ดวงใจขุนศึก [สนพ. ปองรัก]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 204,965 Views

  • 589 Comments

  • 1,946 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    83

    Overall
    204,965

ตอนที่ 35 : ตอนที่ 12 [50%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3758
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    19 ก.ค. 61

 

นานชั่วกัลป์ที่ขุนศึกทรุดลงไปต่อหน้าหมอหนุ่มราวกับวิญญาณออกจากร่างไปในวินาทีที่ประโยคนั้นจบลง

‘ผมขอโทษ’

สั้นเหลือเกิน สั้นพอๆ กับความยินดีที่อยู่กับเขาได้ไม่ถึงนาที วินาทีที่รับรู้ว่ามีใครอีกคนกำลังจะถือกำเนิดมาบนโลก แต่ทุกอย่างก็พลันสลายเมื่อประโยคนั้นจบลง คำขอโทษที่เอ่ยออกมาจากแพทย์ผู้รักษา หมายความได้เพียงหนึ่งคือตอนนี้เขาไม่มีใครคนนั้นอีกแล้ว เขาทำร้ายคนคนนั้นอีกแล้วใช่ไหม ลูกของเขา ลูกของเขากับรมิตา...เขาทำร้ายลูก เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง ทำเพราะความโง่อย่างที่ทุกคนเฝ้าบอก เพราะความโกรธจนตามืดบอด ไม่ฟังความจริงอย่างที่เธอกล่าวหา

“มีอีกเรื่องที่ผมอยากจะบอกคุณ”

คำกล่าวนั้นเรียกสายตาคนฟังให้เงยหน้าขึ้นมองอย่างมีหวัง เขาหวังว่าหมอหนุ่มจะพูดปด ความจริงแล้วเขายังไม่เสียใครไปแต่ความหวังของเขาก็ยังคงเป็นเพียงแค่ความหวังดังเดิม

“ผมไม่เคยมีอะไรกับคุณเคท และภาพที่คุณเห็น ผมเพิ่งพาคุณเคทกลับจากโรงพยาบาล เธอเดินสะดุด ผมจึงช่วยประคอง ตั้งแต่วันที่ผมขอเธอจากคุณในวันนั้น เธอไม่เคยให้โอกาสผมเลยสักครั้ง เธอรอคุณอยู่เสมอคุณขุนศึก”

ความจริงมักเจ็บปวด ขุนศึกรู้ถึงความหมายของมันในวันนี้เอง เขารู้แล้วว่าความจริงมันเจ็บปวดแค่ไหนโดยเฉพาะความจริงที่รู้ว่าเขาคือคนทำร้ายเธอ ผลักไสเธอและเหนือสิ่งอื่นใดในวันนี้เขาได้ทำร้าย ‘ลูกของเรา’ อย่างเลือดเย็นที่สุด

นายแพทย์เอกวีร์ เวชพิสิฐ เอ่ยขอตัวหลังจากได้บอกเล่าทุกเรื่องราวให้ชายหนุ่มตรงหน้าได้รับรู้ ด้วยหวังว่าสิ่งที่ทำลงไปจะช่วยไถ่บาปที่ตนเป็นต้นเหตุ

ร่างในชุดปลอดเชื้อจากไปแล้ว แต่คนที่ยืนอยู่ยังคงทรมานรวดร้าวในอกจนแทบหายใจไม่ออก เขาทำร้ายคนถึงสองคน หนึ่งคือหญิงสาวผู้เป็นดวงใจ สองคือลูกน้อยที่ไม่แม้แต่จะมีโอกาสได้ลืมตาดูโลก

‘...เธอรอคุณอยู่เสมอ’

คำบอกเล่ายังคงอื้ออึ้งอยู่ในหัว เธอรอเขา รมิตารอเพียงเขา แต่เขาเองที่พยายามผลักไสเธอออกห่าง แล้ววันนี้เธอยังจะให้โอกาสเขาอีกไหม เธอยังจะให้โอกาสผู้ชายเลวๆ คนนี้อีกหรือเปล่า ผู้ชายที่ทำร้ายเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทำร้ายแม้กระทั่งลูกของเรา

 

ภายในห้องพิเศษสีขาวสะอาด ร่างที่เพิ่งถูกย้ายมาจากแผนกฉุกเฉินเมื่อสองชั่วโมงก่อนยังคงหลับสนิทอยู่บนเตียงผู้ป่วย ขุนศึกนั่งมองร่างอิ่มที่เขาเคยสงสัยว่าเธออ้วนขึ้นหรือไม่และวันนี้ได้รู้ถึงคำตอบนั้นแล้ว ทั้งอาการระยะหลังก่อนเลิกราก็คงเป็นเพราะอาการแพ้ท้องตามประสาคนตั้งครรภ์ รมิตาต้องทนเก็บงำความลับนี้ไว้เพียงเพราะเธอไม่อยากให้เขารู้

‘ที่คุณเคทไม่อยากบอกคุณ เพราะเธอกลัวว่าคุณจะกลับมาคบหากับเธอเพียงเพราะต้องการรับผิดชอบ ไม่ใช่เพราะรัก’

เอกวีร์ที่เข้ามาดูอาการเมื่อครึ่งชั่วโมงบอกเล่าถึงเหตุผลที่รมิตาเลือกปิดบังเขา หลายอย่างที่เขาไม่รู้ วันนี้ถึงได้รู้...รู้ว่าเธอรักเขามากแค่ไหน รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เฝ้ารอคำหนึ่งคำมานานเพียงใด คำที่เขาไม่เคยแม้แต่จะเอ่ย แต่วันนี้เขาจะบอกกับเธอ บอกว่ารักเธอยิ่งกว่าใคร

มือหนาช้อนมือเล็กขึ้นแนบแก้มสาก นัยน์ตาคมเปิดเผยความรู้สึกหลากหลาย และหนึ่งในนั้นคือรัก รักอย่างที่ผู้ชายคนหนึ่งจะรักผู้หญิงสักคน รักที่ปกปิดมาเนิ่นนานเหลือเกิน

“เคท” เสียงทุ้มเรียกร่างไม่ได้สติเบาหวิว “เคทต้องลุกขึ้นมาฟังนะ ฟังคำที่เคทเคยอยากจะฟัง แม้ว่าเคทอาจจะไม่ต้องการมันแล้วก็ตาม”

แต่ละวินาทีของคนรอผ่านไปอย่างเชื่องช้า ภาพผู้ป่วยหลับไม่ได้สติบนเตียงกลางห้องยังคงทำให้ขุนศึกเจ็บร้าวลึกไปทั้งอกแกร่ง พยาบาลเข้ามาตรวจอาการทุกชั่วโมง แต่กระนั้นรมิตาก็ยังไม่มีท่าทีที่จะฟื้น

‘คุณหมอสั่งให้ยานอนหลับค่ะ อยากให้ผู้ป่วยได้พักผ่อนมากๆ’

แม้จะเบาใจขึ้นแต่ขุนศึกก็ยังคงทรมานกับการรอ รมิตาคงเกลียดเขามากที่ทำให้ลูกน้อยไม่มีโอกาสถือกำเนิด แต่เขาจะทำอย่างไรได้ในเมื่อความผิดทั้งหมดเป็นเพราะเขาเอง มือหนายังคงกุมมือเธอไว้มั่น เฝ้ารอให้เธอตื่นขึ้นมาด้วยหัวใจที่เจ็บแปลบ เขาจะรักเธอ จะดูแลเธอ ต่อให้อนาคตเธอไม่ต้องการ เขาก็จะทำ

ขุนศึกเกลี่ยปอยผมออกจากหน้าผากมนที่ถูกคาดทับด้วยผ้าพันแผลสีขาวสะอาด แก้มนวลมีเลือดฝาดเพิ่มขึ้นกว่าเมื่อชั่วโมงก่อน เพียงแค่นั้นก็ทำให้เขายิ้มได้เมื่อรู้ว่าเธอจะไม่เป็นอะไร ริมฝีปากอุ่นทาบทับลงบนหลังมือบางอ่อนโยน อ่อนหวานและนุ่มละมุน

“ต่อจากนี้เคทจะมีแต่ความสุข พี่สัญญา”

“ขอโทษค่ะ”

เสียงจากเบื้องหลังทำให้คนเฝ้าไข้ต้องหันกลับไปมอง ดวงตาแดงระเรื่อของร่างสูงใหญ่ทำให้พยาบาลสาซึ่งได้รับหน้าที่พิเศษคอยดูแลผู้ป่วยห้องนี้อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสาร ห้องผู้ป่วยระดับวีไอพีอยู่บนชั้นสิบของตึก ภายในห้องแบ่งออกเป็นห้องพักของผู้ป่วยและห้องพักของญาติที่มีเครื่องอำนวยความสะดวกอยู่ครบครัน ขุนศึกลุกขึ้นยืนข้างเตียงเมื่อพยาบาลก้าวเข้ามาพร้อมอุปกรณ์วัดความดัน

“ขอตรวจร่างกายหน่อยนะคะ” กล่าวเพียงแค่นั้นก็ลงมือทำหน้าที่ของตน โดยเฉพาะยานอนหลับที่หญิงสาวได้รับไปทำให้ต้องคอยดูแลเป็นพิเศษ

กว่าสิบนาทีที่พยาบาลสาวตรวจร่างกายของคนไข้ ขุนศึกก็ยืนมองทุกอย่างตาไม่กะพริบเพราะกลัวว่าอาการของเธอจะทรุดลง ภาพรมิตาเปรอะเปื้อนเลือดจนเปียกชุ่มสลับกับภาพเลือดสีสดห่อหุ้มร่างกายของเธอในความฝันทำให้เขาหวาดกลัวว่าจะต้องเสียเธอไป แม้เอกวีร์จะยืนยันว่าเธอปลอดภัย แต่การที่พยาบาลเข้ามาดูอาการทุกชั่วโมงก็ยังคงทำให้เขากังวล

“เป็นยังไงบ้างครับ”

“ปกติดีค่ะ เพียงแค่หลับไปเพราะฤทธิ์ยาเท่านั้น”

แม้จะได้รับคำยืนยันแต่ขุนศึกก็ยังไม่คลายกังวล “แล้วเมื่อไหร่จะฟื้นครับ”

“อีกสักพักใหญ่ๆ ค่ะ เดี๋ยวจะเข้ามาเช็ดตัวให้ผู้ป่วยนะคะ” เงยหน้าขึ้นมาตอบหลังจากเก็บอุปกรณ์เรียบร้อย “คุณเองก็ควรเปลี่ยนผ้าพันแผลนะคะ”

บอกด้วยความห่วงใยเพราะตั้งแต่มาถึงโรงพยาบาลขุนศึกก็เอาแต่เฝ้าหญิงสาวไม่ยอมลุกไปไหน เลือดจากแผลปริแตกไหลซึมผ้าพันแผลจนเปียกชุ่มแต่กระนั้นเขาก็เลี่ยงที่ได้รับการรักษา บาดแผลแค่นี้ไม่เท่ากับสิ่งที่เธอได้รับแม้แต่น้อย ขุนศึกจึงทำเพียงพยักหน้าขอบคุณแต่ไม่คิดที่จะทำตาม

ไม่กี่นาทีต่อจากนั้นพยาบาลอีกสองคนก็เดินเข้ามาในห้องเพื่อเช็ดตัวให้กับหญิงสาว ขุนศึกจึงยอมถอยออกไปรอยังห้องพักญาติที่อยู่ติดกัน ล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดก่อนจะกดโทร. ออกเมื่อคิดได้ว่าควรแจ้งข่าวให้ใครสักคนทราบ อย่างน้อยก็พี่ชายเพื่อบอกให้รู้ว่าเขาจัดการงานที่ได้รับมอบหมายเรียบร้อยแล้ว ไม่กี่อึดใจขุนศึกก็ได้ยินเสียงจากปลายสาย

“ว่ายังไง” น้ำเสียงของพี่ชายคนรองดูร้อนรนกว่าปกติแต่ขุนศึกไม่ได้ใส่ใจในจุดนั้นมากนัก เขาเอ่ยเพียงธุระที่โทรศัพท์ไปหาเท่านั้น

“ผมกลับมาแล้วครับ ที่โครงการทุกอย่างเรียบร้อยดี” วิศวกรหนุ่มเลือกที่จะไม่เอ่ยถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากที่นั่น ขอแค่งานเรียบร้อยเพียงแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว

“แล้วจะเอารายงานเข้ามาส่งเมื่อไหร่”

“พรุ่งนี้ครับ” ว่าพลางก้มลงมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือที่ใกล้เวลาเลิกงาน “ผมทำเสร็จแล้วแต่เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะเอาเข้าไปให้” ขุนศึกเล่ารายละเอียดคร่าวๆ ให้พี่ชายฟังก่อนจะจบลงเมื่อคิดได้ว่าควรเล่าอีกเรื่องให้อีกฝ่ายฟัง

“คุณรองครับ”

“ว่ายังไง” ครานี้คนในสายมีน้ำเสียงกระตือรือร้นอย่างเห็นได้ชัด ขุนศึกสูดหายใจเข้าปอดลึก ก่อนจะตัดสินใจพูดออกไป

“ตอนนี้เคทอยู่ที่โรงพยาบาล” ปลายสายเงียบฟังทำให้คนเป็นน้องต้องตัดสินใจพูดต่อ “ผมขับรถชนเคท”

“ว่ายังไงนะ!” คนเป็นพี่ตะคอกถามกลับด้วยน้ำเสียงตกใจสุดขีดที่เกินจะพอดีไปหน่อย แต่คนเป็นน้องกลับไม่ได้ใส่ใจที่จะฟังเท่าที่ควร “แล้วเคทเป็นยังไงบ้าง”

“ปลอดภัยแล้วครับ แต่...” ขุนศึกกัดริมฝีปากแน่นเมื่อต้องเอ่ยเรื่องสำคัญ เสียงที่เอ่ยสั่นจนคนฟังรู้สึกได้ “เคทท้อง และตอนนี้ลูกก็ไม่อยู่แล้ว”

“นายขุน” คนเป็นพี่ครางเรียกชื่อน้องเสียงพร่า รู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังขวัญเสีย แม้จะเป็นผู้ชายแต่หากเขาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ก็ไม่แน่ใจนักว่าจะทนเข้มแข็งไปได้อีกนานแค่ไหน “พี่จะรีบไปหา”

เอ่ยเพียงสั้นๆ ภาสกรก็ตัดสาย ปล่อยให้คนส่งข่าวรู้สึกถึงหยดน้ำอุ่นๆ ที่เอ่อขึ้นมาคลอเต็มหน่วย ขุนศึกโยนโทรศัพท์ทิ้งลงข้างๆ ก่อนจะยกมือขึ้นกดที่หัวตาเพื่อไล่หยาดน้ำเหล่านั้นให้กลับลึกลงไปยังส่วนที่มันจากมา

อย่าร้อง

ขุนศึกบอกตัวเอง เขาต้องเข้มแข็งเมื่อต้องเอ่ยคำนั้นกับเธอ แค่สะกิดบาดแผลเพียงเล็กน้อยความเสียใจก็ประดังเข้ามาราวกับมีดแหลมที่ทิ่มแทงหัวใจของเขาให้เจ็บช้ำ ให้สมกับทุกอย่างที่เขาทำ เขาทิ้งเธอ ทำร้ายเธอ และข้อหาที่เขาต้องแบกรับคือเขาฆ่าลูกด้วยมือของเขาเอง









ดวงใจขุนศึก ราคาเล่มละ 276.25 บาท (ราคาหน้าปก 325 บาท )

จัดส่งฟรีพร้อมของที่ระลึก

สั่งซื้อรูปเล่มที่ Fan page : สำนักพิมพ์ปองรัก

                     Fan page : สิรินรชา นาถธีรธาดา

หรือสนใจรูปแบบอีบุ๊ค สามารถกดซื้อได้ที่ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #554 pimpisakumkong (@pimpisakumkong) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 20:07
    ขุนจะถูกนังเลขางาบไปกินหรือเปล่าคะไรท์
    #554
    0
  2. #553 BoonthongSupo (@BoonthongSupo) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 15:47
    หมอกับพี่เล่นแรงเกินไป จนปัญหาบานปลาย พี่ควรบอกความจริงน้องตั้งนานแล้ว
    #553
    0
  3. #552 ya-ya (@zakurablood) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 12:49
    หน่วงงมาก
    #552
    0
  4. #551 836397001 (@836397001) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 12:47

    หมอน่าจะหยุดได้นานละ เป็นไงล่ะทุกอย่างเลวร้ายหมด

    (มีหมอเรื่องต่อไปมั้ยยย ขอให้หนักเลยนะ) แหะๆๆอินไปนิ๊ดดดดดด

    #551
    0
  5. #297 ดิว (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 11:41


    นางเอกโคตรของความงี่เง่ามีด้วยเหรอคนท้องที่ไม่ห่วงลูกมาอันดับแรก

    เดี๋ยวอิขุนโกธ เดี๋ยวเคทโกรธยิ่งแท้งลูกลำไยโทษอิขุนหนักเข้าไปอีกทีนี้

    ต่างคนต่างไปอิขุนทำงานต่อเคทเซ้งร้านกลับบ้าน แยกย้าย...จบ



    #297
    3
  6. #296 เพฟฟี่พัฟฟ (@ornka) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 10:45
    ผิดกันทั้งหมดนั้นแหละ พระเอกอารมณ์ร้อนหึงหวง นางเอกงี่เง่าทำตัวเองทั้งนั้น ปากมีก็พูดดิ หมอก็น่ะน่าหมั่นใส้แกล้งอิตาขุนตั้งแต่คราวก่อนละนะ แทนที่จะทำเรื่องให้ดีขึ้น
    #296
    0
  7. #295 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 10:43
    สมองคงมีแต่หญ้า ถึงไม่มีหัวคิด แต่หมอก็ปัญญาอ่อนสร้างปัญหาให้ชาวบ้าน สนุกมากสินะ
    #295
    1
  8. #294 pornnipanisaidee (@pornnipanisaidee) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 10:07
    เฮ้อออออ   ขุนโง่จนวินาทีสุดท้ายจิงๆๆๆๆๆ
    #294
    1
    • #294-1 บ้านสินิท-สิริน (@sinitsirinch) (จากตอนที่ 35)
      13 พฤษภาคม 2559 / 16:49
      นางจะโง่ต่อไปอีกประมาณ 2 ตอนค่ะ
      เดี๋ยวนางจะเริ่มฉลาดขึ้นแล้ว ฮ่าๆ
      #294-1