ดวงใจขุนศึก [สนพ. ปองรัก]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 204,939 Views

  • 589 Comments

  • 1,948 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    57

    Overall
    204,939

ตอนที่ 49 : ตอนที่ 17 [25%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1939
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    2 ส.ค. 61

ตอนที่ 17

 

ภาพรมิตาในชุดกระโปรงตัวยาวนั่งเหม่อมองท้องฟ้าดูจะเป็นที่ชินตาของผู้พบเห็น เพราะตลอดทั้งวันที่ผ่านมาความเข้าใจผิดยังไม่ได้รับการแก้ไข บิดาหลบหน้าตั้งแต่เช้า ยิ่งเวลาผ่านไปรมิตาก็ยิ่งรู้สึกผิดที่คิดวางแผนเรื่องทั้งหมด เธอไม่ควรเอ่ยฟ้องภาสกรในวันแต่งงานของสี่ทิศ หากปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นเหมือนที่ขุนศึกบอก ในวันนี้เธออาจมีเขาอยู่เคียงข้างกัน มีมืออุ่นกุมมั่นในวันที่เธอเหนื่อยล้า และมีแขนหนาโอบกระชับพร่ำคำรักให้แก่กัน มีลูกน้อยเป็นโซ่ทองคล้องหัวใจสองดวงไว้ด้วยกัน นึกแล้วก็ยกมือนุ่มขึ้นลูบไล้แผ่วเบาที่หน้าท้องนูน เกือบสิบแปดสัปดาห์แล้วสินะที่เธอมีเจ้าตัวน้อยอยู่ในนี้

“ยายหนูของแม่ ภาวนาให้คุณตาอภัยให้พ่อและแม่ด้วยนะจ๊ะ” กระซิบบอกกับหน้าท้องนูนเสียงหวาน

รูปร่างที่เปลี่ยนไปมากจากครั้งล่าสุดที่กลับมาทำให้รมิตากลายเป็นหัวข้อสนทนาของคนงานในไร่ หลายหนที่เธอรู้สึกว่ามีใครมาแอบมองแต่ก็ทำได้เพียงพยายามไม่ใส่ใจ หลบเร้นกายอยู่ภายในบ้านจนบ่ายคล้อยถึงได้ออกมานั่งรับลมตามเดิม

จวบจนพลบค่ำแม่เลี้ยงลลิตาที่ปกติจะช่วยดูแลเรื่องบัญชีของไร่ที่ออฟฟิศด้านหน้าก็ได้เดินเข้าหาลูกสาวหลังได้รับรายงานจากแม่บ้านว่าตอนนี้กำลังนั่งเล่นอยู่ที่ชานระเบียงด้านหลัง

ชิงช้าไม้สีน้ำตาลขัดมันถูกเจ้าของร่างอิ่มครอบครองตั้งแต่บ่าย ดวงตาคู่สวยเหม่อลอยไปไกลถึงทิวเมฆยามอาทิตย์อัสดง มันทอประกายสีเหลืองทองสว่างจ้าสวยงาม แต่อีกไม่นานก็จะมืดดับเพราะราตรีกาลเข้ามาแทนที่ เหมือนหัวใจที่กำลังมืดมนเพราะหาทางออกให้กับความรักไม่เจอ เธอคงทำได้เพียงแค่รอ รอให้บิดาใจเย็นกว่านี้เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดให้ท่านฟังโดยหวังว่าเมื่อเธอเล่าทุกอย่างจบลงเธอจะได้รับการให้อภัย

“ยายหนู” น้ำเสียงอ่อนโยนและน้ำหนักมือที่สัมผัสไหล่บางทำเอาคนที่กำลังตกอยู่ในห้วงภวังค์ความคิดสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ มือเรียวรีบยกขึ้นเช็ดหยาดน้ำที่ไหลเปรอะแก้มเนียน ก่อนหันกลับมาส่งยิ้มหวานให้มารดา

“คุณแม่ มีอะไรหรือเปล่าคะ”

ท่าทางที่แสร้งทำเป็นร่าเริงทำให้คนมองรู้สึกใจหาย รมิตาที่เคยยิ้มเริงร่าสดใจทว่าในวันนี้กลับต้องเสแสร้งแกล้งทำ หัวใจของลูกคงทุกข์หนักที่ต้องจากคนรัก จากในช่วงเวลาที่ต้องการเขาคนนั้นมากที่สุด แม่เลี้ยงลลิตาทรุดกายลงนั่งเคียงข้าง วาดแขนโอบไหล่มนเข้ามาแนบชิด และกระซิบปลอบโยนเหนือกระหม่อมบางด้วยความสงสารจับใจ

“อยากร้องก็ร้องเถอะลูก”

สิ้นคำอนุญาตน้ำตาที่พยายามกักเก็บก็ไหลอาบแก้มนวลจนชุ่ม เสียงสะอื้นไห้ทำเอาคนกอดปลอบรู้สึกเศร้าใจไปพร้อมๆ กัน

“เคทขอโทษค่ะคุณแม่ เคทเป็นลูกที่แย่เหลือเกิน”

ความรู้สึกผิดทำให้เธอเอ่ยขอโทษมารดาครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะเธอเวลานี้ภายในไร่จึงได้โจษจันถึงความใจง่าย ‘ลูกสาวพ่อเลี้ยงวัฒนาท้องก่อนแต่ง’ หรืออาจจะถึงขั้น ‘ท้องไม่มีพ่อ’ คิดแล้วน้ำตาอีกสายก็ไหลออกมาเป็นทางยาว เธอทำให้บิดาและมารดาผิดหวัง เธอช่างเป็นลูกที่แย่เหลือเกิน

“ไม่หรอกลูก ไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้น”

“เคทไม่ควรโกหก” เจ้าของร่างในอ้อมแขนเอ่ยสะอื้นปนหอบฮัก “เคทควรเชื่อคุณพ่อกับคุณแม่”

“ความรักไม่ใช่เรื่องผิดหรอกลูก คุณพ่อเขาเองก็แค่โกรธ” เอ่ยปลอบเสียงนุ่ม “อีกสักพักคุณพ่อใจเย็นลง ท่านก็จะยอมฟังเหตุผลของเคท”

“แต่เคทกลัวค่ะ คุณพ่อโกรธมาก”

“และคุณพ่อก็รักเคทมากเหมือนกัน” ท่านย้ำความจริงอีกข้อที่บุตรสาวหลงลืม ต่อให้โกรธมากเพียงใดแต่ลูกก็คือลูก พ่อแม่ทุกคนไม่มีทางตัดขาดลูกออกจากชีวิตเพียงเพราะอีกฝ่ายทำผิดได้ เหมือนกับที่พ่อเลี้ยงวัฒนาบอกกับท่านเมื่อคืนก่อน

‘…พ่อไม่ได้โกรธลูกหรอกนะแม่ แต่พ่อผิดหวังมากกว่า’

“คุณแม่” รมิตาเงยหน้าเปื้อนน้ำตาขึ้นสบตอบมารดา รอยยิ้มของท่านอ่อนโยนยามเอื้อยเอ่ยประโยคต่อมา ประโยคที่เป็นเหตุผลของการมาหาลูกสาวในเวลานี้

“หนูพร้อมจะคุยกับคุณพ่อหรือยังจ๊ะ”

 

ร่างสูงกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตรปรากฏกายที่บ้านหลังเล็กในสองวันถัดมา เขาออกจากโรงพยาบาลในเช้าวันรุ่งขึ้นก่อนจะพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านเพราะแรงกระแทกจากการถูกชน แม้จะไม่รุนแรงแต่ก็ทำเอาขัดยอกและระบมไปทั้งตัว ร่องรอยฟกช้ำมีอาการดีขึ้นตามลำดับ และเขาก็ทนนิ่งเฉยอยู่อีกต่อไปไม่ได้ ป่านนี้รมิตาอาจจะกำลังรอเขาอยู่ ยิ่งประวิงเวลาให้นานออกไปเท่าใด เขาก็ยิ่งดูเหมือนคนที่ทิ้งปัญหาไว้เบื้องหลังมากขึ้นเท่านั้น และนั่นเป็นสาเหตุที่เขามาที่นี่

บ้านหลังเล็กภายใต้ร่มไม้เขี้ยวครึ้มเพราะย่างเข้าฤดูฝน แมกไม้นานาพันธุ์ไม่ได้รับการดูแลเพราะผู้เป็นเจ้าของไม่อยู่ ขุนศึกยกมือขึ้นเสียบลูกกุญแจสำรองที่ตนมีเข้ากับตัวแม่กุญแจ ออกแรงบิดเล็กน้อยเพื่อเปิดมัน เมื่อประตูบานหนาถูกเปิดออกชายหนุ่มก็แทรกกายเข้าไปภายใน บรรยากาศเปลี่ยนแปลงไปกว่าที่เคย อาจเพราะเขาไม่ได้เข้ามาที่ร่วมเดือนก็เป็นได้

ขุนศึกกวาดมองรอบๆ บ้าน เฟอร์นิเจอร์ยังคงตั้งอยู่ในตำแหน่งเดิม ข้าวของเครื่องใช้ยังวางอยู่ในที่เคยวาง รูปถ่ายคู่ของเขาและเธอถูกคว่ำปิดเหนือชั้นวางข้างหน้าจอแอลซีดีขนาดห้าสิบสองนิ้ว มือใหญ่เอื้อมหยิบมันขึ้นมาดูก่อนจะวางไว้ในตำแหน่งเดิม ข้อนิ้วแกร่งไล้พวงแก้มของคนในรูปแผ่วเบา รอยยิ้มหวานในวันนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในทุกความรู้สึก แต่วันนี้ข้างกายเขากลับว่างเปล่า

ขุนศึกผละจากความรู้สึกแสนเศร้าเพื่อสำรวจภายในบ้านอีกครั้ง เขาเดินเลยเข้าไปในส่วนของห้องนอนที่อยู่ด้านใน ภาพคืนวันเก่าๆ ฉายเข้ามาในความทรงจำ ภาพรมิตาพริ้มหลับอยู่ในอ้อมแขน ความอบอุ่นที่เคยมีเธออยู่ข้างกายทำให้เขาหลงระเริงคิดเอาเองว่าเธอเป็นของตาย เมื่อรมิตาชักชวนไปเยี่ยมบ้านของเธอคราใดก็เอาแต่ปฏิเสธว่าไม่พร้อม มายามนี้เป็นเขาเองที่อยากได้โอกาสเพื่อพบกับครอบครัวของเธอ

ชายหนุ่มไล้ปลายนิ้วบนขอบโต๊ะหนังสือที่อยู่มุมห้อง รมิตาเคยใช้มันยามตรวจบัญชีของร้านเสมอ เขามักนอนมองเธอทำงาน เคยเย้าแหย่เธอ ลิ้นชักของโต๊ะไม้สีขาวถูกเปิดออก ภายในนั้นบรรจุของที่ทำให้เขาต้องนิ่งงัน ช่อบูเก้แห้งเหี่ยวนอนเคียงคู่กับสมุดบันทึกเล่มเล็ก เขาจำได้แม่นว่ามันคือช่อดอกไม้ที่รมิตาได้รับในวันแต่งงานของสี่ทิศกับภีมชญา ช่อดอกไม้ของเจ้าสาว ที่ใครบางคนเคยบอกไว้ว่าผู้ที่ได้รับจะเป็นเจ้าสาวคนต่อไป ข้างกันนั้นคือสมุดบันทึกเล่มเล็กที่ชื่อ ‘หนังสือเดินทางแห่งความรัก’ ขุนศึกเอื้อมหยิบออกมาเปิดดูก็พบว่ารมิตาได้เขียนข้อความบางอย่างเอาไว้

เรื่องราวการเดินทางของความรักของเขาและเธอถูกบันทึกไว้ด้วยลายมือคุ้นตา นับตั้งแต่วันแรกที่ได้พบกัน จากรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมมหาวิทยาลัยเลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นคนรัก หลายครั้งหลายหนที่เขาเมินเฉยและเย็นชา รมิตาเติมเต็มช่องว่างเหล่านั้นด้วยคำว่ารักและให้อภัย ขุนศึกกวาดสายตาอ่านข้อความเหล่านั้นด้วยหัวใจที่เจ็บปวดและอิ่มเอม เมื่อเขาได้รับรู้ถึงความรู้สึกของเธอชัดเจนยิ่งกว่าครั้งใด ในบันทึกหน้าสุดท้ายคือจุดหมายปลายทางที่รมิตาเขียนไว้ ‘รักนิรันดร์’ เธอเฝ้าฝันถึงมันเพียงแค่นั้น

“พี่จะทำให้มันเป็นจริง พี่สัญญา” ขุนศึกให้คำมั่นกับบันทึกหน้าสุดท้ายนั้นก่อนปิดมันลงและเก็บไว้ที่เดิม

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสำรวจรอบๆ ห้องอีกครั้ง เสื้อผ้าหลายชุดและกระเป๋าหลายใบหายไป เขาจำได้ว่าเป็นคนยกมันขึ้นรถไปเองกับมือ สิ่งที่เขาต้องทำในเวลานี้คือพยายามติดต่อพ่อเลี้ยงวัฒนาเพื่ออธิบายความจริงให้ท่านทราบ และแสดงความจริงจังให้ท่านได้เห็น ที่สำคัญเพื่อทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามประเพณี เพราะเวลานี้รมิตาท้องได้เกือบห้าเดือนแล้วอายุครรภ์ที่ไม่สามารถรอคอยได้อีกต่อไป คิดได้ดังนั้นแล้วก็รีบจัดการห้องหับ ปิดล็อกประตูหน้าต่างให้เรียบร้อย ก่อนออกจากบ้านมุ่งไปยังสถานที่ซึ่งมีใครบางคนที่รู้เรื่องราวทุกอย่างดี

‘พิมพร’

ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในความคิดเมื่อเขาพยายามหาทางออก และชื่อเดียวกันนี้เองที่รมิตาและพ่อเลี้ยงวัฒนาพูดคุยกันในวันที่เกิดเรื่อง ดังนั้นพิมพรน่าจะรู้อะไรบางอย่าง ที่สำคัญน่าจะรู้ว่าเขาจะตามหาเธอได้ที่ไหน

“คุณขุน”

พนักงานภายในร้านดูตกตะลึงไม่น้อยกับการปรากฏของเขา บรรยากาศภายในร้านยังคงดำเนินไปอย่างที่ควรจะเป็น ทุกอย่างดูจะเป็นระเบียบ แต่ที่จะแตกต่างออกไปน่าจะเป็นสีหน้าของเหล่าพนักงาน และนั่นทำให้ขุนศึกอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

“มีอะไรกันหรือเปล่า”

พิมพรรับหน้าพนักงานคนอื่นที่มีสีหน้าลำบากใจกับคำถามนั้น หญิงสาวร่างเล็กผิวขาวเหลืองขยับเข้ามาใกล้ก่อนเชื้อเชิญให้ชายหนุ่มเดินตามเข้าไปยังห้องพักด้านหลัง ขุนศึกเดินตามเข้าไปอย่างว่าง่าย ร่างสูงทรุดนั่งลงบนโซฟาตัวยาวที่แต่ก่อนเขามักใช้บริการมันเป็นประจำ เด็กสาวทรุดนั่งลงฝั่งตรงข้ามพร้อมกับวางแฟ้มเอกสารปกอ่อนหลายเล่มลงบนโต๊ะเบื้องหน้า

“เอกสารรายรับรายจ่ายของที่ร้านค่ะ ตั้งแต่คุณเคทเข้าโรงพยาบาลก็ไม่มีใครจัดการบัญชีอีกเลย และถึงแม้ว่าพรจะทำได้แต่เรื่องเงินเรื่องทองพรก็ไม่ค่อยกล้าแตะเท่าไหร่ ตอนนี้ที่ร้านก็เลยชะงักไปหลายอย่าง พนักงานเองก็กังวลเพราะตอนนี้คุณเคทกลับพบพระไปแล้ว พวกเราเลยไม่รู้ว่าร้านจะเป็นยังไงต่อ พวกเราจะตกงานหรือเปล่าคะ”

คำบอกเล่าของเด็กสาวขุนศึกนั่งฟังอย่างตั้งใจ มือใหญ่หยิบเอกสารเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดอ่านคร่าวๆ เขาและรมิตาช่วยการวางโครงสร้างระบบของภายในร้านมาด้วยกัน จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำความเข้าใจ รายละเอียดเกี่ยวกับรายรับรายจ่ายเป็นไปในทิศทางที่มันควรจะเป็น พิมพรคงจัดการไว้อย่างที่เธอบอก พนักงานในร้านอีกห้าคน รวมถึงร้านดอกไม้รวมทั้งสิ้นหกชีวิตกำลังหลงทางเพราะอาจจะตกงานอย่างไม่รู้ตัว ในเมื่อเจ้าของร้านไม่อยู่ทุกอย่างจึงชะงักไปหมด

“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน พรกับคนอื่นๆ ก็จัดการงานในหน้าที่ของตัวเองไปเหมือนเดิม ส่วนบัญชีฉันจะเข้ามาดูให้ หน้าที่การจ่ายเงินเดือนต่อไปฉันจะดูแลเอง อย่าปิดร้านนี้ก็พอ”

เพราะร้านนี้คือร้านที่รมิตารักมากที่สุด เขาคงปล่อยให้มันถูกปิดไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ ชายหนุ่มสั่งงานกับเด็กสาวอีกเล็กน้อย ก่อนขอตัวตรวจดูเอกสารที่พิมพรนำมาวางไว้อย่างละเอียด เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาทำงานในส่วนของเธอ แต่รายการสั่งซื้อดอกไม้ในแฟ้มเอกสารทำให้เขาต้องเพ่งสายตามองกว่าปกติ

ชื่อของไร่ดอกไม้ที่ส่งให้กับร้านเป็นประจำ ‘ไร่อัศวกุล’







ดวงใจขุนศึก ราคาเล่มละ 276.25 บาท (ราคาหน้าปก 325 บาท )

จัดส่งฟรีพร้อมของที่ระลึก

สั่งซื้อรูปเล่มที่ Fan page : สำนักพิมพ์ปองรัก

                     Fan page : สิรินรชา นาถธีรธาดา

หรือสนใจรูปแบบอีบุ๊ค สามารถกดซื้อได้ที่ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

0 ความคิดเห็น