ดวงใจขุนศึก [สนพ. ปองรัก]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 204,947 Views

  • 589 Comments

  • 1,947 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    65

    Overall
    204,947

ตอนที่ 42 : ตอนที่ 14 [70%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3325
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    26 ก.ค. 61

“ความจริงแล้วมากกว่านั้นนะคะ” รมิตาอมยิ้มเจ้าเล่ห์

คนฟังเลิกคิ้วเข้มขึ้นสูง “หมายความว่ายังไง”

“สัญญาก่อนนะคะว่าจะไม่โกรธ”

มองใบหน้าที่ระบายยิ้มหวานแล้วแสร้งถอนหายใจ “พี่มีทางเลือกอื่นอีกไหม”

“ไม่มีค่ะ” รมิตาส่ายหน้าหวือ

ขุนศึกมองใบหน้าเปื้อนยิ้มตรงหน้าด้วยแววตาแสนรัก ใบหน้าของเธอสดใส ดวงตาคู่งามเต็มไปด้วยความรักที่ไม่เคยจางหาย รมิตาสารภาพแล้วว่าลูกน้อยยังคงอยู่ แค่เธอปลอดภัย แค่เธอยอมให้อภัย แล้วเขายังจะต้องการอะไรมากกว่านี้อีก

“พี่สัญญา”

“เรื่องทั้งหมดมันเป็นแผนของคุณรองค่ะ”

เมื่อเขาให้สัญญารมิตาก็ไม่รอช้าที่เล่าถึงความเป็นมา หญิงสาวเรียกภาสกรตามขุนศึก และไม่ต้องสงสัยอีกต่อไปว่า ‘คุณรอง’ ที่หญิงสาวกล่าวอ้างนั้นหมายถึงใคร เจ้าแผนการบ้านอธิรักษ์โยธินจะเป็นใครไม่ได้นอกจากภาสกร แต่ที่ยังสงสัยคือภาสกรรู้เรื่องที่รมิตาสูญเสียลูกจากปากของเขา ยามนั้นพี่ชายคนรองแสดงท่าทีเห็นอกเห็นใจจนเขาเชื่อสนิท

และระหว่างนั้นรมิตายังคงหลับเพราะฤทธิ์ยาที่หมอสั่ง แล้วทั้งสองไปวางแผนกันตอนไหน ความสงสัยที่แสดงออกทางสีหน้าทำให้รมิตาต้องพูดต่อ

“กับเพื่อนสนิทอย่างคุณหมอเอกวีร์”

ข้อเท็จจริงใหม่ทำเอาคนฟังถึงกับต้องหันมามองด้วยความตกตะลึง รมิตาพยักหน้าเพื่อยืนยันคำนั้น แล้วอยู่ๆ ภาพในวันวานเมื่อครั้งที่ภาสกรมีโอกาสได้พบกับนายแพทย์เจ้าของชื่อตามที่รมิตาบอกเป็นครั้งแรกตามที่เขาเข้าใจก็ฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำ ตอนนั้นพี่ชายของเขาทั้งหงุดหงิด งุ่นง่านและไม่ชอบใจที่หมอหนุ่มมีทีท่าเปิดเผยว่าสนใจใรมิตาชัดเจน แล้วไปสานต่อความสัมพันธ์จนกระทั่งเป็นเพื่อนสนิทกันได้อย่างไร

‘ไอ้หมอนั่นเป็นใคร พี่ไม่ชอบหน้ามันเลย’

น้ำเสียงกึ่งกระชากในวันวานของภาสกรทำให้ขุนศึกต้องนิ่งคิด ออกอาการมากไป...คือสิ่งที่วิศวกรหนุ่มเพิ่งนึกออก แต่ที่ภาสกรทำลงไปก็เพราะไม่ชอบใจแทนเขาไม่ใช่หรือ ความคิดอีกด้านรีบให้เหตุผลแย้ง ทั้งเมื่อเขาเอ่ยตอบถึงความสัมพันธ์ของรมิตาและหมอหนุ่มคนนั้นกลับไป ภาสกรก็มีท่าทีฮึดฮัดอย่างคนที่ไม่พอใจในคำตอบ แต่ไม่ถึงนาทีอธิรักษ์โยธินคนพี่ก็มีทีท่าอีกอย่าง

‘ท่าทางมันอย่างกับจะจีบเคท นายไม่หึงบ้างหรือไง’

วันนั้นเขาเข้าใจว่าภาสกรต้องการทำให้เขาหึง แต่เมื่อเขายังคงนิ่งพี่ชายเลยได้แต่นั่งไม่สบอารมณ์ ก่อนจะรีบหุนหันออกไปเมื่อนายแพทย์เอกวีร์ขอตัวกลับ หรือนั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของการสานสัมพันธ์ประสาเพื่อนสนิท

“คุณหมอวีร์กับคุณรองรู้จักกันมานานแล้วค่ะ ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่เมืองนอก แต่คุณหมอเพิ่งเรียนจบกลับมา” รมิตาขยายความสัมพันธ์ของทั้งสองให้ขุนศึกฟังตามที่เคยได้ยินมา และนั่นก็ทำให้คนฟังต้องตะลึงงันกับความรู้ใหม่อีกเรื่อง

“ตั้งแต่สมัยเรียน?

“ค่ะ”

“หมายความว่า...” เขาไม่กล้าเดาต่อ เมื่อคำยืนยันของเธอคือการพยักหน้ารับ เพียงแค่นั้นก็ทำเอาขุนศึกแทบล้มหงายหลัง...พี่ชายที่เขาเชื่อมาตลอดว่าจะอยู่เคียงข้างคือคนที่หักหลังเขาได้เจ็บแสบยิ่งกว่าใคร

ยามมีปัญหาภาสกรเป็นที่ปรึกษาให้เขามาตลอด คิดแล้วก็อดนึกถึงคำปรึกษาเหล่านั้นไม่ได้ ภาสกรแสดงออกชัดว่าไม่ต้องการให้เขาเลิกรากับรมิตา อย่างคราวปรึกษาเมื่อครั้งที่รมิตาชวนไปบ้านของเธอนั่นอย่างไร พี่ชายหลอกล่อให้เขาเปิดเผยความรู้สึกก่อนจะตบไหล่ปลอบโยนให้ทำตามหัวใจ และหลายครั้งหลายหนที่ภาสกรให้คำแนะนำในลักษณะเดียวกัน ให้ตายเถอะ เขาหลงเชื่อสนิทใจว่าพี่ชายหวังดีกับเขาจริงๆ แต่แล้ววันนี้กลับเฉลยว่าภาสกรรู้จักกับเอกวีร์ รู้จักกันดีถึงขั้นเป็นเพื่อนสนิทกันอีกต่างหาก

รู้สึกเจ็บใจไม่น้อยที่โดนหลอกจากคนใกล้ตัว แต่จะโทษใครได้ในเมื่อครั้งเรื่องของสี่ทิศก็เป็นภาสกรนี่ไม่ใช่หรือที่เป็นไส้ศึกให้กับคุณหญิง เขาเองเสียอีกที่หลงไว้ใจคนผิด ประวัติก็มีให้เห็น แต่ไม่นึกว่าภาสกรจะทำกับเขาได้ลงคอ

“คุณรองเป็นคนวางแผนทั้งหมดค่ะ ตั้งแต่การที่คุณหมอวีร์เข้ามาเป็นลูกค้าประจำของที่ร้านแล้วชวนเคทคุยบ่อยๆ เพราะอยากให้พี่ขุนแสดงออกให้ชัดเจน โดยที่คุณรองยอมเป็นไส้ศึกล้วงความลับจากพี่ขุน แต่ดูพี่ขุนสิคะ ทำเสียแผนหมด”

“พี่...ทำเสียแผนอย่างนั้นเหรอ”

“ใช่ค่ะ เสียแผน มากด้วย” จมูกได้รูปยู่ส่งให้เขาอย่างน่ารัก “พี่ขุนไม่ยอมสู้ทั้งที่มีคู่แข่ง แถมยังยอมยกเคทให้คนอื่น บอกเลิกเคท ทำให้เคทเสียใจ พี่ขุนทำเสียแผนหมด”

“แล้วแผนจริงๆ มันควรจะเป็นยังไงล่ะ”

คนฟังชักเริ่มหมั่นไส้คนวางแผนขึ้นมาติดหมัด ดูเอาเถอะเขาถูกหลอกเสียเปื่อย เธอและพี่ชายเป็นใจวางแผนร่วมกัน ไหนจะมีคู่แข่งที่เขายอมยกธงขาวเสียตั้งแต่ยังไม่ลงสังเวียนนั่นอีก สรุปได้เพียงสั้นๆ เขาถูกหลอกตั้งแต่แรกเริ่มด้วยซ้ำ

“ก็...” คนตัวเล็กยิ้มหวาน เอนศีรษะซบกับแผ่นอกแกร่ง “พี่ขุนต้องไม่ยอมยกเคทให้ใคร ไม่ว่าใครจะดีกว่ายังไง พี่ขุนก็จะไม่ยอมแพ้”

“แต่พี่ดันยอมแพ้ใช่ไหม”

รมิตาส่ายหน้า “พี่ขุนพยายามเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เคท เพียงแค่วันที่พี่ขุนบอกเลิก จำได้ไหมคะว่าวันนั้นเคทมีเรื่องสำคัญจะบอก”

ขุนศึกพยักหน้า วันนั้นรมิตาบอกว่ามันไม่สำคัญอีกแล้ว เธอเดินจากไปตามที่เขาตั้งใจให้เป็น โดยที่ไม่รู้เลยว่าไหล่เล็กๆ นี้กำลังแบกรับบางสิ่งเพียงลำพัง

“เคทเพิ่งรู้ว่าท้อง และเคทตั้งใจจะบอก เพราะหวังว่าพี่ขุนจะดีใจไปกับเคท”

เสียงที่เอ่ยนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเธอเสียใจอย่างที่สุดในวันที่เขาเอ่ยคำลา...ลาในวันที่มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นกับร่างกายที่เปลี่ยนไป เธอกำลังตั้งครรภ์ในวันที่ถูกกล่าวลา ความอ่อนแอทำให้เธอเจ็บปวด แต่แล้วเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นเธอก็ได้รับโทรศัพท์จากใครบางคน

‘…พี่เคทต้องเล่นตัวอย่าเพิ่งใจอ่อนกับพี่ขุนเด็ดขาดนะคะ ให้รู้ค่าของเราเสียบ้าง เดี๋ยวพวกแก้วจะไปส่งพี่ขุนแล้ว’ แก้วกานต์แฝดผู้น้องของขุนศึกส่งเสียงมาตามสาย

จากนั้นไม่ถึงชั่วโมงขุนศึกก็มายืนกดออดที่หน้าบ้าน คราแรกเธอนึกอยากโผเข้ากอดเขาเหมือนที่เคยเป็นเสมอมา แต่คำที่น้องสาวฝาแฝดของอีกฝ่ายบอกทำให้เธอต้องฝืนยืนนิ่ง ไม่เอ่ยคำใดนอกจากความห่างเหิน ที่สำคัญเธอมีใครอีกคนให้รักมากยิ่งกว่า...คนที่ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ถึงการมีตัวตน

และในวันเดียวกันนั้นเองที่เอกวีร์ได้พาเธอมาที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกายจนกระทั่งรู้ว่ามีเขาอย่างแน่นอน และนั่นคือวันที่เอกวีร์สารภาพความจริงกับเธอ ความจริงที่ทำให้เธอนิ่งงันในคราแรกก่อนจะหัวเราะออกมาในที่สุด

เรื่องราวต่อจากนั้นคือแผนการแก้เผ็ดคนชอบคิดเอง โดยมีตัวการร่วมคือเอกวีร์ และผู้สนับสนุนอย่างภาสกรที่คอยส่งข่าวให้เป็นระยะๆ

“แต่หลังจากวันนั้นพี่ก็พยายามง้อแล้วนะ ทำไมเคทถึงไม่ยอมให้อภัยพี่เสียทีล่ะ”

“ก็เคทอยากเอาคืนบ้าง” คนตัวเล็กตอบหน้าง้ำ “คุณแก้วบอกว่าให้เคทเล่นตัว ไม่อย่างนั้นพี่ขุนก็จะทำแบบเดิมๆ เห็นเคทเป็นของตาย นึกจะรักก็รัก นึกจะทิ้งก็ทิ้ง”

ใบหน้างามงอนยามสะบัดค้อนไม่อาจทำให้ขุนศึกที่ตัวแข็งทื่อเพราะตกตะลึงได้นานนัก เนื่องจากตัวละครใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในแผนการน่าสนใจยิ่งกว่า ‘คุณแก้ว’ ของรมิตาคือ ‘แก้วกานต์’ น้องสาวฝาแฝดของเขา

ดูเอาเถอะ นี่เขาถูกหลอกเสียไม่รู้จะเรียกว่าอย่างไรแล้ว คิดดังนั้นก็ทำให้เขาหวนนึกไปถึงเรื่องราวของสี่ทิศพี่ชายคนโต ครานั้นทุกคนช่วยกันวางแผนจนกระทั่งสี่ทิศได้แต่งงานกับภีมชญา ดวงตาคมหรี่มองคนบนตักด้วยสายตาไม่ไว้ใจ...

คงไม่เป็นอย่างที่เขาคิดหรอกนะ

“เคท”

ขุนศึกเรียกคนตัวเล็กให้หันกลับมา รมิตาขานรับเสียงหวานดวงตาคู่กลมทอประกายสดใสยามรอฟังสิ่งที่เขาจะเอ่ย ขุนศึกจ้องสบมันนิ่งก่อนตัดสินใจถามออกไป

“นอกจากคุณรอง หมอวีร์ ยายแก้ว แล้วยังมีใครอีก”

รมิตายิ้มหวาน ก่อนที่รายชื่อตามคำถามนั้นจะถูกเอ่ยออกมาจากริมฝีปากอิ่ม รายชื่อที่ทำเอาคนฟังนึกอยากเป็นลมขึ้นมาครามครัน ดูเอาเถอะ เขาถูกคนทั้งบ้านหลอก หลอกสนิทเสียด้วย หลอกตั้งแต่แรกเริ่ม หลอกชนิดที่ทำเอาเขานึกอยากหายตัวไปตั้งแต่วินาทีแรกที่ฟังรายชื่อเหล่านั้นจบลง

“พี่ขุนสัญญาแล้วนะคะว่าจะไม่โกรธ”

ท่าทางออดอ้อนแบบนี้เขาจะโกรธเธอลงหรือ แขนแข็งแรงกระชับรัดร่างบางเข้าหาตัว เพียงแค่นั้นก็ทำเอารมิตายิ้มกว้าง ฝังจมูกลงบนแก้มสากเสียอีกที

“เคทรักพี่ขุนค่ะ”

“แต่ทำไมเคทถึงไม่บอกพี่เรื่องลูกเลย” ความสงสัยอีกประการทำให้เขาต้องเอ่ยถาม รมิตาเอี้ยวตัวผละออกโดยที่ยังไม่ลงจากตักของคนตัวใหญ่ ดวงหน้าหวานจ้องใบหน้าคมนิ่ง

“เคทตั้งใจจะบอกค่ะ เคทแค่รอวันที่พี่ขุนกลับมาตามที่พี่บอกไว้ แต่ตอนที่เคทฟื้นขึ้นมาสิ่งที่พี่ขุนบอกเคทมันคือฝันร้ายที่สุดในชีวิต”

แม้ความจริงแล้วลูกน้อยจะยังคงอยู่ แต่ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในวันนั้นกลับชัดเจนเพียงแค่นึกถึง หากเอกวีร์เข้ามาไม่ทัน และกันเขาออกไปจากห้อง ก่อนเริ่มอธิบายความจริงให้คลายกังวล เธอคงตกอยู่ในฝันร้ายนั้นไปอีกนาน

“แล้วทำไมเคทต้องโกหกเรื่องที่ตัวเองแท้ง” คนที่ยังมีข้อสงสัยเอ่ยถามกับร่างที่บัดนี้เอนกายลงพิงหน้าอก รมิตาช้อนตาขึ้นมองก่อนก้มลงมองมือใหญ่ที่ลูบวนแถวหน้าท้องเธอดังเดิม

“เคทไม่ได้โกหกเสียหน่อย พี่ขุนคิดไปเองทั้งนั้น”

“หืม?”

เสียงขานสูงทำให้ร่างอิ่มหัวเราะเมื่อขุนศึกไล้นิ้วไปมาช้าๆ จนเกิดอาการจั๊กจี้ ทั้งยังเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะหัวเราะ

“ไม่มีใครพูดว่าลูกเราแท้งสักคนเลยนะคะ” เธอหันมาบอก ดวงตากลมใสมีแววขบขันอยู่เต็มเปี่ยม คนฟังหน้าเหวอเมื่อถูกย้อน แต่พอจะอ้าปากท้วงก็ทำได้เพียงแค่ค้างอยู่ท่านั้นนิ่ง...

นั่นสินะ ไม่มีใครเอ่ยคำนั้นออกมาสักคนเดียว

‘...ผมขอโทษ’

เอกวีร์เอ่ยเพียงแค่นั้นยามเมื่อเขาถามถึงลูกในท้อง บอกเพียงแค่นั้นจริงๆ ก่อนผละไป ให้ตายเถอะ นี่เขาถูกหลอกให้เข้าใจเรื่องราวไปเองอย่างนั้นใช่ไหม เพราะไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องนี้เลยสักคน ก็อาการของเธอในวันนั้นมันทำให้เขาคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย เธอหลับไปนาน ตื่นขึ้นมาก็อาละวาดเสียเขาตั้งรับไม่ทัน

“แต่วันนั้นเคทถูกพี่ขับรถชน”

“เคทไม่ได้ถูกรถชนค่ะ” รมิตาท้วงเสียงใส “เคทแค่ล้มลงไปพร้อมกับคุณหมอตอนที่ผลักเขาออก หัวแตกแล้วก็ช็อกด้วยเลยสลบไป พอคุณหมอให้ยานอนหลับเคทก็เลยหลับยาว ส่วนเลือดที่พี่ขุนเห็นเป็นเพราะถูกกระทบกระเทือนเท่านั้นเองค่ะ” เธอยิ้มส่งให้ก่อนบอกความจริงอีกอย่างให้เขารู้ “แต่ตอนนี้แข็งแรงแล้วทั้งคุณแม่คุณลูก เพราะกับข้าวที่คุณพ่อทำอร่อยที่สุดเลยค่ะ”

“กับข้าว?”

รมิตาพยักหน้ารับยืนยันในสิ่งที่พูด ขุนศึกยิ่งงงหนัก เธอทำท่ารังเกียจเขาได้แนบเนียน แล้วไหนจะการอาละวาดนั่นอีก รมิตาเหมือนจะรู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรเธอจึงรีบบอกความจริงเพื่อลดโทษให้กับตัวเอง ก่อนที่เขาจะคาดโทษเธอมากไปกว่าที่เป็นอยู่

“แต่ตอนที่เคทฟื้นขึ้นมาแล้วอาละวาดใส่พี่ขุนวันนั้น เคทคิดว่าตัวเองเสียลูกไปแล้วจริงๆ นะคะ อีกอย่างเคทก็หลับไปตั้งแต่มาถึงโรงพยาบาล จะเอาเวลาที่ไหนไปเตี๊ยมกับคุณหมอกันล่ะ”

“มิน่าล่ะ” คนตัวใหญ่บ่นอุบเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ในวันนั้น

แต่รมิตากลับเงียบไปแทบจะทันที วันนั้นเธออาละวาด เอ่ยวาจาร้ายกาจ และแม้แต่ทำร้ายเขาอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน มือนุ่มยกขึ้นแตะบาดแผลที่เหลือทิ้งไว้เพียงรอยไหมจางๆ ที่ตรงนี้ในวันนั้นมีเลือดสีแดงข้นไหลอาบแก้มสาก แต่เธอกลับขับไล่ไสส่งเพียงเพราะเข้าใจผิดว่าเขาพรากลูกไปจากเธอ

“พี่ขุนเจ็บไหมคะ” เสียงที่สั่นไหวยามเอ่ยถามทำให้คนฟังรู้สึกได้ถึงความเสียใจที่ล้นปรี่

ขุนศึกคว้ามือเล็กลงมากุมก่อนฝังจูบแผ่วเบาเหนือหลังมือบาง

“พี่สมควรเจ็บ เพราะถ้าหากทุกเรื่องคือความจริง แผลแค่นี้ยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ”

“เคทขอโทษนะคะ”

“ไม่ใช่ความผิดของเคทเลย”

เขารู้ว่ามันอยู่นอกเหนือแผนการและเธอเองก็ไม่ได้ตั้งใจ แต่แผลนี้จะเฝ้าเตือนให้เขารู้ว่าตนเองละเลยความรู้สึกของเธอมากแค่ไหน จึงสมควรแล้วที่เขาจะได้รับมัน และมันก็คงถึงเวลาแล้วที่เขาจะทำบางอย่างเพื่อไถ่โทษทุกสิ่งที่เคยทำลงไป

“เคท”

“คะ”

“จำได้ไหมว่าพี่มีอะไรจะบอก”

รมิตาพยักหน้ารับ

“ฟังนะ...ฟังคำที่เคทอยากฟัง”

แววตาของเขาแน่วนิ่งยามมองใบหน้าหวานที่เงยขึ้นสบ ความรู้สึกหลากหลายถูกถ่ายทอดออกมาให้รับรู้ หวังแค่เพียงคำคำนี้จะไถ่โทษทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยทำ เพียงแค่คำเดียวที่จะผูกมัดเขาไว้กับเธออย่างเต็มใจ และตลอดไป

“พี่รักเคท”

รมิตาเคยคิดว่าเมื่อใดที่ได้ฟังคำนั้นจากปากเขาเธอคงรู้สึกดั่งเป็นเจ้าหญิง แต่แล้วความจริงมันไม่ใช่อย่างนั้นเลยสักนิด เธอรู้สึกคล้ายตัวเองลอยอยู่บนท้องฟ้าเหนือทุ่งดอกไม้ กลิ่นหอมอบอวลที่เธอไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร มันหวานกรุ่นอยู่รอบกายจนพานให้รู้สึกอบอุ่นลึกๆ อยู่ข้างในหัวใจ

“พี่ขุน” เสียงหวานครางหวิว หยาดน้ำสีใสล้นเอ่อจับขอบหน่วย คำที่เคยเฝ้ารอ คำว่า ‘รัก’ จากชายที่รักมากที่สุด มันช่างหวานละมุมยิ่งกว่าคำใดที่เคยได้รับมา

“เคทก็รักพี่ขุนค่ะ”

คำรักแว่วหวานถูกทาบทับด้วยกลีบปากอุ่นความนุ่มนวลที่ได้รับแม้จะเพียงบางเบาแต่รู้สึกได้ถึงการเติมเต็ม

“พี่รักเคท” กระซิบบอกเสียงแหบพร่าเหนือริมฝีปากอิ่มก่อนจะโน้มลงมาอีกหน ไม่หวือหวา ไม่รุนแรง ความอ่อนโยนแผ่วเบาราวผีเสื้อสัมผัส เพียงแค่นี้หัวใจสองดวงก็ราวกับถูกถักทอให้ใกล้ชิดแน่นแฟ้นยิ่งกว่าที่เคย เพียงแค่รัก และรักก็เพียงพอ

มือข้างหนึ่งโอบร่างบางเข้ามาแนบชิด ขณะที่อีกข้างประคองใบหน้านวลให้รับจุมพิตได้ถนัดถนี่ ดวงตาคู่คมหวานฉ่ำจนคนถูกจ้องรู้สึกสะเทิ้นอาย ยิ่งคำรักนุ่มหูที่เขาเพียรบอก รมิตายิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นยิ่งกว่าเจ้าหญิง เธอเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดที่ได้รักเขา ผู้หญิงที่เขารัก

“รักมากที่สุด”

“อึ๊ก!”






ดวงใจขุนศึก ราคาเล่มละ 276.25 บาท (ราคาหน้าปก 325 บาท )

จัดส่งฟรีพร้อมของที่ระลึก

สั่งซื้อรูปเล่มที่ Fan page : สำนักพิมพ์ปองรัก

                     Fan page : สิรินรชา นาถธีรธาดา

หรือสนใจรูปแบบอีบุ๊ค สามารถกดซื้อได้ที่ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #573 tom247 (@tom247) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 16:14
    หลอกกันได้
    #573
    0
  2. #569 Nukoy1 (@Nukoy1) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 11:53
    ในที่สุดคำๆนี้ก็หลุดมาสักทีไม่ใช่แค่ที่รอเราก็รออยู่เหมือนกันฮื่อๆๆน้ำตาไหลพราก
    #569
    0
  3. #568 dchimtuem (@dchimtuem) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 07:52
    "อึ๊ก"อย่าบอกนะว่าพี่ขุนแพ้ท้องแทนเมียน่ะ
    #568
    0
  4. #464 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 23:52
    กว่าจะบอกรักได้..กลัวดอกพิกุลล่วงออกจากปากหรอคะนายขุน
    #464
    0
  5. #376 สี่สี่ (@odysseus) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 17:29
    เราไม่ชอบเลย ทำไมต้องวางแผนหลอกกันด้วย ถ้าจะเสียเคทเสียลูกไปก็ให้เสียใจเพราะความโง่ของตัวเองดีกว่าโง่เพราะถูกหลอกไหม
    แล้วอย่างคุณรองต่อไปจะมีความน่าเชื่อถือตรงไหน
    #376
    1