แผนลับจับรัก

ตอนที่ 17 : บทที่ 7 ปัญหาโลกแตก (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    18 เม.ย. 63




“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมสีหน้าไม่ดีเลย”

ธีรเทพถามสาวรุ่นน้องที่นั่งถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็คร้านจะนับ เพราะนับตั้งแต่ที่พบหน้าปรางรวีก็เอาแต่นั่งถอนหายใจ ยาวบ้างสั้นบ้างราวกับคนกำลังที่กำลังแบกโลกไว้ทั้งใบ

เสียงถอนหายใจยาวดังพร้อมใบหน้าหวานที่ส่ายไปมา ท่าทางที่ทำให้คนถามยิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่

“ชวนพี่มาเที่ยวทั้งทีทำตัวให้สนุกหน่อยสิ” เขาท้วง หลังจากหายไปสองวันปรางรวีก็โทรศัพท์มาชวนเขาออกไปเที่ยว แรกทีธีรเทพก็นึกว่าอีกฝ่ายคงจะนัดเขาที่สถานบันเทิงยามราตรีที่ไหนสักแห่ง ตรงกันข้ามปรางรวีนัดเขาในเวลาสิบโมงตรงหน้าสวนสนุกที่มีชื่อว่าโลกแห่งความฝัน และเขาก็บ้าจี้รับนัดเธอ ทั้งๆ ที่เพิ่งรู้จักกันได้แค่ไม่กี่วัน

“ก็พยายามอยู่” คนพยายามอยู่ตอบเสียงเอื่อยและตบท้ายด้วยการถอนหายใจอีกหนจนคนนั่งร่วมโต๊ะเหนื่อยใจแทน

เมื่อคืนปรางรวีคิดทบทวนคำพูดของพี่ชายจนนอนไม่หลับทั้งๆ ที่ปฐวีก็แนะนำทางแก้ไว้ให้เสียดิบดีแต่ปรางรวีกลับไม่คิดเช่นนั้น หากเธอเอ่ยปากปฏิเสธลูกชายเพื่อนรักของบิดาก็เท่ากับเธอหักหน้าครอบครัวฝ่ายนั้น แล้วสองบ้านจะมองหน้ากันติดได้อย่างไร ที่หนักยิ่งกว่านั้นคือชนวนต้นเหตุมาจากตัวเธอ และยิ่งกำหนดวันดูตัวคือวันเสาร์ที่จะถึงนี้ด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้รู้สึกหนักใจจนนอนไม่หลับ พอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะโทรหาเพื่อนระบายความอึดอัดที่มีก็นึกไม่ออกว่าจะโทรหาใครดี จนกระทั่งเห็นรายชื่อของธีรเทพในสมุดโทรศัพท์ จึงลองเสี่ยงดวงกดโทรออกดูและเขาก็รับสาย จนกระทั่งตกปากรับคำออกมาเที่ยวเป็นเพื่อนเธอสำเร็จ

“พี่ถามจริงๆ นะ น้องปรางไม่มีเพื่อนเหรอ ถึงได้ชวนพี่”

ธีรเทพเห็นท่าทางของอีกฝ่ายแล้วก็นึกอยากจะชวนคุยเปลี่ยนเรื่อง เผื่อว่ามันจะทำให้เธอกลับมาเป็นปรางรวีคนเดิมที่ดูร่าเริงสดใสไม่ใช่ปรางรวีที่เอาแต่นั่งหน้าเบื่อโลกแล้วถอนหายใจอย่างที่เป็นอยู่

“มีค่ะ แต่ไม่ชวน อยากชวนพี่เทพ” ตอบกลับโดยไม่มองหน้าและนั่นยิ่งทำให้ธีรเทพแหย่ได้ถนัดขึ้น

“หลงเสน่ห์พี่แล้วล่ะสิ”

“หลงตัวเองสิ” เสียงใสหันมาตอบกลับทันควัน ตากลมเขียวขุ่น

“ทำหน้าอย่างอื่นก็เป็นนิ” ธีรเทพว่า นึกดีใจที่ทำให้เธอหลุดออกมาจากอาการเหม่อลอยได้ “อย่างคิดมากน่า เรื่องของน้องปรางอาจจะน้อยกว่าที่พี่โดนก็ได้”

“ยังไงเรื่องของน้องปรางใหญ่กว่าค่ะ” คนตัวเล็กตอบกลับตามนิสัยชอบเอาชนะ ธีรเทพได้ทีจึงรีบยุต่อหวังให้หญิงสาวระบายความอึดอัดมากกว่าจะเก็บไว้เพียงลำพัง

“ใหญ่แค่ไหนกันเชียว”

“น้องปรางถูกบังคับให้แต่งงาน พี่เทพว่ามันใหญ่ไหมล่ะ อุ๊ย!” เสียงขาดหายพร้อมกับมือที่ยกขึ้นปิดปากเมื่อนึกขึ้นได้ว่าถูกหลอกถาม

ธีรเทพหัวเราะร่วนเมื่ออีกฝ่ายยอมบอกความลับ โดยไม่สำนึกสักนิดว่าตนเองก็มีปัญหาอย่างเดียวกัน แต่เมื่อนึกขึ้นได้เสียงหัวเราะเยาะคนตัวเล็กเมื่อครู่ก็เงียบไปเสียเฉยๆ และคราวนี้ก็เป็นปรางรวีที่เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มรุ่นพี่ด้วยความสงสัย

“พี่เทพเงียบทำไมคะ”

“เอ่อ...ไม่มีอะไรจ๊ะ เราไปดูเครื่องเล่นทางโน่นกันดีกว่านะ”

ดวงตากลมใสทำให้คนถูกถามสะบัดหน้าไปมาเบาๆ ธีรเทพรีบยิ้มกลบเกลื่อนและชี้ชวนไปดูอย่างอื่นหวังหักเหความสนใจแต่ปรางรวีฉลาดกว่าที่เขาคิด

“ไม่ต้องมาทำเป็นเปลี่ยนเรื่องเลยนะคะ”

“ไม่ได้เปลี่ยนเสียหน่อย”

“แล้วเมื่อกี้พี่เทพเงียบทำไมล่ะคะ ทำเหมือนกับว่า...ตัวเองก็เจอปัญหาอย่างเดียวกันกับน้องปราง”

คำถามจี้ใจดำทำให้ธีรเทพถึงกับนิ่งอึ้ง สายตาล่อกแล่กมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด และแน่นอนว่าหญิงสาวที่เป็นลูกของนายตำรวจมาทั้งชีวิตไม่ยอมปล่อยให้คนมีพิรุธลอยนวล ตากลมหวานที่เมื่อครู่เอาแต่เหม่อลอยและคิดหนักบัดนี้ลอบมองคนตัวใหญ่ด้วยแววตาจับผิด และเมื่อยิ่งจ้องธีรเทพก็ยิ่งมีพิรุธ ปรางรวีจึงลงความเห็นว่าสิ่งที่เธอคิดนั้นถูกต้องแล้ว

“ใช่จริงๆ ด้วย”

สิ้นคำคนตัวเล็กร่างสูงก็เป็นฝ่ายถอนหายใจดังเฮือกอย่างยอมรับ ธีรเทพก้มหน้าคิดไม่ตกแทนที่หญิงสาว อารมณ์อยากชวนคนข้างตัวไปเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกหดหายจนเหลือเพียงความหนักอกที่ยังไม่มีทางแก้ เขายังไม่ได้คุยกับครอบครัวอีกเลยนับตั้งแต่เกิดเรื่อง แต่ธีรเทพมั่นใจว่าบรรยากาศปกติของบ้านศุภวณิชย์นี่ละที่น่ากลัว ดังคำว่าก่อนพายุจะมา ลมมักสงบเสมอ

“ที่บ้านพี่เขาหาผู้หญิงไว้ให้น่ะ”

น้ำเสียงคล้ายปรับทุกข์ทำให้ปรางรวีต้องนิ่งรอฟัง ตากลมหวานเต็มไปด้วยความเข้าอกเข้าใจและเห็นใจอย่างสุดซึ้ง

“แล้วพี่เทพไม่มีแฟนเหรอคะ” เห็นเงียบไปนานจึงถามขึ้น หวังช่วยหาทางออกทั้งที่ตัวเองก็ยังมืดแปดด้านไม่ต่างกัน ธีรเทพส่ายหน้า

“เลิกกันแล้ว” กล่าวเพียงเท่านั้น โดยเลี่ยงที่จะบอกความจริงว่าเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นในวันที่จะได้พบเธอ เหตุผลที่เลิกราคงไม่มีผู้หญิงคนไหนรับได้เพราะเขารักพี่สาวมากเกินกว่าจะยอมให้ใครมาลามปาม แม้จะเป็นผู้หญิงที่เขารักก็ตามที

ปรางรวีพยักหน้ารับรู้ไม่ถามต่อให้ระคายใจ ทั้งยังนึกเห็นใจไปพร้อมกัน ทั้งที่มีปัญหาเหมือนกัน แต่เมื่อครู่ธีรเทพกลับพยายามทำตัวให้ร่าเริงและเอ่ยชวนเธอให้อมยิ้มอยู่แท้ๆ

“แล้วพี่เทพจะทำยังไงคะ”

“พี่ก็ยังไม่รู้เหมือนกัน คงทำเป็นไม่สนใจไปก่อน เดี๋ยวเขาก็คงลืมกันไปเอง” ว่าไปอย่างนั้นทั้งที่ใจคิดอีกอย่าง ผิดกับคนฟังที่คิดต่างเพราะปรางรวีมีธงคำตอบอยู่ในใจเรียบร้อยแล้ว เพียงแค่ยังหาวิธีไปถึงธงนั้นไม่เจอ

“แต่น้องปรางไม่ยอมรอให้เรื่องเงียบไปเองหรอกค่ะ” กล่าวพร้อมปรายตามองคนข้างกายก่อนเชิดขึ้นอย่างหมายมาด “พี่เทพรู้ไหมคะผู้ชายที่คุณป๋าหาให้น้องปรางอ้วนมาก ตี๋อ้วน สวมแว่น เนิร์ด ครบสูตรเลยค่ะ”

“ของพี่ก็คงไม่ต่างกันหรอก คงหาแฟนไม่ได้ถึงได้มาลงที่พี่” ธีรเทพกล่าวอย่างโกรธเคือง “น้องปรางรู้ไหม อาป๊าพี่ถึงกับลงทุนโกหกว่าครอบครัวพี่เป็นหนี้ฝ่ายผู้หญิงเลยนะ น้ำเน่าชะมัด เคยเห็นแต่ในละครไม่นึกว่าจะมีคนคิดทำแบบนั้นจริงๆ”

“โห...จริงเหรอคะ” ปรางรวีตาโตกับเรื่องของอีกฝ่ายก่อนจะพูดขึ้นบ้างเมื่อเรื่องของครอบครัวตัวเองก็มีเหตุการณ์คล้ายๆ กัน “พี่เทพรู้ไหม คุณป๋าน้องปรางก็ทำ มีสัญญาเงินกู้มาบีบน้องปรางด้วย แต่น้องปรางฉลาดก็เลยไหวตัวทัน ไม่อย่างนั้นคงได้แต่งงานเป็นสะใภ้เจ๊กแน่ๆ” พูดไปแล้วก็เหมือนจะลืมคิดถึงความเหมาะสม เพราะคำว่า เจ๊กสะดุดหูคนฟังให้หันกลับมามอง ใบหน้าหวานส่งยิ้มเหยเกอย่างขอลุแก่โทษ “น้องปรางของโทษค่ะ ปากเร็วไปนิดนึง”

“ไม่เป็นไรครับ” เขายิ้มไม่ถือสา “จะว่าไปครอบครัวเรานี่ก็คล้ายกันนะ เหตุการณ์ก็ไล่เลี่ยกัน ถ้าไม่บอกพี่คงคิดว่าเราสองคนต้องเป็นคนที่กำลังจะถูกจับแต่งงานแน่ๆ”

“จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไงล่ะคะ พี่เทพออกจะหล่อ เท่ห์ ตี๋อินเตอร์ขนาดนี้ ไม่เหมือนนายตี๋น้อยอ้วนฉุคนนั้นหรอก”

ปรางรวีคิดถึงรูปของตี๋เล็กที่พี่ชายเอามาให้ดูแล้วทำท่าขนลุกขนพอง แม้จะอายุของภาพจะเก่าหลายสิบปีแต่คนอ้วนก็ยังเป็นคนอ้วนวันยันค่ำไม่มีทางเปลี่ยนไปได้อย่างแน่นอน ดังนั้นตี๋เล็กที่ทุกคนเอ่ยถึงในความคิดของเธอจึงมีรูปลักษณ์เหมือนพิธีกรรายการพาชิมอาหารร้านอร่อยที่ชื่อตรงกับบุคลิกอย่างไม่ต้องสงสัย และเพราะจินตนาการไปเอง คนฟังจึงพลอยคิดตามไปด้วยว่าปรางรวีรู้จักกับผู้ชายที่ครอบครัวหาให้จริงๆ

“จะว่าไปน้องปรางอยากรู้จริงๆ นะคะ ว่าครอบครัวของพวกเราเขาคิดอะไรกันอยู่ นี่มันศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดแล้วแท้ๆ แต่ดูสิคิดได้ยังไงเรื่องจับคลุมถุงชน อยู่ๆ กันไปก็รักกันเอง ทำอย่างกับว่าเราอยู่ในสมัยรัชกาลที่ห้าที่ยังไม่มีการเลิกทาส” บ่นยืดยาวโดยมีคนข้างตัวพยักหน้าเห็นด้วยอย่างที่สุด เขาเองก็อยากรู้ว่าเพราะเหตุผลของบิดาเช่นเดียวกัน

“แต่น้องปรางไม่ยอมหรอกค่ะ น้องปรางต้องหาวิธีล้มเลิกแผนการของคุณป๋าให้ได้ น้องปรางจะไม่มีวันยอมโดนจับคลุมถุงชนง่ายๆ แน่”

“แล้วน้องปรางจะทำยังไงคะ พี่เห็นเราตั้งแต่มาถึงก็เอาแต่นั่งถอนหายใจคิดออกแล้วหรือไง” ธีรเทพเงยหน้าขึ้นมาถามคนประกาศก้อง

ไหล่ที่ยืดสวยเมื่อครู่ลู่ลงกลับมาอยู่ตำแหน่งเดิมพร้อมกับใบหน้างามที่ปรากฏริ้วรอยความกังวลอีกหน “ยังคิดไม่ออกนี่น่ะสิคะ ปัญหา”

“แต่ก็ยังไม่ใช่เร็วๆ นี่ไม่ใช่เหรอ” ธีรเทพถามด้วยความเป็นห่วง

การแต่งงานไม่ใช่นึกวันนี้แล้วพรุ่งนี้จะแต่งได้เลย ทุกอย่างต้องอาศัยระยะเวลาและแน่นอนว่าเพราะคิดแบบนี้เขาถึงยังใจเย็นอยู่ได้ แต่ไม่ใช่กับปรางรวี ใบหน้าสวยเงยขึ้นสบตาคนตัวใหญ่

“ใครบอกละค่ะ เสาร์ที่จะถึงนี้เลยล่ะ”

“เสาร์นี้” ทวนคำอย่างไม่เชื่อหู

ปรางรวีพยักหน้ารับ ขยับเข้ามาเกาะแขนแกร่งดวงตากลมส่งสายตาออดอ้อนหวังให้คนตัวใหญ่เห็นใจ “พี่เทพช่วยน้องปรางคิดหน่อยสิคะว่าจะทำยังไงดี น้องปรางไม่อยากไปดูตัวกับนายตี๋อ้วนอะไรนั่น”

ธีรเทพนิ่งคิดเล็กน้อยก่อนส่งยิ้มแหยกลับมาให้ มือใหญ่ปลดมือเล็กที่กำลังเกาะแขนของตนออกอย่างเบามือ ไอ้ช่วยก็อยากช่วยอยู่หรอก แต่ตัวเขาเองก็ยังจนปัญญาอยู่เหมือนกัน “ทำใจค่ะ ถ้าเป็นวันเสาร์นี้ต่อให้พี่เป็นเทวดาก็ช่วยอะไรน้องปรางไม่ได้หรอก”







พี่เทพเป็นพี่ชายที่น่ารักมาก เมื่อเจอปัญหา พร้อมจะทิ้งน้องได้ทันที

ขอฝากนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ บ้านสินิท-สิริน ร่วมโปร meb E-book Fair 2020 - สัปดาห์หนังสือที่บ้าน ลดทั้งร้านกว่า 30% นะยูว์ 

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น