แผนลับจับรัก

ตอนที่ 35 : บทที่ 13 เจ้านายคนใหม่ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 407
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    10 พ.ค. 63




 

กว่าจะดำเนินการเรื่องเอกสารต่างๆ ภายในบริษัทเรียบร้อยก็กินเวลาตลอดทั้งช่วงเช้า ข่าวการเข้ามารับตำแหน่งของผู้บริหารคนใหม่ของวีคลอเซ็ทก็กระจายไปอย่างรวดเร็ว สายตาทุกคู่เพ่งมองไปที่อาคารพาณิชย์สไตล์โมเดิร์นลอฟท์สูงสามชั้นขนาดสองคูหาที่มีป้าย ‘V-Closet’ แปะอยู่หน้าร้าน

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นบริษัทแต่เนื่องจากการดำเนินกิจการขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปี ทำให้วีคลอเซ็ทค่อยๆ ลดขนาดของสำนักและจำนวนพนักงานลงจนเหลือเพียงแค่อาคารพาณิชย์สูงสามชั้นขนาดสองคูหา ที่นอกจากจะเป็นสำนักงานแล้วก็ยังเป็นโชว์รูมไปพร้อมกัน ในส่วนของพนักงานก็เหลือเพียงน้อยนิดจนแค่นับนิ้วยังไม่ครบสองมือก็หมดพอดี เพราะพนักงานที่พอใช้ได้ถูกย้ายไปอยู่บริษัทอื่นในเครือวาณิชย์การทอแล้วเกือบหมด ส่วนที่เหลืออยู่นั้นนอกจากจะเป็นพนักงานวัยเกษียณที่อีกไม่กี่เดือนก็จะถูกปลดออกพร้อมเงินชดเชยตามระเบียบของบริษัท ก็เป็นพนักงานที่ไม่มีความสามารถโดดเด่นอะไรเพียงแค่ทำงานไปตามหน้าที่รอเวลาที่บริษัทจะปิดตัวลงและถูกให้ออกไปพร้อมกับเงินชดเชยเท่านั้น

ดังนั้นทันทีที่มีข่าวแจ้งจากสำนักงานใหญ่ว่าได้ส่งผู้บริหารคนใหม่มาให้ เหล่าพนักงานที่ทำงานไปวันๆ ของวีคลอเซ็ทก็แตกตื่นกันยกใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อได้ทราบว่าผู้ที่คุณธีรพงษ์ ศุภวณิชย์ ผู้จัดการใหญ่ของวาณิชย์การทอส่งมานั้นคือคุณธีรเทพ ลูกชายคนเล็กของตระกูลศุภวณิชย์ ผู้ที่มีชื่อเสียมากกว่าชื่อเสียง จากที่มีข่าวแว่วๆ มาว่าวีคลอเซ็ทกำลังจะปิดตัวลง สงสัยว่าผู้บริหารใหม่คนนี้คงเป็นผู้ที่ถูกส่งมาตอกตะปูปิดฝาโลงวีคลอเซ็ทเป็นแน่

“เวรกรรมอะไรของฉันต้องมาตกงานตอนอายุสามสิบเนี่ย ผัวก็ยังไม่มี หนี้บัตรเครดิตก็ยังใช้ไม่หมด เงินเก็บที่มีก็หมดไปกับการผ่อนบ้าน ทำไมโลกมันถึงไม่ยุติธรรมแบบนี้” พิมพ์แขสาวสวยวัยสามสิบสี่โอดครวญทันทีที่รู้ข่าวว่าเจ้านายคนใหม่นั้นคือลูกชายคนเล็กของเจ้าสัว ใครๆ ก็รู้ว่าเขาไม่เอาอ่าว ใช้เงินกงสีกินเที่ยวไปวันๆ อยู่ๆ นึกอยากจะทำงาน ทำที่ไหนไม่ทำ ดันมาทำที่บริษัทที่กำลังจะเจ๊ง จากที่ปีหน้าจะเจ๊ง สงสัยจะเจ๊งตั้งแต่เดือนหน้านี้เลยแน่ๆ

“เจ้าสัวเขาไม่ได้ส่งลูกชายคนเล็กมาเพราะอยากแกล้งเราใช่ไหมคะผู้จัดการ” พิมพ์แขเงยหน้าวกกับมาถามผู้ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะภายในห้องพักที่เป็นทั้งห้องพักพนักงาน ห้องประชุม และบางครั้งก็เป็นห้องครัวของเหล่าพนักงานวีคลอเซ็ตด้วย

สมประสงค์ผู้จัดการวัยเกษียณของวีคลอเซ็ตพยักหน้าส่งให้แทนคำตอบ เขาทำงานกับวาณิชย์การทอมาหลายสิบปี ผ่านตำแหน่งงานมามากมายและพอจะคุ้นเคยกับทายาทของวาณิชย์การทออยู่บ้าง ตอนที่ขอย้ายมาทำงานที่วีคลอเซ็ตก็เป็นเพราะปัญหาสุขภาพและอยู่ใกล้บ้าน ธีรพงษ์จึงมอบตำแหน่งผู้จัดการบริษัทจำหน่ายเสื้อผ้าแห่งนี้ให้เพื่อตอบแทนการทำงานตลอดหลายปีที่ผ่านมาของเขา โดยไม่สนว่าบริษัทแห่งนี้จะทำกำไรได้หรือไม่ หากจะกล่าวว่าไม่สนใจก็ไม่ถูกนัก เรียกว่าทำใจแล้วเสียมากกว่าว่าอย่างไรวีคลอเซ็นก็ต้องปิดตัวลง จึงพยายามให้พนักงานเก่าแก่ได้อยู่ในตำแหน่งที่สูงที่สุดก่อนจะเกษียณออกไปพร้อมกับเงินชดเชยที่เป็นธรรม และนั่นทำให้นอกจากเขาที่เป็นพนักงานวัยเกษียณแล้วยังมีดวงพรหัวหน้าฝ่ายบัญชี และป้าตาบช่างตัดเสื้อคนเก่าคนแก่ของวาณิชย์การทอเป็นพนักงานวัยเกษียณอีกสองคน

คงจะมีเพียงหญิงสาวที่กำลังโอดครวญอย่างพิมพ์แข หัวหน้าฝ่ายขายคนเก่งของวีคลอเซ็ตที่ถูกส่งมาอยู่ที่นี่เพราะไปมีปัญหากับผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งของวาณิชย์การทอ แม้จะร้องเรียนไปจนถึงท่านประธานใหญ่แต่เรื่องก็ไม่ไปถึงไหน เพราะอีกฝ่ายนั้นมีตำแหน่งเป็นถึงผู้จัดการฝ่ายขายระหว่างประเทศ ซึ่งความสามารถของฝ่ายนั้นทางวาณิชย์การทอไม่อาจดูแคลนได้เมื่อเทียบกับพนักงานฝ่ายขายเล็กๆ คนหนึ่งอย่างพิมพ์แข สุดท้ายจึงต้องย้ายให้พิมพ์แขมาทำงานที่บริษัทแห่งนี้ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายขายเพื่อชดเชยในสิ่งที่เกิดขึ้นแทน ซึ่งหญิงสาวก็พอใจไม่น้อยกับค่าตอบแทนที่มากกว่าตำแหน่งงานเดิมเกือบครึ่ง

ส่วนอีกสองคนที่กำลังนั่งส่งสายตาปริบๆ มาให้นั้นคือแทนใจ พนักงานขายวัยยี่สิบสอง หญิงสาวเพิ่งเข้ามาทำงานที่วีคลอเซ็ตได้ไม่ถึงปี กับชายหนุ่มวัยเดียวกันชื่อธนา เป็นพนักงานพาร์ทไทม์ที่สมประสงค์รับไว้เพราะเห็นว่าเป็นเด็กขยัน และยังเป็นผู้ชายสามารถช่วยงานที่ต้องใช้แรงได้ดี

ทั้งบริษัทก็มีพนักงานอยู่เพียงเท่านี้ เมื่อกวาดมองสีหน้าทุกคนก็ได้แต่พากันนั่งถอดถอนหายใจ แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าวีคลอเซ็ตกำลังจะปิดตัวลง แต่ไม่คาดคิดว่าทางวาณิชย์การทอจะส่งลูกชายคนเล็กที่ไม่มีประสบการณ์การทำงานมาก่อนอย่างธีรเทพเข้ามาดูแล

“สงสัยเจ้าสัวอยากให้คุณตี๋เล็กเธอได้มีประสบการณ์การทำงานน่ะ” ป้าตาบ ช่างตัดเสื้อคนเก่าคนแก่ของวาณิชย์การทอที่พอจะคุ้นเคยกับทายาทของผู้เป็นอยู่บ้างกล่าวเนิบๆ เมื่อครั้งวาณิชย์การทอยังเป็นโรงงานเล็กๆ ป้าตาบคือคนที่คอยตัดชุดให้กับลูกๆ ของเจ้าสัว ทั้งธีรพงษ์ ธีรดา ธีรพล รวมถึงธีรเทพ ถูกป้าตาบจับวัดตัวมาแล้วทั้งนั้น

“ไปหาประสบการณ์ที่อื่นก็ได้ ทำไมต้องเป็นที่นี่ด้วย” พิมพ์แขยังคงบ่นขิงบ่นข่า เธอยังพอใจกับค่าตอบแทนที่ได้รับในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายขายอยู่ ในใจจึงเฝ้าภาวนาให้บริษัทอยู่รอดปลอดภัยต่ออีกสักปีหรือสองปี พอให้เธอปิดหนี้บัตรเครดิตและหนี้บ้านให้เรียบร้อยเสียก่อน เมื่อถึงเวลานั้นจะวีคลอเซ็ตจะปิดตัวลงเธอจะไม่โอดครวญเลยแม้แต่น้อย

“ใจเย็นๆ นะคะพี่พิมพ์ ถ้าบริษัทจะปิดตัวลงแต่พี่พิมพ์ก็เป็นถึงหัวหน้าฝ่ายขาย ต้องหางานที่อื่นที่ดีกว่านี้ได้แน่นอนค่ะ” แทนใจที่นั่งข้างๆ พยายามปลอบ แต่คนฟังกลับอยากจะหน้าม่อยเพราะรู้ตัวดีว่าบริษัทส่วนใหญ่มักเลือกรับเด็กจบใหม่มากกว่าพวกมากประสบการณ์ที่เรียกเงินเดือนสูงๆ

“ได้แน่นอนอะไรล่ะ ฉันอายุสามสิบแล้วนะ ไปสมัครงานที่ใหม่คิดว่าเขาจะรับง่ายๆ หรือยังไง”

“ผมจำได้ว่าเจ๊พิมพ์อายุสามสิบสี่แล้วไม่ใช่เหรอครับ” ธนาท้วงเรื่องตัวเลข

พิมพ์แขปาปากกาใส่ชายหนุ่มรุ่นน้องพร้อมตีหน้าถมึงทึงใส่ “ฉันเลิกนับอายุตั้งแต่ขึ้นเลขสามแล้วย่ะ”

“เอาเถอะ ยังไงบริษัทนี้ก็ต้องปิดตัวลงอยู่แล้ว ว่าแต่คุณธีรเทพจะเข้ามาทำงานเมื่อไหร่หรือคะคุณสมประสงค์”

“น่าจะอีกสองสามวันนะครับ” ผู้จัดการของวีคลอเซ็ตกล่าวเสียงเนิบตามบุคลิก กวาดตามองพนักงานที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาหลายปีแล้วก็ได้แต่นึกปลง บริษัทคงถึงเวลาปิดตัวลงในเร็วๆ นี้แล้ว

 

ทางสำนักงานใหญ่วาณิชย์การทอหลังจากจัดการเรื่องเอกสารการเข้าทำงานเป็นพนักงานของวาณิชย์การทอของธีรเทพเรียบร้อย น้องชายคนเล็กก็ตามธีรดากลับไปที่ห้องทำงานของผู้จัดการแผนกลูกค้าสัมพันธ์ ปล่อยให้ธีรพลโฉบเข้ามาหาธีรพงษ์ถึงห้องรองประธานกรรมการบริหารพร้อมกับเอ่ยถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัยมาตลอดทั้งวัน

“ทำไมเฮียถึงยอมตกลงให้เงินตี๋เล็กง่ายจังครับ”

ธีรพงษ์ซึ่งกำลังนั่งอ่านเอกสารที่ต้องอนุมัติหันกลับมามองผู้ถามพร้อมกับยักคิ้วส่งให้อย่างเจ้าเล่ห์ “รอดูก็แล้วกัน”

 








มีคนถูกวางยาค่ะท่านผู้โชม

ขอฝากนิยายเรื่องอื่นๆ ของบ้านสินิท-สิรินด้วยนะคะ

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น