แผนลับจับรัก

ตอนที่ 21 : บทที่ 9 แผนหนีการดูตัว (35%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    22 เม.ย. 63





บทที่ 9 แผนหนีการดูตัว

“อะไรนะครับป๊า” เสียงไอค่อกแค่กยังไม่บรรเทา แต่คำว่า ดูตัวของบิดานั้นทำให้ธีรเทพไม่อาจประวิงเวลาใดๆ ได้

“อั๊วบอกว่า พรุ่งนี้อั๊วนัดให้ลื้อไปดูตัวกับอาน้องเล็ก”

เก้าอี้ไม้สลักลายมังกรฝังมุกเนื้อดีล้มกระทบพื้นหินอ่อนดังก้องสะท้อนไปทั่วทั้งบริเวณ ความเงียบกริบเพราะอาการตกตะลึงทำให้สมาชิกในบ้านที่กำลังร่วมรับประทานอาหารชะงักกิริยาทั้งปวงเพื่อมองมายังต้นกำเนิดเสียงที่บัดนี้กำลังยืนจ้องหน้าบิดาด้วยความตกใจไม่แพ้กัน ติดเพียงเขาตกใจในสิ่งที่บิดาบอกหาใช่เหตุการณ์ที่เขาผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วจนเก้าอี้ล้มเหมือนคนอื่นไม่

“ดูตัว!” ธีรเทพร้องถามอย่างไม่เชื่อหู

พี่สาวอย่างธีรดาเองก็ตกใจไม่แพ้กัน ขณะที่พี่ชายทั้งสองอย่างธีรพงษ์และธีรพลแอบลอบยิ้มให้แก่กันด้วยความสมใจที่แผนจับปลาไหลของบิดาคือการจับโดยไม่ให้ธีรเทพได้ตั้งตัว สั่งวันนี้พรุ่งนี้ออกรบง่ายกว่าการบอกแต่เนิ่นๆ แล้วชายหนุ่มมีเวลาหาทางหนีทีไล่กว่าเป็นไหนๆ

“ใช่ ลื้อมีปัญหาอะไรอาตี๋เล็ก ยังไงก็แล้วแต่ลื้อห้ามเบี้ยวเด็ดขาด พรุ่งนี้อั๊วจะพาลื้อไปแต่เช้า อั๊วจะไปตีกอล์ฟกับอาผู้การ ส่วนลื้อไปสอนอาน้องเล็กเพราะอีเล่นไม่เป็น” เจ้าสัวธนพัฒน์กะเกณฑ์ทุกอย่างเสร็จสรรพโดยไม่สนใจว่าบัดนี้ใบหน้าของลูกชายคนเล็กจะเปลี่ยนสีจากดำเป็นแดง จากแดงเป็นเขียว จากเขียวแล้วซีดลงจนไร้สี

“เจ๊”

สุดท้ายก็หันไปหาพี่สาวเพียงคนเดียวที่นั่งขนาบข้างผู้เป็นบิดา แต่ยังไม่ทันที่ธีรดาจะอ้าปากเพื่อหาทางช่วยน้องชายสุดที่รักทว่านิ้วอวบอูมของเจ้าสัวธนพัฒน์กลับยกขึ้นห้ามและกล่าวเสียงเนิบ

“อย่าแม้แต่จะคิดเชียวนะอาหมวย อาตี๋เล็กลื้อเตรียมตัวได้เลย ยังไงลื้อก็ต้องไปดูตัว” ท้ายประโยคหันมาสั่งเจ้าตัวต้นเรื่อง

แน่นอนว่าครั้งนี้ธีรเทพหัวเราะไม่ออกทั้งๆ ที่เมื่อไม่กี่วันก่อนเขายังหัวเราะเยาะปรางรวีอยู่แท้ๆ

“แต่อาป๊า...”

“อาพงษ์ลื้อจัดการตามที่อั๊วสั่งหรือยัง” เจ้าสัวธนพัฒน์ไม่เปิดโอกาสให้ลูกชายได้อ้าปากค้านท่านหันไปหาลูกชายคนโตและท้วงถามถึงคำสั่งเมื่อคืนวาน ซึ่งก็ได้รับคำตอบเป็นกระเป๋าถือสีดำใบเหมาะมือที่บรรจุกุญแจรถของธีรเทพทุกคันไว้ภายใน แน่นอนว่าเมื่อเจ้าของรถเห็นสิ่งอยู่ภายในกระเป๋าที่พี่ชายคนโตเปิดให้ดูก็ถึงกับอ้าปากเหวอไม่นึกว่าบิดาจะทำกันถึงขนาดนี้

“เพื่อความปลอดภัยนะอาตี๋เล็ก ลื้ออย่าคิดหนีเป็นอันขาด” ท่านย้ำความ วางตะเกียบที่ถือลงบนโต๊ะก่อนจะลุกขึ้นและรีบหมุนตัวเดินจากไป

เพื่อไม่ให้ธีรเทพหรือใครได้คัดค้านอะไรอีก แน่นอนว่าพี่ชายทั้งสองอย่างธีรพงษ์และธีรพลก็รีบลุกตามบิดาออกไปในทันที ทิ้งให้ธีรเทพเผชิญหากับธีรดาที่สีหน้าไม่สู้ดีนัก ส่วนพี่สะใภ้คนรองอย่างกุลลดานั้นยังคงนั่งยิ้มเหยเกด้วยไม่รู้เรื่องราวสามีและบิดาของสามีร่วมมือกันมาก่อน ทำให้สิ่งที่ธีรเทพทำได้ในตอนนี้คือการฮึดฮัดกับพี่สาวเพียงเท่านั้น

“ทำไมเป็นอย่างนี้ล่ะครับเจ๊หยี”

คำถามของคนเป็นน้องเหมือนจะไม่ได้รับคำตอบจากคนเป็นพี่เมื่อธีรดาเอาแต่ก้มหน้ากัดฟัน แสร้งลงมือรับประทานอาหารต่อราวกับเรื่องทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง

ธีรเทพหน้าง้ำเมื่อเห็นกิริยาเหล่านั้น เก้าอี้ที่ล้มอยู่เบื้องหลังถูกเท้าหนาเตะซ้ำเต็มแรงอย่างไม่หวั่นว่าตนจะเจ็บแม้แต่น้อยขอเพียงแค่ได้ระบายความอึดอัดที่มีอยู่ในใจก็เพียงพอ

เมื่อลับหลังธีรเทพที่หายออกไปจากห้อง คนที่กำลังแสร้งทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยเมื่อครู่ก็วางทุกอย่างไว้ดังเดิม ใบหน้าสวยหวานแม้อายุจะย่างเข้ากลางเลขสามมีร่องรอยความโกรธเคืองอยู่เต็มดวงหน้า ธีรดาหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มเพียงเล็กน้อยและลุกออกไป

 

“ทำไมออกมาเป็นแบบนี้ว่ะ”

อารมณ์โมโหฉุนเฉียวของธีรเทพมีอยู่ตลอดทั้งวัน เนื่องจากถูกยึดกุญแจรถทุกคันที่มีในครอบครอง ซ้ำยังไม่อาจใช้รถคันอื่นในบ้านได้ ทำให้ชายหนุ่มต้องเดินไปเดินมาเป็นหนูติดจั่นอยู่ในอาณาเขตของตัวบ้าน ขณะที่บิดา พี่ชายและพี่สาวต่างออกไปทำงานที่บริษัท กุลลดาพี่สะใภ้ก็ออกไปทำธุระ หลานสาวทั้งสามก็ไปโรงเรียน และเหล่าคนงานในบ้านเปลี่ยนสถานะขึ้นมาเป็นผู้คุมทำให้ตลอดทั้งวันคฤหาสน์บ้านศุภวณิชย์เป็นเหมือนดั่งคุกจองจำอิสรภาพในสายตาของเขาก็ไม่ปาน

แม้แต่เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น ธีรเทพก็ยังประท้วงด้วยการอดอาหาร คว้าแก้วและขวดเหล้าหนีมาซ่อนตัวอยู่ริมสระว่ายน้ำแล้วระบายความอึดอัดของตัวเองด้วยการพูดคนเดียว

ธีรพลซึ่งรอจังหวะอยู่ร่วมชั่วโมงจนเข็มนาฬิกาบอกเวลาสามทุ่มตรงก็รีบโผล่หน้าเข้ามาในสายตาของผู้น้องชายทันทีที่เห็นว่าธีรเทพกำลังต้องการความช่วยเหลือ เนื่องจากเคยพลาดมาแล้วครั้งหนึ่งในเรื่องสัญญาเงินกู้ที่อุตส่าห์ขโมยพล็อตนิยายของภรรยามาใช้ แต่ครั้งนี้ธีรพลว่าไม่ผิดพลาดแน่เมื่อได้ปรึกษากุลลดามาอย่างดีแล้วว่าควรอาศัยจังหวะที่ธีรเทพกำลังมืดแปดด้านเข้ามากล่อมให้น้องชายคล้อยตาม ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องแบบนี้ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของวาณิชย์การทอถนัดนัก

“จะมาซ้ำเติมกันหรือไงครับ” ธีรเทพถามด้วยความโมโหเมื่อพี่ชายคนรองสั่งให้คนงานนำเครื่องดื่มและกับแกล้มมาวางเพิ่มบนโต๊ะ

“คิดมากน่า มาดื่มกับพี่ดีกว่ามา” ธีรพลหันกลับมาชวนด้วยท่าทางสบายๆ ไม่ได้มีทีท่าว่ากำลังคุกคามไล่บี้ให้น้องชายรู้สึกไม่ไว้ใจแม้แต่น้อย

เมื่อตรงหน้าคือเครื่องดื่มระบายความอึดอัดธีรเทพก็ไม่รอช้าที่จะไปนั่งร่วมผสมโรงกับคนเป็นพี่ โดยไม่รู้ตัวสักนิดว่าบัดนี้มีสายตาอีกสองคู่กำลังมองมาด้วยความรู้สึกพึงพอใจในแผนการอย่างยิ่งยวด

“ทำไมอาป๊าต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยครับ” ธีรเทพเปิดปากถามเพราะไม่มีที่ปรึกษาอื่น ธีรดาที่คอยประคบประหงมเขามาตลอดชีวิตเลือกที่จะเมินเฉยซึ่งนั่นยิ่งทำให้ความรู้สึกตอนนี้ของธีรเทพคือถูกหักหลังและขาดที่พึ่ง เมื่อพี่ชายคนรองอย่างธีรพลเสนอตัวเข้ามาจึงไม่รอช้าที่จะเปิดปากระบายความกลัดกลุ้มที่มีมาตลอดทั้งวัน

“อาป๊าก็แค่อยากให้นายเป็นฝั่งเป็นฝา” ธีรพลว่าเนิบๆ “และป๊าก็เห็นว่ายายน้องเล็กของบ้านโน่นเขาน่ารักดี ป๊าแกชอบอยากได้มาเป็นสะใภ้”

ชื่อที่ได้ยินเป็นหนที่สองทำให้คนฟังนึกชังน้ำหน้าเจ้าของชื่อขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุทั้งๆ ที่ยังไม่เคยเจอหน้ากันเลยแท้ๆ ธีรเทพแอบเก็บบัญชีแค้นไว้ในใจเงียบๆ โดยที่ไม่รู้ตัวสักนิดว่าอนาคตเขาอาจจะต้องเปลี่ยนบัญชีแค้นมาเป็นบัญชีรัก

“แค่ชอบยายนั่น ทำไมต้องอยากให้ผมแต่งงานด้วย”

“ก็เพราะนายมันไม่เอาอ่าวทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน อาป๊าก็เลยอยากให้นายแต่งงานเผื่อจะมีความรับผิดชอบขึ้นมาบ้าง” ธีรพลอธิบายความจริงด้วยท่าทีสบายๆ ภรรยาของเขาซึ่งเป็นนักเขียนชื่อดังบอกว่าพลอตแบบนี้มีอยู่ในนิยายดาษดื่น นิยายก็เขียนมาจากชีวิตจริง ดังนั้นเหตุผลแบบนี้ย่อมสมเหตุสมผล




ขอฝากนิยายเรื่องอื่นๆ ของบ้านสินิท-สิรินด้วยนะคะ

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น