ตอนที่ 54 : ตอนที่ 18 [70%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1738
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    7 ส.ค. 61

 

ปึ้ง!

เสียงวัตถุหนาหนักถูกโยนลงบนโต๊ะตัวเตี้ยข้างกาย ทำเอาแม่เลี้ยงลลิตาสะดุ้งด้วยอารามตกใจที่สามีมาโดยไม่บอกไม่กล่าว ดวงตาสีเปลือกไม้จึงตวัดค้อนส่งไปให้อย่างแง่งอน ข้อหาทำให้หัวใจของท่านตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

เพราะสามีออกจากบ้านไปทำงานตั้งแต่ช่วงสายด้วยสีหน้าสบายอกสบายใจ แต่พอคล้อยบ่ายดันกลับมาพร้อมใบหน้าบึ้งตึง ดูหงุดหงิดผิดปกติ ไหนจะเจ้าวัตถุหนาหนักที่โยนลงบนโต๊ะที่บัดนี้แม่เลี้ยงลลิตาประจักษ์แล้วว่ามันคือแฟ้มเอกสารเล่มใหญ่สีดำปกเคลือบมันอย่างดี เกิดอะไรขึ้นกัน หรือมันจะเป็นสาเหตุความขุ่นใจของสามี ไม่รั้งรอที่จะเก็บความสงสัยไว้ในใจแม่เลี้ยงลลิตาโพล่งถามออกไปทันที

“อะไรกันจ๊ะพ่อ มาถึงก็โยนโครมคราม”

“แม่เปิดดูเองก็แล้วกัน”

พ่อเลี้ยงวัฒนาหันมาตอบก่อนเดินหนีเข้าครัวเพื่อหาน้ำดื่ม อากาศด้านนอกร้อนอบอ้าว และยิ่งร้อนมากขึ้นเมื่อท่านได้พบกับคนที่ไม่ชอบหน้าที่ไม่ว่าอย่างไรก็ทำใจชอบไม่ลงเสียที คิดแล้วก็รินน้ำใส่แก้วแล้วดื่มอึกๆ ราวกับกำลังคิดว่าสิ่งนั้นคือร่างของคนที่ไม่ชอบใจเช่น ขุนศึก อธิรักษ์โยธิน

เมื่อได้รับคำตอบที่ไม่ให้ความกระจ่างใดๆ แม่เลี้ยงลลิตาจึงเอื้อมมือไปหยิบเจ้าตัวต้นเรื่องบนโต๊ะขึ้นมาเปิดอ่าน แต่ความหนาของมันทำให้ท่านต้องใช้มืออีกข้างช้อนรับ แฟ้มเอกสารหนาหนักถูกเปิดขึ้น กระดาษแผ่นแรกถูกเก็บไว้ในซองพลาสติกสีใสดูเรียบร้อย ข้อความที่ปรากฏทำให้แม่เลี้ยงลลิตาต้องอ่านออกเสียง

Portfolio? ของใครหรือจ๊ะพ่อ” ท้ายประโยคเงยหน้าขึ้นมาถามสามีที่ตอนนี้รินน้ำใส่แก้วและยกขึ้นดื่มเป็นรอบที่สาม แต่เพราะคำถามนั้นทำให้พ่อเลี้ยงวัฒนาต้องหันกลับมามองภรรยานัยน์ตาเขียวขุ่น ก่อนกระแทกเสียงตอบกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์

“จะของใคร! ก็ของว่าที่ลูกเขยแม่ไง ดูวิธีนำเสนอตัวเองของมัน”

จบคำตอบดวงตาสีเปลือกไม้ของแม่เลี้ยงลลิตาก็ขยายกว้างขึ้น ก่อนหัวเราะออกมาอย่างขบขันกับคำประชดของสามีและวิธีนำเสนอตัวเองของ ‘ว่าที่ลูกเขย’ นึกแล้วก็ยิ้มกริ่มอย่างถูกใจ แต่ไม่ได้การเสียแล้วท่านต้องสืบให้รู้แน่

“นายขุนศึกมาที่นี่หรือจ๊ะพ่อ” แม่เลี้ยงลลิตาถามสามีด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอย่างห้ามไม่อยู่ โดยหารู้ไม่ว่า อาการยินดีออกนอกหน้านั้นยิ่งทำให้อารมณ์ของพ่อเลี้ยงวัฒนาขุ่นมัวมากกว่าเดิม

“ใช่ แล้วแม่จะดีใจอะไรหนักหนา”

ดูเถอะ แค่รู้ว่ามันมายังดีใจขนาดนี้ ถ้ารู้ว่ามันมาอยู่ในอาณาจักรอัศวกุลด้วยละก็คงยินดียิ่งกว่านี้สินะ คิดแล้วก็หงุดหงิดจนเผลอกระแทกแก้ววางลงบนหลังตู้ดังปัง แต่แม่เลี้ยงลลิตาหาได้ใส่ใจในท่าทีของสามีไม่

“โธ่...พ่อจ๋า เขามาก็แสดงว่าเขาจริงจังกับลูกสาวของเรา แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนจ๊ะ”

“แม่จะอยากรู้ไปทำไม”

พ่อเลี้ยงเบี่ยงตัวจะเดินหนี แต่คู่ชีวิตที่อยู่ด้วยกันมาจนลูกโตเป็นสาวจะออกเรือนไม่ปล่อยให้ท่านทำเช่นนั้น แขนเรียวรีบสอดคล้องท่อนแขนหนาของผู้เป็นสามี และรัดไว้แน่น

“แม่ก็อยากรู้ว่าลูกเขยแม่มาทำไม และพ่อทำยังไงกับลูกเขยของแม่น่ะสิจ๊ะ”

“ดูเหมือนแม่จะชอบมันเหลือเกินนะ”

เพราะถูกขอให้ดูแลลูกอยู่ที่บ้านตั้งแต่วันที่รมิตาประกาศก้องว่าจะรอคนรักและเก็บตัวเงียบในห้องไม่พบหน้าใคร แม่เลี้ยงลลิตาจึงมีโอกาสได้พูดคุยกับลูกสาวในหลายๆ เรื่อง และขุนศึกที่ท่านรู้จักผ่านปากของรมิตาก็ทำให้ท่านรู้สึกคุ้นเคย และยินดีที่จะได้ชายหนุ่มมาเป็นลูกเขย เพราะถึงแม้เรื่องราวจะบอกเล่าให้รู้ว่าขุนศึกพยายามเลิกรากับรมิตา แต่ทุกสิ่งที่ชายหนุ่มทำท่านรู้ดีว่าเพราะขุนศึกรักลูกสาวของท่าน จนไม่ต้องการให้เจ็บช้ำเพราะตนเอง

“ก็ลูกเขยของแม่นี่จ๊ะ” แม่เลี้ยงลลิตาสัพยอกสามี ด้วยรู้ว่าหากเอ่ยเช่นนี้อีกฝ่ายคงโกรธเป็นแน่ และก็เป็นดังคาดพ่อเลี้ยงวัฒนาหน้าหงิกคว่ำราวกับชายหนุ่มแรกรุ่น ทั้งที่อายุอานามก็เลยมาหลายรอบ

“ว่าแต่พ่อจะเล่าได้หรือยังว่า ลูกเขยของแม่มาทำไม และตอนนี้อยู่ที่ไหน”

คำออดอ้อนของภรรยามีผลให้ผู้เป็นสามีใจอ่อนได้เสมอ พ่อเลี้ยงวัฒนาถอนหายใจเบาๆ สุดท้ายท่านก็ไม่มีทางใจแข็งได้อย่างที่ตั้งใจ ยอมเปิดปากบอกเล่าเรื่องราวแต่โดยดี

“มันมาสมัครงาน และตอนนี้พ่อก็ให้มันไปทำงานแล้ว” เล่าถึงเรื่องนี้มุมปากหยักก็กระตุกยิ้ม นึกขันอยู่ในใจถึงสิ่งที่ท่านเพิ่งทำลงไปเมื่อราวครึ่งชั่วโมงก่อน

 

“อยู่ได้ใช่ไหมครับ”

คนถูกถามกวาดตามองห้องพักขนาดสี่คูณห้าเมตร สำรวจเฟอร์นิเจอร์ที่มีเพียงเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเก้าอี้หนึ่งชุด และพัดลมแขวนบนเพดาน สภาพที่บอกอายุการใช้งานมาพอสมควรทำให้หนุ่มเมืองกรุงวิศวกรคนเก่งแห่งอธิรักษ์โยธินถึงกับต้องสำรวจสถานที่อีกครั้ง ทุกอย่างไม่ได้เลวร้ายมากนัก ดีกว่าบ้านพักคนงานในไซต์งานที่เขาเคยพักเสียอีก ที่สำคัญใช้แค่พักเท่านั้น พวกเสื้อผ้าก็จัดการตามสมควรเพราะมีห้องน้ำในตัวและระเบียงด้านหลังที่กว้างราวหนึ่งเมตรก็มากพอสำหรับใช้ตั้งราวแขวน

“ครับ ผมอยู่ได้”

ขุนศึกพยักหน้ารับพลางเปิดตู้เสื้อผ้าไม้หลังเก่าออกสำรวจ กลิ่นอับของเนื้อไม้ทำให้เขาต้องเปิดประตูตู้ค้างไว้และคิดหาวิธีดับกลิ่น ห้องนี้เคยมีคนงานพักมาก่อนตามที่ชัยวัฒน์ผู้จัดการไร่บอก อาหารมื้อเช้า เที่ยง เย็น ทางโรงครัวของไร่จะเป็นผู้จัดการให้ แต่ถ้าหากจะประกอบอาหารรับประทานเองก็ไม่มีปัญหา แต่เรื่องอุปกรณ์และเครื่องครัวคงต้องจัดการเองทั้งหมด

ชัยวัฒน์อธิบายกฎระเบียบของคนงานในไร่ที่อีกฝ่ายควรรู้อย่างถี่ถ้วน พร้อมกันนั้นก็ลอบสังเกตอยู่ในที ขุนศึกไม่ใช่ผู้ชายเจ้าสำอาง ออกจะเป็นคนง่ายๆ เสียด้วยซ้ำ และเพราะเป็นคนง่ายๆ นี่กระมังที่ทำให้เขาต้องมาอยู่ที่นี่ ใบหน้าของคนมองกร้าวขึ้นเล็กน้อยเมื่อคิดถึงความง่ายของคนตรงหน้าที่บัดนี้เดินสำรวจระบบไฟฟ้าภายในห้องจนครบถ้วน และวกมาที่เตียงนอน ยกกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ขึ้นวางและเปิดออก ท่าทางที่หมายจะจัดเสื้อผ้าเก็บเข้าตู้ให้เรียบร้อยทำให้ชัยวัฒน์ต้องกระแอมเรียกความสนใจเบาๆ

“คุณขุนครับ” เสียงเรียกจากผู้จัดการไร่ที่ยืนพิงกรอบประตูทำให้ขุนศึกต้องเงยหน้าขึ้นมอง

“ครับ?”

“กุญแจรถคันนี้” ชัยวัฒน์เอื้อมหยิบของที่กำลังเอ่ยถึงบนโต๊ะขึ้นมาถือและชูให้ดู “ผมขอยึดนะครับ” สิ้นคำบอกเล่าสีหน้างงงันของผู้เป็นเจ้าของก็ฉายชัดเต็มดวงหน้า ชัยวัฒน์จึงต้องรีบอธิบายต่อ “พ่อเลี้ยงสั่งน่ะครับ”

จบคำอธิบายแสนสั้นคนที่กำลังเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้ก็ถึงกับถอนหายใจหมดอารมณ์ทำสิ่งที่ตั้งใจต่อ ส่วนคนพูดน่ะหรือถึงกับลอบอมยิ้มอย่างเห็นเป็นเรื่องขันเชียวละ เนื่องจากรู้ดีว่าเหตุใดขุนศึกจึงมีอาการเช่นนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะคำรับปากพ่อเลี้ยงวัฒนาเพื่อแลกกับการเข้ามาทำงานที่ไร่อัศวกุล

‘ได้ข่าวว่าอยากทำงานที่นี่’

ประโยคแรกของผู้ตัดสินชะตาชีวิตก้าวเข้ามาในห้องในฐานะผู้สัมภาษณ์งานเอ่ยถาม ทำเอาขุนศึกต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่ ก่อนตอบออกไปอย่างขลาดๆ

‘ครับ’

‘กรอกใบสมัครส่งเอกสารครบแล้วด้วย’ น้ำเสียงกึ่งบอกเล่ากึ่งคำถามทำให้คนถูกสัมภาษณ์ไม่แน่ใจนักว่าควรตอบคำใด จึงทำได้เพียงแค่มองพ่อเลี้ยงวัฒนาแห่งอำเภอพบพระโยนเอกสารที่เพิ่งได้รับจากชัยวัฒน์ลงบนโต๊ะตรงหน้า ‘คนงานในไร่ แน่ใจแล้วนะ’

‘แน่ใจครับ’

ครั้งนี้ขุนศึกมั่นใจว่าเป็นประโยคคำถามจึงไม่รั้งรอที่จะพยักหน้ารับและตอบกลับด้วยเสียงที่มั่นใจเต็มเปี่ยม โดยหารู้ไม่ว่านั่นทำให้คนฟังนึกฉุนในใจ

 ‘อย่าเพิ่งมั่นใจไปว่าจะได้ทำ’

คำขู่ของพ่อเลี้ยงวัฒนาได้ผล คนฟังหน้าม่อยก้มหน้านิ่งแทบจะทันทีที่จบประโยค จึงไม่มีโอกาสได้เห็นใบหน้าซ่อนยิ้มของว่าที่พ่อตาที่นึกครึ้มในใจว่าท่านสามารถข่มเจ้าว่าที่ลูกเขยตัวแสบได้อยู่หมัด

‘ดี...ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มงานได้’

‘จริงเหรอครับ’

ท่าทางลิงโลดทำให้พ่อเลี้ยงวัฒนาต้องถลึงตาดุใส่เพื่อปรามอาการ และเหมือนคนถูกดุจะรู้ตัวว่าไม่ใช่เวลาที่จะต่อรองกับพ่อตาได้จึงก้มหน้านั่งหงอดังเดิม ส่วนพ่อเลี้ยงวัฒนาเมื่อเห็นว่าสามารถข่มขวัญว่าที่ลูกเขยได้อีกหนก็กอดอดยืดกายอย่างชอบใจ และรีบปรับสีหน้ากลับมาเป็นเก๊กดุดังเดิม

‘แต่มีข้อแม้…’

คำว่าข้อแม้ทำให้ขุนศึกต้องเงยหน้าขึ้นมองอย่างเฝ้ารอ พ่อเลี้ยงวัฒนาปรายตามองคนที่นั่งแหงนหน้ามองท่านด้วยสายตาที่เหนือกว่า

‘นายต้องทำทุกอย่างตามที่ฉันสั่งโดยไม่มีข้อแม้เพื่อแลกกับการจะได้ทำงานที่นี่’

‘ได้ครับ’ จบข้อแม้ขุนศึกก็ได้แต่พยักหน้ารับอย่างจำยอม เพื่อให้แลกกับการได้อยู่ใกล้เธอต่อให้คำสั่งไม่เป็นธรรมมากแค่ไหนเขาก็พร้อมที่จะยอมรับมัน

‘ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มต้นด้วยการทำตามคำสั่งของชัยวัฒน์’ ว่าพลางปรายตามองไปยังผู้จัดการไร่คนเก่งที่ยืนเยื้องอยู่ไม่ไกลนัก ชัยวัฒน์ขยับเข้ามาใกล้เมื่อพ่อเลี้ยงวัฒนาพยักหน้าส่งสัญญาณเรียก ‘ต่อไป...ชัยวัฒน์จะคอยดูแลความประพฤติของนาย เป็นพี่เลี้ยงและคอยรับคำสั่งจากฉันอีกต่อหนึ่ง ทุกอย่างที่ชัยวัฒน์ทำหรือสั่ง ขอให้จำไว้ว่ามันคือคำสั่งของฉัน และนายต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ห้ามต่อรอง ห้ามอู้ ห้ามเถียงหรือซักไซ้อะไรที่ไม่เข้าท่าเด็ดขาด’ เห็นท่าทางคนฟังที่รับฟังอย่างจำยอมก็ทำเอาพ่อเลี้ยงนึกครึ้มอกครึ้มใจอยู่ลึกๆ ‘เอาละ ไปเริ่มงานได้แล้ว…’

จบประโยคพร้อมมือที่ยกขึ้นโบกไล่ เขาก็ถูกพาตัวมาที่บ้านพักคนงานที่มีลักษณะเป็นห้องแถวยาวสามหลังเรียงต่อกัน จากคำบอกเล่าของผู้จัดการหนุ่มบางบ้านพักของคนงานถูกแบ่งแยกออกเป็นสัดส่วน บ้างก็อยู่ตามลำพัง บ้างก็อยู่กันเป็นครอบครัว คนงานหญิงจะถูกแยกพักอยู่ที่อาคารหลังที่สาม ส่วนตัวเขาถูกพาตัวมาที่อาคารหลังที่หนึ่งที่อยู่ด้านหน้าสุด

ขุนศึกถอนหายใจอีกครั้ง เป็นรอบที่เท่าไหร่ก็จำไม่ได้แล้วสำหรับวันนี้ พยักหน้ารับอย่างจำยอมกับคำอธิบายที่แคนดิเดตเขยขวัญบอก แต่ไม่เป็นไรหรอก แค่รถของนอกกาย คนงานอย่างเขาไม่จำเป็นต้องใช้มันด้วยซ้ำ

“ผมว่าคุณขุนอย่าเพิ่งเก็บของเลยครับ เพราะตอนนี้ก็ใกล้เที่ยงแล้วเดี๋ยวงานที่พ่อเลี้ยงสั่งไว้จะไม่เสร็จ เราเริ่มงานกันเลยดีกว่า”

ชัยวัฒน์รวบรัดตัดความ ชักชวนชายหนุ่มให้เก็บข้าวของใส่กระเป๋าลงตามเดิม ก่อนจะเดินนำออกไปจากห้องพัก เป็นเหตุให้ขุนศึกต้องรีบสาวเท้าตามอย่างไม่มีข้อแม้ พาหนะที่ชัยวัฒน์เลือกใช้คือรถกระบะบุโรทั่งสีมอ บางจุดถลอกจนเห็นเนื้อสนิมของตัวถัง ขุนศึกมองสภาพของพาหนะที่ไม่แน่ใจว่าจะสามารถแล่นได้ด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก

“เราจะไปด้วยเจ้านี่เหรอครับ” ขุนศึกถามออกไปอย่างสงสัย ขัยวัฒน์หันกลับมามองยิ้มๆ

“ครับ เจ้าคันนี้แหละที่จะพาคุณไปทำงาน ขึ้นรถเลยครับ” เขาเชื้อเชิญ

ขุนศึกจำต้องก้าวขึ้นไปนั่งแต่โดยดี รถบุโรทั่งที่ขุนศึกค่อนขอดถึงสมรรถนะที่ไม่น่าจะวิ่งได้กลับพบว่ามันทำงานได้ดีกว่าที่คิด เครื่องยนต์เรียบลื่นไม่สะดุดอย่างที่นึกหวาดในคราแรก ทำให้เมื่อนั่งออกมาได้สักพักคนงานใหม่แห่งไร่อัศวกุลก็หันมาถามขึ้น

“เราจะไปที่ไหนกันเหรอครับ”

เนื้อที่กว่าห้าร้อยไร่ กว้างสุดลูกหูลูกตา มีทั้งโรงเพาะชำที่แยกต่างหากสำหรับดอกไม้ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ทั้งโรงเรือนสำหรับดอกไม้ส่งออก และโรงเพาะพันธุ์ที่ดูคล้ายกับโรงปลอดเชื้อที่ชัยวัฒน์เล่าว่าคือสถานที่สำหรับตัดแต่งสายพันธุ์กุหลาบให้คงทนต่อทุกสภาพอากาศ ที่สำคัญให้ผลผลิตที่คุ้มค่าแก่ไร่อัศวกุล

“ท้ายไร่ครับ แปลงนี้เพิ่งได้มาเมื่อเดือนก่อน เจ้าของเขาจะย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองก็เลยขายที่ให้กับพ่อเลี้ยง” ชัยวัฒน์เล่าเรื่อยขณะขับรถไปตามถนนลูกรังสีแดงจนฝุ่นกระจายคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ เสียงอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือที่อยู่หลังรถดังโครงเครงเมื่อรถตกหลุมที่มีอยู่ตลอดเส้นทาง “ที่แปลงนี้ติดกับป่าสงวน พ่อเลี้ยงมีโครงการจะทำเป็นรีสอร์ตติดลำธารเพราะมีลำธารสายเล็กๆ ไหลผ่าน และนี่คืองานของคุณ”

ว่าพร้อมเลียบรถจอดใต้ต้นไม้ใหญ่ท้ายไร่ ขุนศึกเปิดประตูตามลงมาอย่างงงงัน มองตามมือที่ผู้จัดการไร่ชี้ไปยังลำธารสายเล็กเบื้องหน้า มันทั้งตื้นและแคบแต่กลับมีน้ำไหลผ่านตลอด ความร่มรื่นของทิวไม้ธรรมชาติที่ยังคงมีอยู่มาก ทำให้หนุ่มเมืองกรุงที่ไม่ค่อยได้สัมผัสบรรยากาศเช่นนี้สูดหายใจเข้าปอดลึก ก่อนผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ เตรียมพร้อมรับกับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะให้บุกน้ำลุยไฟในเวลานี้ขุนศึกยอมทำทั้งนั้น

“ไหนล่ะครับงาน” ขุนศึกหันมาถามก่อนจะรีบยกมือขึ้นรับพลั่วที่อีกฝ่ายโยนมาให้อย่างไม่ทันตั้งตัว เรียวคิ้วเข้มขมวดมุ่นอย่างไม่เข้าใจกับอุปกรณ์ในมือ

“งานแรกของคุณคือขยายลำธารครับ”

“ขยายลำธาร?”

ขุนศึกทวนคำ ไม่อนาทรกับงานที่ได้รับมอบหมายเพราะคุ้นชินกับการทำงานกลางแจ้ง และในฐานะวิศวกรเขาก็พอจะมีประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูดถึงอยู่ไม่น้อย แต่ที่ทำให้ขุนศึกสงสัยคืออุปกรณ์ที่ต้องใช้นี่ต่างหาก เมื่อชัยวัฒน์พยักหน้ารับจึงรีบสวนกลับด้วยความสงสัย

“แล้วรถตักล่ะครับ”

คนคุ้นชินกับงานขนาดใหญ่ที่มีเครื่องทุนแรงสารพัดอย่างถามหาเครื่องมือชิ้นสำคัญ ลำธารขนาดเล็กกะระยะทางคร่าวๆ แล้วใช้เวลาไม่นานก็น่าจะเสร็จเรียบร้อย แต่ความหวังของขุนศึกก็พังทลายตั้งแต่เริ่มคิด เมื่อผู้จัดการหนุ่มหันกลับมามองเหมือนเพิ่งนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้

“อ้อ...ผมลืมบอกคุณไป พ่อเลี้ยงสั่งให้ขุดมือครับ”

“ขุดมือ!”

“ครับ ขุดมือ” ชัยวัฒน์อมยิ้มเมื่อเห็นท่าทีตกใจและใบหน้าเหยเกของคนตรงหน้าก่อนขยายความต่อ “ขุดเสร็จแล้วก็ใช้หินกรวดที่กองอยู่นั่นโรยด้านล่างนะครับน้ำจะได้สะอาดๆ จะทำฝายชะลอน้ำด้วยก็ได้ ในฐานะของอดีตวิศวกรใหญ่ของอธิรักษ์โยธิน ง่ายๆ แค่นี้เองคุณขุนทำได้ใช่ไหมครับ”

คำถามที่มาพร้อมน้ำเสียงขบขันเป็นเหตุให้คนถูกถามถอนหายใจเหนื่อย ขุนศึกเหล่มองกองหินกรวดแม่น้ำสีน้ำผึ้งที่อยู่ไม่ไกลนักด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก ระยะเวลาที่คิดว่าไม่นานก็น่าจะเสร็จถูกขยายเพิ่มขึ้นไปอีกสองเท่า ไม่สิ! มากกว่าเดิมประมาณสิบเท่าเห็นจะได้เพราะเขาต้องทำมันทั้งหมดเพียงคนเดียว แต่เดี๋ยวก่อนนั่นหมายความว่าเขายังมีข้ออ้างที่จะอยู่ที่นี่นานขึ้นใช่ไหม งานไม่เสร็จวิศวกรอย่างเขาจะทิ้งงานได้อย่างไร นึกแล้วทายาทของอธิรักษ์โยธินก็กระตุกยิ้มก่อนจะแสร้งถอนหายใจยาว

“ผมพูดคำอื่นไม่ได้ใช่ไหมครับ”

ผู้จัดการไร่อัศวกุลยิ้มรับพลางพยักหน้าตอบครื้นเครง “ใช่ครับ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ฝากบอกพ่อเลี้ยงด้วยนะครับ ว่าผมมีเวลาขุดลำธารสายนี้อยู่ที่นี่ทั้งชีวิตเลยครับ”






ดวงใจขุนศึก ราคาเล่มละ 276.25 บาท (ราคาหน้าปก 325 บาท )

จัดส่งฟรีพร้อมของที่ระลึก

สั่งซื้อรูปเล่มที่ Fan page : สำนักพิมพ์ปองรัก

                     Fan page : สิรินรชา นาถธีรธาดา

หรือสนใจรูปแบบอีบุ๊ค สามารถกดซื้อได้ที่ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #587 25142551 (@25142551) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 16:56

    ก็แค่บททดสอบเองพี่ขุน สู้สู้

    #587
    0
  2. #586 N'Beer (@baibua-55) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 13:02

    โถถถถถถถถถ น่าสงสารพี่ขุน สู้ๆ นะคะพี่ขุน เดี๋ยวพ่อตาก็เห็นใจ

    #586
    0
  3. #474 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 23:17
    พี่น้องรักกันดีจัง...ช่วยเหลือและให้กำลังใจกันดี
    เลขาคิดไม่ซื่อระวังตัวไว้
    #474
    1