ตอนที่ 39 : ตอนที่ 13 [70%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3189
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    23 ก.ค. 61

 

คำสัญญาในวันนั้นเปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่ผูกมัดรัดรึงให้เขาต้องทำตามอย่างไม่มีทางเลี่ยง ขุนศึกมาหายามเมื่อเธอหลับ ไม่สัมผัสเพราะต้องหักห้ามใจ เมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้นมาสิ่งที่เธอเห็นรอบกายจะต้องไม่มีเขา ทุกอย่างมันเป็นเช่นนั้น เป็นอย่างที่มันควรจะเป็น เป็นอย่างคำสัญญาที่ให้ไว้ เจ็บปวดเสียเองคงดีกว่าทำให้เธอต้องเจ็บ ร่างสูงมองคนหลับสนิทบนเตียงในเวลาเที่ยงคืนครึ่ง เขาต้องมาหาเธอในเวลาดึกทุกวันหากต้องการที่จะเห็นความเป็นไปของรมิตา นั่งมองร่างนั้นท่ามกลางความมืด แม้จะไม่ชัดแต่ก็ปลอดภัย เพราะมันจะไม่ทำให้เธอเจ็บ

“พี่ทำถูกแล้วใช่ไหมเคท เพียงแค่เคทไม่เห็นพี่ พี่ไม่ได้ทำผิดสัญญาใช่ไหม”

เสียงทุ้มกระซิบถาม เขาช่างเป็นคนที่เห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ คำสัญญามีช่องว่างให้เลือกปฏิบัติ และเขาก็ยืนยันที่จะทำมันเช่นนั้น

ขุนศึกนิ่งมองเธอเนิ่นนาน ความผิดบาปไม่เคยลดน้อยลงไปจากหัวใจ ทั้งยังเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน รมิตายังคงต้องอยู่ที่โรงพยาบาลแม้จะล่วงจากวันที่เกิดอุบัติเหตุมาเกือบสัปดาห์แล้วก็ตาม กิจการที่ร้านหญิงสาวสั่งให้พิมพรจัดการตามที่เห็นสมควร ส่วนตัวเขาทำได้เพียงเป็นเงาที่คอยตามห่างๆ เฝ้ามองจากที่ไกลๆ จะเข้าใกล้ได้ก็เพียงแค่ยามเธอหลับ

เวลาล่วงผ่านไปกว่าสามชั่วโมง อีกสักพักพยาบาลเวรจะเข้ามาดูอาการตามปกติ ขุนศึกลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ใบหน้าคมคายมีร่องรอยของความหมองคล้ำเพราะอดหลับอดนอนมาหลายคืน แต่เขายินดีที่จะทำ เพียงแค่ได้เห็นเธอหลับในนิทราที่แสนสุข มือใหญ่จัดผ้าห่มขึ้นคลุมกายให้อย่างอ่อนโยน นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมระแก้มนวลขึ้นทัดใบหูขาวสะอาดก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปหา กลิ่นแป้งเด็กหอมกรุ่นลอยฟุ้งติดปลายจมูก เพียงแค่นี้ก็เพียงพอ

“ฝันดีนะครับ” ริมฝีปากหยักกระซิบชิดแก้มนวลโดยไม่ได้สัมผัส “แล้วพรุ่งนี้พี่จะมาเยี่ยมใหม่”

เสียงเปิดประตูดังขึ้นและเงียบลงเมื่อร่างสูงก้าวออกไปจากห้อง ร่างที่เขาคิดว่าหลับใหลลืมตาโพลงท่ามกลางความมืดมิด มือเล็กเรียวดึงรั้งผ้าห่มผืนหนาขึ้นคลุมกายก่อนที่ทุกอย่างจะกลับสู่ความเงียบงันดังเดิม เสียงผ่อนลมหายใจยาวเหยียดดังแผ่วแข่งกับการทำงานของเครื่องปรับอากาศ

ไม่ใช่ไม่รู้ เพียงแค่พยายามทำเป็นไม่รับรู้ต่างหาก

 

ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเข้มและกางเกงขายาวเข้าชุดเดินกึ่งวิ่งลงมาจากชั้นบนด้วยท่าทางรีบร้อน ผิดวิสัยปกติของขุนศึก อธิรักษ์โยธิน ที่มักจะวางแผนทุกอย่างไว้อย่างเป็นระบบ ทำให้น้อยครั้งนักที่ชายหนุ่มจะมีท่าทีคล้ายคนตื่นสายเช่นนี้

“จะรีบไปไหนล่ะตาขุน”

คุณพัตรา วงศ์สกุล ผู้เป็นมารดาเยี่ยมหน้าออกมาจากห้องครัวเพราะกำลังเตรียมอาหารให้บุตรชายและบุตรสาวทั้งสอง แต่เหมือนขุนศึกจะไม่สามารถอยู่ร่วมรับประทานได้ เพราะตอนนี้บนหน้าปัดเข็มนาฬิกาได้บอกเวลาว่าอีกสิบนาทีจะแปดโมงเช้า นั่นหมายความว่าเขาสายมากแล้ว

“ไปหาเคทครับคุณแม่ กว่าจะไปถึงรถคงติด”

เขาตอบเพียงแค่นั้นก็ก้มลงหยิบรองเท้าที่สาวใช้นำออกมารอท่าขึ้นสวม ยิ่งช้าเท่าใดยิ่งบอกให้รู้ว่าเขามีเวลาเหลือที่จะอยู่กับเธอได้น้อยลงเท่านั้น เมื่อคืนเขากลับมาถึงบ้านตอนค่อนรุ่ง และเพราะไม่ได้พักอย่างเต็มที่มาหลายวันทำให้เขาหลับทันทีที่หัวถึงหมอน และกินเวลายาวนานจนกระทั่งสาย

“ผมไปนะครับ” ร่างสูงยืดตัวขึ้นเมื่อจัดการร่างกายตนเองเรียบร้อย

คุณพัตราเป็นภรรยาคนที่สามของคุณภาวิน ท่านยังคงใช้นามสกุลเดิมของตนขณะที่ลูกทั้งสองใช้นามสกุลของผู้เป็นบิดา ความอ่อนโยนบนหน้าของมารดาทำให้ขุนศึกต้องยื่นหน้าเข้าไปประทับจุมพิตเบาๆ เขายังไม่ได้บอกใครถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะรู้ดีว่ามันจบลงไปแล้ว แต่ที่ยังคงทำอยู่คือยื้อเวลาให้หัวใจของตัวเองได้บรรเทาความเจ็บปวดเท่านั้น อีกไม่นานนักหรอกเขาจะจากมาอย่างที่ไม่ต้องกังวลอะไร

แลนด์โรเวอร์สีดำมันปลาบแล่นออกจากรั้วอัลลอยด์ไปไม่กี่นาทีต่อจากนั้น โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาห่วงใยจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่มองตามหลังอยู่ไม่ห่าง คุณพัตราหันไปหาเด็กติ๊กสาวใช้วัยยี่สิบที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก

“หยิบโทรศัพท์ให้ฉันที”

 

ขุนศึกเลี้ยวรถเข้าจอดบริเวณที่จอดรถของโรงพยาบาลในเวลาสองชั่วโมงต่อจากนั้น การจราจรในวันทำการโดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วนทำให้ทุกอย่างช้าไปหมดในความรู้สึกของเขา ขายาวภายใต้กางเกงสแล็กสีเข้มก้าวไปตามทางเดินหินอ่อนทอดตัวขึ้นสู่ชั้นห้องพักพิเศษที่รมิตาพักรักษาตัวอยู่ เกือบสิบโมงแล้วรมิตาอาจจะกำลังนั่งทำอะไรสักอย่าง หรือไม่ก็คงหลับไปเพราะฤทธิ์ยาอย่างเคย เขาคาดเดาชีวิตประจำวันของเธอจากการสังเกตและจดจำ

เมื่อก้าวเข้ามาถึงหน้าห้องพักร่างสูงก็ยืนรั้งรออยู่หน้าประตู เขาไม่แน่ใจนักว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ ดังนั้นเขาควรรอให้พยาบาลพิเศษที่ดูแลเธอออกมาเสียก่อน น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด รอเพียงไม่นานประตูห้องก็เปิดออก ชายหนุ่มไม่รีรอที่จะเข้าไปถาม

“เคทหลับหรือยังครับ” เพราะความคุ้นเคยกับพยาบาลที่ดูแลหญิงสาวทำให้ทั้งคู่ไม่ต้องทักทายคำใดให้มากความ เพียงแค่ชายหนุ่มสอบถามอีกฝ่ายก็ตอบกลับทันที

“หลับแล้วค่ะ เมื่อสักสิบนาทีเห็นจะได้” บอกเพียงแค่นั้นก็เอ่ยขอตัว ขุนศึกเบี่ยงตัวหลบเพื่อเปิดทาง ก่อนจะค่อยๆ ผลักประตูตรงหน้าเข้าไปอย่างเบามือ อย่างน้อยเขาก็มาทันเวลา

เตียงผู้ป่วยสีขาวสะอาดมีร่างหนึ่งหลับสนิท ขุนศึกขยับเข้าไปหาแต่ยังไม่ทันที่จะก้าวเข้าไปถึง โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น ขายาวชะงักหยุดพร้อมกับหลบเข้ามุมเมื่อตระหนักได้ว่าเสียงเรียกเข้าอาจทำให้รมิตาตื่น ขุนศึกจึงผละจากห้องพักพิเศษเพื่อออกไปรับโทรศัพท์ด้านนอก

“สวัสดีครับ” กรอกเสียงลงไปโดยไม่ทันดูด้วยซ้ำว่าใครกันที่โทรศัพท์มา

“นายขุน นี่พี่เองนะ” ภาสกรตอบกลับมาเสียงตื่น ท่าทางร้อนรนทำให้คนรับอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วมุ่น

“เกิดอะไรขึ้นครับ”

“วันนี้นายเข้ามาที่บริษัทได้หรือเปล่า”

แทนคำตอบภาสกรเลือกที่จะถามคำถามน้องชาย น้ำเสียงเป็นการเป็นงานทำให้ขุนศึกต้องหลบไปคุยยังบริเวณบันไดหนีไฟ พี่ชายคงมีเรื่องสำคัญเป็นแน่ เพราะเขาเคยขอลาไม่มีกำหนดไว้แล้ว ซึ่งอีกฝ่ายก็อนุญาต ดังนั้นสิ่งที่ขุนศึกเดาออกในเวลานี้คงมีเรื่องเดียว นั่นคือเกิดปัญหา

“ได้ครับได้ ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นครับ”

“โครงการของนายมีปัญหา ทางลูกค้าต้องการพบคนรับผิดชอบโครงการ นายเข้ามาจัดการเอกสารให้เรียบร้อยได้หรือเปล่า และช่วงเที่ยงวันนี้ลูกค้าจะเข้ามาที่บริษัท นายต้องอยู่ต้อนรับ” ภาสกรเล่ารายละเอียดถึงโครงการที่เขานั่งแท่นผู้รับผิดชอบให้ฟังคร่าวๆ ก่อนย้ำอีกครั้ง “เข้ามาตอนนี้เลยนะ ด่วนมากๆ”

เสียงสัญญาณขาดหายทำให้คนได้รับคำสั่งเร่งด่วนถอนหายใจยาวเหยียด เมื่อไม่สามารถเลี่ยงได้ขุนศึกจึงเลือกเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงตามเดิม ก่อนจะหมุนตัวออกมาจากบริเวณนั้น มุ่งหน้าสู่ห้องพักของหญิงสาวที่กำลังหลับอยู่ แต่ยังไม่ทันจะก้าวเข้าไปขาทั้งสองข้างก็หยุดชะงัก เขาสัญญากับเธอไว้ว่าจะไม่มาให้เห็นหน้าอีก และเวลานี้ก็มีงานสำคัญให้เขาต้องจัดการ เขาควรรีบไป คิดได้ดังนั้นก็ชะเง้อมองผ่านกระจกใสหน้าประตูเข้าไปในห้องพัก เห็นปลายเตียงเพียงเล็กน้อยแต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้เห็นอะไรเลย

“แล้วพี่จะรีบกลับมานะครับ”







ดวงใจขุนศึก ราคาเล่มละ 276.25 บาท (ราคาหน้าปก 325 บาท )

จัดส่งฟรีพร้อมของที่ระลึก

สั่งซื้อรูปเล่มที่ Fan page : สำนักพิมพ์ปองรัก

                     Fan page : สิรินรชา นาถธีรธาดา

หรือสนใจรูปแบบอีบุ๊ค สามารถกดซื้อได้ที่ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

0 ความคิดเห็น