แผนลับจับรัก

ตอนที่ 26 : บทที่ 10 ทริปท่องเที่ยวแบบคู่รัก (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 228
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    28 เม.ย. 63





 

ยาหยี

ชื่อนี้มีอิทธิพลต่อปรางรวีอย่างประหลาด เธอใช้เวลาในการคิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงมันตั้งแต่อยู่ที่ร้านสะดวกซื้อจนกระทั้งตอนนี้ที่กำลังอาบน้ำอยู่ภายในวิลล่า ชื่อที่อาจจะเป็นชื่อของใครสักคนจริงๆ หรืออาจจะหมายถึงคำแทนตัวของใครสักคนที่คงมีอิทธิพลกับธีรเทพไม่มากก็น้อย ตอนที่เห็นหมายเลขโทรเข้าชายหนุ่มนิ่งไปและเหมือนคนคิดไม่ตก ตอนที่กดตัดสายก็ดูเหมือนจะลังเล ราวกับเธอคนนั้นเป็นคนสำคัญ

เธอก็ลืมถามเรื่องพวกนี้ของเขาไปเสียสนิท รู้จักแค่ชื่อ นิสัยใจคอที่แอบสังเกตเอาเอง บางทียาหยีอาจจะเป็นคนรักของเขาที่เพิ่งเลิกรากันไปก็เป็นได้

แล้วทำไมเธอต้องมาคิดมากด้วยล่ะเนี่ย

หญิงสาวสะบัดหน้าไปมาแรงๆ ก่อนจะหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดตัว พันรอบกายแล้วเดินออกจากห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดนอน โดยลืมไปเสียสนิทว่าวิลล่ามีห้องน้ำเพียงห้องเดียวและตอนนี้ธีรเทพเองก็กำลังรออาบน้ำอยู่ด้านนอก

เพราะมัวแต่คิดถึงเจ้าของชื่อนั้นและความสัมพันธ์กับคนด้านอกทำให้เธอลืมไปหยิบเสื้อผ้าเข้าไปเปลี่ยนด้วย ดังนั้นทันทีที่ปรางรวีเปิดประตูออกมาภาพที่เห็นก็คือธีรเทพนุ่งผ้าขนหนูสีขาวผืนเดียวอวดกล้ามหน้าท้องอย่างที่เรียกว่าซิกแพคยกขวดน้ำขึ้นดื่มอยู่บริเวณหน้าตู้เย็นกลางห้องโถง

“กรี๊ด!/เฮ้ย!

“ทำไมพี่เทพแต่งตัวแบบนี้”

ร่างสมส่วนที่มีเพียงผ้าขนหนูสีขาวสะอาดผืนเดียวพันกายยกมือขึ้นปิดตาตัวเองแน่นขณะร้องถามคนตัวใหญ่ที่อยู่ในสภาพใกล้เคียงกัน

แม้จะตกใจกับเสียงกรีดร้องของหญิงสาวแต่ธีรเทพก็มีสติมากกว่า มือใหญ่คว้าเสื้อคลุมที่พาดอยู่บนโซฟาตัวไม่ไกลนักขึ้นมาหมายจะเอาไปคลุมร่างให้สาวเจ้าเพื่อความปลอดภัย แต่ปรางรวีเหมือนจะไม่คิดเช่นนั้นเพราะเมื่อมือข้างที่ว่างคว้าหยิบอะไรได้ก็รีบกระหน่ำปาใส่ร่างสูงเป็นการใหญ่ทำให้คนที่หมายจะช่วยปิดบังเรือนร่างของเธอต้องกระโดดหลบเป็นพัลวัน

“พี่ก็มารออาบน้ำน่ะสิ โอ้ย! เดี๋ยวก่อนสิน้องปราง อย่าปา!

กว่าจะขยับเข้าไปประชิดตัวได้ก็เล่นเอาเขาต้องเสียงพลังงานไปมากโข ร่างสูงยืนหอบหายใจแรงขณะที่มือทั้งสองข้างกางเสื้อคลุมห่มร่างเล็กตรงหน้าไว้อย่างมิดชิด และระยะประชิดที่ใกล้กันเกินไป เกินไปจนกระทั่งเห็นแผ่นอกเรียบตึงในระยะไม่ถึงคืบก็ทำให้ปรางรวีกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจอีกระลอก จนคนตัวใหญ่กระเถิบตัวหนีแทบไม่ทันเมื่อแจกันแก้วเนื้อดีในมือหญิงสาวถูกยกขึ้นสูง

“น้องปราง นั่นมันแจกันของโรงแรมนะ”

เหมือนประโยคดังกล่าวจะเรียกสติของปรางรวีกลับมาได้เต็มร้อย หญิงสาวมองของในมือนิ่งก่อนจะค่อยๆ วางลงบนโต๊ะที่อยู่ใกล้ๆ ด้วยท่าทางระมัดระวังเต็มที แล้วหันมาเค้นถามคนตัวใหญ่ที่อยู่ในท่าปรางห้ามญาติทั้งสองมือ ทั้งยังถอยหนีเธอไปไกลอีกหลายเมตร

“ทำไมพี่เทพแต่งตัวแบบนี้ละคะ”

“พี่ก็รออาบน้ำน่ะสิ แล้วทำไมเราไม่เอาเสื้อผ้าเข้าไปเปลี่ยนหา เป็นผู้หญิงนะรู้ตัวบ้างมั้ย” คนตัวใหญ่สวนกลับ ภาพเรือนร่างขาวผ่องใต้ผ้าขนหนูสีขาวสะอาดโดยที่ผมยาวถูกเกล้าสูงยังคงติดตาเขาอยู่ไม่จางหายจนต้องสะบัดหน้าไล่ความคิดเหล่านั้นออกไป

“ก็ใครจะคิดว่าออกมาแล้วจะเจอพี่เทพอยู่ในสภาพนี้กันเล่า” คนตัวเล็กว่ากระเง้ากระงอด หลงลืมเรื่องที่ติดค้างในใจเมื่อครู่ไปเสียสนิท มือบางกระชับเสื้อคลุมเข้าหาตัวเองแน่นขณะที่คนตัวใหญ่ก็จนคำพูดที่จะเอ่ยตอบเช่นเดียวกัน

“เอาล่ะๆ พี่ขอโทษ ออกมาจากตรงนั้นได้แล้วพี่จะอาบน้ำ” ว่าพลางโบกมือไล่คนตัวเล็กที่กำลังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ให้ออกมาจากบริเวณหน้าห้องน้ำ เมื่อปรางรวีขยับตัวออกมือใหญ่ก็คว้าเสื้อผ้าที่เตรียมไว้ขึ้นถือและเดินสวนเข้าห้องน้ำไปในทันทีก่อนที่อะไรๆ มันจะยุ่งยากกว่าที่เป็นอยู่

 

เกือบยี่สิบนาทีที่ธีรเทพใช้เวลาสงบอารมณ์หนุ่มที่วิ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ และเมื่อเปิดประตูออกมาก็พบปรางรวีในชุดนอนรัดกุมต่างกับเมื่อตอนกลางวันหรือเวลาปกติที่เขาเคยเจอนั่งอยู่บนโซฟากลางห้อง เบื้องหน้ามีอาหารของทางโรงแรมวางอยู่ ใบหน้างามยังคงแดงระเรื่อ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น และท่าทางเหม่อลอยไม่รู้แม้กระทั่งเสียงปิดประตูห้องน้ำและการมาของเขา

“น้องปราง”

เสียงเรียกแผ่วเบาแต่ทำเอาคนถูกเรียกสะดุ้งสุดตัว ปรางรวีหันมามองตามเสียงเรียกเลิกลั่ก เห็นร่างสูงในชุดนอนกางเกงขายาวเสื้อสีเทาเดินเช็ดผมเข้ามาใกล้ก็ยิ่งทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจมากขึ้นไปอีก “เป็นอะไรคะ”

“เปล่าค่ะ” ใบหน้าสวยส่ายหวือ จนผมที่เกล้าไว้หลวมๆสะบัดไปตามแรงเคลื่อนไหว

“แล้วทำไมยังไม่ทานข้าวอีก”

“น้องปรางรอทานพร้อมพี่เทพค่ะ” เสียงใสอ่อนลงพร้อมกับใบหน้าที่ก้มงุดราวกับไม่กล้าสบสายตาเขาตรงๆ ธีรเทพทรุดนั่งลงบนพื้นพรมกลางห้องทำให้ปรางรวีต้องค่อยๆขยับลงมานั่งเคียงข้าง

“เป็นอะไรหรือเปล่า” ธีรเทพถามเสียงอ่อนโยนเมื่อสังเกตเห็นความอึดอัดในใบหน้าของคนข้างตัวที่พยายามทำตัวเองให้ปกติแต่เขารู้ว่ามันไม่ปกติ

“เปล่าค่ะ”

“โกรธที่พี่..เอ่อ เรื่องนั้นเหรอ” ถามไม่เต็มเสียงนักเพราะไม่รู้จะสรรหาคำพูดที่ดูดีคำไหนมาอธิบายเหตุการณ์เมื่อเกือบครึ่งชั่วโมงก่อหน้า “พี่ขอโทษนะ”

“พี่เทพไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อยนิคะ” ปรางรวีเงยหน้าขึ้นมาสวนกลับ และนั่นก็ทำให้เขาได้เห็นหน้าเธอชัดๆอีกครั้ง

“ถ้าไม่ได้โกรธแล้วทำไมน้องปรางต้องหลบหน้าพี่ด้วยล่ะ”

“ไม่ได้หลบสักหน่อย ก็แค่...” คนตัวเล็กหันมาเถียงอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนจะตอบเสียงอ่อนลงเมื่อคิดถึงสาเหตุที่เธอไม่กล้ามองหน้าเขาตรงๆ “แค่น้องปรางมองหน้าพี่เทพแล้วเห็นแต่ซิกแพคพี่เทพเท่านั้นเอง”

คำตอบจากร่างเล็กทำเอาธีรเทพถึงกลับตัวแข็งทื่อไปทันทีที่จบประโยค ใบหน้าคมรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุก่อนจะยกมือขึ้นวางบนศีรษะเล็กและโยกไปมาเบาๆ แก้เก้อ

“ลามกน่ะเรา”

“ไม่ได้ลามกสักหน่อย ก็แค่ภาพมันติดตา” ไม่วายเถียงกลับเมื่อความรู้สึกอึดอัดเริ่มพัดผ่านไปพร้อมกับการเปิดอกคุย

“นั่นแหละที่เขาเรียกว่าลามก”

จมูกโด่งสวยหันมายู่ใส่อย่างน่ารักเมื่อถูกทักเป็นหนที่สอง ปรางรวีสะบัดหน้าอย่างแง่งอนแต่คนตัวใหญ่กลับรู้สึกอิ่มเอิบไปทั้งหัวใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เสียงใสเริ่มเจื้อยแจ้ว บรรยากาศความเป็นกันเองเริ่มกลับมา รอยยิ้มหวานๆ ทำเอาคนมองอดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม ธีรเทพรินเครื่องดื่มที่ซื้อมาใส่แก้วส่งให้

“น้ำพั้นซ์ น้องปรางดื่มได้ใช่มั้ย”

ปรางรวีรับน้ำสีชมพูสวยมาถืออย่างงุนงงในคำถามของคนตัวใหญ่ “ดื่มได้สิคะ มากกว่านี้น้องปรางก็เคยดื่มมาแล้วพี่เทพจำไม่ได้เหรอ” เธอเท้าความถึงวันแรกที่ได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการวันนั้นเธอและเขานั่งดื่มด้วยกันไปไม่น้อยเลย

“จำได้ ก็แค่ถามดูเฉยๆ เห็นเราเครียดๆ” ว่าพลางรินเบียร์ใส่แก้วของตนเองบ้าง คนตัวเล็กหน้าง้ำเมื่อถูกหาว่าเครียดทั้งๆ ที่เธอไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นแม้แต่น้อยก็แค่คิดเรื่องไม่เป็นเรื่อง เธอนิยามความรู้สึกก่อนหน้าเช่นนั้น

“น้องปรางไม่ได้เครียด”

“ไม่เครียดแล้วหน้าแดงทำไม คิดลามกอีกล่ะสิ” ได้ทีแหย่อย่างนึกสนุกเพราะอยากให้คนข้างกายได้ผ่อนคลายและมันก็ได้ผลเมื่อใบหน้าสวยงอง้ำ

“น้องปรางไม่ได้คิดลามกสักหน่อย พี่เทพคิดล่ะสิถึงมาว่าน้องปรางคิด” เสียงหวานสวนกลับเมื่อถูกกล่าวหา “ก็แค่ซิกแพค หนุ่มๆ ในแมกกาซีนล่ำกว่านี้ตั้งเยอะ ของตัวเองน่ะทั้งผอมทั้งแห้งมีแต่กระดูก กล้ามแน่นไม่ได้ครึ่งหนึ่งของพี่ปลายด้วยซ้ำ”

“หืม?”

“พี่ชายของน้องปราง ซิกแพคแน่นกว่าพี่เทพอีก ไม่อยากจะอวด” คนไม่อยากจะอวด อวดพี่ชายของตนไปแล้วเรียบร้อย และจากชื่อที่คล้องจองกัน พี่ปลาย’ ‘น้องปรางทำให้ธีรเทพไม่ได้นึกสงสัยในความสัมพันธ์ใดกับเจ้าของชื่อที่หญิงสาวกล่าวอ้าง

“โห...ถึงกับเอาพี่ไปเปรียบเทียบ ว่ากันขนาดนี้ต้องจัดหนักหน่อยแล้ว”

“ไม่กลัว” ลอยหน้าลอยตาตอบได้อย่างน่าหมั่นไส้แต่ก็น่าเอ็นดูไปอีกแบบ มือใหญ่ยกขึ้นผลักศีรษะคนตัวเล็กอย่างแกล้งๆ มากกว่าจะทำให้เจ็บ ปรางรวีหันมาส่งค้อนให้แต่พองาม

และงานฉลองหนีการดูตัวได้สำเร็จก็ดำเนินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงเวลาเกือบเที่ยงคืน จากที่นั่งดื่มและพูดคุยถึงวีรกรรมของตัวเองก็กลายเป็นนั่งซุกซบกันและกัน ฟังเพลงจากรายการวิทยุคลอเบาๆ

“น้องปรางไม่คิดเลยนะคะว่าคุณป๋าจะใจร้ายคิดอยากให้น้องปรางไปแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ เหตุผลเพียงเพราะน้องปรางเรียนจบไม่ยอมหางานทำ นี่น้องปรางเรียนจบแฟชั่นจากฝรั่งเศสเลยนะคะ ถ้าน้องปรางอยากทำน้องปรางก็ทำได้อยู่แล้ว ไม่ใช่มาบังคับกันแบบนี้” น้ำเสียงของปรางรวีเริ่มอ้อแอ้เมื่อแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปเทียบได้กับเครื่องดื่มกว่าครึ่งโหลที่ซื้อมา

คิ้วของคนฟังขยับขึ้นเล็กน้อยเมื่อคำพูดนั้นช่างละม้ายคล้ายคลึงกับเหตุผลที่เขาได้รับจากพี่ชายคนรอง ทั้งวุฒิการศึกษาที่หญิงสาวเพิ่งเล่าออกมานั้นก็น่าสนใจไม่น้อย

“น้องปรางอยากทำงานไหมล่ะ”

“งานอะไรคะ”

“ถ้าพี่จะชวนน้องปรางไปทำงานด้วยกัน น้องปรางจะไปไหม”

คนถูกชวนเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตากลมหวานปรือปรอยฉ่ำวาวเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์พยายามจ้องสบสายตาแล้วยื่นข้อเสนอ “ไม่เอางานหนักนะ เครียดก็ไม่เอา ขอเงินเดือนเยอะๆ และต้องมีวันหยุดให้น้องปรางด้วย น้องปรางถึงจะยอม”

“ได้ๆ แล้วจะไปไหม”

“ไปค่ะไป ทำงานกับพี่เทพแล้วคุณป๋าจะได้ไม่ต้องมาบงการชีวิตต้องปรางอีก” ว่าจบศีรษะเล็กก็ซุกไหล่แกร่งที่อยู่เคียงข้างหวังใช้เป็นที่พึ่ง เสียงสะอื้นเบาๆ ทำให้ธีรเทพต้องก้มลงมองเมื่อรู้สึกถึงความเปียกชื้นที่หัวไหล่ผ่านแขนเสื้อ “พี่เทพห้ามใจร้ายกับน้องปรางนะคะ”

“ห้ามเลยเหรอ” แหย่กลับเสียงปนขำ หวังให้ผ่อนคลายเพราะไม่อยากเห็นเธอต้องร้องไห้

ปรางรวีเงยหน้าขึ้นมาสบตาคนพูดนิ่ง ดวงตากลมหวานมีหยาดน้ำขังขอบ นิ้วเรียวยกชี้คาดโทษว่าเธอหมายความอย่างนั้นจริงๆ

“ค่ะ ห้าม ห้ามเด็ดขาด” ว่าพร้อมกับดึงแขนข้างหนึ่งของคนตัวใหญ่ออกจากตักและพาตัวเองขึ้นไปนั่งแทนที่ ศีรษะสวยได้รูปซบลงบนไหล่แข็งแรงเหมือนตอนเด็กๆ ที่เคยทำกับบิดายามที่เธอรู้สึกหวาดกลัวและต้องการที่พึ่ง “ห้ามทำให้น้องปรางเสียใจเด็ดขาด เข้าใจไหมคะ”












เข้าใจไหมคะ (น้องปรางกล่าวไว้)

ขอฝากนิยายเรื่องอื่นๆ ของบ้านสินิท-สิรินด้วยนะคะ

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น