ดวงใจขุนศึก [สนพ. ปองรัก]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 204,939 Views

  • 589 Comments

  • 1,948 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    57

    Overall
    204,939

ตอนที่ 51 : ตอนที่ 17 [75%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1751
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    4 ส.ค. 61

แสงไฟในห้องทำงานของหัวหน้าวิศวกรแห่งอธิรักษ์โยธินกรุ๊ปยังคงสว่างจ้า แม้จะล่วงเลยเวลาเลิกงานมากว่าห้าชั่วโมงแล้วก็ตาม ร่างสูงนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หลังจากตัดสินใจที่จะไปตามรมิตาและขอขมาพ่อตาที่พบพระ ขุนศึกก็ตรงดิ่งมาที่บริษัทเพื่อสะสางงานในหน้าที่ของตนให้เรียบร้อย งานเอกสารที่อยู่ในความรับผิดชอบถูกเรียกมาใช้จนกองพะเนินอยู่เต็มโต๊ะ เขาต้องรีบทำเพราะหากช้าเพียงนิด ทุกอย่างที่พิมพรบอกอาจจะกลายเป็นความจริงไปเสียก่อน

‘…พรไม่แน่ใจนะคะ ว่าพ่อเลี้ยงจะทำอย่างที่เคยตั้งใจไว้หรือเปล่า และไม่รู้ด้วยว่าจะเป็นวันไหน’

เสียงพิมพรแผ่วเบาจนราวกับกระซิบเมื่อถูกเรียกตัวมาเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เหล่าพี่น้องอธิรักษ์โยธินทั้งหกฟัง เด็กสาวประหม่ากับสายตาทุกคู่ที่กำลังจ้องมองมาที่ตนจนถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลาย เมื่อคำถามต่างๆ ถูกซักฟอกจนเธอขาวสะอาด หมดสิ้นทุกเรื่องราวที่เธอรู้และกลุ่มคนตรงหน้าควรรู้

‘พรแน่ใจนะว่าไม่มีอะไรปิดบังพวกเราอีก’ แก้วกานต์รับหน้าพี่น้องคนอื่นๆ ย้ำถามกับพนักงานสาวด้วยน้ำเสียงกึ่งดุกึ่งเอาเรื่อง ท่าทางกลัวหงอของพิมพรทำให้แฝดผู้น้องของขุนศึกยิ้มเย็น ใบหน้าจิ้มลิ้มส่ายไหวหวือเร็วบอกว่าไม่มีอะไรปิดบังอีก จนทำให้สี่ทิศต้องโบกมือไล่ เพราะยิ่งอยู่ก็ยิ่งสงสาร แก้วกานต์ทำท่าจะกระโดดเข้าไปขย้ำพิมพรแทบจะทุกสองนาที

‘อย่างน้อยเราก็รู้ว่าไม่ใช่เร็วๆ นี้อย่างแน่นอนที่พี่เคทจะต้องแต่งงาน’ แก้วกานต์หันมาสรุปเมื่อภายในห้องพักปราศจากบุคคลภายนอก แต่พี่ชายคนรองอย่างภาสกรกลับแย้งขึ้น

‘แต่เคทกำลังท้อง ถ้าพี่เป็นพ่อเลี้ยง พี่จะรีบจัดงานแต่งงานให้เคทโดยเร็วที่สุด’

‘แบบนั้นเราก็ไม่มีเวลาแล้วสิครับ’ นักรบออกความเห็นบ้าง เหล่าพี่ๆ มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาในทันที จะมีก็เพียงต้องตาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่ทุกคนกำลังพูดถึง ดวงหน้ากลมแป้นมองซ้ายมองขวาด้วยความสงสัย แต่ไม่เอ่ยซักคำใดนอกจากนิ่งฟังอยู่บนตักของพี่ชายตามเดิม

‘ถ้าอย่างนั้น...นายขุนเตรียมตัวไปที่ไร่อัศวกุลได้เลย’ ท้ายประโยคสี่ทิศหันมาสั่งคนเป็นน้อง แต่ขุนศึกส่ายหน้าไม่เห็นด้วย

‘ไม่ครับ ผมจะอยู่ทำงานให้เรียบร้อย ถึงจะห่วงเคทมากแค่ไหนแต่ผมก็ไม่อยากห่วงหน้าพะวงหลัง ผมจะพยายามจัดการสะสางงานทั้งหมดภายในหนึ่งหรือสองวันนี้จะได้ไม่ต้องมีปัญหาในภายหลัง...’

และเพราะความตั้งใจดังกล่าวนี่เองที่ทำให้ขุนศึกยังคงนั่งทำงานแม้ว่าตอนนี้จะสี่ทุ่มครึ่งแล้วก็ตาม เสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นจังหวะ ทำให้คนที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารและจัดการโอนงานในหน้าที่ของตนไปให้ผู้เป็นพี่ต้องเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเคาะ และก็พบเข้ากับร่างสมส่วนของเลขานุการสาว

“ขอโทษค่ะบอส วรรณเห็นว่าบอสยังไม่ได้กินอะไรก็เลยออกไปซื้ออาหารมาให้ค่ะ” พิมลวรรณกล่าวพร้อมยกถาดอาหารเข้ามาในห้องโดยไม่รอคำตอบรับจากผู้เป็นนาย

วันนี้เธอถูกเขาขอให้อยู่ทำงานนอกเวลาเพื่อช่วยเคลียร์เอกสาร พิมลวรรณวิ่งวุ่นหาเอกสารจากแผนกต่างๆ มาให้เขาจนหัวฟูกว่าจะได้หยุดพัก และนั่นทำให้เธอได้คิด ขุนศึกยังไม่มีใครเพราะข่าวล่ามาไวของเธอคือชายหนุ่มเลิกรากับรมิตาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นแทนที่จะกลับบ้านทันทีที่ทำงานเสร็จพิมลวรรณกลับเลือกที่จะลงไปซื้ออาหารเย็นมาให้เขาเพื่อกระชับความสัมพันธ์

ขุนศึกพยักหน้าขอบคุณเมื่ออีกฝ่ายวางถาดอาหารลงบนโต๊ะกระจกตัวเตี้ยของชุดรับแขก ร่างสูงเดินอ้อมเข้ามานั่งบนโซฟาตัวยาวฝั่งตรงข้ามกับหญิงสาว อาจเพราะยังไม่ได้รับประทานอะไร จึงทำให้ท้องเขาเริ่มประท้วงทันทีที่เห็นข้าวมันไก่เนื้อฉ่ำ

“แล้วคุณกินอะไรหรือยัง”

“เรียบร้อยแล้วค่ะ” พิมลวรรณตอบพร้อมรอยยิ้มเมื่อคนตรงหน้าให้ความสนใจ เธอลอบมองเสี้ยวหน้าคมของเจ้านายหนุ่มที่กำลังก้มลงรับประทานอาหารด้วยความพึงพอใจก่อนจะถามขึ้น

“งานนี้ด่วนมากเลยหรือคะบอส”

“ใช่ ผมต้องจัดการให้เสร็จ เพราะผมจะไม่อยู่สักพัก”

ตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง เพราะไม่ต้องการเสียเวลาในแต่ละวินาทีไปกับการสนทนา เขามีเรื่องสำคัญยิ่งกว่าที่ต้องทำ ซึ่งนั่นทำให้ขุนศึกไม่มีโอกาสได้เห็นใบหน้าของคนฟังที่เปลี่ยนไป

“บอสจะไปไหนคะ”

“ผมจะไปหาเคทที่ต่างจังหวัด”

คำตอบที่มาพร้อมชื่อของศัตรูหัวใจทำให้รอยยิ้มหวานเหลือเพียงริมฝีปากที่เม้มแน่น มือที่วางอยู่บนตักกำหมัดมั่นจนเห็นข้อกระดูกขาวขึ้นสัน เล็บแหลมจิกเข้าไปในเนื้อนุ่ม แต่เจ้าตัวหาได้อนาทรกับความเจ็บปวดนั้นไม่ ดวงตาคู่สวยที่แต่งแต้มไว้อย่างประณีตทอประกายกราดเกรี้ยวยามมองท่าทางของเจ้านายหนุ่ม ก่อนจะรีบเปลี่ยนสีหน้ากลับไปเป็นยิ้มหวานดังเดิมเมื่ออีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาสั่งความคล้ายเพิ่งนึกบางอย่างออก

“อ้อ...คุณช่วยหาโทรศัพท์มือถือให้ผมสักเครื่องนะ เปิดเบอร์ให้เรียบร้อยด้วย”

พิมลวรรณไม่เข้าใจในคำสั่ง เพราะโดยส่วนตัวขุนศึกก็มีโทรศัพท์อยู่แล้ว จะบอกว่าเอาไว้สำหรับติดต่องานก็ไม่น่าจะใช่ และเมื่อเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหวเธอจึงตัดสินใจถามออกไปตรงๆ

“บอสจะเอาไปทำไมคะ”

“ผมจะเอาไปให้เคทใช้ โทรศัพท์ของเคทหาย”

ตอบโดยไม่สนใจสีหน้าของคนถามว่าจะมีท่าทีเช่นใดยามเขาเอ่ยคำนั้นจบลง ขุนศึกยกแก้วน้ำขึ้นดื่มเมื่อกินข้าวมันไก่ตรงหน้าจนหมด

“คุณกลับเลยก็ได้นะ ผมจะอยู่ต่ออีกนิด” หันมาสั่งอีกครั้งก่อนจะลุกเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานเพื่อจัดการเอกสารที่ยังค้างคา

พิมลวรรณมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยสายตาไม่พอใจอย่างยิ่งยวด แต่เมื่อไม่สามารถทำอะไรได้เธอจึงเลือกที่จะเก็บถาดอาหารที่เขารับประทานเรียบร้อยขึ้นถือและเดินจากไป

เสียงโครมของจานและถาดที่ถูกกระแทกลงในอ่างซิงค์ดังก้องไปทั่วทั้งแผนก แต่ในเวลาเกือบห้าทุ่มเช่นนี้ไม่ใครอยู่ฟังเสียงในบริเวณดังกล่าว เลขานุการสาวสวยจึงกล้าที่จะแสดงออกถึงกิริยาที่แท้จริง เธอเฝ้ามองเขามาก่อนที่จะเข้ามาทำงาน ชายหนุ่มผู้เป็นหนึ่งในทายาทของอธิรักษ์โยธิน แม้จะเป็นแค่ลูกเมียน้อยแต่สมบัติและหุ้นที่ขุนศึกมีก็ไม่น้อยหน้าพี่ชายคนโตอย่างสี่ทิศที่เป็นลูกเมียหลวง

ครอบครัวพิลึกที่ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง ไม่น่าสนใจเท่าตำแหน่งสะใภ้อธิรักษ์โยธิน ทั้งชื่อเสียง เงินทอง และที่สำคัญกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่ดิน บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม หรือแม้แต่การรับเหมางานทั้งของรัฐและเอกชนรายใหญ่ ธุรกิจของอธิรักษ์โยธินนับวันยิ่งเจริญก้าวหน้า แต่แล้วแทนที่ขุนศึก อธิรักษ์โยธิน จะสนใจหญิงสาวผู้เป็นถึงทายาทของลูกค้าคนสำคัญเช่นเธอ เขากลับจมปลักอยู่กับแม่ค้าขายขนมอบที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียน

จากที่เคยคิดว่าตนเองเหนือกว่าใคร พิมลวรรณกลับรู้สึกว่าตนกำลังแพ้ให้กับผู้หญิงที่เป็นแค่เจ้าของร้านเบเกอรี่กระจอกๆ อย่างรมิตา ดูเถอะ แม้จะเลิกรากันไปขุนศึกก็ยังไม่มีท่าทีจะสนใจใคร ทั้งยังแสดงออกชัดว่ากำลังง้องอนยายแม่ค้านั่น คิดแล้วเจ็บใจนัก

“คอยดูเถอะ ฉันจะทำให้ทั้งคุณและมันเจ็บจนเจียนตาย”

 

เช้าวันรุ่งขึ้นที่ตึกอธิรักษ์โยธินภายในห้องทำงานของหัวหน้าแผนกวิศวกรของบริษัทยังคงเปิดไฟสว่างจ้า แม้พระอาทิตย์รุ่งอรุณจะเคลื่อนจับขอบฟ้ามาหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม พิมลวรรณเดินนวยนาดเข้ามายังโต๊ะประจำตำแหน่งของตนพร้อมถุงกระดาษติดโลโก้ร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์ดังของเจ้าพ่อวงการไอทีผู้ล่วงลับจากฝั่งอเมริกา มือเรียวล้วงหยิบกล่องโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดออกมาเปิดสำรวจ อุปกรณ์ต่อพ่วงและอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ถูกเช็กความเรียบร้อยโดยละเอียด

พิมลวรรณได้จัดการเปิดหมายเลขโทรศัพท์ตามที่ชายหนุ่มต้องการเรียบร้อย เครื่องมือสื่อสารดังกล่าวจึงพร้อมใช้งานได้ทันที คิดแล้วก็เก็บทุกอย่างลงกล่องไว้ดังเดิมก่อนจะถือขึ้นมาไว้ในมือ เธอต้องรีบจัดโต๊ะของเขาให้เรียบร้อย และต้องเอาของที่เขาสั่งไปวางบนโต๊ะก่อนที่ชายหนุ่มจะเข้ามา กิจวัตรประจำวันทำให้เธอถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปโดยไม่ได้ขออนุญาต

แต่แล้วขาเรียวขาวภายใต้รองเท้าหนังสีแดงก็ชะงักหยุด เมื่อเห็นภาพของผู้เป็นนายกำลังเอนกายหลับตามความยาวของโซฟา ขุนศึกยังคงอยู่ในเสื้อผ้าชุดเดิม ผมเผ้าดูยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ ท่าทางหลับสนิทไม่รับรู้ถึงการมาของเลขานุการสาวแม้แต่น้อย ด้วยหน้าที่พิมลวรรณจึงหวังจะเดินเข้าไปปลุก แต่ยังไม่ทันถึงตัวความคิดบางอย่างก็ทำให้เธอยืนยิ่ง มือขาวยกถุงกระดาษในมือขึ้นมองด้วยสายตาหมายมาดในบางอย่าง มุมปากกระตุกยิ้มบางก่อนหมุนตัวออกไปจากห้อง

โทรศัพท์เครื่องใหม่เอี่ยมถูกหยิบออกมากดหมายเลขสิบหลักที่จำได้ขึ้นใจ เพียงไม่นานโทรศัพท์อีกเครื่องในกระเป๋าถือหนังเข้าชุดกับรองเท้าสีแดงของเธอก็ดังขึ้น เลขานุการสาวล้วงหยิบออกมาเปิดดูก่อนบันทึกหมายเลขดังกล่าวลงไป พร้อมจัดการลบประวัติการโทรออกจากโทรศัพท์อีกเครื่องในมือ

‘…ผมจะเอาไปให้เคทใช้ โทรศัพท์ของเคทหาย…’

รอยยิ้มสมใจถูกแต้มที่มุมปากบางเฉียบสีแดงสด ก่อนจะเก็บทุกอย่างใส่ถุงไว้ดังเดิม และเดินกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง ดวงตาที่ตกแต่งไว้ด้วยอายไลเนอร์สีเข้มดูเฉี่ยวคมมองภาพเจ้านายหนุ่มที่ยังคงพริ้มหลับอย่างพอใจ เขาอาจจะโหมงานมาทั้งคืนจึงหลับแบบไม่รู้สึกตัว และแน่นอนว่าเขาคงไม่ตื่นขึ้นมาในเวลานี้ คิดดังนั้นแล้วก้าวขาขาวก็เข้าไปหา หย่อนสะโพกลงเคียงข้าง นิ้วเรียวงามและเล็บเรียวแหลมเคลือบสีแดงสดค่อยๆ ไล้ใบหน้าคมคายแผ่วเบา ผ่านแก้มสากไล่เรื่อยลงมาถึงริมฝีปากสีสดที่มักตัดรอนความสัมพันธ์ที่เธอยื่นให้ แนวสันกรามตลอดจนลำคอหนาน่าซบ ปลายนิ้วสะกิดเข้ากับแผ่นอกอุ่นผ่านผ้าเนื้อดีก่อนจะหยุดนิ่งที่กระดุมเม็ดเล็กๆ

“รักกันให้มากๆ นะคะบอส”





ย้ำอีกครั้ง เรื่องนี้อัพ 70 % ของเนื้อหานะคะ

อัพถึงบทที่ 18 และแถมบทส่งท้ายให้ 1 ตอน

จากนั้นจะเริ่มอัพเรื่อง ดวงใจพนันรักนะคะ


ดวงใจขุนศึก ราคาเล่มละ 276.25 บาท (ราคาหน้าปก 325 บาท )

จัดส่งฟรีพร้อมของที่ระลึก

สั่งซื้อรูปเล่มที่ Fan page : สำนักพิมพ์ปองรัก

                     Fan page : สิรินรชา นาถธีรธาดา

หรือสนใจรูปแบบอีบุ๊ค สามารถกดซื้อได้ที่ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #585 25142551 (@25142551) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 12:15

    อุปสรรคเยอะเหลือเกิน

    #585
    0
  2. #471 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 00:06
    ศึกนี้ใหญ่หลวงนักนายขุนเอ๊ย
    #471
    0