ดวงใจขุนศึก [สนพ. ปองรัก]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 204,965 Views

  • 589 Comments

  • 1,946 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    83

    Overall
    204,965

ตอนที่ 52 : ตอนที่ 17 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1969
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    5 ส.ค. 61

 

สองวันต่อมางานที่คั่งค้างถูกสะสางจนเสร็จสิ้นตามที่ตั้งใจ ขุนศึกรีบตรงดิ่งกลับบ้านเพื่อเตรียมตัวไปพบพระ แต่เพราะร่างกายที่พักผ่อนไม่เพียงพอเนื่องจากโหมทำงานหนักและเพิ่งผ่านอุบัติเหตุมาถึงสองครั้งสองครา มารดาและน้องสาวฝาแฝดจึงทัดทานให้พักผ่อนอย่างเต็มที่ กว่าจะได้ออกเดินทางก็ล่วงเข้าวันที่สาม ซึ่งเกือบครบสัปดาห์ที่รมิตาจากไป

ขุนศึกเดินลงบันไดมาพร้อมกระเป๋าลากใบใหญ่ที่แก้วกานต์ลงทุนจัดให้กับมือ ภายในห้องนั่งเล่นของบ้านวงศ์สกุลวันนี้แน่นขนัดไปถนัดตา เมื่อเหล่าบรรดาแม่ๆ และพี่น้องรวมถึงพี่สะใภ้และหลานๆ มาออเตรียมรอส่งตั้งแต่เช้า เสียงพูดคุยเงียบลงเมื่อปรากฏร่างของบุคคลที่ทุกคนรอคอย กระเป๋าใบใหญ่ถูกน้องชายคนเล็กอาสานำไปเก็บที่รถให้ ขุนศึกยกมือขึ้นทำความเคารพเหล่าแม่ๆ ที่ตอนนี้นั่งพร้อมเพรียงเรียงลำดับอยู่บนโซฟาตัวยาวกลางห้อง

“สวัสดีครับคุณหญิง สวัสดีครับแม่ห้า คุณใหญ่ ครูภีม คุณรอง มากันแต่เช้าเลยนะครับ”

“มาส่งเราทั้งทีก็ต้องมาแต่เช้าสิ ว่าแต่เตรียมข้าวของเสร็จแล้วใช่ไหม” หม่อมราชวงศ์รจเรขยิ้มรับคำทักทายพลางถามถึงความเรียบร้อย

“เรียบร้อยแล้วครับ”

“ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปกันดีกว่า ออกช้ากว่านี้จะร้อนเสียเปล่าๆ”

หม่อมราชวงศ์รจเรขให้ความเห็นพร้อมชักชวนอนุภรรยาของสามีให้เดินนำออกไปด้วยกัน เมื่อครู่ท่านได้มีโอกาสปรึกษาความเห็นของคุณพัตราและคุณละไม โดยได้ข้อสรุปว่าจะรีบจัดการเตรียมขันหมากให้พร้อมเสร็จสรรพ เมื่อขุนศึกส่งข่าวว่าจัดการเรียบร้อย ทางอัศวกุลยอมตกลงพวกท่านก็จะรีบยกขันหมากไปสู่ขอรมิตาทันที

“รีบจัดการเข้าละ แม่ๆ จะได้รีบตามลงไปสู่ขอหนูเคท”

คุณพัตราสั่งความไม่ต่างกับหม่อมราชวงศ์รจเรขและคุณละไมที่เข้ามาให้พร ด้วยรู้ดีว่าศึกครานี้ต่างจากคราวของสี่ทิศโดยสิ้นเชิง ครั้งนั้นคือความเข้าใจผิด แต่ครั้งนี้มีความจริงมากกว่าครึ่ง

“รับรองครับ ถ้าพ่อเลี้ยงไฟเขียวเมื่อไหร่ผมจะรีบโทรศัพท์มาบอกทันที คุณแม่จัดการเตรียมสินสอดรอไว้ได้เลย”

“อย่าให้พวกแม่เตรียมรอเก้อก็แล้วกัน” หม่อมราชวงศ์รจเรขสัพยอกลูกชายคนกลางของสามี ก่อนยิ้มให้พรและกอดส่ง

สี่ทิศกับภาสกรเข้ามาตบบ่าให้กำลังใจ

“ถ้าคุยแล้วไม่รู้เรื่อง ฉุดหนีเลย หลานคลอดแล้วค่อยเอาไปล่อคุณตา” ภาสกรให้คำแนะนำหวังสร้างความขบขัน และคลายบรรยากาศที่ตึงเครียด แต่กลับกลายเป็นการปล่อยมุกไม่เหมาะไม่ควรในเวลาที่ไม่เหมาะสม จึงถูกพี่ชายถลึงตาดุ

“อย่าไปฟังนายกรมันนัก ช่วงนี้ติดละครกับน้องรัส จนคิดอะไรเป็นละครไปเสียหมด” ว่าพลางส่ายหน้าระอาในตัวคนที่เล่นไม่รู้จักเวลาล่ำเวลา “จำไว้ ต้องทำตัวให้เหนือกว่าคู่แข่งนายผู้จัดการไร่นั่น”

“แต่ก็อย่าลืมหากองหนุนเป็นคุณแม่ของพี่เคทนะครับ” นักรบรีบเสริม เขายังจำสายตาที่แม่เลี้ยงลลิตามองมายังพี่ชายเมื่อครั้งที่อยู่โรงพยาบาลได้ดี สายตานั้นมีความอ่อนโยน เห็นใจและเป็นกำลังใจให้อยู่ลึกๆ หากเขาคิดไม่ผิดแม่เลี้ยงอาจมีความเห็นต่างจากสามี ขุนศึกพยักหน้ารับยิ้มๆ

“รีบกลับมานะคะ”

น้องน้อยอย่างเด็กหญิงต้องตากระตุกมือพี่ชายและเอ่ยให้กำลังใจ ไม่ต่างจากหลานๆ ทั้งสองอย่างเด็กหญิงมินตราและเด็กชายศาสตราที่กรูเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง เพราะถูกกรอกหูมาทุกวันว่าอาขุนและอาเคทกำลังจะมีน้อง ถ้าอยากเล่นกับน้องต้องให้กำลังใจอาขุนเยอะๆ อาขุนจะได้พาอาเคทและน้องกลับมาให้เล่นด้วย

ท้ายสุดคือแก้วกานต์ที่ยืนรอส่งอยู่ข้างแลนด์โรเวอร์คันงาม ร่างเพรียวโผล่เข้ากอดคนเป็นพี่ไว้แน่น

“สู้ๆนะคะ แก้วจะรออุ้มหลาน”

“ขอบใจมากนะยายแก้ว” ขุนศึกโยกศีรษะน้องสาวฝาแฝดเบาๆ เมื่ออีกฝ่ายผละออกมองเขาตาปรอย

“พี่ขุนต้องดูแลตัวเองนะคะ”

“พี่จะรีบกลับมาพร้อมหลาน จะเอาให้คนไม่อยากแต่งงานมีลูกแบบเรานึกอยากลงจากคานขึ้นมาทันทีเลยละ” เห็นสายตาของน้องสาวก็อดไม่ได้ที่จะแหย่ หวังให้คนเกิดหลังไม่กี่นาทีคลายสีหน้าเป็นกังวล แก้วกานต์ยู่จมูกส่งให้เมื่อถูกล้อเลียน

“แก้วจะรอก็แล้วกัน อย่ามาดีแต่ปาก”

“ผมไปนะครับ” ขุนศึกหัวเราะเบาๆ ก่อนหันไปเอ่ยลาครอบครัวที่ยืนรอส่งอย่างพร้อมเพรียง

“ขับรถดีๆ นะลูก” คุณพัตราก้มลงบอก เมื่อลูกชายขึ้นนั่งประจำตำแหน่งคนขับ

กำลังใจของขุนศึกขนมาเกินพิกัดเพราะมารดาทั้งสาม พี่น้องทั้งห้า หลานๆ และพี่สะใภ้ต่างส่งมาให้เสียเต็มคันรถ เหนือสิ่งอื่นใดคือกำลังใจจากรมิตาที่ถึงเธอจะไม่รู้ถึงการเดินทางในครั้งนี้ แต่เขารู้ดีว่าถ้าเธอรู้เธอต้องเป็นกำลังใจเขาอย่างแน่นอน ขุนศึกพยักหน้ารับ โบกมือลาอีกครั้งก่อนเคลื่อนรถออกจากบ้านไป จุดหมายปลายทางคือไร่อัศวกุล อำเภอพบพระ จังหวัดตาก

“เป็นกำลังใจให้พี่ด้วยนะเคท พี่กำลังจะไปหาเคทกับลูกแล้ว”

 

บ่ายโมงครึ่ง ณ ไร่อัศวกุลอากาศร้อนอบอ้าว ท้องฟ้าไร้เมฆฝนบดบังทัศนียภาพ สภาพการณ์เช่นนี้บอกได้ดีกว่าอีกไม่นานจะมีฝนตกหนัก พ่อเลี้ยงวัฒนายืนเท้าเอวมองภาพไร่กุหลาบที่เป็นมรดกตกทอดและเฝ้าดูแลรักษามาตลอดหลายปี อาณาบริเวณที่กว้างใหญ่ ลูกน้องที่อยู่ในอาณัติอีกหลายร้อย ทุกสิ่งทุกอย่างถูกสร้างมาไว้เพื่อรมิตา อีกไม่นานลูกสาวสุดที่รักเพียงหนึ่งเดียวจะก้าวขึ้นมายืนยังตำแหน่งที่ท่านครอบครองอยู่ คิดแล้วหัวใจของคนเป็นพ่อก็เจ็บแปลบ ลูกรักในวันนี้ไม่เหมือนเคย รมิตาไม่ได้ว่านอนสอนง่ายอย่างแต่ก่อน นกน้อยที่เคยปล่อยออกจากกรงก็อย่าหวังว่ามันจะบินกลับมาที่กรง เพราะอิสรภาพมันหวานหอมจนไม่คิดที่จะกลับมาอยู่ในกฎระเบียบดังเช่นเคย

เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วที่ท่านพารมิตากลับมาอยู่ไร่ เกือบหนึ่งสัปดาห์ที่ยังคงไร้การติดต่อจากผู้ชายที่ลูกสาวร่ำร้องว่าจะเฝ้ารอ

‘...เคทรักเขา เคทจะรอเขา’

“ถ้าแกไม่มานะไอ้ว่าที่ลูกเขย ฉันนี่แหละจะตัดแกออกจากกองมรดกเอง” เสียงพึมพำเข่นเขี้ยวถึงใครบางคนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด แม้จะไม่ชอบหน้าแต่ก็ปฏิเสธความจริงที่เป็นอยู่ไม่ได้ ถึงอย่างไรผู้ชายที่รมิตาเรียกร้องจะเฝ้ารอก็คงเป็นคนรักของลูก เป็นพ่อของหลาน พ่อเลี้ยงวัฒนาจึงตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่ชอบใจแต่ก็ต้องยอมรับ แต่ถึงอย่างนั้นท่านก็ยังตั้งความหวัง หากขุนศึกไม่มาท่านก็จะพารมิตาจากไปตลอดกาล

“พ่อเลี้ยงครับ”

เสียงเรียกจากเบื้องหลังทำให้คนที่กำลังยืนคิดอะไรเพลินๆ ต้องหยุดทุกอย่างลงเพียงแค่นั้น พ่อเลี้ยงวัฒนาถอนหายใจเบาๆ ขณะรอฟังคำรายงานของชัยวัฒน์ ผู้จัดการไร่อัศวกุล

“มีแขกมาหาที่สำนักงานครับ”

พ่อเลี้ยงวัฒนาหมุนกายกลับมามองคนรายงาน ชัยวัฒน์เป็นผู้ชายตัวใหญ่สูงกว่าร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร ผิวสีแทนเพราะทำงานหนักและอยู่กลางแจ้งแทบจะตลอดเวลา แต่ใบหน้าคมคายกลับดูมีเสน่ห์ต่างจากหนุ่มชาวไร่ทั่วไป คิ้วเข้มหนาเป็นปื้นวาดทับเหนือดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยว จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากบางเฉียบสีแดงสดที่รมิตามักล้อในวัยเด็กว่าเหมือนผู้หญิง กำลังหนุ่มแน่นด้วยอายุเพียงยี่สิบเก้าปี ชัยวัฒน์จึงเป็นที่หมายปองของหญิงสาวชาวเมืองมอญแทบทั้งจังหวัด

เขาเป็นลูกชายของผู้จัดการไร่คนก่อน เมื่อบิดาเสียชีวิตลงพ่อเลี้ยงวัฒนาก็ดูแลอีกฝ่ายเสมือนลูกในไส้ และหวังว่าในอนาคตจะได้ชายหนุ่มตรงหน้ามาเป็นเขยขวัญ แต่แล้วเรื่องราวกลับไม่เป็นอย่างที่คิด แผนการที่วางไว้ถูกพับเก็บ เมื่อลูกสาวประกาศว่าจะรอไอ้หนุ่มเมืองกรุง แต่ท่านก็ยื่นคำขาดกลับไปดุจเดียวกันว่าหากมันไม่มารมิตาต้องทำตามที่ท่านต้องการ จึงเกิดเป็นเรื่องราวทะเลาะกันใหญ่โต รมิตาขังตัวเองอยู่ในห้อง ไม่พบหน้าใครมาห้าวันแล้ว นึกถึงเรื่องนี้แล้วพ่อเลี้ยงวัฒนาก็ถอนหายใจยาว มองหน้าคนมารายงานและคิดในใจ หากได้ชัยวัฒน์มาเป็นเขยเสียท่านคงไม่ต้องกลุ้มใจมากถึงเพียงนี้

“ลูกค้าหรือ”

“ไม่ใช่ครับ”

ชัยวัฒน์ตอบโดยไม่ขยายความ เขาพอจะทราบเรื่องราวของรมิตาและชายคนรักมาบ้าง เคยเห็นรูปที่พิมพรส่งมาให้ก็หลายหน ดังนั้นชายคนที่กำลังนั่งอยู่ในออฟฟิศของไร่อัศวกุลจึงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากขุนศึก อธิรักษ์โยธิน แต่จะรายงานให้ผู้เป็นนายทราบทั้งหมดก็ไม่สามารถทำได้ เพราะลึกๆ เขาหวังว่ารมิตาจะได้อยู่กับคนที่เธอรัก ส่วนพี่ชายเช่นเขาคงทำได้เพียงมองและคอยห่วงใยน้องน้อยไม่ต่างจากวันวาน

“แล้วใคร”

พ่อเลี้ยงหันกลับมาถามขณะที่ขายาวภายใต้รองเท้าบูทหนังหุ้มถึงหน้าขาก้าวขึ้นรถไฟฟ้าสีขาวที่ผู้จัดการหนุ่มขับมา ไร่อัศวกุลกำลังจะถูกแปรสภาพเปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่นอกจากจะเปิดให้เข้าชมแล้วยังมีแผนที่จะทำรีสอร์ตเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด

“นายขุนศึกครับ”

คำถามจากผู้เป็นนายทำให้ชัยวัฒน์ที่ก้าวขึ้นมานั่งยังตำแหน่งพลขับต้องตอบตามความเป็นจริง และเพราะคำตอบนี้เองที่ทำให้ร่างของพ่อเลี้ยงวัฒนามีการเครียดเกร็งขึ้นมาในทันที

ความเงียบจากคนข้างกายทำให้ชัยวัฒน์ที่นั่งเคียงรู้สึกหวาดหวั่นแทนแขกที่รออยู่สำนักงานของไร่ไม่น้อย ท่าทางโกรธขึ้ง และอุณหภูมิโดยรอบที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ คาดการณ์ได้เลยว่าเจ้าของชื่อที่เขาเอ่ยไปไม่น่าจะรอด

รถไฟฟ้าขนาดเล็กหรือที่รู้จักอย่างกว้างขวางว่ารถกอล์ฟเลียบเข้าไปจอดที่หน้าเชิงบันไดของอาคารสำนักงานไร่อัศวกุลที่อยู่ไม่ไกลจากปากทางเข้าไร่นัก ภาพที่พ่อเลี้ยงวัฒนาเห็นเป็นอย่างแรกคือแลนด์โรเวอร์สีดำมันปลาบจอดอยู่ในที่จอดรถสำหรับลูกค้า และทันทีที่ท่านก้าวลงจากรถเดินไปถึงออฟฟิศก็เห็นแขกหนุ่มนั่งดื่มกาแฟอยู่ที่ชุดรับแขกบุหนังสีครีมกลางห้องโถง ชัยวัฒน์รู้งาน รีบหลบฉากออกจากรัศมีเป็นการด่วน ปล่อยให้ว่าพี่พ่อตาและว่าที่ลูกเขยเผชิญหน้ากันตามลำพัง

“มาทำอะไรที่นี่”

ขุนศึกชะงักมือที่กำลังยกถ้วยกาแฟขึ้นดื่มเมื่อได้ยินเสียงทรงอำนาจของว่าที่พ่อตา แม้จะได้ยินครั้งแรกในวันที่เกิดเรื่องแต่ขุนศึกก็ยังคงจำน้ำเสียงนั้นได้ดีจนวันนี้

“สวัสดีครับคุณพ่อ” ข่มความหวาดหวั่นโดยการลุกขึ้นยกมือไหว้ผู้สูงวัยอย่างนอบน้อม แต่เหมือนไมตรีที่ยื่นไปให้จะไม่ได้รับการต้อนรับนัก เพราะเพียงแค่เขากล่าวจบประโยคพ่อเลี้ยงวัฒนาก็สวนกลับอย่างทันท่วงที

“กองไว้ตรงนั้นแหละ”

ใบหน้าคมม้านไปเล็กน้อย แม้จะเตรียมตัวและเตรียมใจมามากแค่ไหนแต่เมื่อเจอสถานการณ์จริงไม่ใช้สแตนด์อินแบบนี้ขุนศึกก็ชักฝ่อไปเหมือนกัน

“ผมมาหาเคทครับ”

จุดประสงค์ของการมาทำให้พ่อเลี้ยงวัฒนาแอบตัดคะแนนชายหนุ่มทิ้งในใจ โดยให้เหตุผลว่าขุนศึกไม่มีศิลปะในการเข้าหาผู้ใหญ่แม้แต่นิด

“ถ้ามาแค่นั้นก็เชิญกลับไปได้แล้ว เพราะฉันไม่อนุญาต”

คำปฏิเสธที่มาพร้อมจุดบกพร่องทำให้ขุนศึกสะอึกไป เขารวบรัดเข้าประเด็นจนหลงลืมเรื่องสำคัญที่ควรใส่ใจมากยิ่งกว่า ชายหนุ่มจึงรีบแก้ลำเมื่อเห็นว่าการประวิงเวลาต่อไปย่อมไร้ผล

“ผมอยากจะอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นทุกอย่างให้คุณพ่อฟังด้วยครับ”

“แต่ฉันไม่อยากฟัง” แม้เสียงจะเรียบนิ่งแต่ก็มาพร้อมคำตัดขาดที่ไร้เยื่อใยเพียงแค่นั้นก็ทำเอาขุนศึกไปต่อไม่ถูก ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจสั้นกระชับ คงเหลือเพียงอย่างเดียวที่เขาพอจะเรียกร้องได้นั่นคือความเห็นใจ

“แต่คุณพ่อครับ ผมขอร้องนะครับ คุณพ่อช่วยฟังผมสักนิดเถอะครับ ผมอธิบายเรื่องยาวทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้”

“ฉันเคยบอกนายแล้วว่าฉันมีแค่ลูกสาวเพียงคนเดียว และที่นี่ก็ไม่ต้อนรับนาย ไม่ว่าจะวันนี้ พรุ่งนี้ หรือวันไหนๆ ก็ไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก”

“แต่คุณพ่อครับ ผมแค่อยากพบเคท อยากอธิบายความจริงให้คุณพ่อฟัง” คำขอร้องไม่เป็นผลเมื่อพ่อเลี้ยงวัฒนาหมุนตัวเดินหนี ขุนศึกรีบก้าวตามหลังหมายจะอธิบาย “คุณพ่ออนุญาตให้ผมพบเคทหน่อยเถอะนะครับ ผมคิดถึงเธอ”

แต่คำว่าคิดถึงกลับทำให้พ่อเลี้ยงหน้าขึ้นสี มันร้อนผ่าวเพราะโกรธจัด ที่อีกฝ่ายกล้าเอ่ยคำนั้นออกมา นัยน์ตาคมกริบของคนผ่านโลกมามากตวัดมองคนพูดด้วยสายตาไม่พอใจอย่างยิ่งยวด คนคิดถึงจะหายไปร่วมสัปดาห์โดยไม่ติดต่อมาเลยอย่างนั้นหรือ โกหกอะไรก็ควรที่จะมีขอบเขต ท่านคิดพลางนึกไปถึงครอบครัวของคนตรงหน้า ‘วุ่นวายพิลึก แม่สามลูกหก’ ที่มาก็คงเป็นเพราะรมิตากำลังตั้งท้องลูกของมันอยู่เท่านั้นเอง ถ้ารักจริง คิดถึงจริงอย่างปากบอกก็ไม่ควรรีรอจนเวลาผ่านไปขนาดนี้

“ฉันไม่อนุญาต” พ่อเลี้ยงตัดขาดเยื่อใยก่อนหันไปทางผู้จัดการไร่หนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก “ชัยวัฒน์ ส่งแขก!”

สิ้นคำสั่งที่ชายหนุ่มผู้เป็นแขกไม่มีโอกาสได้ทักท้วง ร่างสูงใหญ่ของคนงานกลุ่มหนึ่งก็เดินกรูเข้ามา แขนขาถูกล็อกไว้อย่างละข้าง ก่อนจะถูกดุนดันให้ออกไปด้านนอก

“คุณพ่อครับ คุณพ่อฟังผมอธิบายก่อนนะครับ”

ขุนศึกพยายามทักท้วงขอเวลา แต่เหมือนจะไม่มีค่าในสายตาของพ่อเลี้ยงวัฒนา เพราะทันทีที่ท่านสั่งความจบก็เดินไปขึ้นรถไฟฟ้าที่จอดอยู่ไม่ไกล ทิ้งให้ขุนศึกถูกคนงานร่างใหญ่และผู้จัดการไร่คู่แข่งหมายเลขหนึ่งจัดการตามลำพัง

“เชิญกลับดีๆ ดีกว่านะครับ” ชัยวัฒน์เอ่ยเสียงเรียบนิ่ง สั่งลูกน้องทางสายตาให้พาร่างของคนตรงหน้าออกไป

ขุนศึกถูกคนงานหิ้วปีกออกมาจากออฟฟิศลากเรื่อยจนกระทั่งถึงหน้าไร่เพราะระยะทางไม่กี่ร้อยเมตร ก่อนจะถูกจับโยนออกนอกอาณาเขตจนร่างไถลไปกับหินลูกรัง พ่อเลี้ยงวัฒนาที่ขับรถไฟฟ้าออกมาก่อนหน้าก้าวลงมายืนมองด้วยสายตาเรียบนิ่ง ไม่บ่งบอกความรู้สึกอันใด มันดูเฉยชา เย็นชา แต่ดวงไฟลูกเล็กๆ ที่อยู่ในดวงตาคู่นั้นก็บอกได้ดีว่าท่านยังคงโกรธ

“จำเอาไว้ว่าที่นี่ไม่ต้อนรับนาย ไม่มีธุระไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก”

พ่อเลี้ยงเดินจากไปพร้อมลูกน้องที่ทำหน้าที่สารถีให้ผู้เป็นนาย ชัยวัฒน์ก้าวเข้ามาใกล้ โยนกุญแจแลนด์โรเวอร์ที่ขับออกมาจอดให้ลงบนตักแกร่ง

สายตาที่มองมาดูสมเพชจนหนุ่มเมืองกรุงเลือดขึ้นหน้า แต่สิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุดคือการนั่งนิ่ง ยอมรับชะตากรรม มองแผ่นหลังของคนกลุ่มนั้นจากไปพร้อมประตูไร่ที่ปิดตัวลง ชายหนุ่มลุกขึ้นปัดเสื้อผ้าคลุกฝุ่นจนรู้สึกแสบที่ท่อนแขนเพราะครูดกับหินลูกรังจนเกิดแผลทางยาว มีเลือดซึมแดงเห่อ นัยน์ตาคมมองเข้าไปยังไร่อัศวกุลผ่านประตูรั้วที่ทำจากเหล็กกั้นง่ายๆ คล้ายด่านของตำรวจ แต่มันก็มากพอที่จะทำให้เขารู้สึกถึงเส้นที่ขีดคั่นแบ่งแยกว่าเขาคือคนนอก

แค่มาถึงก็ถูกเตะโด่งออกมาทั้งคนทั้งรถ เขาคงต้องทำอะไรสักอย่าง อย่างน้อยก็ต้องติดต่อรมิตาให้ได้ก่อน แต่อยู่ๆ ขณะที่กำลังเดินกลับไปยังรถที่ชัยวัฒน์ขับออกมาให้ ดวงตาคู่คมก็เหลือบไปเห็นบางอย่างข้างรั้ว ไวเท่าความคิดขายาวก้าวเข้าไปหาแทบจะทันทีเมื่อเห็นข้อความตัวใหญ่แปะอยู่เหนือสุดของแผ่นไม้สำหรับติดป้ายโฆษณา

‘ประกาศรับสมัครคนงานในไร่จำนวนมาก’

 






ดวงใจขุนศึก ราคาเล่มละ 276.25 บาท (ราคาหน้าปก 325 บาท )

จัดส่งฟรีพร้อมของที่ระลึก

สั่งซื้อรูปเล่มที่ Fan page : สำนักพิมพ์ปองรัก

                     Fan page : สิรินรชา นาถธีรธาดา

หรือสนใจรูปแบบอีบุ๊ค สามารถกดซื้อได้ที่ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

0 ความคิดเห็น