนนี้ เขายืนค้ำศีรษะผู้เป็นบิดาขณะที่พี่ชายทั้งสองนั่งขนาบข้างอยู่ที่โซฟาเดี่ยวคนละตัว บรรยากาศเงียบเชียบจนชวนอึดอัด

“กับใครก็ไม่รู้นี่นะครับป๊า”

“ใครก็ไม่รู้ที่ไหนกัน ลูกสาวเพื่อนสนิทของป๊าเอง”

เจ้าสัวธนพัฒน์พยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ แต่ท่านไม่บอกลูกชายสุดที่รักหรอกว่าเพื่อนสนิทที่ท่านกล่าวถึงนั้นคือคนที่ไม่ได้เจอกันมาสิบกว่าปี แต่เพิ่งมีโอกาสได้มาเจอกันอีกครั้งเมื่อทั้งท่านและอีกฝ่ายได้มีโอกาสไปออกรอบตีกอล์ฟด้วยกันเมื่อหลายเดือนก่อน เพราะต่างก็เสียภรรยาอันเป็นที่รักไปด้วยกันทั้งคู่ และยังเคยเกือบได้เกี่ยวดองกัน แต่ก็เกิดปัญหาขึ้นเสียก่อน ทำให้เมื่อเจอกันอีกครั้งจึงมีเรื่องราวมากมายเล่าสู่กันฟังและเรื่องที่เป็นหัวข้อที่มักจะหยิบขึ้นมาคุยกันก็ไม่พ้นเรื่องของลูกชายคนเล็กอย่างธีรเทพ ความไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวทำให้ท่านหนักใจ สุดท้ายก็มีโอกาสได้หาทางออกร่วมกัน

“ลื้อนั่งลงก่อนนะอาตี๋เล็ก ใจเย็นๆ แล้วฟังป๊าให้ดีๆ”

“ไม่ครับ ผมไม่ฟัง” เสียงทุ้มของคนเป็นลูกขัดขึ้นกลางลำ “ป๊าจะมาบงการชีวิตของผมแบบนี้ไม่ได้นะครับ ผมไม่ยอม เฮียพงษ์ เฮียพล ช่วยผมหน่อยสิครับ” ประโยคหลังหันไปขอความช่วยเหลือจากพี่ชายทั้งสองที่ถอดเค้าโครงหน้ามาไม่ต่างกัน แต่แทนที่จะได้รับความช่วยเหลือ ทั้งสองเฮียกลับนั่งนิ่ง

“เฮียเห็นด้วยกับป๊านะ ถ้าไม่อยากทำงานก็มีครอบครัวจะได้เป็นผู้ใหญ่เสียที” ธีรพงษ์ว่าเอื้อยๆ ไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับปัญหาของผู้เป็นน้องแม้แต่นิด และแน่นอนว่าธีรเทพขัดหูกับคำว่า เป็นผู้ใหญ่เสียทีของผู้เป็นพี่ขึ้นมาติดหมัด กับอีแค่เขาไม่อยากทำงานเพราะกว่าจะเรียนจบก็ใช้เวลานานกว่าชาวบ้านเขาก็ตั้งหลายปีจะขอพักสมองหน่อยสักสองสามปีไม่ได้เชียวหรือ ทำไมต้องอยากให้เขาทำงานกันนัก แล้วยังวิธีแก้ปัญหาที่บิดาเสนอมานี่อีก แต่งงานมันจะทำให้เขาเป็นผู้ใหญ่ได้ยังไงในเมื่อสุดท้ายก็ยังคงต้องขอเงินที่บ้านใช้อยู่ดี

“การแต่งงานไม่ใช่ว่าจะทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น” น้องชายเถียงและหันไปถามหาพี่สาวเพียงคนเดียวจากพี่ชายอีกคนแทน “แล้วเจ๊หยีล่ะครับเฮียพล เจ๊หยีอยู่ไหน”

“นายโตแล้วนะเทพ ยี่สิบหกแล้ว เรียนก็จบแล้ว จะวิ่งตามเจ๊หยีต้อยๆ เหมือนเด็กๆ ไม่ได้อีกแล้ว” ธีรพลพยายามใช้น้ำเสียงราบเรียบให้ดูเป็นการเป็นงานเพื่อตัดหนทางที่เห็นลิบๆ ว่าน้องชายกำลังหาตัวช่วย ซึ่งตัวช่วยอย่างธีรดาก็พร้อมที่จะกางแขนปกป้องน้องชายคนเล็กราวกับไข่ในหินก็ไม่ปาน ดังนั้นเขาจะให้พี่สาวออกมาปกป้องน้องชายในตอนนี้ไม่ได้โดยเด็ดขาด “ที่สำคัญการแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อให้นายเป็นผู้ใหญ่หรืออะไรทั้งนั้น แต่มันคือการช่วยครอบครัวของเรา ตระกูลศุภวณิชย์ต้องการความช่วยเหลือจากนาย” ฝ่ายการตลาดของโรงทอศุภวณิชย์พยายามใช้น้ำเสียงที่ราวกับกำลังเจรจาธุรกิจพูดต่อไป “เงินที่นายเอาไปผลาญเล่น เปลี่ยนรถใหม่เกือบทุกเดือน ใช้หว่านผู้หญิงอยู่ทุกวันนั่นไงล่ะ เราจะถูกเขาฟ้องเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ กิจการก็เปลี่ยนไปจากแต่ก่อนมาก ส่งเสียให้นายเรียนมหาลัยมาตั้งแปดปีไม่คิดที่จะช่วยเหลือครอบครัวเราบ้างเลยหรือยังไง”

“ช่วยครอบครัว!” เสียงทุ้มบ่งบอกว่าสงสัยไม่น้อยกับสิ่งที่พี่ชายเอ่ยออกมา ถึงแม้ว่าจะจับใจความไม่ค่อยได้เท่าใดนักก็ตาม “หมายความว่ายังไงครับ”

ไม่ใช่แค่ธีรเทพที่สงสัยกับประโยคยืดยาวเมื่อครู่ ทั้งเจ้าสัวธนพัฒน์และธีรพงษ์เองก็สงสัยไม่ต่างกัน ดังนั้นตอนนี้จุดที่สามหนุ่มแห่งศุภวณิชย์กำลังมองก็คือใบหน้าของลูกชายคนกลางอย่างธีรพลที่ยังคงนิ่งเงียบและถอนหายใจเบาๆ คล้ายกำลังหนักใจในอะไรบางอย่าง

“ตั้งแต่นายยังไม่เกิด ตอนนั้นป๊าอยากจะขยายธุรกิจจึงไปกู้เงินจากเพื่อนของป๊าคนนี้มาสิบล้าน เอามาเปิดโรงทอและขยายกิจการ ตอนนั้นมันก็มากอยู่แล้วผ่านมาเกือบสามสิบปีดอกเบี้ยทบต้นทบดอก อย่าให้พี่พูดเลย ตอนนี้แค่จะจ่ายดอกเบี้ยเขาก็ยังแทบไม่พอ”

“สิบล้าน! นี่ครอบครัวเราเป็นหนี้เหรอครับป๊า” ธีรเทพหลงกลอย่างง่ายดายเมื่อคำพูดและน้ำเสียงของพี่ชายมีความน่าเชื่อถือตามแบบฉบับนักการตลาดฝีมือดี

ท่าทางเจ้าสัวธนพัฒน์ดูโล่งใจไม่น้อยที่เห็นท่าทางกระวนกระวายของลูกชายคนเล็ก และเมื่อลูกชายคนกลางปูทางไว้เช่นนี้ให้ท่านก็รีบสานต่อทันที

“ใช่ ป๊าถึงอยากให้ลื้อแต่งกับลูกสาวบ้านนั้น อย่างน้อยก็ช่วยชะลอหนี้ออกไปได้อีกสักระยะ”

“แล้วถ้าเราหาเงินมาคืนเขาไม่ได้ ผมไม่ต้องแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ไปตลอดชีวิตหรือครับป๊า”

“มันก็ไม่ขนาดนั้นหรอก เอาน่าแต่งๆ กันไปเดี๋ยวก็รักกันเอง” ท่านยังคงพยายามหว่านล้อม แต่ลูกชายกลับหยุดความคิดไว้ที่หนี้สินสิบล้านที่พี่ชายพูดถึง จำนวนเงินมันไม่มากนักเมื่อเทียบกับฐานะของบ้านศุภวณิชย์ ต่อให้บวกดอกเบี้ยทบต้นทบดอกไปอีกสามสิบปีอย่างที่พี่ชายว่ามันก็ไม่น่าจะทำให้ขนหน้าแข้งของเจ้าสัวธนพัฒน์ เสี่ยธีรพงษ์ และเสี่ยธีรพลร่วงถึงขนาดต้องให้เขาไปแต่งงานขัดดอกแบบนั้น

“เจ๊หยีไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย” ดวงตาคมจ้องจับผิดบิดาและพี่ชายทั้งสอง เรื่องราวที่ธีรพลเล่ามานั้นมันออกจะดูน้ำเน่าเหมือนละครหลังข่าว เหมือนนิยาย...นิยายที่กุลลดาพี่สะใภ้คนรองของเขาเขียน

“ยาหยีไม่อยากให้เราคิดมาก แต่อย่าไปพูดเรื่องนี้กับเธอเด็ดขาด” ธีรพงษ์สั่งเสียงเข้มโดยไม่รู้ตัวสักนิดว่านั่นทำให้น้องชายคนเล็กสะกิดใจในอะไรบางอย่าง “ยาหยีคุมงานบัญชีรู้เห็นเรื่องนี้มาโดยตลอด เฮียไม่อยากให้ยาหยีคิดมากและจะไม่สบายใจเอาได้”

“แสดงว่าเจ๊หยีรู้เรื่องแต่งงานนี้ด้วยเหรอครับ”

“ก็ใช่น่ะสิ แล้วลื้อคิดว่าใครเป็นโทรไปตามลื้อกลับมาล่ะ” เจ้าสัวธรพัฒน์เริ่มเบื่อที่ต้องคอยลุ้นว่าลูกชายคนเล็กจะตอบตกลงหรือไม่ จึงพูดออกไปส่งๆ แต่นั่นกลับทำให้ธีรเทพนิ่งไปเมื่อตระหนักได้ว่าจริงอย่างที่บิดาพูด ธีรดาเป็นคนโทรศัพท์ตามเขากลับมาที่บ้าน แสดงว่าธีรดารู้เห็นเป็นใจกับเรื่องในครั้งนี้ แม้ว่าเรื่องที่บิดาและพี่ชายทั้งสองพยายามโน้นน้าวจะไม่ค่อยเนียนนักเท่าไหร่ก็ตาม

“มันไม่มีทางอื่นแล้วหรือครับ ผมไม่อยากแต่งงานขัดดอก”

ธีรเทพยังคงเล่นตามบทของพี่ชายไปเรื่อยๆ เขาจะรอให้พี่ชายและบิดาพลาดท่าโดยการเฉลยเรื่องทั้งหมดออกมาเอง คิดจะจับเขาแต่งงานอย่างนั้นหรือฝันไปเถอะ

“ไม่มี!

สามเสียงเอ่ยขึ้นพร้อมกับจนน่าตกใจ นั่นเท่ากับว่าเจ้าสัวธนพัฒน์และลูกชายทั้งสองกำลังเผยไต๋ให้ลูกชายคนเล็กจับผิดได้ง่ายขึ้น แน่นอนว่าธีรเทพไม่พลาดโอกาสที่จะจับผิดครั้งนี้

“ป๊าหมายถึง...มันไม่มีวิธีอื่นแล้ว เพราะเขาอยากได้ลูกชายของป๊าไปเป็นเขย” ต้นประโยคติดขัดเล็กน้อย และเหมือนธีรพลจะรู้ว่าต้องรับลูกคู่ต่อชายหนุ่มยึดตัวขึ้นนั่งหลังตรงและมองหน้าน้องชายคนเล็กนิ่ง

“และนายเป็นคนเดียวที่สามารถทำอย่างนั้นได้”

“ลูกชายของป๊าก็ไม่ได้ระบุสักหน่อยว่าต้องเป็นลูกคนไหน ดังนั้นเฮียพงษ์ก็มีสิทธิ์สิครับ” ว่าพร้อมกับหันไปมองพี่ชายคนโตที่ถึงกับสะดุ้งเมื่อถูกพาดพิง

“ไม่ๆ เฮียแต่งงานแล้วถึงจะเป็นพ่อม่ายถูกเมียขอหย่าก็ตามทีเถอะ อีกอย่างมีลูกตั้งสองคน”

“นายจะไม่ช่วยครอบครัวเราจริงๆ หรือธีรเทพ” เป็นเสียงของธีรพลที่จงใจใช้ชื่อจริงเพื่อให้คนฟังรู้สึกผิด แต่ไม่ใช่กับธีรเทพ ศุภวณิชย์ในเวลานี้

“ผมก็อยากช่วยนะครับแต่มาคิดๆ ดูแล้ว สัญญาเงินกู้อะไรนั่นก็ไม่มี และถึงมี ในสัญญาก็ไม่ได้ระบุไม่ใช่หรือครับว่าอยากจะได้ลูกชายของป๊าไปเป็นเขยเพราะตอนที่กู้นั้นผมยังไม่เกิด แล้วป๊ารู้ได้ยังไงครับว่าผมจะออกมาเป็นผู้ชายและทางโน่นเป็นผู้หญิง ถ้าผมเกิดเป็นผู้หญิงขึ้นมาล่ะ” ธีรเทพกวาดตามองพี่ชายและบิดาที่นั่งอ้าปากค้างพร้อมกับกระตุกยิ้มที่มุมปาก

“อีกอย่างเรื่องใหญ่ขนาดนี้เป็นไปไม่ได้ที่เจ๊หยีจะไม่บอกผม ถึงป๊าจะอ้างว่าเจ๊หยีไม่อยากให้ผมคิดมาก แต่ผมมาคิดดูแล้วมันเป็นไปไม่ได้มากกว่าเพราะเจ๊หยีไม่เคยมีเรื่องปิดบังผม ที่สำคัญนะครับสำคัญมากๆ คือเงินแค่สิบล้าน ทบต้นทบดอกสามสิบปีคิดดูแล้วขายรถของผมสักสามสี่คันก็น่าจะพอใช้หนี้แล้ว ถึงแม้ว่าผมจะไม่เคยสนใจว่ากิจการของที่บ้านจะเป็นยังไงแต่ผมก็พอรู้จากบัญชีที่ช่วยเจ๊หยีตรวจทุกเดือนนะครับว่าผ้าทอส่งออกของบ้านเราอย่างน้อยก็ต้องมีกำไรเดือนหนึ่งๆ ไม่ต่ำกว่าห้าล้าน ปีหนึ่งอย่างน้อยๆ ก็ต้องหกสิบล้าน ดูๆ ไปแล้วไม่เหมือนว่าบ้านของเราจะเป็นหนี้เขาได้เลยนะครับ”

คำถามท้ายประโยคและแววตาจับผิดทำให้คนนั่งฟังชายหนุ่มร่ายยาวรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาอย่างประหลาด ท่าทีที่ทำให้ธีรเทพมองแล้วแล้วเสียความรู้สึกจนกลายเป็นความน้อยใจในที่สุด

“ไม่ว่าเหตุผลจริงๆ ที่อยากให้ผมแต่งงานมันคืออะไร แต่ผมขอย้ำตรงนี้เลยนะครับว่าผมจะไม่มีวันแต่งงานกับคนที่ป๊าหาให้เด็ดขาด ใครก็ไม่รู้ หน้าตาเป็นยังไง นิสัยดีหรือเปล่า ถึงกับมาเร่ขาย อ้วนดำ นิสัยแย่ อัปลักษณ์จนโลกลืมชัวร์ แบบนี้ยังไงผมก็ไม่แต่ง”

“แต่ว่าอาตี๋เล็กเรื่องหนี้...”

“ป๊าอย่าพยายามเลยครับ ยังไงผมก็ไม่หลงกลหรอก”



อาป๊าอย่าพยายามเลยค่ะ พี่เทพเขาไม่หลงกลหรอก 

โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ

ป.ล. แอบเปลี่ยนเวลาลงแหละ




ขอฝากนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ บ้านสินิท-สิริน ร่วมโปร meb E-book Fair 2020 - สัปดาห์หนังสือที่บ้าน ลดทั้งร้านกว่า 30% นะยูว์ 

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #12 domi-dekd (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 22:16
    มาเป็น Ebook เถอะนะคะ นะๆๆๆๆๆ
    #12
    1