แผนลับจับรัก

ตอนที่ 31 : บทที่ 12 หัวใจเริ่มใกล้กัน (70%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 179
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    6 พ.ค. 63




 

“แน่ใจนะว่าไม่ให้พี่ไปส่งที่บ้าน” ธีรเทพถามขึ้นหลังจากที่เดินมาส่งเธอขึ้นรถแท็กซี่บริเวณหน้าสถานีขนส่ง ตลอดการเดินทางปรางรวีที่คิดจะหลับหนีสายตาล้อเลียนของผู้โดยสารคนอื่นในคราแรกกลับหลับยาวจนกระทั่งถึงหมอชิตโดยมีไหล่หนาให้ซบมาตลอดทาง และเมื่อถึงที่หมายพระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำธีรเทพจึงเป็นห่วงความปลอดภัยหากปล่อยให้ปรางรวีกลับบ้านเพียงลำพัง ตลอดสามวันสองคืนที่อยู่ด้วยกันทำให้เขารู้ว่าหญิงสาวเป็นคนเอาเรื่องมากแค่ไหนและแน่ล่ะตอนนี้เขากลัวว่าเธอจะไปก่อเรื่องขึ้นอีก

“แน่ใจค่ะ น้องปรางกลับเองได้ พี่เทพไม่ต้องห่วง” ว่าพร้อมกับส่งสัมภาระทั้งกระเป๋าเดินทางและของฝากที่ขนซื้อกะมาเอาใจคุณป๋าให้กับคนขับแท็กซี่ ในเวลานี้เธอแน่ใจว่าท่านต้องกำลังหน้าหงิกที่เธอก็หายตัวไปแน่ๆ

“กลับถึงบ้านแล้วอย่าลืมโทรหาพี่นะ” เสียงทุ้มเงียบลงก่อนจะพูดขึ้นมาอีกเหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้ “ไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวโทรคุยกับพี่ตอนนี้จนถึงบ้านเลยแล้วกัน”

“ได้ค่ะ” เห็นความห่วงใยที่คนตัวโตมีให้ปรางรวีก็รีบต่อสายหาเขาทันที และเมื่อทุกอย่างถูกเก็บขึ้นรถเรียบร้อยธีรเทพก็ผลักประตูปิดให้เบาๆ ปรางรวีเลื่อนกระจกลงพร้อมกับโบกมือลา

ธีรเทพยิ้มส่งจนรถคันดังกล่าวหายไปจากครรลอง แต่แล้วเสียงใสๆ ในสมาร์ตโฟนก็เจื้อยแจ้วมาตามสายให้เขารู้ตัวว่าแม้ตอนนี้เธอจะไม่ได้อยู่ตรงหน้าแต่ไม่ไกลเกินไปที่จะอยู่ใกล้กันด้วยเครื่องมือสื่อสารที่เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของทุกคนไปแล้ว

“ไหนบอกให้น้องปรางโทรคุยด้วย ยืนมองท้ายรถอยู่นั่นแหละไม่กลับบ้านหรือไงคะ” ปรางรวีแกล้งเย้า เสียงทุ้มหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยกมือขึ้นโบกรถเพื่อกลับบ้านของตนเองบ้าง

 

หลังวางสายจากปรางรวีที่เดินทางถึงบ้านอย่างปลอดภัยไปเมื่อสิบนาทีก่อน รถแท็กซี่สีเขียวแถบเหลืองก็แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูรั้วคฤหาสน์ศุภวณิชย์ ร่างสูงกว่าร้อยแปดสิบสามเซนติเมตรยกกระเป๋าเดินทางขึ้นสะพายหลังขณะที่สองมือเต็มไปด้วยของฝากจากปากช่อง ได้เวลาเผชิญหน้ากับความจริงเสียทีหลังจากหนีไปเหมือนคนไม่มีความรับผิดชอบ ใบหน้าคมยิ้มระรื่นโดยลืมไปเสียสนิทว่าตนเองมีสภาพยับเยินกลับมาด้วย

ธีรดาที่ได้รับรายงานตั้งแต่ชายหนุ่มเดินผ่านประตูรั้วเข้ามารีบวิ่งถลาลงมาจากชั้นบนด้วยความร้อนใจเพราะน้องชายตัวดีเล่นปิดโทรศัพท์ตลอดและเพิ่งจะเปิดเครื่องเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้วนี่เอง แต่กระนั้นเมื่อเธอโทรหาก็ได้รับคำตอบเป็นสายไม่ว่างอยู่ตลอดเวลา ยิ่งสภาพที่รับรายงานมาพร้อมกันนั้นก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกห่วงใยในตัวน้องชายคนเล็กมากยิ่งขึ้นไปอีก

“ธีรเทพ”

“เจ๊หยี สวัสดีครับ” ธีรเทพยกมือไหว้หลังจากส่งถุงของฝากให้กับสาวใช้นำไปเก็บ ใบหน้าคมค่อยๆ เงยขึ้นให้เห็น และเมื่อชัดเจนเต็มสองตาธีรดาก็ถึงกลับตาโต

“ตาเทพ นั่นหน้าเรา...” พูดได้แค่นั้นก็ปราดเข้าไปยืนประจันหน้าคนเป็นน้อง มือเรียวจับคางสากหันซ้ายทีขวาทีเพื่อสำรวจอย่างถี่ถ้วน “ไปทำอะไรมา ไปมีเรื่องกับใครมา ไปหาหมอมาหรือยัง แล้วหมอว่ายังไงบ้าง หายไปไหนมาตั้งหลายวัน โทรศัพท์ก็ไม่เปิด รู้มั้ยว่าพี่เป็นห่วงมากแค่ไหน แล้วนี่...”

“ทีละคำถามสิครับ ถามรัวเป็นชุดแบบนี้ผมจะตอบยังไงล่ะ” ธีรเทพเอ่ยล้อ เพราะคำถามรัวเร็วของพี่สาวทำให้เขาเลือกไม่ถูกว่าจะตอบคำถามไหนก่อนดี

ธีรดาจ้องหน้าน้องชายเขม็ง ไม่ใช่ไม่พอใจแต่เธอไม่มีเวลามาต่อล้อต่อเถียงด้วย “จะคำถามไหนก็ช่างแต่ตอนนี้พี่ขอบอกเธอก่อนว่า เกิดเรื่องใหญ่แล้ว”

“เกิดเรื่องใหญ่” น้องชายทวนคำตาใส สีหน้าไม่ทุกข์ไม่ร้อนทำให้ธีรดาต้องรีบขยายความต่อทันที

“ข้อหาที่เราหนีการดูตัว อาป๊าโกรธมาก และบอกว่าจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดกับเราน่ะสิ”

“มาตรการขั้นเด็ดขาด” ธีรเทพทวนคำเป็นคำรบสองก่อนจะถามกลับด้วยความสงสัย “มาตรการอะไรครับ”

“อะไรก็ไม่รู้ แต่พี่รู้สึกว่ามันไม่ดีมากๆ”

ธีรเทพยิ้มให้พี่สาวคลายกังวล “จะอะไรก็ช่างเถอะครับ แค่ตอนนี้ผมรู้สึกดีมากๆ ก็พอแล้ว” มือใหญ่รวบมือเรียวของพี่สาวขึ้นมากุม “และผมก็ไม่กลัวมาตรการอะไรของอาป๊าด้วย”

กล่าวจบก็หมุนตัวเดินผิวปากหนีขึ้นชั้นบนทิ้งให้พี่สาวยืนอ้าปากค้างเมื่อน้องชายไม่มีท่าทีทุกข์ร้อนอะไรแม้แต่น้อย เกิดอะไรขึ้นกับธีรเทพกันแน่

 

ธีรดาถือกล่องปฐมพยาบาลใบย่อมที่มักจะมีติดบ้านไว้เสมอเข้ามาในห้องน้องชายคนเล็กที่เน้นการตกแต่งเป็นสีขาว สลับดำและน้ำตาล ตามสไตล์หนุ่มโสดที่ตอนนี้กำลังนอนคว่ำหน้าเหยียดกายอยู่บนเตียงหนานุ่มกลางห้อง แรงยวบของฟูกทำให้ธีรเทพที่กำลังนอนพักสายตาต้องหันกลับมามองยังที่มาของแรงยวบนั้น เขาได้ยินเสียงเปิดประตูแต่คิดว่าคงเป็นสาวใช้สักคนเอาน้ำหรือของว่างขึ้นมาให้ แต่การถือวิสาสะนั่งลงบนเตียงของเขานั้นทำให้ธีรเทพรู้ว่าไม่ใช่สาวใช้อย่างที่ควรจะเป็น

“เจ๊หยี มีอะไรหรือเปล่าครับ” ธีรเทพถามเสียงอู้อี้ยังคงนอนคว่ำราบไปตามความยาวของพื้นเตียง

ธีรดาวางของที่ถือมาลงโต๊ะตัวเตี้ยใกล้ๆ มือเรียวเปิดกล่องปฐมพยาบาลใสแจ๋วและหยิบของที่ต้องการออกมาถือไว้ในมืออีกข้าง เทแอลกอฮอล์เช็ดแผลลงบนสำลีนุ่มและหันกลับมาที่น้องชายตัวดี ซึ่งธีรเทพเองก็เหมือนจะรู้ตัวว่าพี่สาวต้องการอะไร ร่างสูงพลิกกายนอนหงายในท่าเตรียมพร้อม ธีรดาค่อยๆ บรรจงเช็ดแผลที่มุมปากและหางคิ้วของน้องชายก่อนจะตามด้วยขั้นตอนทำแผลอื่นๆ ที่เธอทำมานับพันครั้งตั้งแต่หน้าที่การดูแลน้องชายเป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียวและใครอีกคนก็ชอบมีแผลกลับมาให้เห็นเป็นประจำ

“เจ็บหรือเปล่า” เสียงอ่อนโยนที่พี่สาวใช้ทำให้ธีรเทพอมยิ้ม ใบหน้าเรียวขาวสวยแบบสาวจีนที่ได้ดวงตากลมโตจากมารดาทำให้คนมองไพล่คิดไปถึงใครอีกคน ปรางรวีทำแผลไปบ่นเขาไปแต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งสองเหมือนกันก็คือดวงตาคู่สวยที่ฉาบความห่วงใยมาให้เขา

“ไม่ครับ มันเริ่มดีขึ้นแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นปิดแผลไว้หน่อยแล้วกัน” ธีรดาว่าเมื่อลงมือปิดพลาสเตอร์ยาลงบนแผลที่หัวคิ้วเป็นขั้นตอนสุดท้าย “จะไม่เล่าให้พี่ฟังหน่อยเหรอว่าหายไปไหนมา”

ธีรเทพอมยิ้มเข้านึกแล้วเชียวว่าธีรดาต้องตามขึ้นมาถามด้วยประโยคประมาณนี้ “ไปเที่ยวมาครับ”

“ที่ไหน กับใคร พักยังไง ทำไมถึงได้แผล แผลนี่ได้มาจากเพื่อนหรือใคร ทะเลาะกันเรื่องอะไร และทำไมถึงปิดโทรศัพท์”

ประโยคคำถามรัวเร็วหนึ่งชุดใหญ่ทำให้ธีรเทพหัวเราะขำ โดยไม่สำนึกสักนิดว่ามีแผลที่มุมปาก “ทีละคำถามสิครับ” เขาแกล้งว่า

แต่ธีรดาไม่ขำด้วยเธอต้องการคำรายงาน และตอนนี้เธอก็ถือว่าตนเองประวิงเวลามามากพอแล้ว ใบหน้าสวยเรียบดุ ธีรเทพรู้ได้ทันทีว่าหมดเวลาสนุก ร่างสูงลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิเผชิญหน้าคนเป็นพี่ก่อนจะเริ่มเล่าแบบลงรายละเอียดที่แอบซ่อนเร้นบางสิ่งบางอย่างไว้ในโอกาสที่เหมาะสมกว่านี้

“ผมไปเที่ยวกับเพื่อนมาครับ ที่ต่างจังหวัด ไปกันสองคน แล้วพอดีเพื่อนไปมีเรื่องกับเจ้าถิ่นผมก็เลยได้แผลมาด้วย แต่ทุกอย่างจบลงด้วยดีครับ เป็นแค่การเข้าใจผิดกันเฉยๆ” เขาเล่าเรื่อยๆ ธีรดาคิดตามธีรเทพคงหนีไปเที่ยวกับเพื่อนผู้ชายตามประสาอีกเช่นเคยและที่ได้แผลก็คงเมาไปมีเรื่องเหมือนสมัยเรียนนั่นแหละ

“ส่วนเรื่องโทรศัพท์ที่ปิดเพราะไม่อยากให้มีใครโทรตาม ก็อาป๊าเล่นมัดมือชกให้ไปดูตัวแถมยึดรถผมทุกคันแบบนั้นผมก็ต้องหนีสิ”

เจอสาเหตุของปัญหาธีรดาก็ได้แต่นึกเสียใจที่เธอช่วยน้องชายอะไรไม่ได้เลย มือเรียวยกขึ้นลูบไหล่คนตรงหน้าเบาๆ “พี่ขอโทษนะที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย”

“ไม่ใช่ความผิดของเจ๊หยีนิครับ ความผิดของอาป๊ากับเฮียๆ ต่างหาก” หลังจากหนีไปสามวันสองคืน ทำให้ธีรเทพได้คิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นและเขาก็เห็นผู้ร่วมขบวนการกับบิดาหลักๆ นั้นมีสองคนคือพี่ชายอย่าง ธีรพงษ์และธีรพล ทั้งสองพยายามเดิมเข้ามากล่อมเพื่อให้เขาเดินตามหมากของบิดา แต่โชคร้ายที่เขาคิดหนี แผนที่ควรจะไปได้สวยจึงล้มไม่เป็นท่า

สำหรับธีรดาที่เคย รู้จักกับคนบ้านโน้นตามคำบอกเล่าของธีรพลนั้น มีท่าทีไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่ได้ขัดขวาง เป็นไปได้ว่าบิดากับพี่ชายทั้งสองต้องกุมความลับอะไรบางอย่างที่ทำให้ธีรดาออกตัวมากนักไม่ได้

“แต่ก็นั่นแหละ พี่ขอโทษ ถ้าพี่กล้าพอจะพูดกับอาป๊าเราคงไม่ต้องหนีและไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้”

“แผลเล็กน้อยน่ะครับ อีกอย่างไกลหัวใจ”

ว่าแล้วก็ขยิบตาส่งให้เสียอีกที ธีรดาค้อนส่ายหน้าไปมาอย่างระอา ธีรเทพอาจกำลังคิดว่าการหนีคือการประท้วงและมันควรจะได้ผล แต่น้องชายกลับไม่รู้ตัวเลยว่ามันได้ผลที่แย่ลงต่างหาก

 






ขอฝากนิยายเรื่องอื่นๆ ของบ้านสินิท-สิรินด้วยนะคะ

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น