ดวงใจขุนศึก [สนพ. ปองรัก]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 204,939 Views

  • 589 Comments

  • 1,948 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    57

    Overall
    204,939

ตอนที่ 31 : ตอนที่ 11 [50%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3355
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    15 ก.ค. 61

เจ้าของร้านอมยิ้มหวานยามเมื่อแผ่นหลังหนาค่อยๆ หายไปจากครรลองสายตา ดูเอาเถอะ เขาทำให้เธอคิดว่าซื้อดอกไม้ให้คนอื่น แต่สุดท้ายก็ยื่นดอกไม้ช่อสวยมาให้เธอ

“คนบ้า”

รมิตาบริภาษไล่หลัง ก่อนจะก้มลงสูดกลิ่นหอมของช่อกุหลาบขาวในมือ กระดาษแผ่นน้อยที่เสียบอยู่ตรงกลางช่อสร้างความแปลกใจให้ผู้รับไม่น้อย รมิตาเอื้อมหยิบมันออกมาเปิดอ่าน

ถึง ดวงใจของขุนศึก

ขอบคุณนะครับที่เคทยอมรับดอกไม้ช่อนี้ พี่ขอโทษ...สำหรับทุกอย่างที่พี่ทำลงไป

เคทอาจโกรธและยังไม่ยอมให้อภัย แต่พี่ก็จะรอนะ รอสักวันที่เคทจะใจอ่อน

พี่ไม่ท้อหรอก แต่พี่จะพยายามให้มากกว่าที่เป็นอยู่

เพื่อที่จะสักวันจะได้ยินคำว่า ‘ให้อภัย’ จากเคท

หวัง...ว่าสักวันเคทจะยอมกลับมารักคนนิสัยไม่ดี...คนนี้ อีกครั้ง

K.C.

 

ตัวอักษรหวัดหนักเป็นลักษณะเฉพาะของคนเชื่อมั่นในความคิดของตนเอง และใจร้อนวู่วามอย่างที่คนรอบข้างคาดไม่ถึง ทำให้รมิตาอดไม่ได้ที่จะย่นจมูกใส่ข้อความเหล่านั้น ขุนศึกไม่ใช่ผู้ชายเจ้าคารม เรื่องนี้เธอรู้ดี เขาติดจะขรึมเสียด้วยซ้ำ และการที่เขาเขียนข้อความง้องอนมาพร้อมกุหลาบช่อสวย แม้จะไม่ใช่ข้อความที่หวานจับจิต แต่ก็ทำให้หัวใจคนได้รับพองโตคับอก

“ดูเถอะ กล้าเอาชื่อเค้าไปใส่โดยไม่ขออนุญาต หน้าไม่อาย”

เสียงหวานต่อว่าคนเขียน แต่อมยิ้มเสียจนแก้มตุ้ยยามเมื่อเห็นอักษรย่อ ‘K.C.’ อักษรที่รู้ระหว่างกันว่า ‘K’ คือเขา และ ‘C’ คือเธอ ก่อนจะก้มลงอ่านข้อความเหล่านั้นอีกหน ซ้ำไปซ้ำมาราวกับต้องการท่องจำให้ขึ้นใจ

รมิตาหมุนตัวกลับไปนั่งหลังเคาน์เตอร์ประจำตำแหน่ง ดอกไม้ช่องามถูกวางไว้บนโต๊ะมือข้างที่ว่างเลื่อนต่ำจนวางอยู่บนหน้าท้อง ในระดับที่คิดว่ามีใครบางคนนอนอยู่ ลูบไล้แผ่วเบายามอ่านข้อความนั้นให้ฟัง จมูกโด่งสวยยับยู่เมื่อถูกเจ้าตัวส่งค้อนให้กระดาษในมือ

“รออีกสักสองอาทิตย์ก็แล้วกันนะคะ”

ภาพรมิตายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับการ์ดที่เขาบรรจงเขียนทำให้ขุนศึกถอนหายใจโล่งอก ร่างสูงหมุนตัวพิงกระจกข้างร้านหลังจากที่นั่งแอบมองเธอมาพักใหญ่ อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้โยนมันทิ้งลงถังขยะอย่างที่นึกกลัว ทั้งยังยิ้มให้ข้อความเหล่านั้นเสียอีก เพียงแค่นั้นก็ดีมากพอแล้ว คิดพลางยิ้มออกอย่างโล่งใจ คงไม่นานนักหรอกที่เขาจะได้เธอกลับมายืนข้างกันอีกครั้ง

 

เข้าสู่สัปดาห์ที่สามความพยายามของขุนศึกยังคงเดิม และดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อคู่แข่งอย่างนายแพทย์เอกวีร์ เวชพิสิฐ กระโดดลงมาร่วมวง ทั้งรมิตายังให้ท่าทีสนใจศัลยแพทย์หนุ่มมากกว่าเขาเสียอีก โดยเฉพาะวันนี้หลังจากทำตัวดีมาร่วมสัปดาห์ แผนการกระชับมิตรที่เตรียมไว้ก็ถูกงัดออกมาใช้ทันที

“วันนี้มีหนังใหม่เรื่องที่เคทอยากดูเข้าฉาย พี่ก็เลยซื้อตั๋วมาให้ เคทไปดูด้วยกันนะ”

“คุณเคทจะไปไหนหรือครับ”

นายแพทย์เอกวีร์ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในร้านโน้มกายแทรกกลางถามชายหนุ่มที่กำลังง้อหญิงสาวคนรักด้วยใบหน้าหวังกวนอารมณ์เต็มที่ ส่วนสาวเจ้าที่ตีหน้านิ่งหลังเคาน์เตอร์ทำเพียงเลิกคิ้วมองท่าทางของหมอหนุ่มด้วยความสงสัย

“ผมกำลังชวนเคทไปดูหนังเย็นนี้”

“ถ้าเป็นเย็นนี้ เห็นทีพี่ชายจะพาน้องสาวไปไหนไม่ได้เสียแล้วละครับ เพราะผมจองตัวคุณเคทไว้แล้ว” หมอหนุ่มยิ้มเปิดเผย แต่น่าหมั่นไส้ในสายตาของคนมอง ก่อนจะเบนสายตาหวานเชื่อมไปยังหญิงสาวเจ้าของร้าน “วันนี้คุณเคทมีนัดกับผมลืมแล้วหรือครับ”

คนมีนัดเลิกคิ้วมองหน้าเหลอหลา แต่เมื่อเอกวีร์ขยิบตาส่งให้ รมิตาก็คลี่ยิ้มกระจ่างส่งกลับไปให้อย่างรู้กัน

“จริงด้วยค่ะ เคทลืมไปเลยถ้าไม่ได้คุณหมอเตือนนี่เคทคงลืมจริงๆ” รมิตาแสร้งขอโทษขอโพยหมอหนุ่ม โดยไม่สนใจสีหน้าไม่สบอารมณ์ของคนถูกชิงนัดตัดหน้าแม้แต่นิด

เมื่อกลายเป็นส่วนเกินเพราะรมิตาหันไปหัวเราะก้อร่อก้อติกกับเอกวีร์ คนถูกเมินก็ได้แต่พับเก็บตั๋วหนังที่กลายเป็นหมันเข้ากระเป๋า จากนั้นก็นั่งนิ่งไม่พูดไม่จา ทั้งน้อยใจทั้งผิดหวัง ที่สำคัญคือเจ็บเมื่อเธอไม่สนใจ คิดแล้วก็เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหวานที่กำลังหัวเราะขันราวกับเรื่องที่หมอหนุ่มเล่านั้นสนุกเสียเต็มประดา รู้ตัวดีว่าวันนี้เขาคงกินแห้วตามระเบียบเพราะเธอมีนัดกับใครอีกคน ขุนศึกจึงลุกออกจากเก้าอี้ประจำไปยืนด้อมๆ มองๆ ที่หน้าตู้กระจกบรรจุเค้กหลากชนิด และเอ่ยสั่งกับพนักงานที่ประจำอยู่ใกล้ๆ

“ขอชีสเค้กบลูเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ อัลมอนด์ กีวี แล้วก็แอปเปิลพายใส่กล่องอย่างละสิบชิ้นให้ผมด้วย”

สิ้นเสียงสั่งรายการยาวเหยียดก็ทำให้คนที่กำลังหัวเราะสนุกสนานอยู่ไม่ไกลนักต้องหันมามอง

พนักงานสาวรีบจัดการทุกอย่างให้โดยเร็ว และไม่กี่นาทีต่อมาก็เลื่อนกล่องขนมทั้งหมดมาให้เจ้าของร้านที่ยืนอยู่หน้าเครื่องคิดเงิน ขุนศึกล้วงหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาถือในท่าเตรียมพร้อมที่จะจ่าย ใบหน้าคมราบเรียบ อากัปกิริยาที่คนคบมานานรู้ดีว่าเขากำลังซ่อนความรู้สึกหลากหลายไว้ภายใต้สีหน้าที่ราบเรียบนั้น แต่จะให้เอ่ยถาม รมิตาก็ทำไม่ได้ จึงได้แต่ส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางคุณหมอที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

ซึ่งเมื่อได้รับสาร เอกวีร์ก็หันมามองคนตัวใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างๆ พร้อมเอ่ยถามทีเล่นทีจริง

“สั่งไปเยอะเลยนะครับคุณขุน กลัวเจ้าของร้านไม่ให้อภัยง่ายๆ หรือครับ ถึงต้องทำตัวเป็นพ่อบุญทุ่มแบบนี้”

คนถูกกล่าวหาหันมายิ้มบางๆ เขารู้ดีว่ากับรมิตาทำเช่นนั้นไปก็ไม่มีประโยชน์ เธอใจแข็งกว่าที่เขาคิด บางทีอาจเป็นเพราะเขาเองที่ทำให้มันเป็นเช่นนั้น

“ไม่ใช่หรอกครับ ผมจะซื้อไปไว้กินเองเพราะคงไม่ได้มาที่นี่หลายวัน ขอบคุณครับ” ท้ายประโยคหันมาเอ่ยกับหญิงสาวที่ยกถุงบรรจุเค้กข้ามมาส่งให้ ก่อนจะรับธนบัตรสีเทากลับไป

หัวใจคนฟังกระตุกไหว เพียงแค่เธอไม่ไปดูหนังกับเขา ขุนศึกถึงกับถอดใจจะหนีหายไปหลายวันเลยอย่างนั้นหรือ มือเรียวสั่นน้อยๆ ยามนับเงินทอนมาส่งให้ และเหมือนคนที่เฝ้าสังเกตอย่างเอกวีร์จะรู้สึกถึงความหวั่นไหวในใจของหญิงสาว จึงอาสาหาความกระจ่างจากชายหนุ่มให้เสียเอง

“คุณขุนจะไปไหนหรือครับ”

“ผมต้องไปตรวจไซต์งานที่ต่างจังหวัด”

เขาตอบพลางเก็บเงินทอนใส่กระเป๋าตามเดิม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองคนที่ยืนหลังเคาน์เตอร์ที่บัดนี้จมูกโด่งสวยแดงระเรื่อขึ้นมาจนสังเกตเห็น เขาส่งยิ้มให้บางๆ

“ดูแลตัวเองดีๆ นะ”

บอกเพียงแค่นั้นก็คว้าถุงขนมเดินจากไป ทิ้งให้คนมองตามหลังสับสนในท่าที หัวใจดวงน้อยหวั่นไหว วันนั้นเขาก็เอ่ยกับเธอเช่นนี้

‘…เคทต้องดูแลตัวเองดีๆ นะ’

“สงสัยว่าคุณขุนจะชวนคุณเคทไปดูหนัง และถือโอกาสบอกลาไปในตัวนะครับนี่” หมอหนุ่มตั้งข้อสังเกตเมื่อลับหลังร่างสูง

“แต่เขาก็ไปแล้วนี่คะ” ...ไปโดยไม่มีคำลา ประโยคหลังถูกเก็บไว้ในใจ ก่อนจะทำทีสนใจบัญชีที่ทำเสร็จไปก่อนหน้า หวังปิดบังความน้อยใจไม่ให้ศัลยแพทย์หนุ่มสังเกตเห็น แต่เอกวีร์ก็มองเห็นมันชัดเจน เขาเอื้อมมือเข้าไปสัมผัสที่หลังมือของอีกฝ่ายเบาๆ

“อย่าคิดมากเลยครับ อีกสองสามวันคุณขุนก็กลับมาแล้ว”

“เพราะคุณหมอนั่นแหละที่ทำให้เขาไปโดยไม่บอกลาเคท” รมิตาพาลมาโกรธคนตรงหน้า ตี๋หล่อยิ้มเก้อเมื่อถูกสาวลูกเสี้ยวส่งค้อน

“ทำไมมาโทษผมอย่างนี้ล่ะครับ”

“ก็ถ้าคุณหมอไม่กุเรื่องนัดอะไรนั่นขึ้นมา เคทก็ได้ไปดูหนังกับเขาแล้ว”

“สรุปว่าผมผิด” หมอหนุ่มถามแสร้งทำเสียงกระเง้ากระงอด ก่อนจะหลุดยิ้มเมื่อเห็นดวงหน้าตูมๆ ของสาวเจ้า “ก็เห็นคุณเคทปฏิเสธทุกที ผมก็แค่อยากจะช่วย ใครจะไปรู้ว่าพี่ขุนของคุณเคทจะขี้น้อยใจงอนตุ๊บป่องหนีไปแบบนั้น”

“นั่นละค่ะ คราวหลังไม่ต้องแล้วนะคะ”

“ครับๆ ผมจะไม่แหย่อีกแล้ว ผมสัญญา”

 

สี่ทุ่มครึ่งบีเอ็มดับเบิลยูสีบรอนซ์แล่นเลียบเข้ามาจอดที่หน้าบ้านหลังเล็ก วันนี้ขุนศึกแสดงชัดว่าไม่อยู่รอส่งเหมือนเคย ทำให้เอกวีร์ต้องรับผิดชอบหญิงสาว ไถ่โทษที่เป็นคนทำให้ขุนศึกหนีกลับไปก่อน ว่าที่คุณแม่หันมาแยกเขี้ยวใส่พลขับที่เอ่ยล้อเธอมาตลอดทาง ตั้งแต่วันที่เอกวีร์รู้ว่าหญิงสาวกำลังตั้งครรภ์ ท่าทางที่เคยแสดงว่าต้องการสานสัมพันธ์มากกว่าเพื่อนก็เหลือเพียงคำว่าเพื่อนที่ดีต่อกัน อยากไถ่โทษที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความรักของคนทั้งคู่ต้องจบลง แต่วิธีการของเขากลับเป็นการเย้าแหย่ให้ขุนศึกกระฟัดกระเฟียดเสียมากกว่า

‘คุณขุนจะได้รู้ใจตัวเองเร็วขึ้นยังไงล่ะครับ’

‘อย่างพี่ขุนหรือคะจะเป็นแบบนั้น ยิ่งถอยห่างละสิไม่ว่า’

รมิตาตอบกลับเมื่อหมอหนุ่มให้เหตุผลที่ชอบเย้าแหย่ขุนศึก เธอไม่เถียงหรอกว่าทฤษฎีของเอกวีร์ได้ผลระดับหนึ่ง เพราะการที่ขุนศึกแสดงอาการนั่นหมายความว่าเขารู้สึก แต่จะทำให้เขาแสดงออกออกมาตรงๆ คงต้องใช้เวลาอีกนานทีเดียว

“แล้วพรุ่งนี้เช้าผมจะมารับไปส่งที่ร้านนะครับ” เอกวีร์ยื่นหน้าออกมาบอกหญิงสาวที่เปิดประตูลงไปจากรถ ร่างสมส่วนที่อวบอิ่มขึ้นตามอายุครรภ์หันมาส่งยิ้มให้และโบกมือลาเพราะเห็นว่าดึกมากแล้ว แต่เพียงแค่หมุนตัวกลับไปเพื่อที่จะก้าวเข้าบ้าน ขาทั้งสองข้างก็หยุดชะงัก

ถุงผ้าดิบสีขาวขุ่นถูกแขวนไว้หน้าประตูรั้วอย่างที่เคยเห็นเป็นประจำในช่วงระยะหลัง แต่ที่ต่างจากทุกครั้งคือครั้งนี้มันถูกแขวนไว้ก่อนที่เธอจะกลับมาถึงบ้าน ความเย็นชืดของเนื้อผ้าทำให้รมิตาหยิบมันออกมาถือแล้วนิ่วหน้า

“ตั้งแต่กี่โมงกันเนี่ย”

บ่นพลางเปิดประตูเข้าบ้าน เมื่อเข้ามาด้านในก็ปลดกระเป๋าถือวางไว้ที่โซฟาหน้าทีวี ก่อนจะพาถุงผ้าเจ้าปัญหาเดินเลยไปที่ครัว ล้วงหยิบกล่องพลาสติกออกมาวางก็พบว่าเป็นแกงเขียวหวานไก่ที่เธอบ่นอยากกินเมื่อตอนบ่าย กะเพรากุ้งและผัดผัดรวมมิตรรวมเป็นสามกล่อง รมิตานำแกงเขียวหวานไก่ออกมาอุ่นเพียงกล่องเดียว นอกนั้นนำไปเก็บไว้ในตู้เย็น เพราะสำรวจดูแล้วกับข้าวอีกทั้งสองกล่องยังไม่เสีย ก่อนจะหันกลับมาเก็บถุงผ้าที่วางอยู่บนโต๊ะ จังหวะที่เธอสะบัดถุงก่อนพับเก็บให้เป็นระเบียบ ของบางอย่างก็ตกลงมาวางอยู่ตรงหน้า มือเรียวหยิบขึ้นมาเปิด ก่อนจะเห็นว่าเป็นซองจดหมายสีฟ้าอ่อน จ่าหน้าซองด้วยลายมือคุ้นตาถึงตัวเธอ รมิตาพลิกกลับด้านเพื่อหยิบสิ่งที่อยู่ภายในขึ้นคลี่อ่าน

ถึง ดวงใจของขุนศึก

พี่ขอโทษนะครับที่ไปโดยไม่ได้ลา ไซต์งานที่ภูเก็ตมีปัญหา คานที่ทำไว้พังลงมาทับคนงานบาดเจ็บหลายคน พี่ต้องรีบไปดูแลในฐานะคนรับผิดชอบโครงการ ความจริงพี่ตั้งใจว่าจะบอกเคทตอนไปดูหนังและจะลองขอคืนดีกับเคทดู กะจะให้เวลาเคทตัดสินใจตอนที่พี่ไม่อยู่ แต่เคทก็มีนัดเสียก่อน ไม่เป็นไรนะ ไว้โอกาสหน้าก็ได้ เดี๋ยวพี่ขอใหม่

พี่เห็นเคทบ่นว่าอยากกินแกงเขียวหวาน เมื่อตอนบ่ายก็เลยทำมาให้ ไม่รู้ว่าเคทกลับมาแล้วมันจะเย็นไปหรือเปล่า พี่ต้องขึ้นเครื่องตอนสองทุ่มเลยต้องออกไปก่อน ถ้ายังไงอย่าลืมอุ่นก่อนทานนะ ดูแลตัวเองดีๆ นะครับ แล้วพี่จะรีบกลับมา

K.C.

 

“ปล่อยให้เราเป็นห่วงเสียแทบแย่”

รมิตาย่นจมูกใส่กระดาษเมื่ออ่านข้อความเหล่านั้นจบลง รอยยิ้มหวานแต้มที่ใบหน้าสวยยามเห็นคำขึ้นต้นและคำลงท้าย

“รีบๆ กลับมานะคะ เคทมีข่าวดีรอบอกพี่ขุนอยู่นะ”

เสียงสัญญาณจากเครื่องไมโครเวฟดังขึ้นเมื่อเวลาที่ตั้งไว้สิ้นสุดลง รมิตาพับจดหมายลายมือหวัดหนักใส่ซองก่อนจะหันไปจัดการอาหารที่คนตัวใหญ่แต่ขี้ใจน้อยทำมาให้ด้วยความรู้สึกอบอุ่นหัวใจ และวาดหวังว่าอีกไม่นานเก้าอี้ข้างตัวจะมีเขามาครอบครองเหมือนที่เคยเป็นมา

เมื่อสำรวจความเรียบร้อยรอบๆ บ้านเสร็จ รมิตาก็ปิดไฟด้านนอกและเข้าห้องเพื่อพักผ่อน เธอไม่ปฏิเสธหรอกว่าตัวเองทำงานหนักทุกวัน ทั้งตื่นแต่เช้าและทำงานจนดึก ทำให้เวลาที่ควรพักผ่อนตามประสาว่าที่คุณแม่มีน้อยกว่าที่ควร แต่นั่นก็เพราะเธอไม่อยากอยู่เฉยๆ คุณหมอแนะนำให้เธอออกกำลังกายบ้างโดยให้เหตุผลว่า การตั้งครรภ์ไม่ใช่การป่วย หากไม่ออกกำลังกายเสียเลยก็จะป่วยจริงๆ เข้าสักวัน

รมิตานั่งลูบไล้ครีมบนหน้าท้องหลังจากอาบน้ำเสร็จบนเตียงนอน เธอโชคดีที่เป็นท้องแรกทำให้สรีระไม่เปลี่ยนมากนัก ดูอิ่มขึ้นแต่ไม่ถึงกับอวบ เสื้อผ้าที่สวมก็มักจะเป็นสีเข้ม ทำให้รูปร่างยังคงดูผอมเพรียว และเพราะเหตุนี้เองที่ขุนศึกไม่รู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกายของเธอ เสร็จจากลูบไล้ครีมทั่วเรือนร่างรมิตาก็ปิดไฟกลางห้องให้เหลือเพียงไฟหัวเตียงเพียงหลอดเดียวเท่านั้น หยิบจดหมายที่เขาเขียนถึงขึ้นมาเปิดอ่านพลางเอนหลังพิงพนักหัวเตียง ก่อนจะหยิบของที่อยู่ในลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงออกมาวางข้างหมอน ของที่หากวันใดไม่ได้ถือไว้เธอจะนอนไม่หลับ ‘ถุงมือเด็ก’ ที่เขาลืมทิ้งไว้

“วันนี้แม่จะอ่านจดหมายที่คุณพ่อเขาเขียนให้ฟังนะคะคนเก่ง”







ดวงใจขุนศึก ราคาเล่มละ 276.25 บาท (ราคาหน้าปก 325 บาท )

จัดส่งฟรีพร้อมของที่ระลึก

สั่งซื้อรูปเล่มที่ Fan page : สำนักพิมพ์ปองรัก

                     Fan page : สิรินรชา นาถธีรธาดา

หรือสนใจรูปแบบอีบุ๊ค สามารถกดซื้อได้ที่ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #544 nongmhing (@nongmhing) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 17:23

    ดราม่า แน่ เลย นางเอก แท้งลูก ด้วย

    #544
    0
  2. #543 TheMe2Me (@thongbang-rada91) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 16:25
    มีความตะงิดใจว่าต้องมีเรื่อง
    #543
    0
  3. #192 Peaceofbxxnzx (@Peaceofbxxnzx) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 08:14
    ได้เวลาเอาคืน555555555
    #192
    1
  4. #191 MRS.46'S. (@Tk-Joker2546) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 07:38
    ร้ายกาจ5555
    #191
    1