แผนลับจับรัก

ตอนที่ 14 : บทที่ 6 สานสัมพันธ์ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 226
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    15 เม.ย. 63





 

ปรางรวีขับรถวนหาร้านที่มีคนไม่มากนักแต่มันก็หายากพอๆ กับหาเข็มในมหาสมุทร เพราะเป็นวันหยุดจึงทำให้มีนักราตรีมากกว่าทุกวัน หญิงสาวเลือกร้านฝั่งซ้ายมือที่อยู่ห่างออกไปราวสองป้ายรถเมล์ เธอจำได้ว่าเคยมากับธเนศสองสามครั้ง บรรยากาศดีไม่อึดอัดเท่ากับสถานบันเทิงอื่นที่มักจะเสริมโต๊ะเพื่อเพิ่มรายรับของตนเองที่สำคัญเธอรู้จักคนคุมสถานที่อโคจรแห่งนี้

“มาคนเดียวค่ะ ขอชั้นบนนะคะ”

บริกรที่ออกมาต้อนรับเชื้อเชิญปรางรวีให้เดินตามขึ้นไปบริเวณที่หญิงสาวต้องการ โต๊ะนั่งติดชั้นลอยถูกจับจองจนแน่นขนัด บาร์เครื่องดื่มจึงเป็นสถานที่เดียวที่ว่างพอให้ลูกค้าสาวได้จับจอง ปรางรวีจำต้องยอมนั่งอยู่หน้าบาร์เทนดี้สาวและสั่งเครื่องดื่มสำหรับตัวเองเบาๆ ขณะที่เพลงในร้านเปลี่ยนจังหวะเป็นเร็วและแรงชวนให้ลูกค้าออกไปขยับกายและพูดคุยกันอย่างสนุกสนานแต่ไม่ใช่กับปรางรวี

ดวงตาคู่หวานกวาดมองไปรอบๆ ร้าน นั่งละเลียดเครื่องดื่มของตัวเองเงียบๆ แม้ปากจะบอกว่าหนีออกจากบ้านแต่เธอก็ไม่มีที่ให้ไปได้ไกลเกินกว่าบ้านเลยสักที่ เพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องออกไปอยู่ที่อื่น จวบจนกระทั่งบิดาแจ้งเจตจำนงต้องการให้เธอแต่งงาน ประหนึ่งเป็นคำไล่กรายๆ ว่าให้ย้ายออกไป เพียงแค่นึกก็รู้สึกได้ถึงความน้อยใจที่พวยพุ่งขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ จนต้องยกเครื่องดื่มสีสวยขึ้นดื่มเมื่อกดข่มความรู้สึกเหล่านั้นให้กลับลงไปที่เดิม

หญิงสาวใช้เวลาอยู่กับตัวเองและบรรยากาศรอบกายสักพัก ก่อนจะพบกับแผ่นหลังคุ้นตาที่ทำให้ปรางรวีต้องเพ่งสายตาผ่านความสลัวมองตรงไปยังโต๊ะที่อยู่บริเวณชั้นลอย ร่างสูงดูโดดเด่นไม่น้อยเมื่ออยู่ท่ามกลางผู้คนแบบนี้และทันทีที่แอบเห็นเสี้ยวหน้าของใครคนนั้นปรางรวีก็ยิ้มออกมาอย่างเผลอๆ

ร่างโปร่งระหงในชุดกางเกงยีนสีซีดและเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่ก็คว้ากระเป๋าถือขึ้นมาคล้องไหล่ มืออีกข้างหยิบเครื่องดื่มสีสวยของตัวเองขึ้นมาถือและก้าวเข้าไปหาใครคนนั้นเมื่อเธอดูสถานการณ์แล้วพบว่าเขาน่าจะมาเพียงคนเดียวหรือไม่ก็อาจจะรอเพื่อน แต่ตอนนี้เธอต้องการเพื่อน เขาจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในเวลานี้สำหรับเธอ

ปรางรวีรวบรวบความกล้าอยู่เกือบนาทีก่อนจะยื่นมือไปสะกิดไหล่แกร่ง และทันทีที่เขาหันกลับมาหญิงสาวก็ฉีกยิ้มกว้าง

“สวัสดีค่ะ”

“คุณ!” ธีรเทพมีท่าทีตกใจไม่น้อยที่เห็นว่าใครมาสะกิดไหล่ของตน เขากำลังคิดอะไรเพลินๆ จนไม่ได้สนใจคนรอบข้าง ยิ่งกว่านั้นคือไม่คิดว่าหญิงสาวตรงหน้าจะกล้าเข้ามาทักเขา เพราะถึงเขาและเธอจะเป็นคู่กรณีกัน และเคยช่วยเธอไว้แต่สังคมไทยเดี๋ยวนี้มักลืมอะไรง่ายๆ เสมอ บางครั้งก็แกล้งลืมด้วยซ้ำไป

“บังเอิญจังเลยนะคะ” ปรางรวียังคงยิ้มไม่หวาดกลัวกับดวงตาคมที่กวาดตามองตามร่างกายของตัวเองแม้แต่นิดเพราะแค่เขาแสดงท่าทีตกใจก็บอกได้แล้วว่าเขาจำเธอได้

“นั่นสิครับ บังเอิญจริงๆ แล้วคุณมาเที่ยวหรือครับ” ธีรเทพรวบรวมสติที่แตกกระเจิงของตนให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว และนิสัยเจ้าชู้ที่น่าจะเรียกว่าสันดานก็ออกฤทธิ์ เขากวาดตามองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เครื่องแต่งกายง่ายๆ แต่ทำให้เธอดูดีกว่าสาวในชุดสีแดงเพลิงคนนั้นเสียอีก ใบหน้าสวยหวานไม่มีคราบน้ำตาเปรอเปื้อนอีกต่อไปแล้วในนาทีนี้ เหลือเพียงใบหน้าสวยใสและดูน่ามองอย่างที่เขายังนึกชม

เธอพยักหน้ารับและเหล่มองไปยังเก้าอี้ตัวที่ว่างใกล้ๆ “น้องปรางมาคนเดียวน่ะค่ะ ขอน้องปรางนั่งด้วยคนได้ไหมคะ”

ท่าทางและน้ำเสียงใสๆ ที่ดังแข่งกับเครื่องเสียงของทางร้านทำให้ธีรเทพกุลีกุจอเชื้อเชิญเธอลงนั่ง เมื่อหญิงสาวนั่งเรียบร้อยเขาก็พูดขึ้น “แปลกจังเลยนะครับ ผู้หญิงสวยๆ อย่างคุณไม่น่าจะมาเที่ยวคนเดียวได้เลย”

น้ำเสียงและแววตาที่สาวนักเที่ยวอย่างปรางรวีเจอมานักต่อนักทำให้เธออมยิ้มน้อยๆ “แล้วผู้ชายหล่อๆ แบบคุณมากับใครเหรอคะ”

“มาคนเดียวเหมือนกันครับ” ตอบโดยไม่ได้คิดอะไรแต่คนถามกลับยิ้มขำ

“ถ้าอย่างนั้นการที่น้องปรางมาคนเดียวก็ไม่ใช่เรื่องแปลก จริงไหมคะ”

เมื่อโดนสวนกลับมาเช่นนั้นธีรเทพก็ถึงกับอึ้งไปเลยทีเดียว ทันคนเขาตั้งลักษณะนิสัยให้เธอไว้หนึ่งอย่างในใจเงียบๆ

“นั่นสินะครับ” ส่งยิ้มเก๋และมองเธออย่างเปิดเผยยิ่งกว่าเดิม ไม่เคยเจอผู้หญิงรู้ทันแบบนี้มาก่อน หรือบางทีก็รู้แต่แสร้งทำเป็นไม่รู้ก็เสียมาก ผู้หญิงน้อยคนนักที่กล้าชนตรงๆ และเธอก็ทำให้เขารู้สึกถูกใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ปรางรวีค่ะ”

เธอยื่นมือมาให้ตรงหน้าแต่ธีรเทพกลับทำหน้าสงสัย เธอจึงพูดขึ้นอีก “ฉันชื่อปรางรวีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณธีรเทพ เอ่อ...” เสียงหวานขาดหายคล้ายไม่แน่ใจในอะไรบางอย่าง “เราคงไม่ได้แนะนำตัวกันช้าไปใช่ไหมคะ”

“ครับ” เขายิ้มเมื่อเข้าใจทุกอย่าง มือหนายื่นออกไปสัมผัสกับเธอเบาๆ นึกชอบใจเสียงหวานๆ ท่าทีเปิดเผย ไม่มีพิธีรีตองหรือจริตมารยาจนเกินงามอย่างผู้หญิงที่เขาเคยเจอ

บริกรประจำโต๊ะเดินเข้ามาดูแลความเรียบร้อย ขณะที่สองหนุ่มสาวยังคงจ้องมองกันและกันด้วยความรู้สึกถูกชะตา และเมื่อบริกรที่รับออเดอร์ชุดใหม่จากไปธีรเทพก็เอ่ยขึ้น

“ความจริงผมมีบางอย่างที่อยากจะบอกคุณ”

“อะไรคะ” ปรางรวีถามเสียงหวานพลางเอียงคอเล็กน้อยยามมองคนตรงหน้า ท่าทางไร้เดียงสาทำให้ธีรเทพอดยิ้มให้กับท่าทีที่เป็นธรรมชาตินั้นไม่ได้

“ผมขอโทษ”

คำที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบอย่างที่อิสตรีบางคนอยากจะมีทำให้ปรางรวียิ่งสงสัยขึ้นไปอีก เขาขอโทษเธอเรื่องอะไรกัน และเหมือนคำถามนั้นจะปรากฏบนใบหน้าหวานโดยไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำใดแม้แต่คำเดียว ธีรเทพหัวเราะเบาๆ และพูดต่อ

“ตอนที่รถเราชนกันอยู่กลางสี่แยกเมื่อตอนบ่าย ผมพูดไม่ดีกับคุณ”

เหมือนคำเฉลยนั้นจะทำให้ปรางรวีเข้าใจได้ในทันที ใบหน้าสวยหวานพยักขึ้นลงรับรู้ นึกถึงภาพตนเองที่นั่งร้องไห้อยู่ในรถแล้วชายหนุ่มมาตะโกนด่าอยู่ข้างประตู แม้ใจหนึ่งจะขุ่นเคืองแต่เมื่อคิดตามกลับเห็นว่าเรื่องนั้นช่างเป็นเรื่องเล็กน้อยเสียเหลือเกิน เพราะต้นเหตุของอุบัติเหตุนั้นมาจากเธอจริงๆ และคนที่เข้ามาช่วยก็คือเขา บวกลบทบต้นทบดอกในใจเรียบร้อยปรางรวีก็ไม่รู้สึกขุ่นใจอีกต่อไป ใบหน้าสวยหวานแย้มยิ้ม เมื่อเขากล้าขอโทษตรงๆ แล้วเหตุใดเธอต้องทำลายความสัมพันธ์นี้ลง

“น้องปรางก็ต้องขอโทษที่ทำคุณธีรเทพหงุดหงิด และก็ต้องขอบคุณอีกครั้งมากๆ เลยนะคะที่คุณธีรเทพช่วยน้องปรางในวันนี้”

น้ำเสียงที่ไม่มีความโกรธเคืองเจืออยู่แม้แต่นิดทำให้คนคิดมากคลายวิตกลงไปพอสมควร ทั้งยังสรรพนามแทนตัวน่าเอ็นดูนั่นอีก บทสนทนาถูกขัดจังหวะเมื่อบริกรประจำโต๊ะคนเดิมนำอาหารและเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ ธีรเทพอมยิ้มก่อนพูดขึ้นเมื่อบริกรคนดังกล่าวเดินจากไป

“เรียกผมว่าเทพก็ได้ครับ คุณธีรเทพดูเต็มยศและเรียกยากไปหน่อย”

“ถ้าอย่างนั้นน้องปรางขอเรียกว่าพี่เทพนะคะ เพราะดูแล้วพี่เทพน่าจะอายุเยอะกว่าน้องปราง”

“นี่ผมดูแก่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ” เขาท้วงยิ้มๆ ไม่ได้จริงจังกับฐานะที่เธอยัดเยียดให้แม้แต่น้อย เพราะร่างตรงหน้าดูอย่างไรก็น่าจะอ่อนกว่าเขาหลายปี

“ให้น้องปรางเรียกชื่อได้ แต่พี่เทพเอาแต่เรียกน้องปรางว่าคุณ และแทนตัวเองว่าผม”

“ถ้าอย่างนั้นผม...ไม่สิ พี่ขอเรียกน้องปรางว่าน้องปรางก็แล้วกันนะคะ” คำลงท้ายที่เป็นไปเองตามกมลหนุ่มเจ้าชู้แต่ปรางรวีกลับไม่รู้สึกระคายหูแม้แต่นิดเพราะพี่ชายทั้งสองอย่างปฐพีและปฐวีก็มักเอ่ยกับเธอแบบนี้เช่นกัน

“ด้วยความยินดีค่ะ” สาวสวยยิ้มหวานและพูดต่อ “ความจริงพี่เทพไม่ได้ดูแก่หรอกค่ะ แต่น้องปรางของยกให้เป็นพี่ชายก็แล้วกันนะคะ”

ฐานะระบุชัดทำให้คนตัวใหญ่กว่าเสียการทรงตัวเล็กน้อย ถือว่าเธอระวังตัวและวางตัวได้ดีมากทีเดียว ไม่เหมือนกับผู้หญิงที่เขาเคยเจอมาและแน่นอนว่ามันน่าสนใจกว่าผู้หญิงเหล่านั้นหลายเท่า

 

“ขอบคุณมากนะคะพี่เทพ ที่เลี้ยงข้าวปราง” เสียงใสๆ เอ่ยขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง

หลังจากผับปิดธีรเทพก็ชวนเธอออกมาหาอะไรกินต่อทันทีที่หญิงสาวออกปากบ่นว่าหิว การได้นั่งคุยกับเพื่อนใหม่ทำให้เธอได้รู้ว่านอกจากท่าทางเจ้าชู้เพลย์บอยที่ธีรเทพแสดงออกแล้วเธอพบว่าเขามีมิตรภาพแบบเพื่อนให้เธออยู่ไม่น้อย เมื่อเธอเปิดเผยเขาก็พร้อมที่จะเปิดอกให้เห็นความจริงใจเช่นเดียวกัน ความสัมพันธ์จึงเกิดขึ้นแค่ชั่วข้ามวัน

อาจเป็นเพราะต่างคนต่างก็กำลังประสบปัญหาในเรื่องที่คล้ายๆ กัน และต้องการคุยกับใครสักคน ใครที่ไม่ต้องเป็นคนรู้จักสนิทชิดเชื้อมาก ขอแค่เป็นใครสักคนที่สามารถระบายความรู้สึกอึดอัดในใจได้เท่านั้น ทำให้ทั้งคู่คุยกันถูกคอจนกระทั่งถึงเวลาร้านปิด และตามด้วยมื้อดึกต่อที่ร้านข้าวต้มที่เปิดอยู่ไม่ไกลนัก

“ไม่เป็นไรครับ แต่ถ้าให้เลี้ยงบ่อยๆ คงไม่ไหว พี่คงจนตายแน่เพราะน้องปรางกินเก่งมาก” เอ่ยแซวด้วยการเน้นคำว่ามากจนคนถูกแซวอายม้วย เพราะตอนที่อยู่ในผับเธอก็สั่งกับแกล้มมาหลายอย่าง ออกจากร้านมายังบ่นหิวอีกจนเขาต้องพาออกมาหาอะไรกินอย่างตอนนี้

“เพื่อสุขภาพที่ดีน้องปรางแค่กินข้าววันละสี่มื้อเป็นอย่างน้อยเท่านั้นเอง” คนตัวเล็กกว่าว่าหน้าตางอง้ำ

ธีรเทพยิ้มขำให้กับท่าทางแสนงอนของน้องสาวตัวน้อยที่อีกฝ่ายร้องขออยากจะเป็น และนั่นก็ทำให้ลูกชายคนเล็กของเจ้าสัวธนพัฒน์ที่ไม่เคยมีน้องมาก่อนต้องยอมตกปากรับคำ อาจเพราะเธอเรียกร้องเพียงแค่นั้นเขาก็เต็มใจที่จะลองทำหน้าที่พี่ชายที่แสนดีเช่นเดียวกัน ท่าทีที่แสดงออกจึงเป็นไปในลักษณะของมิตรภาพแบบเพื่อน แบบพี่น้อง มากกว่าเรื่องชู้สาวที่ตั้งใจไว้ในคราแรก

“กินแล้วเอาไปเก็บไว้ที่ไหนหมดเนี่ย ตัวผอมอย่างกับไม้เสียบผี”

“ว่าปรางเป็นไม้เสียบผี ตัวเองเถอะกินอย่างกับแมวดม เป็นไม้เสียบผีรุ่นสลิมยิ่งกว่าน้องปรางอีก”

“เถียงคำไม่ตกฟากนะเรา”

พี่ชายคนใหม่ว่าเข้าให้ ปรางรวีย่นจมูกใส่อย่างน่ารักจนคนมองอยากจะก้มลงไปฟัดสักทีเสียแต่ติดที่ว่าตอนนี้เขาเป็น พี่เทพที่แสนดีของ น้องปรางไม่ใช้คุณเทพของสาวๆ อย่างที่เคยเป็นเท่านั้น

“น้องปรางจะกลับบ้านแล้ว ขอบคุณอีกครั้งนะคะสำหรับเรื่องวันนี้”

“ด้วยความยินดีครับ” เขาตอบกลับเมื่อเดินมาส่งเธอถึงรถ ปรางรวีหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าธีรเทพ จ้องสบตาคมนิ่งก่อนจะทำใจกล้าเอ่ยขึ้น

“เอ่อ... ถ้าน้องปรางอยากชวนพี่เทพไปเที่ยวอีก น้องปรางโทรไปชวนได้หรือเปล่าคะ”

“ได้สิ เบอร์โทรพี่เราก็มีแล้วไง” เพราะได้แลกเบอร์โทรศัพท์กันไว้เมื่อตอนที่อยู่ในร้านแล้ว “อีกอย่างพี่เป็นพวกว่างงานอยู่ดังนั้น เอาไว้ว่างๆ พี่จะโทรไปเล่นด้วยก็แล้วกันนะ”

“ได้เลยค่ะ” เสียงใสรับคำ มือเรียวเปิดประตูรถและแทรกตัวเข้าไปนั่ง ธีรเทพทำหน้าที่สุภาพบุรุษด้วยการปิดประตูให้ แต่ปรางรวีก็เลื่อนกระจกลงมามองคนตัวใหญ่ที่ยังไม่ขยับไปไหน “ขับรถกลับบ้านดีๆ นะคะ”




คุณป๋าไม่ต้อง น้องปรางอ่อยเองได้ค่ะ (น้องปรางไม่ได้กล่าว :P)

ขอฝากนิยายเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ บ้านสินิท-สิริน ร่วมโปร meb E-book Fair 2020 - สัปดาห์หนังสือที่บ้าน ลดทั้งร้านกว่า 30% นะยูว์ 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น