ดวงใจขุนศึก [สนพ. ปองรัก]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 204,939 Views

  • 589 Comments

  • 1,948 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    57

    Overall
    204,939

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 2 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3451
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    20 มิ.ย. 61

 

สิบห้านาฬิกาตรงไม่ขาดไม่เกิน ประตูห้องทำงานของหัวหน้าฝ่ายวิศวกรของอธิรักษ์โยธินกรุ๊ปก็เปิดออก ร่างสูงเพรียวในชุดทำงานพร้อมสูทตัวเก่งและกระเป๋าถือก้าวออกมาจากห้องทำให้คนที่เป็นเลขานุการเช่นพิมลวรรณ ต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย

“บอสจะไปไหนคะ” เลขานุการสาววัยยี่สิบสามรีบสอบถาม

อายุงานที่น้อยเกินกว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นมือขวาของผู้บริหารทำให้คนถูกถามรู้สึกเบื่อหน่าย หากไม่ใช่เพราะเธอคือหลานสาวของลูกค้ารายใหญ่ของบริษัท เขาคงเลือกปฏิเสธเลขานุการมีเส้นคนนี้ตั้งแต่ถูกยัดเยียดให้มาทำหน้าที่หน้าห้อง

“ผมจะกลับแล้ว”

“แต่นี่ยังไม่เลิกงานเลยนะคะ”

ความจุ้นจ้านทำให้ขุนศึกเอือม แต่กระนั้นเขาก็ทำได้แค่หันมามองนิ่งๆ และท่องในใจว่าเธอคือคนที่ลูกค้าส่งมา และหากว่าเขาทำให้เธอไม่พอใจ ผลเสียย่อมตกแก่อธิรักษ์โยธินกรุ๊ป

“ผมขอกลับก่อน คุณคงไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมครับ คุณพิมลวรรณ”

สรรพนามเต็มยศทำให้เลขาฯ สาวหน้าเจื่อน เจ้าของร่างสมส่วนและอวบอิ่มในส่วนที่ควรอวบพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนที่ริมฝีปากสีแดงสดจะขยับรับคำ

“ค่ะบอส”

“ดีครับ และนี่ช่วยส่งรายงานของผมไปให้ท่านรองก่อนเลิกงานด้วย ส่วนเอกสารการจัดซื้อที่อยู่บนโต๊ะผมจัดการเรียบร้อยแล้ว คุณส่งไปให้แผนกที่เขาต้องจัดการต่อได้เลย” สั่งความอีกสองสามประโยคพร้อมส่งแฟ้มในมือให้เรียบร้อยก็ผละจาก โดยไม่สนใจดวงตากลมสวยที่ถูกกรีดอายไลเนอร์ไว้อย่างดีจะมองตามมาด้วยความรู้สึกเช่นใด

มือบางที่มีเล็บยาวสวยกำแน่นเมื่อถูกเมิน หลายครั้งหลายหนที่เจ้านายหนุ่มมองผ่านผู้หญิงเช่นเธอเพียงเพราะนังแม่ค้าร้านขายขนมคนนั้นเพียงคนเดียว

“สักวันเถอะค่ะบอส คุณจะต้องเป็นของพิมคนเดียวเท่านั้น”

 

เป้าหมายของขุนศึกในเวลานี้มีเพียงหนึ่งเดียวคือร้านเบเกอรี่ที่อยู่ถัดไปไม่กี่ช่วงตึก ในใจของชายหนุ่มนั้นเพียรเรียบเรียงถ้อยคำที่ตั้งใจจะบอกหญิงสาวคนรัก ทว่าทันทีที่ก้าวเข้ามาในร้าน คำที่ตั้งใจจะบอกก็ถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอเมื่อภาพตรงหน้าไม่ได้มีเธอเพียงลำพัง ใบหน้ายิ้มแย้มขณะฟังใครบางคนเล่าอะไรสักอย่างทำให้คนเพิ่งมาถึงต้องกำมือแน่น รู้สึกขัดตาและเหนือสิ่งอื่นใดคือขัดใจ ขัดใจที่ไม่ได้อยู่กับเธอเพียงลำพัง

“ทางนี้ค่ะ”

เสียงของใครคนหนึ่งกวักมือเรียกให้เดินเข้าไปใกล้ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ก้าวเข้าไปหา มือของใครอีกคนก็วางลงบนไหล่ น้ำหนักและขนาดบ่งบอกว่าเป็นของผู้ชาย มันออกแรงบีบเบาๆ ก่อนจะเดินนำเขาเข้าไปใกล้โต๊ะที่รมิตานั่งอยู่

“คุณรองมาทำอะไรที่นี่ครับ”

ขุนศึกโวยวายเมื่อพี่ชายคนรองนั่นเองที่เดินแซงหน้าเขาไป เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่ามี ‘ก้าง’ เพิ่มขึ้นมาอีกคนแล้วความเป็นส่วนตัวของเขาก็หดหายจนแทบไม่เหลือ เขาแค่อยากจะอยู่กับรมิตาสองต่อสอง ไม่ใช่กับ ‘ก้าง’ อีกสี่คนอย่างตอนนี้

“อ้อ...ลืมบอกไป วันนี้เขานัดจัดการค่ากั้นด่านของคุณใหญ่กัน” ภาสกรหันมาบอกน้องชายอย่างนึกขึ้นได้ ก่อนจะทรุดนั่งลงที่ว่างข้าง ‘รสริน นิลนาถ’ ที่ทำหน้าเหม็นเบื่อขึ้นมาทันทีที่คู่กัดตลอดกาลโผล่มา “ผมยังไม่ทันได้ทำให้น้องรัสท้อง คุณไม่ต้องออกอาการแทนขนาดนั้นก็ได้มั้งครับคุณระเบียบรัตน์”

“ฉันชื่อรสรินย่ะ” ผู้บริหารสาวแห่งไซแอมมอลล์หันมาท้วงคนรักของรัสริน น้องสาวฝาแฝดด้วยสายตาเอาเรื่อง เจอหน้าอีตานี้แล้วรู้สึกอากาศไม่บริสุทธิ์ขึ้นมาติดหมัด นี่ละน้าที่เขาเรียกว่าคนไม่ถูกชะตา ต่อให้เจอหน้ากันทุกวันก็หาเรื่องทะเลาะกันได้เสมอ

“อ้าว ขอโทษที นึกว่าใช่ แต่การแต่งตัวก็เหมือนอยู่นะ”

ไม่ว่าเปล่า ภาสกรยังไล่สายตาสำรวจคนแต่งตัวด้วยชุดแซกสั้นสีดำคลุมทับด้วยเสื้อสูทสีเทาอีกตัว ผมยาวถูกขมวดเป็นมวยไว้ด้านหลังแน่นราวกับคุณครูห้องฝ่ายปกครอง ยิ่งใบหน้าไร้เครื่องสำอางที่ถูกคาดปิดด้วยแว่นสายตาสั้นกรอบดำอันโตด้วยแล้วยิ่งตอกย้ำคำว่า ‘ระเบียบรัตน์’ หรือ ‘ยายเบียบ’ ของ ‘นายโย่ง’ เข้าไปใหญ่

“พอเถอะค่ะพี่กร คุณโรส”

หัวเรือใหญ่ในการดำเนินการทะลวงกระเป๋าสี่ทิศเจ้าบ่าวคนล่าสุดไปเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนอย่าง เจนจิรา ลิ้มถาวรวัฒนกุล รีบขัดขึ้น ก่อนที่สองคู่กัดตลอดกาลจะเปลี่ยนร้านเบเกอรี่ของรมิตาเป็นสนามลับฝีปากชั่วคราว ซึ่งแน่นอนว่าเจนจิราคงยอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้แน่นอน เพราะหญิงสาวเจ้าของร้านเริ่มทำตาปริบๆ ขณะที่ขุนศึกนั่งลงเคียงข้างด้วยสีหน้าออกไปทางบึ้งตึง ดูก็รู้ว่าเริ่มไม่พอใจ ทางที่ดีควรรีบเข้าสู่การประชุมและจบมันให้เร็วที่สุดจะดีกว่า

“ก็เขามาว่าโรสก่อนนี่คะ” รสรินอ้าปากเถียง เพราะเธอยังไม่ได้ฉะฝีปากกับตัวต้นเรื่องอย่างที่ใจนึก คิดแล้วก็รู้สึกเสียหน้าชะมัด

“พี่กรก็ไปแกล้งพี่โรสอยู่ได้” แก้วกานต์ที่นั่งเงียบอยู่ฝั่งตรงข้ามว่าขึ้น ก่อนจะหันไปทางรสรินและแนะนำ “พี่โรสอย่าไปสนใจเลยค่ะ พี่โรสมีวิธีเอาคืนพี่กรตั้งเยอะ อย่างเช่น...ไม่ยอมยกพี่รัสให้พี่กรไงคะ”

เสียงหัวเราะคิกคักของสาวๆ ในโต๊ะทำให้คนที่จะถูกเอาคืนถึงกับหน้าซีด ภาสกรรีบหันมาถามคนข้างตัวเสียงหวาน ผิดกับเมื่อไม่กี่นาทีก่อนลิบลับ

“โรสจ๋า คุณคงไม่ได้คิดจะทำอย่างที่ยายแก้วว่าใช่ไหม”

“ฉันเริ่มคิดหลังจากที่น้องแก้วแนะนำนี่แหละ” รสรินยิ้มเย็น คนฟังเสียวสันหลังวาบ ดูท่าผลกรรมที่กลั่นแกล้งอีกฝ่ายไว้จะตามมาถึงเขาก็คราวนี้เอง และก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปมากกว่าที่เป็นอยู่เจนจิราก็รีบพูดขึ้น

“เอาละค่ะเรามาเข้าเรื่องที่เรานัดกันวันนี้ดีกว่า”

“เดี๋ยวก่อนค่ะ ยังเข้าไม่ได้” ขณะที่ทุกคนบนโต๊ะพยักหน้าเห็นดีด้วย แก้วกานต์ก็ยกมือห้ามพร้อมหันมาทางพี่ชายฝาแฝดที่นั่งข้างรมิตาตาขุ่น “พี่ขุนมาทำไมคะ ไม่ได้ช่วยกั้นประตูกับเขาเสียหน่อย อีกอย่างยังไม่เลิกงานไม่ใช่เหรอคะ”

คนถูกถามเงยหน้าเลิกคิ้วมองตอบคนได้ชื่อว่าน้องสาวฝาแฝดที่นิสัยต่างกับเขาคนละขั้ว เพราะแก้วกานต์คิดอย่างไรก็จะพูดออกมาเช่นนั้นเสมอ จนบางครั้งปากก็พาจนอยู่บ่อยๆ

“พี่ เอ่อ...” ขณะที่ชายหนุ่มกำลังคิดหาคำตอบ สายตาทุกคู่บนโต๊ะก็จ้องมาที่เขาเป็นตาเดียวจนรู้สึกประหม่า พอหันมามองคนข้างกายก็เห็นรมิตาก้มหน้างุด มือบางยกมือขึ้นทัดปอยผมที่ใบหูแก้เขินเสียอีก

ท่าทางของสองหนุ่มสาวทำให้คนที่รู้สาเหตุยิ่งกว่าใครอย่างภาสกรรีบควบม้าขาวเข้ามาช่วย แต่เหมือนจะไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้น เพราะมันเป็นการช่วยทับถมน้องชายให้จมกองเขินลงไปอีกต่างหาก

“เราก็ถามแปลกนะยายแก้ว ในเวลางานแบบนี้ถ้าไม่ได้มากินกาแฟก็โดดมาหาแฟนเขาน่ะสิ”

“โห...ขุนน่ารักอย่างนี้ เห็นทีอีกไม่นานเราก็จะได้ค่าขนมเพิ่มกันแล้วใช่ไหมคะ” เจนจิราว่าขึ้นยิ้มๆ

คนเข้าใจความนัยของคำว่า ‘ค่าขนม’ ยิ้มกันเป็นแถว ขณะที่เจ้าของหัวข้อสนทนาเริ่มอายม้วน รมิตาถึงกับหน้าแดงเขินกับคำเย้านั้น

“ถ้าแต่งเมื่อไหร่อย่าลืมเชิญโรสด้วยนะคะ จะไปถล่มให้กระเป๋าฉีกเลย” รสรินกระโดดร่วมวงศ์ไพบูลย์หวังเรียกเสียงหัวเราะบนโต๊ะ แต่ใครบางคนก็ขัดขึ้นเสียก่อน

“รอบคุณใหญ่นี่ยังฉีกไม่พออีกใช่ไหมยายโหด”

“นายโย่ง ไม่ได้แขวะฉันสักนาทีจะขาดใจตายไหม หา!”

“ไม่ตายก็เกือบๆ”

“พอเถอะค่ะ” รมิตาที่นั่งเงียบมานานสุดขัดขึ้น เพราะไม่อยากให้ร้านกลายเป็นสนามรบของคนทั้งคู่ แม้ว่าจะไม่ได้สร้างความเสียหายอะไร แต่กับคนข้างตัวที่ขยับตัวอึดอัดทำให้เธอรู้สึกสงสาร “เดี๋ยวเคทไปเอาเครื่องดื่มกับขนมมาให้นะคะ”

กล่าวจบก็ลุกขึ้นหมุนตัวเดินหนีไปออกจากโต๊ะ ทิ้งให้คนอื่นๆ มองตามหลังพลางอมยิ้มกันเป็นแถว ก่อนจะส่งสายตาล้อเลียนมาให้ใครอีกคนที่ยังเหลืออยู่

“น้องเคทน่ารักแบบนี้ ขุนต้องจับไว้มั่น ห้ามปล่อยเลยนะรู้ไหม” เจนจิราทำทีแนะนำกระซิบกระซาบแต่ได้ยินกันถ้วนหน้า ทำเอาคนถูกแนะถึงกับวางหน้าไม่ถูกเมื่อทั้งโต๊ะพร้อมใจเห็นดี โดยเฉพาะน้องสาวฝาแฝดที่หันไปวางแผนเตรียมถลุงค่ากั้นด่านไว้ตั้งแต่เจนจิรากระซิบจบ

และประโยคสนทนาที่มีหัวข้อเป็นเรื่องของเขาและรมิตาก็ทำให้ชายหนุ่มได้แต่นั่งทำตาปริบๆ

แต่งงานอย่างนั้นเหรอ…

คิดแล้ววิศวกรหนุ่มก็หันไปมองหญิงสาวคนรักที่ง่วงอยู่หน้าชั้นวางขนมอบ

เธอจะอยากแต่งงานอย่างที่คนอื่นพูดกันหรือเปล่านะ

 

 






ดวงใจขุนศึก ราคาเล่มละ 276.25 บาท (ราคาหน้าปก 325 บาท )

จัดส่งฟรีพร้อมของที่ระลึก

สั่งซื้อรูปเล่มที่ Fan page : สำนักพิมพ์ปองรัก

                     Fan page : สิรินรชา นาถธีรธาดา

หรือสนใจรูปแบบอีบุ๊ค สามารถกดซื้อได้ที่ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

0 ความคิดเห็น