แผนลับจับรัก

ตอนที่ 20 : บทที่ 8 อดีตส่งผลถึงปัจจุบัน (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 221
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    21 เม.ย. 63






“อาป๊าคะ ดึกแล้วเรากลับกันเลยไหมคะ”

ธีรดาเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เดินเข้าไปถึงตัวของบิดา เจ้าสัวธนพัฒน์ที่กำลังหัวเราะร่าถูกอกถูกใจกับคำพูดของปฐพีหันมามองผู้พูดเพียงนิดพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี

“ดึกดื่นอะไรกัน งานเขายังไม่เลิกจะกลับก่อนได้ยังไง”

“แต่อาป๊าต้องกินยาให้ตรงเวลานะคะ ที่สำคัญห้ามดื่มค่ะ” ท้ายประโยคจบลงพร้อมกับยื่นมือเข้าไปแย่งแก้วเครื่องดื่มของบิดาซึ่งได้รับมาจากปฐพีอีกทอดแล้วนำไปวางบนถาดว่างในมือของบริกรคนหนึ่งที่เดินผ่านมาพอดี สายตาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของบิดาซึ่งกำลังส่งสายตาปรอยให้กับแก้วเหล้าที่เพิ่งถูกแย่งไป

“อาป๊าดื่มนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นเองนะหยี”

“ใครถามความเห็นไม่ทราบ” ตวัดสายตามามองทางคนพูดพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่บอกชัดว่ากำลังไม่พอใจ “เกิดอาป๊าเป็นอะไรขึ้นมาคุณรับผิดชอบไหวหรือไง”

“ก็ลองให้ผมรับผิดชอบดูสิ จะดูแลให้อย่างดีเลย”

ถ้อยคำที่เขาใช้ไม่ได้หมายถึงผู้มากวัยเลยแม้แต่น้อย และแน่นอนว่าต่อให้ธีรดาไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองจนเกินไปเธอก็เข้าใจความหมายของแววตาที่เขาพยายามมองสบมาได้อย่างไม่ยากเย็น

หญิงสาวกระตุกยิ้มบางๆ ทว่ากับเจือท่าทีดูถูกไว้อย่างเต็มเปี่ยม “กลับไปรับผิดชอบผลที่เกิดจากการกระทำของคุณเถอะค่ะ ส่วนตรงนี้ฉันไม่ต้องการ อาป๊าค่ะ อาป๊าต้องกินยาก่อนนอนให้ตรงเวลานะคะ”

ท้ายประโยคหันมาเร่งกับผู้มากวัย และเนื่องจากประโยคสนทนาของสองหนุ่มสาวไม่ค่อยจะรื่นหูคนกลางมากนัก เจ้าสัวธนพัฒน์จึงพยักหน้ารับและรีบถือข้างบุตรสาวในทันที

“ได้ๆ กลับก็กลับ ป๊ากลับก่อนนะอาต้น”

“เดี๋ยวผมไปส่งครับ”

แม้ธีรดาจะส่งสายตาไม่พอใจมาให้อย่างเปิดเผย แต่ปฐพีก็ยังคงตีมึนไม่เข้าใจความหมายที่หญิงสาวต้องการจะบอก ตลอดการเดินทางออกจากงานเลี้ยงร่างสูงขยับขึ้นไปเดินเคียงบิดาของเจ้าหล่อน พูดคุยเอาอกเอาใจส่งความห่วงใยให้ผู้มากวัยใส่ใจสุขภาพว่าเป็นเรื่องสำคัญ จนธีรดารู้สึกหมั่นไสเพราะการหน้านี้เป็นเขาเองไม่ใช่หรืออย่างไรที่เทียวส่งเครื่องดื่มหลากชนิดให้บิดาของเธอแก้วแล้วแก้วเล่า เมื่อเดินมาถึงรถที่เลขานุการขับเลียบเข้ามาจอด หญิงสาวก็สะบัดหน้าหนีจากสองหนุ่มต่างวัย แล้วก้าวขึ้นรถไปอย่างไม่ต้องการเสวนากับเขาหรือใครอีก

เจ้าสัวธนพัฒน์ตบไหล่ปฐพีเบาๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายมองตามหลังธีรดาตาละห้อย นึกอยากเอ่ยปลอบออกไปสักประโยคแต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก ธีรดาก็หันมาเร่งให้ขึ้นรถเสียที สุดท้ายก็ได้แต่กล่าวลาอย่างเสียไม่ได้

“ไว้เจอกันวันหลังนะอาต้น”

“ครับอาป๊า” ปฐพียิ้มรับ เอื้อมมือช่วยกดปุ่มปิดประตูให้อย่างเอาใจ จนกระทั่งประตูเลื่อนปิดลงอย่างช้าๆ นัยน์ตาคมคายก็ยังคงจับจ้องที่เสี้ยวหน้างดงามที่กำลังเชิดขึ้นเมินหน้าหนีไปทางอื่น ทั้งยังยืนส่งรถเคลื่อนออกไปจนพ้นจากระยะสายตา ใบหน้าคมคายที่เผยรอยยิ้มเมื่อครู่ก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม

จ่าวินัยที่ผละออกไปจัดการงานที่ได้รับมอบหมายก่อนหน้า ปรี่เข้ามาหาพร้อมกับเอ่ยถาม “คุณต้นจะกลับเข้าไปในงานเลี้ยงอีกไหมครับ”

“ไม่ล่ะ ผมจะกลับเลย เรื่องที่สั่งมีอะไรคืบหน้าไหมครับจ่า” ท้ายประโยคไม่ลืมเอ่ยถามถึงเรื่องที่สั่งความไปก่อนหน้า

จ่าวินัยพยักหน้ารับคำ หลังสั่งให้คนรถนำรถมารับผู้เป็นนายที่หน้าโรงแรม “เรียบร้อยแล้วครับ คุณต้นจะอ่านรายงานเลยไหมครับ”

“เอาขึ้นไปไว้ให้ผมบนห้องก็แล้วกัน” สั่งพร้อมกับก้าวขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังแล้วหลับตาลงอย่างไม่ต้องการฟังเรื่องใดอีก

จ่าวินัยค้อมศีรษะรับคำแล้วก้าวขึ้นไปนั่งเบาะหน้าเคียงข้างคนขับที่เริ่มเคลื่อนรถมุ่งหน้าสู่คฤหาสน์อัครบวรเวช โดยไม่ลืมส่งข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นบทสนทนาถึงลูกน้องให้นำเอกสารของพ่อเลี้ยงนพดลขึ้นไปไว้บนห้องของผู้เป็นนาย

 

เช้าวันรุ่งขึ้นที่โต๊ะอาหารของบ้านศุภวณิชย์ ธีรดาเดินประคองบิดาเข้ามานั่งที่หัวโต๊ะพร้อมส่งเสียงบ่นเป็นระยะๆ เมื่อเช้าวันนี้นั้นเจ้าสัวธนพัฒน์มีอาการวิงเวียนศีรษะทั้งยังอาเจียนตั้งแต่เช้าตรู่ ตอนที่วัดความดันประจำวันให้เมื่อเช้าก็พบว่าขึ้นสูงกว่าค่าปกติที่ควรจะมี สาเหตุทั้งหมดทั้งมวลนั้นเป็นเพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก้วแล้วแก้วเล่าที่ปฐพีคอยยื่นส่งให้อย่างเอาอกเอาใจระหว่างที่อยู่ในงานเลี้ยงของคุณจินดา เสียงบ่นยืดยาวกับใบหน้างอง้ำพลอยทำให้ประมุขบ้านศุภวณิชย์ถึงกับต้องถอนหายใจยาว

หากบ้านอัครบวรเวชมีลูกสาวคนเล็กเป็นดั่งแก้วตาดวงใจที่ไม่อาจหักหาญน้ำใจ บ้านศุภวณิชย์ก็มีธีรดาเป็นดั่งหยกเนื้อใสที่ต้องคอยเอาใจใส่ไม่ให้ขุ่นหมอง

“อาหมวย ลื้อนี่เป็นลูกหรือเป็นมะม๊าของอั๊วกันแน่หืม?”

“อาป๊า” คนถูกท้วงหน้าง้ำ “ที่หยีพูดทั้งหมดก็เพราะหยีห่วงสุขภาพของอาป๊านะคะ”

“รู้แล้วน่า”

“รู้แล้วก็อย่าทำแบบเมื่อคืนอีกนะคะ อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว เกิดเป็นอะไรขึ้นมา อะไหล่เซียงกงไม่มีขายแล้วนะคะรุ่นนี้”

“นี่ลื้อกำลังห่วงอั๊วหรือแช่งอั๊วอยู่กันแน่อาหมวย”

“แช่งค่ะ แช่งเผื่อแผ่ไปถึงคนที่ทำให้อาป๊าเป็นแบบนี้ด้วย เจอกันแค่คืนเดียว เห็นเขาดีกว่าลูกในไส้”

“เหอะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจริงๆ ลื้ออย่ามาร้องห่มร้องไห้ก็แล้วกัน” ว่าอย่างหมั่นไส้ เมื่อธีรดาเอ่ยพาดพิงถึงบุคคลที่สาม ซึ่งธีรพงษ์ที่นั่งดื่มกาแฟเงียบๆ เลิกคิ้วมองด้วยความสงสัย

“ใครหรือครับอาป๊า”

“ก็อา...”

“อาป๊า!

“เฮ้อ ช่างเถอะๆ แล้วนี่เมื่อไหร่ลื้อจะไปง้ออามัดหมี่กลับมาเสียทีตี๋ใหญ่ จะแยกกันอยู่แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน” โบกมือตัดบทไปมาเมื่อธีรดาท้วงขึ้นเสียงดังก่อนจะวกถามถึงมธุรสลูกสะใภ้คนโตเมื่อเห็นเก้าอี้ข้างกายลูกชายยังคงว่างเปล่าไม่ต่างจากเมื่อวันวาน

“ผมก็พยายามอยู่ครับอาป๊า”

“พวกลื้อนี่นา พยายาม พยายาม พูดอยู่นั่นแหละ ของแบบนี้มันต้องลงมือทำเลย ใช่ไหมอาพล” ท้ายประโยคหันไปถามลูกชายคนรองที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับธีรพงษ์และกำลังหยอกอยู่กับภรรยาสาวอย่างกุลลดา

“ใช่ครับอาป๊า บางทีนั่งคุยกันไม่ค่อยเข้าใจ ก็จำเป็นต้องนอนคุยกันครับ รายไหนรายนั้น สำเร็จทุกราย จริงไหมคุณ”

“แหวะ”

เป็นเสียงของธีรเทพที่เอ่ยแทรกขึ้นมาก่อนที่พี่สะใภ้คนรองจะทันได้ตอบคำถามของสามี เป็นเหตุให้ธีรพลหันขวับกลับมามองน้องชายคนเล็กซึ่งนั่งติดกับกุลลดาตาขวาง ขณะที่ธีรพงษ์ส่ายหน้าให้กับคำแนะนำเหล่านั้นและดึงความสนใจของตัวเองกลับมาที่ข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ที่กำลังอ่านอยู่ เหตุผลเพราะรู้ว่าธีรพลและธีรเทพต้องมีสงครามน้ำลายกันอีกสักพัก

“นี่เฮียคิดจริงๆ เหรอครับว่านั่นมันเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง”

“นายไม่มีคู่ นายไม่มีวันเข้าใจหรอกตี๋เล็ก”

“ผมอาจจะไม่มีคู่ แต่ผมคิดว่าผมเข้าใจนะครับว่าผู้หญิงเขาต้องการอะไร อย่างน้อยผมก็มั่นใจว่าวิธีที่เฮียพูดมันไม่ได้ผล”

“แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าไม่ได้ผล”

“งั้นลองถามซ้อรองดูสิครับ ว่ามันแก้ปัญหาได้จริงไหม”

“คุณ”

“เรื่องนี้กุลของเข้าข้างตี๋เล็กนะคะเฮีย” กุลลดาตอบสามีเสียงอ่อนหวาน แม้ว่าอีกฝ่ายจะใช้ไม้ตายเป็นการออดอ้อนผ่านทางสายตามาให้ก็ตาม

“ทำไมคุณต้องเข้าข้างตี๋เล็กด้วย คุณเป็นภรรยาของผมนะ” ไม่ว่าเปล่า ธีรพลยังวาดแขนโอบไหล่ภรรยารักเข้ามากอด

ธีรเทพส่ายหน้าให้กับท่าทางเป็นเด็กๆ ของพี่ชาย ขณะที่ธีรดาก็หันไปจัดยาก่อนอาหารให้กับบิดาที่ชั้นวางของซึ่งอยู่ใกล้ๆ ปล่อยให้เจ้าสัวธนพัฒน์หัวเราะกับท่าทางของลูกๆ ที่แม้ว่าจะโตกันจนหมาเลียก้นไม่ถึง แต่ก็ยังทำตัวไม่ต่างจากสมัยเด็กๆ คนเป็นพ่อเป็นแม่ไม่มีอะไรที่รู้สึกดีมากไปกว่าการเห็นลูกๆ รักใคร่กลมเกลียวกัน

“ใครว่า ซ้อรองเป็นพี่สะใภ้ของผมต่างหาก” ไม่ว่าเปล่า ธีรเทพยังแกล้งแหย่คนรักภรรยาด้วยการพยายามดึงแขนของกุลลดามาคล้องไว้อย่างแกล้งๆ และเมื่อธีรพลเห็นน้องชายลวนลามภรรยาก็รีบตีเพี้ยที่ท่อนแขนของธีรเทพ แล้วรวบทั้งตัวทั้งแขนของภรรยาเข้าไปกอดไว้อย่างหวงๆ

สองพี่น้องห่ำหั่นกันทางสายตา ท่าทางดูเหมือนโกรธเคืองกันมานับสิบปี แต่ใครๆ ก็ดูออกว่าคุณชายรองและคุณชายเล็กของบ้านศุภวณิชย์นั้นเพียงแค่แกล้งทำ เนื่องจากทั้งสองอายุห่างกันไม่มากจึงสนิทสนมกันมากกว่าพี่น้องคนอื่นๆ

“กินข้าวกันได้แล้วค่ะ ตาเทพ อย่าแกล้งพี่”

ธีรดาว่าขึ้นพร้อมๆ กับสั่งให้แม่บ้านทยอยนำอาหารขึ้นตั้งโต๊ะ เป็นอันตัดบทว่าสงครามน้ำลายระหว่างธีรพลและธีรเทพต้องสิ้นสุดลงแค่นี้

เมื่อสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ เสียงรายการเล่าข่าวยามเช้าของช่องน้อยสีจากหน้าจอโทรทัศน์ที่ถูกตั้งไว้ภายในห้องอาหารจึงเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่ส่งเสียงจำนรเจรจา แม่บ้านสูงวัยที่อยู่กับครอบครัวศุภวณิชย์มาตั้งแต่สมัยที่คุณนายพวงหยกมารดาของคุณๆ ทั้งสี่มีชีวิตอยู่ขยับเข้ามาตักข้าวให้ ขณะที่เจ้าสัวธนพัฒน์หันไปถามลูกชายคนโตถึงเรื่องงาน

ระหว่างนั้นธีรดาก็เริ่มลงมือรับประทานอาหารของตนเองเงียบๆ แต่เพิ่งจะตักข้าวต้มขึ้นกินไปได้แค่สองคำก็จำต้องหยุดชะงักเมื่อบนหน้าจอโทรทัศน์ปรากฏภาพข่าวของบุคคลผู้หนึ่งที่เธอคุ้นเคย

“...เช้าวันนี้ชุดปฏิบัติการพิเศษกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้บุกเข้าตรวจยึดของกลางภายในบ้านพักกลางไร่ฝ้ายของพ่อเลี้ยงดังที่จังหวัดเลย ซึ่งเป็นจุดพักของยาเสพติดที่สำคัญก่อนกระจายไปยังเส้นทางต่างๆ ทั่วภาคอีสาน ทั้งนี้นอกจากจะพบของกลางเป็นยาเสพติดเป็นจำนวนมากแล้วยังมีว่ามีแรงงานต่างด้าวจากประเทศพื้นบ้านที่ไม่ถูกขึ้นทะเบียนอีกจำนวนมากซึ่งล้วนแต่เป็นคนงานภายในไร่ฝ้ายแห่งนี้แทบทั้งสิ้น ทั้งนี้นายนพดล ภูธิรัตน์ เจ้าของไร่ฝ้ายได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยจะมีการขยายผลต่อไปว่านอกจากจะเป็นจุดพักยาเสพติดแล้ว แรงงานต่างด้าวภายในไร่นั้นได้เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ด้วยหรือไม่...”

“นายนพดลคนนี้ใช่พ่อเลี้ยงนพดลที่มาจีบเจ๊หยีหรือเปล่าครับ”

เป็นธีรเทพที่เอ่ยถามขึ้นมากลางโต๊ะอาหาร จากที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจอาหารเช้าของตนเองก็เปลี่ยนเป็นเงยหน้าขึ้นมามองหน้าจอโทรทัศน์กันอย่างพร้อมเพรียง ภาพของนพดลถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นทำให้เกิดความรู้สึกแตกต่างในสีหน้าของแต่ละคน

ธีรพงษ์ ธีรพล ธีรเทพ รวมถึงกุลลดานั้นมีความแปลกใจอย่างเห็นได้ชัดกับข่าวที่เพิ่งได้รับชม ส่วนเจ้าสัวธนพัฒน์นั้นมีความพออกพอใจฉายชัดอยู่ในแววตาแต่ยังพยายามรักษาสีหน้าให้ราบเรียบ ในขณะที่ในความรู้สึกของธีรดานั้นมีเพียงความไม่พอใจ ซึ่งความไม่พอใจเหล่านั้นไม่มีไว้สำหรับคนในข่าวแต่มีไว้สำหรับคนที่ทำให้เกิดข่าวขึ้นมาต่างหาก กล้าดียังไง เขากล้าดียังไงถึงได้ใส่ร้ายคนอื่นแบบนี้

มือที่กำลังถือช้อนของธีรดาสั่นด้วยความโกรธ ยิ่งมองภาพที่นพดลถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ก็ยิ่งโกรธไปถึงผู้ที่ออกคำสั่งนี้ แม้จะไม่มีชื่อของเขาเข้ามาเกี่ยวข้องในคดี แต่ธีรดามั่นใจเหลือเกินว่าคนคนนั้นต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำมัน ไม่ใช่ครั้งแรกที่ปฐพีพยายามกีดกันผู้ชายทุกคนที่เข้ามาหาเธอ สุดท้ายอารมณ์ที่เคยควบคุมได้ดีอยู่เสมอก็เป็นอันต้องขาดผึงเมื่อบิดาว่าขึ้น

“คนพวกนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ หน้าที่การงานดีแต่ใครจะคิดว่าเบื้องหลังทำเลวไว้มากแค่ไหน”

“อาป๊าอยากจะพูดอะไรกันแน่คะ”

“ไอหย่า อาหมวย อั๊วก็แค่อยากให้ลื้อดูคนให้มากๆ ดูให้ดีๆ คนไม่ดีมันแฝงอยู่ในคราบของดีมากแค่ไหนลื้อก็เห็น”

“ค่ะ” ธีรดายิ้มรับ พลางหันกลับมาจ้องหน้าบิดาอย่างต้องการจะตอบโต้ “ส่วนคนไม่ดีเห็นมาก็นาน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะออกไปจากชีวิตสักทีนะคะ ทำตัวเป็นสัมพเวสีเฝ้าขอส่วนบุญยุ่งเรื่องชาวบ้านเขาอยู่ได้”

“มีอะไรกันหรือเปล่าครับอาป๊า” เป็นธีรเทพอีกเช่นเคยที่เอ่ยถามขึ้นมา เพราะคำถามก่อนหน้าของตนก็ยังไม่ได้รับคำตอบ แล้วพี่สาวกับบิดายังมาคุยกันเรื่องคนดีคนไม่ดีนี่อีก มันต้องมีเงื่อนงำอะไรบางอย่าง ธีรเทพรู้สึกได้

“หึ”

ธีรดาตอบกลับเพียงแค่นั้นแล้วยกมือขึ้นกอดอก เอนตัวพิงพนักอย่างไม่ต้องพูดอะไรอีก เป็นเจ้าสัวธนพัฒน์ที่รับหน้าที่ตอบลูกชายคนเล็กกลับไป

“ไม่มีอะไรหรอกน่าอาตี๋เล็ก ป๊าก็พูดเรื่องทั่วๆ ไป” โบกมือปฏิเสธ พยายามผลักเรื่องก่อนหน้าให้พ้นไปจากตัว “ว่าแต่เสาร์นี้ลื้อจะไปที่ไหนหรือเปล่า”

“เสาร์นี้ หมายถึงพรุ่งนี้หรือครับ ไม่ครับผมว่าง”

“เออ ดีๆ งั้นพรุ่งนี้ไปออกรอบกับป๊าหน่อย”

“อยู่ๆ นึกยังไงถึงชวนผมไปออกรอบได้ครับ” ว่าอย่างเห็นไปเรื่องขำขัน พลางก้มหน้าตักข้าวต้มเข้าปากไปอีกคำ ก่อนจะสำลักออกมาเมื่อบิดาเล่าถึงจุดประสงค์ของตนเอง

“อั๊วว่าจะให้ลื้อไปดูตัว”









พบคนนิสัยไม่ดี 1 อัตราค่ะ 

ขอฝากนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ บ้านสินิท-สิริน ร่วมโปร meb E-book Fair 2020 - สัปดาห์หนังสือที่บ้าน ลดทั้งร้านกว่า 30% นะยูว์ 

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น