แผนลับจับรัก

ตอนที่ 29 : บทที่ 11 แฟนฉันเป็นนักกีฬาเทควันโดสายดำ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 199
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    4 พ.ค. 63




“ไม่ต้องมาทำเป็นหัวเราะเยาะพี่เลยนะน้องปราง ที่พี่เจ็บนี่ก็เพราะเรานะ” ธีรเทพบ่นอุบขณะที่ปรางรวีพยายามใช้ลูกประคบประคบรอยช้ำบริเวณหัวคิ้วที่บวมเป่ง แต่แทนที่หญิงสาวจะสำนึกปรางรวีกลับหัวเราะเยาะเขาที่ถูกรุมทำร้ายเสียได้ อุตส่าห์เป็นทัพหน้าให้เธอหนี ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ

“แหม ก็ไม่คิดว่าจะไปเหยียบตาปลาลูกชายเจ้าของไร่เข้านิคะ ทำกร่างซะใหญ่โตเชียว”

“แล้วเราไปเถียงกับเขาทำไมเล่า เรื่องมันแค่เล็กน้อยเท่านั้นเอง เป็นไงล่ะเที่ยวสนุกมั้ย” ประชดกลับเสียงขุ่นเพราะแทนที่จะอยู่ช่วยกันกลับวิ่งหนีทิ้งให้เขาโดนรุมอยู่คนเดียว โชคดีที่ผู้จัดการไร่มาห้ามฝ่ายนายโอมลูกชายเจ้าของไร่และพรรคพวกไว้เสียก่อน ไม่เช่นนั้นเขาอาจจะได้นอนหยอดข้าวต้มอยู่ที่ปากช่องนี่ก็ได้

“ก็ใครจะไปรู้ว่าพี่เทพน่ะอ่อน” เสียงใสเน้นคำสุดท้ายชัดถ้อยชัดคำ “เตะต่อยแค่นี้ก็ทำไม่เป็น”

“คนที่เขามีวุฒิภาวะแล้วเขาไม่ใช้กำลังกันหรอก”

“ยอมรับมาเถอะว่าตัวเองไม่ได้เรื่อง” แม้ตัวเองจะผิดเต็มประตูแต่ปรางรวีหรือจะยอมรับ ในเมื่อครอบครัวของเธอพร่ำสอนเสมอถึงวิธีการเอาตัวรอดในสังคมปัจจุบันเราไม่ทำเขา สักวันเขาก็ต้องทำเรา ดังนั้นต้องสู้เท่านั้นจึงจะชนะ

“นี่พี่เจ็บตัวเพราะเรานะ”

เสียงที่เข้มขึ้นบอกให้รู้ว่าเขาไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะต่อล้อต่อเถียงได้อย่างเคย โดยเฉพาะโดนย้ำถึงความไม่ได้เรื่องหลายครั้งหลายหนแบบนี้

ปรางรวีนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะขยับเข้าไปนั่งชิดยิ่งกว่าเดิม มือเรียวสอดรั้งแขนแกร่ง เอนศีรษะซบกับไหล่หนาอย่างที่ชอบทำเวลาออดอ้อนบิดาหรือพี่ชาย “น้องปรางขอโทษนะคะที่ทำให้พี่เทพเจ็บตัว แต่พี่เทพของน้องก็เก่งออกชกนายโอมบ้านั่นหน้าหงายไปเลย” เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นเมื่อคิดถึงสภาพของคู่กรณี “ขอบคุณนะคะพี่เทพ ถ้าไม่มีพี่เทพน้องปรางต้องแย่แน่ๆ”

ดวงตากลมใส ท่าทางน่ารักบวกกับเสียงหวานๆที่เอ่ยขอโทษและขอบคุณ ทำให้ธีรเทพต้องถอนหายใจเบาๆ เมื่อท้ายที่สุดแล้วเขาก็โกรธเธอไม่ลง

“สรุปว่าพี่คงต้องยอมเราอีกแล้วใช่มั้ย”

แทนคำตอบปรางรวีส่ายหน้าไปมาจนผมที่ถักเปียไว้ด้านหลังสะบัดไปมา “ไม่ค่ะ พี่เทพไม่จำเป็นต้องยอมอะไรทั้งนั้นเพราะน้องปรางต่างหากที่ทำให้พี่เทพเป็นแบบนี้ แค่พี่เทพจะยังเป็นพี่ชายที่แสนดีของน้องปรางอย่างนี้ตลอดไปน้องปรางก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วค่ะ”

“ดักทางเหมือนรู้ทันเลยนะ” ธีรเทพบ่นงึมงำมันเขี้ยวร่างเล็กเหลือกำลังที่มักจะย้ำว่าเขาเป็นพี่และตนเองเป็นน้องอยู่เสมอ เพราะการที่เธอย้ำบ่อยๆ มันทำให้เขาไม่กล้าที่จะก้าวข้ามเส้นแบ่งนั้น ทั้งๆ ที่ความรู้สึกภายในมันเริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อยและไม่เคยยอมใครมากเท่านี้มาก่อน

“พี่เทพบ่นอะไรคะ”

“บ่นคนรู้ทัน”

 

ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วทั้งวิลล่า แม้จะอยู่ภายในพื้นที่ของโรงแรมแต่บ้านพักหลังในสุดที่ปรางรวีจองไว้ก็เงียบสงัดและไร้ซึ่งผู้คน เธออยากจะอยู่อย่างสงบจะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านถึงเรื่องที่รบกวนใจอย่างการแต่งงานกับคนที่ตนเองไม่เคยเห็นหน้า และหวังว่าการที่เธอแอบหนีมาแบบนี้บิดาจะยอมใจอ่อนฟังการประท้วงในแบบของเธอบ้าง แต่เอาเข้าจริงบนเตียงใหญ่หนานุ่มกลางห้องกลับไม่สามารถทำให้หญิงสาวหลับตาลงได้แม้แต่น้อย ปรางรวียังคงลืมตาโพลงท่ามกลางความมืดมิดและเสียงสายน้ำไหลเอื่อยเฉื่อยด้านนอก

อากาศที่เย็นตามประสาเดือนแรกของปีทำให้ร่างเล็กคู้เข่าเข้าหาตัวเล็กน้อย ทั้งที่เมื่อตอนกลางวันหลังจากเกิดเรื่องเธอก็เที่ยวเสียจนธีรเทพออกปากบ่น ขนซื้อของฝากมาก็ตั้งมากมายหวังให้ร่างกายเหนื่อยล้าแต่สุดท้ายเธอก็นอนไม่หลับ สาเหตุหนึ่งที่นอนไม่หลับเธอรู้ดีว่าเป็นเพราะใครบางคนที่นอนอยู่บนโซฟาตัวยาวด้านนอก รอยช้ำที่หัวคิ้วและมุมปากแม้จะไม่มากนักแต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงใย

ปรางรวีถอนหายใจยาวก่อนจะตัดสินใจวาดขาลงจากเตียง เสื้อยืดแขนสั้นสีชมพูและกางเกงขายาวสีฟ้าอ่อนชุดนอนที่รัดกุมที่สุดที่เธอมี ไม่ใช่ไม่ไว้ใจแต่เธอไม่ต้องการให้เขามองว่าเธอกำลังให้ท่า แค่นอนหลับบนตักเขาไปเมื่อคืนก็มากเกินพอแล้ว และยังจะใจกล้าออกไปหาเขากลางดึกอีก เอาเถอะแค่แอบไปดูว่าเขานอนห่มผ้าหรือเปล่าเท่านั้นเอง ปรางรวีหาคำแก้ตัวให้ตนเองก่อนจะตัดสินใจเดินไปที่ประตูและเปิดออก ดวงตากลมหวานมองฝ่าเข้าไปในส่วนของห้องโถงจนกระทั่งสายตาเริ่มชินกับความมืด

ขาขาวค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้คนตัวใหญ่ แอบชะโงกดูร่างหนาที่นอนเหยียดกายเต็มพื้นที่ของโซฟา เสื้อยืดสีเทาขยับยกตามจังหวะลมหายใจที่สม่ำเสมอ ปรางรวีเดินเลยไปยังตู้เย็นที่อยู่ไม่ไกลนักเพื่อหาน้ำดื่มดับกระหายก่อนจะหยิบติดมือมาด้วยเผื่อว่าธีรเทพอาจจะไม่สบายและต้องการยา

เมื่อเดินย้อนกลับมาปรางรวีก็อาศัยแสงจันทร์อันน้อยนิดที่สาดส่องเข้ามายังวิลล่าเพื่อตรวจดูว่าคนตัวใหญ่ไม่มีอะไรต้องน่าเป็นห่วง มือเล็กเอื้อมเข้าไปดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายให้เมื่อเห็นว่ามันร่นลงไปกองอยู่ที่ช่วงเอวสอบ ก็อากาศมันเย็นเธอก็แค่เป็นห่วงเท่านั้นปรางรวีย้ำกับตัวเองในใจอีกครั้ง ว่าการที่เธอทำไปทั้งหมดก็เพราะเธอรู้สึกผิดที่ทำให้เขาต้องเจ็บตัวไม่มีอะไรเกินเลยกว่านี้จริงๆ มือเรียวจัดผ้าห่มผืนหนาให้คนตัวใหญ่อีกเล็กน้อยก่อนจะผละออกเมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยเป็นปกติดีแต่ยังไม่ทันที่จะหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องดังที่ตั้งใจข้อมือบางก็ถูกคว้าไว้มั่น

ปรางรวีตัวแข็งทื่อไปทันทีที่ถูกสัมผัสขณะที่คนแกล้งหลับเพราะตื่นตั้งแต่เธอเปิดประตูออกมาจากห้องลืมตาขึ้นมองคนตัวเล็กและถามเสียงแผ่ว

“แอบลักหลับพี่เหรอ”

ประโยคกวนประสาททำให้ปรางรวีต้องหันกลับมาส่งค้อนให้ ธีรเทพใช้มือข้างที่ว่างเอื้อมหยิบรีโมทบนโต๊ะตัวเตี้ยข้างโซฟาขึ้นมาหรี่ไฟให้สว่างขึ้นและลุกขึ้นมานั่ง

“ใครเขาจะไปลักหลับพี่เทพกัน แค่ออกมาดูเฉยๆ กลัวว่าจะหนาว คืนนี้อากาศเย็นด้วย”

“ห่วงพี่จนนอนไม่หลับล่ะสิ” ธีรเทพไม่สนใจคำตอบยืดยาวของคนตัวเล็กแต่เลือกที่จะแหย่กลับมากกว่า

“ไม่ได้ห่วงสักหน่อย” คนไม่ได้ห่วงตอบอุบอิบไม่เต็มเสียง แต่คนฟังยิ้มแก้มปริอย่างไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมต้องเป็นแบบนั้น

“อย่าออกมาแบบนี้อีกรู้ไหม มันอันตราย ถ้าพี่ลุกขึ้นมาทำอะไรน้องปรางจริงๆ ไม่กลัวหรือไง”

“ไม่กลัว” ครานี้ปรางรวีเงยหน้าขึ้นสบตาจริงจังและพูดต่อ “น้องปรางไว้ใจพี่เทพ”

ประโยคสั้นๆ แต่คนฟังรู้สึกอุ่นในใจอย่างประหลาด “ถ้าไว้ใจก็มาให้พี่นอนกอดหน่อยมา” เขาแกล้งแหย่เพราะรู้ว่าปรางรวีไม่มีทางตอบตกลงอย่างแน่นอน แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อมือที่เขาปล่อยให้เป็นอิสระเมื่อครู่เลื่อนมาสัมผัสที่ไหล่แกร่งดวงตากลมมีประกายความรู้สึกหวาดหวั่นแต่กระนั้นลึกๆ ก็เต็มไปด้วยความเชื่อใจ ไว้ใจในคนตรงหน้า เสียงที่เอ่ยถามจึงแผ่วเบาอย่างคนไม่มั่นใจ

“พี่เทพจะไม่ทำอะไรน้องปรางใช่ไหมคะ”

 






นิยายเรื่องนี้จะลงให้จบก่อนปล่อยอีบุ๊คนะคะ ซึ่งในอีบุ๊คจะมีตอนพิเศษให้ด้วยค่ะ

ขอฝากนิยายเรื่องอื่นๆ ของบ้านสินิท-สิรินด้วยนะคะ

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น