ดวงใจขุนศึก [สนพ. ปองรัก]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 204,965 Views

  • 589 Comments

  • 1,946 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    83

    Overall
    204,965

ตอนที่ 50 : ตอนที่ 17 [50%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1992
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    3 ส.ค. 61

 

“กาแฟค่ะคุณขุน”

พิมพรเดินกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมถ้วยกาแฟหอมกรุ่นและขนมอบอีกสองชิ้นที่ชายหนุ่มมักสั่งรับประทานเป็นประจำ ขุนศึกพยักหน้ารับ เอ่ยขอบใจเบาๆ ก่อนเอ่ยเรียกเมื่อนึกบางอย่างขึ้นมาได้

“พรรู้จักพ่อเลี้ยง คุณพ่อของเคทใช่ไหม” คำถามตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมทำให้เด็กสาวตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ

เธอทำงานกับรมิตาตั้งแต่ร้านเริ่มเปิดกิจการ ครั้งนั้นแม่เลี้ยงลลิตาได้เอ่ยปากขอเธอจากมารดาซึ่งเป็นคนงานในไร่อัศวกุลเพื่อส่งตัวมาให้เรียนและช่วยงานรมิตาที่กรุงเทพฯ โดยมีที่พักแยกต่างหาก เพราะไม่ต้องการให้เจ้านายสาวรู้ว่าเธอคือสายสืบที่พ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยงส่งมาดูแลความประพฤติ

และนั่นทำให้เรื่องราวที่เธอรู้มักเกิดจากการสังเกตและอาจทำทีสอบถามจากเจ้านายบ้างแต่ก็เพียงเล็กน้อย บวกกับด้วยวัยยังเยาว์ ความเพ้อฝันตามประสาเด็กสาวทำให้พิมพรใส่ไคล้บางเรื่องเพื่อความสมจริงในความคิดของตนลงในรายงานที่ส่งให้พ่อเลี้ยงวัฒนาทุกเดือน โดยหารู้ไม่ว่านั่นคือสาเหตุที่รมิตาต้องจากร้านนี้ไป และพนักงานคนอื่นๆ ก็พลอยเกิดอาการวิตกกังวล ไม่มั่นคงในหน้าที่การงานดังเดิม

“ว่าไง” ขุนศึกย้ำถามเมื่อคนตรงหน้ายังคงยืนนิ่ง

พิมพรก้มหน้างุด เธอรู้เพียงรมิตาถูกพาตัวกลับบ้านทันทีที่พ่อเลี้ยงเดินทางมาถึง และมีคำสั่งว่าอีกสักพักผู้จัดการของไร่อัศวกุลจะลงมาจัดการส่วนที่เหลือซึ่งรวมถึงร้านเบเกอรี่ ร้านดอกไม้ และบ้านของรมิตาในภายหลัง

“รู้จักค่ะ พรรู้จักค่ะ”

เด็กสาวตอบเสียงตะกุกตะกัก เนื่องจากค่อนข้างหวาดกลัวชายหนุ่มเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งตนยังเป็นสาเหตุหนึ่งในการก่อเรื่อง พิมพรจึงหวาดกลัวว่าชายหนุ่มจะทำร้ายตนเหมือนที่ทำกับเจ้านายสาว ร่างผอมบางขยับถอยและมือไม้สั่นจนสังเกตได้

เห็นท่าทางของอีกฝ่ายขุนศึกก็ได้แต่ถอนหายใจยาวเบาๆ เขาไม่ได้อยากโทษว่าเป็นความผิดของพิมพรทั้งหมด เขาเพียงแค่อยากรู้ว่าพ่อเลี้ยงวัฒนาจะทำอย่างไรกับรมิตาและลูกน้อยต่อไปต่างหาก

“ฉันไม่ทำอะไรพรหรอก” คนเคยอารมณ์ร้อนกล่าวเสียงเนิบ เขาเรียนรู้ว่าการทำอะไรโดยไม่คิดหน้าคิดหลังนำพาความวุ่นวายมาสู่ชีวิตมากมายจนเกิดเรื่องบานปลาย เขาจึงต้องพยายามเปลี่ยนตัวเองเพื่อพิสูจน์ว่าเหมาะสมที่จะดูแลรมิตาให้พ่อเลี้ยงวัฒนาได้เห็น แต่ก่อนอื่นคงต้องเริ่มจากสายลับสาวตรงหน้า

“พร” เมื่อเห็นอีกฝ่ายมีอาการคลายความหวาดกลัวลง ขุนศึกจึงพูดต่อ “พรพอจะรู้ไหมว่าพ่อเลี้ยงจะทำยังไงต่อไปกับเคท”

คำถามตอบยากทำให้เด็กสาวต้องฝืนกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากเย็น ลอบมองเสี้ยวหน้าคมที่ดูอ่อนล้า นัยน์ตาคมเข้มที่มองมาเว้าวอนขอความช่วยเหลือ พิมพรก้มหน้านิ่ง เธอพอจะรู้ แต่ไม่แน่ใจนักว่าจะเป็นข่าวดีของคนรอฟัง

“พรบอกฉันหน่อยเถอะนะว่าฉันควรจะทำยังไงต่อไป”

“พรขอโทษค่ะคุณขุน” เด็กสาวยกมือไหว้ปลกๆ ราวกับทำความผิดไว้มากมาย ชายหนุ่มมองภาพนั้นด้วยความไม่เข้าใจ หรือพิมพรจะบอกว่าเธอเองก็ไม่รู้เรื่อง ถ้าเช่นนั้นหนทางของเขาคงมืดมน

เห็นท่าทางผิดหวังของชายหนุ่ม พิมพรก็ได้แต่ชั่งใจไม่กล้าบอก แต่แล้วการที่เธอไม่ยอมบอกก็เท่ากับเธอทำผิดกับอีกฝ่ายมากยิ่งกว่าเดิม คิดได้ดังนั้นจึงตัดสินใจบอกออกไปตามความเป็นจริง

“พรรู้แค่ว่าพ่อเลี้ยงอยากให้คุณเคทแต่งงานกับคุณชัยวัฒน์ผู้จัดการของไร่ค่ะ”

“อะไรนะ!”

สิ้นคำบอกกล่าวของเด็กสาว ขุนศึกก็ถึงกับพูดไม่ออก คำเดียวที่เขาสามารถเปล่งออกมาได้คืออุทานถามเพื่อยืนยันว่าตนไม่ได้หูฝาดไป รมิตากำลังจะแต่งงานกับคนอื่น

“พรขอโทษค่ะ แต่เรื่องนี้พ่อเลี้ยงคิดไว้ตั้งนานแล้วนะคะ”

เด็กสาวมีท่าทีหวาดกลัวคนตรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอเคยเห็นเวลาคุณขุนอาละวาดเมื่อไม่ได้ดั่งใจ และครั้งนี้เธออาจจะเป็นรายต่อไปที่เขาจะเหวี่ยง เพียงเพราะคำตอบที่ให้ไปนั้นไม่ถูกใจคนฟัง

“อย่างนั้นเหรอ”

คำถามสิ้นคิดถูกเอ่ยออกมาจากริมฝีปากหยัก เพราะเจ้าตัวไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะกลั่นกรองสิ่งใด หัวสมองตื้ออื้ออึงทบทวนเพียงประโยคบอกเล่าของพนักงานสาวซ้ำไปซ้ำมา

‘...พ่อเลี้ยงอยากให้คุณเคทแต่งงานกับคุณชัยวัฒน์’

แต่งงานกับคนอื่น ทั้งที่รมิตากำลังตั้งครรภ์ลูกของเขา หรือนี่จะเป็นวิธีตัดขาดจากเขาโดยสมบูรณ์ของพ่อตา

ใบหน้าคมคายซีดลงจนเห็นได้ชัด กอปรกับความอ่อนล้าที่มีอยู่เดิมทำให้เวลานี้ขุนศึกคล้ายคนหมดแรงที่แม้แต่หายใจยังติดขัด

“คุณขุนคะ”

“พรออกไปก่อนเถอะ”

สีหน้าและแววตาห่วงใยของเด็กสาวทำให้ร่างสูงต้องโบกมือไล่ พยายามแข็งใจเพื่อให้คนภายนอกเห็นว่าตนยังแข็งแรงพอ ทั้งที่หัวใจชาหนึบไปทั้งดวง รมิตากำลังจะแต่งงานกับคนอื่น ความจริงอีกข้อที่ทำร้ายเขายิ่งกว่าวันวาน

“เคท” เสียงทุ้มเอ่ยได้เพียงชื่อหญิงคนรัก และเฝ้าถามซ้ำๆ ถึงความเป็นจริงที่กำลังจะเกิด “ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมต้องเป็นแบบนี้ โธ่โว้ย!”

โต๊ะตัวเตี้ยเบื้องหน้าถูกถีบเต็มแรงเพื่อระบายความอัดอั้น ก่อให้เกิดเสียงโครมครามดังลอดออกไปนอกห้อง แฟ้มเอกสารกองใหญ่ที่เคยอยู่บนโต๊ะนอนระเกะระกะอยู่กับพื้น ไม่ต่างจากถ้วยกาแฟกระเบื้องเนื้อดีที่แตกกระจายอยู่ข้างกัน ส่งผลให้คนที่อยู่ด้านนอกต้องรีบเปิดประตูเข้ามาดู สิ่งที่เห็นทำให้ภาสกรซึ่งตามมาหาน้องชายที่ร้านถึงกับตกตะลึง

“เกิดอะไรขึ้นนายขุน”

เมื่อครู่ภาสกรได้สอบถามพนักงานจนได้ความว่าขุนศึกนั่งตรวจเอกสารอยู่ด้านใน และเมื่อเกิดเสียงข้าวของแตกกระจายก็รีบเข้ามาดูในทันที ภาพน้องชายยกมือกุมขมับทึ้งผมก้มหน้า แข้งขาเปะป่ายไม่เป็นระเบียบอยู่บนโซฟาด้วยท่าทางของคนเครียดจัด ทำเอาอธิรักษ์โยธินคนพี่ถึงกับทำอะไรไม่ถูก

“นายขุน” ภาสกรเรียกสติพร้อมยื่นมือเข้าไปเขย่าไหล่ และเหมือนมันจะได้ผลขุนศึกเงยหน้าขึ้นมาสบตาคนเป็นพี่ ดวงหน้าคมซีดเซียว นัยน์ตาคมเข้มมีเพียงความอ่อนล้าที่ฉายชัด

“คุณรอง”

“เกิดอะไรขึ้น” เสียงที่เอ่ยถามแหบพร่าไม่ต่างจากน้องชาย ขุนศึกก้มหน้านิ่งก่อนตอบออกมาด้วยเสียงที่เบาหวิวเพราะทุกถ้อยคำกรีดลึกเข้าไปถึงก้อนเนื้อที่อยู่ด้านใน ส่งผลให้มันเหวอะหวะจนเจ็บร้าวไปทั้งอก

“เคทกำลังจะแต่งงาน”

“อะไรนะ!” ภาสกรถามเสียงสูง

“ผมจะทำยังไงดี”

คำถามที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดบาดลึกเข้าไปถึงหัวใจของคนฟัง ทั้งสงสารและเหนือสิ่งอื่นใดคือรู้สึกผิด หากไม่ใช่เพราะความวุ่นวายของเขา เรื่องราวของขุนศึกคงไม่บานปลายขนาดนี้ ทุกอย่างคงจบลงที่ทั้งคู่ยังคงรักกันดังเดิม

“พิมพรบอกว่า พ่อเลี้ยงจะให้เคทแต่งงานกับผู้จัดการที่ไร่” คำบอกเล่าของน้องชายทำให้ภาสกรต้องตั้งใจฟัง เขาควรต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น อย่างน้อยก็ในฐานะคนก่อเรื่อง “แต่เคทกำลังท้อง” ท้ายประโยคเสียงสั่นเครือยามเอ่ยถึงความจริงที่ทุกคนรู้กันดี “...ลูกของผม เคทกำลังท้องลูกของผม แต่เขากำลังจะเอาไปให้คนอื่น”

กล่าวจบน้ำตาหยดหนึ่งก็กลิ้งตัวลงมาประจานความอ่อนแอให้พี่ชายได้รับรู้ ขุนศึกรีบเช็ดมันออก แต่กระนั้นมันก็ยังคงเพียรไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ท้ายที่สุดก็ยอมปล่อยให้มันไหลออกมาอย่างที่ต้องการ

ภาสกรมองภาพน้องชายนั่งซึมด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก มือใหญ่ดึงรั้งน้องชายเข้ามาเอนซบที่ไหล่ ออกแรงตบปลอบเบาๆ ยามที่น้องชายรู้สึกอ่อนแอ คนเป็นพี่คงทำได้เพียงเท่านี้ อยู่เคียงข้างและให้กำลังใจ

ภาสกรตัดสินใจโทรศัพท์หาสี่ทิศเพื่อปรึกษาก่อนลงความเห็นว่าจะออกมาที่ร้าน ไม่ต่างกับแก้วกานต์ที่แจ้งความจำนงจะรีบมาในทันที สี่ทิศเพิ่งกลับจากรับภรรยาและเด็กๆ จากโรงเรียนทำให้ตอนนี้ด้านนอกมีภีมชญาคอยดูแลลูกๆ ส่วนสี่ทิศ แก้วกานต์ นักรบ และต้องตา ที่สองรายหลังยังคงอยู่ในชุดนักเรียนกำลังนั่งมองคนต้นเรื่องที่ยังคงอยู่ในอาการซึมเศร้าอย่างเห็นได้ชัด

แฟ้มเอกสารถูกเก็บขึ้นมาวางเรียงบนโต๊ะตามเดิม โดยถ้วยกาแฟที่แตกถูกเก็บทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วก่อนหน้า

“เราจะทำยังไงกันดีคะ อย่างน้อยที่สุดพี่เคทก็กำลังอุ้มท้องทายาทอธิรักษ์โยธินอยู่ เราจะปล่อยให้หลานไปใช้นามสกุลอื่นไม่ได้นะคะ”

แก้วกานต์ให้ความเห็น เธอยอมรับว่าตกใจไม่น้อยเมื่อรู้เรื่องจากพี่ชายคนรอง และยิ่งเห็นสภาพของพี่ชายฝาแฝดด้วยแล้ว หญิงสาวยอมรับว่าเธอสงสารขุนศึกเหลือเกิน การถูกพรากจากคนรักที่อีกไม่นานจะกลายเป็นแยกจากกันตลอดกาล หัวใจที่เพิ่งเปิดแง้มยอมรับความรู้สึกรักอาจปิดตายเมื่อรักครั้งนี้จบลงเพราะไม่สมหวัง

“ตอนนี้เคทอยู่ที่ไร่”

อยู่ๆ เสียงของคนเหม่อลอยก็เรียกสายตาของคนนั่งเครียดในห้องให้หันไปมอง ดวงตาห้าคู่เฝ้ามองอธิรักษ์โยธินคนกลางด้วยความสงสัยกับประโยคที่ขุนศึกกำลังพยายามบอก

“ในเมื่อพ่อเลี้ยงพาเคทไป และจะไม่ยอมให้เธอกลับมา” เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยช้าชัดแต่ทุกถ้อยคำดูมั่นคงในความรู้สึกของคนฟัง “ผมก็จะไปหาเคทที่นั่น”

ใบหน้าคมหันกลับมามองเหล่าพี่น้องช้าๆ กวาดมองทุกคนในห้องด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ดูมุ่งมั่นเอาจริงอย่างที่พี่น้องคนอื่นๆ ไม่เคยเห็นมาก่อน

“ผมขอลางานไม่มีกำหนดนะครับ”

ภาสกรหันมาเลิกคิ้วส่งให้พี่ชายคนโต ปรึกษากับสี่ทิศผ่านทางสายตาก่อนตอบกลับในสิ่งที่ขุนศึกร้องขอด้วยความเต็มใจ

“ตามสบายเลยนายขุน แต่ต้องเข้าไปเคลียร์โครงการที่ดูแลให้เรียบร้อยก่อนนะ แล้วค่อยไป”

“ขอบคุณครับคุณรอง” ขุนศึกเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ดีขึ้นกว่าเมื่อครู่ แก้วกานต์โผเขากอดพี่ชายไว้แน่น

“พี่ขุนต้องสู้ๆ นะคะ แล้วพาพี่เคทกลับมาเป็นพี่สะใภ้ของแก้วให้ได้ด้วย” เสียงอู้อี้เอ่ยสั่งกับซอกคอหนา แขนแข็งแรงยกขึ้นรัดร่างบาง ลูบไล้แผ่นหลังนวลเมื่อรู้สึกได้ถึงหยดน้ำอุ่นใสที่ไหลต้องผิวใต้เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินของตน

“ในฐานะคนเป็นพ่อและมีลูกสาว” สี่ทิศกล่าวขึ้นเมื่อบรรยากาศรอบข้างผ่อนคลายจนเกือบถึงระดับปกติ “ส่วนใหญ่แล้วพ่อทุกคนชอบคนจริงจังและจริงใจ อย่างน้อยก็บอกให้รู้ว่าผู้ชายคนนั้นสามารถดูแลลูกสาวของเราได้ แต่สำหรับนาย...ขุนศึก” เว้นจังหวะเพื่อรอให้เจ้าของชื่อหันกลับมาฟังคำแนะนำ “มันล้ำเส้นไปหลายอย่าง และพี่คิดว่าคงต้องใช้ลูกบ้าตามตื๊อมากทีเดียวกว่าพ่อเลี้ยงวัฒนาจะยอมใจอ่อน”

“ผมว่าแค่ลูกบ้าตามตื๊ออย่างเดียวคงไม่พอหรอกครับ” นักรบที่มีน้องสาวตัวน้อยอย่างต้องตานั่งอยู่บนตักเอ่ยขัดขึ้น เป็นเหตุในสายตาทุกคู่มองมาที่ตนเป็นตาเดียว “พ่อเลี้ยงวัฒนามีแผนจะให้พี่เคทแต่งงาน นั่นหมายความว่าคุณสามมีคู่แข่ง ถ้าคุณสามไม่พิสูจน์ให้เห็นว่าตัวเองเหนือกว่าคู่แข่งแล้วละก็ พ่อเลี้ยงไม่ยอมใจอ่อนแน่ครับ”

“นักรบพูดมีเหตุผลนะ” ภาสกรและสี่ทิศพยักหน้าเห็นด้วยกับน้องชายคนเล็ก “งานนี้สงสัยต้องใช้เวลา”

แก้วกานต์นั่งหน้านิ่วอย่างใช้ความคิด จนคิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นเข้าหากันเป็นปม “ถ้าอย่างนั้นแก้วจะรีบกลับบ้าน ไปจัดกระเป๋าให้พี่ขุนไว้หลายๆ เดือนเลยนะคะ”

“ทำไมต้องหลายเดือนด้วยล่ะคะ” เด็กหญิงต้องตาเอ่ยถามด้วยความสงสัย เมื่อหันมามองใบหน้าของพี่ชายคนกลางก็พบว่ายามนี้เหยเกเพราะคำขู่ของเหล่าพี่น้องที่ทำเอาหัวใจที่ฟูฟ่องเมื่อครู่ฝ่อแฟบไปเป็นที่เรียบร้อย

แก้วกานต์อมยิ้มนิดๆ ก่อนก้มลงมองน้องสาวตัวน้อยด้วยสายตาจริงจังไม่ต่างจากน้ำเสียงที่เอ่ยตอบ ที่ดูอย่างไรก็รู้ว่าแกล้งทำ “ก็พี่ขุนคงผ่านด่านพ่อตายากน่ะสิคะ”

สิ้นคำของแฝดผู้น้องขุนศึกก็หลุดยิ้มขำ จริงอย่างที่ทุกคนว่า เรื่องราวคราวนี้น่าจะยากจริงๆ ใบหน้าคมคายที่ซีดเซียวก่อนหน้ามีสีหน้าดีขึ้น อย่างน้อยเขาก็ยังมีกำลังใจจากคนใกล้ตัว คนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเขาไม่เคยห่าง แม้บางครั้งจะหากำลังใจไม่ค่อยเจอเลยก็ตาม

“ขอบคุณครับคุณใหญ่ คุณรอง ขอบใจนะยายแก้ว นักรบ แตงจ๋า”

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณแม่บอกว่าถ้าแตงจ๋าอยากมีน้องตัวเล็กมาเล่นด้วย ต้องให้กำลังใจพี่ขุนเยอะๆ”

“ครับ แล้วพี่จะรีบพาหลานตัวเล็กมาให้แตงจ๋าเล่นด้วยนะ”

ขุนศึกบอกยิ้มๆ เมื่อน้องสาวยื่นนิ้วก้อยเล็กเรียวมาให้ตรงหน้าและทวงคำสัญญาเสียงใส

“สัญญานะคะ”

“สัญญาครับ”

 






ดวงใจขุนศึก ราคาเล่มละ 276.25 บาท (ราคาหน้าปก 325 บาท )

จัดส่งฟรีพร้อมของที่ระลึก

สั่งซื้อรูปเล่มที่ Fan page : สำนักพิมพ์ปองรัก

                     Fan page : สิรินรชา นาถธีรธาดา

หรือสนใจรูปแบบอีบุ๊ค สามารถกดซื้อได้ที่ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #584 25142551 (@25142551) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 12:12

    พ่อเลี้ยงเอ๊ยโดนพิมพรแต่งนิยายหลอกซะงั้น จริงๆ ก็เข้าใจว่าพ่อทุกคนย่อมผิดหวังเมือลูกสาวเป็นแบบนี้ แต่นี่ใช่วิธีแก้ปัญหาไหมคะ ควรหันหน้าคุยกันไหม ให้ข้อมูลที่ได้จากเด็กในร้านมาตัดสินชีวิตลูกสาวที่บอกว่ารักนักรักหนา ถามจริงๆ เป็นถึงพ่อเลี้ยงมีสติปัญญาแค่นี้เหรอ

    #584
    0
  2. #406 paesunflowerpn (@paesunflowerpn) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 15:42
    พ่อตาจัดหนักนะคะหมั่นไส้อิโคขุน
    #406
    1