ดวงใจขุนศึก [สนพ. ปองรัก]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 204,965 Views

  • 589 Comments

  • 1,946 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    83

    Overall
    204,965

ตอนที่ 46 : ตอนที่ 15 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2482
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    30 ก.ค. 61

เสียงออดหน้าบ้านทำให้คนที่กำลังหงุดหงิดเพราะลูกสาวเกิดขัดใจไม่ยอมทำตามที่สั่ง ท่านจึงหันไปเร่งเร้าให้ภรรยาจัดเตรียมข้าวของส่วนตนเองเดินมาดูว่าใครกันที่บังอาจก่อความวุ่นวายในเวลานี้ และภาพที่เห็นก็ทำเอาพ่อเลี้ยงแห่งเมืองระแหงต้องกำหมัดแน่น

“กัดไม่ปล่อยจริงนะ”

“ใครมาหรือจ๊ะพ่อ” แม่เลี้ยงลลิตาเอ่ยถามพลางมองไปยังที่มาของเสียง ใบหน้าคมคายลอดมองผ่านซี่กรงเพื่อบอกให้รู้ถึงการมาของตน และเมื่อได้เห็นคนที่อยู่ภายในเยี่ยมหน้าออกมาดู ขุนศึกก็ไม่รอช้าที่จะแสดงตัว

“คุณพ่อครับ คุณพ่อฟังผมอธิบายก่อนนะครับ”

“ไม่ฟังโว้ย!” พ่อเลี้ยงร้องสวนก่อนจะดึงภรรยาเข้าบ้านและปิดหน้าต่างเสียงดังปัง จนคนอยู่ไกลถึงรั้วบ้านสะดุ้งโหยง

กิริยาไม่ต้อนรับทำเอาขุนศึกใจฝ่อไปกว่าครึ่ง แต่เมื่อหันไปมองที่หน้าต่างอีกบาน ภาพใครอีกคนส่งสายตาม่อยเศร้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตามาให้ก็ทำให้หัวใจที่ห่อเหี่ยวมีแรงฮึดขึ้นมาอย่างประหลาด เขาจะไม่ยอมแพ้ รมิตาและลูกอยู่ข้างในนั้น ทั้งสองกำลังรอเขาอยู่ และเขาจะไม่ยอมเสียเธอกับลูกไปเป็นอันขาด คิดแล้วก็มองซ้ายแลขวา ตะโกนเรียกให้พ่อเลี้ยงออกมาฟังคำอธิบายหรือเปิดประตูต้อนรับคงเป็นไปได้ยาก ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้น

ปีนกำแพง!

“พ่อจ๋า พ่อใจเย็นๆ ก่อนนะ พ่อฟังลูกบ้าง ฟังคำอธิบายของลูกบ้าง” เห็นอาการเดือดดาลของสามี แม่เลี้ยงลลิตาก็พยายามเกลี้ยกล่อมให้ใจเย็น แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้ผล ยิ่งลูกสาวนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น ไม่พูดไม่จา ยิ่งทำให้อารมณ์ของพ่อเลี้ยงวัฒนาโหมกระพือรุนแรง ไหนจะการปรากฏตัวของขุนศึกอีก ทุกอย่างดูจะประเดประดังเข้าในเวลาเดียวกัน จนพ่อเลี้ยงเมืองพบพระตัวสั่นไปด้วยความโกรธ

“หยุดร้องเสียทียายเคท จะร้องให้มันได้อะไรขึ้นมา”

เสียงตวาดอีกคำรบทำให้ว่าที่คุณแม่สะดุ้งเฮือก น้ำตาไหลพรากจนอาบแก้มทั้งสองข้าง เสียงสะอื้นที่ดังยิ่งกว่าทำให้พ่อเลี้ยงวัฒนาโมโหหนัก

“ยายหนู อย่าร้องลูก อย่าร้อง หนูไม่ได้ตัวคนเดียว คุณหมอบอกไม่ให้เครียดใช่ไหม” แม่เลี้ยงลลิตาทรุดกายลงโอบลูกสาวเข้ามาปลอบ สายตาตำหนิถูกส่งไปให้สามีเปิดเผย และนั่นยิ่งทำให้คนโมโหนึกอยากอาละวาดยิ่งกว่าเดิม โมโหจนอยากเอาปืนออกไปยิงไล่คนที่กดออดซ้ำๆ อยู่หน้าบ้าน

“จะกดทำไมนักหนาวะ ที่บ้านมันไม่มีให้กดหรือไงวะ”

เสียงตะโกนก้องหวังให้เล็ดลอดออกไปถึงคนที่อยู่หน้าบ้าน แต่กลับทำให้รมิตาตัวสั่น ร่างอิ่มสะอื้นหอบจนตัวโยน ก่อนค่อยๆ ทรุดลงคลานเข่าเข้าไปหาคนเป็นพ่อที่เต็มไปด้วยอารมณ์โมโหเดือดดาลอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

“คุณพ่อขา”

“ยังจำได้หรือว่ามีพ่อมีแม่” พ่อเลี้ยงก้มลงถามคนที่นั่งอยู่แทบเท้า มือเล็กกระตุกขากางเกงของท่านเบาๆ เพื่อเรียกความสนใจ แต่เพราะโกรธและผิดหวังทำให้ท่านหมุนตัวหนีไปอีกทาง คำปฏิเสธโดยการแสดงออกทำให้รมิตาก้มหน้านิ่ง

“คุณพ่อขา เคทขอโทษ”

ความเงียบที่ตอบกลับทำให้หญิงสาวยิ่งสะอื้นหนัก เสียงร่ำไห้ของลูกสาว หัวใจคนเป็นพ่อแม่แทบขาดรอน ลูกน้อยที่เฝ้าฟูมฟักทะนุถนอมมาแต่อ้อนแต่ออก ต้องมาร้องไห้เสียน้ำตาเพราะผู้ชายเพียงคนเดียว

“เคทขอโทษค่ะ เคทขอโทษ”

“พ่อจ๋า พ่อฟังลูกสักนิดเถอะนะ” แม่เลี้ยงลลิตาเข้ามาช่วยกล่อม เมื่อเห็นท่าทางไม่สนใจของสามี แต่ยิ่งภรรยาให้ท้ายบุตรสาวเท่าใดพ่อเลี้ยงวัฒนาก็ยิ่งมีอคติมากขึ้นเท่านั้น

“ก็พ่อไม่ชอบมัน ไม่ชอบที่มันทำกับลูกเราแบบนี้ มันเห็นลูกเราเป็นอะไรถึงนึกอยากทิ้งก็ทิ้ง นึกอยากฆ่าก็ฆ่า แล้วมันยังหน้าด้านมาขอรับผิดชอบลูกเราอีก”

“แต่คุณพ่อคะ มันไม่ใช่อย่างที่คุณพ่อคิดนะคะ”

“ถ้าไม่ใช่อย่างที่พ่อคิด แล้วความจริงมันคืออะไร เรื่องที่เราปั้นน้ำเป็นตัวหวังปกป้องมันอย่างนั้นเหรอ”

ท่านไว้ใจในคำพูดของพิมพร เด็กสาวไม่ใช่คนขี้โกหก ทั้งตลอดเวลาก็ทำหน้าที่ส่งข่าวได้เป็นอย่างดี จึงเลือกปฏิเสธที่จะเชื่อในสิ่งที่รมิตาพยายามบอก ทุกการกระทำของขุนศึกและลูกสาวอยู่ในรายงานที่ส่งถึงท่านทุกเดือน หลายหนที่ท่านบอกภรรยาเร่งรัดลูกสาวให้กลับไปอยู่บ้าน หวังว่าจะมีโอกาสได้เห็นมันเข้าตามตรอกออกตามประตู แต่แล้วมันกลับปีนเข้าทางหน้าต่างและหนีออกไปทางท่อระบายน้ำทิ้ง

สวะชัดๆ !

คำถามของบิดาทำให้รมิตารู้สึกราวกับน้ำท่วมปาก จริงอย่างบิดาว่าทุกประการ แผนการที่เธอและครอบครัวของเขาช่วยกันสร้างขึ้นไม่ต่างจากคำแก้ตัวเพื่อปกป้องเขาให้รอดพ้นจากความผิด แต่ความจริงอีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันซึ่งเธอหวังว่าบิดาจนฟังมัน

“เคทรักเขานะคะ เรารักกัน และเราก็กำลังจะมี...”

“อย่าพูด!” เสียงตะคอกสวนกลับก่อนที่เธอจะเอ่ยจบประโยค รมิตาเม้มริมฝีปากแน่นยามมองบิดาด้วยสายตาปวดแปลบ “มารหัวขนแบบนั้นอย่าไปเอ่ยถึงมัน”

“พ่อ/คุณพ่อ” ทั้งแม่เลี้ยงและรมิตาต่างครางเรียกอีกฝ่ายออกมาอย่างไม่เชื่อหู หัวใจคนเป็นแม่ร้าวระบมเมื่อบิดาแสดงออกว่าไม่ต้องการลูกของเธอ

“พ่อ! นั่นหลานนะ” แม่เลี้ยงลลิตารีบเตือนสติ แต่คนที่มีสติเร้นกายอยู่หลังความโกรธเคืองหรือจะสนใจ

“พ่อไม่นับมันเป็นหลาน” คำประกาศกร้าวทำให้หัวใจของคนฟังแหลกสลายภายในพริบตา รมิตาก้มหน้านิ่งพูดไม่ออก ไม่สามารตอบโต้คำใดได้อีก ร่างอิ่มได้แต่นั่งลูบไล้หน้าท้องปลอบใจทั้งตนเองและลูกน้อยไปพร้อมๆ กัน

ตุ๊บ!

เสียงบางอย่างหล่นกระทบพื้นทำให้บรรยากาศที่เงียบงันเมื่อจบประโยคดังกล่าวแปรเปลี่ยน พ่อเลี้ยงรีบผลุนผลันออกไปดู ก่อนจะพบว่าเป็นขุนศึกนั่นเองที่ปีนรั้วข้ามเข้ามา

“ไอ้นี่มันกัดไม่ปล่อยจริงวุ้ย แม่! ปืนพ่ออยู่ในรถใช่ไหม” เสียงตะโกนที่ดังเข้ามาถามคนในบ้าน ทำเอารมิตาตัวชาวาบ เธอรู้ว่า ‘ไอ้นี่’ ที่บิดากล่าวถึงคือขุนศึก และเธอก็รู้ดีเสียด้วยว่าบิดาเป็นผู้มีอิทธิพลของพบพระ การที่จะพกปืนผาหน้าไม้เพื่อป้องกันตัวจึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะไร่อัศวกุลอยู่ติดชายแดน แต่การที่บิดาเรียกหาอาวุธในเวลาเช่นนี้เธอคิดได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

“พ่อจะเอาไปทำไม” แม่เลี้ยงลลิตาพยายามครองสติ ไม่วิ่งตามไปกับสามี

แต่สติของพ่อเลี้ยงคงจะเรียกได้ว่ากู่ไม่กลับ เพราะคำตอบที่ได้รับไม่ถูกใจ ทั้งร่างของไอ้หนุ่มเมืองกรุงก็ย่างเข้ามาใกล้เสียจนเกือบประชิด

รนหาที่เดี๋ยวมันจะได้กลับไปบ้านเก่าก่อนกำหนด…ท่านเข่นเขี้ยวยามตอบภรรยากลับไป

“พ่อจะเอาไปยิงหัวมัน”

กล่าวเพียงแค่นั้นก็ออกไปเผชิญหน้ากับผู้บุกรุก เพราะจำได้ว่าวัตถุสีดำมะเมื่อมบรรจุกระสุนขนาดจุดสี่ห้าถูกซ่อนไว้ใต้เบาะฝั่งคนขับ

“คุณพ่อครับ ฟังผมอธิบายก่อนนะครับ ผมกับเคทเรารักกัน และเราต้องการให้ทุกอย่างถูกจัดขึ้นตามประเพณีทุกอย่าง ทางครอบครัวของผมเอง...” ขุนศึกพูดรัวเร็วเมื่อเห็นหน้าพ่อตา ไม่รู้ว่าที่พูดไปนั้นอีกฝ่ายเข้าใจหรือไม่ เพราะทันทีที่พบหน้าพ่อเลี้ยงวัฒนาก็เดินดุ่มๆ ไปยังรถ โดยมีขุนศึกตามอธิบายไปไม่ห่าง และเมื่อท่านหันกลับมาพร้อมวัตถุในมือ คำพูดที่เตรียมร่ายยาวก็ถูกกลืนลงไปในลำคอราวกับไม่เคยมีมันมาก่อน มือทั้งสองข้างยกขึ้นขนาบตัวในท่ายอมแพ้

“คุณพ่อครับ”

“ฉันบอกแล้วว่าไม่เคยมีลูกอย่างนาย ฉันมีลูกสาวเพียงคนเดียว และนายก็ทำร้ายเขา”

“คุณพ่อเข้าใจผิดนะครับ เรื่องราวที่เกิดขึ้นมันเป็น...”

“เงียบ!”

“คุณพ่อ อย่านะคะ” รมิตาและแม่เลี้ยงลลิตาวิ่งเข้ามาหา ต่างกันเพียงแค่ลูกสาววิ่งเข้ามาขวางทางกระสุน ขณะที่ภรรยาพยายามดึงแขนเรียกสติ

ใบหน้าสวยหวานของรมิตาเปรอะคราบน้ำตาเป็นทางยาวส่ายไหวไปมาเพื่อไม่ให้บิดาได้ทำอย่างที่ใจคิด

“เคทรักเขา คุณพ่ออย่าทำอะไรเขานะคะ”

“ถอยไปยายเคท พ่อจะเอาเลือดหัวมันออก ให้สมกับที่มันทำกับเรา”

“ไม่ค่ะ ถ้าคุณพ่อจะทำก็ทำเคท”

ลูกสาวห่วงคนอื่นยิ่งกว่าตัวเอง...แต่ขุนศึกไม่ยินดีที่รมิตาจะทำเช่นนั้น มือใหญ่รวบร่างอิ่มให้หลบอยู่เบื้องหลัง

“ไม่ครับ ผมยอมให้คุณพ่อทำทุกอย่างขอเพียงอย่าพรากเรา”

“ฉันไม่รับข้อเสนออะไรทั้งนั้น” เสียงตวาดก้องทำให้คนที่หลบอยู่ด้านหลังตัวสั่นงั่ก “ยายเคทออกมา!”

“ไม่ค่ะ เคทไม่ไป เคทจะอยู่กับพี่ขุน”

คำสั่งนั้นไม่มีผลต่อรมิตาเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าสวยส่ายปฏิเสธ ไม่ต่างกับร่างอิ่มที่ขยับชิดร่างสูงเพื่อยืนยันในสิ่งที่พูด ซึ่งนั่นเท่ากับเพิ่มระดับความไม่พอใจให้แก่พ่อเลี้ยงวัฒนา

“ถ้าไม่อยากเห็นมันตายก็ออกมา!”

“คุณพ่อ!”

คราวนี้คำขู่ได้ผลเพราะสายตาของพ่อเลี้ยงเมืองมอญ[1] ไม่มีแววล้อเล่นแม้แต่นิด มันจริงจังและรมิตารู้ดีว่าบิดาของเธอไม่ใช่คนที่จะพูดอะไรเล่นๆ ดังนั้นเมื่อท่านพูดย่อมหมายความว่าท่านคิดและจะทำอย่างที่พูดแน่นอน เธอจึงจำเป็นต้องเลือก ใบหน้าด้านข้างของชายคนรักอยู่ใกล้เพียงแค่นี้ สายตาที่จ้องสบกับบิดาบอกชัดถึงความจริงใจที่มีต่อกัน แล้วเธอจะทนให้มันหายไปต่อหน้าต่อตาได้อย่างไร

“เคท”

ขุนศึกครางเรียกคนรักเมื่อมือเรียวที่กอดแขนเขาแน่นเมื่อครู่ร่วงตกลงข้างลำตัว ใบหน้าหวานเปรอะไปด้วยคราบน้ำตาที่ทำให้คนมองใจหาย ดวงตาคู่สวยกำลังบอกความนัย ข้อความที่ทำให้เธอค่อยๆ ก้าวถอยห่างไปหาบิดา เธอยอมเพื่อให้เขาไม่ถูกทำร้าย มือใหญ่เอื้อมหาหมายฉุดรั้ง แต่ร่างอิ่มกลับถูกแม่เลี้ยงลลิตารวบเข้าไปกอดไว้แน่น พร้อมกับดุนหลังให้พ้นจากรัศมีกระสุน ขุนศึกมองตามด้วยสายตาปวดร้าว...เพียงแค่นี้เขายังปกป้องเธอไม่ได้เลย

“คุณพ่อครับ”

“อย่ามาเรียกฉันว่าพ่อ” เสียงกัมปนาทของพ่อเลี้ยงวัฒนาทำให้ผู้คนในเหตุการณ์ต่างสะดุ้งไปตามๆ กัน และก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรอีก ท่านก็หันไปสั่งภรรยาให้พาลูกสาวขึ้นรถ พร้อมใช้กระบอกปืนสั่งชายหนุ่มตรงหน้าให้ขนกระเป๋าเสื้อผ้าของรมิตาขึ้นกระบะหลัง ก่อนสั่งให้ไปเปิดประตูรั้ว

เมื่อประตูรั้วเปิดกว้างขุนศึกก็ยืนจังก้าอยู่ตรงนั้น มองบิดาของคนรักวิ่งอ้อมกลับไปขึ้นรถ โดยที่นั่งตอนหลังนั้นมีแม่เลี้ยงลลิตากำลังโอบกอดลูกสาวไว้แน่น ภาพรมิตาร้องไห้สะอื้นตัวโยนทำให้หัวใจคนมองขาดเป็นริ้วๆ เธอกำลังจะจากไปซึ่งนั่นเขายอมไม่ได้ ขายาวก้าวอาดเข้าไปหาหวังอธิบายทุกอย่างให้เข้าใจ แต่ทุกอย่างก็ช้าเสมอเมื่อเสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่ม แสงไฟหน้ารถสาดใส่ร่าง แต่ขุนศึกไม่คิดที่จะถอย เขายังคงยืนนิ่ง แสดงเจตนาให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าตนจะไม่ถอยและไม่ยอมให้ท่านพารมิตากับลูกไปจากเขาเด็ดขาด

“ถอยไป! ถ้าไม่อยากถูกชน” พ่อเลี้ยงวัฒนาตะโกนลงมาจากรถ แต่คนยืนจังก้ากลับไม่ไหวติง

“ผมไม่ถอยจนกว่าคุณพ่อจะลงมาคุยกับผมให้เข้าใจ”

ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังโต้เถียง รถของบ้านอธิรักษ์โยธินก็เลียบเข้ามาจอดหน้าบ้านพอดี หม่อมราชวงศ์รจเรข คุณพัตราและคุณละไมรีบลงจากรถเมื่อเห็นภาพขุนศึกยืนประจันหน้ากับรถของพ่อเลี้ยงวัฒนา เสียงครางของเครื่องยนต์บอกได้ดีว่าบัดนี้เจ้าของกำลังเร่งเครื่อง และไม่กี่วินาทีข้างหน้ามันจะกระโจนเข้าใส่ร่างของขุนศึกอย่างแน่นอนหากว่าไม่ยอมหลบ

“ค่อยๆ คุยกันก่อนนะคะ เรื่องที่คุณเข้าใจ มันเกิดจากความเข้าใจผิดทั้งนั้น” หม่อมราชวงศ์รจเรขอ้อนวอน เพราะเห็นท่าทางเอาจริงของพ่อเลี้ยงวัฒนาแล้วกลัวจับใจว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรลูกชายของตน

“พวกคุณถอยไปดีกว่า ผมไม่มีธุระอะไรที่จะคุยกับพวกคุณอีกแล้ว”

“ไม่ครับ ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น ถ้าคุณพ่อจะเอาเคทกับลูกไป ต้องข้ามศพผมไปก่อน”

“ตาขุน/คุณขุน” สามคุณแม่ครางเสียงโหย เสียงที่ลูกชายใช้จริงจังกว่าครั้งใด และสายตาก็มุ่งมั่นเหลือคณา

ขุนศึกจ้องสบตากับว่าที่พ่อตาผ่านกระจกที่บัดนี้มีแสงไฟหน้ารถสาดส่องจนมองภาพภายในไม่ชัด

“ดี!”

สิ้นเสียงตอบกลับของพ่อเลี้ยงเมืองมอญ เครื่องยนต์ร้อยสี่สิบสี่แรงม้าก็ครางกระหึ่มดุดันจนก้องไปทั่วทั้งบริเวณ สมาร์ตแคปสี่ประตูโผนทะยานไปยังทิศทางเบื้องหน้า เป้าหมายมีเพียงหนึ่งคือร่างที่ยืนอยู่ห่างจากรถไปไม่ถึงสิบเมตร

ปึ้ง

เอี๊ยด

“กรี๊ด!”

 




[1] จังหวัดตาก เดิมมีชนพื้นเมืองส่วนใหญ่เป็นชาวมอญ บางครั้งถูกเรียกว่าเมืองมอญ






แจ้งให้ทราบอีกครั้ง ดวงใจขุนศึกอัพ 70% ของเนื้อหา

ลงถึงตอนที่ 18 นะคะ (ตอนนี้อยู่ที่ตอนที่ 15 นะคะ)



ดวงใจขุนศึก ราคาเล่มละ 276.25 บาท (ราคาหน้าปก 325 บาท )

จัดส่งฟรีพร้อมของที่ระลึก

สั่งซื้อรูปเล่มที่ Fan page : สำนักพิมพ์ปองรัก

                     Fan page : สิรินรชา นาถธีรธาดา

หรือสนใจรูปแบบอีบุ๊ค สามารถกดซื้อได้ที่ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #583 25142551 (@25142551) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 08:04

    พ่อเคทเป็นบ้าหรือเปล่าคะ

    #583
    0
  2. #397 dh.s (@dhtip) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 19:25
    ไม่มีรายชื่ออ่ะค่า ส่งเดจ้งไปทางเมลล์ละนะคะ
    #397
    1