แผนลับจับรัก

ตอนที่ 25 : บทที่ 10 ทริปท่องเที่ยวแบบคู่รัก (70%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 181
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    27 เม.ย. 63




 

“หาเจอไหมวินัย” พลตำรวจเอกไพโรจน์ถามลูกน้องคนสนิททันทีที่อีกฝ่ายเดินเข้ามาในระยะสายตา

เช้าวันนี้มีนัดออกรอบกับเพื่อนสนิทอย่างเจ้าสัวธนพัฒน์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของสองครอบครัวโดยมีนัยแอบแฝงคือการดูตัวของลูกๆ หลังจากนัดแนะแผนการและค่อยๆ ตีขลุมให้คู่หมายเดินเข้าแผนการดูตัวอย่างที่ตั้งใจ กลายเป็นว่าปรางรวีกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

ทั้งรถสปอร์ตคูเป้คันโปรดของหญิงสาวก็ยังคงจอดสนิทอยู่ในโรงรถ จึงไม่มีใครนึกเอะใจว่าคุณน้องเล็กของบ้านอัครบวรเวชไม่อยู่แล้ว และนั่นคือปัญญา คฤหาสน์บ้านอัครบวรเวชใหญ่โตกว้างขวางก็จริง แต่บ้านหลังนี้เป็นถึงบ้านของผู้บังคับการตำรวจนครบาล ลูกสาวหายไปทั้งคนกลับไม่มีใครรู้ตัวเลยแม้แต่น้อย หน่วยรักษาความปลอดภัยของบ้านหละหลวมกันขนาดนี้เชียวหรือ

“ไม่เจอครับนาย เมื่อครู่ตอนที่ผมให้เด็กๆ เข้าไปดูที่ห้องของคุณน้องปราง กระเป๋าถือใบโปรดของคุณน้องปรางหายไปด้วยครับ”

“หายไป” ทวนคำนั้นแล้วก็นิ่งอึ้งกับความจริงหนึ่งเดียวที่นึกออก หนีออกจากบ้านใช่ไหมแบบนี้ “ไปตามหาด้วยวิธีไหนก็ได้ อั๊วต้องการรู้ที่อยู่ของยายน้องโดยเร็วที่สุด ถ้าเป็นไปได้ให้พากลับมาทันทีที่เจอตัว” ออกปากสั่งความด้วยสรรพนามที่มักใช้กับลูกน้องใต้บังคับบัญชา

จ่าวินัยรีบค้อมศีรษะรับคำแล้วผละออกไปจัดการงานที่ได้รับมอบหมายโดยเร็วที่สุด ทิ้งให้ประมุขแห่งอัครบวรเวชยกมือขึ้นนวดขมับ รู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาจี๊ดๆ เมื่อต้องคิดหาคำตอบเพื่อบอกเพื่อนสนิทถึงสาเหตุที่วันนี้ท่านจะไม่มีลูกสาวคนสวยติดตามไปด้วย

ยายน้องนะยายน้องมาถอนหงอกป๋าตอนแก่เสียได้

 

“ลื้อว่าอะไรนะอาซ่ง อากิมลั้งอีเห็นอาตี๋เล็กกระโดดข้ามกำแพงออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้า”

เสียงตะคอกถามของเจ้าสัวธนพัฒน์ดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณห้องโถงเมื่อได้รับคำรายงานว่าเพราะเหตุใดธีรเทพลูกชายคนเล็กถึงยังไม่ลงมาที่ห้องอาหารเสียที ทั้งที่ทุกคนต่างเฝ้ารอการไปดูตัวของชายหนุ่มอย่างใจจดใจจ่อ ทว่าเจ้าตัวกลับหนีหายไปจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ แถมยังเป็นวิธีการหนีที่ทุกคนไม่แม้แต่จะนึกถึง กำแพงสูงสามเมตรก็ยังอุตส่าห์กระโดดข้ามกำแพงออกไปได้

“ครับเจ้าสัว” อาซ่งลูกน้องคนสนิทก้มหน้าตอบรับไม่เต็มเสียงนัก ด้วยเกรงจะโดนลูกหลงจากผู้เป็นนาย

อาซ่งเป็นลูกชายของคนสนิทที่ล่มหัวจมท้ายมาด้วยกันกับเจ้าสัวธนพัฒน์ตั้งแต่ริเริ่มทำกิจการโรงทอผ้า ภายหลังบิดาได้เสียชีวิตไปด้วยโรคร้าย เจ้าสัวธนพัฒน์จึงรับอาซ่งมาดูแล ส่งเสียให้ร่ำเรียนตามที่เจ้าตัวจะเรียนไหว แต่หลังจากเรียนจบอาซ่งกลับขอเจริญรอยตามบิดา เป็นผู้ติดตามเจ้าสัวธนพัฒน์ คอยดูแลความเรียบร้อยต่างๆ ภายในบ้านศุภวณิชย์ ซึ่งมีความหมายรวมถึงเรื่องต่างๆ ของสมาชิกภายในบ้านด้วย

“ไอหยา...แล้วจะทำยังไงกันดีล่ะทีนี้ อั๊วนัดอาไพโรจน์อีไว้แล้วด้วย อาตี๋เล็กนะอาตี๋เล็กไม่มีความรับผิดชอบเอาเสียเลย ทำให้อั๊วปวดหัวจี๊ดๆ อีกแล้วเห็นมั้ยเนี่ย”

“อาป๊าใจเย็นๆ ก่อนนะคะ ตาเทพอาจจะไม่ได้ไปไหนไกล อาจจะไปบ้านเพื่อนสักคนเดี๋ยวก็คงกลับมาค่ะ” ธีรดาพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบหวังให้บิดาคลายกังวล แต่เจ้าสัวกลับเห็นว่าหญิงสาวกำลังแก้ตัวแทนน้องชายสุดที่รักเพราะไม่เห็นด้วยกับแผนจับปลาไหลลงหม้อของท่านมาตั้งแต่ต้น

“ลื้อไม่ต้องมาแก้ตัวแทนอาตี๋เล็กเลยนะอาหมวย เพราะลื้อคนเดียวถ้าลื้อยอมช่วยป๊า ป๊าคงไม่ต้องมานั่งปวดหัวแบบนี้”

“อาป๊า”

“เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพราะลื้อคนเดียว คอยดูนะถ้าอาตี๋เล็กมันกลับมา อั๊วจะไม่ให้มันไปดูตัวอีกแล้ว แต่จะจับมันแต่งงานเลย ไม่ต้องถามความเห็นของมันด้วย อาตี๋ใหญ่โทรหาอาไพโรจน์บอกว่าอั๊วจะไม่รออะไรอีกแล้ว”

“ครับป๊า” ธีรพงษ์รีบรับคำและปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดด้วยการต่อสายโทรศัพท์หาบ้านอัครบวรเวชทันที ทิ้งให้ธีรดามองบิดาด้วยความรู้สึกผิดหวังเต็มเปี่ยม และพาลนึกโทษไปถึงใครอีกคนที่ทำให้เรื่องราววุ่นวายเหล่านี้เกิดขึ้น

“หยีไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะ ว่าอาป๊าจะรักคนอื่นมากกว่าลูกในไส้ของตัวเองแบบนี้” กล่าวจบธีรดาก็ผลุนผลันออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่มาพร้อมความเจ็บปวดในน้ำเสียง ความเสียใจร้าวลึกอย่างที่ทำให้หัวใจคนเป็นพ่อเจ็บแปลบกับข้อกล่าวหาไม่แพ้กัน

“เพราะอั๊วรักไม่ใช่หรืออาหมวย อั๊วถึงต้องทำแบบนี้”

เสียงแผ่วแว่วไล่หลังไม่อาจทำให้ธีรดาหยุดการก้าวเดิน มีเพียงธีรพลที่ลุกเข้ามาพยุงบิดาและกล่าวเสียงเรียบ

“สักวันเจ๊จะเข้าใจในความหวังดีของเราครับอาป๊า ว่าจริงๆ แล้วแผนการทั้งหมดไม่ใช่เรื่องของตี๋เล็ก แต่เป็นเพราะอยากให้เจ๊หยีกับพี่ต้นได้มีโอกาสเผชิญหน้ากันต่างหาก”

 

แสงอาทิตย์กำลังเตรียมลับขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันตก ปรางรวีและธีรเทพเดินลอยชายออกจากโครงการด้วยท่าทางไม่ทุกข์ไม่ร้อน สองมือใหญ่เต็มไปด้วยของฝากที่คนตัวเล็กขนซื้อ ความเงียบทำให้เขาได้มีโอกาสพิจารณาคนเดินนำหน้าในชุดแมกซี่เดรสสีชมพูแถบขาวโดยละเอียด เขารู้ดีว่าปรางรวีทั้งสวยและน่ารัก ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันเธอเปิดเผยจริงใจจนเขาไม่กล้าทำตัวเป็นไม้เลื้อยดังเช่นทุกที จึงเป็นได้เพียงพี่เทพของน้องปราง อยู่ในกรอบที่มีคำว่าพี่ชาย เป็นที่พึ่ง เป็นผู้ใหญ่ ให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษา เป็นอย่างที่ไม่เคยเป็นกับผู้หญิงคนใด

“เราจะทำอะไรกันต่อ” สองขาก้าวเข้ามาเดินเคียงคนตัวเล็กที่ตอนนี้อาสาถือกล้องถ่ายรูปให้กับเขา ปรางรวีหันมามองและส่ายหน้าไปมาจนผมยาวสยายเต็มแผ่นหลัง

“น้องปรางไม่รู้เหมือนกันค่ะ ตามแผนที่น้องปรางคิดไว้วันนี้น้องปรางจะกลับไปพักเอาแรงพรุ่งนี้จะไปเที่ยวไร่องุ่น กินสเต็ก จิบไวน์ แล้วก็นอนดูดาวสักคืน”

“แล้วข้าวเย็นวันนี้ล่ะ”

“ก็รูมเซอร์วิสไงคะ” ปรางรวีหันมาตอบ เท้าเล็กชะงักการก้าวเดินและหันกลับมามองคนตัวใหญ่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย “พี่เทพถามทำไมคะ”

“เปล่า ก็แค่คิดว่าวันนี้เราไปฉลองกันหน่อยดีกว่า แต่ถ้าน้องปรางอยากพักเราซื้อของเข้าไปเลยก็ได้ จะได้ไม่ต้องออกมาอีก”

“ฉลองอะไรคะ”

“ก็ฉลองที่เราหนีการดูตัวมาได้สำเร็จน่ะสิ ป่านนี้คงตามหากันให้วุ่น”

ธีรเทพคิดภาพบิดานั่งโกรธหน้าดำหน้าแดงอยู่กลางห้องโถงโดยมีพี่ชายทั้งสองคอยโทรศัพท์หาคนโน่นคนนี้ให้วุ่นออกมาได้เป็นฉากๆ ไม่ต่างกับปรางรวีที่คิดไม่ต่างกัน ป่านนี้บิดาของเธออาจจะกำลังสั่งทีมออกค้นหาตัวเธอแล้วก็ได้ แต่เธอไม่คิดที่จะสนใจเพราะแค่ผ่านวันดูตัวไปได้เธอก็ไม่คิดที่จะใส่ใจอะไรทั้งนั้น

“นั่นสิคะ แกล้งเสียให้เข็ดชอบวางแผนกันดีนัก”

“สรุปว่าเราจะฉลองกับพี่หรือเปล่า”

“ขอแบบนี้มันแน่นอนอยู่แล้วค่ะป๋า” ปรางรวีขยับเข้ามาคล้องแขนด้วยท่าทางปกติไม่มีเคอะเขินผิดกับคนตัวใหญ่ที่รู้สึกแปลกๆ เมื่อสาวเจ้าถึงเนื้อถึงตัวตน

“ถ้าอย่างนั้นแวะร้านตรงหน้าก็แล้วกันนะ” ธีรเทพหมายถึงร้านสะดวกซื้อที่อยู่ไม่ไกลจากตัวโครงการนัก พรุ่งนี้มีแพลนไปเที่ยวไร่องุ่นดื่มหนักไม่ได้ขอเบาๆ พอให้เรียกว่าได้ฉลองก็แล้วกัน

เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงทำให้ขาที่ก้าวตามแรงดึงของคนตัวเล็กชะงักหยุด และเมื่อหยิบออกมาดูธีรเทพก็เกิดอาการชั่งใจว่าจะกดรับดีหรือไม่ทั้งๆ ที่เสียงเรียกเข้าก็ยังกรีดร้องไม่ยอมหยุด ปรางรวีแอบชะโงกหน้าเข้าไปดูเล็กน้อยก่อนจะเห็นชื่อที่ทำให้เธอต้องรีบปล่อยมือจากแขนหนาราวกับตัวเองกำลังทำผิด

ยาหยี

ธีรเทพไม่ได้สนใจมองอาการของคนตัวเล็กข้างกายมากนัก เขายืนก้มหน้ามองชื่อนั้นอยู่เกือบนาทีจนเสียงเรียกเข้าครั้งใหม่ดังขึ้น และครั้งนี้เขาก็ตัดสินใจที่จะยุติมันด้วยการกดตัดสาย ตามด้วยการปิดเครื่องก่อนจะเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงดุจเดิม

“พี่เทพไม่รับหรือคะ”

“ไม่ล่ะ”

เขาตอบตัดอย่างขอไปที ท่าทางคล้ายไม่ต้องการพูดถึงทำให้ปรางรวีไม่กล้าถามต่อ ทุกการกระทำของเขาอยู่ในสายตาของเธอโดยตลอด เธอจึงสอบถามขึ้นด้วยความสงสัย ธีรเทพเคยเล่าให้ฟังว่าเขาเพิ่งเลิกรากับคนรัก และเจ้าของชื่อที่ปรากฏเมื่อครู่นั้นอาจจะเป็นคนรักของเขา แต่เพราะยังทำใจไม่ได้ธีรเทพจึงไม่รับสาย ความคิดเป็นตุเป็นตะแล่นเข้ามาในหัว ปรางรวีเองนึกสงสัยว่าเธอจะคิดมากไปทำไมกัน แต่สุดท้ายเธอก็หยุดความคิดนั้นไม่ได้เลย

ธีรเทพย้ายของไปไว้ในมืออีกข้างก่อนจะใช้ข้างที่ว่างรวบมือบางมากุมและออกแรงดึงให้เดินตามโดยที่ไม่มีโอกาสได้เห็นว่าใบหน้าของคนถูกจูงนั้นหมองลงกว่าเมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัด สับสนในความคิด ความรู้สึกและสุดท้ายคือที่หัวใจ

 







ขอฝากนิยายเรื่องอื่นๆ ของบ้านสินิท-สิรินด้วยนะคะ

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น