ดวงใจขุนศึก [สนพ. ปองรัก]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 204,943 Views

  • 589 Comments

  • 1,947 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    61

    Overall
    204,943

ตอนที่ 55 : ตอนที่ 18 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2065
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    8 ส.ค. 61

 

ทิวากรคล้อยต่ำลับขอบฟ้าหมู่ดาราเริ่มปรากฏโฉมอวดแสงแวววับระยิบระยับจับทั่วผืนฟ้า รมิตาในชุดคลุมท้องตัวสีขาวแขนยาวนั่งเหม่อมองความอ้างว้างของราตรีกาลที่ไร้แสงจันทร์ เหมือนกับเธอที่ไร้คนเคียงกายหากแต่ก็ยังมีความหวังดั่งดวงดาวที่พร่างพราวเป็นเพื่อนให้กำลังใจทนอยู่ต่อไป เฝ้ารอวันที่เขาจะมา

มารับผู้หญิงคนนี้ดั่งที่เคยให้สัญญา

นิ้วเรียวลูบไล้เนื้อผ้าสีฟ้าอ่อนที่แอบหยิบใส่กระเป๋ามาตอนที่บิดาเผลอ จมูกโด่งสวยโน้มลงสูดกลิ่นหอมสะอาดของถุงมือน้อยที่เขาเป็นคนซื้อของแทนใจยามห่างไกล

“อาทิตย์หนึ่งแล้วนะคะที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน พี่ขุนไม่คิดถึงเคทเลยหรือคะ”

รมิตากระซิบฝากสายลมไปถามคนที่อยู่ไกล หวังแค่เพียงว่าเขาจะรับรู้ว่ามีใครอีกคนรอคอยอยู่ตรงนี้ รอคอยอย่างมีความหวังอยู่ทุกวัน

ประตูไม้บานหนาถูกเคาะเป็นจังหวะแน่นหนักบอกให้รู้ว่าผู้มาเยือนคือบิดา รมิตารีบเก็บของในมือไว้ใต้หมอนพลางยกนิ้วขึ้นเกลี่ยหยดน้ำตาที่เอ่อล้นขอบหน่วยออก เพื่อไม่ให้บิดาเห็นและค่อนขอดว่าเธอเอาได้ว่าเฝ้ารออย่างลมๆ แล้งๆ เฝ้ารอสิ่งที่ไม่มีวันเป็นจริง ขุนศึกทิ้งเธอ นั่นคือความจริงที่บิดาพยายามบอกอยู่ทุกวัน

“ยังไม่นอนอีกหรือลูก”

พ่อเลี้ยงวัฒนาเอ่ยถาม เวลาเกือบสี่ทุ่มแล้วแต่แสงไฟในห้องของบุตรสาวยังคงสว่างจ้า ควรถึงเวลาพักผ่อนของหญิงตั้งครรภ์แล้ว แต่รมิตากลับยังคงนั่งเหม่อมองท้องฟ้าผ่านกระจกเลื่อนบานใส อากาศที่พบพระเย็นกว่าที่กรุงเทพฯ และมีฝนตกชุกกว่าที่อื่นเนื่องจากไม่มีเทือกเขาบรรทัดต้านลมมรสุมให้อย่างพื้นที่ฝั่งตะวันออก และเพราะเหตุนี้เองที่ทำให้พบพระเหมาะแก่การเพาะปลูกไม้ดอก

พ่อเลี้ยงแห่งไร่อัศวกุลเดินเลยไปปิดผ้าม่านสีครีมเนื้อหนา ก่อนจะหันมามองลูกสาวเพียงคนเดียวที่นั่งนิ่งไม่ยอมเขยื้อน ท่าทางการประท้วงที่รมิตาใช้ตั้งแต่วันนั้นจนบัดนี้ไม่ได้ผลนัก เมื่อทุกคืนพ่อเลี้ยงวัฒนาจะต้องเข้ามาดูแลความเรียบร้อยของบุตรสาวที่เอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้อง บางครั้งก็ออกไปรับลมที่ระเบียงหรือเดินเล่นรอบๆ บ้านยามที่ผู้เป็นบิดาไม่อยู่

“ถ้านอนแล้วคุณพ่อก็คงจะไม่เห็นเคทนั่งอยู่หรอกค่ะ”

รมิตาตอบกลับแง่งอน เพราะยังคงโกรธเคืองที่บิดาไม่ยอมฟังเหตุผลของเธอ ไม่ว่าจะเพียรอธิบายเท่าใดท่านก็เชื่อสนิทใจว่าถ้อยคำเหล่านั้นเธอปั้นแต่งขึ้นเพื่อออกหน้ารับแทนคนรัก และเมื่อจุดประสงค์อีกข้อที่บิดาเอ่ยบอกก็ทำให้หัวใจของเธอเกินกว่าจะรับไหว

‘…ถ้ามันไม่มา พ่อจะให้เคทแต่งงานกับชัยวัฒน์’

เพราะคำนั้นเองที่ทำให้เธอต้องทนเฝ้ารออย่างมีหวัง หวังว่าเขาจะมารับเธอโดยไว เธอคงทนไม่ได้หากบิดาจะให้แต่งงานกับคนอื่นที่ไม่ใช่เขา แต่เวลานี้ขุนศึกกลับยังไม่มาให้เห็น ไม่มีแม้แต่การติดต่อใดๆ ยิ่งตอบย้ำคำของบิดาว่าเขาต้องการทิ้งเธอ ความน้อยใจอารมณ์อ่อนไหวตามประสาหญิงตั้งครรภ์ทำให้รมิตาต้องเสียน้ำตาทุกครั้งยามเมื่อคิดว่าเขาจะไม่มา

พ่อเลี้ยงวัฒนามองลูกสาวคนสวยตอบกลับประชดประชันด้วยความไม่ชอบใจ แต่วินาทีต่อมาท่านก็ปัดความไม่พอใจนั้นทิ้งไป เนื่องด้วยเข้าใจอารมณ์ของอีกฝ่ายได้ดี ทรุดกายนั่งลงเคียงข้างร่างอวบอิ่มที่นับวันยิ่งมีน้ำมีนวลตามอายุครรภ์ ร่างอวบอิ่มทำให้บิดาจ้องมองด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก เสียใจ ผิดหวัง แต่ลึกๆ กลับยินดีที่อีกไม่นานท่านจะมีหลานสาวตัวน้อยมาเรียก ‘คุณตาคะ’ ‘คุณตาขา’ อยู่ใกล้ๆ

“หนูควรนอนได้แล้วนะ เดี๋ยวยายตัวเล็กในท้องจะไม่สบายไปเสียก่อนพ่อมันจะมาหา”

“คุณพ่อ” ไม่รู้ว่าเพราะรมิตาคิดไปเองหรือไม่ เธอถึงได้รู้สึกว่าบิดาเอ่ยถึงคนรักของเธอด้วยน้ำเสียงแปลกไป แต่รูปประโยคที่ใช้ก็ยังคงเต็มไปด้วยความไม่ชอบใจอยู่นั่นเอง

“มันดึกแล้ว” พ่อเลี้ยงวัฒนาไม่สนใจว่าน้ำเสียงที่ลูกสาวใช้จะเป็นเช่นใด ท่านดันร่างอิ่มให้ล้มตัวลงนอนจัดแจงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้อย่างเอาใจ ก่อนจะก้มลงไปจุมพิตที่หน้าผากนวลราวกับรมิตายังเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ ไม่ต่างจากวันวาน “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พ่อขอให้เคธี่รู้ว่าที่พ่อทำทุกอย่าง ก็เพราะว่าพ่อรักหนู”

“คุณพ่อ”

“ฝันดีนะลูก” ท่านยิ้มอ่อนโยนเมื่อลูกสาวเบ้ปากทำท่าจะร้องไห้ “จะเป็นแม่คนอยู่แล้ว จะเป่าปี่อ้อนพ่อเหมือนเด็กๆ ไม่ได้แล้วนะ”

“เคทรักคุณพ่อคะ” ร่างอิ่มโผขึ้นมาโอบกอดบิดาไว้แน่น เธอรู้ดีต่อให้โกรธหรือน้อยใจผู้ให้กำเนิดมากเพียงใด เธอก็ยังคงรักท่านไม่เปลี่ยนแปลง รักและต้องการความไว้ใจไม่แพ้กัน “เคทรักคุณพ่อมากที่สุดเลย”

“รักมากกว่าคนอื่นหรือเปล่า”

คำถามเจือน้ำเสียงที่รมิตาไม่แน่ใจนักว่ามันคือหยอกเย้าหรือจริงจังทำให้เธอนิ่งไปไม่กล้าตอบ แต่เมื่อบิดาถามขึ้นอีกเธอก็ไม่รีรอที่จะตอบมัน

“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้น ไม่ว่าพ่อจะทำอะไรหนูก็จะไม่โกรธพ่อใช่ไหม”

“คุณพ่อทำอะไรคะ”

รมิตาผละออกจากอกอุ่นพร้อมกับมองบิดาตาเขียวขุ่นจับผิดในสิ่งที่ท่านพยายามบอก แต่เหมือนมันจะไม่เป็นผลเมื่อพ่อเลี้ยงวัฒนาก้มลงจุมพิตที่หน้าผากนวลอีกหน และดันร่างอิ่มให้ล้มตัวลงนอน ไม่ตอบหรืออธิบายคำที่เอ่ยออกไป

“พ่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้หนู รู้แค่นั้นก็เพียงพอ”

“คุณพ่อ”

รมิตาครางเสียงแผ่วในความมืดเมื่อพ่อเลี้ยงวัฒนาลุกขึ้นปิดไฟก่อนเปิดประตูออกไป โดยไม่คิดจะต่อความยาวสาวความยืดกับผู้เป็นลูกอีก ทิ้งให้รมิตามองบานประตูที่ถูกปิดงับอย่างกังวล

‘พ่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้หนู’

อะไรคือสิ่งที่ท่านเลือกให้เธอ สิ่งที่ดีที่สุดจะใช่สิ่งที่เธอต้องการที่สุดหรือไม่ ไม่มีใครให้คำตอบได้ อยู่ๆ ความกังวลก็ผุดขึ้นมากลางหัวใจและแผ่กระจายความเย็นยะเยือกไปทั่วทั้งอณูเนื้อ

“พี่ขุนรีบมาหาเคทนะคะ มารับเคทกับลูกของเรา”

 







ดวงใจขุนศึก ราคาเล่มละ 276.25 บาท (ราคาหน้าปก 325 บาท )

จัดส่งฟรีพร้อมของที่ระลึก

สั่งซื้อรูปเล่มที่ Fan page : สำนักพิมพ์ปองรัก

                     Fan page : สิรินรชา นาถธีรธาดา

หรือสนใจรูปแบบอีบุ๊ค สามารถกดซื้อได้ที่ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

0 ความคิดเห็น