แผนลับจับรัก

ตอนที่ 28 : บทที่ 11 แฟนฉันเป็นนักกีฬาเทควันโดสายดำ (70%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    3 พ.ค. 63


 

ขณะที่สองหนุ่มสาวกำลังมีความสุขกับการหนีนัดดูตัวอยู่ที่อำเภอปากช่อง เจ้าสัวธนพัฒน์และพลตำรวจเอกไพโรจน์ก็กำลังเดินวนไปวนมาด้วยความร้อนใจอย่างคิดไม่ตกจนห้องนั่งเล่นบ้านอัครบวรเวชที่ใช้เป็นสถานที่ประชุมลับดูคับแคบไปถนัดตาเมื่อสองราชสีห์และกองเชียร์อยู่กันพร้อมหน้าทั้ง ปฐพี ปฐวี ธีรพงษ์ ธีรพล ไม่เว้นแม้แต่จ่าวินัยและอาซ่ง

“อั๊วทนไม่ไหวแล้วนะอาไพโรจน์”

เจ้าสัวธนพัฒน์โพล่งขึ้นเมื่อตระหนักได้ว่าการเดินไปเดินมามันไม่ช่วยให้ท่านคิดหาวิธีดีๆ ออก หนำซ้ำยังทำให้รู้สึกปวดขาและรู้สึกวิงเวียนศีรษะขึ้นมาอีกต่างหาก

“มันต้องมีวิธีสิเจ้าสัว มันต้องมีวิธี” พลตำรวจเอกไพโรจน์ให้กำลังใจเพื่อนรัก เมื่อไม่กี่นาทีก่อนจ่าวินัยได้เข้ามาแจ้งว่าพบความเคลื่อนไหวจากบัญชีของปรางรวีที่จังหวัดนครราชสีมาขณะที่ธีรเทพยังคงหายเข้ากลีบเมฆ ทั้งทางโทรศัพท์ที่ไม่มีใครสามารถติดต่อได้และความเคลื่อนไหวทางการเงินที่เหมือนชายหนุ่มจะเตรียมตัวไปอย่างดีเพราะพบการถอนเงินออกไปในตอนเช้าของเมื่อวานจำนวนไม่น้อย ทำให้ตอนนี้โล่งใจได้ในระดับหนึ่งว่าปรางรวีปลอดภัย แต่ธีรเทพกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งนั่นทำให้คนเป็นพ่อคิดหนักและตระหนักได้ว่าเป็นเพราะการบังคับของตนเองแท้ๆ ที่ทำให้ลูกๆ ต้องเตลิดไป

“วิธีที่ดีที่สุดคือจับสองคนนั้นแต่งงานกัน แต่วิธีจับนี่น่ะสิที่ยังคิดไม่ออก”

“มุกลูกหนี้ตัดทิ้งไปได้เลยครับเพราะไม่ได้ผล” ธีรพงษ์ที่นั่งฟังมานานแทรกขึ้น และปฐพีก็รีบรับลูกคู่ทันที

“นัดดูตัวก็ไม่ได้ผลเพราะสองคนนั้นแสดงชัดว่าไม่เอาแน่ๆ” รองผู้กำกับหนุ่มถอนหายใจยาวก่อนจะเสนอวิธีสุดท้ายที่ทุกคนพยายามหลีกเลี่ยง “เหลือวิธีเดียวแล้วล่ะครับ บังคับแบบไม่ต้องถามความคิดเห็น”

“แต่ถ้าเราบังคับมากๆ ผมเกรงว่าครั้งนี้ตี๋เล็กและยายน้องจะยิ่งเตลิดนะครับ”

ปฐวีที่ไม่เห็นด้วยมาตั้งแต่ต้นพยายามชี้แจ้งแม้เขาจะช่วยน้องสาวไม่ได้แต่การพยายามเสนอแนวทางที่อะลุ่มอล่วยที่สุดก็ถือว่าเป็นการช่วยน้องสาวทางอ้อม อย่างน้อยปรางรวีก็จะไม่เสียใจมากนัก

“ผมเห็นด้วยกับนายปลายนะครับอาป๊า” ธีรพลที่นั่งอยู่บนโซฟาเดี่ยวอีกตัวสนับสนุนความคิดนั้นเพราะเห็นมาแล้วว่าแทนที่ธีรเทพจะฮึดสู้แต่น้องชายกลับเลือกที่จะหนีเป็นการประท้วง “มันต้องมีวิธีที่ดีกว่านั้นครับ”

“วิธีที่ดีกว่านั้นไม่มีแล้วล่ะอาตี๋ วิธีนี้แหละดีที่สุด” เจ้าสัวธนพัฒน์ประกาศจุดยืนว่าคงไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้อีกแล้ว ตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่รอให้ธีรเทพและปรางรวีกลับมา เมื่อถึงเวลานั้นทุกอย่างจะเกิดขึ้นแบบสายฟ้าแลบ ไม่มีการต่อรองหรืออะลุ่มอล่วยใดๆ ทั้งสิ้น

“ป๋าเห็นด้วยกับเจ้าสัว” พลตำรวจเอกไพโรจน์สนับสนุนความคิดของเพื่อนสนิททันทีที่เห็นท่าทางจะแย้งของลูกชายคนรอง “วิธีนี้แหละดีที่สุด”

“ถ้าอย่างนั้นเราจะลงมือกันเลยมั้ยอาไพโรจน์”

“ผมตามใจฝ่ายเจ้าบ่าวอยู่แล้ว ส่งขันหมากมาขอตอนนี้ผมก็พร้อมจะยกให้”

“ถ้าอย่างนั้นทันทีที่อาตี๋เล็กและหนูยายน้องกลับมา เราจะบอกเรื่องนี้กับทั้งคู่ทันที” เจ้าสัวประกาศให้ทุกคนรับทราบโดยทั่วกันถือเป็นการปิดประชุมที่ได้ข้อยุติแต่เพียงเท่านี้ ห้ามโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น “ในเมื่อคุยกันดีๆ ไม่รู้เรื่อง มันก็ต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดอย่างนี้ละ”

 

“พี่เทพ ถ่ายรูปน้องปรางให้สวยๆ เลยนะคะ” เสียงหวานใสจากคนที่พยายามโพสท่ากินพวงองุ่นที่อยู่บนต้น โดยไม่สนใจสักนิดว่าคนรอบข้างจะมองเช่นไรขอให้เธอได้รูปที่ถูกใจตัวเองเท่านั้นเป็นพอ

“ครับผม” ธีรเทพขานรับเสียงยาน ยกกล้องของตัวเองขึ้นตั้งท่าจะถ่ายรูปให้ปรางรวีที่ตอนนี้กำลังสมมติว่าตนเองเป็นนางแบบเบอร์หนึ่งของวงการ แต่ก่อนที่จะได้กดชัตเตอร์เพื่อให้ได้รูปที่ต้องการ ชายกลุ่มใหญ่สี่ถึงห้าคนก็เดินผ่านเข้ามาในเลนส์กล้องทำให้ธีรเทพต้องลดกล้องลงและปรางรวีที่โพสท่าเก้อก็มองชายหนุ่มกลุ่มนั้นด้วยความไม่พอใจทันที

“นี่คุณ! ไม่เห็นหรือไงว่าเขากำลังถ่ายรูปกันอยู่ เดินตัดหน้ากล้องทำไมฮะ”

เสียงหวานแว้ดใส่อย่างหงุดหงิดเพราะตั้งใจกับการถ่ายรูปครั้งนี้มาก และมันก็ได้ผลกลุ่มชายดังกล่าวหยุดการก้าวเดินและหันกลับมามอง ปรางรวีเท้าเอวจ้องตอบอย่างเอาเรื่อง เครื่องแต่งกายและรูปร่างกำยำอย่างหนุ่มชาวไร่ทำให้หญิงสาวยิ่งได้ใจว่าตนเหนือกว่า แขนเรียวยกขึ้นกอดอกเชิดหน้า ในเมื่อเธอคือนักท่องเที่ยวดังนั้นชาวไร่พวกนี้ก็ย่อมต้องอ่อนข้อให้เธออย่างไม่ต้องสงสัย

“ที่ของผม ผมจะทำอะไรยังไงก็ได้แม้แต่นักท่องเที่ยวอย่างคุณผมก็ไม่เว้น” ชายคนหนึ่งในชุดคาวบอยสีน้ำตาลก้าวเข้ามายืนประจันหน้าบอกเป็นนัยว่าเขาคือหัวโจกของกลุ่ม ดวงตาคมกริบกวาดตามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างหยาบคายและแน่นอนว่าปรางรวีรู้สึกขยะแขยงกิริยาเช่นนั้นเต็มทน

“แต่ในเมื่อพวกคุณคือผู้ให้บริการ พวกคุณต้องท่องไว้สิว่าลูกค้าคือพระเจ้า ไม่เคยได้ยินหรือไง”

“ไม่เคยและไม่คิดที่จะเคย...”

“คุณโอมครับ” เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาปรามเมื่อนายน้อยของไร่ต่อล้อต่อเถียงกับลูกค้าสาวนานเกินไป ซึ่งคนที่ถูกเรียกว่าคุณโอมก็หันมาชักสีหน้าใส่ด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดเช่นเดียวกัน

“อยากหาเรื่องกันใช่มั้ย”

“ใครหาเรื่องใครก่อน ถ้าอยากมีเรื่องก็ได้ ไม่มีปัญหา” นายโอมที่มีอารมณ์กรุ่นระคนหงุดหงิดเป็นทุนเดิมท้าทายกลับว่าพร้อมกับสืบเท้าเข้ามาหา ปรางรวีถอยหลังกรูดก่อนจะแย้งขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวในเมื่อตอนนี้เธออยู่เพียงลำพังเสียเมื่อไหร่

“อย่าแม้แต่จะคิดทำอะไรฉันนะ ฉันมากับแฟนและแฟนของฉันก็เป็นนักกีฬาเทควันโดสายดำด้วย” ใบหน้าสวยเชิดตอบพร้อมกับเบนสายตาไปทางธีรเทพที่ยังคงยืนอึ้ง เมื่ออยู่ๆ ก็ถูกโยนกลองลงมาให้ตรงหน้าอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

“อ้อเหรอ...ถ้าอย่างนั้นก็ขอจัดการทั้งสองคนเลยก็แล้วกันข้อหามากวนอารมณ์เจ้าของไร่” กล่าวจบก็ขยับเข้าไปหาหมายจะจัดการอย่างที่ปากบอก แต่ปรางรวีอาศัยความว่องไววิ่งหนีมาหลบอยู่หลังธีรเทพก่อนที่นายคนที่ชื่อโอมจะมาถึงตัว

“พี่เทพ...พี่เทพช่วยน้องปรางด้วยค่ะ” มือเล็กเขย่าแขนแกร่งไปมาพลางชี้ชวนให้หันไปมองทางชายกลุ่มดังกล่าวธีรเทพกวาดสายตามองอย่างลวกๆ แล้วก็ถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่

“อย่าเข้ามานะ แฟนฉันเตะไม่เลี้ยงแน่ เทควันโดสายดำน่ะรู้จักมั้ย” เสียงหวานแว้ดขึ้นเมื่อชายที่ชื่อโอมเดินเข้ามาใกล้ด้วยทีท่าคุกคามเต็มที่

“แฟนน้องปรางคนไหนคะ” ธีรเทพที่ยังไม่ทันมุกของสาวเจ้าก้มลงกระซิบถามข้างใบหูขาวสะอาด ปรางรวีจึงรีบหันมาตอบรอดไรฟันด้วยกลัวว่าฝ่ายตรงข้ามจะได้ยินบทสนทนาของตนกับแฟนกำมะลอที่กุขึ้น

“ก็พี่เทพไงค่ะ”

“พี่นี่นะ” ธีรเทพชี้ที่ตัวเองพร้อมส่งสายตาย้ำถามไปให้ ปรางรวีพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะหันไปแว้ดใส่ชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าวที่สาวเท้าเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น ท่าทางคุกคามทำให้หญิงสาวต้องตวาดแว้ดออกไปอีก

“อย่าเข้ามานะ”

“แล้วพี่ไปเป็นเทควันโดสายดำตอนไหนน่ะน้องปราง” ธีรเทพกระซิบถามกลับเสียงเบา ปรางรวีคิดหาคำตอบไม่ออก ณ เวลานี้เธอรู้เพียงอย่างเดียวว่าศัตรูที่ตนไปเหยียบเท้าไว้คืบคลานเข้ามาใกล้

“ตอนไหนไม่รู้แต่ตอนนี้พี่เทพต้องเป็นแล้วค่ะเพราะพวกนั้นมันมาแล้ว”

ไม่ว่าเปล่ามือบางผลักดันร่างหนาให้เข้าไปรับศึกตรงหน้า ขณะที่ตนเองฉวยกล้องถ่ายรูปราคาครึ่งแสนจากมือหนาและวิ่งหลบไปซ่อนตัวอยู่หลังต้นองุ่นที่อยู่อีกแถวทันที ธีรเทพหันกลับมามองในจังหวะเสี้ยววินาทีก็พบว่าปรางรวีโกยแนบจากไปเสียแล้ว

“เฮ้ย! น้องปราง” เสียงห้าวร้องไล่หลังได้เพียงแค่นั้นก็ต้องรีบหันกลับมายังทิศทางที่มีคนอีกกลุ่มใหญ่พุ่งสายตาอาฆาตมาทางตนจนขนอ่อนลุกชันไปทั้งร่าง “ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ เราค่อยๆ พูด ค่อยๆ จากันก็ได้ เรื่องมันเกิดจากความเข้าใจผิดเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง”

“เล็กน้อยอย่างนั้นเหรอ” สิ้นคำถามก็พลันเกิดเสียง พลั่ก!’ พร้อมหมัดหนักลุ่ยๆ เข้าเสี้ยวหน้าจนรู้สึกมึนชาไปทั้งแถบ









ขอฝากนิยายเรื่องอื่นๆ ของบ้านสินิท-สิรินด้วยนะคะ

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น