ดวงใจขุนศึก [สนพ. ปองรัก]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 204,939 Views

  • 589 Comments

  • 1,948 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    57

    Overall
    204,939

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 3 [50%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3342
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    21 มิ.ย. 61

ตอนที่ 3

 

หลังจากการประชุมการจัดการค่าผ่านประตูงานแต่งงานของสี่ทิศผ่านพ้นไปแล้ว ขุนศึกก็ได้มีโอกาสอยู่กันตามลำพังกับคนรักเสียที ชายหนุ่มเดินตามหลังเธอเข้าไปในครัวหลังร้านต้อยๆ จนคนถูกตามนึกแปลกใจ

“พี่ขุนมีอะไรหรือเปล่าคะ” รมิตาเงยหน้าขึ้นถาม

ส่วนคนถูกถามมีท่าทีอึกอัก ขุนศึกจึงหมุนตัวเดินไปยังส่วนพักผ่อนที่มีโซฟาตัวยาววางอยู่

ท่าทางแปลกๆ ของชายหนุ่มทำให้รมิตาต้องเดินตามออกมาสอบถาม หญิงสาวสังเกตเห็นว่าเขามีท่าทีเช่นนี้ตั้งแต่ตอนที่ผู้ร่วมขบวนการหาค่าขนมจากงานแต่งของสี่ทิศอยู่กันพร้อมหน้า จนกระทั่งทุกคนลากลับเมื่อข้อตกลงเป็นที่สิ้นสุด

“พี่ขุนคะ”

เธอไม่อยากจะเซ้าซี้ถามเขามากนัก แต่ท่าทางของชายหนุ่มทำให้เธอปล่อยให้เขาพูดออกมาเองเหมือนทุกครั้งไม่ได้จริงๆ ท่าทางเคร่งขรึมคล้ายต้องการพูดอะไรบางอย่างแต่ไม่ยอมพูดออกมาเสียที และนั่นทำให้เธอเป็นห่วงเขามากขึ้นไปอีก

“เมื่อไหร่ร้านจะปิดเสียที”

คนตัวใหญ่ถามไปอีกเรื่อง เขาอยากมีเวลาอยู่กันตามลำพังเธอเร็วๆ เพราะติดใจสงสัยในท่าทางของรมิตาจนทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหวอีกต่อไป

ทุกครั้งที่ถูกเอ่ยถึงการแต่งงานในวงสนทนารมิตาจะมองมาที่เขาด้วยสายตาแปลกๆ เธอไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเมื่อถูกใครสักคนถามว่าเมื่อไหร่จะแต่ง เธอทำเพียงยิ้มบางๆ และหัวเราะเบาๆ ก่อนตอบกลับทีเล่นทีจริง

‘ถ้ามีคนมาขอเมื่อไหร่ เคทก็คงยอมตกลงแต่งด้วยเมื่อนั้นแหละค่ะ’

ประโยคแปร่งหูทำให้เขานึกสงสัยในความหมายที่แท้จริงของถ้อยคำนั้น แต่จะถามเอาตรงๆ ก็คงดูไม่ดีนัก และหากจะรอจนกระทั่งปิดร้านเขาก็ทำไม่ได้เหมือนกัน มันร้อนใจพิกลโดยเฉพาะเมื่อเธอใช้คำว่า ‘มาขอเมื่อไหร่ก็คงยอม...เมื่อนั้น’ ไหนจะคำว่า ‘คนมาขอ’ คำที่ไม่ได้ระบุเจาะจงว่าหมายถึงใครเป็นพิเศษนั่นอีก หมายความว่าเป็นใครก็ได้อย่างนั้นหรือ คิดแล้วขุนศึกก็ยิ่งหงุดหงิดหัวใจจนเผลอชักสีหน้าใส่คนที่เดินมานั่งข้างๆ

“อีกสักพักก็ปิดแล้วค่ะ พี่ขุนมีอะไรหรือเปล่าคะ”

“ไม่มีอะไรหรอก เคทออกไปดูร้านเถอะ พี่จะรออยู่ที่นี่” ว่าแล้วก็เสทำทีหยิบหนังสือนิตยสารใต้โต๊ะตัวเตี้ยตรงหน้าขึ้นมาเปิดอ่าน

พยายามอย่างยิ่งที่จะใช้สมาธิกับตัวอักษรที่ปรากฏตรงหน้า เพียงเพื่อให้มันระงับความหงุดหงิดที่ยังไม่ถูกไขข้อข้องใจ พร้อมกับบอกตัวเองให้ใจเย็นๆ รมิตาอาจจะแค่พูดไปอย่างนั้นเอง...แต่ถ้าหากเธอไม่คิดเธอจะพูดขึ้นมาหรือ สมองอีกฝั่งแย้งกลับ

ท้ายที่สุดสิ่งที่ขุนศึกทำได้ก็คือการเอนหลังพิงพนักโซฟาพร้อมกับหลับตาตัดตัวเองจากโลกภายนอก ปล่อยให้สมองความคิดสองฝั่งต่อสู้กันอยู่ภายใน

รอก่อน รอให้อยู่ตามลำพัง แล้วเขาจะถามให้แน่ใจ

 

“เคทอยากแต่งงานเหรอ”

อยู่ๆ ขุนศึกก็โพล่งถามขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย รมิตาหันกลับไปมองคนพูดด้วยแววตาที่เต็มไปความแปลกใจระคนไม่เข้าใจ

ขุนศึกยังคงทำหน้าที่สารถีให้เธอไม่ต่างกับวันวาน แต่ความเงียบและท่าทางเคร่งขรึมทำให้เธอรู้สึกถึงบรรยากาศที่แตกต่าง...บรรยากาศที่ไม่น่าไว้ใจ

“ทำไมพี่ขุนถามอย่างนั้นล่ะคะ”

“เปล่า พี่แค่ถามเฉยๆ”

สายตาที่มองมาด้วยความไม่เข้าใจในคำถามทำให้คนเริ่มประโยคสนทนาเป็นฝ่ายตัดบทเสียเอง บางทีเขาอาจจะคิดมากเกินไป รมิตาคงเพียงแค่ต้องการพูดเพื่อทำให้บรรยากาศครื้นเครง ไม่ได้มีเจตนาแฝงในคำพูดเหล่านั้นแม้แต่นิด กระนั้นเขาก็ยังสงสัยและอยากรู้

ทว่าวิธีการตัดบทแบบกำปั้นทุบดินของเขาทำให้คนฟังรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง บางอย่างที่เธอเคยกลัวและตอนนี้มันก็เริ่มชัดเจนขึ้น แม้อยากจะเก็บมันไว้ไม่ยอมถามเพื่อที่จะปล่อยให้มันผ่านไปเหมือนที่เป็นมา แต่ความคิดอีกฝั่งก็ทำให้เธอต้องเปลี่ยนความคิด บางครั้งเธอก็อยากได้ความชัดเจน...รมิตานิ่งไปเกือบสองนาทีเต็มเพื่อเรียบเรียงคำถามก่อนจะเอ่ยออกมา

“พี่ขุนไม่อยากแต่งงานใช่ไหมคะ”

คนถูกถามหันมามองอย่างตกตะลึงเมื่อรมิตาเลือกที่จะเปิดประเด็นตรงๆ โดยไม่คิดที่จะอ้อมค้อม โชคดีที่เขาขับรถมาจอดเทียบประตูหน้าบ้านของเธอพอดี ทำให้ไม่ต้องใช้ความระมัดระวังมากเหมือนหลายนาทีก่อน ขุนศึกยังคงกำพวงมาลัยแน่นแม้จะดับเครื่องยนต์ไปแล้วก็ตาม

ความเงียบและอาการนิ่งขรึมคือคำตอบที่ทำให้คนถามใจเสีย ไม่มีคำตอบรับหรือปฏิเสธอย่างที่ควรจะเป็น ขุนศึกเลือกที่จะมองเธอนิ่งๆ และนั่นก็ทำให้รมิตาเข้าใจอะไรได้ลางๆ หลังจากที่หลายครั้งมันคลุมเครือจนบางทีก็มองไม่เห็นความจริงที่เขาแสดงออก แต่เวลานี้กลับชัดเจน รมิตามองใบหน้าคมของคนข้างกายด้วยสายตาเจ็บแปลบมือบางยกกระเป๋าขึ้นคล้องไหล่และพูดต่อ

“เคทเข้าใจค่ะ”

พูดจบก็เปิดประตูลงจากรถไปในทันที เธอกำลังคาดหวังอะไรกันรมิตาในเมื่อที่เขาถามและแสดงออกมาชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เขาไม่อยากแต่งงาน เพราะอย่างนี้สินะเขาถึงเลือกที่จะบ่ายเบี่ยงเมื่อเธอเอ่ยปากชวนเขาไปเที่ยวที่บ้าน หรือพบกับคนในครอบครัว และเพราะเช่นนี้เองเขาถึงได้เลือกให้เธออยู่ในที่ของเธอโดยไม่ต้องวุ่นวายกับชีวิตของเขาหรือคนรอบตัวเขา เพราะอย่างนี้เอง

ร่างสมส่วนก้าวลงจากรถ แต่ใครอีกคนกลับรู้สึกคล้ายเพิ่งได้สติ ขุนศึกมองตามแผ่นหลังบางที่ห่างออกไปเรื่อยๆ ด้วยความรู้สึกว้าวุ่นใจ

“เคท”

เสียงเรียกเบื้องหลังไม่อาจทำให้คนที่พยายามบังคับมือไม่ให้สั่นขณะเปิดประตูรั้วหันกลับมามองได้ เธอรู้สึกจุกจนหายใจไม่ออกเมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นของเขา ท่าทางตกตะลึงกับความจริงที่เธอโพล่งออกไปชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ เขาไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับเธอ ไม่เคยเลยสักนิด และที่เขากำลังทำอยู่ก็คงเป็นการขอให้เธอเข้าใจในตัวเขาเหมือนที่เคยเป็นมา

“เคทหมายความว่ายังไง”

ขุนศึกลงจากรถเดินมาหา มือใหญ่รั้งร่างระหงให้หันกลับมาเผชิญหน้าด้วยท่าทางคุกคาม เธอบอกว่าเข้าใจแล้วก็เดินหนี เดินหนีโดยไม่คิดที่จะฟังคำอธิบายจากเขา

“เคทหมายความอย่างที่พูด”

“พูดอะไร”

“พูดว่าพี่ขุนไม่อยากแต่งงานกับเคท” คนตอบพยายามข่มความน้อยใจแต่มันกลับแสดงออกทางสายตาชัดเจน “พี่ขุนแค่ต้องการให้เคทอยู่ในที่ของเคทเหมือนที่เคยเป็นมาและจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป”

“เคทไม่เข้าใจ”

“เคทเข้าใจค่ะ เคทเข้าใจดี เข้าใจทุกอย่าง” เธออยากจะบอกว่าเธอรู้สึกเสียใจเพียงใดเมื่อเห็นเขาแสดงออกชัดถึงเพียงนี้

“เพราะเข้าใจแบบนี้ใช่ไหมเคทถึงอยากจะไปแต่งงานกับคนอื่น”

“พี่ขุนพูดอะไรคะ” เมื่อถูกกล่าวหาก็อดไม่ได้ที่จะถามกลับด้วยความสงสัย ท่าทางคล้ายโยนความผิดทุกอย่างมาที่เธอทำให้รมิตายิ่งเจ็บปวด

“พูดในสิ่งที่เคทพูดไง” เขาย้อน “เคทยอมแต่งงานกับใครก็ได้ขอแค่มันมาขอ” เขาท้วงประโยคที่เธอเอ่ยทีเล่นทีจริงเมื่อตอนอยู่ที่ร้าน

รมิตามองคนพูดอย่างไม่อยากเชื่อหู เขาคิดจริงจังกับคำพูดของเธอ แต่คำพูดของตนเองเขากลับไม่เคยนึกสนใจว่ามันจะทำร้ายจิตใจของเธอเพียงใด

“และพี่ขุนก็จะปล่อยให้เคทไปแต่งงานกับคนอื่นจริงๆ ใช่ไหมคะ”

“เพราะเคทอยากจะไปต่างหาก”

“พี่ขุนไม่ห้ามถ้าเคทจะทำอย่างนั้น” น้ำตาไหลอาบแก้มนวลเมื่อต้องเอ่ยคำดังกล่าว “พี่ขุนไม่เคยแคร์ความรู้สึกของเคทเลย และก็ไม่สนใจด้วยว่าเคทจะเป็นยังไง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเคทไม่ได้มีความสำคัญกับพี่ขุนเลยแม้แต่นิด ไม่มีเลย”

“รมิตา”

“ถ้าพี่ขุนคิดแบบนี้มาตลอดก็ไม่ควรหลอกให้เคทรอ รอในสิ่งที่ไม่วันเป็นจริง เพราะเคทเหนื่อย เหนื่อยที่จะต้องรอว่าเมื่อไหร่พี่ขุนจะมองเห็นเคท มองเห็นความสำคัญของเคท เคทแค่อยากได้ความมั่นใจสักนิดว่าสิ่งที่เคทรอมันมีอยู่จริง แต่ที่พี่ขุนทำมาโดยตลอดคือการให้เคทรออย่างไม่มีจุดหมาย และพอมาวันนี้พี่ขุนก็พร้อมที่จะผลักเคทออกไปเมื่อเคทไม่ได้ดั่งใจเหมือนทุกที”

คำพูดที่เธอพรั่งพรูใส่หน้าทำให้คนตัวใหญ่ถึงกับชาดิกไปทั้งร่างเมื่อสิ่งที่เขาทำมาโดยตลอดเป็นการทำร้ายเธอโดยไม่ตั้งใจ

“เคทเหนื่อย เหนื่อยที่ต้องรอและคอยวิ่งตามไขว่คว้าหาสิ่งที่ไม่มีวันเป็นจริง และวันนี้พี่ขุนก็พูดออกมา พี่ขุนไม่เคยคิดที่จะ...” เสียงสะอื้นขาดหาย

เธอคงเป็นผู้หญิงที่แย่ในสายตาเขายิ่งกว่าที่เป็นอยู่หากเอ่ยคำนั้นออกมา คำที่แสดงให้เห็นว่าเธอเรียกร้องการแต่งงานทั้งที่เขาไม่ต้องการการผูกมัด พอเสียเถอะรมิตา หยุดที่ตรงนี้ หยุดก่อนที่เธอจะไม่มีศักดิ์ศรีอะไรเหลืออยู่เลย หญิงสาวบอกตัวเอง มองคนที่ไม่กล่าวแก้ความเข้าใจนั้นด้วยสายตาเจ็บปวด









ดวงใจขุนศึก ราคาเล่มละ 276.25 บาท (ราคาหน้าปก 325 บาท )

จัดส่งฟรีพร้อมของที่ระลึก

สั่งซื้อรูปเล่มที่ Fan page : สำนักพิมพ์ปองรัก

                     Fan page : สิรินรชา นาถธีรธาดา

หรือสนใจรูปแบบอีบุ๊ค สามารถกดซื้อได้ที่ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

0 ความคิดเห็น