ตอนที่ 43 : ตอนที่ 14 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    27 ก.ค. 61

 “อึ๊ก!”

อาการนิ่วหน้าที่มาพร้อมเสียงคล้ายสะอึกทำเอาคนบอกรักชะงักจุมพิตที่คิดจะประทับลงไปอีก ภายใต้มือใหญ่รับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหว คนไม่รู้รีบสอบถามหน้าตาตื่น

“นั่นอะไรน่ะเคท”

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ อุ๊ย!” รมิตาส่ายหน้าปฏิเสธก่อนจะเหยเกขึ้นมาอีกหนเมื่อความเจ็บทำเอาเธอจุกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“เคทเจ็บเหรอ”

“ค่ะ เจ็บๆ จุกๆ” คนบนตักตอบเสียงอ่อน

อาการไม่สู้ดีทำให้ขุนศึกเปลี่ยนมาช้อนร่างอิ่มขึ้นแนบอกและลุกไปวางเธอไว้บนเตียงก่อนจะกดเรียกพยาบาล  เสียงทุ้มเอ่ยระรัวยามบอกอาการของรมิตาผ่านเครื่องรับสัญญาณ จากนั้นก็กลับมาสนใจคนที่นั่งนิ่วหน้า เหงื่อผุดตามขมับทำให้คนมองสงสาร ยิ่งขุนศึกขยับลงนั่งแนบข้างโอบไหล่มนเข้าแนบชิด วางมืออีกข้างทับยังตำแหน่งที่เธอชี้ชวนให้รู้ว่ายังเจ็บ ออกแรงกดเบาๆ หวังว่ามันจะช่วยบรรเทาลงได้บ้าง

ไม่นานนักคนที่อยู่ด้านนอกก็กรูกันเข้ามาภายในจนเต็มห้อง นายแพทย์เอกวีร์ และแพทย์หญิงมุกลดาที่ขุนศึกรู้ชื่อในเวลาต่อมาปรี่เข้ามาสอบถามอาการของผู้ป่วย ไม่ต่างจากพยาบาลอีกสองคนที่พยายามเข้าใกล้หมายจะกันชายหนุ่มออกจากหญิงสาวเพื่อสะดวกต่อการตรวจ

แต่ยังไม่ทันที่จะได้ขยับ คำบอกเล่าของรมิตายามที่คุณหมอทั้งสองเอ่ยถามว่ามีอาการเช่นใดบ้าง ก็ทำเอาทุกคนที่มีประสบการณ์ชะงักนิ่งไปตามๆ กัน ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะอย่างเป็นเรื่องขบขัน

“เคทรู้สึกเจ็บๆ ค่ะ เหมือนในท้องมันสะอึกได้ มันตุบๆ อย่างไรก็ไม่รู้”

“หนูเคทเพิ่งรู้สึกแบบนี้ครั้งแรกหรือจ๊ะ” หลังจากเสียงหัวเราะเงียบลงหม่อมราชวงศ์รจเรขก็เป็นฝ่ายขยับเข้ามาถามไถ่เสียงอ่อนโยน รมิตาพยักหน้าตอบและบอกอาการ

“ค่ะ พอพี่ขุนแตะเคทก็รู้สึกเจ็บขึ้นมาเลย”

ขุนศึกที่ตอนนี้ยอมรับว่างุนงงและกังวลไม่แพ้คนตัวเล็กเป็นฝ่ายถามขึ้นเสียเอง

“มีอะไรหรือเปล่าครับคุณหญิง”

หม่อมราชวงศ์รจเรขอมยิ้มไม่ยอมตอบ หมอเอกวีร์และหมอมุกลดาขยับออกไปยืนอยู่ไม่ไกลนักเพื่อให้คุณพัตรามีโอกาสได้เข้าไปยืนข้างเตียงผู้ป่วย มอบรอยยิ้มอ่อนโยนให้ลูกชายและหญิงคนรักเสียจนขุนศึกเริ่มรู้สึกแปลกๆ โดยเฉพาะเมื่อมารดายกมือขึ้นลูบศีรษะของรมิตายิ่งทำให้เขาเป็นกังวลมากขึ้นไปอีก ทำไมทุกคนต้องทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแบบนี้

“คุณแม่ครับ” เขาเร่งเร้าจะเอาคำตอบเพราะห่วงใยคนในอ้อมแขนที่บัดนี้ดูเหมือนจะคลายความเจ็บปวดลงบ้างแล้ว

คุณพัตรายังคงยิ้มอบอุ่นเห็นท่าทางของบุตรชายก็รู้แน่แล้วว่าเรื่องราวคงคลี่คลายไปในทางที่ดี ยิ่งกว่านั้นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนทั้งสอง

“ไม่มีอะไรหรอกลูก แค่คนในท้องเขาดิ้นเท่านั้นเอง”

“อะไรนะครับ” ขุนศึกถามเสียงตื่นขณะที่รมิตาตาโตกับสิ่งที่ได้ยิน “คุณแม่พูดใหม่อีกครั้งสิครับ”

“คุณพี่บอกว่าคนตัวเล็กในท้องเขาแค่ดิ้นเท่านั้นเองค่ะคุณขุน” คุณละไมตอบแทนคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม

ขุนศึกหันกลับมามองคุณละไมด้วยแววตาตกตะลึง ตื่นเต้นจนมือใหญ่รู้สึกชื้นไปด้วยเหงื่อ

“ดิ้นหรือครับ” ทวนคำเสียงตื่นก่อนจะหันไปมองคนในอ้อมแขนที่มีสีหน้าตกตะลึงไม่แพ้กัน และไม่กี่วินาทีต่อมามันกลายเป็นรอยยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความยินดี “ลูกดิ้นนะเคท”

“ค่ะลูกดิ้น” รมิตาตอบรับ จากนั้นก็ก้มลงมองมือใหญ่ที่ลูบไล้แผ่วเบาบนหน้าท้องด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความสุข ลูกดิ้นครั้งแรกในอ้อมกอดของเขา

“ดูท่าหลานของแก้วคนนี้จะเป็นเด็กฉลาดนะคะ ดิ้นครั้งแรกก็ทำให้คุณพ่อกับคุณแม่รู้สึกพร้อมกันเลย แถมยังดิ้นตอนที่พ่อกับแม่เข้าใจกันอีก” แก้วกานต์เอ่ยแซวเมื่อเห็นพี่ชายและว่าที่พี่สะใภ้เข้าสู่โหมดโลกส่วนตัว ทำให้ผู้ร่วมเหตุการณ์ต่างส่งสายตาล้อเลียนไปให้อย่างไม่คิดที่จะปกปิด

เรื่องน่ายินดีเช่นนี้ใครๆ ก็อยากมีส่วนร่วม โดยเฉพาะภาสกรที่ขยับมายืนข้างคุณพัตรา เท้าแขนกับพื้นเตียงพลางชะโงกหน้าเข้าไปหาว่าที่น้องสะใภ้ และเอ่ยขอเสียงทะเล้น

“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว มาให้ลุงทักทายหน่อยเร้ว” ภาสกรยังยื่นมือเข้ามาหมายจะสัมผัสตามปากว่า ติดก็เพียงแค่ทันทีที่ทำเช่นนั้นขุนศึกก็ยกมือขึ้นปัดออกเสียก่อน

“ไม่ได้ครับ คนนี้ลูกสาว ผมหวง” คนหวงออกอาการจนเป็นที่ขบขันของคนรอบข้าง

แต่คนที่อ้าปากค้างเห็นทีจะเป็นรมิตาเพียงคนเดียวเท่านั้น รมิตาจำได้ว่าเธอยังไม่ได้บอกใครตั้งแต่ตอนที่ถูกครอบครัวของเขาถาม แพทย์หญิงมุกลดาเองก็ไม่น่าจะเป็นคนแพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครได้รู้ แล้วคนตัวโตที่กำลังสะบัดค้อนให้พี่ชายคนรองอยู่นี่รู้ได้อย่างไรกัน

“พี่ขุนรู้ได้ยังไงคะว่าเป็นลูกสาว”

ขุนศึกหันกลับมามองคนถามหน้าตาเหลอหลา ไม่เข้าใจในคำถามที่คนรักเอ่ย แต่เพียงครู่เดียวก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างก้มลงกระซิบข้อความที่ดังพอให้ได้ยินกันสองคน

“พี่ทำกับมือ จะไม่รู้ได้ยังไงล่ะ”

“พี่ขุนน่ะ” รมิตาหน้าแดงระเรื่อทันทีที่ประโยคนั้นจบลง

ท่าทางของคนทั้งสองทำให้คนอื่นๆ ภายในห้องต่างอมยิ้มให้กับภาพตรงหน้า ที่กว่าบททดสอบจะสิ้นสุดลงก็ทำเอาใจหายใจคว่ำกันนับครั้งไม่ถ้วน ใครจะคิดว่าแค่แผนยั่วให้หึง ขุนศึกจะทำเสียแผนครั้งแล้วครั้งเล่า กว่าจะได้สิ่งที่เรียกว่า ‘ดวงใจ’ กลับคืน ก็เกือบที่จะสูญเสียมันไปตลอดกาล

“บรรยากาศแบบนี้แสดงว่าพี่เคทบอกความจริงกับคุณสามไปเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ”

นักรบที่มีน้องสาวคนเล็กยืนอยู่เบื้องหน้าถามพี่ชายยิ้มๆ ท่าทีกวนประสาทน้อยๆ ทำให้คนที่เพิ่งนึกได้ว่าตนเองถูกหลอกต้องหันขวับกลับมามอง

“อืม”

เสียงขานรับที่มาพร้อมใบหน้าเรียบๆ นิ่งๆ อย่างที่ชอบทำ เป็นเหตุให้ทุกคนภายในห้องหัวเราะครื้นเครง

“แต่ผมยังโกรธอยู่นะครับ โดยเฉพาะคุณรอง เล่นไม่เข้าเรื่อง ถ้าเคทเป็นอะไรขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ”

“อ้าว” ภาสกรหน้าเหวอเมื่อถูกต่อว่า ก่อนเอ่ยทวงบุญคุณด้วยความหมั่นไส้ “ถ้าฉันไม่ช่วย นายจะได้กอดเคทแบบนี้ไหม ที่เป็นแบบนี้ไม่ใช่เพราะการเล่นไม่เข้าเรื่องของฉันหรือไง”

“เราเองก็เล่นไม่เข้าเรื่องเหมือนที่น้องว่านั่นละ” หม่อมราชวงศ์รจเรขติงลูกชายคนรองเสียงเข้ม “ถึงตอนนี้เขาจะความเข้าใจกันแล้ว แต่ก็เพราะเราไม่ใช่หรือที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายแบบนี้”

“ใช่ครับ ที่เรื่องวุ่นวายขนาดนี้ก็เพราะคุณรองนั่นแหละ” ขุนศึกรีบเสริม

“อย่ามาพูดเอาดีเข้าตัวหน่อยเลยนายขุน” ภาสกรที่กำลังถูกรุมโวยวาย “เพราะนายชักช้าเป็นเต่าแบบนี้ไง ฉันถึงต้องช่วย นี่ถ้าฉันไม่ช่วยนายก็คงทำเหมือนที่เป็นมา ไม่ใส่ใจ ไม่ห่วงใยความรู้สึกของเคทว่าเขาจะรู้สึกยังไงกับปากไม่ดีของนาย นึกอยากจะทำอะไรก็ทำ ไม่จริงจัง ไม่ชัดเจน ผู้หญิงที่ไหนจะอยากฝากชีวิตไว้ด้วย”

เมื่อถูกตอกกลับคนไม่ชัดเจนจนไม่มีผู้หญิงที่ไหนอยากฝากชีวิตไว้ด้วยก็ถึงคราวพูดไม่ออก และเหมือนรมิตาจะรู้สึกได้จึงแก้ต่างแทนให้เสียเอง

“แต่เคทอยากฝากชีวิตไว้ด้วยนะคะ”

“นี่เคท” ภาสกรชักเริ่มหมั่นไส้ว่าที่น้องสะใภ้ขึ้นมาติดหมัด “รู้ไว้ด้วย ที่นายขุนเป็นแบบนี้เพราะพี่ช่วย ถ้าพี่ไม่กระตุ้น ไม่วางแผนให้ เคทคิดว่านายขุนจะทำอะไรอยู่ นายเองก็เหมือนกันนะขุนศึก ชีวิตเป็นของนาย นายเลือกทางเดินชีวิตของนายเองได้รู้ไหม ไม่จำเป็นต้องเอาไปผูกไว้กับใคร แค่ซื่อตรงกับความรู้สึกและหัวใจของตัวเอง มันไม่ได้ยากอะไรเลย”

“ก็ได้ครับ ผมยอมรับก็ได้ว่าเรื่องนี้เพราะคุณรองช่วย” ขุนศึกกางปีกปกป้องคนรัก “ขอบคุณนะครับ แต่คราวหลังไม่ต้องแล้วนะ วุ่นวายจนเกิดเรื่องแบบนี้ ถ้าเคทเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ ผมจะโทษว่าเป็นความผิดของคุณรองกับหมอ” ท้ายประโยคตวัดสายตาไปทางเอกวีร์ที่ยืนเงียบ

คุณหมอหนุ่มชักจะเริ่มหมั่นไส้น้องชายของเพื่อนขึ้นมาบ้างเหมือนกัน “ฉันว่านะไอ้กร ไม่น่าช่วยมันเลยว่ะ”

“นั่นสิวะ ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ”

“เราทั้งคู่น่ะตัวดี” หม่อมราชวงศ์รจเรขติงลูกชายคนรองและเลยไปยังนายแพทย์หนุ่มที่รีบก้มหน้าหลบตาอย่างเด็กที่ทำความผิดและกำลังถูกลงโทษ “แต่เพราะเรื่องจบลงด้วยดีและหนูเคทไม่ได้เป็นอะไร แม่จะยกโทษให้”

“เยส/เยส”

สองหนุ่ม ภาสกรและเอกวีร์หันไปแท็กมือกันเบาๆ ขณะที่คนอื่นๆ ภายในห้อง ได้แต่ส่ายหน้าให้กับท่าทางไม่รู้จักโตของคนทั้งคู่

“เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว โชคดีที่หนูเคทไม่เป็นอะไรมาก ต่อไปคือการเริ่มต้นใหม่ มีสติและคิดให้มากรู้ไหม นึกถึงใจของอีกฝ่ายให้มาก อย่าเอาแต่ตัวและความคิดของตนเองเป็นที่ตั้งอีก” หม่อมราชวงศ์รจเรขเอ่ยกับหนุ่มสาวทั้งสอง “ที่สำคัญพวกแม่กำลังจะได้หลานสาวกันอีกคน”

ท้ายประโยคหม่อมราชวงศ์รจเรขหันยิ้มกับเหล่าอนุภรรยาของสามี

“เห็นทีต้องซื้อของเตรียมไว้ให้หลานกันแล้วละค่ะ” คุณละไมรับลูกต่อ เรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคนภายในห้องอีกคำรบ

ก่อนที่เสียงซ้องแซ่จะดังขึ้น ทั้งสอบถามอาการและกระเซ้าเย้าแหย่คนต้นเรื่องที่บัดนี้ได้เป็นกลายเป็นหัวข้อสนทนาที่เรียกรอยยิ้มให้กับทุกคนจนเจ้าตัวอายม้วน จนนึกอยากหายตัวออกไปจากห้องโดยมีร่างในอ้อมแขนติดมือไปด้วย

เด็กหญิงต้องตา เด็กหญิงมินตราและเด็กชายศาสตราปีนกระโดดขึ้นเตียงมานั่งเคียงผู้ป่วยสาว เพื่อไปนั่งคุยกับน้องน้อยที่อยู่ในท้องของอาเคทคนสวย เสียงคุยกันกะหนุงกะหนิงของเด็กๆ เรียกรอยยิ้มจากทุกคน จนหวังว่าความสุขในวันนี้จะยั่งยืนตลอดไป

หลายชั่วโมงที่ครอบครัวอธิรักษ์โยธินอยู่พูดคุยกับสองหนุ่มสาวพร้อมข่าวดีที่พรุ่งนี้รมิตาสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ เพราะอาการของเธอไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง ที่อยู่ร่วมอาทิตย์เป็นเพราะแผนการที่วางภาสกรวางไว้เท่านั้น

เวลาคล้อยจวนค่ำหม่อมราชวงศ์รจเรขประมุขบ้านอธิรักษ์โยธินก็ชวนทุกคนกลับ เพื่อให้ชายหนุ่มหญิงสาวได้อยู่กันตามลำพัง แต่ยังไม่ทันที่ทุกคนจะก้าวออกจากห้องขุนศึกก็เอ่ยขอเวลาสักครู่ เขารู้ดีว่าตลอดระยะเวลาเจ็ดปีที่คบหากันไม่มีครั้งใดเลยที่กล้าจะยืดอกรับกับทุกคนว่าตนกำลังคบหาอยู่กับรมิตา ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะเอ่ยคำหวานให้ซึ้งถึงหัวใจ คำสัญญานิรันดร์ก็ยังไม่มี แต่วันนี้...นับจากนี้เขาจะทำมันเพื่อเธอ อย่างที่เอกวีร์เคยบอกไว้

‘...ก็แค่ซื่อตรงกับหัวใจของตัวเอง มันจะไปยากอะไร’

“คุณสามจะทำอะไรครับเนี่ย ผมหิวข้าวจะแย่แล้ว” นักรบว่าพลางลูบท้องตัวเองป้อยๆ ดูน่าสงสาร

ขุนศึกไม่ตอบแต่เลือกที่จะหันหน้าไปมองคนบนเตียงที่นั่งห้อยขา เพราะเมื่อครู่ตั้งใจจะลุกขึ้นไปส่งทุกคนตามมารยาท เนื่องจากบัดนี้เธอสามารถเดินเหินได้อย่างสะดวก ไม่ต้องเล่นละครให้ขุนศึกกังวลแล้วนั่นเอง

“เคท”

เสียงทุ้มเอ่ยเรียกมั่นคง นัยน์ตาคมแน่วแน่ บอกให้รู้ว่าสิ่งที่เขากำลังจะทำต่อไปนี้ตนเองจริงจังมากเพียงใด และเมื่อหญิงสาวขานรับร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็ค่อยๆ ทรุดลงคุกเข่าลงกับพื้น ยืดตัวตรงยามเมื่อมือทั้งสองข้างจับมือบางขึ้นมากุมมั่น ดวงตาสองคู่สบกันนิ่งในระยะที่ห่างพอสมควรเพราะเตียงผู้ป่วยสูงกว่าปกติ แต่กระนั้นเธอก็ยังคงมองเห็นความรู้สึกที่เอ่อล้นอยู่ในดวงตาของอีกฝ่าย มันชวนให้หัวใจดวงน้อยสั่นไหวอย่างประหลาด

“พี่รู้ว่าพี่อาจจะไม่ใช่ผู้ชายที่ดีนัก ไม่ใช่ผู้ชายอย่างที่เคทหวัง ขี้หงุดหงิดในบางที คิดอะไรงี่เง่าในบางครั้ง แสดงอารมณ์ไม่เก่ง เอาใจเคทไม่เป็น บางทีอาจจะทำตัวแย่อย่างที่เคทคาดไม่ถึง แต่พี่...” เสียงทุ้มเว้นจังหวะเล็กน้อย “พี่รักเคท รัก...และอยากใช้ชีวิตต่อจากนี้ด้วยกัน เคทแต่งงานกับพี่นะครับ”

สมองดูคล้ายมันจะพร่าเลือนขึ้นมาทันทีที่ประโยคนั้นจบลง ความเงียบรอบกายทำเอาพาลคิดไปว่า ณ ที่แห่งนี้มีเพียงเขาและเธอ คนตรงหน้าคุกเข่าอยู่ต่ำกว่าปลายเท้าของเธอด้วยซ้ำ แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความจริงจังเสียจนรมิตารู้สึกได้ถึงหยดน้ำตาที่ไหลเอ่อ มันตื้นตันจนนึกว่าตัวเองกำลังฝันไป ฝันที่ไม่อยากจะตื่นเลยตลอดชีวิต แต่มือที่กุมกันกระชับมั่นนั้นก็ทำให้เธอรู้ว่าเวลานี้ทุกอย่างรอบกายคือความจริง ความจริงที่เธอเคยเฝ้ารอเสมอมา มันคงไม่มีประโยชน์อะไรที่เธอจะปฏิเสธสิ่งที่เฝ้ารอ

“ตกลงค่ะ”

สิ้นคำคนที่นั่งคุกเข่าแทบเท้าเมื่อครู่ก็ลุกพรวดขึ้นมากอดเธอไว้แน่น ใบหน้าคมซุกซบซอกคอหอมกรุ่น ไม่ต่างจากรมิตาที่ยกมือขึ้นโอบกอดตอบด้วยความรู้สึกเช่นเดียวกัน ยามเมื่อเสียงทุ้มกระซิบขอบคุณและคำรักหวานหูที่ฟังไม่รู้เบื่อ น้ำตาที่คิดว่ากั้นไว้ได้กลับไหลเอ่อจนชุ่มแก้ม น้ำตาที่เกิดขึ้นมาจากความยินดีหาใช่ความเสียใจ เพียงแค่รักแค่นั้นก็เพียงพอ

“ขอบคุณครับ ขอบคุณที่ตกลง พี่สัญญาว่าพี่จะรักและดูแลเคทให้ดีที่สุด”

“แต่พ่อไม่ตกลง แล้วก็ไม่ต้องมาสัญญิงสัญญาอะไรทั้งนั้น!”





ใครถามหาคนที่บ้านของหนูเคทคะ มาแล้วนะ


ดวงใจขุนศึก ราคาเล่มละ 276.25 บาท (ราคาหน้าปก 325 บาท )

จัดส่งฟรีพร้อมของที่ระลึก

สั่งซื้อรูปเล่มที่ Fan page : สำนักพิมพ์ปองรัก

                     Fan page : สิรินรชา นาถธีรธาดา

หรือสนใจรูปแบบอีบุ๊ค สามารถกดซื้อได้ที่ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #574 Nukoy1 (@Nukoy1) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 18:04
    เหมือนจะHappyแต่ก็เริ่มมีกลิ่นมาม่าโชยมา
    #574
    0
  2. #572 TheMe2Me (@thongbang-rada91) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 11:20
    สองคนนั้นยังไงก็ผิด วุ่นวายไม่เข้าเรื่อง หวังดีโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง คุณหมอก็ทำเกินหน้าที่ ถ้าฉันเป็นขุนนะเตะหมอสักทีสองที ข้อหาวุ่นวาย
    #572
    0
  3. #571 hathairut2008 (@hathairut2008) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 09:00
    อ่าว งานเข้าอีกแล้วพี่ขุนเรา ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก
    #571
    0
  4. #570 loveningyou (@loveningyou) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 08:58
    พ่อตามาแล้ว
    #570
    0
  5. #465 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 23:54
    ขุนนายเจอศึกอันใหญ่หลวง
    #465
    0
  6. #377 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 11:54
    โคขุนนายเจอศึกใหญ่แล้ว พ่อตามาเอง
    รออุดหนุนอีบุคนะคะ
    #377
    1
    • #377-1 บ้านสินิท-สิริน (@sinitsirinch) (จากตอนที่ 43)
      12 กรกฎาคม 2559 / 07:32
      รับทราบคร้าบ อดใจรออีกนิดนึงนะคะ >_< หนังสือวางแผงเมื่อไหร่ จะรีบอัพให้ทันทีเลยค่ะ
      #377-1